Thursday, 11 June 2026
Hard News Team

‘รถไฟทางคู่ เด่นชัย เชียงราย เชียงของ’ คืบหน้า เจาะทะลุ ‘อุโมงค์ดอยหลวง’ ก่อสร้างเร็วกว่าแผน 19 เดือน

(7 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก รถไฟทางคู่ เด่นชัย เชียงราย เชียงของ ได้โพสต์ความคืบหน้าการก่อสร้าง โดยระบุว่า

“แสงแรกแห่งความสำเร็จ”
“แสงแรกแห่งล้านนา”

ทะลุแล้วนะคะ…อีกหนึ่งความก้าวหน้า อีกขั้นของความสำเร็จ ก้าวข้ามความท้าทาย…การเจาะทะลุ (Break though) ของอุโมงค์ดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ความก้าวหน้าการก่อสร้างเร็วกว่าแผน 19 เดือน

อุโมงค์ดอยหลวง เป็นหนึ่งใน 4 อุโมงค์ของโครงการฯ ความยาว 3,400 เมตร มีการเสริมกำแพงโครงเหล็กและผนังคอนกรีต พร้อมติดตั้งแผ่นกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม มีการจัดการระบบระบายน้ำ การป้องกันน้ำท่วมทั้งภายในและภายนอก พร้อมศึกษาแนวการไหลของน้ำเพื่อรองรับน้ำป่าในฤดูฝน มีทางเชื่อมฉุกเฉิน (cross passages) 14 จุด สำหรับอพยพตามมาตรฐานสากล ในทุก ๆ ระยะ 240 ม. การเจาะอุโมงค์ดอยหลวงที่มีภูมิศาสตร์พื้นผิวและธรณีวิทยาเป็นหินภูเขาไฟ ใช้วิธีการเจาะผ่านหินและดินเหนียว ด้วยวิธี Drill & Blast เจาะและระเบิดร่วมกับงานขุดด้วยเครื่องจักร (Excavator) 

แผนการดำเนินงานขุดเจาะอุโมงค์ รวมทั้งงานคอนกรีตภายในอุโมงค์ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 40 เดือน (3 ปี 4 เดือน) ซึ่งตอนนี้จากการดำเนินงาน สามารถขุดเจาะได้เร็วกว่าแผนประมาณ 19 เดือน ภายหลังจากงานขุดเจาะอุโมงค์แล้ว จะมีการดำเนินงานในส่วนของงานคอนกรีตผนังอุโมงค์ ตามลำดับและตามขั้นตอนต่อไป ความคืบหน้าโดยรวมทั้งหมดของงานก่อสร้างอุโมงค์ดอยหลวง (มิ.ย.68) ประมาณ 54%  เร็วกว่าแผน 7% จาก 100% ของงานก่อสร้างอุโมงค์ทั้งหมด

การก่อสร้างอุโมงค์ดอยหลวงนับเป็นความสำเร็จที่สำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง การเจาะทะลุอุโมงค์เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีและทีมงานผู้เชี่ยวชาญของไทยในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูง เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การบริหารจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โครงการนี้เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและความร่วมมือของคนไทยในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ทรัมป์ วิจารณ์ มัสก์ ‘เพี้ยน’ กับแผนตั้งพรรคใหม่ ชี้!! พรรคที่สามในสหรัฐฯ มักนำไปสู่ความวุ่นวาย

(7 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่ออีลอน มัสก์ อดีตพันธมิตรคนสำคัญ หลังมัสก์ประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อ “พรรคอเมริกา” (America Party) โดยทรัมป์กล่าวว่า “เศร้าใจที่เห็นมัสก์ทำตัวเพี้ยนไป” พร้อมชี้ว่าพรรคการเมืองที่สามไม่เคยประสบความสำเร็จในสหรัฐฯ และมักนำไปสู่ความวุ่นวายและความโกลาหล

ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคเดโมแครตฝั่งซ้ายกำลังขาดความมั่นใจและเริ่มไร้เหตุผล พร้อมทั้งวิจารณ์ จาเร็ด ไอแซ็กแมน (Jared Isaacman) ผู้ที่เคยถูกเสนอชื่อให้เป็นผู้บริหารนาซา และเป็นเพื่อนสนิทของมัสก์ ว่าเป็น “เดโมแครตโดยสายเลือด” เพราะไม่เคยบริจาคเงินให้กับพรรครีพับลิกันเลย

ทรัมป์ยังวิจารณ์ว่า การเสนอชื่อเพื่อนของมัสก์ให้มาบริหารองค์การนาซาเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะบริษัท SpaceX ของมัสก์มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลายโครงการของนาซา ซึ่งอาจนำไปสู่ผลประโยชน์ทับซ้อนได้ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังไม่พอใจที่มัสก์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายลดงบประมาณของรัฐบาล โดยระบุว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มัสก์เองก็ได้รับอยู่เช่นกัน

ทั้งนี้ เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศถอนชื่อจาเร็ด ไอแซ็กแมนออกจากการเสนอเป็นผู้บริหารองค์การนาซา โดยสื่อสหรัฐฯ รายงานว่า สาเหตุหลักมาจากไอแซ็กแมนเคยบริจาคเงินสนับสนุนนักการเมืองจากพรรคเดโมแครตหลายคนในอดีต

‘จิราพร’ นำทีมไทยร่วมประชุม BRICS ที่บราซิล ดันความร่วมมือ AI ต้านฟอกเงิน–อาชญากรรมข้ามชาติ

(7 ก.ค. 68) การประชุมผู้นำ BRICS ครั้งที่ 17 เปิดฉากแล้วที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 โดยนางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมในฐานะประเทศหุ้นส่วนเป็นครั้งแรก ร่วมเวทีกับผู้นำจากกว่า 27 ประเทศและองค์การระหว่างประเทศ อาทิ สหประชาชาติ และองค์การการค้าโลก

ไทยเสนอแนวทางเสริมสร้างระบบพหุภาคีที่ตอบโจทย์ประเทศกำลังพัฒนา พร้อมเสนอแนวคิดการระดมทุนเพื่อการพัฒนา การปฏิรูปโครงสร้างการเงินโลก และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การฟอกเงิน และภัยไซเบอร์

สำหรับในวันที่ 7 กรกฎาคม น.ส.จิราพร จะกล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ “การขับเคลื่อนสุขภาพโลกและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านพหุภาคีนิยมแบบมีส่วนร่วม” ต่อที่ประชุมผู้นำ

ทั้งนี้ กลุ่ม BRICS มีประชากรรวมกันเกือบครึ่งโลก และมี GDP รวมคิดเป็น 27.1% ของโลก โดย IMF คาดว่าเศรษฐกิจกลุ่มจะขยายตัว 4.2% ในปี 2568 สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มในระบบเศรษฐกิจโลก

Xiaomi ยันสัมพันธ์ Leica แน่นแฟ้น สยบข่าวลือแยกทาง!! ย้ำพัฒนานวัตกรรมร่วมกันต่อ

(7 ก.ค. 68) หวาง หัว (Wang Hua) ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Xiaomi ออกโรงปฏิเสธข่าวลือที่ว่า เสียวหมี่และไลก้า (Leica) แบรนด์กล้องถ่ายรูปชั้นนำจากเยอรมนี เตรียมยุติความร่วมมือด้านกล้อง โดยระบุว่า “เป็นเรื่องไร้สาระ” และชี้ว่าเคยมีข่าวลือทำนองนี้มาแล้วช่วงเปิดตัว Xiaomi 14 ซึ่งบริษัทก็ออกมาปฏิเสธเช่นกัน

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ข่าวล่าสุดนี้เป็นเพียงการอัปเกรดข่าวปลอม โดยครั้งนี้ถึงขั้นสร้างชื่อผู้เขียนปลอมขึ้นมา โดยขอยืนยันว่าเสียวหมี่ยังยึดหลักความโปร่งใสในการสื่อสาร และให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นของผู้ใช้งาน

