Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

‘ไทยภักดี’ ซัดก๊วนปลุกยกเลิกเลขไทย ที่แท้กลุ่มเดียวกับรื้อมาตรา 112

(30 พ.ค.65) นายปฏิยุทธ ทองประจง กรรมการบริหารพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า... 

แค่ผมโพสต์ว่า ตอนเด็กผมโคตรภูมิใจมาก เมื่อเขียนเลขไทยได้ แต่ก็แปลกใจที่มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาบูลลี่ผม

แคปโพสต์บางโพสต์ที่ผมโพสต์ มีเลขอารบิก คือ นโยบายไทยภักดี ลดค่าครองชีพประชาชน ผลิตปุ๋ยยูเรีย 750 บาท ไฟฟ้าชุมชน 2.50บาท ก๊าซหุงต้มกิโลกรัมละ 7 บาท อินเทอร์เน็ตเดือนละ 49 บาท เอามาเป็นประเด็นบูลลี่ผม

เอาจริง ๆ นะครับ เราเกิดเป็นคนไทย เราก็รักอะไรที่เป็นไทย เลขไทย ภาษาไทย ใครๆ ก็รัก ส่วนเลขอารบิก อะไรที่ไม่เป็นทางการเราก็นำมาใช้สลับกับเลขไทยเป็นปกติ

เอาประเด็นยกเลิกเลขไทย ยกเลิกภาษาไทย มาเป็นประเด็นเพื่อสร้างความแตกแยก และเปลี่ยนแปลงการปกครอง คนไทยรู้ทัน อย่าคิดทำครับ

ยกเลิก มาตรา ๑ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ยกเลิก ม.๑๑๒ ยกเลิกผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ล้วนแล้วเป็น กลุ่มคนกลุ่มเดียวกันครับ


ที่มา: https://www.thaipost.net/x-cite-news/151448/?fbclid=IwAR0M1oih2sNaPPL6DW7BcWY_WF-1DvCYFQkeejhe7-7K3wMaHdE7iddYn78

'เป๊ปซี่' ประกาศขึ้นราคา 1-2 บาท เริ่ม 1 มิ.ย.นี้ หลังต้นทุนการผลิตพุ่งสูง

ด้วยปัจจัยหลายอย่างในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น เงินเฟ้อ โรคระบาดอย่างโควิด-19 หรือแม้กระทั่งสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่กำลังดำเนินอยู่ ปัจจัยเหล่านี้กำลังกดดันซัปพลายเชนทั่วโลก ส่งผลให้วัตถุดิบและต้นทุนการผลิตของสินค้าหลายรายการพุ่งสูงขึ้น

ทางออกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ เหล่าผู้ผลิตต้องมีการปรับ “ขึ้นราคา” สินค้า เพื่อให้กิจการของตัวเองดำเนินต่อไปได้ แบบไม่ขาดทุน

ส่งผลให้ของใช้ในชิวิตประจำวันหลายอย่างแพงขึ้น ไม่เว้นแม้แต่สินค้าที่ต้องขายให้ถูกที่สุดอย่าง “มาม่า” ก็มีการปรับราคาขึ้นมาก่อนหน้านี้

และล่าสุด “เป๊ปซี่” เจ้าตลาดเครื่องดื่มโคล่าเมืองไทย ที่เป็นที่ ก็ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้เช่นกัน 
จึงได้มีการประกาศขึ้นราคาขายปลีกทุกไซซ์ 1-2 บาท ต่อขวดและกระป๋อง

ซึ่งการขึ้นราคาดังกล่าว มีสาเหตุมาจากต้นทุนของวัตถุดิบหลักที่นำมาผลิตแพ็กเกจจิง อย่าง “ขวดพลาสติก-กระป๋องอะลูมิเนียม” ที่มีการปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

โดยการปรับขึ้นราคาดังกล่าว จะส่งผลให้ไลน์เป๊ปซี่แบบกระป๋อง/ขวด ที่มีราคาตั้งแต่ 10 / 12 / 15 บาท 
ปรับขึ้นมา 1 บาท เป็น 11 / 13 / 16  บาท ตามลำดับ

ส่วนขนาดอื่น ๆ ที่มีราคาตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป จะมีการรับราคาขึ้น 2 บาทต่อขวด

