Saturday, 27 June 2026
Hard News Team

'สุริยะ' ดัน DIPROM Community ชุบชีวิต ศก.ฐานราก ชี้!! ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยเพิ่ม 7 พันล้านบาท

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการ Kick Off พัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ชุมชนดีพร้อม สั่งการอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมุ่งเป้าการพัฒนาชุมชนเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ 3 หมู่บ้าน CIV ก้าวไปสู่ยุคที่ 4 “ชุมชนดีพร้อม หรือ DIPROM Community อย่างเต็มรูปแบบทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย คาดกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่า 7,000 ล้านบาท

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 เป็นวิกฤติการณ์ระดับโลกที่ก่อให้เกิดผลกระทบในทุกมิติ โดยเฉพาะมิติด้านเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงได้ให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำ และการสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากโดยเฉพาะในระดับชุมชน ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ

นายสุริยะ จึงได้สั่งการให้ดีพร้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ดำเนินโครงการเพื่อเร่งฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเน้นอุตสาหกรรมที่เป็นเศรษฐกิจฐานราก ภาคเกษตรอุตสาหกรรม, ภาคการผลิตสินค้า และภาคบริการของชุมชน ให้สามารถฟื้นตัวกลับมาสู่ปกติโดยเร็ว ผ่านนโยบายในการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนที่เน้นการปรับรูปแบบการดำเนินงานให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของการใช้ชีวิตวิถีใหม่ เพื่อมุ่งเป้าการพัฒนาชุมชนก้าวไปสู่ยุคที่ 4 

โดยพัฒนาจาก “หมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ หมู่บ้านซีไอวี (CIV)” ในยุคที่ 3 สู่กลไกใหม่ในยุคที่ 4 “ชุมชนดีพร้อม หรือ DIPROM Community” ซึ่งเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งและสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งมีการพัฒนาที่ครบถ้วนใน 7 มิติที่ดีพร้อม ทั้ง แผนชุมชน, คนชุมชน, แบรนด์ชุมชน, ผลิตภัณฑ์ชุมชน, เครื่องจักรชุมชน, ตลาดชุมชน และเงินหมุนเวียนในชุมชน 

ถือเป็นการ “เปลี่ยนวิถีใหม่ ปรุง 7 วิธี ปั้นชุมชนดีพร้อม” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้ดีพร้อมอย่างเต็มรูปแบบทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย คาดกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่า 7,000 ล้านบาท 

'บิ๊กน้อย' โพสต์ตอบโซเชียล “ยอมรับมองคนผิด” นึกว่าเขาจะทำเพื่อปชช. ลั่นไม่หนุนล้มรัฐบาล

(27 พ.ค.65) จากเฟซบุ๊กของ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย(ศท.) ที่โพสต์อยากเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงของประเทศในทางที่ดีขึ้น ในวันที่ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีผู้เข้ามาคอมเมนต์จำนวนมากนั้น 

ด้าน พล.อ.วิชญ์ ได้เข้าไปตอบกลับหลายคอมเมนต์ อาทิ คอมเมนต์ที่ระบุว่า “ไปยอมเป็นลูกน้อง รอ.เพื่ออะไร” ซึ่งพล.อ.วิชญ์ ได้ตอบกลับไปว่า “ในพรรคการเมือง ไม่มีใครเป็นลูกน้องใครครับ ผมเข้ามาช่วยทำงานตามคำเชิญของเขา ด้วยคิดผิดว่า เขาจะทำเพื่อประชาชน และประเทศชาติครับ ต้องขอโทษทุกท่านที่ผมมองคนผิดไปครับ”

และคอมเมนต์ที่ระบุว่า “ไปเชื่อใครไม่เชื่อ ไปเชื่อรอ.” พล.อ.วิชญ์ ตอบคอมเมนต์ว่า “ต้องขออภัยด้วยครับ ผมเองไม่ได้รู้จักกันดี มองคนผิด เห็นภาพเป็นคนทำงาน คิดว่าจะช่วยกันทำงานได้ ผมตั้งใจทำงานให้บ้านเมืองมาโดยตลอด ไม่เห็นด้วยกับการที่จะมองแต่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ชีวิตคนเราตายไป เอาไปไม่ได้สักอย่างครับ”