ในทางตรงข้าม ความร่วมมือระหว่างเสียวหมี่และไลก้ายังคงแน่นแฟ้น และมีการพัฒนาต่อเนื่อง เช่น ปรับลายน้ำบนภาพถ่ายให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลกของไลก้า แยกโหมดภาพถ่าย “คลาสสิก” และ “สดใส” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพิ่มเสียงชัตเตอร์ไลก้าให้กับมือถือรุ่นเก่า และพัฒนาอินเตอร์เฟซ (UI) ของเครื่องให้ใช้งานง่ายและทันสมัยมากขึ้น

ตัวอย่างล่าสุดของความร่วมมือระหว่างเสียวหมี่และไลก้าคือรุ่น Xiaomi 15 Ultra ที่มาพร้อมกล้องคุณภาพสูงและสีตัวเครื่องใหม่ที่หลากหลายกว่าเดิม ตอกย้ำการพัฒนานวัตกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถดาวน์โหลดแอป MemeOS Enhancer จาก Play Store เพื่อเข้าถึงฟีเจอร์พิเศษ เช่น เครื่องมือปรับแต่งกล้อง และการอัปเดตระบบเฉพาะของเสียวหมี่

เปิดภาพ ‘DEMU‘ รถไฟชานเมืองขบวนใหม่ของพม่า ผลิตจากสเปน ทันสมัย - สะดวกสบาย ไม่แพ้รถไฟของไทย

(7 ก.ค. 68) เพจ โครงสร้างพื้นฐานประเทศไทย Thailand Infrastructure โพสต์ข้อความว่า ถึง DEMU รถไฟชานเมืองขบวนใหม่ของพม่า โดยระบุว่า เป็นหนึ่งในความภูมิใจของพีๆน้องๆ ชาวพม่า ที่ได้รถไฟ DEMU ขบวนใหม่ ที่ได้ซื้อมาจาก บริษัท CAF ประเทศ Spain ภายใต้โครงการช่วยเหลือของ JICA 

โดยขบวนรถไฟ DEMU นี้แบ่งการให้บริการเป็น 2 ส่วนคือ
- รถไฟชานเมืองย่างกุ้ง สายรอบเมือง (ขบวนสีน้ำเงินตามรูป)
- รถไฟระหว่างเมือง เช่น สาย ย่างกุ้ง-เนปิดอว์-มันฑาเลย์ (ขบวนสีแดง)

โดยรถไฟชานเมือง มีวิ่งแค่วันละ 2 รอบ (เช้า 1 รอบ เย็น 1 รอบ) 

ทั้งนี้ ในส่วนตัวรถ DEMU นั้น จากการที่ดูจากนอกตัวรถไฟ พบว่ามาตรฐานไม่ต่างจาก รถไฟฟ้าในประเทศไทย มีแอร์ แบ่งพื้นที่คนพิการ มีไฟบอกตำแหน่งสถานีถัดไป 

ตัวเก้าอี้แบบหันหน้าเข้าหากัน แบบรถไฟฟ้าในไทย พร้อมติดแอร์ตลอดขบวน

ความเร็วสูงสุด (ตาม Spec ที่พอหาได้) 120 กม/ชม แต่คงวิ่งได้ไม่เกิน 80 กม/ชม ตามสภาพรางรถไฟในเมือง 

มูลค่าการจัดซื้อรถไฟ DEMU 668 ล้าน USD (ประมาณ 22,000 ล้านบาท) 

ได้รถไฟ 41 ขบวน (6 ตู้/ขบวน) 
ตกขบวนละ 16.3 ล้าน USD (ประมาณ 340 ล้านบาท)

ซึ่งเอาจริงๆ รถไฟ DEMU พม่านี้ก็เป็นตัวอย่างการให้บริการรถไฟชานเมือง และรถไฟท้องถิ่นที่ดีเลย 

โดยที่เราไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม แค่หารถไฟดีๆ มาให้บริการซักที!!!!