การปรับขึ้นราคาดังกล่าว จะมีผล ณ วันที่ 1 มิ.ย 65 เป็นต้นไป

“อนุทิน” เผย “อุ๊งอิ๊ง”ลุยอีสานใต้ ไม่แปลก ชี้ นับถอยหลังลต. ต้องเร่งหาเสียง เชื่อสุดท้ายปชช. ตัดสินที่นโยบาย

 เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 30 พ.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย จะลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะขณะนี้เหลือเวลาอีก 9-10 เดือน เป็นเวลาเหมาะสมที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องทางการเมืองต้องเริ่มรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง สร้างความนิยมต่อประชาชน อย่าไปมองว่าเป็นพื้นที่ของคนนู้นคนนี้ เพราะเป็นพื้นที่ของประชาชน จึงอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน หากใครมีโอกาสและมีเวลาก็ต้องเร่งลงพื้นที่เพื่อชี้แจงและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เพื่อที่จะให้เลือกกลับมาเป็นตัวแทน

ผู้สื่อข่าวถามว่า  การที่น.ส.
แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ลงพื้นที่ จะปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องมองเป็นนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง แต่ละพรรคก็มีดี ส่วนคนที่จะตัดสินใจคือประชาชน ดังนั้นทุกพรรคต้องเร่งสร้างนโยบายที่ประชาชนเห็นแล้วว่าจับต้องได้ พูดแล้วทำ

อุตตม เสนอยกระดับแก้หนี้เกษตรกร เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมชูภาคอีสานเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่

อุตตมโพสต์หลังลงพื้นที่อีสาน พบปัญหาหนี้สินเกษตรกรทวีความรุนแรง เสนอให้รัฐบาลยกเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเร่งพัฒนาอีสาน เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เร่งโครงการรถไฟฟ้าไทยจีนเชื่อมโยงทั้งภาค

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงการลงพื้นที่ภาคอีสาน 4 จังหวัดเป็นครั้งแรกของคณะผู้บริหารพรรค ซึ่งเริ่มจากจังหวัดหนองบัวลำภู - สกลนคร - มุกดาหาร และอุบลราชธานี ในระหว่างวันที่ 26-28 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ นอกจากเพื่อไปนำเสนอแนวคิดแนวนโยบายของพรรคต่อพี่น้องประชาชนแล้ว พรรคยังได้เปิดตัวแนะนำผู้แสดงเจตจำนงที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในนามพรรค และที่สำคัญที่สุดคือตั้งใจไปรับฟังปัญหาและแนวทางการพัฒนาพื้นที่จากคนในพื้นที่โดยตรง เพื่อนำข้อมูลที่ได้กลับมาจัดทำเป็นนโยบายดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในภาคอีสานต่อไป

โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พบว่าประเด็นปัญหาหนี้สินเกษตรกรเป็นเรื่องที่พูดถึงมากที่สุด แม้หลายสิบปีที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองได้หยิบยกขึ้นมาพูดหาเสียงทุกครั้ง แต่มาจนถึงทุกวันนี้ ปัญหาหนี้สินไม่ได้ทุเลาเบาบางลง แต่กลับหนักหน่วงขึ้น เพราะสถานการณ์โควิดที่กระทบกับการหารายได้ และค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากราคาสินค้าต่างๆ ที่กำลังขยับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกษตรกรชักหน้าไม่ถึงหลังจึงต้องกู้หนี้ยืมสินเพิ่ม

“ผมเชื่อว่า ปัญหาหนี้สินไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการพักชำระหนี้ให้เกษตรกรแค่ปีสองปี เพราะในที่สุดแล้วหนี้สินเหล่านั้นก็กลับมาใหม่อยู่ดี แต่เราต้องแก้ด้วยการสร้างโอกาสในการหารายได้เพิ่มให้เกษตรกรควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างหนี้ให้ยืดระยะเวลาออกไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความสามารถในการหารายได้ที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีโอกาสตั้งหลักใหม่ได้อย่างแท้จริง หลุดพ้นจากวงจรการเป็นหนี้สินแบบเดิมๆ”

‘ชวน’ ยันสภาฯ พร้อมสอบ ‘จริยธรรม’ ปมคลิป ‘เต้007’ ขู่กระทืบ ‘ทนายเดชา’

