Friday, 19 June 2026
Hard News Team

‘อาคม มกรานนท์’ ย้ำคำวินิจฉัยศาลรธน. ลั่น! ถึงเวลาปราบ ‘อีแอบ’ ขั้นเด็ดขาด

นายอาคม มกรานนท์ อดีตพิธีรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และอดีตผู้ประกาศข่าว ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Akhom Makaranond" โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

"สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย เป็นเสาหลักสำคัญที่จะขาดเสียมิได้ ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น การกระทำใด ๆ ที่มีเจตนาทำลายหรือทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องสิ้นสลายไป ไม่ว่าการพูด เขียน หรือการกระทำต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลเป็นการบ่อนทำลาย ด้อยคุณค่าหรืออ่อนแอลง ย่อมมีเจตนาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์" (ส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัยของศาลฯ)

บ่ายนี้ คงต้องใช้เวลาคุยกับพี่น้องถึงเรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกันอีกครั้ง และยิ่งมาได้ยิน ดร.ณัฐพรฯ เอ่ยชื่อออกมาชัดถ้อยชัดคำว่า ใคร? จะโดนคดี เช่น อีซิ้มหลังม็อบ อาจารย์ในมหาวิทยาลัย นาทอน ไอ้บูด ฯลฯ พร้อมทั้งยืนยันเรื่องเงินจำนวนมากพอสมควร ที่ถูกโอนมาเพื่อจ่ายค่าเคลื่อนไหวอยู่ในบัญชีของใคร? (ตรวจสอบได้ไหม? อายัติได้ไหม?)

ศาลฯ ท่านยังบอกในคำวินิจฉัยอีกว่า "พระมหากษัตริย์ไทย จะดำรงคงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป" ได้ยินแล้วขนลุก

ขอบอกไปยังรัฐบาลว่า "หากแจ้งจับคนทำผิดกลุ่มนี้ช้าเกินกาล ละก็ "มันหนีแน่" เพราะโทษสูงมาก อนาคตหมดสิ้น จากการกระทำของพวกมันเอง"

นี่ไม่ใช่มาพูดกันเล่น ๆ นะ ในเมื่อการชุมนุมเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ก็แสดงว่าการชุมนุมนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย พวก สส. ที่ไปร่วมกับม็อบ สนับสนุนม็อบ และประกันตัวม็อบ อาจจะโดนยื่นคำร้องให้ถูกถอดถอนจาก สส. และอาจจะลามเลยไปถึงขั้นยุบพรรค ถ้างั้นพรรคไหน? ที่ก้าวไถลลึก อาจจะเจอก็ได้ 

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ขอบอกถึง "ภัยร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในมหาวิทยาลัย" ให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องได้ทราบไว้ ส่วนจะทำประการใดเป็นเรื่องของท่าน ฟังให้ดีนะ

นายกฯ พอใจ เป้าหมาย 100 ล้านโดส หลังฉีดได้เร็วกว่าแผนเดิมถึง 1 เดือน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไทย เดินหน้าได้อย่างรวดเร็วกว่าแผนที่ตั้งไว้เดิม 

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข คาดว่าไทยจะบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ 100 ล้านโดส ในปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมถึง 1 เดือน ซึ่งกรมควบคุมโรค ยังเร่งกระจายวัคซีนในสต็อกทั่วประเทศ โดยได้จัดส่งไปเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ถึง 11 ล้านโดส เพื่อเร่งให้ทุกพื้นที่ฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย 

โดยหลายพื้นที่มีการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรังกว่าร้อยละ 80 แล้ว เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งนี้ แอปพลิเคชัน ‘หมอพร้อม’ รายงานการฉีดวัคซีนสะสม ณ วันที่ 11 พ.ย. เวลา 12.18 น. จำนวน 83,217,981 ล้านโดส แบ่งเป็น