สุดท้ายไทยเราก็ยังพายเรือในอ่าง อยู่กับรถไฟ BI-Mode กับ DEMU + แบตเตอรี่ ไม่จบซักทีแล้วก็แยกโครงการย่อยตามงบ 

เอาง่ายแค่แยกโครงการระหว่างรถไฟเชิงพาณิชย์ กับรถไฟเชิงสังคม แทนที่จะซื้อรวมๆ เป็นล๊อตใหญ่เพื่อให้ได้ของถูกสุด และดึงการผลิตมาในประเทศได้!!!!

หวังว่าโพสต์นี้จะได้ไปถึงตาผู้รับผิดชอบเพื่อจะได้ลองเปลี่ยนความคิดนอกกรอบระบบราชการบ้างนะครับ….

ปธน.เกาหลีใต้ ทุ่มหนัก!! รัฐแจกเงิน 150,000 ต่อคน ครอบคลุมประชาชนและผู้อยู่อาศัยต่างชาติบางกลุ่ม

(7 ก.ค. 68) รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมแจกเงินอย่างน้อยคนละ 150,000 วอน (ราว 4,275 บาท) เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศและฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเป็นนโยบายเศรษฐกิจสำคัญครั้งแรกของประธานาธิบดีอี แจมยอง (Lee Jae-myung) หลังเข้ารับตำแหน่ง

โดยชาวเกาหลีที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ณ วันที่ 18 มิถุนายน จะได้รับเงินช่วยเหลือขั้นต่ำคนละ 150,000 วอน โดยครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและครอบครัวที่มีพ่อหรือแม่เลี้ยงดูลูกเพียงคนเดียว โดยไม่มีคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง จะได้รับเงินเพิ่มรวมสูงสุดถึง 300,000 วอน (8,550 บาท) และผู้ที่ได้รับสิทธิ์เงินช่วยเหลือพื้นฐานของรัฐอาจได้รับสูงถึง 400,000 วอน (11,400 บาท) 

นอกจากนี้ ยังมีเงินสนับสนุนเพิ่มเติม 30,000–50,000 วอน สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่นอกเขตเมืองใหญ่ หรือในพื้นที่ที่มีประชากรลดลงอย่างรุนแรง

เงินช่วยเหลือยังขยายไปถึงชาวต่างชาติบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีชื่อในทะเบียนบ้านร่วมกับพลเมืองเกาหลี และมีประกันสุขภาพแห่งชาติ รวมถึงผู้ถือวีซ่าถาวร (F-5), คู่สมรสชาวเกาหลี (F-6) และผู้ลี้ภัย (F-2-4) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รัฐให้การช่วยเหลือผู้ลี้ภัย หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการไม่ให้เงินเยียวยาโควิดแก่ผู้ลี้ภัยเมื่อปี 2020 เป็นการเลือกปฏิบัติ

สำหรับโครงการนี้อยู่ภายใต้งบประมาณเพิ่มเติม 31.8 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 9.2 ล้านล้านบาท และใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “คูปองฟื้นฟูการดำรงชีวิต” โดยประชาชนสามารถสมัครรับเงินผ่านช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์ได้ถึง 12 กันยายน และต้องใช้เงินภายในพื้นที่ที่ตนเองอาศัยอยู่ก่อนสิ้นเดือนพฤศจิกายน

คูปองนี้ใช้ได้กับร้านค้าท้องถิ่น เช่น ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านตัดผม และร้านแว่นตา ที่มีรายได้ไม่เกิน 3 พันล้านวอนต่อปี และไม่สามารถใช้กับห้างสรรพสินค้า ร้านแบรนด์ต่างชาติ หรือซื้อของผ่านออนไลน์ได้ ยกเว้นกรณีจ่ายเงินสดผ่านแอปส่งอาหารบางแอปเท่านั้น

