Sunday, 5 July 2026
Hard News Team

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่คว้าคะแนนเลือกตั้งสูงสุดในประวัติศาสตร์ ผู้ว่าฯ แห่งปี

ปี 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ทำให้หมายเลข 8 ที่ปักเสื้อเขาไว้นั้น สร้างสถิติใหม่ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้วยการกวาดคะแนนเสียงชาวกรุงเทพฯ ไปกว่า 1,386,215 คะแนน ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุดนับแต่ที่มีการเลือกตั้งมา

ชัชชาติ ในวัย 55 ปี ทำลายสถิติที่ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ทำไว้จากการเลือกตั้งปี 2556 ด้วยคะแนนเสียง 1,256,349 คะแนน และก่อนหน้านี้ คือ นายสมัคร สุนทรเวช ที่ชนะการเลือกตั้งปี 2543 ด้วยคะแนนเสียง 1,016,096 คะแนน

คะแนนของผู้ว่าฯ ผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีนี้ ตามรายงานผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อ 23 พ.ค. 2565 หลังจากนับคะแนนครบ 100% ทิ้งขาดคู่แข่ง 5 อันดับแรก ขนาดนี้ นำคะแนนมามัดรวมกันยังไม่สามารถเอาชนะเขาได้

‘ความฝันอเมริกัน’ ฝันหวานอันว่างเปล่า ในยุคเศรษฐกิจเลื่อนลอย

สมัยก่อนเคยได้ยินคำว่า ‘อเมริกันดรีม’ อยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เข้าใจถ่องแท้นักถึงความหมาย เพิ่งจะมาเข้าใจก็ตอนที่อาศัยอเมริกาเป็นบ้านแห่งที่สองนี่เอง

ที่มาของคำว่า ‘อเมริกันดรีม’ หรือ ‘ความฝันแบบอเมริกัน’ นั้น น่าสนใจไม่ใช่น้อย

หลายคนเชื่อว่าแนวคิดอเมริกันดรีมนั้นมาจากรากฐานของคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ที่มีหลักการว่าทุกคนได้รับสิทธิในการดำเนินชีวิต เสรีภาพและการแสวงหาความสุขโดยเท่าเทียมกัน หากว่ายังไม่ค่อยชัดเจนกับแนวคิดนี้ คงต้องไปอ่านงานเขียน เรื่อง ‘มหากาพย์แห่งอเมริกา’ หรือ The Epic of America ของเจมส์ ทรัสโลว์ อดัมส์ นักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกันเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วที่กล่าวถึงอเมริกันดรีมไว้อย่างชัดเจนว่า...

“อเมริกันดรีม คือ ความฝันถึงแผ่นดินที่ทุกคนจะมีชีวิตดีขึ้น เติมเต็มยิ่งขึ้น และร่ำรวยยิ่งขึ้น โอกาสมาพร้อมความสามารถ สิ่งที่พูดถึงนี้มิใช่ความฝันง่ายๆอย่างอยากมีรถหลายคันหรือมีเงินเดือนสูง แต่เป็นความฝันเรื่องระเบียบสังคมที่ทั้งหญิงและชายจะได้รับการยอมรับตัวตน ไม่ว่าผู้นั้นจะมีชาติกำเนิดเช่นไร”

ความหมายดั้งเดิมของอเมริกันดรีมหรือความฝันแบบอเมริกันในยุคแรก ๆ ซึ่งอาจนิยามได้ว่าเป็นความเท่าเทียมทางโอกาสและเสรีภาพที่เอื้อให้ทุกคนบรรลุถึงเป้าหมายในชีวิตด้วยการทำงานหนักและด้วยความมุ่งมั่น แต่ในปัจจุบันคนทั่วไปมองว่าอเมริกันดรีมคือการแสวงหาความมั่งคั่ง จากความสามารถและการทำงานหนักเท่านั้น

ใคร ๆ ก็รู้ว่าอเมริกานั้นมีวัฒนธรรมที่ 'พันทาง' มาก เพราะวัฒนธรรมจับฉ่ายติดมากับผู้อพยพที่เข้ามาสร้างบ้านแปงเมืองแต่ละยุคสมัย...บางคนอาจหมายถึงโอกาสที่จะกลายเป็นคนร่ำรวยมั่งคั่งกว่ารายรับที่เคยได้ในประเทศเดิม...บางคนอาจหมายถึงโอกาสที่ลูกหลานจะเจริญเติบโตในสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าได้รับการศึกษาที่สูงกว่าในประเทศเดิม...และบางคนอาจเป็นการได้รับโอกาสเป็นปัจเจกชน ที่ปราศจากการกีดกันด้วยชนชั้นทางสังคม จากวรรณะ เชื้อชาติ หรือชาติพันธุ์ อย่างในกรณีสตรีมุสลิมที่มีการเลือกปฎิบัติหรือไม่อนุญาตให้ทำงานหรืออินเดียที่มีเรื่องวรรณะเข้ามาเกี่ยวข้องในการทำงาน

