Friday, 19 June 2026
Hard News Team

“รองโฆษกรัฐบาล” แจง รัฐบาลแก้ปัญหาปุ๋ยครบวงจร ผลักดัน”ปุ๋ยสั่งตัด-อินทรีย์-ชีวภาพ” ลดต้นทุน

ที่ทำเนียบรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงปัญหาปุ๋ยราคาสูง ว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบปุ๋ยเคมีราคาสูงขึ้น โดยแก้ปัญหาเร่งด่วนและแผนระยะยาว โดยตั้งแต่เดือนก.คที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำโครงการ พาณิชย์ลดราคา ปุ๋ยช่วยเกษตรกร” มีปุ๋ยเคมีเข้าร่วมโครงการ 84 สูตร รวม4.5 ล้านกระสอบ มีการสั่งซื้อจากสถาบันเกษตรกรกว่า 2.2 ล้านกระสอบ สำหรับแผนระยะยาว คือ ส่งเสริมเกษตรกรให้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน (ปุ๋ยสั่งตัด) เป็นการผสมแม่ปุ๋ยให้ตรงกับสภาพดินและความต้องการของพืช รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน ซึ่งจะช่วยลดค่าปุ๋ยเคมีได้มากและทำให้ต้นพืชแข็งแรง

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ได้ขับเคลื่อน “โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน”เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการวิเคราะห์ดินและใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน หรือปุ๋ยสั่งตัด โดยรัฐสนับสนุนชุดตรวจวิเคราะห์ดิน แม่ปุ๋ย และเครื่องผสมปุ๋ย ผ่านกลไกการดำเนินงานของศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน(ศดปช.)ของกรมส่งเสริมการเกษตร ในพื้นที่ 394 ศูนย์ ใน 63 จังหวัด ขณะนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯแสนกว่าราย คิดเป็นพื้นที่รวม 1.3 ล้านไร่ ใช้ปุ๋ยสั่งตัดจำนวน 6 แสนไร่ ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลงร้อยละ 45 ลดต้นได้ร้อยละ 37 คิดเป็นมูลค่าเกือบ 600 ล้านบาท และกรมฯกำลังเสนอขอดำเนินงานโครงการฯ  ระยะที่ 2 มีศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการแล้ว  จำนวน 299 ศูนย์ ใน 58 จังหวัด  เกษตรกร 5.2 หมื่นราย ครอบคลุมพื้นที่ 2.5 แสนไร่  

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นอกจากนั้นได้กำหนดแผนบริหารจัดการปุ๋ย ปี 2565 - 2569 การดำเนินงานจะครอบคลุมการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การใช้ปุ๋ยให้ถูกชนิดและถูกวิธี การใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน การผสมปุ๋ยใช้เองให้ได้คุณภาพ เป็นต้น ตั้งเป้าปี 2565 ให้ศูนย์จัดการดินและปุ๋ยฯ สามารถช่วยเหลือเกษตรกรในการผลิตปุ๋ยสั่งตัด 1.88 แสนตัน ปุ๋ยอินทรีย์ 2.25 ล้านตัน ปุ๋ยชีวภาพ 1.02 ล้านตัน และยอดรวมของแผน 5 ปี (2565-2569) จะผลิตปุ๋ยสั่งตัด 2.42 ล้านตัน ปุ๋ยอินทรีย์ 16.32 ล้านตัน ปุ๋ยชีวภาพ 14.19 ล้านตัน จำนวนเกษตรกร 3.6 ล้านราย ครอบคลุมพื้นที่ 44.01 ล้านไร่  ซึ่งผลลัพธ์คือการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรได้มาก อีกทั้งลดการนำเข้าปุ๋ยเคมี ส่วนระยะยาวช่วยเพิ่มจำนวนเกษตรกรทีทำการเพาะปลูกในรูปแบบ “เกษตรปลอดภัย” ตามมาตฐานสากล GAP (Good Agricultural Practice) ซึ่งเป็นที่ต้องการทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ 

จีนจ่าย 5 แสนบาท แจ้งเบาะแสคนแพร่โควิด หลังพบลักลอบข้ามมณฑลจนเชื้อแพร่หลายพื้นที่

