Sunday, 5 July 2026
Hard News Team

ควบรวม 'สร้างอนาคตไทย-ไทยสร้างไทย' เตรียมนัดแถลง 29 ธ.ค.นี้ หลังดีลลงตัว

(28 ธ.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการแจ้งกำหนดกับสื่อมวลชน เพื่อขอเชิญไปร่วมทำข่าวการหารือระหว่างพรรคไทยสร้างไทย และพรรคสร้างอนาคตไทย ที่ร้านอาหาร Corner สุขุมวิท 26 ในวันพฤหัสบดีที่ 29 ธ.ค.เวลา 10.00 น.

โดยในการหารือดังกล่าว มีแกนนำคนสำคัญของทั้งสองพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพียง ประกอบด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย, นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย, นายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย 

‘บิ๊กป้อม’ ต้อนรับทูตอินเดียคนใหม่ ยัน!! ‘ร่วมมือ-ยกระดับสัมพันธ์’ ทุกมิติ

‘พล.อ.ประวิตร’ ต้อนรับ ‘ทูตฯ อินเดีย’ ในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ ยืนยันความร่วมมือทุกมิติ ยกระดับความสัมพันธ์ ฟื้นการค้า, การลงทุน, การท่องเที่ยว หลังโควิด-19 คลี่คลาย

(28 ธ.ค.65) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับ นาย นาเคศ สิงห์ (H.E. Mr.  Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแสดงความยินดีที่ ท่าน นาเคศ สิงห์ ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ในครั้งนี้ ซึ่งอินเดียถือเป็นมิตรประเทศกับไทย มาอย่างยาวนาน มีความร่วมมือทั้งทางด้าน ความมั่นคง ทางบก ทางทะเล และทางอากาศ โดยเฉพาะความมั่นคงด้านทะเล อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการฝึกอบรมด้านความมั่นคงไซเบอร์ รวมถึงการที่อินเดียเข้าร่วมฝึกคอบร้า-โกลด์ ในฐานะผู้สังเกตการณ์ และจะมีการเข้าร่วมฝึกเต็มรูปแบบในโอกาสต่อไป  

ด้านเศรษฐกิจ อินเดียนับเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยที่มีมูลค่าการค้ามากถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ โดยในปี 65 อินเดียเป็นผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มกว่าร้อยละ 85 ของไทย สำหรับด้านสาธารณสุข ในช่วงสถานการณ์รุนแรงของ โควิด-19 ทั้ง 2 ประเทศ ได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งในด้านการแพทย์ สาธารณสุข  รวมทั้งการวิจัยและยา อย่างดียิ่ง 

‘เพื่อไทย’ ชี้!! ‘ปราบโกง’ แค่วาทกรรมของรบ. ซัด!! หากทำได้จริง คงไม่มีคดีจับอธิบดีกรมอุทยานฯ

‘ลิณธิภรณ์’ สับ ‘ประยุทธ์’ ปราบโกงแค่วาทกรรมรบ. หน้ากากคนดี จี้เร่งรื้อทุจริตใต้พรม ตรวจสอบการโกงทุกระดับ แซะจับ ‘ตู้ห่าว’ หวังหาเสียงช่วงปลาย รบ.

(28 ธ.ค. 65) น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่มีการจับกุมอธิบดีกรมหนึ่งที่มีรายงานข่าวว่ามีพฤติกรรมเรียกรับเงินโยกย้ายตำแหน่งภายในหน่วยงานจากข้าราชการ อีกทั้งยังมีพฤติกรรมเรียกเก็บเงินจากหัวหน้าหน่วยงานภาคสนาม คิดตามอัตราส่วนจากหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชันไม่ได้ถูกปราบปรามอย่างที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเคยเป็นผู้นำจากการรัฐประหารที่ประกาศเสียงแข็งว่ายึดอำนาจเพื่อเข้ามาปราบโกง แต่ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ปราบโกงเป็นเพียงวาทกรรมของรัฐบาลหน้ากากคนดี 