จริง ๆ แล้วแนวคิดเรื่องอเมริกันดรีมมีประวัติย้อนหลังไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ช่วงเวลานั้นมีการส่งเสริมชาวอังกฤษให้ย้ายไปตั้งถิ่นฐานในอเมริกา โดยมีการโฆษณาแผ่นดินใหม่ว่าชาวอาณานิคมจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าชีวิตในประเทศอังกฤษ ทั้งนี้เพราะอเมริกากว้างใหญ่ไพศาลและมีทรัพยากรธรรมชาติเหลือเฟือ การเดินทางมาสู่อเมริกาจึงเหมือนการแสวงหาโอกาสที่ดีกว่าให้ชีวิต

ปัจจัยที่สำคัญอีกประการในการเกิด 'อเมริกันดรีม' คือในศตวรรษที่ 19 เรื่องราวเกี่ยวกับผู้ยากไร้ที่ถีบตัวขึ้นไปเป็นมหาเศรษฐี เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและกลายเป็นดวงดาวแห่งความหวังให้อเมริกันทุกคน โดยเรื่องราวของแอนดรูว์ คาร์เนกี้ และจอห์น ดี. รอกกี้เฟลเลอร์ รวมทั้งนักเขียนนวนิยายที่มีชื่อเสียงเช่น ฮอเรโช อัลเจอร์ สร้างบรรทัดฐานในสังคมว่า ความสามารถและการทำงานหนักสามารถนำไปสู่ความมั่งคั่งได้  ทำให้อเมริกันทุกคนมีความหวังว่า สักวันหนึ่งตนจะมีโอกาสเช่นนี้บ้าง

'สวนดุสิตโพล' ยก 'รัฐมนตรีเฉลิมชัย' ท็อปฟอร์ม หลังครอง 3 ปีซ้อน 'รัฐมนตรีในใจประชาชน'

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยรายงานเมื่อ 28 ธ.ค. 65 เกี่ยวกับผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทุกสาขาอาชีพ ที่มีต่อการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั่วประเทศทั้ง 6 ภูมิภาค จำนวน 3,038 คน ระหว่างวันที่ 17-22 ธันวาคม 2565 พบว่า โดยภาพรวม เต็ม 10 คะแนน ประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจต่อการดำเนินงานของ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์' ที่ 7.66 คะแนน และให้คะแนนความพึงพอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ 'ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 7.80 คะแนน ซึ่งนับว่า ยังคงเป็นรัฐมนตรีและกระทรวงที่ประชาชนชื่นชอบและเชื่อมั่นมากที่สุด ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน

ผลการสำรวจโพลยังระบุว่า นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ประชาชนชื่นชอบและเห็นว่าเกิดประโยชน์มากที่สุด อันดับ 1 คือ นโยบาย การประกันรายได้ของเกษตรกร ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมันและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คิดเป็น 57.50% รองลงมา คือ การประกันภัยพืชผล 41.21% และตลาดนำการผลิต 36.54% 

นอกจากนี้ผลโพลยังชี้ว่า โครงการที่มีการดำเนินงาน และประสบผลสำเร็จมากที่สุด คือ โครงการเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย 52.14% รองลงมา ได้แก่ บริหารจัดการและ พัฒนาแหล่งน้ำ 33.57% และปฏิบัติการฝนหลวง 24.06% และเมื่อสอบถามถึงความต้องการให้กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เข้าช่วยเหลือด้านใดมากที่สุด พบว่า ประชาชนต้องการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แก้ไขเรื่องปัญหาราคาสินค้าเกษตรมากเป็นอันดับแรกถึง 78.67% รองลงมาคือช่วยเหลือหนี้สิน 53.16% และขอให้ช่วยเหลือเยียวยา เกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ 50.92%

