Tuesday, 30 June 2026
Hard News Team

'กรมการท่องเที่ยว' เดินหน้าต่อยอดองค์ความรู้ เปิดอบรม ยกระดับการให้บริการ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 29 สิงหาคม 2565 นางพัฒนศิริ  ศัลยสิริ อิ้วตกส้าน ผู้อำนวยการกองพัฒนามาตรฐานบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด การอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

โดย จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 1 ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ บางนา โดยได้รับเกียรติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในจังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ นายกสมาคมการค้าพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ และรองปลัดเมืองพัทยา เข้าร่วมในพิธีเปิดครั้งนี้

โดยมี ดร.วริยา ภัทรภิญโญพงศ์ ดร.นุชนาฎ ยูฮันเงาะ ดร.กฤตวรรณ สาหร่าย ดร.มรกต กำแพงเพชร และ ดร.พันธุ์รวี ณ ลำพูน เป็นผู้บรรยายให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมการอบรม และมีผู้เข้าร่วมการเสวนา จำนวน 6 ท่าน ได้แก่ นางศิริพร พูลสุข วิสาหกิจชุมชน หัตถศาสตร์เพื่อสุขภาพ นายชัย อรุณานนท์ชัย นายกสมาคมการค้าพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ นายสมปอง รัศมิทัต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางนำ้ผึ้ง รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฏฐนียา โตรักษา ผู้อำนวยการสถาบันอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ ผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ นางสาวสุมาลี ว่องเจริญกุล เลขาธิการ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว

'นิพนธ์' ยัน 3 ปีกว่าที่เป็นรัฐบาล ทำตามสัญญากับประชาชน ชู ประกันรายได้-เปลี่ยนความขัดแย้งสู่ความมั่นคงทางอาหารพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมขอโทษสิ่งผิดพลาดในอดีต เดินหน้าสร้างอนาคต

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2565 ที่ห้องประชุมสาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานเปิดการประชุมหารือแนวทางเตรียมการเลือกตั้งกับ แกนนำพรรค สมาชิกพรรคปชป. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.และพี่น้องประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลเกาะแต้ว โดยมีนายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้ช่วยดำเนินงานนายชวน หลีกภัย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 สงขลา นายนราเดช คำทัปน์ สมาขิกสภา อบจ.สงขลา นายศิริชัย เอกพันธุ์ รองประธานสภา อบจ.สงขลา นายถนอมศักดิ์ แป๊ะเส้ง ประธานสาขาพรรค ปชป.เขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา และกรรมการสาขาพรรคร่วมในการประชุมหารือแนวทางการเตรียมการเลือกตั้ง

นายนิพนธ์ กล่าวว่า การเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญ การเตรียมความพร้อมของสาขาพรรคจึงเป็นสิ่งจำเป็น พรรคปชป.จะทำทุกกลุ่มทุกรุ่น สร้างคนรุ่นต่อรุ่น เพราะผลพวงของการสร้างคนรุ่นใหม่จำเป็นสำหรับพรรคการเมืองประชาธิปัตย์ตั้งมาแล้วถึง 76 ปี ย่างเข้าสู่ปีที่ 77 ดังนั้นคนของพรรคปชป.จึงมีรุ่นแล้วรุ่นเล่าสืบต่อกันมา พรรคปชป.เป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของให้โอกาสกับคนทุกคน จึงให้คว่มมั่นใจได้ว่าพรรคนี้จะอยู่บ้านคู่เมืองแน่นอน ผมเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นเร็วๆนี้ ดังนั้นการหาสมาชิกพรรคจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งเราจะดูแลทุกระดับ และพวกเราจะทำงานใกล้ชิดกับท้องถิ่น และจะทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน อะไรที่ท้องถิ่นดูแล พี่น้องได้ผู้แทน ก็อยากจะขอโอกาสพี่น้อง รอบนี้ประชาธิปัตย์หวังว่า คราวที่แล้วถือเป็นบทเรียน ให้ประชาธิปัตย์ 22 คนจาก 50 คน ผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคต้องยอมพร้อมรับที่พี่น้องได้สั่งสอนพรรคปชป.ไปแล้ว และมีอะไรที่ผิดพลาดผมก็ขอถือโอกาสนี้ขอโทษ ซึ่งก็คงไม่มีใครที่ไม่เคยทำอะไรผิดเลย พรรคการเมืองก็มีโอกาสผิด ปชป.ทำอะไรไม่ถูกในพี่น้องก็ต้องขอโทษ และพร้อมเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพื่อเดินหน้าสู่อนาคต