ทั้งนี้ ในรอบที่สอง รัฐบาลจะมอบเงินเพิ่มอีก 100,000 วอน ให้กับประชาชนกลุ่มรายได้ต่ำ 90% ระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม โดยจะคัดเลือกผู้มีสิทธิ์จากข้อมูลประกันสุขภาพแห่งชาติ และจะประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง นโยบายนี้เปลี่ยนจากการแจกเงินถ้วนหน้าเป็นการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจและการดูแลการเงินของรัฐ

‘เอกนัฏ’ ส่ง “มอก.วอทช์” AI สแกนสินค้าไม่ได้มาตรฐาน พร้อมโปรเดือด 7.7 จ่อฟันแพลตฟอร์มออนไลน์ 777 คดี

(7 ก.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในการแถลงข่าวเปิดตัว ระบบตรวจสอบสินค้าออนไลน์อัจฉริยะ “มอก.วอทช์” ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ยกระดับมาตรการคุมเข้มตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ด้วย AI ซึ่งริเริ่มให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการปฏิรูปอุตสาหกรรม (INDX) นำโดยนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน เป้าหมายสำคัญเพื่อนำระบบ AI มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการคัดกรองสินค้าไม่ได้มาตรฐานจากโลกออนไลน์ ปกป้องผู้บริโภคไทยจากการใช้สินค้าด้อยคุณภาพ ลดปัญหาการนำเข้าสินค้าราคาถูก แต่ไม่มีคุณภาพจากต่างประเทศ 

“ขณะนี้ ระบบตรวจสอบสินค้าออนไลน์อัจฉริยะ “มอก.วอทช์” สามารถตรวจจับลิงค์ขายสินค้าต้องสงสัยได้แล้ว จำนวน 109,819 รายการ ซึ่งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ดำเนินการปิดลิงค์ที่จำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานไปแล้ว 2,885 URL เตรียมดำเนินคดี 777 URL และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 3,559 URL โดยในช่วงเวลา 5 เดือนที่ใช้งานระบบมา พบว่าสินค้าที่ละเมิดกฎหมายสูงสุด 3 ลำดับแรก คือ “พลาสติกสัมผัสอาหาร ของเล่นเด็ก และท่อไอเสียรถจักรยานยนต์” ซึ่งอยู่ในจำนวน 147 รายการสินค้าควบคุม ที่ต้องมีมาตรฐาน มอก. เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค แต่กลับมีการนำเข้าจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างแพร่หลาย ส่งผลกระทบต่อร้านค้าท้องถิ่น ผู้ประกอบการไทย และสร้างความเสี่ยงต่อประชาชนผู้บริโภค” นายเอกนัฏ กล่าว

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 777 คดีนี้ มาจากผลการตรวจของ มอก.วอทช์ ที่พบบนแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซเจ้าใหญ่ โดยมาจากแพลตฟอร์มสีม่วง จำนวน 529 คดี และแพลตฟอร์มสีส้ม จำนวน 248 คดีซึ่งหลังจากนี้เราจะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และลดการนำเข้าสินค้าด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมยกระดับ “มอก.วอทช์ 1.0“ นี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในเวอร์ชั่นต่อไป โดยเล็งเพิ่มฟังก์ชัน 1) คัดกรองสินค้าและการสวมใบอนุญาตปลอม ไม่ใช่แค่คัดกรองสินค้าไม่มี มอก. เท่านั้น  แต่ยังสามารถตรวจสอบสินค้า ที่สวมใบอนุญาตไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ ผ่านสารบบของสมอ. 2) ตรวจสอบฐานข้อมูลสินค้าไม่ได้ มอก. ผู้บริโภคสามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น 3) เชื่อมต่อแพลตฟอร์ม “แจ้งอุตฯ” ของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนลิงค์ที่จำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานเข้ามาได้ทันที และ 4) พร้อมผนึกกำลังกับหน่วยงานพันธมิตร แชร์ฐานข้อมูลและเทคโนโลยีของ "มอก.วอทช์" ไปยังหน่วยงาน