ทั้งนี้ การจับกุมอธิบดีกรมดังกล่าวเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของการทุจริตที่อยู่ใต้พรมมานานกว่า 8 ปี การทุจริตเชิงระบบจากการต่อรอง เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและผลประโยชน์จึงเบ่งบานขึ้น หลายปีที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์นอกจากจะไม่จริงจังปราบโกงแล้ว ยังมีส่วนทำให้การตรวจสอบในรัฐราชการอ่อนแอและพังลง การทุจริตคอร์รัปชันจึงเพิ่มมากขึ้น 

‘เจ๊เจี๊ยบ’ ห่วงครูสาวบูลลี่ ‘ป๋าเปรม’ โดนลงโทษ แนะ!! ควรสังคายนาวิชาประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่

(28 ธ.ค.65) ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่การประชุม ก่อนเข้าสู่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่...) พ.ศ. .... โดยได้ให้ ส.ส. หารือปัญหาต่าง ๆ

ทั้งนี้ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้หารือว่า กรณีครูสอนประวัติศาสตร์ พูดถึงระบอบอำนาจนิยม พูดถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี เรื่องเพศวิถี ตนไม่ได้ติดในเรื่องนั้น แต่ห่วงว่าจะไปกดดันให้ลงโทษครูจนเกินเหตุสมควร นายกฯ ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า ‘แปดเปื้อน’ บัญชาการเข้มงวดเรื่องประวัติศาสตร์ ยัดเยียดการสอนให้เน้นเรื่องความรักชาติ จากนั้น รมว.ศึกษาธิการ ลงนามเมื่อ19 ธ.ค. เปลี่ยนแปลงแยกวิชาประวัติศาสตร์มาโดด ๆ ออกจากสังคม ศาสนา วัฒนธรรม และให้เน้นย้ำความภูมิใจในความรักชาติ เป็นทัศนคติหลงยุค เป็นทัศนคติของผู้นำยุคล่าอาณานิคม

‘รอง พปชร.’ ดับกระแส ปัด ‘มิ่งขวัญ’ ทิ้งพรรค เผย เมื่อวานเจอยังช่วยงาน ‘ประวิตร’ อยู่เลย

‘วิรัช - รองหัวหน้าพรรค พปชร.’ ดับเทียน ยัน ‘มิ่งขวัญ’ ไม่ทิ้ง พปชร.แน่นอน ลั่น!! เพิ่งเจอกันวานนี้ ยังช่วยงาน ‘บิ๊กป้อม’ อยู่เลย

(28ธ.ค.) เมื่อเวลา 17.00 น. นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ กรรมการบริหารพรรค กล่าวถึงกระแสข่าวลือว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น ตนขอยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ไม่ว่าจะเป็นการลาออกที่พรรคพลังประชารัฐ หรือที่ กกต.ก็ตาม

“ตนขอยืนยันว่า นายมิ่งขวัญ ยังอยู่ช่วยทำงานในพรรคพลังประชารัฐ เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เพิ่งได้รับมอบหมายงานจากพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไปทำอยู่เลย และเมื่อวานนี้ ตนก็ยังได้พบปะพูดคุยกับนายมิ่งขวัญเป็นปกติ” นายวิรัช กล่าว

ผบ.ตร.สั่งเข้มทุกส่วน ดูแล ปชช. ช่วงปีใหม่ ต้องเดินทางถึงภูมิลำเนา โดยสวัสดิภาพ

(28 ธ.ค.65) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาของศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) ร่วมกันเปิด ‘ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566’ เพื่อกำกับดูแลและสั่งการ ในการอำนวยการจราจรและแก้ไขสถานการณ์อุบัติเหตุ ในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2565 ถึง 4 มกราคม 2566

โดย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้เตรียมความพร้อม กำลังพลกว่า 50,000 นาย อำนวยความสะดวกด้านการจราจร และดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงการป้องปรามไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ด้วยการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุ โดยจะปฏิบัติงานตลอดช่วงเทศกาลไม่มีวันหยุด ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันแรกที่เปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนฯ จึงได้สั่งการให้ บช.น., ภ.1-9 และ บก.ทล. ปฏิบัติตามมาตรการ ดังนี้...

