Sunday, 5 July 2026
Hard News Team

ผวจ.มุกดาหาร จัดคาราวานน้ำใจมอบของขวัญปีใหม่ให้กลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียง 911 ครอบครัว

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นายวรญาณ  บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุญณราช นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร และหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้แทนภาคเอกชนและประชาชนในจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกิจกรรมโครงการ “คาราวานน้ำใจของขวัญปีใหม่จากใจชาวมุกดาหาร”เพื่อเป็นการถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิรา เทพยวดี กรมหลวงราชสาริณี สิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร

นายวรญาณ กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารได้ส่งมอบขบวนคาราวาน น้ำใจของขวัญปีใหม่จากใจชาวมุกดาหาร ให้นายอำเภอทั้ง 7 อำเภอ และนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร นำส่งต่อให้หัวหน้าหน่วยงานทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และประชาชน นำไปมอบให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 911 ครัวเรือน โดยของขวัญปีใหม่ดังกล่าวประกอบด้วยของใช้เครื่องอุปโภคบริโภคและผ้าห่มกันหนาว พร้อมกับฝากความห่วงใย ความปรารถนาดี และกำลังใจ ไปยังประชาชนกลุ่มเปราะบาง และผู้ป่วยติดเตียงทุกครัวเรือน ให้มีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจในการต่อสู้และดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป

‘สื่อสภาฯ’ มาตามนัด ตั้งฉายา ส.ส. ‘3 วันหนี 4 วันล่ม’ ‘เต้’ คว้า ‘ดาวดับ’ ส่วนดาวเด่นหาย คนดีเกลี้ยง

‘สื่อสภาฯ’ ตั้งฉายา ส.ส. ‘3 วันหนี 4 วันล่ม’ - ส.ว. ‘ตรา ป.’ ประธานสภาฯ ‘ชวน ซวนเซ’ ประธานวุฒิฯ ‘พรเพชร พักก่อน’ วาทะเด็ด ‘นายกฯ ทำปฏิวัติ’ - ‘มงคลกิตติ์’ คว้าดาวดับ - ไร้ดาวเด่น’65 คนดีเกลี้ยง

(28 ธ.ค.65) ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ร่วมกันตั้งฉายาสะท้อนการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติตลอดปี 2565 ดังนี้...

1.) ‘สภาผู้แทนราษฎร’ ได้รับฉายา ‘3 วันหนี 4 วันล่ม’ 
เนื่องจากการประชุมของ ส.ส.ตลอดปี 2565 ประสบแต่ปัญหาสภาล่มซ้ำซาก ตั้งแต่เริ่มศักราชใหม่จนส่งท้ายปี ทำให้การทำงานล่าช้า โดย ส.ส.ฝ่ายค้าน มักเล่นเกมนับองค์ประชุม ทั้งที่ฝ่ายตนก็ขาดประชุม และ ส.ส.รัฐบาล ก็ไร้ความรับผิดชอบในการรักษาองค์ประชุมทั้งที่เป็นเสียงข้างมาก มิหนำซ้ำช่วงท้ายวาระการดำรงตำแหน่ง ส.ส.ต่างหนีลงพื้นที่ หาเสียงก่อนเลือกตั้ง ละเลยการประชุม ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญ ด้วยเหตุเหล่านี้จึงเป็นที่มาของฉายาดังกล่าว

2.) ‘วุฒิสภา’ ได้รับฉายา ‘ตรา ป.’
เพราะตลอดปี 2565 ส.ว.ยังคงทำหน้าที่รักษามรดกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และในการลงมติพิจารณาเรื่องสำคัญแต่ละครั้ง ก็ไม่มีแตกแถว เพื่อประโยชน์ของ 2 ป. คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือ ป.ประยุทธ์ และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หรือ ป.ประวิตร โดยเฉพาะในการแก้รัฐธรรมนูญ และปัจจุบัน ส.ว.ยังถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายสนับสนุน ป.ประยุทธ์ และฝ่ายสนับสนุน ป.ประวิตร จนกระทั่งล่าสุด มีการเช็กชื่อแล้วว่า ส.ว.คนไหน จะสนับสนุน ป.ใด เป็นนายกรัฐมนตรี

