Sunday, 5 July 2026
Hard News Team

‘เพื่อไทย’ สับ ‘สนธิญา’ จ้องร้องเอาผิดยุบพรรค เตรียมส่งทีมกฎหมาย ร้อง กกต.เอาผิดคืน

‘ชุมสาย’ สับ ‘สนธิญา’ สิ่งน่ารำคาญทางการเมือง มโนร้องจ้องยุบ พท. เตือนร้องเท็จมีโทษหนัก ระวังโดนอาญากลับ จ่อร้อง กกต.เอาผิดนักร้องมั่ว 

(28 ธ.ค.65) นายชุมสาย ศรียาภัย รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีที่นายสนธิญา สวัสดี ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ยุบพรรค พท. เหตุที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางไปพบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นบิดาที่ฮ่องกง โดยกล่าวหาว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 44,45,28,29 มีโทษตามมาตรา92 (3) (4) ว่า ตนยังไม่เห็นคำร้องของนายสนธิญา แต่หากดูประเด็นจากสื่อเห็นว่าไม่มีมูลอันจะเป็นความผิดได้ตามที่กล่าวอ้าง ไม่มีข้อเท็จจริง ไร้แก่นสารสาระ ไม่มีพยานหลักฐานและพฤติการณ์ใด ๆ ที่จะชี้ว่าเป็นความผิด แต่เป็นการใช้จินตนาการหาเหตุยื่นยุบพรรคโดยมิชอบมากกว่า เชื่อว่าเรื่องนี้ กกต.คงไม่เห็นพ้องด้วย พรรค เพื่อไทยไม่ได้หวั่นไหวต่อเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะพรรคดำเนินกิจกรรมทางการเมืองภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ระเบียบและกฎหมายทุกประการ และไม่ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวอ้าง นายสนธิญาไม่ควรทำตัวเป็นสิ่งน่ารำคาญทางการเมือง

นายชุมสาย กล่าวต่อว่า การกระทำดังกล่าวของนายสนธิญา น่าจะเข้าข่ายเป็นการกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใดว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองต่อ กกต.โดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หากมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่าพรรคการเมืองใดมีส่วนรู้เห็นก็จะมีโทษเป็นสองเท่า โดย กกต.มีอำนาจสั่งยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคนั้นได้ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 101 ซึ่ง กกต.ต้องจัดการตามอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายของพรรค พท.จะเข้ายื่น กกต.ให้ตรวจสอบการกระทำของนายสนธิญาในวันที่ 29 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ที่ สำนักงาน กกต.
 

‘มิ่งขวัญ’ ยื่นลาออกจาก พปชร. แล้ว หลังเป็นสมาชิกพรรคได้เพียง 22 วัน

(28 ธ.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใด ๆ

สมโภชน์ อาหุนัย นักธุรกิจพลังงานทดแทนแห่งปี

หากจะเอ่ยถึงนักธุรกิจด้านพลังงานในรอบปี 2565 ที่ผ่านมา ย่อมมีชื่อของ ‘สมโภชน์ อาหุนัย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) อยู่ในนั้นอย่างแน่นอน

หนึ่งนั้น เพราะในปี 2565 สมโภชน์ ติดอันดับมหาเศรษฐีไทยอันดับที่ 6 โดยมีมูลค่าทรัพย์สิน 3.9 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.37 แสนล้านบาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่ของเขามาจาก บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจพลังงานทดแทน อาทิ ธุรกิจไบโอดีเซล ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 

ซึ่งธุรกิจข้างต้นนั้น ล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานธุรกิจแห่งความยั่งยืน หรือ BCG Model ที่สามารถสร้างเงินสร้างรายได้ ไปพร้อม ๆ กับช่วยโลกใบนี้

สมโภชน์ก่อตั้งบริษัท ‘บริษัท ซันเทคปาล์มออยล์ จำกัด’ ขึ้นมาเมื่อปี 2549 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 50 ล้านบาท ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด เป็นบริษัทพลังงานสะอาดที่เน้นเรื่องพลังงานทดแทน จากนั้นได้นำบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ในปี 2556 และย้ายเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560 กระทั่งปัจจุบันบริษัทเติบโตจนมีมูลค่าสูงถึง 3.5 แสนล้านบาท

'สุทิน' โอด!! 'คนดีศรีสภา' มีเยอะ แต่สื่อขี้เหนียว ซัด!! วาทะแห่งปี เหมือนโจรสารภาพหน้าศาล

(28 ธ.ค.65) ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาตั้งฉายาสภาผู้แทนราษฎร ‘3 วันหนี 4 วันล่ม’ ว่า ก็ต้องยอมรับว่าภาพมันออกมาอย่างนั้น ความรู้สึกของสังคมก็อาจจะสอดคล้องอยู่ จึงเข้าใจได้ว่าทำไมสื่อถึงตั้งแบบนั้น แต่ก็เสียดายว่าทำให้ภาพพจน์ของสภาไม่ดี แล้วถามว่าโทษใคร ถามว่าฝ่ายค้านโยนความผิดให้รัฐบาลหรือไม่ ก็ไม่ใช่ เพราะการนับองค์ประชุมมีทุกยุค แต่รัฐบาลก่อน ๆ เขาไม่ให้เกิดเรื่องนับองค์ประชุม เมื่อไม่เกิดเรื่องสภาล่มก็ไม่เป็นข่าว แต่ครั้งนี้นับองค์ประชุมแล้วก็ล่มแล้วล่มอีก ดังนั้นไม่ได้โทษรัฐบาล แต่เสียดายรัฐบาลไม่น่าปล่อยให้เรื่องนี้เกิด

นายสุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนฉายาของผู้นำฝ่ายค้าน ‘หมอ (ง) ชลน่าน’ นั้นก็ธรรมดา เพราะเขามีงานเยอะขึ้น ไปเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เป็นหัวหน้าพรรค ทำให้ไม่มีเวลาที่จะทำงานสภามากนัก อาจจะจืดไปหน่อย ก็อยากให้เข้าใจ แต่ฉายาที่ตั้งก็มีเหตุผล ส่วนฉายาประธานสภา ‘ชวน ซวนเซ’ ตนคงไม่เห็นด้วย เพราะต้องยอมรับว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ได้ดี ด้วยความมีบารมี และมีหลักอยู่ แต่จะทำเสร็จเรียบร้อย 100% คงไม่ใช่ แต่ตนคิดว่าถ้าเป็นประธานคนอื่นอาจจะไม่ใช่อย่างนี้ ดังนั้นต้องขอความเป็นธรรมให้ท่านด้วย ไม่ถึงกับซวนเซ แต่บารมีไม่ถึงร้อย เพราะท่านก็เป็นประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ได้ดี 

โปรจีน อาฒยา ฐิติกุล นักกีฬาหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี

ปี 2565 นับเป็นปีทองของ ‘โปรจีน’ อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟมหัศจรรย์ ที่ผงาดขึ้นมือ 1 นักกอล์ฟหญิงโลก ในวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น จากการจัดอันดับโลกนักกอล์ฟหญิงเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา

สำหรับ ‘โปรจีน’ อาฒยา เป็นคนไทยคนที่ 2 ต่อจาก ‘โปรเม’ เอรียา จุฑานุกาล ที่ขึ้นมือ 1 โลก และนับเป็นนักกอล์ฟหญิงที่อายุน้อยสุดเป็นอันดับที่สองในประวัติศาสตร์ ที่สามารถก้าวขึ้นมาติดอันดับ 1 ของโลก โดยคนที่อายุน้อยที่สุด คือ ลิเดีย โค ที่ขึ้นมือ 1 โลก ในวัย 17 ปี 9 เดือน 9 วัน

ย้อนเส้นทางความสำเร็จของ ‘โปรจีน’ เกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2546 ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ในวัยเด็กน้องจีน เป็นโรคภูมิแพ้ ทางครอบครัวจึงให้ฝึกเล่นกีฬาเพื่อสร้างภูมิต้านทาน โดยให้เลือกระหว่างกอล์ฟกับเทนนิส ซึ่งเป็นกีฬาที่สามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคต ในเวลานั้น น้องจีน ตัดสินใจเลือกเล่นกอล์ฟซึ่งเป็นกีฬาที่คิดเองว่าอาจจะดูเหนื่อยน้อยกว่าเทนนิส จึงได้หัดเล่นกอล์ฟมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ

ชื่อเสียงเริ่มเป็นที่รู้จักหลังจากที่สามารถคว้าแชมป์กอล์ฟรายการเลดีส์ ยูโรเปี้ยน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2017 ในตอนนั้นทำให้ น้องจีน เป็นนักกอล์ฟที่มีอายุน้อยที่สุดในโลกที่ชนะการแข่งขันกอล์ฟอาชีพในวัยเพียง 14 ปี 4 เดือน 19 วันเท่านั้น

จากนั้นในปีเดียวกัน น้องจีน อาฒยา ได้เหรียญทอง 2 เหรียญ จากการแข่งขันกอล์ฟ ประเภทบุคคลหญิงและทีมหญิง ในกีฬาซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย และได้เหรียญทอง จากการแข่งขันกอล์ฟประเภททีมผสมในโอลิมปิกเยาชนฤดูร้อน 2018 ที่ประเทศอาร์เจนตินาด้วย

ในปีถัดมา น้องจีน ยังชนะการแข่งขันกอล์ฟอาชีพรายการที่ 2 ในขณะที่ยังเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่น ด้วยการคว้าแชมป์ศึกเลดีส์ ยูโรเปี้ยน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 เป็นการชนะการแข่งขันรายการนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปี โดยในขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น

‘อนุทิน’ นัดถก ’คมนาคม-ท่องเที่ยว’  วางมาตรการรับจีนเปิดประเทศ

‘อนุทิน’ นัด ‘คมนาคม-ท่องเที่ยว’ หารือมาตรการด้านสาธารณสุขไทย รองรับนักท่องเที่ยวจีน ด้าน ‘ศักดิ์สยาม’ สั่ง บวท.-กพท. สรุปตัวเลขไฟลท์ของสายการบินจีน เสนอแลนด์ดิ้งเข้าไทย