สหรัฐฯ คว่ำต่อ!! แม้ ‘รัสเซีย’ เปิดท่าเรือทะเลดำ ให้เรือต่างชาติเข้าออกได้อย่างปลอดภัย

กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ‘สัญญา’ จะเปิดเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยเพื่อให้เรือต่างชาติออกจากท่าเรือทะเลดำ และเปิดเส้นทางเดินเรือแยกอีกต่างหาก เพื่อเปิดทางให้เรือออกจากท่าเมืองมารีอูโปล โดยแล่นจากท่าเรือในทะเลอาซอฟ (Azov) ไปยังทะเลดำ

โดยสำนักข่าว ‘อินเทอร์แฟกซ์’ ได้รายงานตามการอ้างอิงถ้อยคำของ ‘พันเอก มิคาอิล มิซินต์เซฟ’ ซึ่งเป็นหัวหน้าศูนย์ควบคุมการป้องกันประเทศของรัสเซีย ซึ่งระบุว่า ขณะนี้เรือต่างประเทศ 70 ลำจาก 16 ประเทศ อยู่ที่ท่าเรือ 6 แห่งในทะเลดำ รวมถึงโอเดสซา เคอร์ซัน และมิโคไลฟ โดยเส้นทางเหล่านี้จะเปิดให้บริการทุกวัน

WHO ซูฮก!! ยกไทยพิชิตโควิดยอดเยี่ยม ขอนำแนวทางไปปรับในระดับสากล

‘บิ๊กตู่’ ชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ไทย 2 ท่าน ขึ้นรับรางวัลจาก WHO ระหว่างการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 75 พร้อมขอบคุณทีมไทยแลนด์แสดงศักยภาพด้านสาธารณสุขไทยเป็นที่ยอมรับระดับโลก 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชื่นชมความสำเร็จของบุคลากรทางการแพทย์จากประเทศไทย 2 ท่าน ที่ได้รับรางวัลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกอบด้วย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ในรางวัล Dr LEE Jong-wook Memorial Prize for Public Health และนพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ด้านเวชกรรม สาขาจักษุวิทยา โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ ในรางวัล Sasakawa Health Prize สำหรับพิธีมอบรางวัลได้จัดขึ้นในวันเดียวกันนี้ (27 พ.ค.) ระหว่างการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 75  ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ซึ่งในส่วนของ ศ.นพ.ประกิต ติดภารกิจไม่สามารถเดินทางไปรับรางวัลด้วยตนเอง นางสุพัตรา ศรีไมตรีพิทักษ์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา จึงเป็นผู้ขึ้นรับรางวัลแทน 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า บุคลากรทางการแพทย์ทั้ง 2 ท่าน ได้รับการยกย่องจาก WHO เนื่องด้วยเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อวงการสาธารณสุข โดย ศ.นพ.ประกิต วาธีสาธกกิจ ได้ทำงานภาคประชาสังคมในการสร้างเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ มีผลงานเชิงประจักษ์เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ นพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข เป็นจักษุแพทย์เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคจอประสาทตา ที่มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาตาบอดในประเทศไทย โดยเฉพาะภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตา โดยพัฒนาวิธีการคัดกรอง ริเริ่มโครงการสำคัญๆ กระทั่งจำนวนผู้ป่วยที่ตาบอดอันเนื่องมาจากภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตาลดลงอย่างมาก

ส่งออกสดใส เดือนเม.ย. พุ่ง 9.9 % มูลค่า 23,521 ล้านเหรียญฯ อานิสงส์ สินค้าเกษตร-อุตสาหกรรม โตต่อเนื่อง

