Thursday, 11 June 2026
Hard News Team

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้มีความทันสมัยและเหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

(8 ก.ค. 68) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิธี ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการระหว่างวันที่ 8 - 9 กรกฎาคม 2568 มีข้าราชการตำรวจผู้รับผิดชอบแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคลระดับกองบัญชาการ กองบังคับการ และผู้แทนศูนย์ฝึกอบรมต่างๆ เข้าร่วมโครงการ จำนวน 150 นาย

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดทำโครงการดังกล่าวเพื่อพิจารณาทบทวน ปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้มีความเหมาะสมทันสมัย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงหรือความจำเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปัจจุบัน และสามารถตอบสนองต่อสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อพัฒนาสมรรถนะข้าราชการตำรวจให้สามารถตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาอย่างแท้จริง และสะท้อนให้เห็นถึงผลเชิงคุณภาพได้อย่างเป็นระบบและรูปธรรม

พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า ข้าราชการตำรวจกว่า 200,000 นาย เป็นทรัพยากรที่สำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการขับเคลื่อนให้ภารกิจด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การบังคับใช้กฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้บรรลุเป้าหมาย ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อสร้างข้าราชการตำรวจให้มีความรู้ความสามารถและสมรรถนะที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ได้ให้ความเห็นชอบ และดำเนินการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี พ.ศ 2564 จึงมีความสำคัญที่ใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาข้าราชการตำรวจ ให้ครอบคลุมและต่อเนื่อง การที่ ก.ตร.มีมติให้พิจารณาทบทวนปรับปรุงแผนดังกล่าว จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้แทนจากทุกหน่วยงาน จะได้ร่วมกันระดมสมอง เพื่อแผนดังกล่าวมีความทันสมัยและเหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่สภาพอาชญากรรมได้เปลี่ยนแปลงไป ทั้งอาชญากรรมทางไซเบอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ และภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่

สำหรับโครงการดังกล่าวจะมีการสัมมนา “ทิศทางการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศตวรรษที่ 21” โดยผู้บังคับบัญชาระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , อนุกรรมการ ก.ตร. , พล.ต.ต.ปรีดา สถาวร รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล พร้อมคณะ และมีการแบ่งกลุ่มผู้ร่วมสัมมนาเพื่อวิเคราะห์ความสำเร็จ อุปสรรคของแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ แผนการผลิตข้าราชการตำรวจ , แผนฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาด้านการบริหาร , แผนฝึกอบรมหลักสูตรเฉพาะทางและหลักสูตรที่กำหนดตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง , แผนพัฒนาข้าราชการตำรวจอย่างต่อเนื่อง ระดับผู้บังคับหมู่ ถึงรองผู้กำกับการ ใน 5 สายงานหลัก และแผนเพิ่มประสิทธิภาพกำลังพลและการฝึกอบรมด้านยุทธวิธีตำรวจ , แผนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้วยวิธีอื่นๆ

‘SIWOO – SEOHYEON’ คว้าดับเบิ้ลแชมป์ กอล์ฟเยาวชน ‘ดิทโต้’ สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ

(8 ก.ค. 68) นายประสงค์ สุดอำพัน (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และนายดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ (ที่ 2 จากขวา) ประธานจัดการแข่งขัน “ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์” ให้เกียรติมอบรางวัล และร่วมแสดงความยินดีกับนักกอล์ฟที่คว้าแชมป์ในการแข่งขันรายการ “ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ 2025” ที่สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 6 ก.ค.68

บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท ดิทโต้ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่องกับการจัดการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนในรายการ “ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ 2025” แข่งขันระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2568 ที่สนามเขาใหญ่ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา ทำการแข่งขันทั้งหมด 3 วัน (54 หลุม)  ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการที่เก็บคะแนนสะสมของ WAGR (World Amateur Golf Ranking) และ JGS (Junior Golf Scoreboard) 