(30 พ.ค.65) ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ‘ทนายเดชา’ เตรียมร้องสอบจริยธรรมนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ภายหลังมีคลิปเสียงโทรศัพท์แสดงพฤติกรรมข่มขู่ให้เลิกวิพากษ์วิจารณ์คดีแตงโม ว่า วันนี้ (30 พฤษภาคม 2565) ในช่วงบ่ายทางคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร จะมีการประชุมเรื่องที่มีการร้องเรียนให้ตรวจสอบจริยธรรมของนายมงคลกิตติ์ ที่มีการร้องเรียนมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน โดยเรื่องของทนายเดชายังไม่ได้มีการยื่นร้องเรียนมา

“อะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัว แต่หากไปทำผิดต่อจริยธรรมนักการเมือง ทางคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร จะต้องดำเนินการตรวจสอบ แม้กระทั่งคำพูดที่ไม่เหมาะสมก็สามารถร้องเรียนได้ โดยจะต้องมีคนร้องเรียนเข้ามาก่อน จากนั้นคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร จะส่งเรื่องให้อนุกรรมการฯที่เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพสูง และมีความตรงไปตรงมา ตรวจสอบว่ามีเรื่องอะไรร้องเรียนมาบ้างด้วยความเป็นธรรม” ประธานสภาฯ กล่าว

ขณะที่ด้าน ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โพสต์เฟซบุ๊ก ‘รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์’ ระบุว่า "ทำงานมาเป็นสิบๆปีเจอคนขู่มาก็เยอะ ทั้งตำรวจ ทหาร มาเฟีย มือปืน ถ้ากลัวคงไม่มายืนอยู่จุดนี้หรอกครับ แต่ส่วนนึงผมก็เข้าใจแหละคนที่เสียผลประโยชน์เค้าก็ย่อมไม่ชอบเราเป็นธรรมดา แต่เห็นขู่ผ่านสื่อเราคงนิ่งไม่ได้ ต้องดำเนินคดีเพราะเดี๋ยวประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะเด็กๆ มาเห็นจะเอาเป็นแบบอย่างคิดว่าการข่มขู่กันผ่านสื่อสามารถทำได้ไม่มีกฎหมายเอาผิด”


ที่มา: https://www.naewna.com/politic/656902
https://www.naewna.com/likesara/656905

จุรินทร์ ลั่น เช็คเสียงแล้ว มั่นใจ พรบ.งบฯฉลุย แจง จัดทำงบฯมีข้อจำกัด ผลกระทบจากหลายวิกฤต

เมื่อเวลา 09.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจ้องล้ม พระราชบัญญัติงบประมาณปี 2566  ว่า จนถึงขณะนี้ตนยังคิดในแง่ดีว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณจะผ่านได้ เพราะรัฐบาลยังมีเสียงข้างมากอยู่ เท่าที่ตรวจสอบเสียงสนับสนุนรัฐบาลยังมีอยู่ ส่วนกรณีที่มีการติงกันว่า การจัดทำงบประมาณปี 2566 ครั้งนี้ทำให้ไม่สามารถจะกู้เพิ่มได้อีก ตนคิดว่าการจัดทำงบประมาณไม่ว่ารัฐบาลไหน ต้องจัดตามสถานการณ์และสภาพเศรษฐกิจ

และแต่ละช่วงสถานการณ์ของประเทศมีความแตกต่างกัน เช่น 2-3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการจัดทำงบประมาณในปีนี้ที่ต้องยอมรับว่า ทั้งโลกไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย เราเจอภาวะวิกฤตหลายวิกฤตซ้อนกัน ทั้ง วิกฤติ โควิด-19 วิกฤติเศรษฐกิจในภาพรวม และสงครามรัสเซียยูเครน ทั้งหมดล้วนมีผลกระทบ และนำมาสู่การจัดทำงบประมาณในปีนี้ มันจะเหมือนกันทุกปีไม่ได้ ตนเชื่อว่ารัฐบาลพยายามทำอย่างดีที่สุดในการจัดทำงบประมาณ ทุกคนอยากเข้าไปแก้ปัญหาได้มากกว่านี้ แต่ภาวะข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ทำให้ทำได้ตามข้อจำกัดที่มีอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าฝ่ายค้านเล่นการเมืองมากเกินไปหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นหน้าที่แต่ละฝ่าย และฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบถือว่าปกติ รัฐบาลก็ชี้แจง เชื่อว่านายกฯและรัฐมนตรีทุกคนพร้อมชี้แจง 