‘จีน’ ส่งฝูงบินรบโฉบใกล้ ‘ไต้หวัน‘ ฉุนสมาชิกสภาสหรัฐฯ เยือนไทเป

ปักกิ่ง/ไทเป (รอยเตอร์ส/ซีซีทีวี/เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์) - จีนส่งฝูงบินรบ 6 ลำเข้าใกล้ไต้หวันอีก พร้อมประณามการเยือนไต้หวันของคณะสมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ ที่เดินทางถึงไต้หวันด้วยเครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯ

กองทัพจีนเปิดเผยเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ว่า ได้ส่งฝูงบินรบลาดตระเวนแบบเตรียมพร้อมรบ ที่บริเวณช่องแคบไต้หวัน หลังจีนระบุว่า สมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวันด้วยเครื่องบินรบจากกองทัพสหรัฐฯ ด้านกระทรวงกลาโหมจีนประณามการเยือนไต้หวันของคณะสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ที่เดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯ และจีนขอคัดค้านการกระทำดังกล่าวอย่างหนักแน่น และระบุว่า การลาดตระเวนของฝูงบินรบจีนดังกล่าว เพื่อตอบโต้พฤติกรรมและถ้อยคำที่ผิดพลาดอย่างรุนแรง จากหลายประเทศที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นเกี่ยวกับไต้หวัน รวมทั้งเพื่อตอบโต้การกระทำของกลุ่มสนับสนุนการเป็นเอกราชของไต้หวันด้วย

ขณะที่กระทรวงกลาโหมไต้หวันยืนยันว่า เครื่องบินรบของกองทัพจีนจำนวน 6 ลำ ได้เข้าสู่เขตป้องกันภัยทางอากาศซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวันเมื่อวันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน โดย 4 ลำ เป็นเครื่องบินขับไล่แบบ J-16 ส่วนอีก 2 ลำ เป็นเครื่องบินสอดแนมของกองทัพจีน ส่วน จอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเลย ที่สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ จะเดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯ และการเยือนไต้หวันของคณะสมาชิกคองเกรสเมื่อวานนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 แล้วในปีนี้ แต่ไม่ยอมเปิดเผยจำนวนของคณะสมาชิกคองเกรสที่เยือนไต้หวันครั้งนี้ และไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับการเยือนดังกล่าว

เยอรมนี ส่อวิกฤต! โควิดระบาดซ้ำ ชี้! อาจคร่าชีวิตอีกนับแสน หากไม่ลงมือสกัด

นักไวรัสวิทยาระดับสูงของเยอรมนี เตือนว่าอาจมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในประเทศ เพิ่มอีกกว่า 100,000 คน หากไม่ดำเนินการใด ๆ ในการกำหนดข้อจำกัดอันเข้มงวดในทันที เพื่อยับยั้งการจู่โจมของการแพร่ระบาดระลอก 4 ที่กำลังลุกลามอย่างรวดเร็ว

เสียงเตือนจาก คริสเตียน ดรอสเทน หัวหน้าแผนกไวรัสวิทยาแห่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยชารีเท ในกรุงเบอร์ลิน มีขึ้นในขณะที่ประเทศแห่งนี้พบเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายวันทุบสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดอีกครั้ง

ดรอสเทน กล่าวว่าจำนวนผู้เสียชีวิต 100,000 คน เป็นการประเมินตัวเลขในเชิงสงวน (conservative estimate) หรือเลี่ยงประเมินด้วยตัวเลขที่สูงเกินไป ท่ามกลางเคสผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้น พร้อมระบุว่ามาตรการล็อกดาวน์อีกรอบจะเป็นสิ่งจำเป็น หากไม่สามารถเร่งโครงการฉีดวัคซีนให้คืบหน้าอย่างรวดเร็ว

"ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างแท้จริง" เขากล่าวถึงสถานการณ์ตามห้องไอซียูตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ "เราจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่างในทันที"

จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่โรคระบาดใหญ่เริ่มต้นขึ้น มีผู้คนในเยอรมนีเสียชีวิตจากโควิด-19 ไปแล้ว 96,963 ราย

ดรอสเทน คาดหมายว่าฤดูหนาวปีนี้จะเป็นฤดูหนาวที่เหนื่อยยากมาก ๆ หากการฉีดวัคซีนไม่มีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว และมองว่ารัฐบาลเยอรมนีจะจำเป็นต้องพิจารณาบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ นานา

"เป็นไปได้มากว่าเราจำเป็นต้องควบคุมการแพร่ระบาดอีกครั้งผ่านมาตรการป้องกันการสัมผัสใกล้ชิด ไม่ใช่แค่อาจจะ แต่แน่นอนว่าเราต้องทำ" เขากล่าว "เราอยู่ในสถานการณ์ที่แย่ เรามีอีก 15 ล้านคนที่มีสิทธิ์ฉีดวัคซีนและควรฉีดวัคซีน"

ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการพบว่าราว 67% จากประชากรทั้งหมด 83 ล้านคนของเยอรมนี ฉีดวัคซีนครบแล้ว และจนถึงตอนนี้รัฐบาลยังไม่มีคำสั่งบังคับฉีดวัคซีนกับกลุ่มอาชีพไหน ๆ

เสียงเตือนอย่างน่ากลัวของนักวิทยาศาสตร์มีขึ้นในขณะที่ศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติของเยอรมนี รายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่รายวันในวันพุธ (10 พ.ย.) ทุบสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด

สถาบันโรเบิร์ต คอช รายงานว่าพบผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน 39,676 คน ทุบสถิติเดิม 37,102 คน ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ (5 พ.ค.) ที่ผ่านมา ขณะที่อัตราการติดเชื้อของเยอรมนี ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 232.1 เคสต่อประชากร 100,000 คน ในช่วง 7 วันหลังสุด

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่รัฐบาลยังคงเน้นย้ำว่าพวกเขาไม่มีเจตนากำหนดมาตรการล็อกดาวน์ และหันไปวิงวอนขอประชาชนให้เข้าฉีดวัคซีนแทน

ปัจจุบันเยอรมนีมีรัฐบาลรักษาการตามหลังศึกเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนกันยายน และ 3 พรรคการเมืองของเยอรมนี ที่อยู่ระหว่างเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสม เห็นพ้องว่าจะไม่ขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไป

'ฮาร์ท สุทธิพงศ์' เข้ารับทราบข้อหา ม.112 ตามหมายเรียก ปอท.

11 พ.ย. 64 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นาย ฮาร์ท สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล อายุ 57 ปี อดีตนักร้อง พิธีกร เดินทางมาบก.ปอท. ซึ่งในวันนี้เมื่อเวลา 10.00 น. พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท.ได้มีออกหมายเรียกมาพบเพื่อรับทราบข้อหาความผิดเกี่ยวกับสถาบันฯ และ พ.ร.บ.คอมพ์ฯ

โดยในช่วงเวลา 09.50 น. นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้พานายฮาร์ท สุทธิพงศ์ เข้าพบพนักงานสอบสวนและไม่ตอบคำถามสื่อฯ ว่าพาใครมา ขณะที่ฮาร์ท เลี่ยงตอบคำถาม แต่ไม่มีอาการวิตก แถมยังยกมือโบกให้กล้องด้วย

‘อ.ไชยันต์’ ติงสื่อตัดตอนคำวินิจฉัยศาลรธน. ชี้!! อาจทำให้คนรับ เข้าใจคลาดเคลื่อน

อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ เตือนนักข่าวสื่อออนไลน์ค่ายดังโควตคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญสั้น ๆ ชี้การสื่อสารโดยยกข้อความสั้นที่ตัดออกจากบริบทอาจทำให้คนรับเข้าใจคลาดเคลื่อน

