Thursday, 11 June 2026
Hard News Team

‘เอกนัฏ’ ส่ง!! ‘สุดซอย’ ขยายผลกากพิษซุกดิน 50,000 ตัน ที่ฉะเชิงเทรา ค้นโรงงานตัวพ่อ ลักลอบเก็บฝังขยะพิษ ผงะ!! เจอบัญชีส่วยยาวเป็นหางว่าว

เมื่อวานนี้ (18 ก.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าชุดตรวจการณ์สุดซอย หรือ ทีมสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ผู้แทนมูลนิธิบูรณนิเวศ และเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท เค.เอส.ดี. รีไซเคิล จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 83 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งประกอบกิจการคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งขยายผลจากกรณีลักลอบฝังขยะอุตสาหกรรมกว่า 50,000 ตัน ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีการลงพื้นร่วมตรวจสอบ

"จากการขยายผลกรณีลักลอบฝังขยะอุตสาหกรรมจำนวนมากที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านที่ อ.แปลงยาว จ. ฉะเชิงเทรา พบการเชื่อมโยงมายัง บริษัทฯแห่งนี้ ซึ่งเป็นของบุคคลในครอบครัวเดียวกัน จึงส่งทีมงานมาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน" นายเอกนัฏกล่าว

ทางด้านนางสาวฐิติภัสร์ ได้กล่าวว่า จากการตรวจสอบโรงงานพบว่า มีเครื่องจักร และกองกากอุตสาหกรรมทั้งบนดินและฝังดิน มีลักษณะการประกอบกิจการคล้ายกับ จุดที่ อ.แปลงยาว จ. ฉะเชิงเทรา คือเปิดบริษัทรีไซเคิลรับกำจัดกากอุตสาหกรรม แต่ไม่นำกากอุตสาหกรรมไปกำจัดให้ถูกต้อง แต่กลับใช้วิธีกองเก็บไว้ และฝังกลบไว้ในที่ดินของตนเอง ซึ่งจากการสอบสวนพบว่าเจ้าของบริษัทแห่งนี้ยังเป็นพ่อของเจ้าของที่ดิน อ.แปลงยาว จ. ฉะเชิงเทรา ที่ขุดพบขยะพิษเกือบ 50,000 ตันไปก่อนหน้านี้ด้วย ทั้งยังพบข้อมูลบัญชีการจ่ายเงินให้กับบุคคลต่างๆ ทั้งนักการเมืองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตำรวจท้องที่ ข้าราชการ และจะทำการตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสีเทาอื่นๆอีกหรือไม่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาและดำเนินคดีตั้งประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเก็บตัวอย่างดินและน้ำในพื้นที่ส่งตรวจวิเคราะห์ หากผลปนเปื้อนเข้าข่ายเป็นของเสียที่เป็นวัตถุอันตราย เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีเพิ่มเติมข้อหาครอบครองวัตถุอันตราย

“สิ่งที่น่าสังเกตคือการที่ครอบครัวเดียวกันมีการประกอบกิจการที่ผิดกฎหมายเหมือนกัน เราจึงต้องเร่งสืบหาความเชื่อมโยงว่ามีเครือข่ายอื่นใดอีกหรือไม่ และเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ลักลอบฝัง-ขนย้ายกากอุตสาหกรรมก่อนหน้านี้ด้วยหรือไม่ ที่สำคัญคือพบว่ามีหลักฐานการจ่ายส่วยอย่างชัดเจน ซึ่งเราต้องเร่งเอาผิดและจัดการกับผู้เกี่ยวข้องทั้งนักการเมือง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ที่คอยปกป้องผู้กระทำผิดเหล่านี้เพื่อไม่ให้มีการเอาเยี่ยงอย่าง การช่วยเหลือผู้ประกอบการสีเทาเหล่านี้” นางสาวฐิติภัสร์กล่าวทิ้งท้าย