'ลุงตู่' ขอวัยรุ่นอย่าใจร้อน! ฟุ้งผลงาน 7 ปี ถือว่าทำเร็วแล้ว

‘บิ๊กตู่’ ขอวัยรุ่นอย่าใจร้อน ฟุ้งผลงาน 6-7 ปี ที่ทำไว้ถือว่าเร็วแล้ว ภายใต้เงื่อนไขกฎหมาย และกระแสต่อต้าน

30 พ.ค. 2565 – เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำคณะนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทยที่ได้รับเหรียญทองจากกีฬาซีเกมส์ ที่ประเทศเวียดนาม (Fifa online, ROV) และ นักกีฬาอีสปอร์ตที่ได้รับรางวัลแชมป์โลก (เกมส์ Free fire ทีม Attack All Around) เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีด้วยใจจริง ยินดีที่ประสบความสำเร็จ เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีคาดหวังมานานแล้ว และได้ให้แนวนโยบายในการสนับสนุนกีฬาประเภทดังกล่าว เพื่อให้พัฒนาบุคลากรของเราด้วย ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มรายได้ทางเศรษฐกิจ ซึ่งนักกีฬาทุกคนถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญในอนาคตของประเทศไทยซึ่งถือเป็นคนรุ่นใหม่ จะเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก ในนามของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลยินดีกับทุกคนด้วยใจจริงและจะให้การสนับสนุนต่อไป เพื่อให้เกิดเป็นมูลค่าสร้างสรรค์ประเทศเราให้เจริญก้าวหน้าต่อไป เพราะเรามักมีรายได้ของประเทศจากสิ่งเดิมๆ ดังนั้นจำเป็นต้องหาแหล่งรายได้ใหม่ นอกจากเรื่องของกีฬา การท่องเที่ยวของเราก็พัฒนาให้มีคุณภาพ พัฒนาสาธารณณูปโภคพื้นฐาน แต่ที่สำคัญคือการพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ ซึ่งบางครั้งจำเป็นเราต้องเรียนรู้จากคนอื่นด้วย
 

‘หมอยง’ เคลียร์ชัดใครควรฉีดเข็ม 4 ส่วนวัยรุ่นให้รอดูสถานการณ์ก่อน

(30 พ.ค.65) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan หัวข้อ ‘โควิด 19 วัคซีนเข็มที่ 4’ ระบุว่า…

การให้วัคซีนครบ หมายถึง ให้เบื้องต้น 2 เข็ม และตามด้วยเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 ระดับภูมิต้านทานจะขึ้นมาสูง แล้วก็ค่อยๆ ลดลงอีก ก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ อยากให้ทุกคนได้รับอย่างน้อย 3 เข็ม

มีคำถามเข้ามามากโดยเฉพาะ เข็ม 4 

การให้เข็ม 4 จะเป็นการกระตุ้นให้ระดับภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นอีก ดังนั้นบุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยง กลุ่ม 608 ที่มีอายุเกิน 60 ปี หรือถ้าอายุน้อย แต่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อย 1 อย่าง หรือบุคคลที่เสี่ยงต่อการติดโรค บุคลากรทางการแพทย์ ทำงานอยู่ด่านหน้า ควรจะได้รับเข็ม 4 เพื่อให้ระดับภูมิต้านทานสูง และถ้าติดโรค ก็จะได้ลดความรุนแรงของโรคลง
 

