Tuesday, 30 June 2026
Hard News Team

มาเลเซีย ส่อเกิดวิกฤตการศึกษา หลังเด็กจบมัธยม 72% ไม่สนใจเรียนต่อ

สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งมาเลเซีย (ASM) ได้ทำการสำรวจความเห็นของนักเรียนมาเลเซีย ถึงเป้าหมายในการเรียนหลังจบ ระดับมัธยมศึกษา พบว่ามีนักเรียนมาเลเซียกว่า 390,000 จากจำนวน 560,000 หรือราว ๆ 72.1% ตอบว่าไม่สนใจที่จะเรียนต่อแล้ว แต่ต้องการเริ่มอาชีพอิสระ เช่นการทำคอนเทนท์ Online หรือ เป็น YouTuber มากกว่า จึงมีนักเรียนเพียง 170,000 คน ที่ยืนยันว่าจะเรียนต่อในชั้นเรียนระดับสูงอย่างแน่นอนเท่านั้น 

3 สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กนักเรียนมาเลเซีย ช่วงอายุระหว่าง 17-18 ปี สนใจเรียนต่อในระดับสูงน้อยลงมาก คือ 

1. การขยายตัวของ Gig Economy หรือระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากงานแบบครั้งคราว ที่มักเรียกว่ากลุ่มงานฟรีแลนซ์ งานรับจ้างเป็นชิ้น ๆ ที่ไม่มีสัญญาผูกมัดระยะยาว ที่ตรงกับค่านิยมของหนุ่มสาวยุคใหม่ ที่รักอิสระ เน้นทำงานเฉพาะทางที่อยากทำจริง ๆ 

2. จึงตามมาด้วยเหตุผลที่ 2 คืออิทธิพลของสื่อโซเชียลที่กำลังมาแรง และมีโอกาสสร้างรายได้มหาศาล กลายเป็นแรงจูงใจให้เด็กรุ่นใหม่เลือกเดินสายอาชีพ Influencer, Youtuber, Streamer หรือการขายของทางออนไลน์ ซึ่งเป็นอาชีพที่สามารถทำได้ทันที ไม่จำกัดวัย และวุฒิการศึกษา 

3. ความเชื่อว่า วุฒิการศึกษาระดับสูงในปัจจุบันไม่สามารถการันตีรายได้ในอนาคต อีกทั้งการเรียนต่อในระดับวิชาชีพขั้นสูง หรือ ในมหาวิทยาลัยก็มีค่าใช้จ่ายสูง ที่บางหลักสูตรไม่ตอบโจทย์ความต้องการในตลาดแรงงานของยุคนี้อีกแล้ว

นอกจากนี้ กระทรวงการศึกษาของมาเลเซียยังเปิดเผยว่า ยังมีเด็กมาเลเซียอีกถึง 5.8% ที่ไม่เคยเข้าระบบการศึกษาภาคบังคับ หรือมีโอกาสเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน

The Star สื่อยักษ์ใหญ่ของมาเลเซียชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเรียนมาเลเซียจำนวนมากเลิกเรียนกลางคัน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่จบระดับมัธยมด้วยซ้ำ มาจากปัญหาความยากจน ระบบการศึกษาที่เน้นผลสัมฤทธิ์จากการสอบมากเกินไป และ นักเรียนไม่เห็นความสำคัญของการศึกษาในระดับสูงอีกต่อไปแล้วนั่นเอง 

ดาโต๊ะ เสรี แอดฮาม บาบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี และนวัตกรรม แสดงความเป็นห่วงที่เห็นตัวเลขนักเรียนมาเลเซียจำนวนมาก ไม่สนใจจะเรียนต่อในระดับการศึกษาขั้นสูงหลังสอบจบ Sijil Pelajaran หรือวุฒิมัธยมศึกษาระดับพื้นฐานของมาเลเซีย ซึ่งหากตัวเลขที่ได้จากผลสำรวจนี้สะท้อนความเห็นของนักเรียนมัธยมส่วนใหญ่ของมาเลเซียจริง ๆ อาจไม่เป็นผลดีกับการพัฒนาประเทศในระยะยาว

'ครูธัญ' ชื่นชมทัศนคติผู้บริหาร รร.สิริรัตนาธร ชี้!! การศึกษาไทยต้องโอบรับเด็กทุกกลุ่ม