เกี่ยวข้องอย่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) , สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หรือตำรวจไซเบอร์ เพื่อการบูรณาการสู้รบกับสินค้าห่วยออนไลน์เพื่อประชาชนเต็มรูปแบบ

“ด้วยมาตรการที่เข้มข้นและเทคโนโลยี Ai ที่ถูกนำมาใช้ กระทรวงอุตสาหกรรมนำโดยรัฐมนตรีเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ มุ่งมั่นที่จะทำให้ประเทศไทยไม่ใช่ตลาดสำหรับสินค้าด้อยคุณภาพอีกต่อไป แต่จะเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้าที่มีมาตรฐานและปลอดภัย เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน และให้ SME - ผู้ประกอบการไทยยังแข่งขันได้ ในกติกาที่เป็นธรรม” นายพงศ์พล กล่าวปิดท้าย

‘สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ’ ทรงขับเคลื่อนยารักษามะเร็งในไทย ประสบความสำเร็จผลิตยามะเร็งชนิดมุ่งเป้า ‘อิมครานิบ 100’

(7 ก.ค. 68) ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนายารักษาโรคมะเร็งชนิดมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ชื่อว่า “อิมครานิบ 100 (IMCRANIB 100)” ซึ่งเป็นยารูปแบบเม็ดตำรับแรกที่ผลิตในประเทศ โดยใช้ตัวยาสำคัญ “อิมาทินิบ” (IMATINIB) ขนาด 100 มิลลิกรัม ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 พร้อมให้บริการผู้ป่วยที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ในเดือนกรกฎาคมนี้

ยานี้ใช้กลไกยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส ทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะ ช่วยลดผลข้างเคียงและควบคุมการลุกลามของโรค มีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดซีเอ็มแอล มะเร็งเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร และมะเร็งผิวหนังหายาก

ความสำเร็จนี้เกิดจากพระวิริยะอุตสาหะและพระปณิธานอันแน่วแน่ของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงก่อตั้งโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ ณ พระตำหนักพิมานมาศ จังหวัดชลบุรี เพื่อให้คนไทยเข้าถึงยารักษามะเร็งคุณภาพสูง ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

โรงงานแห่งนี้ยังได้รับการรับรองมาตรฐานสากล GMDP PIC/s และมีศักยภาพในการวิจัยและพัฒนายาระดับอุตสาหกรรม พร้อมถ่ายทอดความรู้แก่บุคลากรไทย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านยาและพัฒนาขีดความสามารถด้านเภสัชกรรมของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนายาชีววัตถุ “HERDARA” ซึ่งเป็นทราสทูซูแมบ (Trastuzumab) เวอร์ชันไทย สำหรับรักษามะเร็งเต้านม ภายใต้โครงการ “ศูนย์วิจัยและพัฒนาชีววัตถุ” โดยนักวิจัยไทยทั้งหมด

‘สุชาติ’ ปัดฝุ่นแนวคิดตั้ง ‘ธนาคารพุทธศาสนา’ ดูแลทรัพย์สินวงการสงฆ์ แยกเงินพระ - วัดให้ชัด

(7 ก.ค. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าในส่วนของการแบ่งงานตนจะได้หารือกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี แต่ส่วนตัวทำได้ทุกเรื่อง เพราะอยู่การเมืองมาเกือบ 40 ปี เป็นรัฐมนตรีหลายครั้ง และเคยเป็นรองประธานสภาฯ

เมื่อถามว่า ถ้าต้องดูสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะมีความหนักใจหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่าขณะนี้เกิดวิกฤตวงการสงฆ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้พุทธศาสนิกชนมีความไม่สบายใจ มีความเศร้าหมอง เกี่ยวกับความศรัทธา เพราะฉะนั้น คงต้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยดูว่าปัญหามาจากตรงไหน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องทรัพย์สินของวัด การประพฤติของเจ้าอาวาสหรือพระผู้ใหญ่ ที่ได้รับการบริจาคจำนวนมากจึงต้องไปจัดการที่ต้นตอ