(28 ธ.ค.65) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีประเทศจีนจะเปิดประเทศในวันที่ 8 ม.ค.66 ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังไทยจำนวนมากนั้น เรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข จะเชิญรมว.คมนาคมและรมว.ท่องเที่ยว ประชุมในวันที่ 5 ม.ค. เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกำหนดมาตรการสาธารณสุขในการรองรับการเดินทาง

“ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขไทยมีศักยภาพสูง พร้อมที่จะรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากจีนได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกำลังประสานงานไปยังสถานทูตจีนว่าข้อเท็จจริงในการเปิดประเทศเป็นอย่างไรและจะมีมาตรการอะไรบ้าง เพื่อที่ไทยจะได้สามารถกำหนดมาตรการสาธารณสุขและกำหนดวิธีการปฏิบัติให้สอดคล้องต่อไป” นายศักดิ์สยาม กล่าว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นประธานเปิดเวทีพูดคุยเครือข่ายการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ใน 'Let’s Talk TIP'

วันนี้ (28 ธ.ค. 65) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) ได้เป็นประธานในการจัดงาน “Let’s Talk TIP : ขับเคลื่อนด้วยใจ ประเทศไทยไร้ค้ามนุษย์” ซึ่งเป็นการเสวนาระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่มีบทบาทในการร่วมกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยจัดขึ้นที่ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมประมง อัยการประจำสำนักงานคดีค้ามนุษย์ กรมการจัดหางาน กรมสวัสดิการและแรงงาน ผู้แทนจากสถานทูตอเมริกา มูลนิธิกระจกเงา โครงการ SPRING โครงการ HUG PROJECT มูลนิธิ Stella Maris มูลนิธิ O.U.R. เอทเวนตี้วัน มูลนิธิราฟาอินเตอร์เนชั่นแนล สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และหน่วยงานจากภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง

โดยในงานได้มีการเปิดโอกาสให้แต่ละภาคส่วนที่ได้มาร่วมงานนี้ ได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ รวมทั้งรับฟังปัญหาในการทำงานต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเวทีนี้เป็นประโยชน์อย่างมากในการสร้างความร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ซึ่งจะทำให้หน่วยงานรัฐมีความเข้าใจข้อจำกัดของภาคเอกชน และในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมก็รับทราบและเข้าใจการทำงานของหน่วยงานรัฐมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสร้างเครือข่ายในการประสานงานกันมากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้การทำงานร่วมกันสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

โรงพยาบาลพญาไท 3 รำลึกมหาราช บวงสรวงเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตาก

บวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เทิดพระเกีรยติ 'วันพระเจ้าตากสิน' โรงพยาบาลพญาไท 3 โดย นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล รศ.พญ.วารุณี จินารัตน์ ผู้อำนวยการแพทย์ ศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการบริหารการตลาด พญาไท -เปาโล นพ.อภิชัย โตวณะบุตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการแพทย์ นิตยา กฤตธนเวท ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร พว.ภาวิณี วัยปัทมะ ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล

ขยายผลจับกุมแก๊งนอมินีต่างชาติ

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ประกอบกับนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติ ที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด สตม.ร่วมกับ บช.ก. ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. , พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อาภากร  โกมลสุทธิ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม.,พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปอศ., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวขยายผลการจับกุมตัวคนต่างด้าวซึ่งมีพฤติการณ์ในการประกอบธุรกิจโดยใช้ชื่อคนไทยเป็นเจ้าของกิจการแทน (นอมินี) ดังนี้ 
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 พ.ย.65 เจ้าหน้าที่ บก.สส.สตม. ได้เข้าจับกุมตัว Mr.SHAO คนต่างด้าว ตามหมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ในข้อหา “ยื่นขอมีบัตรประชาชนไทยโดยมิได้มีสัญชาติไทยฯ” พร้อมตรวจยึดของกลางรวม 36 รายการ ได้ที่สมาคมพ่อค้าไทย ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. ซึ่งในการเข้าตรวจค้นจับกุมพบพยานหลักฐานว่า Mr.SHAO มีพฤติการณ์ในการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยใช้ชื่อคนไทยเป็นเจ้าของกิจการแทน (นอมินี) จำนวน 3 บริษัท จึงได้ร่วมกับ บก.ปอศ. สืบสวนขยายผลจนพบชาวไทยผู้ให้ความช่วยเหลือ Mr.SHAO ในการประกอบธุรกิจในบริษัทดังกล่าว โดยต่อมาได้ขออนุมัติหมายค้นต่อศาลอาญา เพื่อเข้าตรวจค้นบริษัทที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด จำนวน 3 บริษัท คือ
1. บริษัท คิววาย ออโต้ อิมพอร์ต จำกัด 
2. บริษัท ลีฟ อิเล็กทริก จำกัด 
3. บริษัท โฮป โฮม บิวดิ้ง จำกัด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top