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงประเด็นที่ถูกพูดถึงในสังคมออนไลน์ที่มีผู้บริหารโรงเรียนสิริรัตนาธร ส่งหนังสื่อถึงผู้ปกครองนักเรียนพร้อมระบุในหนังสือว่า

“ถ้านักเรียนในความปกครองของท่านทำคะแนนได้สูงสุด นั่นหมายถึงเป็นหนึ่ง หรือยืนหนึ่ง แต่ถ้าลูกทำไม่ได้ ได้โปรดอย่าทำลายความเชื่อมั่นและความนับถือตัวเองของลูกไป บอกลูกว่ามันดีมากแล้ว มันแค่การสอบ มันยังมีอะไรอีกมากมายในชีวิต บอกลูกท่านว่าไม่ว่าคะแนนสอบออกมาแบบไหน คุณก็รักเขาและจะไม่ตัดสินเขา” 

ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมวิสัยทัศน์ของผู้บริหารของโรงเรียนที่มองเห็นนักเรียนทุกคนไม่ว่าเขาจะเป็นเด็กที่คะแนนดีหรือไม่ ซึ่งการศึกษาไทยควรมีค่านิยมแบบนี้ โรงเรียนควรเป็นสังคมให้พวกเขาได้เติบโตและใช้ชีวิต ยอมรับและสามารถเปิดเผยตัวตนของตนเองได้

'ดร.วรัชญ์' ยกอุทาหรณ์ 'เอลซัลวาดอร์' เลือกผู้นำผิด ชู บิทคอยน์เป็นเงินทางการ จนประเทศล้มละลาย

'ดร.วรัชญ์' ยกอุทาหรณ์ ประเทศเอลซัลวาดอร์ เลือกผู้นำผิด ให้บิทคอยน์เป็นเงินทางการของประเทศ จากไอเดียของประธานาธิบดี นายิบ บูเคเล่ วัยเพียง 41 ปี จนประเทศล้มละลาย

(31 ส.ค. 2565) ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เรื่อง เลือกผู้นำผิด ประเทศชาติอาจล้มละลายได้ มีเนื้อหาดังนี้

เอลซัลวาดอร์ อาจจะเป็นประเทศแรกในโลกที่ล้มละลายจากบิทคอยน์ หนึ่งปีหลังจากเป็นประเทศแรกที่ประกาศให้บิทคอยน์เป็นเงินทางการของประเทศ จากไอเดียของประธานาธิบดี นายิบ บูเคเล่ วัยเพียง 41 ปี ผู้หลงใหลคริปโตเคอเรนซี่อย่างหนัก

โดยกฎหมายบิทคอยน์นี้ ใช้เวลาเพียง 5 วันก็ผ่านสภาที่พรรคของบูเคเล่ครองเสียงข้างมาก โดยไม่มีประชาพิจารณ์หรือการรับฟังความเห็นจากประชาชนเลย และไม่ผิดคาดที่การใช้งานนั้นเต็มไปด้วยปัญหาและการทุจริต

บูเคเล่ ที่สร้างอำนาจมาจากพ่อของเขาที่เป็นนักธุรกิจมหาเศรษฐี มักเรียกตัวเองว่าเป็น CEO ของเอลซาวาดอร์ แต่ประชาชนจำนวนมากเรียกเขาว่าเป็น "เผด็จการที่หลงตัวเอง" และออกมาต่อต้านกฎหมายบิทคอยน์กันจำนวนมาก

แม้ว่าประชาชนจะต่อต้าน แต่บูเคเล่ก็ไม่ฟังเสียง ยังคงเดินหน้าต่อไปด้วยการทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับอภิมหาโปรเจคในการสร้าง "เมืองบิทคอยน์" (Bitcoin City) แม้ว่าประเทศจะอยู่ในสภาวะวิกฤตจากหนี้แล้วก็ตาม จึงพยายามออกพันธบัตรเพื่อระดมทุน และให้สัญชาติกับนักลงทุน แต่ก็ไม่สามารถดึงดูดนักลงทุนมาได้

ชื่นชม!! ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ อำนวยความสะดวกภารกิจนำส่งอวัยวะหัวใจ

เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก 'ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ กองบังคับการตำรวจจราจร' ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพ ระบุว่า...