“ดิทโต้ แชมเปี้ยนชิพ 2025” เป็นการแข่งขันเก็บคะแนนสะสมรายการที่ 5 ของ “ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2025” แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 รุ่น คือ Special GENZ (ชาย) อายุ 19-23 ปี, Super GENZ (ชายและหญิง) อายุ 15-18 ปี, Junior GENZ (ชายและหญิง) อายุ 11-14 ปี ทำการแข่งขันแบบเก็บคะแนนสะสมตลอดฤดูกาล เพื่อคัดเลือกนักกอล์ฟในรุ่น Super GENZ และรุ่น Junior GENZ จำนวน 12 คน โดยนักกอล์ฟที่มีคะแนนสะสม (สนามที่ 1-7) อันดับ 1, 2 และ 3 ในสองรุ่นดังกล่าวทั้งชายและหญิง จะได้รับการดูแลและสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนาฝีมือจาก “เดอะ เจ็นซ์” นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Genz Golf Camp ที่ เดอะ เจ็นซ์ ได้ร่วมมือกับ Golfing Ground และ FlowCode โดยมี Dr. Rick Sessinghaus โค้ชของ Collin Morikawa รวมถึง Mr.Hallam Morgan พร้อมทีม Flow Code มาร่วมสอนเรื่องของ Mental Game ให้กับน้อง ๆ ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมแคมป์กอล์ฟ จำนวน 30 คนในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย 

หลังจากจบการแข่งขันในรอบสุดท้าย ผลปรากฏว่า ในรุ่น Super Genz (ชาย) Siwoo Park  คว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ รอบสุดท้ายฟอร์มโหดจัดกดสกอร์ในรอบสุดท้าย 5 อันเดอร์ สกอร์รวมสามวันที่ 7 อันเดอร์พาร์ 209  ส่วนรุ่น Super Genz (หญิง) SEOHYEON BAEK นักกอล์ฟเกาหลี ที่เพิ่งคว้าแชมป์ Super 6 Match Play ในสนามที่แล้ว รอบสุดท้ายเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ เก็บเพิ่มได้ 5 อันเดอร์ จบสามวันที่สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 214

รายการต่อไปเป็นการแข่งขันเก็บคะแนนสะสมรายการที่ 6 “ช้าง คลาสสิค 2025” เป็นหนึ่งในรายการที่เก็บคะแนนสะสมของ World Amateur Ranking แข่งขันระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2568 ที่สนามเลควิว รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ คลับ จ.เพชรบุรี สำหรับผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมแข่งขัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Official Line : @genzgolf  หรือโทร. 065 696 2229

เชียงใหม่-กองบิน 41 จัดพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณบุคคลดีเด่น ประจำปี 2568

(7 ก.ค. 68) นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่กำลังพลดีเด่นของกองบิน 41 ประจำปี 2568 ณ หอประชุมเดชะตุงคะกองบิน 41 โดยมีหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงร่วมเป็นเกียรติพิธี

พิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติกำลังพลที่มีความประพฤติดี มีผลงานดีเด่น และได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับกองบิน 41 และประเทศชาติ

ผู้บังคับการกองบิน 41 ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมกำลังพลผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เปี่ยมด้วยความรับผิดชอบ และมีจิตสำนึกที่ดีในการเป็นข้าราชการที่ดี พร้อมเน้นย้ำว่าการมอบรางวัลในครั้งนี้ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานและเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและหน่วยงานให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

"แม่ทัพภาคที่ 2 ต้อนรับ อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย"

(7 ก.ค. 68) ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 พลโท บุญสิน  พาดกลาง แม่ทัพภาคที่2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) ให้การต้อนรับ คุณ เจสซี่ โอดัม ในโอกาสที่ได้เข้ารับตำแหน่ง อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ

โดย อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ซึ่งมีหน้าที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลไทย ในการต่อต้านยาเสพติดและสืบสวนเกี่ยวกับองค์กรค้ายาเสพติดที่ลักลอบขนสารควบคุมเข้าสหรัฐอเมริกา และตลาดโลก และ พร้อมที่จะประสานความร่วมมือในการปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดกับ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) 
กองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ขับเคลื่อนแผนการสกัด กั้น และปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe" ตามนโยบายของรัฐบาล ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียง เหนือ และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสกัด กั้นการลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ ชายแดน โดยจัดตั้งกลไกบูรณาการร่วมกับหน่วย งานความมั่นคง และพลเรือน อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไป

#กองบัญชาการกองทัพภาคที่2 #แม่ทัพภาคที่2 #พลโทบุญสินพาดกลาง​ #อุปทูตด้านการปราบปรามยาเสพติด #สำนักงานด้านการปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา
#มิสเตอร์เจสซี่โอดํา​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