รัฐมนตรี 'สรวงศ์' นำทีม ตร.ท่องเที่ยว ปกครอง เดินเยี่ยม นทท.ย้ำมั่นใจความปลอดภัย  

เมื่อเวลา 20.06 น. (18 ก.ค.68) นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกีฬา นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุงพลตำรวจโท ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองพัทยา เดินตรวจเยี่ยมความเรียบร้อย ของสถานประกอบการ และจุดจอดรถบริการนักท่องเที่ยวเคลื่อนที่ (CCOC Mobile) โดยมุ่งเน้นไปในเรื่องของความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจ ที่ซบเซาลงในช่วงหน้าโลว์ซีซั่น ซึ่งมีปริมาณนักท่องเที่ยวน้อยลง จึงมีแนวทางที่จะจัดกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่เมืองพัทยา เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เพราะเมื่อมีการจัดกิจกรรมก็จะต้องมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เดินทางมาใช้บริการสถานประกอบการต่างๆ ทั้งร้านอาหาร โรงแรม สถานบันเทิง รวมไปถึงการใช้บริการรถสาธารณะด้วย

อย่างไรก็ตาม ทางภาครัฐ จึงต้องมีอุปกรณ์ และเทคโนโบยี ที่จะเสริมศักยภาพ และมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามาในทุกๆ วัน ซึ่งก็ขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในมาตรการของภาครัฐ 

นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการและพนักงานออกมาร่วมให้ต้อนรับ มอบดอกไม้เป็นกำลังใจให้กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกีฬา ก่อนจะร่วมกันเดินเท้าพูดคุยประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว พร้อมมอบของที่ระลึก ให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ทัพเรือ รับมอบยาน้ำมันมหาจักร จากบ้านสุขใจแพทย์แผนไทย สนับสนุนทหารชายแดนไทยกัมพูชา

เมื่อวานนี้ (18 ก.ค.68) ณ ห้องรับรองกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ พลเรือโท ธันยกร เสนาลักษณ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ รับมอบน้ำมันมหาจักร จำนวน 500 ขวด จากแพทย์แผนไทยประภาพร ศิลปานิสงค์ (หมอน้ำหวาน) เพื่อมอบให้กับทหารเรือ ที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน รวมทั้งภารกิจใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

น้ำมันมหาจักร เป็นยาในตำราพระโอสถพระนารายณ์ ที่ใช้มาไม่น้อยกว่า 360 ปี เพื่อการรักษาบาดแผลในศึกสงคราม ทั้งแผลสด แผลเน่าเปื่อย แผลเรื้อรัง และในตำรับนี้ได้เพิ่มสรรพคุณ เพื่อใช้ในการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แมลงสัตว์กัดต่อย แก้ริดสีดวง และเส้นเลือดขอด ได้อีกด้วย

รัฐมนตรี 'สรวงศ์' ร่วมถกภาครัฐ - เอกชนพัทยา ฟื้นฟูความเชื่อมมั่นด้านความปลอดภัย นทท. พร้อมดึงกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ช่วงครึ่งปีหลัง  

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมติดตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวและรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา 

โดยมี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พลตำรวจโท ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาครัฐ-เอกชน และผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว เข้าร่วมเสนอแนวทางมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว พร้อมชี้แจงสถานการณ์ท่องเที่ยวและสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกีฬา กล่าวว่า การลงพื้นที่เมืองพัทยาในวันนี้ เป็นการลงมาเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว ด้วยเมืองพัทยา ถือเป็นเมืองหลักในการสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประเทศ มายาวนานและสิ่งที่ตามมาคือปัญหาด้วยคนเยอะปัญหาก็จะเยอะตาม ซึ่งจากสิ่งที่ได้รับการร้องเรียนทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้ประกอบการในเมืองพัทยา ในหลาย ๆ เรื่อง และสิ่งที่มีความคิดเห็นตรงกันคือการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งที่มาพักอาศัย มาท่องเที่ยวและการเดินทาง 

เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในภาพรวมโดยเร็วต่อไป ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กำชับลงมาว่า เมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ ต้องลงมาดูปัญหาด้วยตัวเอง จึงนำร่องพื้นที่แรกที่พัทยา ตามไปด้วยภูเก็ตและ กทม. ส่วนการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองพัทยานั้น หลังตลาดหลักอย่างนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปนั้น ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มีการจัดแคมเปญมายังเมืองพัทยา อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา อีกทั้งเมืองพัทยา ยังเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปและนักท่องเที่ยวจีน ให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนหายไป ก็ได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในการกระตุ้นการท่องเที่ยว พร้อมจะดึงกิจกรรมที่หลากหลายมายังพื้นที่เมืองพัทยา ให้มากขึ้น ซึ่งทุกครั้งที่มีการจัดกิจกรรมก็จะเกิดการจับจ่ายใช้สอย การเข้าพัก ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้น

สำหรับปัญหาระบบโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งนั้น ยอมรับว่ายังมีปัญหาอยู่บ้าง อีกทั้งรัฐก็อยากจะเน้นไปยังผู้ประกอบการด้วย เนื่องจาก ตอนที่ลงทะเบียนที่จะอยู่ในสิทธินั้นมีอยุ่ประมาณ 40,000 กว่าราย และเมื่อผ่านการคัดกรองแล้ว ณ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณเกือบ 7,000 ราย ซึ่งปัญหาของผู้ประกอบการก็จะอยู่ในเรื่องของการกรอกเอกสารต่าง ๆ ขณะนี้ให้ทาง ททท.เร่งแก้ปัญหาแล้ว ทั้งนี้อยากทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า 500,000 สิทธินั้น ประชาชนทุกคนมีสิทธิเข้าไปจองได้ ขณะนี้มีผู้ใช้สิทธิไปแล้ว 180,000 กว่าสิทธิ และยังเหลือกว่า 300,00 กว่าสิทธิ ที่จะให้ประชาชนได้เลือกที่พัก ที่กิน และจองใช้สิทธิได้ จนถึง 31 ตุลาคม 2568 ทั้งนี้ อยากฝากถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติว่าประเทศไทย ถือเป็นประเทศ ที่มีความปลอดภัยสูง แต่ต้องยอมรับว่าทุกประเทศก็ย่อมมีอาชญากรรมและข่าวไม่ดีบ้าง อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ทางภาครัฐ-เอกชน ก็มีความพยามอย่างยิ่งที่จะสร้างมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่ดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ให้เกิดความปลอดภัยในทุกมิติ

ด้านพลตำรวจโท ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้นำเสนอมาตรการการดูแลนักท่องเที่ยวที่มีการดำเนินอยู่ในขณะนี้ ว่า ตร.ภ.ภาค 2 ได้มีการบูรณาร่วมกับทุกภาคส่วนในการพลิกโฉมแนวทางมาตรการแบบใหม่ร่วมกัน ด้วยการนำเทคโนโลยี AI และนำ Big Data มาพลิกโฉมในการดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อทำให้เมืองพัทยา เป็น SUPER Safe City Sandbox โดยการมีการติดตั้งระบบ Big Data เพื่อรวบรวมข้อมูลอาชญากรรม วิเคราะห์แนวโน้มอาชญากรรม  พร้อมติดตั้งกล้อง AI ในพื้นที่จุดเสี่ยง รวมถึงพื้นที่จัดกิจกรรมสำคัญๆ ต่าง ๆ ซึ่งกล้องAI ดังกล่าว จะจดจำใบหน้าบุคคลตามหมายจับ บุคคลเฝ้าระวัง รวมถึงบุคคลพิเศษที่เข้ามาในพื้นที่พิเศษ จับตาเป็นกรณีพิเศษ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานอกจากมีการติดตั้งกล้อง AI และ Big Data แล้ว ยังได้ร่วมกับเมืองพัทยา ในการจัดสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเกิดเหตุอาชญากรรม โดยได้มีการทดลองในพื้นที่นาจอมเทียน และในหลายพื้นที่ที่มีการกวาดล้างกลุ่มแก๊งค์ที่จะเข้ามาค้ายาเสพติดและก่ออาชญากรรมกับนักท่องเที่ยว เมืองพัทยาได้มีการลงพื้นที่จัดสภาพแวดล้อมใหม่ พร้อมติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง จนทำให้ปัจจุบันหลายพื้นที่ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นแหล่งเพาะเชื้ออาชญากรรมลดลง อย่างมาก