เมืองเฮ่ยเหอ มณฑลเฮยหลงเจียง ทางตอนเหนือของจีนประกาศให้เงินรางวัล 5 แสนบาท แก่ผู้แจ้งเบาะแสต้นตอโควิดระบาดในพื้นที่ ส่วนรัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย ระบุในรายงานว่า ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มีโอกาสป่วยหนักหรือเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนถึง 16 เท่า

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า เจ้าหน้าที่ในเมืองเฮ่ยเหอ มณฑลเฮยหลงเจียง ทางตอนเหนือของจีนเสนอรางวัลมูลค่า 100,000 หยวน (512,275บาท) ให้กับประชาชนที่ชี้เบาะแสต้นตอการระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ หลังจากที่พบการลักลอบเดินทางข้ามมณฑลหรือการทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิดกระจายไปในหลายพื้นที่

ทั้งนี้ เพื่อค้นหาแหล่งที่มาของการแพร่ระบาดและค้นหาเส้นทางของการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุด จำเป็นต้องทำสงครามประชาชนเพื่อการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด และกรณีการลักลอบนำเข้า การล่าสัตว์อย่างผิดกฎหมาย และการทำประมงข้ามชายแดนต้องมีการรายงานโดยทันที ส่วนผู้ที่ซื้อสินค้านำเข้าทางออนไลน์ควรฆ่าเชื้อของทันทีที่ได้รับ และส่งของที่ได้ไปตรวจสอบด้วย

ทางการจีนรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อในประเทศ 43 ราย เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน หลังจากที่การแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์เดลตาระบาดไปยังพื้นที่ 20 มณฑล ทั่วประเทศ ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อสูงเพิ่มขึ้นเป็น 2 หลัก นานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว แม้หลายประเทศในโลกจะเริ่มยกเลิกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด แต่จีนยังคงใช้มาตรการกดให้จำนวนผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์อยู่เช่นเดิม โดยการปิดชายแดน ล็อกดาวน์เป็นจุด ๆ และการกักตัวที่ยาวนาน

กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ออกแถลงการณ์ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลสิงคโปร์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการตรวจและการรักษาโรคโควิด-19 ไม่ว่าผู้ป่วยจะเป็นชาวสิงคโปร์ หรือชาวต่างชาติซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรอยู่ในสิงคโปร์ เพื่อบรรเทาความไม่แน่นอนซึ่งเกิดขึ้นจากโรคระบาดใหม่ โดยปัจจุบัน สิงคโปร์ฉีดวัคซีนให้ประชากรแล้ว 85% และ 18% ได้รับวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 แล้ว และเป็นที่เข้าใจตรงกันแล้วว่า การฉีดวัคซีนครบแล้วใช่ว่าจะไม่มีโอกาสติดโรค ดังนั้น หากประชาชนกลุ่มนี้ต้องเข้ารับการตรวจและการรักษาตัวจากโรคดังกล่าว ภาครัฐจะยังคงเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายให้

รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย ระบุในรายงานว่า ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 มีโอกาสป่วยหนักหรือเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนถึง 16 เท่า

Bloomberg เผย 'โซลาร์เซลล์ลอยน้ำ' ที่เขื่อนสิรินธร ขนาดใหญ่เท่าสนามฟุตบอล 70 สนาม

ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า... 

สำนักข่าว Bloomberg ตีข่าว “โซลาร์เซลล์ลอยน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก" ที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี เริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว โดยมีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 70 สนาม มีแผงโซลาร์เซลล์ทั้งสิ้นถึง 145,000 แผง รวมกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ ซึ่งความพิเศษอีกอย่างคือเป็นการผลิตไฟฟ้าแบบไฮบริดจ์ ผสมผสานการผลิตไฟฟ้าระหว่างพลังงานแสงอาทิตย์และพลังน้ำ โดยโซลาร์เซลล์จะผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงกลางวัน และพลังน้ำจะช่วยผลิตไฟฟ้าเสริมในช่วงกลางคืนหรือช่วงที่มีแสงไม่เพียงพอ ทำให้ผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง

‘สุริยะ’ สั่ง กรอ. ช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุน ตั้งเป้าปี 65 ดันใช้เครื่องจักรกู้แบงก์ 2 แสนลบ.