จีนใจป้ำขยายฟรีวีซ่า 74 ประเทศทั่วโลก ดันยอดจองโรงแรมพุ่ง นทท.ทะลัก ‘เซี่ยงไฮ้–ปักกิ่ง’

(8 ก.ค. 68) รัฐบาลจีนประกาศขยายสิทธิเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า ให้กับพลเมืองจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 โดยนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศที่ได้รับสิทธิ สามารถพำนักในจีนได้สูงสุด 30 วัน

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจีนเปิดเผยว่า ในปี 2024 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่ามากกว่า 20 ล้านคน คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2023

โดยประเทศที่ได้สิทธิเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่าครอบคลุมเกือบทั้งยุโรป ลาตินอเมริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี บราซิล และมาเลเซีย โดยล่าสุดจะมีการเพิ่มอาเซอร์ไบจานในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ขณะที่อีก 10 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และแคนาดา แม้ยังไม่มีสิทธิฟรีวีซ่า แต่สามารถเดินทางเข้าจีนได้สูงสุด 10 วัน หากอยู่ในระหว่างเดินทางต่อไปประเทศที่สาม (transit)

ส่วนชาวไทยตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นมา จีนและไทยได้ตกลงยกเว้นวีซ่า ถ้าถือพาสปอร์ตไทยแบบธรรมดา สามารถอยู่จีน สูงสุด 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันในทุก 180 วัน

นโยบายนี้ส่งผลให้ยอดจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมในจีนพุ่งขึ้นสองเท่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 โดย 75% มาจากผู้เดินทางที่ไม่ต้องขอวีซ่า นอกจากนี้นครใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้และปักกิ่งมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ จีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศตั้งแต่ปลายปี 2023 โดยหวังฟื้นฟูภาคท่องเที่ยวที่ซบเซาจากสถานการณ์โควิดนานเกือบสามปี และคาดว่าหากการดำเนินการเป็นไปตามแผน การท่องเที่ยวขาเข้าของจีนอาจขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของโลกในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า

‘เนทันยาฮู’ ยันไม่ยอมรับฮามาสในกาซา ต้องกำจัดให้หมด ห้ามคุกคามอิสราเอลอีก

(8 ก.ค. 68) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศเสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ระหว่างพบปะที่ทำเนียบขาว โดยชื่นชมบทบาทของทรัมป์ในการผลักดันสันติภาพในตะวันออกกลาง แม้การพูดคุยครั้งนี้มีประเด็นหลักคือแรงกดดันจากสหรัฐให้ยุติสงครามในฉนวนกาซา

ขณะเดียวกัน ตัวแทนอิสราเอลและฮามาสเริ่มการเจรจาทางอ้อมอีกครั้งในกาตาร์ หลังหยุดชะงักไปร่วม 6 สัปดาห์ โดยยังติดเงื่อนไขหลักหลายประการ เช่น การรับประกันว่าอิสราเอลจะไม่กลับมาทำสงครามอีก และข้อเรียกร้องของเนทันยาฮูที่ต้องการขับไล่ฮามาสออกจากกาซาให้สิ้น

เนทันยาฮูถูกผู้สื่อข่าวถามถึงรายงานที่ว่า อิสราเอลอาจมีแผนบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ในกาซาอพยพออกนอกพื้นที่ ซึ่งหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าอาจเข้าข่ายการ “ล้างเผ่าพันธุ์” เขาตอบว่า ชาวปาเลสไตน์ควรมีสิทธิเลือกเองว่าจะอยู่หรือจะไป ไม่ใช่ถูกบังคับ และระบุเพิ่มเติมว่า อิสราเอลกำลังหารือกับสหรัฐฯ เพื่อหาประเทศที่ยินดีรับผู้อพยพเหล่านี้ไปอยู่ต่ออย่างถาวร

ด้านทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่อยากให้สหรัฐต้องโจมตีอิหร่านอีก และเชื่อว่าอิหร่านมีท่าทีอ่อนลงเมื่อเทียบกับ 2 สัปดาห์ก่อน นอกจากนี้ เขายังยืนยันว่าจะส่งอาวุธเพิ่มเติมให้ยูเครน เพื่อให้สามารถป้องกันตัวเองจากการรุกรานของรัสเซีย พร้อมระบุว่า เขารู้สึกไม่พอใจประธานาธิบดีปูติน ที่ยังคงเดินหน้าทำสงครามในยูเครนต่อไป