‘ชัยวุฒิ’ เปิดการประชุมสหภาพไปรษณีย์เอเชียฯ ระดมความเห็นยกระดับบริการขนส่งยุคดิจิทัล

ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพการประชุมใหญ่สหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก สมัยที่ 13 (13th APPU Congress)  

วันนี้ (29 สิงหาคม 2565) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานพิธีเปิด การประชุมใหญ่สหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก สมัยที่ 13 (13th APPU Congress) ณ โรงแรมแชงกรี-ล่า กรุงเทพฯ

ประเทศไทย โดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับความไว้วางใจ จากสหภาพไปรษณีย์ฯ เป็นประธานสภาบริหาร(Executive Council – EC) ต่อเนื่องเป็นเวลา 4  ปี ทำหน้าที่ กำหนดหลักเกณฑ์การให้บริการไปรษณีย์ระหว่างประเทศ รวมถึงวางระเบียบการบริหารงานของสหภาพฯ ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทในการแสดงความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์กับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค สามารถผลักดันแผนงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนากิจการไปรษณีย์ของไทยและของประเทศสมาชิก รวมทั้งส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศที่ตั้งของสำนักงานใหญ่สหภาพฯ มากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 32 ประเทศ


 

รัฐบาล โชว์ 5 ปี ติดตามวัตถุโบราณไทย 611 รายการ คืนไทย เตรียมรับจากสหรัฐฯ 3 รายการ

เมื่อวันที่ (29 ส.ค. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามวัตถุโบราณของไทย กลับประเทศว่า จากความมุ่งมั่นของรัฐบาล และคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ได้บูรณาการประสานกับส่วนราชการประเทศต่าง ๆ โดยกระทรวงวัฒนธรรมรายงานว่า สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา (Homeland Security Investigations: HSI) ได้เจรจาให้พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเดนเวอร์ (The Denver Art Museum) เตรียมการส่งคืนโบราณวัตถุกลับไทยโดยเร็ว จำนวน 3 รายการ ได้แก่ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลปะเขมร สมัยก่อนเมืองพระนคร และพระพุทธรูปยืน ศิลปะทวารวดี 2 องค์  

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับทับหลังปราสาทหนองหงส์ และทับหลังจากปราสาทเขาโล้น ที่ได้รับคืนจากพิพิธภัณฑ์ Asean Art ในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2564 ขณะนี้ทับหลังปราสาทหนองหงส์ ได้จัดแสดง ณ ศูนย์ข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์ พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จัดแสดงที่ศูนย์ข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว และเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ทั้งสองแห่ง ส่วนการติดตามโบราณวัตถุคืนไทยในลำดับถัดไป ทางคณะกรรมการฯ แจ้งว่ามีจำนวน 2 รายการ คือ 

1.) พระพุทธรูปประทับเหนือพนัสบดี สมัยทวารวดี จากเมืองโบราณซับจำปา จังหวัดลพบุรี อยู่ในความครอบครองของสถาบันเอเชียโซไซตี้ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 
และ 2.) ใบเสมาหินสลักภาพพุทธประวัติสมัยทวารวดี จากเมืองโบราณฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ ปรากฏข้อมูลใน Collection online ของ The British Museum

'เพนกวิน' เตือนสติ 'มิตรสหายนักเคลื่อนไหว' อย่าตีตราว่าคน 'เมินเฉย' มุ่งหาวิธีสู้ที่เหมาะสมดีกว่า