#ทุกวินาทีคือชีวิตภารกิจนำส่งอวัยวะหัวใจ(53)

30 สิงหาคม 2565 เวลา 18.45 น. #ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ได้รับแจ้งจากพนักงานวิทยุ (ด.ต.จักรภูมิ เสมียนชัย) ว่าได้รับการประสานงานจากสภากาชาดไทยขอสนับสนุนตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริอำนวยความสะดวกนำอวัยวะหัวใจจากสนามบินดอนเมืองส่งยังโรงพยาบาลเป้าหมาย โดยอวัยวะหัวใจดังกล่าวคุณหมอได้นำขึ้นเครื่องบินมาลงที่สนามบินดอนเมืองในเวลาประมาณ 18.45 น. หลังจากรับแจ้งแล้ว พ.ต.ต.พีรวุฒิ ใหม่อ่อง สว.งานฯ 2กก.6บก.จร.(โครงการใต้ 1) และร.ต.ต.มานะ จอกโคกสูง รองสว.งานฯ 1กก.6บก.จร. (โครงการเหนือ 17) จึงนำกำลังประกอบด้วยด.ต.สุทิน อินทโชติ (6-202) ส.ต.อ.ขจรศักดิ์ พูลคำ (6-144) ส.ต.ท.วัชริศ ลีแสน (6-655) และตำรวจช่างจ.ส.ต.ยุทธนา มังคะตา (6-432) ส.ต.ท.ตุลยวัต ขุนเปีย (6-677)​ ส.ต.ท.ชินาธิป พรมอ้วน (6-711) เข้าสนับสนุนยังอาคารผู้โดยสารภายในประเทศขาเข้า สนามบินดอนเมือง เมื่ออวัยวะหัวใจมาถึงจึงเร่งนำส่งรพ.เป้าหมายทันที นับเป็นครั้งที่ 53 แล้วที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริอำนวยความสะดวกนำส่งอวัยวะหัวใจ

‘ทิพานัน’ การันตี ‘นายกฯตู่’ ทำทุกอย่างเพื่อปชช. ซัด ‘ทักษิณ’ บิดเบือนข่าวขึ้นค่าแรง แต่ไม่พูดถึงโกงจำนำข้าว

‘ทิพานัน’ ย้ำ ‘บิ๊กตู่’ บริหารประเทศเพื่อประโยชน์ประชาชน ไม่ต้องหนีคุกลี้ภัย ซัด ‘ทักษิณ’ บิดเบือนข่าวค่าจ้างแรงงาน แต่ไม่เคยพูดถึงเรื่องโกงจำนำข้าว ชี้ คงอยู่ในจิตใต้สำนึก 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่เฟซบุ๊ก CARE คิด เคลื่อน ไทย เผยแพร่ข้อความที่นายทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม กล่าวพาดพิงด้วยข้อมูลที่คลาดเคลื่อนว่า ตนไม่ทราบว่านายทักษิณได้อ่านข่าวด้วยตนเองหรือไม่ ทำให้ออกมาวิจารณ์กันไปคนละเรื่องเช่นนี้ จนเกือบเข้าใจว่าเป็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารดิสเครดิตของฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ที่มักนำข้อมูลหรือคำให้สัมภาษณ์ของตนไปบิดเบือน แต่เมื่อตรวจสอบดูปรากฏว่าเป็นนายทักษิณที่ออกมาให้ความเห็นจริง ๆ ก็ทำให้รู้สึกเห็นใจนายทักษิณที่หลบหนีโทษจำคุกอยู่ไกลในต่างแดน ต้องขออภัยที่ข่าวสารจริงไม่ถึงท่าน หรือมีผู้นำไปถ่ายทอดให้ฟังแบบผิด ๆ ถูก ๆ หรืออาจสะเทือนใจกับคำว่า ‘นายกฯเถื่อน’  ที่เป็นวาทกรรมของพรรคเพื่อไทยเอง ทำให้เข้าใจไขว้เขว แล้วรีบออกมาให้ความเห็น ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสน จึงอยากชี้แจงความจริงให้พี่น้องประชาชนทราบดังนี้

1. การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไม่ได้ขึ้นแค่บางจังหวัด ความจริงคือ ถ้าผ่าน ครม. ก็จะขึ้นทั้งหมด 77 จังหวัดทั่วประเทศ แต่แบ่งเป็น 9 อัตราตามกลุ่มจังหวัดที่แตกต่างกัน เพราะมีสภาพเศรษฐกิจ สังคม ขนาดอุตสาหกรรมและความจำเป็นที่ต่างกัน ตามข้อสรุปการประชุม 3 ฝ่าย