เมื่อทรัมป์ถูกถามถึงแนวทางแบบสองรัฐ เพื่อแก้ปัญหาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เขาเลือกให้เนทันยาฮูเป็นผู้ตอบแทน ซึ่งเนทันยาฮูระบุว่า ปาเลสไตน์ควรมีสิทธิในการปกครองตนเอง แต่ต้องไม่มีอำนาจใด ๆ ที่จะคุกคามความมั่นคงของอิสราเอล โดยอิสราเอลจะยังคงดูแลด้านความมั่นคงในกาซาต่อไป พร้อมแสดงความมั่นใจว่า หากมีทรัมป์เป็นผู้นำ ความสงบในตะวันออกกลางสามารถเกิดขึ้นได้

‘อารยธรรม’ ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของรัฐชาติ อย่ามาเคลม ‘ปราสาทขอมต้องเป็นของเขมร’ เท่านั้น

เมื่อใดก็ตามที่มีข้อพิพาทเรื่องโบราณสถานระหว่างไทยกับกัมพูชา มักมีคำกล่าวหนึ่งที่เขมรหยิบมาใช้เสมอ:
> “ปราสาทขอมต้องเป็นของเขมร เพราะขอมคือบรรพบุรุษของกัมพูชา”

คำพูดนี้ฟังดูหนักแน่น แต่เมื่อย้อนกลับไปดู 'กาลเวลา' และ 'ฐานรากของอารยธรรม' จะเห็นชัดว่า ไม่สามารถเอา 'ขอม' ซึ่งเป็นอารยธรรมร่วมภูมิภาค มาอ้างว่าเป็นสมบัติของรัฐชาติหนึ่งโดยเฉพาะได้

ขอม: อารยธรรมร่วมของลุ่มน้ำโขง

อารยธรรมขอม หรือ Khom Empire เริ่มต้นราว พุทธศตวรรษที่ 14–18 (ค.ศ. 800–1400) โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองพระนคร (นครวัด–นครธม) แต่แผ่อิทธิพลไปทั่วทั้ง ลุ่มน้ำโขง–เจ้าพระยา และปริมณฑล ศิลปกรรมขอมปรากฏทั้งในกัมพูชา ไทย ลาว เวียดนาม และแม้แต่ในพม่า
> ถ้าจะพูดให้ถูกต้อง — ขอมคือ 'อารยธรรมเหนือพรมแดนรัฐชาติ' ที่เชื่อมโยงคนหลายเผ่าพันธุ์เข้าไว้ด้วยกัน

ไทยไม่ได้แยกขาดจากขอม — ไทยกลั่นกรองขอมจนกลายเป็นตนเอง

ก่อนจะมีชาติไทย ชาติสยาม หรือราชอาณาจักรสุโขทัย สิ่งที่อยู่ในพื้นที่ไทยคืออารยธรรมที่ถูกถักทอไว้แล้วหลายชั้น ได้แก่:

ศรีเทพ (พุทธศตวรรษที่ 11–14) อารยธรรมดั้งเดิมของลุ่มเจ้าพระยาตอนบน มีรากอินเดีย–ขอม

ทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12–16) ในภาคกลาง — สะท้อนการรับพุทธศาสนาแบบมหายานผสมพราหมณ์ มีวัฒนธรรมร่วมกับขอม

ละโว้–ลพบุรี (พุทธศตวรรษที่ 15–18) ถูกอิทธิพลขอมครอบคลุมโดยตรงจนกลายเป็นรัฐแบบขอมย่อส่วน ทั้งการวางผังเมือง ปราสาทหิน และอักษรจารึก

สิ่งเหล่านี้กลั่นกรองขึ้นมาเป็น “แก่นกลางของอารยธรรมไทยยุคแรก” ก่อนที่สุโขทัยจะดึงสิ่งเหล่านี้ไปปรุงเป็นความเป็น 'ไทย' ที่เรารู้จักในภายหลัง

> ขอมจึงไม่ใช่ 'ของนอก' สำหรับไทย แต่คือ 'เส้นเลือดสายหนึ่ง' ของร่างประวัติศาสตร์ไทย

เขมร: รัฐใหม่ ไม่ใช่เจ้าของอารยธรรม

กัมพูชาในฐานะ 'รัฐชาติ' เพิ่งเกิดขึ้นหลังปี พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) เมื่อได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส หลังจากตกเป็นอาณานิคมมากว่า 90 ปี