ขณะที่ด้านความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผลสำรวจพบว่า ประชาชนยังมีความเชื่อมั่นในนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 77.88% ไม่แน่ใจ 17.74% และไม่เชื่อมั่น 4.38% โดยมองว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ยังคงมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 65.64% ไม่แน่ใจ 29.69% และเห็นว่าไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ที่ 4.67%

สอดคล้องกับผลสำรวจโพลจากหลายสำนักในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่ระบุว่า ดร.เฉลิมชัย คือ รัฐมนตรีที่ประชาชนชื่นชอบ ผลงาน ทั้งจากผลงานการช่วยเหลือการประกันรายได้ การแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ การจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกร ตลอดจนร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ผลักดันการส่งออกตามนโยบายตลาดนำการผลิตจนเห็นผลเป็นรูปธรรม

‘อนุทิน’ ไม่ยึดติดคำอวยพร 120 เสียงของเนวิน ชี้!! พรรคตั้งใจทำนโยบาย เป็นตัวเลือกให้ประชาชน

‘อนุทิน’ ลั่นทำ ‘ภูมิใจไทย’ เป็นทางเลือก พาชาติพ้นความขัดแย้ง ขอพรรคทำให้ดีที่สุด ไม่ยึดติดคำอวยพร 120 เสียง ของ ‘เนวิน’ เชื่อแค่กลอนพาไป แจงมโนกันไปเอง โต้เสียงส.ส.ไหลเข้าเพราะกระสุนเยอะ ย้อนกลับหากชนะเลือกตั้งด้วยเงินทอง คงไม่ต้องคิดนโยบาย - ขึ้นเหนือล่องใต้หาเสียง 

(29 ธ.ค. 65) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการตั้งเป้าหมาย ส.ส. พรรคภูมิใจไทยเกิน 120 เสียง ตามที่ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เคยระบุไว้ หลังจากที่มีอดีต ส.ส.มาเปิดตัวเพิ่มว่า เชื่อว่าที่นายเนวินบอกว่าขอให้ได้ 120 คน ระหว่างวันเกิดครบรอบ 64 ปี ที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น นายเนวินพูดขึ้นมาก็กลอนพาไปเท่านั้น ท่านเดินเข้ามาเห็นคนมาเยอะก็เลยพูดว่า 120 คงเป็นการอุปมาอุปไมย ตนอาจจะว่าทำไมตีต่ำอย่างนี้ ฉะนั้น อย่าไปยึดติดกับตัวเลขใด ๆ มีปัญญาทำพรรค ทำนโยบาย คัดเลือกผู้สมัครที่โดนใจประชาชนหรือไม่ แล้วเข้ามาได้แค่ไหน นั่นคือของจริง อีก 3 - 4 เดือนก็รู้แล้ว

‘สร้างอนาคตไทย - ไทยสร้างไทย’ หารือไม่คืบหน้า เผยเป็นพันธมิตรการเมือง แต่ไม่ชัดเจน ‘ควบรวมพรรค’

(29 ธ.ค. 65) จากกระแสการเมือง ซึ่งเป็นที่น่าจับตา กรณีการนัดหารือ ระหว่างพรรคสร้างอนาคตไทย และพรรคไทยสร้างไทย ในช่วงเช้าของวันนี้ นำโดย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย และ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย, นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคไทยสร้างอนาคตไทย ที่ได้ร่วมพูดคุยหารือเกี่ยวกับทิศทางการเมือง 

โดยทันทีที่แกนนำทั้งหมด เดินทางมาถึงร้านอาหาร Corner ซอยสุขุมวิท 26 ได้เข้าไปหารือกันแบบส่วนตัวในห้องอาหาร ก่อนออกมาตั้งโต๊ะนั่งร่วมกันแถลงข่าวให้กับบรรดาสื่อมวลชน จำนวนมากที่มาเฝ้ารอติดตามความคืบหน้า การควบรวมของทั้ง 2 พรรค

โดยนายโภคิน กล่าวเป็นคนแรกว่า ทั้ง 2 พรรคมีการหารือกันมาแล้วเป็นระยะ ในฐานะเพื่อนเก่าที่สนิทคุ้นเคย และทำงานร่วมกันมาตั้งแต่อดีต ซึ่งมีความเห็นตรงกันว่าบ้านเมืองกำลังมีปัญหา คิดว่า อำนาจเงิน อำนาจรัฐ ระบบราชการ ไม่ตอบสนองต่อประชาชน แต่ตอบสนองผู้มีอิทธิพล นักธุรกิจสีเทา 