พาณิชย์ เผย ส่งออกเดือน เม.ย.ขยายตัว 9.9 % มูลค่า 23,521  ล้านดอลสาร์ รวม 4 เดือน ขยายตัว13.7%  มีมูลค่า 97,122 ล้านดอลลาร์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการส่งออกของไทยเดือนเมษายน 2565 พบว่า มีมูลค่า 23,521 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 9.9% ถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การนำเข้า มีมูลค่า 25,429 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 21.5% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 1,908 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การส่งออกที่ขยายตัวเป็นผลมาจากสินค้าสำคัญ 3 หมวดสำคัญมีการเติบโต เช่น สินค้าการเกษตร สินค้าเกษตรอุตสาหกรรมและสินค้าอุตสาหกรรม 

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การส่งออก 4 เดือน (มกราคม-เมษายน 2565) มีมูลค่า 97,122 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 13.7% ขณะที่ การนำเข้า มีมูลค่า 99,975 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 19.2% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 2,852 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 10.8% เช่น  ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว เงาะสด มังคุดสดและมะม่วงสด และสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 8.3% เช่น ผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม อัญมณีและเครื่องประดับ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และแผงวงจรไฟฟ้า 

‘ปูติน’ ลั่น!! พร้อมช่วยโลกฝ่าวิกฤตอาหาร หากตะวันตกยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

(27 พ.ค.65) ไม่นานมานี้ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้บอกกล่าวกับนายกรัฐมนตรีมาริโอ ดรากี ของอิตาลี ว่า รัสเซียพร้อมที่จะให้การสนับสนุนที่สำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตอาหารที่กำลังจะเกิดขึ้น หากชาติตะวันตกยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร 

หลังจากที่ชาติตะวันตกพร้อมใจกันใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียเพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ซึ่งขัดขวางห่วงโซ่อุปทานอาหาร, ปุ๋ย และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ จากทั้งรัสเซียและยูเครน โดยเฉพาะข้าวสาลี ซึ่งทั้งสองประเทศ ผลิตข้าวสาลีได้ร้อยละ 30 ของอุปทานข้าวสาลีทั่วโลก 

รัฐบาลรัสเซียแถลงภายหลังจากการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำรัสเซียและอิตาลีว่า “ปูตินเน้นย้ำว่าสหพันธรัฐรัสเซียพร้อมที่จะมีส่วนสนับสนุนสำคัญในการเอาชนะวิกฤติอาหารด้วยการส่งออกธัญพืชและปุ๋ย ภายใต้การยกเลิกข้อจำกัดที่มีแรงจูงใจทางการเมืองโดยตะวันตก” 

‘เพื่อไทย’ ซัด ‘รัฐ’ กลัวการตรวจสอบ หลังเร่งดัน กม.ควบคุมการรวมกลุ่ม

(27พ.ค.65) นางสาวชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ....' หรือ พ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่ม และพยายามผลักดันต่อโดยให้รัฐสภาพิจารณาเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยระบุว่า... 

มีความกังวลเป็นอย่างมากว่าเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว มีลักษณะลดทอนความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทยโดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน มุ่งเน้นจำกัดและลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการจัดตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ให้อำนาจกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งมีลักษณะผูกขาดอำนาจการบริหารแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งการจัดหาและจัดเก็บเงินทุนเอง บังคับให้เปิดเผยแหล่งรายได้ ผู้รับผิดชอบ ซึ่งล้วนมีนัยยะสำคัญที่เอื้อให้รัฐบาลถูกตรวจสอบน้อยลง แต่เพิ่มความมั่นคงของรัฐที่จะสามารถกีดกันและจำกัดคนเห็นต่างมากกว่าการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เป็นลักษณะกฎหมายที่คลุมเครือและนำไปสู่การตีความอย่างกว้างขวาง หากประชาชนต้องการเรียกร้องหลังได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายของภาครัฐ อาจถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงได้ ลักษณะนี้ประเทศไทยอาจเข้าข่ายขัดกับพันธกรณีสหประชาชาติ ที่สนับสนุนให้ประเทศสมาชิกให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการทำงานร่วมกับภาครัฐ ซึ่งประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ต้องการฟื้นฟูประเทศ มีความจำเป็นที่ต้องสร้างความสัมพันธ์และแสวงหาเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุน 
 