3.) นายชวน หลีกภัย ‘ประธานสภาผู้แทนราษฎร’ ได้รับฉายา ‘ชวน ซวนเซ’ 
เนื่องจากการทำหน้าที่ของนายชวน จากที่เคยได้รับความเคารพ และเชื่อฟังจาก ส.ส.รุ่นน้อง สามารถยุติข้อขัดแย้งต่าง ๆ ได้ แต่ในปีนี้กลับตรงกันข้าม คือ ถูกลดความยำเกรง ไม่ได้รับการยอมรับ และยังถูก ส.ส.ท้าทาย จนหลายครั้งกลายเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการประสานงานของวิปรัฐบาลที่ไม่ดีพอ จนทำให้นายชวน ซวนเซ เสียหลักไปด้วย

4.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ‘ประธานวุฒิสภา’ ได้รับฉายา ‘พรเพชร พักก่อน’
การทำหน้าที่ควบคุมการประชุมของนายพรเพชรตลอดปี 2565 มักโดน ส.ส.-ส.ว.ทักท้วง จนบางครั้งได้แสดงความรู้สึกไม่พอใจผ่านสีหน้า และไม่สามารถควบคุมการประชุมร่วมรัฐสภาให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น มักถูก ส.ส.ประท้วงว่า ทำหน้าที่สนับสนุนรัฐบาล เหมือนสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มากกว่าทำหน้าที่ตรวจสอบ จึงทำให้เกิดคำถามว่า นายพรเพชร ควรพักก่อนหรือไม่? 

5.) นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ‘ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร’ ได้รับฉายา ‘หมอ(ง) ชลน่าน’
แม้นายแพทย์ชลน่าน จะมีความโดดเด่นในการทำหน้าที่จนได้รับฉายาดาวเด่นเมื่อปี 2564 แต่เมื่อได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ จริง กลับหมอง การอภิปรายในสภาไม่โดดเด่นเหมือนอดีต ได้ทำหน้าที่ในนามหัวหน้าพรรคฯ เท่านั้น ขาดอิสระ

6.) ‘ดาวเด่น’65’ 
ในปีนี้ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา เห็นว่า ‘ไม่มีผู้ใดเหมาะสม’ และโดดเด่นเพียงพอที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าว 

'ผบ.ตร.' เปิดศูนย์ลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ส่งตำรวจกว่า 50,000 นาย คอยความอำนวยการจราจร พี่น้องประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา เข้มงวดความเร็ว เมาสุรา ลดอุบัติเหตุบนถนน”

วันนี้ (28 ธ.ค.65) เวลา 09.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.รอย  อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ธนา  ชูวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วีระ  จิรวีระ รอง จตช. และผู้บังคับบัญชาของศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) แถลงเปิด "ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566" เพื่อกำกับดูแลและสั่งการ ในการอำนวยการจราจรและแก้ไขสถานการณ์อุบัติเหตุ ในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น (29 ธ.ค.65 ถึง 4 ม.ค.66)  

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ได้สั่งเตรียมความพร้อมกำลังพลกว่า 50,000 นาย เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจร และดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงการป้องปรามไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ด้วยการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุ โดยจะปฏิบัติงานตลอดช่วงเทศกาลไม่มีวันหยุด สำหรับวันนี้ เป็นวันแรกที่เปิด ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนฯ ได้สั่งการให้ บช.น. ภ.1-9 และ บก.ทล. ปฏิบัติ ดังนี้
1) อำนวยความสะดวกการจราจรเพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย โดยคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีรถเดินทางเข้าออก กทม. มากถึงจำนวน 7.3 ล้านคัน โดยปริมาณรถขาออกมากที่สุด วันที่ 29 และ 30 ธ.ค.65 และปริมาณรถขาเข้ามากที่สุด วันที่ 2 และ 3 ม.ค.66 จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยประสานเจ้าของถนนคืนพื้นผิวการจราจร จุดที่มีการก่อสร้าง ซ่อมแซม เป็นเหตุให้รถชะลอตัว โดยสามารถคืนพื้นผิวได้ทั้งหมด 408 จุดทั่วประเทศ จัดตำรวจอำนวยการจราจร ตามจุดสำคัญที่มีปัญหาการจราจร รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว และในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ให้มีชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมอุปกรณ์ เช่น รถยก รถสไลด์  เข้าถึงที่เกิดเหตุและคลี่คลายการจราจรได้ทันที นอกจากนี้ยังได้ออกข้อบังคับเปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายรถ ทั้งขาเข้าและออก กทม. 9 เส้นทาง 10 จังหวัด รวมระยะทาง 450 กม. โดยตำรวจทางหลวงจะเปิดช่องทางพิเศษตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตามสภาพการจราจร และได้ออกข้อบังคับห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินในถนน 7 เส้นทาง เพื่อลดความหนาแน่นของการจราจรรวมระยะทาง 194 กม. สำหรับรถบรรทุกที่มีความจำเป็นต้องเดินรถ เช่น รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง อาหารสด สามารถยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์ ของ บก.ทล. ได้ที่ www.hwpdth.com  

2) การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน กำหนดเป้าหมายให้ทุก ภ.จว. ลดจำนวนอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ จากค่าเฉลี่ยปีใหม่ 3 ปีย้อนหลัง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 โดยมีมาตรการให้ทุกหน่วยทำบัญชีกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เพื่อเข้าไปรณรงค์ประชาสัมพันธ์ป้องปรามกลุ่มเป้าหมาย และตั้งจุดตรวจเพื่อกวดขันจับกุมการกระทำผิดกฎจราจรที่ เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยเริ่มบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่ 22 ธ.ค.65 เป็นต้นมา เน้นหนักใน 4 ข้อหา ตามนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ ขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.65 – 27 ธ.ค.65 ที่ผ่านมามีการจับกุมทั้ง 4 ข้อหารวมแล้วทั้งสิ้น 9,364 ราย และนอกจากนั้น บก.ทล. มีการออกใบสั่งกล้องตรวจจับความเร็วทั่วประเทศอีกจำนวน 115,906 ราย โดยในห้วง 7 วันควบคุมเข้มข้น (29 ธ.ค.65 ถึง 4 ม.ค.66) ตร. ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มในการกวดขันวินัย  โดยมีการตั้งจุดตรวจทั่วประเทศรวม 3,771 จุด แบ่งเป็น จุดตรวจกวดขันวินัยจราจร  2,142 จุด (กำลังพล 19,699 นาย) จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 1,629 จุด (กำลังพล 13,726 นาย) นอกจากนั้น กรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกรายเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน หากผู้ขับขี่ปฏิเสธไม่ยอมให้ทดสอบปริมาณแอลกอฮอล์ จะถูกกฎหมายสันนิษฐานว่าเมาแล้วขับ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ตั้งแต่ 28 ธ.ค.65 ถึง 5 ม.ค.66 กำหนดให้มีการประชุมติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุและการจราจรทุกวัน ในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น โดยมอบหมาย พล.ต.อ.รอยฯ พล.ต.ท.ธนาฯ พล.ต.ท.ประจวบฯ และ พล.ต.ท.วีระฯ เป็นประธานการประชุมตลอด 7 วัน และวันนี้เป็นการประชุมเปิดศูนย์ฯ เพื่อสั่งการทุกหน่วยให้เตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนเริ่มภารกิจจริง  

ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า การจะลดอุบัติเหตุบนถนนได้อย่างมีนัยสำคัญ ต้องสร้างจิตสำนึกการขับขี่ปลอดภัยตามกฎหมายจราจรให้กับสังคม ซึ่ง ตร. ได้ทำโครงการ อาสาตาจราจร ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ บ.วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) จส.100 และ สวพ.91 เพื่อให้ประชาชนส่งคลิปกล้องหน้ารถ หรือคลิปจากกล้องโทรศัพท์มือถือ ที่บันทึกเหตุการณ์การกระทำผิดกฎจราจรสำคัญที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่น หรือบันทึกอุบัติเหตุสำคัญและสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในทางคดีของตำรวจได้เพื่อช่วยคนดีชี้คนผิด โดยสำหรับในเทศกาลปีใหม่นี้ จะมีแคมเปญพิเศษ “7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น” ให้ประชาชนส่งคลิปในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้นของเทศกาลปีใหม่ 2566 จากคลิปที่ส่งมาทั้งหมด จะมีการคัดเลือกให้เหลือ 7 คลิป และจะมีรางวัลให้คลิปละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 70,000 บาท โดยได้รับสนับสนุนเงินรางวัลจาก บ.วิริยะประกันภัย ฯ
 