ขณะที่ พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ชี้แจงแผนมาตรการดูแลความปลอดภัยและให้ความช่วยเหลือ นทท. ว่า ตำรวจท่องเที่ยว มีการนำรถบริการนักท่องเที่ยวเคลื่อนที่ (CCOC Mobile) ให้บริการและช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ โดยศักยภาพในการทำงานงานของ รถ CCOC Mobile มีด้วยกันหลัก ๆ 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.มีกล้องหน้า-กล้องหลังรถ เพื่อตรวจสอบบุคคลตามหมายจับ ด้วยระบบ AI 2.เมื่อนักท่องเที่ยวกด SOS ในแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police (TPB-APP) ก็จะมาขึ้นที่หน้าจอของรถ และจะทำให้ทราบพิกัดในการให้ความช่วยเหลือได้ทันที 3.หน้าจอประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะใช้ประชาสัมพันธ์ในส่วนของรัฐบาลและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่าง ๆ และ 4.กรณีมีเหตุหรือมีการร้องขอความช่วยเหลือก็จะมีโต๊ะให้บริการอยู่บนรถกับนักท่องเที่ยวได้ ทั้งนี้รถ CCOC Mobile จะมีสายด่วน 1155 รองรับ 8 ภาษา คือ อังกฤษ, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, รัสเซีย, ฝรั่งเศส, เยอรมัน และฮินดู  อีกทั้งยังสามารถใช้แอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police (TPB-APP) เพื่อขอความช่วยเหลือและข้อมูลต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์

ในส่วนของ นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า อำเภอบางละมุง มีรูปแบบการท่องเที่ยวครบทุกมิติ มีทั้งการท่องเที่ยวเชิงวิถึธรรมชาติ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยขณะนี้อำเภอบางละมุง ร่วมกับเมืองพัทยา สภ.บางละมุงเตรียมจัดระเบียบวินจักรยานยนต์รับจ้าง ในพื้นที่เมืองพัทยา โดยจะมีการอัพเดท รายชื่อคนขับขี่ให้ตรงกับวิน ปรับภาพลักษณ์คนขับขี่ พร้อมจัดทำเสื้อวิน ซึ่งข้างหลังจะมีชื่อ รูปหน้า เบอร์โทร และคิวอาร์โค้ด บอกประวัติคนขับขี่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวพัทยา ได้สะท้อนปัญหาการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยาว่า ขณะนี้สถารณ์การท่องเที่ยวในพัทยา ซบเซาเป็นอย่างมากด้วยหลากหลายปัจจัย อีกทั้งนักท่องเที่ยวมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่ต่างไปจากเดิม รวมถึงตลาดนักท่องเที่ยวจีน ที่หายไปทั้งไม่เชื่อมั่นด้านความปลอดภัย แม้ประเทศไทย จะมีความปลอดภัยก็ตาม อีกทั้งขณะนี้ประเทศไทย ถูกโจมตีเรื่องของราคาอาหารที่สูง ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายไป อีกทั้งระบบปัญหาโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ยังไม่มีประสิทธิภาพ จึงอยากให้เร่งแก้ไขปัญหาจุดนี้ ทั้งนี้อยากจะฝากให้ติดตามการเดินหน้าสนามบินอู่ตะเภา ที่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก ด้วยอาจจะติดปัญหาในเรื่องของรถไฟฟ้าความเร็วสูง 3 สนาม ที่ยังไม่คืบหน้า รวมถึงการสร้างรันเวย์ แห่งที่ 2 ของสนามบินอู่ตะเภาที่ทางรัฐบาล ให้ทหารเรือเป็นผู้ลงทุนเอง ทราบว่าได้ผู้รับเหมาแล้วแต่ยังไม่คืบหน้า ทั้งนี้อยากจะฝากว่าสนามบินในภูมิภาคมีความสำคัญต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ไม่อยากให้ภาครัฐ รอเพียงมี Demand แล้วค่อยลงทุน เมื่อมีการลงทุนแล้วเกิดความสะดวกนักท่องเที่ยวก็จะมีการเดินทางมาเอง