‘สร้างอนาคตไทย’ ลุย มุกดาหาร ชวนพี่น้องอีสาน 'เปลี่ยน' เพื่ออนาคต

(27 พ.ค.) พรรคสร้างอนาคตไทย นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสาน นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรค นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรค นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรค และผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสานกว่า 20 คน ลงพื้นที่อ.เมือง จ.มุกดาหาร พบปะประชาชนและเปิดตัวผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัครเขต 1 นายวิริยะ ทองผา และ เขต 2 นายทวีศักดิ์ ประทุมลี โดยมีผู้นำชุมชนและประชาชนกว่า 700 คน ให้การต้อนรับด้วยบรรยากาศชื่นมื่น

นายอุตตม กล่าวบนเวทีว่า น่าเสียดายอย่างมากที่ภาคอีสานสูญเสียโอกาสตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ภาคอีสานตั้งอยู่ในทำเลที่มีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางการค้าในอินโดจีน แต่กลับไม่ได้การพัฒนาที่ต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกลับมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว วันนี้รถไฟเชื่อมจีน-ลาวเปิดแล้ว แต่รถไฟของประเทศไทยเพิ่งสร้างได้แค่ 3-4 กม. ซึ่งประเทศไทยคิดทำเรื่องนี้มาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว

พรรคสร้างอนาคตไทยมีความตั้งใจว่า หากได้เข้าบริหารประเทศ จะเร่งสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-หนองคาย เชื่อมเส้นทางลาว-จีน เพื่อไม่ให้ประเทศเสียโอกาสไปมากกว่านี้ พร้อมกับยกระดับเส้นทางคมนาคมทั้งทางถนนและระบบรางสายรองในภาคอีสาน ให้เชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟดังกล่าวด้วย เพราะการพัฒนาระบบการคมนาคมจะนำมาซึ่งการค้าและการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับภาคอีสานและประเทศไทย

นายอุตตม กล่าวอีกว่า สำหรับมุกดาหาร ซึ่งเป็นประตูการค้าเชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่างฝั่งเมียนมา ผ่านไทย-ลาว-เวียดนาม ที่เรียกว่า เส้นทางอีสต์-เวสต์ คอริดอร์ แต่วันนี้กำลังสูญเสียความสามารถทางการแข่งขัน เพราะการขนส่งหันไปใช้เส้นทางรถไฟลาว-จีน ดังนั้นจะต้องสร้างโครงข่ายระบบรางจากมุกดาหารขี้นไปเชื่อมที่หนองคายด้วย และเพื่อให้การพัฒนาคมนาคมเป็นประโยชน์กับพื้นที่สูงสุด จะต้องสร้างและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่อีสานด้วย โดยเฉพาะสินค้าจากฐานการเกษตร และต้องพัฒนาฐานรากด้วยแนวทางการเกษตรผสมผสานเพื่อความยั่งยืน ให้มีกินมีใช้ มีรายได้ตลอดปี

“หลายปีมาแล้วที่อีสานเสียโอกาส ไม่มีใครดูแล วันนี้คนอีสานต้องเปลี่ยน ให้คนที่มีความรู้ความสามาถและตั้งใจจริงเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งพรรคสร้างอนาคตไทยมีความพร้อมที่จะทำเพื่อพี่น้องชาวอีสาน”

ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า มุกดาหารมีความพร้อมในการเป็นประตูการค้าเชื่อมลาวไปเวียดนามส่งต่อไปจีน สมัยที่เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ ได้จัดกิจกรรมส่งออกทุเรียนไปจีน ราคาทุเรียนจากวันนั้นถึงวันนี้ ยังดีมาตลอด

อย่างไรก็ตาม วันนี้นอกจากการพัฒนาระบบขนส่งในพื้นที่อีสานแล้ว จะต่องส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าที่ดี มีระบบชลประทานที่ดี รวมไปถึงมีเทคโนโลยีพลังงานพื่อลดต้นทุนการผลิต ซึ่งพรรคสร้างอนาคตไทยกำลังศึกษานโยบายการพัฒนาแหล่งน้ำพร้อมระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีน้ำใช้ในต้นทุนที่ต่ำ