สำนักอัยการสูงสุดร่วมกับสภากาชาดไทยจัดโครงการขอรับบริจาคโลหิตด้วยหัวใจ หนี่งคนให้สามคนรับสำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

ด้วยสำนักงานอัยการสูงสุด จัดโครงการบริจาคโลหิตด้วยหัวใจหนึ่งคนให้สามคนรับครั้งที่ 12 ในวันที่ 26 และ 27 ธันวาคม 2565 เวลา 08.30-15.30 ณ อาคารสมาคมภริยาอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนรัชดาภิเษก โดยมีวัตถุประสงค์ในการมีส่วนร่วมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

เมื่อวันที่ 26-27 ธ.ค. 65 ณ อาคารสมาคมภริยาอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยนางสาวนารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดรับบริจาคโลหิต ต่อลมหายใจ 1คนให้ 3 คนรับ ครั้งที่ 12 พร้อมด้วย นายพรชัย ชลวาณิชกุล ประธานโครงการบริจาคโลหิตสำนักงานอัยการสูงสุด นางศศนันท์ เจตน์เจริญรักษ์ นายกสมาคมภริยาอัยการ ดร.ฉวีวรรณ คำพา ประธานที่ปรึกษาโครงการบริจาคโลหิต สำนักงานอัยการสูงสุด ,ดร.พรทิพย์ วงษ์นครินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคม กต.ตร.กทม.(ด้านสังคม) ข้าราชการอัยการระดับสูง พร้อมด้วย คุณโอ๊ต-สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์ คุณเรย์-อิสริยะ อภิชัย มิสไทยแลนด์เวิลด์ และประชาชนทั่วไป

ปตท. ขยายเวลาตรึงราคาก๊าซ NGV - LPG ช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนในกลุ่มเปราะบาง

(27 ธ.ค. 65) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบแนวนโยบายการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในช่วงวิกฤตราคาพลังงาน (ตั้งแต่มกราคม - เมษายน 2566) และขอความร่วมมือ ปตท. สนับสนุนรายได้จากธุรกิจโรงแยกก๊าซธรรมชาติ นั้น

ปตท. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่จะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. ได้เห็นชอบมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดยจัดสรรก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า รวมทั้งพยายามจัดหา LNG ที่มีราคาเหมาะสม มุ่งลดต้นทุนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าเทียบเท่า 6,000 ล้านบาท พร้อมมั่นใจไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ 

‘สุทิน’ เตรียมซักฟอก ม.152 มัดความล้มเหลวรัฐบาล เย้ย!! รัฐอย่ากลัว ถือเป็นโอกาสแจงผลงานรอบ 4 ปี 

(28 ธ.ค.65) ที่รัฐสภานายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ว่า ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติดังกล่าวต่อนายชวน หลีกภัย สภาผู้แทนราษฎร ในบ่ายวันนี้ (28 ธ.ค.) ซึ่งจะมีความแตกต่างจากครั้งที่แล้ว ทุกเรื่อง รวมการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ว่าอะไรที่เป็นปัญหา อะไรที่ทำให้ทำไม่ได้ แล้วเวลาที่เหลือจะแก้ไขอย่างไร การอภิปรายครั้งนี้ตนขอเรียกว่า ‘ยุทธการถอดหน้ากากคนดี’ ก็คือ ใส่หน้ากากมา 4 ปีก็จะถอดให้ประชาชนดู

‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK สุดยอดไอดอลแห่งปี

เชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK ศิลปินมากความสามารถจากค่าย YG Ent. เพราะเธอคนนี้ถือเป็นหนึ่งในคนที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย โดยได้เผยแพร่สิ่งที่เรียกว่า Soft Power ให้กับแฟน ๆ ต่างชาติทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น เช่น ลูกชิ้นยืนกิน, ขนมถ้วย, ชาเย็น หรือแม้แต่ส้มตำปูปลาร้า 

นอกจากนี้ เวลาที่เธอได้รับรางวัลในเวทีต่าง ๆ ก็ไม่ลืมที่จะพูดขอบคุณเป็นภาษาไทย และยกมือไหว้ตามแบบฉบับของคนไทยอีกด้วย