2. ไม่เคยชี้แจงว่า ที่ขึ้นค่าแรงไม่ได้เพราะต้องเอาเงินไปจ่ายหนี้จำนำข้าว ความจริงคือ ได้ชี้แจงประชาชนไปว่า รัฐบาลพยายามหาแนวทางดำเนินการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมาตลอด แต่เมื่อเจอวิกฤติโควิดจนกระทบธุรกิจของสถานประกอบการในทุกภาคส่วน การขึ้นค่าจ้างในเวลาดังกล่าวจึงไม่เหมาะสม แต่ก็จะทำให้เร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลาย โดยคำนึงผลกระทบทั้งของนายจ้าง-ลูกจ้าง ซึ่งแม้ไม่ใช่เงินของรัฐ เป็นเงินของเอกชนก็ตาม แต่การบริหารนโยบายที่มีหลายส่วนเกี่ยวข้องต้องรอบคอบระมัดระวัง กระทรวงแรงงานจึงมีการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการค่าจ้าง 3 ฝ่าย คือ ลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล โดยหาสมดุลระหว่าง ‘ค่าจ้าง-เงินเฟ้อ-ค่าครองชีพ’ ก่อนออกนโยบายเพื่อให้ทั้งนายจ้างอยู่ได้และลูกจ้างอยู่ดี จึงมีตัวเลขค่าจ้างขั้นต่ำออกมา

สานต่อกิจกรรม 'เชียงใหม่ Light Up' หวังเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยว

สภาอุตสาหกรรมเชียงใหม่ จับมือ กกร.เชียงใหม่ และ ภาคเอกชน สานต่อกิจกรรม“เชียงใหม่ Light Up” หวังเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้กับศาสนสถานรอบคูเมือง พร้อมดึงชุมชนในพื้นที่เข้ามาร่วมชูศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยว

นายจักริน วังวิวัฒน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ว่าด้วยเรื่องนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ ด้านการกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่ง มีแนวโน้มจะฟื้นตัวขึ้นจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ประกอบกับในจังหวัดเชียงใหม่มี ศาสนสถาน (วัด) ที่มีศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ด้านสถาปัตยกรรมแบบล้านนาที่สวยงาม จึงมีแนวคิดในการร่วมมือกับ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) และ บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (CSE) ในการสานต่อกิจกรรม “เชียงใหม่ Light Up” โครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวด้านศาสนสถาน ด้วยการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างประสิทธิภาพสูง และพลังงานแสงอาทิตย์  โดยจะเริ่มประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และดำเนินโครงการต่อเนื่อง คาดว่าจะเห็นผลในปลายปี 2565 ซึ่งจะสอดรับกับช่วงเทศกาลประเพณีของจังหวัดเชียงใหม่

 

 

สภากทม.เชิญเที่ยวงาน 'สะพานเชื่อมสัมพันธ์ไทย – ซาอุดิอาระเบีย' ณ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ถนนรามคำแหง (ซอย 2) เขตสวนหลวง

ที่มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย เขตสวนหลวง : เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ๒๕๖๕ นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตสัมพันธวงศ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการ การวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา สภากรุงเทพมหานครและคณะฯ ร่วมงานนิทรรศการ “สะพานเชื่อมสัมพันธ์ไทย – ซาอุดิอาระเบีย (Efforts of the Kingdom of Saudi Arabia in serving Muslim Brothers) ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย เป็นผู้จัดงานนิทรรศการฯ ขึ้น โดยมีนายอิซอม ซอเละห์ อัลจีเตลี่ (H.E. Mr. Essam Saleh H. Algetale) หัวหน้าคณะผู้แทน สถานเอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบียประจําประเทศไทย ให้การต้อนรับและนำชมงาน พร้อมด้วยนายสามารถ มะลูลีม ประธานมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทยและผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมชมงาน

นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ ประธานคณะกรรมการ การวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา สภากทม.กล่าวว่า กรุงเทพมหานครยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวซาอุดิอาระเบีย ซึ่งในอนาคตน่าจะมีการเพิ่มเที่ยวบินมากขึ้น เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีความพร้อมที่จะเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวซาอุดิอาระเบีย และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยท่านทูตฯ บอกว่ายินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด ก็สามารถมาเยี่ยมชมนิทรรศการ ประเพณี วัฒนธรรมต่าง ๆ พร้อมร่วมเยี่ยมชมสินค้าและชิมอาหาร Arabian Food ได้ ซึ่งเหลือการจัดงานพรุ่งนี้อีกเพียงวันเดียว จึงอยากเชิญชวนทุกท่านมาร่วมชมงานนิทรรศการฯ ดังกล่าว