วันนี้ 11 พ.ย. 64 จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ให้การกระทำของนายอานนท์ นำภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง จัดชุมนุมปราศรัยเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 63 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง พร้อมสั่งให้ผู้ถูกร้องที่ 1-3 และกลุ่มองค์กรเครือข่ายเลิกการกระทำดังกล่าวทันที หลังนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องเมื่อ 18 ส.ค. 63 เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัย

โดยศาลเห็นว่าการปราศรัยของบุคคลทั้งสาม มีเจตนาเพื่อทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ นำไปสู่การสร้างความปั่นป่วนและกระด้างกระเดื่อง เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเกินความพอเหมาะพอควร โดยมีผลทำให้กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และจะนำไปสู่การบ่อนทำลายการปกครองในที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานอย่างเป็นขบวนการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย และใช้ยุทธวิธีเปลี่ยนแปลงรูปแบบการชุมนุม ซึ่งมีลักษณะของการปลุกระดม ให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ก่อให้เกิดความวุ่นวายและความรุนแรงในสังคม

ล่าสุดเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ของ ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความกรณีที่ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ข่าวออนไลน์สำนักหนึ่ง (เวิร์คพอยต์ทูเดย์) โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ระบุว่า "เห็นได้ว่าประวัติศาสตร์การปกครองของไทยนี้ อำนาจการปกครองเป็นของพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด" และอ้างว่าเป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

“ผอ.อผศ.” เป็นประธาน พิธีบําเพ็ญกุศลระลึกทหารอาสาสงครามโลกครั้งที่ 1 

เนื่องในโอกาสวันที่ระลึกทหารอาสาสงครามโลกครั้งที่ ประจาปี 2564 ในวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน 2564 พล.อ.สัณทัศน์ นันทิภาคย์หิรัญ ผู้อานวยการองค์การสงเคราะห์ ทหารผ่านศึก(ผอ.อผศ.) เป็นประธานในพิธี บาเพ็ญกุศลทางศาสนาพุทธ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณทหารอาสาสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมี คณะผู้บริหารระดับสูงขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และทายาททหารอาสาสงครามโลก ร่วมในพิธีห้องชาตินักรบ อาคาร 2 ชั้นที่ 2 องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

นอกจากการจัดพิธีบาเพ็ญกุศลทางศาสนาพุทธแล้ว องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวันที่ระลึก ทหารอาสาสงครามโลก ณ ห้องชาตินักรบ อาคาร 2 ชั้นที่ 2 องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก โดยมีวิทยากรบรรยายให้ความรู้ถ่ายทอดสดออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting มีผู้เข้ารับชม
ประกอบด้วยพนักงานและลูกจ้างประจาหน่วยงานกิจการพิเศษขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และนักเรียนจากโรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบารุง นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนจากโรงเรียนดอนเมือง จาตุรจินดา จานวน 50 คน เดินทางมาเข้ารับฟังการบรรยายและชมนิทรรศการเนื่องในวันที่ระลึกทหาร อาสาฯ อีกด้วย

เหลือเชื่อ !! นางรำ ร่วม 200 คน รำแก้บนถวาย  หลังสู้ศึกเลือกตั้งชนะขาดนั่งนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่

ที่ภายในลานสนามกีฬาหญ้าเทียม  เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่  ต.แพรกษาใหม่  อ.เมือง  จ.สมุทรปราการ  มีกลุ่มสตรีและประชาชนจำนวนมาก  ร่วม 200 คน รวมถึงประชาชนผู้สูงอายุพร้อมใจกันแต่งชุดไทยพื้นบ้านเดินทางมายังเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่  เพื่อร่วมรำวงแก้บนถวายเจ้าพ่อโคกพร้าว  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนชาวแพรกษาใหม่ให้ความเคารพนับถือ  และมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อศาลเจ้าพ่อโคกพร้าวมานาน กว่า 100 ปี  ตามความเชื่อหลังจากมีประชาชนได้บนบานขอให้นายก อำนวย  บุญริ้ว ชนะการเลือกตั้งและกับมาเป็นนายกเหมือนเดิม