นครราชสีมา พิธีรำลึกวีรชน เนื่องในวันสถาปนาหน่วยทหารพราน ครบรอบ 47 ปี

เมื่อวานนี้ (18 ก.ค.68) ณ อนุสาวรีย์วีรชนทหารพราน ค่ายปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีรำลึกวีรชน เนื่องในโอกาสวันสถาปนาหน่วยทหารพราน ครบรอบปีที่ 47 ประจำปี 2568 โดยมีข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน อาสาสมัครทหารพราน ทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงหน่วยงานราชการต่าง ๆ ร่วมประกอบพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ เบื้องหน้าอนุสาวรีย์วีรชนทหารพราน ค่ายปักธงชัย ในโอกาสนี้ พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ ได้กล่าวสดุดีเพื่อรำลึกถึงพระคุณของวีรชนทหารพรานผู้กล้าหาญ ที่ได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย โดยได้อัญเชิญดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าวีรชนทั้งหลาย มารับฟังคำสดุดีในเกียรติประวัติความกล้าหาญ และความเสียสละอันยิ่งใหญ่สมควรแก่การยกย่องสรรเสริญอย่างสูงสุด

อนุสาวรีย์วีรชนอาสาสมัครทหารพรานแห่งนี้ สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์  2524 เพื่อเป็นสถานที่บรรจุอัฐิ และเป็นที่สถิตดวงวิญญาณของนายทหาร นายสิบ และอาสาสมัครทหารพราน จำนวน 325 นาย ที่ได้พลีชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ

“ชื่อของท่านถูกจารึกไว้ ณ อนุสาวรีย์แห่งนี้ เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติภูมิของผู้กล้าที่สมควรยกย่องว่าเป็นแบบอย่างของความเป็นไทย ยอมสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อความสงบสุขของแผ่นดิน” พลตรี ณัฏฐ์ กล่าวตอนหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนต่างตระหนักถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ และแสดงความเคารพอย่างสุดซึ้ง โดยพร้อมใจกันยืนไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที เพื่อถวายความรำลึกแด่ดวงวิญญาณของวีรชนผู้กล้าหาญทุกนาย พิธีดังกล่าวสะท้อนถึงความสามัคคีและจิตวิญญาณของประชาชนชาวไทยที่จะร่วมกันปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้คงอยู่สืบไปตราบนานเท่านาน

China Southern Airlines นำร่องบริการใหม่ในจีน ไม่ปิดเคาน์เตอร์เช็กอิน ยืดหยุ่นได้ 15 นาทีก่อนประตูเครื่องปิด

เมื่อวันที่ (8 ก.ค.68) ผ่านมา สายการบินไชน่าเซาท์เทิร์นแอร์ไลน์ส (China Southern Airlines) ได้สร้างความฮือฮาในวงการการบินด้วยการเปิดตัวบริการใหม่สุดล้ำบนเส้นทางไป-กลับระหว่าง กว่างโจวและปักกิ่ง (สนามบินต้าซิง) โดยผู้โดยสารสามารถเดินทางได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะจะ ไม่มีการปิดเคาน์เตอร์เช็กอิน และสามารถไปถึงประตูทางออกขึ้นเครื่อง (Gate) ได้ ไม่เกิน 15 นาทีก่อนประตูจะปิด นับเป็นการพลิกโฉมประสบการณ์การเดินทางทางอากาศให้มีความยืดหยุ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

บริการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการบินภายในประเทศจีน ที่เดิมผู้โดยสารต้องเช็กอินก่อนเวลาบินอย่างน้อย 30-40 นาที ซึ่งบ่อยครั้งสร้างความกดดันและไม่ยืดหยุ่น China Southern Airlines ได้นำ เทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบที่ยืดหยุ่น มาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความคล่องตัวให้กับผู้โดยสาร โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจมีแผนการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ผู้ที่เดินทางเพื่อธุรกิจ หรือผู้ที่ต้องการบินในเที่ยวบินเช้าตรู่หรือช่วงดึก ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ต้องเร่งรีบ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้โดยสารที่มีสัมภาระโหลดใต้เครื่อง (checked baggage) ยังคงต้องดำเนินการเช็กอินสัมภาระ ก่อนเวลาออกเดินทางอย่างน้อย 30 นาที หากพลาดกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้โดยสารมีทางเลือกในการรับสัมภาระจากเที่ยวบินถัดไป หรือใช้บริการ 'ส่งกระเป๋าถึงบ้าน' โดยจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารที่อาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน

นอกเหนือจากบริการที่กล่าวมา China Southern Airlines ยังคงให้ความสำคัญกับผู้โดยสารกลุ่มพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กที่เดินทางคนเดียว หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ใช้รถเข็น โดยจัดบริการเฉพาะเพื่อลดเวลารอและเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารกลุ่มนี้โดยเฉพาะ บริการใหม่ทั้งหมดนี้เป็นส่วนขยายจากบริการ 'South China Fast Line' ที่มุ่งเน้นความรวดเร็วตั้งแต่เช็กอินจนถึงการขึ้นเครื่อง และทางสายการบินยังมีแผนที่จะขยายบริการลักษณะนี้ไปยังเส้นทางบินอื่น ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

‘สื่ออาวุโส’ ย้อนเหตุการณ์ ‘ฮุนเซน’ โจมตีรัฐบาลอภิสิทธิ์ ชี้ สังคมเพิ่งกระจ่างวันนี้ที่แท้มีคนส่งเอกสารลับให้เขมร

(18 ก.ค. 68) นายเถกิง สมทรัพย์ สื่อมวลชนอาวุโส อดีตนายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ฮุนเซน เปิดประเด็นกล่าวหาทักษิณส่งเอกสารลับสมัยอภิสิทธิ์ไปให้เขมร..

มีการสัมภาษณ์ ดร. ปณิธาน วัฒนายากร ถึงเหตุการณ์สมัยนั้นมีเนื้อหาตอนหนึ่งกล่าวถึงการไปประชุมที่หัวหินและต้องมีเรื่องปรึกษาหารือกรณีฮุนเซนให้สัมภาษณ์โจมตีคุณอภิสิทธิ์ …

ผมจำได้ว่า วันนั้นมีช่วงว่างตอนบ่าย คุณสุทธิชัย หยุ่น มาสัมภาษณ์คุณอภิสิทธิ์….ระหว่างสัมภาษณ์ ก็มีข่าวมาว่า ฮุนเซนให้สัมภาษณ์พาดพิงคุณอภิสิทธิ์..

พอสัมภาษณ์จบ..คุณอภิสิทธิ์ คุณพนิต คุณศิริโชค และ ดร.ปณิธาน ก็เดินออกไปริมชายหาดหัวหิน ยืนล้อมวงคุยกันถึงกรณีที่ฮุนเซนโจมตีรัฐบาลอภิสิทธิ์ในปีนั้น คือ ราวๆกันยายน 2552

มาวันนี้ ผ่านไปเกือบ 16 ปี…สังคมเพิ่งจะได้รับรู้เรื่องราวเพิ่มเติมว่า สมัยนั้นเกิดอะไรขึ้น

ขณะเดียวกัน ดร. ปณิธาน วัฒนายากร อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า ขอบคุณครับคุณเถกิงที่เตือนความจำกัน วันนั้นก็ยังอยู่ในความทรงจำของหลายคนครับ นายฮุน เซ็น มาประชุมอาเซียนที่หัวหิน พอลงมาจากรถ ก็ให้สัมภาษณ์โจมตีเราทันทีที่หน้าโรงแรมดุสิตธานี เวลาผ่านไปเร็วมากครับ แต่ก็เหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเลยครับ

‘รถถัง’ นักมวยชื่อดังเปิดตัวร่วมทีมพิจิตร ยูไนเต็ด เซ็นสัญญา 2 ปี ลุยศึกไทยลีก 3 อย่างเป็นทางการ

สโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด ทีมชั้นนำในศึกไทยลีก 3 โซนภาคเหนือ ได้ประกาศคว้าตัว รถถัง จิตรเมืองนนท์ ยอดนักมวยไทยชื่อดัง มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ พร้อมเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 2 ปีเต็ม

โดยการย้ายมาสู่แวดวงฟุตบอลในครั้งนี้ของรถถัง ถือเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ในเส้นทางอาชีพของเขา หลังจากสร้างชื่อเสียงอย่างมากในวงการมวยไทย เจ้าตัวจะสวมเสื้อหมายเลข 23 ซึ่งเป็นตัวเลขแทนวันเกิดของเขา และมีความหมายพิเศษที่เจ้าตัวตั้งใจเลือกด้วยตัวเอง 

ทางด้านสโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า การเซ็นสัญญาครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเสริมทัพในแง่ของผู้เล่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มสีสันและสร้างแรงกระตุ้นให้กับทีมและแฟนบอลอีกด้วย 

รถถังเองก็แสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฝีเท้าในสนามฟุตบอลอย่างเต็มที่ และพร้อมลุยเต็มร้อยหากได้รับโอกาสลงสนาม โดยหวังว่าแฟนบอลจะให้การสนับสนุนในบทบาทใหม่ของเขาในเส้นทางนักฟุตบอล 

ทั้งนี้ สโมสรและนักเตะต่างแสดงความมั่นใจว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดี ๆ และช่วยยกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้นในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง

BYD ประกาศหนุน ‘ทีมชาติไทย’ และ ‘ฟุตบอลไทยลีก’ รีแบรนด์ชื่อการแข่งขัน ‘ไทยลีก 1-3’ ตามรุ่นรถยนต์ไฟฟ้า

บริษัท BYD Rêver (บีวายดี เรเว่) ผู้นำยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ประกาศเป็นผู้สนับสนุนหลักของ 'ทีมชาติไทย' และฟุตบอลอาชีพไทยลีกทั้ง 3 ระดับอย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ 'BYD ชาร์จพลังบอลไทย' พร้อมเปิดตัวในงานแถลงข่าวที่เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568

การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนถึงพันธกิจของ BYD ที่ต้องการขับเคลื่อนสังคมไทยด้วยพลังงานสะอาด ไม่เพียงแต่ลดมลพิษจากรถยนต์ไฟฟ้า แต่รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจ และโอกาสใหม่ๆ ให้กับวงการฟุตบอลและเยาวชนทั่วประเทศ

BYD ยังประกาศรีแบรนด์ชื่อการแข่งขันไทยลีกใหม่ โดยใช้ชื่อรถยนต์ไฟฟ้าของตนเอง ได้แก่ 'BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง' (ไทยลีก 1), 'BYD SEAL 5 ลีกสอง' (ไทยลีก 2) และ 'BYD DOLPHIN ลีกสาม' (ไทยลีก 3) เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ทันสมัย สมรรถนะสูง และพลังของการเริ่มต้น

‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่ง ประเทศไทยฯ กล่าวขอบคุณ BYD ที่ให้การสนับสนุนไทยลีกครบทุกระดับ เชื่อว่าจะช่วยยกระดับเกมการแข่งขัน และมอบประสบการณ์ใหม่ให้แฟนบอลทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นอกจากโลโก้บนเสื้อและในสนามแล้ว BYD ยังเตรียมกิจกรรม “ชาร์จเสียงเชียร์-พลังนักเตะ-โอกาสสู่ชุมชน” เพื่อเชื่อมโยงกีฬากับสังคมไทยทั้งในสนามและนอกสนามตลอดฤดูกาล 2025/26


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top