นายสุชาติ กล่าวว่า นโยบายของตนคือจะดำเนินการจัดการทรัพย์สินของวัดให้เป็นระบบ เช่น ควรจำแนกว่าทรัพย์สินของวัดนี้มีจำนวนเท่าไหร่ เป็นของวัดเท่าไหร่ เป็นของพระเท่าไหร่ ซึ่งควรแยกออกจากกันให้ชัดเจน และดำเนินการให้ถูกต้อง และมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ โดยไม่ปล่อยปละละเลย อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาจนเกิดวิกฤตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่าเป็นขบวนการด้วยหรือไม่ เพราะมีเรื่องเกิดขึ้นต่อเนื่อง วิกฤตศรัทธาตรงนี้ต้องรีบแก้ไข บ้านเราประชาชนนับถือศาสนาพุทธเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดวิกฤตแบบนี้ก็เกิดความไม่สบายใจ

นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า จะต้องหารือกับมหาเถรสมาคม และอาจมีการตั้งธนาคารพระพุทธศาสนาขึ้นมาเพื่อดูแลทรัพย์สินของศาสนาโดยเฉพาะ ซึ่งเรื่องนี้ต้องออกกฎหมาย และต้องดูระเบียบทุกอย่างให้ชัดเจน เพราะที่ผ่านมามีระเบียบกฎหมายแต่ทำไมยังมีการฝ่าฝืน ซึ่งตนจะเร่งดำเนินการ และรายงานให้สังคมทราบเป็นระยะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 09.09 น. นายสุชาติ ได้สักการะพระภูมิเจ้าที่ และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล หลังจากเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ชาวมาเลเซียกว่า 300 ชีวิต รวมตัวประท้วงเรียกร้องนายกฯ ‘อันวาร์’ ลาออก เหตุค่าครองชีพพุ่ง

เช้าวันนี้ (7 ก.ค. 68) มีประชาชนกว่า 300 คนรวมตัวกันที่ลานจอดรถ เขตเซกชัน 9 เมืองชาห์อาลัม ประเทศมาเลเซีย เพื่อประท้วงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) ลาออกจากตำแหน่ง โดยผู้ชุมนุมไม่พอใจเรื่องค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น และการขยายการเก็บภาษีขายและบริการ (SST) ที่เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ผู้ประท้วงเริ่มรวมตัวตั้งแต่ 8 โมงเช้า ภายใต้การดูแลของตำรวจ พร้อมถือป้ายข้อความ เช่น “Turun Anwar” (อันวาร์ลงจากตำแหน่ง), “Rakyat Susah” (ประชาชนลำบาก) และ “Rakyat Terbeban” (ประชาชนแบกรับภาระ) โดยมีแกนนำจากหลายฝ่ายร่วมด้วย เช่น แกนนำพรรคเปจวง พีเอเอส และกลุ่มนักศึกษาอิสลาม

ฮานิฟ จามาลุดดิน รองหัวหน้าหน่วยเยาวชนพรรค PAS เผยกับสื่อว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นเพียงกิจกรรมย่อย ก่อนการชุมนุมใหญ่ที่จัตุรัสเมอร์เดกาวันที่ 26 ก.ค. ซึ่งคาดว่าจะมีอดีตนายกฯ มหาธีร์ โมฮัมหมัด (Dr.Mahathir Mohamad), ประธานพรรคเบอร์ซาตู มูห์ยิดดิน ยัสซิน (Muhyiddin Yassin) และประธานพรรค PAS ฮาดี อาวัง (Abdul Hadi Awang) เข้าร่วม

ด้านเอซัม นอร์ (Ezam Nor) อดีตสมาชิกพรรค PKR ระบุว่า ประชาชนรู้สึกผิดหวังในตัวอันวาร์ ที่ไม่สามารถทำตามสัญญาเดิม เช่น การลดราคาน้ำมัน พร้อมย้ำว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่การต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจของประชาชน ทั้งคนจนและคนรวย ที่ล้วนได้รับผลกระทบจากภาษีที่เพิ่มขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top