แม้จะอ้างว่าเป็นทายาทอารยธรรมขอม แต่ความเป็น 'รัฐ' ของกัมพูชาไม่ได้สืบต่อโดยตรงจากจักรวรรดิขอมโบราณ หากแต่ผ่านยุคล่มสลาย–สงคราม–ลัทธิล่าอาณานิคมมาก่อน

> เพราะฉะนั้น การอ้างว่า “ขอมคือเขมร” หรือ “มรดกขอมเป็นของกัมพูชา” จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริงเชิงประวัติศาสตร์ หากแต่เป็น “วาทกรรมชาตินิยม” ที่สร้างขึ้นภายหลัง

ถ้าเขมรมีสิทธิ — ไทย ลาว เวียดนาม ก็ควรมีสิทธิด้วย

โบราณสถานขอมในไทยมีมากกว่า 100 แห่ง เช่น พนมรุ้ง เมืองต่ำ ศีขรภูมิ ตาเมือนธม ศรีเทพ และลพบุรี ต่างมีรากทางขอมอย่างชัดเจน

ลาวก็มีปราสาทวัดพู
เวียดนามมีร่องรอยขอมทางใต้

ทุกประเทศมีสิทธิในเชิง 'มรดกร่วม' ไม่ใช่ของใครคนใดคนเดียว

> ถ้าจะถือว่า “มรดกขอม = สมบัติของรัฐกัมพูชา” ก็ต้องยอมให้ประเทศอื่นอ้างสิทธิตามหลักเดียวกันด้วย

ข้อสรุปจากกาลเวลา
อารยธรรม ช่วงเวลาโดยประมาณ ความสัมพันธ์กับไทย
ศรีเทพ พ.ศ. 1100–1400 จุดเริ่มเมืองรัฐในลุ่มเจ้าพระยา มีอิทธิพลขอม
ทวารวดี พ.ศ. 1200–1600 วัฒนธรรมอินเดีย–ขอม–พุทธ
ละโว้ พ.ศ. 1400–1800 เมืองสำคัญของขอมในลุ่มเจ้าพระยา
ขอม (นครวัด) พ.ศ. 1300–1800 ศิลปะขยายมายังสุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว ศรีสะเกษ ฯลฯ
กัมพูชา (รัฐชาติ) พ.ศ. 2496 – ปัจจุบัน รัฐใหม่หลังพ้นฝรั่งเศส ไม่ได้สืบสิทธิขอมโดยตรง

ขอมไม่ใช่ของใคร — ขอมเป็นของภูมิภาค

ถ้าจะเคารพประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง ต้องยอมรับว่า “อารยธรรม” ไม่ใช่ “สมบัติส่วนตัวของรัฐชาติ”
> ไทยไม่ได้แย่งขอมจากเขมร — เพราะ ขอมก็อยู่ในร่างของความเป็นไทยตั้งแต่ต้นแล้ว

และถ้าจะพูดให้แฟร์ — เขมรก็ไม่ควรแย่งขอมจากไทยเหมือนกัน

เลขาฯ NATO เตือนสงครามโลกครั้งที่ 3 อาจเริ่มจากจีน-รัสเซีย อดีตปธน.รัสเซีย สวนกลับ!! ‘รุตเต้’ เพ้อเพราะกินเห็ดเมามาก

(8 ก.ค. 68) มาร์ค รุตเต้ (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO ออกมาเตือนว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 อาจปะทุขึ้น หากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนและวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียเปิดฉากรุกรานพร้อมกัน โดยจีนอาจเริ่มจากการบุกไต้หวัน ส่วนรัสเซียจะใช้โอกาสนี้โจมตีประเทศในกลุ่ม NATO โดยเฉพาะเอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย

เลขาธิการ NATO ระบุว่า แผนการนี้มีแนวโน้มสูง และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น NATO ต้องเร่งเสริมกำลังทหารให้แข็งแกร่ง และสร้างความร่วมมือกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สนับสนุนการทำงานร่วมกันด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างสองภูมิภาค

มาร์ค รุตเต้ ยังเผยว่า รัสเซียกำลังผลิตกระสุนปืนได้มากกว่า NATO ถึงสามเท่าในช่วงเวลาเพียงสามเดือน โดยอาศัยการสนับสนุนจากเกาหลีเหนือ จีน และอิหร่าน 