ทั้งนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีแต่ความขัดแย้ง ทำให้ประเทศเดินไปไม่ได้ จึงมองว่า หากปล่อยสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป จะทำให้ประชาชนไม่มีอนาคต ประเทศไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ จึงนัดมาพูดคุยหาทางออกให้ประเทศ ควรเอาจริงเอาจริงในการแก้ไขปัญหา และการร่วมแรงร่วมใจ โดยสิ่งแรกที่เห็นตรงกัน คือ การมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ไม่เช่นนั้น ประชาชนจะไม่มีส่วนร่วม หรือมีอำนาจอย่างแท้จริงได้ เพราะไม่อยากเห็นทุกคนจำนนต่ออำนาจรัฐ อำนาจเงิน หากเริ่มต้นตรงนี้ได้ เรื่องอื่นจะตามมาเอง

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวเสริมว่า ส่วนตัวและนายสมคิด เคยทำงานร่วมกันมานาน หลาย 10 ปี จากประสบการณ์ที่ผ่านมา และเคยทำนโยบายที่สำคัญให้กับประเทศจนสำเร็จ ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ลูกหลานจะอยู่อย่างไร ดังนั้น ภารกิจครั้งนี้ คือ การสร้างพรรคการเมือง เพื่อส่งมอบประเทศไทยให้คนรุ่นต่อไป 

จึงมาหารือร่วมกันว่าจะร่วมงานการเมืองกันต่ออย่างไร ที่ไม่ใช่การแย่งชิงตำแหน่ง แย่งชิงอำนาจ โดยตกลงกันว่า จะพยายามแสวงหาทางออกให้บ้านเมือง และร่วมมือเป็น ‘พันธมิตร’ ยุติความขัดแย้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

ส่วนนายอุตตม กล่าวว่า ความท้าทายที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้ทั้ง 2 พรรค ต้องมาผนึกกำลังเป็นพันธมิตรเฝ เพื่อบ้านเมือง เพราะปัญหาบ้านเมืองขณะนี้ใหญ่เกินกว่าที่คนไม่กี่คนจะแก้ได้ จึงต้อง ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ

บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ จิตอาสาแห่งปี

กลายเป็นภาพคุ้นชินไปแล้ว ที่แทบทุกเหตุการณ์อุทกภัย หรือเหตุเภทภัยต่าง ๆ เกิดขึ้นเมื่อใด คนไทยมักจะได้เห็นนักแสดงใจบุญที่ชื่อ ‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’ เข้าอุทิศตัวช่วยเหลือชาวบ้านแบบไม่มีเหน็ดเหนื่อย ลุยเป็นลุย เปียกเป็นเปียก

ตลอดระยะมากกว่า 30 ปี คุณบิณฑ์ ทำงานช่วยเหลือสังคมมามากมาย ตั้งแต่เก็บศพ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งตึกถล่ม น้ำท่วม ฯลฯ แม้จะต้องเผชิญคำครหาจากผู้ไม่หวังดีว่า ทำเพราะอยากมีชื่อเสียง หรือหวังผลทางการเมือง แต่ คุณบิณฑ์ ก็ไม่เคยท้อ และให้การกระทำลบคำสบประมาทเหล่านี้ได้อย่างสิ้นเชิง สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ความเป็น ‘ทองแท้ไม่กลัวไฟ’ จนเดี๋ยวนี้ถึงขั้นผู้ประสบภัยต่าง ๆ ที่ได้เจอคุณบิณฑ์มาช่วยเหลือยังติดปากกันเป็นแถวว่า “คิดว่าบิณฑ์จะไม่มาพื้นที่นี่แล้ว”

อันที่จริงการที่เราได้เห็น คุณบิณฑ์ ออกมาตามหน้าสื่อในทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องราวการช่วยเหลือที่เพิ่งเกิดขึ้น และการที่เข้ามาช่วยเหลือของเขาไม่ใช่เรื่องที่นึกอยากช่วยก็เข้ามาช่วย แต่พร้อมช่วยทุกเหตุการณ์ที่สามารถทำได้ ภายใต้พันธะผูกพันตั้งแต่สมัยครั้นตัวเขายังเป็นเด็ก เนื่องจากเขาฝังใจเรื่องของการช่วยเหลือคนมาตั้งแต่วัยเยาว์ เหตุเพราะสมัยเป็นเด็กต่างจังหวัด เขาต้องคอยรับความช่วยเหลือต่าง ๆ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เอาเสื้อผ้า, สมุด, ดินสอมาแจก เขารู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณ และหวังว่าหากมีโอกาสก็อยากตอบแทนสิ่งดี ๆ กลับคืนสู่สังคม เหมือนที่เคยได้รับบ้าง

