Monday, 6 July 2026
Hard News Team

'ภูมิใจไทย' เสนอนโยบาย 'ภูมิใจกรุงเทพ 24/7' ยึดหลัก 'เพิ่มรายได้-ลดรายจ่าย-ให้โอกาส'

(14 ม.ค. 66) หลังจาก บี พุทธิพงศ์ ปุณณกันต์ ประกาศเข้าร่วมทัพภูมิใจไทย และได้มีงานเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 66 ที่ผ่านมา ในวันเดียวกันก็ยังได้ประกาศนโยบายขับเคลื่อนกรุงเทพมหานคร ภายใต้ชื่อ 'ภูมิใจกรุงเทพ' โดยยึดหลักการ 'เพิ่มรายได้-ลดรายจ่าย-ให้โอกาส' พร้อมแสดงจุดยืนขอรับใช้พี่น้องประชาชนกรุงเทพฯ ตลอด 24 ชม. 

สำหรับนโยบาย 'ภูมิใจกรุงเทพ' มีรายละเอียดดังนี้

>> เพิ่มรายได้ <<

-การหารายได้เพิ่มได้ 3 กะ เปิดพื้นที่ใหม่ๆ ส่งเสริมกิจกรรมใหม่ๆ เพราะวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ หมุนตลอด 24 ชม. เปิดพื้นที่การค้าขาย ที่ขายได้ตลอดวัน เน้นการสร้างงาน กระจายรายได้ เพิ่มกิจกรรมที่สามารกรองรับนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชม. คล้ายตลาดนัด ที่ได้รับความนิยมที่ประเทศไต้หวัน หรือประเทศเกาหลี และเราต้องจัดระบบดูแลความปลอดภัยทั้งแสงสว่าง กล้องวงจรปิด รวมทั้งระบบการขนส่งเพื่อรองรับ คนทำงานช่วงกลางคืน

-พันธบัตรรัฐบาล (Thai Power Bond) พันธบัตรรัฐบาลที่ประชาชนมีสิทธิซื้อก่อนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินต่างประเทศ เป็นการส่งเสริมการออม และ ประกันเงินฝาก สามารถเพิ่มรายได้จากดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และเพิ่มความมั่นคงในการออมเงิน และเศรษฐกิจของประเทศ

>> ลดรายจ่าย <<

-พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอก ไม่เกินคนละ 1 ล้านบาท หากเปรียบเทียบกับเงินกู้นอกระบบที่คิดร้อยละ 3 ต่อเดือน ถือได้ว่า สามารถช่วยผู้กู้ประหยัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยตรงนี้ได้ถึง 30,000 บาทต่อเดือน

-One day Pass Ticket ตั๋ววัน ค่าเดินทางที่เป็นต้นทุนของการดำเนินชีวิต หากเราสามารถล็อกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ให้แพงเกินไป

◇รถ เรือ เริ่มต้น 15 บาท ตลอดวัน ไม่เกิน 50 บาท

◇รถไฟฟ้า เริ่ม 15 บาท ตลอดสายไม่เกิน 40 บาท

-เครื่องกรองน้ำดื่มทุกชุมชน น้ำดื่มเป็นต้นทุนที่สูงประชาชนส่วนหนึ่งเพื่อมาซื้อน้ำดื่ม จ่ายเงินเพื่อเติมเงิน เพื่อกรองน้ำไปใช้ ส่วนนี้จะต้องไม่เป็นภาระของประชาชนในทุกขุมชนอีกต่อไป

-ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ภูมิใจไทย จะนำนโยบาย ติดโซลาร์ รูฟ ฟรี ทุกครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนสามารถนำส่วนนี้มาเป็นการลดภาระของค่าไฟ

-ลดภาษี 2 ทาง ผู้ให้/ผู้รับ

◇ วัยทำงานต้องไม่เสียภาษีซ้ำซ้อน (ใช้ VAT เพื่อหักภาษีส่วนบุคคลสูงสุด 150,000 บาท/ปี) วัยทำงานที่ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อนจะต้องหมดไป และจะได้นำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายส่วนอื่นในการสร้างเนื้อสร้างตัว

◇ วัยเกษียณที่ยังคงทำงานจะต้องมีนโยบายในการปรับเพดานภาษีเงินได้ เงินส่วนนี้ต้องเสียน้อยที่สุด เพื่อนำเงินส่วนต่างมาเป็นเงินออมเก็บไว้ใช้จ่ายดูแลตัวเอง