ด้านรัสเซียตอบโต้คำเตือนของรุตเต้อย่างรุนแรง โดยดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) อดีตประธานาธิบดีรัสเซียและหนึ่งในคนใกล้ชิดของวลาดิเมียร์ ปูติน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (ชื่อเดิม Twitter) ตำหนิรุตเต้ด้วยถ้อยคำประชดประชันและเสียดสีอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า 

“รุตเตอคงกินเห็ดเมาแบบดัตช์เข้าไปมากเกินไป” พร้อมเหน็บแนมว่าความคิดเรื่องการร่วมมือกันระหว่างจีนและรัสเซียในการบุกไต้หวันและยุโรปเป็นเรื่องเพ้อฝัน

เมดเวเดฟยังต่อว่ารุตเต้ ควรเริ่มเรียนภาษารัสเซียไว้ เพราะอาจได้ใช้หากต้องไปใช้ชีวิตในค่ายแรงงานไซบีเรียในอนาคต เป็นการสื่อถึงความไม่พอใจของเครมลินต่อท่าทีแข็งกร้าวของ NATO และรุตเต้ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ

ทั้งนี้ รัสเซียยังคงโจมตียูเครนอย่างหนักด้วยขีปนาวุธและโดรน ล่าสุดมีผู้บาดเจ็บหลายรายในเคียฟและคาร์คิฟ โดยทาง NATO ยืนยันว่าจะยังสนับสนุนยูเครนต่อไป พร้อมเตือนว่าแม้มีการเจรจากับปูตินแล้ว แต่ยังไม่มีสัญญาณสันติภาพเกิดขึ้นในเร็ววัน

“ผู้กองธร” คว้าโล่ฮีโร่แนวหน้า! สร้างวัดปลอดภัย–ไล่บี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

(7 ก.ค. 68) ณ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.3 กอ.รมน.) พลโท ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการ ศปป.3 มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ ร้อยตำรวจเอก นิติธร ประชันกาญจนา หรือ “ผู้กองธร วัดไร่ขิง” เจ้าของฉายาตำรวจจิตอาสา ผู้มีบทบาทโดดเด่นในภารกิจด้านความมั่นคงและศาสนา

“ผู้กองธร” เป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันโครงการ “เขตปลอดภัยทางศาสนา” ปกป้องวัดและศาสนสถานจากกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์ พร้อมยืนหยัดรักษาความบริสุทธิ์ของศาสนาด้วยแนวทางนุ่มนวลแต่ชัดเจน

ในอีกบทบาทหนึ่ง เขายังจับมือ ศปป.3 เดินหน้า ปฏิบัติการข่าวสารเชิงรุก ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ และเครือข่ายฟอกเงิน โดยเน้นการเฝ้าระวัง รวบรวมข้อมูล และเชื่อมโยงการข่าวอย่างเป็นระบบ

การมอบโล่ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการยกย่องตำรวจแนวหน้า ผู้กล้าทำในสิ่งที่ “ต้องทำ” ไม่เพียงเพื่อความสงบสุขของวัดวาอาราม แต่เพื่อความมั่นคงของประเทศในโลกจริงและไซเบอร์

‘๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ’ ติดโผ 1 ใน 6 เข้ารอบสุดท้ายหนังสือดีเด่น ‘รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด’

(8 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด’ ได้โพสต์ข้อความว่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยสำนักกิจการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผู้ดำเนินโครงการเซเว่นบุ๊คอวอร์ดครั้งที่ 22 ประกาศรายชื่อผลงานเข้ารอบสุดท้าย (Shortlist) ประเภทการ์ตูน ทั้งสิ้น 6 เล่ม (ไม่เรียงลำดับคะแนน) ได้แก่

1. ขอโทษที่ไม่มีอะไรดีเท่าไอ้หมอนั่น โดย แบกบอย
2. เจ้ามึนจะอายุ 65 ปีอย่างมีความสุข โดย PPONG 4KOMA
3. ๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ โดย วิวัธน์ จิโรจน์กุล
4. Joke หมายเหตุ โดย รวมนักเขียน ขายหัวเราะ
5. Leave the Past, in the Past โดย คัจฉกุล แก้วเกต
6. Monster Steak โดย ADISAK DAS PONGSAMPAN

ทั้งนี้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จะประกาศผลการตัดสินโครงการประกวดหนังสือดีเด่น รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน ศกนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top