“สุริยะ” สั่งกรมโรงงาน เดินหน้าจดทะเบียนเครื่องจักร ช่วยเหลือผู้ประกอบการ ปลื้มปี 64 มีมูลค่าการจดจำนองเครื่องจักรกว่า 1.6 แสนล้านบาท คาดปี 65 โตกว่า 2 แสนล้านบาท

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เร่งดำเนินงานด้านการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร และนำเครื่องจักรมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับสถาบันการเงิน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายของรัฐบาล โดยปีงบประมาณ 2564 มีผู้ประกอบการยื่นจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร นำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้กับสถาบันการเงิน คิดเป็นวงเงินจดจำนองถึง 1.6 แสนล้านบาท  

นายวันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับปีงบประมาณ 2565 กรอ. ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการ อย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีผู้ประกอบการนำเครื่องจักรเข้ามาจดทะเบียนกรรมสิทธิ์และจดจำนอง 2 แสนล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 (COVID-19) เริ่มคลี่คลาย และมาตรการรองรับต่าง ๆ ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชนที่ดีขึ้น รวมถึงสถาบันการเงินเริ่มมีการอนุมัติปล่อยสินเชื่อให้กับทางสถานประกอบการมากขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนต่อไปได้ 

ศาลรธน. ชี้ รุ้ง-ไมค์-อานนท์ ล้มล้างการปกครอง ยัน!! ให้เลิกการกระทำในอนาคต

ศาลรธน. อ่านคำวินิจฉัย การชุมนุมปราศรัย ‘รุ้ง-ไมค์-อานนท์’ กระทำเป็นขบวนการล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตาม รธน.มาตรา 49

10 พ.ย. 64 เวลาประมาณ 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัย คำร้องขอให้ศาลรธน. วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 กรณีที่ นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตาม รธน. มาตรา 49 ว่า การกระทำของ นายอานนท์ นำภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์), น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง), นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน), น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, น.ส.สิริพัชระ จึงธีรพานิช, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และน.ส.อาทิตยา พรพรม รวม 8 คน ชุมนุมปราศรัยเพื่อเสนอข้อเรียกร้องเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่

‘ตำรวจ’ เข้ม!! คุย Delivery คุม 2 ล้อขี่ไร้วินัย พร้อมให้รางวัล กระตุ้นคนช่วยเป็นหูเป็นตา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับมือภาครัฐและธุรกิจ Delivery ออกมาตรการแก้ปัญหาการขับรถฝ่าฝืนกฎหมาย หวังลดอุบัติเหตุบนท้องถนน พร้อมมอบเงินรางวัล ชวนคนไทยร่วมเป็นหูเป็นตา 2 ล้อส่งด่วนขับขี่ไร้ระเบียบ

(10 พ.ย. 64) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.), พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นางสาวณัฎกร โอภาสทิพากร นักวิชาการขนส่งชำนาญการ กรมการขนส่งทางบก นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผอ.สำนักเทศกิจ ร่วมแถลงผลการประชุมการบูรณาการความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานภาคีเครือข่ายเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน อันเกิดจากการกระทำผิดของผู้ใช้รถใช้ถนน 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้สั่งการให้เชิญหน่วยงานราชการ บริษัทที่ให้บริการขนส่งด้านอาหารและสิ่งของ เครือข่ายด้านความปลอดภัยบนท้องถนน รวมทั้งสื่อในด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุประกอบด้วย ดร.เก่งการ เหล่าวิโรจนกุล บริษัท แกร็บ ประเทศไทย, นายกลวัชร เทอดมิตรกรานต์ บริษัท ฟู๊ดแพนด้า (ประเทศไทย) จำกัด, นายยอด ชินสุภัคกุล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์แมน วงใน จำกัด, นายสีหนาท ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (โรบินฮู้ด), นายรวีโชติ  เศรษฐี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลาลามูฟ ประเทศไทย มาร่วมประชุมเพื่อกำหนดมติการบูรณาการความร่วมมือกันโดยแบ่งเป็น 3 ประเด็น...