จากการสอบถาม  ตัวแทนกลุ่มสตรีแพรกษาใหม่  เปิดเผยว่า  เนื่องจากประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่  มีความรัก  ความเชื่อมั่นในตัวนายก  อำนวย  บุญริ้ว  เป็นอย่างมากเพราะที่ผ่านมาได้ดูแลแก้ไขปรับปรุงพื้นที่แพรกษาใหม่ให้มีความเจริญขึ้น  และมีการพัฒนาท้องถิ่นในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง  ช่วยเหลือดูแลประชาชนอีกทั้งไม่เคยถือตัวพูดจริงทำจริงจึงเป็นที่รักของประชาชนจำนวนมาก  กระทั่ง  ที่ผ่านมาได้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นประชาชนจำนวนมากต่างพร้อมใจกันมาบนบานเจ้าพ่อโคกพร้าว  เพื่อขอให้นายอำนวย  บุญริ้ว  ชนะการเลือกตั้งและกับมาเป็นนายกอีกครั้งพร้อมทีมสมาชิกทั้งหมด และในวันนี้จึงได้ร่วมกันรำแก้บนถวายเจ้าพ่อโคกพร้าวตามที่บนบานไว้  พร้อมทั้งมีกลุ่มผู้สูงอายุมาร่วมตีกลองยาวและร่วมรำแก้บนถวายปู่โคกพร้าวอีกด้วย

สองผัวเมีย ร้องทุกข์!! ตาติดเชื้อต้องควักทิ้ง 1 ข้าง เชื่อ!! โดนแหย่จมูกตรวจโควิดซ้ำ!!

สองผัวเมียร้องสื่อฯ ไปโรงพยาบาลผ่าตัดขา เจอตรวจโควิด-19 ถูกแหย่จมูกซ้ำ ๆ จนดวงตาติดเชื้อร้ายจากโพรงจมูก สุดท้ายโดนควักลูกตาซ้ายออกป้องกันลามไปอีกข้าง วอนหน่วยงานหาข้อเท็จจริงและรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากชาวบ้านในพื้นที่ ต.คลองแม่ลาย อ.เมืองกำแพงเพชร ว่ามีหญิงวัย 60 ปีได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุหกล้มจนกระดูกขาด้านซ้ายหัก ระหว่างเข้าทำการรักษาอาการนั้น เจ้าหน้าที่รพ. ได้ทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยแจ้งว่าเป็นระเบียบของทาง รพ.

คนไข้ที่เข้ามาทำการรักษาในเบื้องต้นจะต้อง swab ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทันที จากนั้นไม่นานดวงตาด้านซ้ายเริ่มมีอาการติดเชื้อรุนแรง ซึ่งคาดว่าเป็นผลพวงที่เกิดจากการแหย่จมูกหาเชื้อโควิด-19 ของเจ้าหน้าที่ รพ. ซึ่งผู้ป่วยวิงวอนขอให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนทำให้เสียดวงตาอันเป็นสิ่งสำคัญในการมองเห็นไป อีกทั้งยังทำให้ครอบครัวตนขาดรายได้

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง ณ บ้านเลขที่ 3 หมู่ 3 ต.คลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นบ้านของนายปาณชัย เย็นมั่น อายุ 60 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป และนางสุนันทา เย็นมั่น อายุ 60 ปี สองสามีภรรยา

พบว่า นางสุนันทา เย็นมั่น ผู้ป่วยในกรณีดังกล่าวต้องใช้เหล็กค้ำยัน 4 ขา (วอล์กเกอร์) พยุงตัวในเวลาเดิน ขาด้านซ้ายมีร่องรอยการผ่าตัด บริเวณใบหน้าโหนกแก้มยุบทั้งสองข้างเนื่องจากไม่มีโครงกระดูกรองรับ ใบหน้ามีแผลเป็น ซึ่งทราบภายหลังว่าเกิดจากการรักษาโรคมะเร็งโพรงจมูกเมื่อหลายปีก่อน