อีกด้านของชายชาติทหารชื่อ 'ประยุทธ์ จันทร์โอชา' นายกฯ ผู้อ่อนโยน เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณหนูๆ

เป็นที่รับรู้กันในหมู่ผู้สื่อข่าวทั้งสายทหาร และสายทำเนียบว่า นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น มีความอ่อนโยนในจิตใจส่วนลึก สวนทางกับภาพลักษณ์อันกร้าวและแกร่ง ตามแบบฉบับชายชาติทหารมืออาชีพ เป็นนายทหารที่เวลาพูดกับคนในบ้านด้วยคำลงท้ายว่า "คะ / ค่ะ" แทบทุกประโยค เพราะนอกจากท่านแล้ว ก็มีแต่ภรรยาและลูกสาวฝาแฝด ซึ่งล้วนเป็นสุภาพสตรีล้วน ๆ

นั่นคือที่มาของอดีตฉายา 'ผบ.นะคะ' หยิกแกมหยอกอันเป็นตำนาน

อีกมุมหนึ่งซึ่งปรากฏเห็นเป็นภาพตลอดมาตั้งแต่ครั้งยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกจนถึงนายกรัฐมนตรี คือความ - รักเด็ก (โดยมิต้องเคยหรือเป็นนางงามแต่อย่างใด)

รวมคำขวัญ 'วันเด็ก' ตลอด 9 ปี จาก 'ลุงตู่'

#วันเด็กแห่งชาติ

สิ่งที่อยู่คู่กับ 'วันเด็ก' ก็คือ 'คำขวัญวันเด็ก' จากนายกรัฐมนตรี ซึ่งเด็กไทยได้รับคำขวัญวันเด็กจาก 'ลุงตู่' หรือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชามาแล้ว 9 ครั้ง 9 คำขวัญ 

CEO ไทย สมายล์ กรุ๊ป รถและเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ร่วมงานเด็กแห่งชาติ ณ สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 7 จ.จันทบุรี

เสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 วันเด็กแห่งชาติ นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม ไทย สมายล์ กรุ๊ป ผู้ให้บริการโครงข่ายขนส่งมวลชนสาธารณะพลังงานไฟฟ้า ด้วยรถเมล์โดยสารและเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า ไทย สมายล์ บัส และ ไทย สมายล์ โบ๊ท ได้มอบ คอมพิวเตอร์ จำนวน 5 เครื่อง และมอบทุนการศึกษา ให้แก่นักเรียน โรงเรียนวัดกระทิง (ขันธสโรอุปถัมภ์) อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2566 ณ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดจันทบุรี เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนกล้าแสดงออก ตระหนักและเข้าใจหน้าที่ของตน อีกที้งให้ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

คำยกย่องจากเพื่อนร่วมรุ่นฯ ถึง 'ต้นเรือพลับ' ไม่เอาเปรียบ - เสียสละ - มุ่งประโยชน์ส่วนรวม

ภายหลังจากที่ 'กองทัพเรือ' ได้ยืนยันผลพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 24 จากเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปาง ระบุคือร่าง ว่าที่นาวาตรี พลรัตน์ สิโรดม หรือ ‘ต้นเรือพลับ’ ลูกชาย ‘บิ๊กหนุ่ย พล.ร.อ.พลวัฒน์ สิโรดม’ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (13 ม.ค. 66) ช่องยูทูบ 'NavyChannel Thailand' ได้เผยแพร่วิดีโอที่มีชื่อว่า 'พลับ ต้องกลับมา คำบอกเล่าจากเพื่อนรัก' โดยเป็นความในใจจาก 'นาวาตรี กฤศฎา ศรีปริยัติ' ผู้บังคับการเรือหลวงล่องลม กองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 50 กับว่าที่นาวาตรี พลรัตน์ สิโรดม หรือ ต้นเรือพลับ เรือหลวงสุโขทัย โดยในวิดีโอนี้ นาวาตรีกฤศฎา กล่าวว่า...