ประเด็นที่ 1 มาตรการบังคับใช้กฎหมาย โดยตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่กระทำผิด ในพื้นที่เขตเมือง เขตชุมชน หรือเขตสถานศึกษาอย่างเข้มงวด ในข้อหา ‘ขับรถย้อนศร’ (ปรับไม่เกิน 500 บาท) ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (ปรับไม่เกิน 1,000 บาท) ขับรถรถจักรยานยนต์บนทางเท้า (ปรับตาม พ.ร.บ.จราจรฯ 400 - 1,000 บาท และปรับตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ไม่เกิน 5,000 บาท) รวมถึงการขับรถปาดซ้ายปาดขวา ซึ่งเป็นการขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว (ปรับ 400-1,000 บาท)

ทั้งนี้ นอกจากการออกใบสั่งตามปกติแล้ว หากพฤติการณ์การกระทำผิดข้างต้นดังกล่าวมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน หรือประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในข้อหา ‘ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น’ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2,000 - 10,000 บาท โดยจะต้องมีการสอบสวนดำเนินคดีและยื่นฟ้องผู้กระทำผิดต่อศาล ยึดรถใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลางในคดีและมีคำร้องขอให้ศาลริบเป็นของแผ่นดิน  

โดยจะใช้วิธีการตรวจจับการกระทำผิด 5 วิธี...   
1.) ตรวจพบการกระทำผิดซึ่งหน้าในขณะอำนวยความสะดวกการจราจร
2.) การใช้ชุดสายตรวจจราจรออกตรวจในพื้นที่จุดเสี่ยงที่มีฝ่าฝืนกฎหมายหรือจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
3.) การตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร
4.) การใช้กล้องตรวจจับความผิด
5.) การรับข้อมูลจากประชาชน (คลิปกล้องหน้ารถหรือคลิปจากมือถือ) ที่บันทึกเหตุการณ์การกระทำผิดดังกล่าว

ประเด็นที่ 2 ความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการกำกับติดตามผู้กระทำผิดกฎหมายตามข้อ 1

1.) กทม. ร่วมบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายเรื่องการขับรถบนทางเท้าซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535
2.) กรมการขนส่งทางบก ร่วมบูรณาการกำกับดูแล การจัดตั้งวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ และการขอจดทะเบียนขึ้นทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะ หากกระทำความผิดตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบก จะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาต หรือพักใบอนุญาตขับขี่ชั่วคราว 
3.) บริษัทที่ให้บริการด้านการขนส่งสินค้าและอาหารดิลิเวอรี ร่วมบูรณาการใช้มาตรการองค์กร กำกับดูแลผู้ขับขี่ในสังกัดให้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดย ตร.ประสานข้อมูลประวัติการกระทำผิด ข้อมูลการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้บริษัทคัดกรองผู้ขับขี่ที่มีคุณภาพและปฏิบัติตามกฎจราจร และบริษัทฯ จะเพิ่มหมายเลขพนักงานหลังเสื้อบริษัท 

“บิ๊กตู่” สั่งกองทัพ ลงหนุนช่วยชุมชนสองฝั่งเจ้าพระยา ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่ง เหตุน้ำทะเลหนุนสูง

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ผ่านมา  กระทรวงกลาโหม โดยทุกเหล่าทัพร่วมกับจิตอาสา ยังคงกระจายกำลังลงพื้นที่เข้าไปช่วยสนับสนุน กทม. จว.นนทบุรี และ จ.สมุทรปราการ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและช่วยเหลือประชาชนในชุมชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในหลายเขตของ กทม. เช่น เขตราษฎร์บูรณะ, เขตดุสิต ,เขตพระนคร ,เขตสัมพันธวงศ์ ,เขตยานนาวา, เขตพระโขนง ,เขตบางนาและเขตบางพลัด  ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นเข้าพื้นที่ ชุมชนต่างๆได้รับความเดือดร้อน จากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงต่อเนื่อง ระหว่าง 5-12 พ.ย.64 