แล้ววันนั้นก็มาถึง เมื่อเกิดเหตุตึกถล่มหน้าโรงหนังเอเธนส์ ปี 2533 หลังเห็นข่าวจากหน้าจอโทรทัศน์ว่า มูลนิธิต่าง ๆ ต้องการแรงคนด่วนที่สุด เขาจึงตรงดิ่งไปยังจุดเกิดเหตุ ช่วยขุดช่วยเจาะตั้งแต่ 2 ทุ่มยันเที่ยงคืนกระทั่งพบผู้ประสบภัยคนแรก (ในขณะนั้นเขาเป็นพระเอกภาพยนตร์แล้ว)

คุณบิณฑ์รีบเดินทางไปที่นั่น และเมื่อมาถึงอาสาสมัครของมูลนิธิทั้งสองกำลังช่วยกันขุด เพื่อช่วยคน ตอนนั้นเขาเองก็เพิ่งเล่นหนัง ร่างกายแข็งแรง ก็เลยเดินเข้าไปขอเครื่องมือมาช่วยขุดหาคนเจ็บและผู้เสียชีวิต ขุดตั้งแต่สองทุ่มถึงเที่ยงคืน จนเจอผู้ได้รับบาดเจ็บคนแรก ตั้งแต่นั้นมาทางมูลนิธิร่วมกตัญญูก็เอาชุดมาให้ใส่ แม้วันนี้เจ้าตัวจะไม่ได้ทำงานในนามมูลนิธิร่วมกตัญญู แต่ก็ยังคงทำงานในฐานะจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง

2 สาวไทย ‘ลิซ่า - ลูกหนัง’ ติดท็อป 5 การจัดอันดับใบหน้าที่สวยที่สุดของโลก 2022

เมื่อวานนี้ (28 ธ.ค. 65) เว็ปไซต์จัดอันดับที่คนทั่วโลกยอมรับ อย่าง TC CANDLER ได้เผยรายชื่อ 100 ใบหน้าที่สวยงามที่สุดของโลก ได้รับการตีพิมพ์เป็นประจำทุกปีโดย นักวิจารณ์อิสระตั้งแต่ปี 1990

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ รายชื่อได้รับความประทับใจจากสื่อสังคมออนไลน์มากกว่า 12 พันล้านครั้งและยอดวิวหลายร้อยล้านครั้ง TC CANDLER ได้รับการพิจารณาอย่างกว้างขวางว่าเป็นรายชื่อที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติมากที่สุด

โดยในปีนี้ อันดับ 1 ได้กลายเป็นของ Jasmine Tookes นางแบบชาวอเมริกัน เธอเป็นหนึ่งในนางฟ้าวิกตอเรียส์ซีเคร็ต ส่วนใน TOP 5 นั้น ยังมี สาวไทยคว้าตำแหน่งถึงสอง 2 คน อันดับ 3 ลิซ่า BlackPink หรือ ลลิษา มโนบาล ผู้ได้มีชื่อเข้าชิงเป็นปีที่ 7 และคว้าอันดับ 1 ใน 100 ใบหน้าสวยในปี 2021 และ อันดับ 5 ตกเป็นของ ลูกหนัง ศิตลา วงษ์กระจ่าง ซึ่งถือว่าปังมากที่ได้อันดับ 5 ในฐานะ NEW ENTRY ในปีนี้

ไทยสมายล์ใจป้ำ!! แจกบัตร BANGKOK SMILE CARD ขึ้นรถลงเรือไฟฟ้าฟรี ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ 31 ธ.ค. 65 และ 1 ม.ค. 66

ข่าวดีรับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ที่จะถึงนี้ ‘ไทย สมายล์ กรุ๊ป’ ทั้งรถและเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2566 ในช่วงวันที่ 31 ธันวาคม 65 และ 1 มกราคม 66 ให้กับ ผู้โดยสารในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ที่ใช้บริการรถโดยสารและเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าของไทย สมายล์ กรุ๊ป รายละเอียด คือ 

1.ขึ้นรถและเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ของไทย สมายล์ กรุ๊ป ฟรี !!! 