"พลับเป็นคนที่เพื่อนๆ ไว้วางใจ เนื่องจากมีนิสัยที่เข้าได้กับทุกคน ไม่เคยคิดเอาเปรียบใคร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พี่ หรือน้อง ทำให้ทุกคนที่รู้จักเขา รักเขาทุกคน" 

"หลายๆ งานที่ได้รับมอบหมาย เช่น สมัยที่เป็นเรือตรีจบใหม่ ตำแหน่งคือผู้ช่วยต้นปืน หน้าที่หลักคือ เป็นหัวหน้าชุดตรวจค้น ซึ่งเป็นภารกิจของเรือตรีจบใหม่ แต่ในตอนนั้นไม่มีประสบการณ์อะไร เพราะเพิ่งเรียนจบ แต่ว่าในปีแรกนี้ พลับก็ได้เป็นหัวหน้าชุดลงไปจับกุมเรือประมงเวียดนามที่รุกล้ำน่านน้ำไทยได้สำเร็จ นั่นคืองานแรกที่เขาสามารถนำทีมไปทำภารกิจที่มีความเสี่ยงได้สำเร็จ"

ม.วลัยลักษณ์ ผลิตระบบตรวจจับแกนไม้ยางพารา สำเร็จ!! ช่วยลดต้นทุนให้โรงงานแปรรูป 5 แสนบาทต่อเดือน

กองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ ลงพื้นที่เยี่ยมชม พร้อมติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาระบบตรวจจับแกนไม้บนภาพหน้าตัดท่อนซุงไม้ยางพารา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนฯ 

โดยนายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเยี่ยมชมและติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาระบบตรวจจับแกนไม้ บนภาพหน้าตัดท่อนซุงไม้ยางพารา โดยใช้เทคนิคโครงข่ายประสาทเทียมแบบลึกและเชื่อมต่อกับระบบโรงงานแปรรูปไม้ยางพารา ของสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ เมื่อปี 2563

ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลฯ เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมโครงการฯ ว่า กองทุนฯ ถือเป็นจุดกระตุ้นให้นักวิจัย ได้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยี ใหม่ ๆ ซึ่งหลังจากได้เห็นความคืบหน้าของโครงการฯ ที่ได้รับทุนสนับสนุน ถือว่าประสบความสำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ อีกทั้งงานวิจัยดังกล่าวยังสามารถต่อยอด พัฒนาไปสู่การแก้ปัญหาในด้านอื่น ๆ ได้อีกด้วย

'ศ.ธงชัย' แนะ!! ลดสูบน้ำเสียเข้าสวนเบญฯ ช่วยแก้น้ำเหม็นคลุ้งจากระบบสวนบำบัด

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีกระแสถึงผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร กรณีมีประชาชนได้โพสต์ถึงประเด็น น้ำเน่าเสีย มีกลิ่นเหม็นที่สวนเบญจกิติ ซึ่งส่งผลรบกวนคนที่เดินทางมาเยี่ยมชมสวนและลดทอนความสุนทรีย์อันพึงได้จากการมาเดินเล่นที่สวนนี้

หลังจากนั้นทางกทม. ก็ออกมาชี้แจงว่า ในบริเวณดังกล่าวของสวนที่มีกลิ่นเหม็น เป็นเพราะนำน้ำที่เหม็นเหล่านี้มาจากคลองไผ่สิงโต มาบำบัดในระบบธรรมชาติโดยการใช้พืชน้ำบำบัด จากนั้นจะส่งน้ำไปตามแต่ละบ่อจึงทำให้น้ำภายในสวนนั้นมีกลิ่นบ้าง แต่ทางกทม. ก็ได้จัดเจ้าหน้าที่มาคอยตรวจสอบเสมอ ว่าหากพบจุดไหนน้ำมีความเข้มข้นมากส่งกลิ่นเหม็น ก็จะนำน้ำจากบ่อมาเติมเพื่อให้ความเข้มข้นและกลิ่นเหม็นจางลง

และล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 66 ทาง กทม. และ ทบ. อาสาร่วมมือกันนำน้ำมารถเฉพาะพื้นที่ เพื่อให้ต้นไม้เกิดความชุ่มชื้น และจัดเครื่องสูบน้ำ เพิ่มเติม 3 ชุด เพื่อสูบน้ำเข้าระบบบึงบำบัด และสระน้ำสวนป่า ทำให้บริเวณบ่อ 3 ที่เกิดปัญหา มีความเข้มข้นน้อยและกลิ่นเหม็นจางลง พร้อมจัดรถน้ำ รดต้นไม้บริเวณพื้นที่ส่วนใช้งานทั่วไป จำนวน 9 คัน ยังนำกำลังพลจิตอาสากองทัพบก จัดจาก พล.ช.กช. และ พล.พัฒนา 1 พร้อมรถบรรทุกน้ำ จำนวน 4 คัน และรถดับเพลิงในอาคารควบคุมระยะไกล จำนวน 2 คัน นำมารดน้ำต้นไม้ ในสวนป่าเบญจกิติ จำนวน 12 เที่ยว ปริมาณ 72,000 ลิตร 