อย่างที่บอกไปว่า เธอเป็นศิลปินที่มากความสามารถสุด ๆ ไม่ว่าจะเรื่องแรปหรือเต้นก็ทำออกมาได้อย่างดี เห็นได้จากผลงานโซโล่เดี่ยวของเธอที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ อย่างเพลง LALISA และ MONEY ซึ่งเพลง LALISA ก็สามารถคว้าหลายรางวัลใหญ่มาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรีจริง ๆ

คราวนี้มาดูกันว่าในปี 2022 ลิซ่ามีผลงานเด่น ๆ อะไรบ้าง

>> ลิซ่าขึ้นแท่นเป็น Global Brand Ambassador ให้กับ Celine โดยเข้าร่วมงานแฟชันโชว์ Celine Men’s Summer 2023 คู่กับนักแสดงชื่อดัง พักโบกอม และสมาชิกวงบอยแบรนด์ระดับโลกอย่าง วี BTS

บอกเลยว่างานในวันนั้นชาวบลิ้งก์ภาคภูมิใจมาก ๆ กับตำแหน่งที่ลิซ่าได้รับ ทำให้ #LISAXCELINE และ #LISAatCelinePFW22 ติดเทรนด์อันดับ 1 บนทวิตเตอร์เลย

>> ลิซ่าครองอันดับ 1 อินฟลูเอ็นเซอร์ผู้ทรงอิทธิพลในพื้นที่สื่อจากงานแฟชันโชว์ Celine Men’s Summer 2023 ในฐานะที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ ดึงดูดความสนใจจากสื่อมวลชนในทุกพื้นที่สื่อ ด้วยมูลค่าเงินที่ประเมินจากกระแสความนิยมสูงถึง 29 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1,045 ล้านบาท ให้กับแบรนด์ซีลีน (CILINE) ซึ่งลิซ่า มียอด Engagement ใน IG สูงถึง 12 %

>> ลิซ่าสร้างสถิติศิลปินหญิงคนแรกของเค-ป็อป โดยคว้ารางวัล Best K-POP จาก VMAs 2022 ซึ่งรางวัลนี้ได้จากผลงานเพลงโซโล่ของเธอ ในเพลง LALISA 

>> ลิซ่าคว้ารางวัล ‘Best K-Pop’ จากงาน ‘2022 MTV Europe Music Awards’ โดยรางวัลในครั้งนี้ก็ได้มาจากเพลง LALISA อีกเช่นเคย โดยความพิเศษที่น่าภาคภูมิใจคือลิซ่าเป็นศิลปินเดี่ยวเค-ป็อปในรอบ 10 ปี ที่คว้ารางวัลเวทีนี้ถัดจาก ‘ไซ’ (Psy) เจ้าของเพลง Gangnam Style

‘อนุทิน’ วอนอย่าจับผิดภูมิใจไทย ปม ส.ส.ไหลเข้า ชี้!! ใครไปใครมา ไม่เคยด้อยค่า มีแต่ให้กำลังใจกัน

‘อนุทิน’ ขอมีน้ำใจนักกีฬาอย่าจับผิดแต่ ภท. ยันส.ส.ไหลเข้าออกไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ วอนหยุดด้อยค่ากันเองด้วยคำว่า ‘เนรคุณ’ เพราะเท่ากับด่าประชาชน ชี้นักการเมืองต่างตอบแทนกันหมดแล้ว ถามกลับอายุเยอะแล้ว จะทะเลาะกันทำไม

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงพรรคภูมิใจไทยในช่วงหลังปีหน้าจะมีนักการเมืองทยอยมาเข้าร่วมกับพรรคมากกว่าคราวเปิดรับสมัครสมาชิกพรรค เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมาหรือไม่ว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ถ้าการเมืองถึงคราวเปลี่ยนวาระหรือทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง สมัยก่อนปี 2535 คนวิ่งเข้าพรรคประชาธิปัตย์  ปี 2538 วิ่งเข้าพรรคชาติไทย ปี 2539 วิ่งเข้าพรรคความหวังใหม่ ปี 2544 วิ่งเข้าพรรคไทยรักไทย แล้วปี 2566 ถ้าคนจะวิ่งเข้าพรรคภูมิใจไทยมันแตกต่างจากอดีตตรงไหน 