เพนกวิน โพสต์เปิดใจถึงมิตรสหายนักเคลื่อนไหว อย่าน้อยใจ ถ้าคนไม่สนใจการเมือง แต่ละคนมีความสนใจต่างกัน ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีอุดมการณ์ที่ดี บางครั้งมันเป็นเรื่องจังหวะ สถานการณ์ บางคนอาจเบื่อรูปแบบหรืออยากพักก็เป็นเรื่องปกติธรรมชาติ เตือน การตีตราคนว่า 'อิกนอร์' ไม่ช่วยทำให้คนกลับมาสนใจการเมือง นักกิจกรรมการเมือง ต้องทำงานเข้าใจประชาชน หาวิธีสู้ที่เหมาะสมต่อ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักเคลื่อนไหวและนักกิจกรรมทางการเมือง และเป็นแกนนำคนหนึ่งของการประท้วงในประเทศไทย พ.ศ. 2563 ในนามของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เขียนข้อความทางเฟซบุ๊ก ส่งข้อความถึงนักกิจกรรมการเมืองว่า

"ถึง มิตรสหายนักเคลื่อนไหว"

"การเคลื่อนไหวเป็นเหมือนคลื่น มีจุดสูงจุดต่ำ ณ จุดสูงคนย่อมสนใจมาก ณ จุดต่ำคนก็ย่อมไม่ได้สนใจมาก เป็นปกติวิสัย อย่าไปน้อยอกน้อยใจ มันเป็นธรรมชาติ ซึ่งการที่คนเขาไม่สนใจ ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีอุดมการณ์ เขาอาจจะเหนื่อยแล้วที่จะตามข่าว เขาอาจจะเบื่อแล้วกับกิจกรรมรูปแบบเดิม เขาอาจจะอยากพักอยู่"

"และเขาจะอย่างไรก็ตาม นั่นคือประชาชนที่นักกิจกรรมต้องทำงานด้วย ถ้าเขาไม่สนใจ แสดงว่ายังจุดกระแสไม่สำเร็จ ก็ต้องทบทวนและหาวิธีทำให้คนทั่วไปสนใจสิ่งที่เราทำ ผมมั่นใจว่าการตีตราเขาว่าเป็น “อิกนอร์” หรืออะไรก็ตามไม่ใช่หนึ่งในวิธีการทำให้คนกลับมาสนใจการเมืองแน่นอน"

‘บิ๊กป้อม’ ลุยแก้ปัญหาแรงงานนอกระบบ ย้ำ รบ.ดูแลสิทธิ – ยกระดับคุณภาพชีวิตเต็มที่

‘นายกฯป้อม’ นั่งหัวโต๊ะ ถกบอร์ดแรงงานนอกระบบ ไฟเขียวเคาะแผนฯความร่วมมือ ม.ธรรมศาสตร์ - ก.แรงงาน ปี 66-70 เน้นใช้เทคโนโลยี เสริมการจ้างงาน/เพิ่มรายได้ ควบคู่สิทธิพึงได้อย่างเต็มที่ พร้อมเร่งรัด กม.คุ้มครองฯ บังคับใช้โดยเร็ว

เมื่อ (29 ส.ค. 65) เวลา 10.00 น. พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบแห่งชาติ (คนช.) ครั้งที่1/2565 ณ ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้รับทราบ ผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ ประจำปี 64 ซึ่งมีการส่งเสริมคุ้มครอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ จำนวน 67 โครงการ/กิจกรรม มีแรงงานนอกระบบที่ได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิต รวม 16,876,660 คน (5,736 ล้านบาท) มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6,853 บาทต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 4 ของรายได้ในปี 63 เฉลี่ย 6586 บาทต่อเดือน และรับทราบผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาการตลาดสินค้ากลุ่มผู้ทำการผลิตที่บ้านหลังการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (Homenet) ซึ่งมีแรงงานนอกระบบได้รับประโยชน์ 1,160 คน มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 4,500 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 ของรายได้ ก่อนการระบาดของ โควิด-19 (เฉลี่ยต่อเดือน 2,500 บาท) รวมทั้งรับทราบความคืบหน้า(ร่าง) พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ พ.ศ...ซึ่งจะแล้วเสร็จภายใน ต.ค. 65 

BEAUTY รีเฟรชแบรนด์ GINO McCRAY ปล่อยแคมเปญ ‘LOOKS at ME ลุคไหนก็ใช่เรา’ เอาใจสาวทุกสไตล์