'กรณ์' ขอทีมเศรษฐกิจรัฐบาล เร่งพิจารณาแก้หนี้ 13 ล้านบัญชี แก้ปัญหาติดเครดิตบูโร ยิ่งช้า คนเดือดร้อน ติดเครดิตบูโรเพิ่มวันละ 1 หมื่นคน ย้ำเป็นหนี้จากนโบบายรัฐ จะทอดทิ้งไม่ได้ เตือนค่าไฟ ก.ย.นี้พุ่ง ส่วนลดรัฐ ไม่ช่วยคนเดือดร้อน

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณี ครม.มอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แยกสถานะลูกหนี้ เพื่อหามาตรการช่วยเหลือ ด้วยการจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินทั่วประเทศว่า การแก้ปัญหาหนี้ ไม่ใช่แค่อีเวนต์จัดมหกรรม แต่ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนและใช้ได้ทันที ซึ่งตนเองได้เสนอมาตรการพักชำระเงินต้น 2 ปี , ลดดอกเบี้ยให้เหลือ 1% หนึ่งปี , แขวนดอกเบี้ยค่าปรับไว้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลังจะหยิบนำไปพิจารณาหรือไม่

"อย่าลืมว่าหนี้ 13 ล้านบัญชี เกิดจากนโยบายรัฐ ที่ประชาชนต้องกู้ช่วงโควิดระบาด รัฐจะทอดทิ้งไม่ได้ บัญชีเหล่านี้ตกเหวเป็นหนี้เสียไปแล้ว 3 ล้านบัญชี และกำลังจะเป็นหนี้เสียอีก 10 ล้านบัญชี ถ้ารัฐยังไม่มีมาตรการชัดเจน ทุกวันที่ผ่านไปจะมีคนติดเครดิตบูโรเพิ่มขึ้นอีก วันละ 1 หมื่นคน ก็หวังว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล จะออกมาตรการโดยเร็ว เพราะเรื่องนี้เรื่องใหญ่ ท่านรองนายกฯ บอกว่าเรื่องนี้ไม่ง่าย พรรคกล้าเราพร้อมช่วยคิดช่วยทำ ขอให้บอกมา" นายกรณ์ กล่าว

 

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 31 สิงหาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

‘บิ๊กป้อม’ ลั่นไม่เหนื่อยนั่งรักษาการนายกฯ ย้ำ ใช้ใจบันดาลแรง ทำให้มีแรงทำหน้าที่

'พล.อ.ประวิตร' เผยทำหน้าที่รักษาการมา 7 วันไม่เหนื่อย เพราะใช้ใจบันดาลแรง ไม่ใช้แรงบันดาลใจ 

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังให้การต้อนรับ  ดาโต๊ะ ซรี ฮิชามมุดดิน บิน ตุน ฮุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ง โดยกล่าวถึงการประชุมพรรคพลังประชารัฐในวันนี้ว่ามีการประชุมอยู่ที่พรรค 

เมื่อสื่อถามว่าทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีมา 7 วันแล้วเหนื่อยหรือไม่ พลเอกประวิตรกล่าวว่าไม่เหนื่อยมาก ไม่เหนื่อย เมื่อถามย้ำท่านไหวใช่หรือไม่ เพราะดูเหมือนสุขภาพดีขึ้น เดินคล่องขึ้น พลเอกประวิตรกล่าวว่า “ให้ใจบันดาลแรง พร้อมพูดย้ำอีกว่าใช้ใจบันดาลแรง ไม่ใช่ใช้แรงบันดาลใจ ก่อนจะย้ำอีกรอบว่าใช้ใจบันดาลแรง”

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย จะเดินทางกลับหลังพบกับพลเอกประวิตร ได้แวะทักทาย จ่าสิบตำรวจวันชัย ท้าวมา ตำรวจประจำตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยระบุสั้นๆว่า ขอให้กำลังใจและขอให้ภูมิใจในเรื่องแบบตำรวจ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top