1. อำนวยความสะดวกการจราจร เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีรถเดินทางเข้า-ออก กทม. มากถึง 7.3 ล้านคัน โดยปริมาณรถขาออกมากที่สุด วันที่ 29 และ 30 ธันวาคม 2565 และปริมาณรถขาเข้ามากที่สุด วันที่ 2 และ 3 มกราคม 2566 จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยประสาน คืนพื้นผิวการจราจร จุดที่มีการก่อสร้าง ซ่อมแซม เป็นเหตุให้รถชะลอตัว โดยสามารถคืนพื้นผิวได้ทั้งหมด 408 จุดทั่วประเทศ พร้อมจัดตำรวจอำนวยการจราจร ตามจุดสำคัญที่มีปัญหาการจราจร รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว และในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ให้มีชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมอุปกรณ์ เช่น รถยก, รถสไลด์ เข้าถึงที่เกิดเหตุและคลี่คลายการจราจรได้ทันที 

นอกจากนี้ ยังได้ออกข้อบังคับเปิดช่องทางพิเศษ เพื่อเร่งระบายรถ ทั้งขาเข้าและออก กทม. 9 เส้นทาง 10 จังหวัด รวมระยะทาง 450 กม. โดยตำรวจทางหลวงจะเปิดช่องทางพิเศษ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตามสภาพการจราจร และได้ออกข้อบังคับ ห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินในถนน 7 เส้นทาง เพื่อลดความหนาแน่นของการจราจร รวมระยะทาง 194 กม. สำหรับรถบรรทุกที่มีความจำเป็นต้องเดินรถ เช่น รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง, อาหารสด สามารถยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์ ของ บก.ทล. ได้ที่ www.hwpdth.com

2. การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน กำหนดเป้าหมายให้ทุก ภ.จว. ลดจำนวนอุบัติเหตุ, ผู้เสียชีวิต, ผู้บาดเจ็บ จากค่าเฉลี่ยปีใหม่ 3 ปีย้อนหลัง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 โดยมีมาตรการให้ทุกหน่วยทำบัญชีกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เพื่อเข้าไปรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ป้องปรามกลุ่มเป้าหมาย และตั้งจุดตรวจเพื่อกวดขันจับกุม การกระทำผิดกฎจราจร ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยเริ่มบังคับใช้กฎหมาย ตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2565 เป็นต้นมา เน้นหนัก 4 ข้อหา ตามนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ ขับรถในขณะเมาสุรา, ขับรถเร็วเกินกำหนด, ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่รัดเข็มขัดนิรภัย 


 

‘ตำรวจ’ จับ 2 เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่  ฉวยโอกาสช่วงปีใหม่ ขนส่งยาเสพติด

การกวาดล้างจับกุมและขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติด รวมทั้งการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ชั้นในและในชุมชน และการทำลายเครือข่ายทุกมิติอย่างเร่งด่วน  ตามนโยบาย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.นั้น ตำรวจ ปส. ได้ขับเคลื่อนการทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคุมเข้มตรวจสอบการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในห้วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ซึ่งขบวนการมักอาศัยช่วงเวลาเหล่านี้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปจำหน่ายให้กลุ่มลูกค้าตามสถานบันเทิง สถานบริการจำนวนมาก ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร.(กม) / ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผช.ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.ธนรัช สอนกล้า ผบก.ปส.2 สั่งการให้ รวบรวม ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า มีกลุ่มขบวนการลักลอบ ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พื้นที่ตอนใน ซึ่งทำกันเป็นขบวนการ และดำเนินการลักลอบลำเลียงยาเสพติดอยู่อย่างต่อเนื่องซึ่งสามารถจับกุมได้ 2 คดี 

คดีที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปส.2 จับกุม นายสมบูรณ์ สงวนนามสกุล อายุ 43 ปี ได้ริมถนนมิตรภาพ บริเวณแยกจุดให้สัญญาณจราจร ต.พันดอน อ.กุมภวาปี จว.อุดรธานี พร้อมตรวจยึดสารไอซ์ จำนวน 135 กก., ยาอี 40 ถุง รวม 40,000 เม็ด, วัตถุออกฤทธิต่อจิตและประสาท ประเภทที่ 2 (เคตามีน) จำนวน 44 กก., ยา Happy water บรรจุอยู่ในซองกาแฟซอง 1,313 ซอง, รถยนต์ PROTON หมายเลขทะเบียน ฆฮ 2893 กทม. ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในการลำเลียงยาเสพติด และ โทรศัพท์ จำนวน 2 เครื่อง