ส่วนดวงตาด้านซ้ายมีสภาพบอดสนิท เนื่องจากแพทย์แจ้งว่าเกิดอาการติดเชื้อรุนแรงจำเป็นต้องนำเอาดวงตาข้างดังกล่าวออก เพราะหากปล่อยไว้จะลุกลามไปยังดวงตาอีกข้าง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้นมาอีก

สองสามีภรรยายืนยันต่อผู้สื่อข่าวถึงสาเหตุที่ทำให้ดวงตาด้านซ้ายของนางสุนันทาบอดนั้นเกิดจากการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในช่วงที่เข้าไปผ่าตัดขาตามแพทย์นัดที่ รพ. อย่างแน่นอน เพราะก่อนเข้ารักษาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจหาเชื้อโควิดก่อน โดยการใช้อุปกรณ์ตรวจแหย่เข้าไปในรูจมูก (swab)

ขณะที่ก่อนหน้านี้นางสุนันทาได้เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งโพรงจมูกจนต้องผ่าตัดเอาโครงกระดูกบริเวณโหนกแก้มออก คาดว่าอุปกรณ์การตรวจที่แหย่เข้าไปในรูจมูกของผู้ป่วยอาจจะเข้าไปกระทบกระเทือนกับระบบประสาทตา จนทำให้ดวงตาเกิดการอักเสบติดเชื้อ กระทั่งแพทย์ต้องนำเอาดวงตาด้านซ้ายออกมา เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามไปยังดวงตาอีกข้าง

สองสามีภรรยาได้ติงว่าทางเจ้าหน้าที่รพ. น่าจะหาวิธีหลีกเลี่ยงในการตรวจโควิดนางสุนันทา ที่เคยเป็นผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาผ่าตัดโครงสร้างของโพรงจมูกมาแล้ว เนื่องจากเป็นโรคมะเร็งผิวหนังบริเวณใบหน้าจนเชื้อกินลึกไปถึงในโพรงจมูก

นายปาณชัย เย็นมั่น สามีนางสุนันทา ผู้ป่วย กล่าวว่า ช่วงที่เจ้าหน้าที่รพ. ตรวจ swab บางครั้งตนไม่ได้เข้าไปดู อยู่มาวันหนึ่งช่วงเที่ยงหลัง swab เสร็จก็เตรียมรับประทานอาหารกัน ขณะนั้นตนสังเกตเห็นมีน้ำขุ่น ๆ ไหลออกมาจากทางจมูก ตอนแรกตนคิดว่าเป็นน้ำมูกก็ไม่ได้คิดอะไร

สถานบริการทางเพศออสเตรีย จัดโปรล่อใจหนุ่มฉีดวัคซีน หลังอัตราฉีดของประเทศยังต่ำกว่าเกณฑ์ 70%

สถานบริการทางเพศในกรุงเวียนนาของออสเตรีย ให้บริการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 และมอบโปรโมชันใช้บริการฟรี 30 นาที

“ฟัน พาลาสท์” (Fun Palast) สถานประกอบการที่ให้บริการค้าประเวณีแห่งหนึ่งในกรุงเวียนนาของออสเตรีย ได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 พร้อมมอบข้อเสนอเป็นบัตรกำนัลห้องซาวน่า มูลค่า 40 ยูโร หรือกว่า 1,500 บาท สำหรับใช้บริการฟรีเป็นเวลา 30 นาที

สถานบริการทางเพศแห่งนี้ จะเปิดให้บริการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เป็นเวลา 4 ชั่วโมงของทุกวันจันทร์ ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชายเข้ารับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสดังกล่าวมากขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top