BEAUTY เดินหน้าปรับภาพลักษณ์แบรนด์ GINO McCRAY บุกตลาดสาวทุกเจเนอเรชัน จับมือพันธมิตรทางธุรกิจ EVEANDBOY ขยายช่องทางจำหน่ายแบบ Shop in Shop พร้อมลุยตลาดต่างประเทศ อาทิ จีน ฟิลิปปินส์ ซาอุดิอาระเบีย อินเดีย และอินโดนีเซีย ในรูปแบบ Product Distribution ภายในปีนี้ เปิดตัว Brand Ambassador นักแสดงสาวชื่อดัง ‘บัว - นลินทิพย์’ ส่งแคมเปญ ‘LOOKS at ME’ สร้างปรากฎการณ์ความสวยหลากสไตล์กับกลุ่มลูกค้า

ดร.พีระพงษ์  กิติเวชโภคาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) (BEAUTY) ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิวภายใต้แนวคิด Live a Beautiful Life เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ ‘GINO McCRAY’ (จีโน่ แม็คเครย์) กลุ่มผลิตภัณฑ์เมคอัพภายใต้การบริหารของ BEAUTY ให้มีความหรูหรา เรียบง่าย แต่คงความเป็นมืออาชีพด้านความงาม วาง Brand Positioning ให้เป็นเมคอัพชิ้นพิเศษ ที่ราคาจับต้องได้ หาซื้อง่าย โดดเด่นด้วยคุณภาพ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง

โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของ GINO McCRAY เป็นทั้งผู้บริโภคทั่วไป และผู้บริโภคที่มีความเป็นมืออาชีพด้านความงามและการแต่งหน้า สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อครีเอทลุคของตนเองได้ทุกวัน หลากหลายสไตล์  ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันยังได้ปรับรูปแบบช่องทางการจำหน่ายของ GINO McCRAY ใหม่ โดยร่วมมือกับพันธมิตรบิวตี้มัลติแบรนด์สโตร์ชั้นนำ EVEANDBOY เปิดร้านในรูปแบบ Shop in Shop แห่งแรก ที่สาขา เมกาบางนา วางกลยุทธ์การตลาดในรูปแบบ Business Partner สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และขยายช่องทางการขายสู่ตลาดแมส ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าขยายสาขารูปแบบ Shop in Shop ร่วมกับร้านอีฟแอนด์บอย จำนวน 18 สาขา และร้านบิวตี้ บุฟเฟต์ ทั้ง 50 สาขา ทั่วประเทศภายในปีนี้ และมีแผนขยายตลาดสู่ต่างประเทศ อาทิ  จีน ฟิลิปปินส์ ซาอุดิอาระเบีย อินเดีย และอินโดนีเซีย ในรูปแบบ Product Distribution เพื่อมุ่งเน้นกระจายผลิตภัณฑ์คุณภาพดี ราคาจับต้องได้ เข้าสู่พื้นที่ต่างๆ ของแต่ละประเทศ

‘บิ๊กตู่’ ออกงานแรก หลังหยุดปฏิบัติหน้าที่นายฯ เป็นปธ.เปิดงานแสดงอาวุธป้องกันประเทศ

‘บิ๊กตู่’ เปิดงานแสดงอาวุธป้องกันประเทศ  ตั้งใจเดินดูทุกบูธ พร้อมทดลองเล็งปืน บอก ‘มีกำลังใจดีอยู่แล้ว’ 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปรากฎตัวต่อสื่อครั้งแรก หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยวาระดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี โดยเป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ (Defense & Security 2022) ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี  ซึ่งเป็นงานระดับประเทศมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจ 

โดยทันทีที่ถึงบริเวณงานพลเอกประยุทธ์ ได้ยกมือรับไหว้สื่อ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ไม่ได้มีการพูดคุยทักทาย สื่อจึงสอบถามถึงกำลังใจหลังต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีชั่วคราว ซึ่งพลเอกประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ มีเพียงพูดคุยกับผู้จัดงาน ๆ จนเข้าไปยังห้องพักรับรอง เมื่ออกจากห้องพักรับรองสื่อได้สวัสดีอีกรอบ พลเอกประยุทธ์จึงกล่าวสั้น ๆ ว่า “สวัสดี” ก่อนเดินเข้าร่วมงานทันที 