“ไม่เห็นเป็นเรื่องใหม่หรือนวัตกรรมใหม่ แต่ถือเป็นเรื่องปกติ พรรคภูมิใจไทยมีทั้งคนเข้าและออก ที่เป็นส.ส. หรือผู้สมัครส.ส.ออกไปจากพรรคก็มี ทำไมตรงนี้ไม่มองว่าเป็นงูเห่าหรือพลังดูดบ้าง ไม่เห็นพูดถึง แต่พอมีคนเข้ามาพรรคภูมิใจไทยเป็นเรื่องเลย” นายอนุทิน ระบุ

‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม ส่วนแบ่งยอดขายรถ EV ไทยสูงสุดในอาเซียน เร่งส่งเสริมการลงทุน - สร้างระบบนิเวศรองรับในอนาคต

นายกฯ ยินดีไทย มีส่วนแบ่งยอดขายรถ EV ประจำไตรมาสที่ 3 ปี 65 มากที่สุดในภูมิภาค พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการลงทุน-สร้างระบบนิเวศรองรับตลาด

(28 ธ.ค. 65) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่ประเทศไทยมีส่วนแบ่งยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (EV) ประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2565 เกือบร้อยละ 60 ซึ่งมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

นายอนุชา กล่าวว่า ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากรายงานของบริษัทวิจัยตลาด Counterpoint ซึ่งเปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (EV) เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2564 และพบว่าประเทศไทยมีมูลค่าการซื้อขายรถ EV สูงที่สุดในภูมิภาค คิดเป็นส่วนแบ่งทั้งหมดประมาณร้อยละ 59.2 ตามมาด้วยอินโดนีเซียร้อยละ25.2 และสิงคโปร์ ร้อยละ 11.8 

โดยรถยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ไฟฟ้า (Battery Electric Vehicle) มีมูลค่าการซื้อขายคิดเป็นร้อยละ 61 ของทั้งหมด ในขณะที่เหลือเป็นแบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) โดยบริษัทที่มียอดขายสูงสุดอันดับแรกคือ Wuling ตามด้วย Volvo, BMW, ORA และ Mercedes-Benz ตามลำดับ

หลวงตาบุญชื่น ปญฺญาวุฑโท ศรัทธามหาชนแห่งปี

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โลกโซเชียลได้แชร์ภาพพระภิกษุชรารูปหนึ่งที่เดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่าผ่านพื้นที่ต่าง ๆ โดยมิได้ย่อท้อต่อลมฝน และแสงแดดที่แผดเผา รวมถึงวัยสังขารที่เริ่มร่วงโรย จนทำให้ใครหลายคนเกิดศรัทธา และทำให้เราได้รู้จักพระภิกษุนักปฏิบัตินามว่า ‘หลวงตาบุญชื่น ปญฺญาวุฑโท’

‘หลวงตาบุญชื่น’ ปัจจุบัน ท่านอายุ 74 ปี บวชมาแล้ว 13 พรรษา พื้นเพเกิดที่บ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เคยมีชีวิตครอบครัวมาก่อน โดยมีลูกทั้งหมด 4 คน 

เมื่อภารกิจทางโลกลุล่วง ลูก ๆ ทุกคนเติบโตสร้างครอบครัวกันหมดแล้ว จึงขอครอบครัวลาบวช เพราะต้องการหาสัจธรรมของชีวิต อยากเห็นความสงบในชีวิต เพราะชอบศึกษาธรรมะ โดยเฉพาะหลักธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต แม่ทัพธรรมของพระป่า จึงเข้าอุปสมบท ตัดทางโลกเข้าสู่ทางธรรมเมื่อปี 2552 ที่วัดบ้านเกิด จากนั้นได้แสวงบุญเป็นพระสายป่าธรรมยุติ เดินธุดงค์ไปหลายที่ ไม่จำวัด ทุกปีจะไปจำวัดตามป่าเขา ก่อนนี้ไปจำพรรษาในถ้ำเตียงสิริขันธ์ บนเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร มาต่อเนื่อง 4 ปี

ภาพจำที่คนได้รู้จัก หลวงตาบุญชื่น คือการเดินธุดงค์เท้าเปล่าจาริกนับพันกิโลเมตร โดยไม่รับปัจจัย และสิ่งของที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาถวายในระหว่างทาง บางครั้งอาจรับเพียงน้ำเปล่าเท่านั้น เพราะท่านไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรือปัจจัย และถือว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดกิเลส


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top