2.รับบัตร BANGKOK SMILE CARD ฟรี !!!

ชวนนท์ วงศ์ตระกูลจง ผู้ออกแบบโลโก้ชะลอม APEC 2022 นักออกแบบสร้างสรรค์แห่งปี

งานใหญ่ปลายปีที่ไทยเป็นเจ้าภาพอย่าง APEC 2022 (APEC Economic Leaders Meeting) จบลงไปแล้วอย่างสวยงาม โดยไทยถูกชื่นชมจากแขกที่มาร่วมงานถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เปิดบ้านตอนรับแขกบ้านแขกเมืองได้สมศักดิ์ศรี สร้างความประทับใจให้กับผู้นำหลาย ๆ ประเทศอย่างมาก

ภาพรวมที่ออกมาสวยงามน่าชื่นชม แต่ก็แฝงไปด้วยความท้าทายเช่นกัน เพราะในฐานะเจ้าบ้านแล้ว เราต้องทำให้ดีที่สุด เริ่มตั้งแต่หัวข้อการประชุม คอนเซปต์การประชุม สถานที่ประชุม ที่พักของผู้นำระดับโลก อาหารที่จะนำขึ้นโต๊ะรับรองเหล่าผู้นำ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเรื่อง ‘โลโก้’ ของการประชุม ที่กลายเป็นภาพจำชัดเจนว่า ประเทศไทย คือ เจ้าภาพจัดประชุม APEC 2022 หนนี้

หลายคนอาจจะมองว่า ‘ก็แค่โลโก้’ จะมีความสำคัญขนาดไหน? แต่ต้องขอบอกเลยว่ากว่าจะได้โลโก้ที่ใช้อย่างเป็นทางการนั้น ไม่ได้ง่ายเลย!! เพราะมีการประกวด คัดเลือก กว่าจะได้มา โดยโลโก้ที่เราได้เห็นในงานนี้นั้นเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของ ‘นายชวนนท์ วงศ์ตระกูลจง’ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยา อายุ 21 ปี ซึ่งใช้ความพยายามและความสามารถเอาชนะผู้ร่วมประกวดเกือบ 600 คน

ชวนนท์ ได้บอกเล่าว่า “ช้าง วัด หรือยักษ์ มักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของไทย แต่ผมมองว่ามันธรรมดาเกินไป และอยากคิดนอกกรอบ และไม่อยากใช้สัญลักษณ์ที่ใช้กันบ่อย ๆ จึงนึกถึง ‘ชะลอม’ ขึ้นมา”

นอกจากนี้ ชวนนท์ ยังเล่าอีกว่า “เรานึกถึงต้มยํากุ้งเมื่อพูดถึงอาหารไทย หรือรถตุ๊กตุ๊กเมื่อพูดถึงการขนส่ง แล้วสัญลักษณ์ของเศรษฐกิจในไทยที่อยู่คู่กับคนไทยมานานคืออะไร ผมนึกถึงชะลอม ซึ่งเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้งานกันมาแต่โบราณ มันจักสานขึ้นจากไม้ไผ่และเป็นงานฝีมือที่ยั่งยืน ซึ่งสะท้อนความสมดุลของวิสัยทัศน์การประชุมฯ ในปีนี้” 

ชวนนท์ใช้เวลาราว ๆ 3 เดือนในการปรับแต่งลักษณะของชะลอมจนกลายออกมาเป็นโลโก้ที่เรา ๆ ได้เห็นกัน และแฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง โดนชะลอมที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นมาจะมีช่องว่าง 21 ช่อง ซึ่งสื่อถึงสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจของ APEC ส่วนตัวปลายชะลอมที่ชี้ขึ้นฟ้าก็ต้องการสื่อถึงการเติบโตของ APEC

‘บิ๊กปัอม’ ยกบทเรียนอุทกภัย 65 สู้ ‘น้ำท่วม-ภัยแล้ง’ ยั่งยืน ดันแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี

‘พล.อ.ประวิตร’ เรียกประชุม กนช. เร่งแผนปฏิบัติการทรัพยากร น้ำท่วม/ภัยแล้ง 22 ลุ่มน้ำ ห่วงซ้ำรอย สั่งถอดบทเรียน อุทกภัยปี 65 ลุ่มเจ้าพระยาใหญ่ ลดผลกระทบ ปชช.ให้น้อยที่สุด

(28 ธ.ค.65) ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 4/2565 


 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top