เบื้องต้น แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (สารไอซ์, ยาอี, Happy water) ไว้ในความครอบครองเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

โฆษกภูมิใจไทยแจง ‘ภูมิใจดูด’ เปรียบ ‘ใต้ฝุ่น’ เหตุ!! ผลงานเด่นดันพรรคเติบโต น่าร่วมงาน

‘ภราดร’ แจง ‘ภูมิใจดูด’ เปรียบ ‘ใต้ฝุ่น’ ก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำ เล็ก ๆ สะสมผลงาน 4 ปี ทำสำเร็จมากมาย และนโยบายใหม่ ที่ประชาชนต้องการให้ทำ จึงมาสมัครสมาชิกพรรคกันคึกคัก ยัน ‘กัญชาเสรี เพื่อการแพทย์และเศรษฐกิจ’ ทำสำเร็จแล้ว ทั้งปลดล็อก เสนอกฎหมาย จนผ่านวาระ 1 และมีผลงานอื่น ๆ อีกมากมาย

(28 ธ.ค.65) นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย ชี้แจงกรณีที่สื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาล ตั้งฉายา ‘ภูมิใจดูด พูดแล้วดอย’ ว่า เป็นเชิงสัพยอกกันมากกว่า แต่อยากให้พิจารณาในแง่ข้อเท็จจริงด้วย โดยเฉพาะคำว่า ‘ดูด’ โดยพรรคภูมิใจไทย วันนี้คือ ‘ไต้ฝุ่น’ ใช้เวลา 4 ปีเพิ่มกำลังจากหย่อมความกดอากาศต่ำเล็ก ๆ โดยสะสมผลงาน ผ่านคำว่า ‘พูดแล้วทำ’ หลากหลายนโยบาย ฟังดูเหมือนขายฝัน แต่สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงภายในเวลาไม่ถึง 4 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดแรงดึงดูดขนาดใหญ่ ทำให้เกิดความสนใจและมั่นใจจากเพื่อนส.ส. และนักการเมือง ว่าพรรคการเมืองนี้แหละ คือพรรคการเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชน สัญญากับประชาชนแล้วสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้

นายภราดร กล่าวว่า เราทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ หลายเรื่อง ทั้งเรื่องกัญชาเสรีทางการแพทย์ และเศรษฐกิจ ซึ่งวันนี้ประชาชนปลูกและใช้กัญชาได้จริง ๆ แล้ว มีประชาชนเข้ามาลงทะเบียนในแอปพลิเคชันปลูกกัญ กว่า 1 ล้านคน และมีคนสนใจเข้ามาเยี่ยมชม 40 กว่าล้านครั้ง, การแก้ปัญหาโควิด-19 จนนานาชาติชื่นชม ฟอกไตฟรี ผ้าอ้อมฟรีวันละ 3 ผืน ในกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ, การให้สวัสดิการให้กับ อสม. แก้กฎหมายให้กับแอปพลิเคชันเรียกรถจับจ้างสาธารณะ, ค่าโง่โฮปเวล, ค่าโง่ทางด่วน, การสร้างสะพานข้ามเกาะลันตา, สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา แก้ปัญหาให้โครงการมอเตอร์เวย์ สามารถเดินหน้าไปได้ หลังติดปัญหายาวนาน ทั้งค่าเวนคืนที่ดิน การแก้ไขแบบ, โครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์, การเตรียมการรองรับนักท่องเที่ยว ในการเปิดประเทศ จนมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากกว่า 10 ล้านคน, เรื่องการแบน 3 สารพิษภาคการเกษตร เป็นต้น

‘นายกฯ’ เผย!! ตั้งกรรมการสอบแล้ว ปมอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ เรียกรับเงิน

(28 ธ.ค. 65) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัว นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรณีเรียกรับเงินจากหัวหน้าหน่วยงานภาคสนาม โดยมีการล่อซื้อ มีการติดกล้องวงจรปิด ตำรวจตามเข้าไปค้นพบเงินสดบนโต๊ะทำงาน และห้องแต่งตัวประมาณ 5 ล้านบาท ว่า...


 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top