สหรัฐฯ เปิดรับชาวต่างชาติกว่า 30 ประเทศที่ฉีดวัคซีน 'ครบโดส' เข้าประเทศได้

เพจเฟซบุ๊ก ไทยรู้สู้โควิด ระบุว่า สหรัฐฯ เปิดรับชาวต่างชาติกว่า 30 ประเทศที่ฉีดวัคซีนครบโดสเข้าประเทศได้

สหรัฐอเมริกา ประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามชาวต่างชาติจากกว่า 30 ประเทศเดินทางเข้าประเทศอย่างเป็นทางการ ในวันจันทร์ที่ 8 พ.ย. 64 ตามเวลาท้องถิ่น โดยกำหนดให้ผู้เดินทางต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนและผลตรวจหาเชื้อโควิดเป็นลบ รวมถึงมาตรการอื่น ๆ ซึ่งการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวจะส่งผลให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 19 เดือน หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคระบาดเมื่อเดือนมี.ค. 63 

กนง.มติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ย 0.50% ประคองเศรษฐกิจ

นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยผลการประชุม กนง.ว่า คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี โดยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 และเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดและการเปิดประเทศ รวมทั้งการเร่งกระจายวัคซีนส่งผลให้ความเสี่ยงด้านต่ำลดลง แต่แนวโน้มการฟื้นตัวยังเปราะบางและมีความไม่แน่นอน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นชั่วคราวจากราคาพลังงานโลกเป็นหลัก 

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่องจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ ประกอบกับมาตรการทางการเงินการคลังที่มีความต่อเนื่อง เน้นการฟื้นฟูและยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจจะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้รายได้ฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง 

ส่วนเศรษฐกิจไทยในปี 2564 และปี 2565 คาดว่าจะขยายตัวใกล้เคียงกับที่คาดไว้ในการประชุมครั้งก่อน จากการใช้จ่ายในประเทศที่ทยอยปรับดีขึ้นตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้น ในระยะต่อไป แรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐจะแผ่วลงหลังจากที่ได้เร่งไปในช่วงก่อนหน้า ส่วนการส่งออกมีแนวโน้มชะลอลงบ้างตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า 

ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะทยอยฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ด้านตลาดแรงงานมีแนวโน้มปรับดีขึ้น จากรายได้ของแรงงานในภาคบริการและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ฟื้นตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นชั่วคราวตามปัจจัยด้านอุปทาน โดยเฉพาะราคาพลังงานที่คาดว่าจะปรับลดลงในช่วงต้นปีหน้า ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย แต่มีความเสี่ยงด้านสูงหากราคาพลังงานโลกอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้และข้อจำกัดด้านอุปทานในต่างประเทศมีแนวโน้มยืดเยื้อ 

ดันกฎหมายคุมคนส่งสินค้าพังต้องจ่ายเยียวยา

นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ.ได้หารือร่วมกับ น.ส.สาลี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค หรือ สอบ. พร้อมคณะ เพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกัน โดยจะผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดชอบต่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า เพื่อให้กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ในการคุ้มครองสิทธิของประชาชน จากความชำรุดบกพร่องของสินค้า โดยกำหนดความรับผิดของผู้ขายสินค้า รวมถึงการเยียวยาความเสียหายกรณีสินค้ามีความชำรุดบกพร่อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้บริโภคอย่างมาก

อีกเรื่องคือ การดำเนินงานด้านการฟ้องคดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการเยียวยาได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที เช่นเดียวกับการเชื่อมโยงข้อมูลการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยสินค้าไม่ปลอดภัย สินค้าที่เข้าข่ายหลอกลวงผ่านศูนย์เตือนภัยสินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัย เพื่อเป็นช่องทางการแจ้งเตือนภัยแก่ผู้บริโภค การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค การคุ้มครองพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค ตลอดจนเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารของผู้บริโภคกับหน่วยงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและแหล่งข้อมูลในการตัดสินใจ เลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีความปลอดภัย 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top