โดยหลังจากเป็นประธานเปิดงานแล้วจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการที่จัดแสดงเทคโนโลยีทางการทหาร และความปลอดภัย อย่างตั้งใจและเดินเยี่ยมชมทุกบูธ อาทิ ระบบอาวุธปืน ขีปนาวุธ รถถัง อากาศยานไร้คนขับ(UAV) พาหนะขนส่ง เรือ ระบบดาวเทียม ระบบการสื่อสารระบบเทคโนโลยีการป้องกันทางอิเล็กทรอนิกส์ทางไกล ระบบควบคุมการยิง  จากผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกที่นำมาจัดแสดงกว่า 15 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส สิงคโปร์ อิสราเอล เยอรมนี เกาหลี จีน สาธารณรัฐเช็ก เป็นต้น โดยมี บริษัทอาวุธชั้นนำของโลกมาออกบูทแสดงจำนวนมาก ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทดลองขึ้นไปนั่งปืนใหญ่อัตตาจรล้อยาง ATMG ขนาด 155 มิลลิเมตร พร้อมดูอุปกรณ์ภายใน นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทดลองยกปืนขนาดยาวและเล็ก โดยได้ยกปืนยาวขึ้นเล็งซึ่งเป็นปืนขนาด 7.62 *51 มม. รุ่น SIG-MCX รุ่น XM 5 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเดินเยี่ยมชมพล.อ.ประยุทธ์  กล่าวเพียงสั้น ๆ กับสื่อมวลชนว่า “มีกำลังใจดีอยู่แล้ว”

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า โอกาสนี้พลเอกประยุทธ์ ยังได้หารือทวิภาคีกับตัวแทนมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย ซึ่งเดินทางมาด้วยตัวเอง เนื่องจากอยู่ระหว่างภารกิจเดินทางเยือนประเทศไทย

รัฐผนึก 'SME D Bank - SAM' แก้หนี้ SME หวังฟื้นการจ้างงาน - เศรษฐกิจขยายตัว

เมื่อวันที่ (29 ส.ค. 65) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่นโยบายรัฐบาลมุ่งส่งเสริมและดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เข้าถึงสภาพคล่อง และที่มีปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพ (NPLs) ให้ฟื้นกลับมาเดินหน้าทางธุรกิจต่อได้ ทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank และ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือทางธุรกิจในรูปแบบหน่วยงานรัฐกับหน่วยงานรัฐ (G To G) เป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มหนี้ด้อยคุณภาพ ให้สามารถกลับมาพลิกฟื้น อยู่รอด และเติบโตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าว ถือเป็นเป็นครั้งแรกของภาครัฐที่ร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เป็นหนี้อย่างยาวนาน โดยจะนำร่องช่วยกลุ่มหนี้ด้อยคุณภาพที่มีหลักประกันที่เกิดขึ้นก่อนปี 2558 เงินต้นรวม ประมาณ 8,000 ล้านบาท และเมื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีผ่านกระบวนการแก้ปัญหาต่าง ๆ จาก บสส. แล้ว ทาง ธพว. พร้อมต่อยอดผ่านกระบวนการด้านการเงิน และการพัฒนา ในโครงการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ ลดวงเงินผ่อนชำระเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ และเติมทุนใหม่เสริมสภาพคล่อง นำไปใช้บริหารจัดการธุรกิจ ซื้อวัตถุดิบ เพิ่มกำลังการผลิต หรือสร้างมาตรฐาน

'ภูมิใจไทย' กร้าว!! ประกาศกวาด ส.ส.ใต้ 16 ที่นั่ง เชื่อ 3 ปีกว่าร่วมรัฐบาล ‘พูดแล้วทำ’ ผลงานเพียบ

‘พิพัฒน์’ อ้อนคนใต้เลือก ‘ภูมิใจไทย’ สานงานต่อ ประกาศกวาดไม่น้อยกว่า 16 ที่นั่ง หลังเพิ่มเขตเลือกตั้งใหม่ 8 เก้าอี้ ตีปี๊บ 3 ปีกว่าร่วมรัฐบาล สร้างผลงานเพียบตรงสโลแกนพูดแล้วทำ

(29 ส.ค. 65) ที่จังหวัดสงขลา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นางนาที รัชกิจประการ เหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย แถลงแสดงความพร้อมในการเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้

โดยนายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการเป็นรัฐบาลมา 3 ปีเศษ ที่ประกอบไปด้วย 3 รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คือ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึง 4 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คือ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สามารถผลักดันนโยบายต่าง ๆ เป็นผลรูปธรรมและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนชาวใต้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top