‘เพื่อไทย’ สับรัฐ ไร้น้ำยา 8 ปี ทำศก.ต่ำเตี้ย เตรียมปลุก ส.ส. โหวตคว่ำงบ 66

(30 พ.ค.65) นายพชร นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า งบประมาณปี 2566 ที่กำลังจะเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร โดยมีวงเงิน 3,185,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 เป็นจำนวนเงิน 85,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.74% แต่ก็ยังน้อยกว่างบประมาณปี 2564 ทีมีงบประมาณ 3,280,000 ล้านบาท อยู่ถึง 100,000 ล้านบาท แสดงว่าประเทศไทยยังเสื่อมถอยถึงต้องจัดงบประมาณลดลง เพราะการเก็บรายได้ที่ไม่ได้ตามคาดประมาณ นอกจากนี้เงินเฟ้อในปีนี้น่าจะสูงถึง 4.9% ตามที่แบงก์ชาติคาดการณ์ จะทำให้งบประมาณปี 2566 หลังจากหักเงินเฟ้อแล้วจะน้อยกว่าปี 2565 ด้วยซ้ำ การจัดงบประมาณที่ลดลงทั้งที่ประเทศต้องการเงินเพื่อฟื้นเศรษฐกิจแสดงถึงความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ปัญหาหลักไม่ได้อยู่แค่เรื่องมากขึ้นหรือน้อยลงเท่านั้น แต่เป็นปัญหาของการใช้งบประมาณแบบไม่มีประสิทธิภาพ พลเอกประยุทธ์จัดงบประมาณมา 8 ปีแล้ว ใช้เงินไปแล้วกว่า 20 ล้านล้านบาท แต่เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ต่ำเตี้ย ประชาชนส่วนใหญ่รายได้ลดลง หนี้สินเพิ่มขึ้นมากทั้งหนี้ประเทศ หนี้ครัวเรือน หนี้ภาคธุรกิจ และหนี้เสีย คนตกงานเพิ่มขึ้น คนจนมากขึ้น ความเหลื่อมล้ำห่างมากขึ้น ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยลดลง ทุจริตเพิ่มมากขึ้น ตามที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ได้อธิบายไว้แล้ว แต่ก็ยังคิดจะจัดงบประมาณแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แล้วจะหวังว่าเศรษฐกิจของไทยจะกลับมาฟื้นคงเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะปัจจุบันโลกอยู่ในภาวะสงครามรัสเซียยูเครน การจัดงบประมาณแบบเดิมๆ จะยิ่งไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นได้เลย

ดังนั้น การจัดงบประมาณที่ยังติดกรอบคิดแบบเดิม ไม่ปรับตามสภาวะเศรษฐกิจและความจำเป็นเร่งด่วนของประเทศและประชาชนในปัจจุบัน ที่ประชาชนกำลังลำบากกันอย่างมากจากพิษเศรษฐกิจ จากปัญหาราคาน้ำมันแพง ข้าวของราคาแพง เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยจะขึ้น ฯลฯ จะไม่สามารถแก้ปัญหาของประะทศไทยได้ อย่างไรก็ดี งบประมาณที่ดี จะต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งหมดลง เพื่อนำเงินไปฟื้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนให้ได้ก่อน แต่ปรากฏว่างบประมาณปี 2566 กลับมีงบรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นอีกโดยมีงบรายจ่ายประจำถึง 2,396,942.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23,932.7 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 1.01% ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เช่นนี้งบรายจ่ายประจำควรที่จะต้องลดเพื่อนำเงินไปฟื้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยสนับสนุนประชาชนในเรื่องเศรษฐกิจมากกว่า

‘รุ้ง’ ถาม คิดยังไงเรื่องยกเลิกมาตรา 112 ‘ชัชชาติ’ ตอบ อย่านำความโกรธแค้นเป็นตัวนำ

รุ้ง-ปนัสยา แกนนำม็อบราษฎรโพสต์ทวิตเตอร์ แจงที่ถามชัชชาติเรื่องยกเลิกมาตรา 112 ถามอย่างซื่อๆ แค่อยากรู้ว่าคิดยังไง ไม่คาดหวังคำตอบและไม่ได้โจมตีใคร ด้านชัชชาติบอกดีใจที่ได้เจอ ถามได้ทุกคำถาม

(30 พ.ค.65) จากกรณีที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในงานตลาด (นัด) ราษฎร ที่สวนครูองุ่น ซอยทองหล่อ 3 เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ตอบคำถามที่ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าม็อบราษฎร ถึงประเด็นการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งนายชัชชาติตอบว่า ต้องมีความละมุนละม่อม โดยเริ่มจากการไม่เอามาตรา 112 มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง แม้จะอดทนตั้งแต่ปฏิวัติมา แต่ต้องมียุทธศาสตร์ในการเดิน การแก้แค้นจะดีที่สุดเมื่อตอนที่มันเย็นแล้ว อย่าไปเอาความโกรธความแค้นมาทำ เชื่อว่ามียุทธศาสตร์ในการเดิน แล้วเวลาก็อยู่ข้างพวกเรา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top