นายสนธิรัตน์ ยังกล่าวอีกว่าการพัฒนาจะต้องเกิดขึ้นในพื้นที่อีสาน และคนอีสานต้องเปลี่ยน เพื่อสิ่งที่ดีกว่าในอนาคตอย่างแน่นอน

‘เชอรี่ เข็มอัปสร’ กับบทบาทอาจารย์พิเศษ ถ่ายทอด “วิถีธรรม วิถียั่งยืน” ให้นร.ปรับใช้ในชีวิต

‘เชอรี่ เข็มอัปสร’ กับบาทบาทอาจารย์พิเศษ บรรยายหัวข้อ "วิถีธรรม วิถียั่งยืน" ให้นักเรียนกว่า 500 คนฟัง เผยมีความสุขที่ได้แบ่งปันประสบการณ์การปฏิบัติธรรม การนำหลักธรรมมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

เรียกได้ว่าทั้งสวยทั้งเก่ง สำหรับนางเอกสาว ‘เชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ  นักแสดงมากความสามารถ ซึ่งได้พักงานในวงการบันเทิงมาเเล้วพักใหญ่ เพื่อให้เวลากับการศึกษาเล่าเรียนจนประสบความสำเร็จในระดับสูง ล่าสุดได้มีอีกหนึ่งบทบาท ด้วยการผันตัวมาเป็นอาจารย์พิเศษรับบรรยายตามมหาวิทยาลัยเเละโรงเรียน

เด็กวัย 15 ปี คิด QR CODE ติดเสื้อผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ต่อยอดริสแบนด์ ‘หาย(ไม่)ห่วง’ พาคนหายกลับบ้าน

เด็กวัย 15 ปี สุดเจ๋ง คิดไอเดียป้ายคิวอาร์โค้ดข้อมูลติดต่อญาติ รีดติดเสื้อผู้ป่วยหลงลืม ต่อยอดจากริสแบนด์ “หาย (ไม่) ห่วง” หวังช่วยมูลนิธิกระจกเงา พาคนพลัดหลงกลับบ้าน ลดปัญหาคนหาย

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2565 เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิกระจกเงา เผยแพร่ข้อความ ระบุว่า "นายธนดล วังวิจิตร" หรือ น้องกวิน อายุ 15 ปี คิดไอเดียสุดเจ๋ง หลังเห็นโครงการริสแบนด์ “หาย(ไม่)ห่วง” ที่ให้ผู้ป่วยหลงลืมสวมใส่ริสแบนด์ เมื่อพลัดหลง พลเมืองดีหรือผู้ช่วยเหลือจะได้ติดต่อญาติได้ง่าย จึงคิดต่อยอดสร้าง “ป้ายคิวอาร์โค้ด” สำหรับรีดติดที่เสื้อผ้า

นายธนดล ระบุว่า “เคยพลัดหลงกับครอบครัว พอมองหาพ่อแม่ไม่เจอ จึงรีบไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่แถวนั้น โชคดีที่พ่อแม่พรินต์ชื่อ-เบอร์โทรใส่ติดตัวไว้ตอนออกนอกบ้านเสมอ จึงใช้ข้อมูลติดต่อนั้นจนได้รับความช่วยเหลือ”

ทุกครั้งที่เห็นประกาศคนหาย จะรู้สึกเศร้า และคิดว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ควรมองผ่าน หรือทำเป็นไม่สนใจ เมื่อเห็นมูลนิธิกระจกเงา ทำริสแบนด์ให้ผู้สูงอายุที่เสี่ยงเดินพลัดหลง จึงคิดว่าหากนำคิวอาร์โค้ดมาติดที่เสื้อหรือกางเกงผู้ป่วยด้วย โอกาสจะถูกถอดทิ้งน้อยกว่าริสแบนด์ จึงเล่าไอเดียนี้ให้พ่อฟัง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top