'อนุทิน' มั่นใจ เปิดรับ นทท.จีน ไทยได้ประโยชน์มหาศาล ยัน!! ไม่มีสองมาตรฐาน ขอให้เชื่อมั่นระบบ สธ.ไทย

(14 ม.ค.66) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประเทศไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวจากจีนตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า เราติดตามความเคลื่อนไหวของประเทศจีนมาโดยตลอด เมื่อทางการจีนคลายล็อก เปิดประเทศ แล้วมีการทำสำรวจว่าชาวจีนต้องการมาประเทศไทย ทำให้เรารู้สึกยินดี และได้มีการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว เราต้องทำให้เขามั่นใจว่ามาเที่ยวเมืองไทย มีความปลอดภัย และต้องทำให้คนไทยรู้สึกปลอดภัย ที่ไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวจีน การที่ชาวจีนเลือกเดินทางมาที่ไทย ย่อมเป็นประโยชน์มหาศาล เพราะภาคการท่องเที่ยว คือเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่สำคัญมาก ก่อนมีโรคระบาด ประเทศไทย ได้ต้อนรับคนจีนที่หลั่งไหลเข้ามายังประเทศ ความคึกคักเกิดขึ้น เม็ดเงินสะพัด แล้วสิ่งเหล่านี้ก็หายไปร่วม 3 ปี วันนี้เรามีโอกาสที่จะกลับไปอยู่จุดที่เราเคยอยู่ ส่วนตัวมองว่า ไทยมีความเข้มแข็ง มีจุดขายมากมาย อาหารอร่อย งานบริการยอดเยี่ยม การอำนวยความสะดวกไม่เป็นรองใคร ภาคการท่องเที่ยวจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจ

เมื่อถามถึงมาตรการการต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่แบ่งแยก นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน โรคระบาดเกิดขึ้นทั่วโลก แล้วทำไมเราต้องมีเงื่อนไขเฉพาะกับบางประเทศ 

ทั้งนี้ ขอให้เชื่อมั่นในระบบการแพทย์ไทย มาตรการคัดกรองทั้งหลายมาจากทีมวิชาการ ในนั้นมีผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์แพทย์ ช่วยกันคิดออกมา ซึ่งเราให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ แต่ต้องบาลานซ์กับเรื่องเศรษฐกิจ 

“เรื่องไทยกับจีน ผมขอย้อนไปเล่าตั้งแต่ที่โควิด-19 เริ่มระบาด แล้วไทยตรวจพบคนจีนติดเชื้อเข้ามาในประเทศ ตอนนั้นเรารีบรักษาจนหาย และส่งตัวกลับประเทศ ซึ่งต่อมานักเดินทางจากประเทศอื่นเราก็รักษาเช่นกัน แน่นอนว่า สิ่งที่เกิดขึ้น ทางการจีนประทับใจมาก จากนั้น ตอนที่ไทยประสบปัญหา ก็ได้ทางการจีนนี่ที่เข้ามาช่วยเหลือ ขณะที่ทั่วโลกไขว่คว้าหาวัคซีน ไทยก็ได้รับการสนับสนุนจากจีน ไมตรีที่เรามีให้จีน เขามองเห็นแน่นอน และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขาเลือกที่จะเข้ามาเที่ยว และเข้ามาร่วมมือในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ กับประเทศไทย” นายอนุทิน กล่าว

'ก้าวไกล' กางนโยบาย ‘การศึกษาไทยก้าวหน้า’ ชู 'เรียนฟรี - รร.ปลอดภัย - ส่งเสริมเรียนรู้นอกห้องเรียน'

(14 ม.ค.66) ที่ศูนย์เยาวชนเตชะวณิช กรุงเทพมหานคร (บางซื่อ) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงเปิดนโยบาย 'การศึกษาไทยก้าวหน้า' ซึ่งเป็นชุดนโยบายที่ 5 จากทั้งหมด 9 ชุดนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของพรรค สร้างประเทศที่ 'เท่าเทียม ก้าวทันโลก ประชาชนเป็นเจ้าของ'

พิธา กล่าวว่า พรรคก้าวไกลตั้งใจเปิดนโยบายการศึกษาในวันเด็กแห่งชาติ เพราะทุกปีเรามักคุ้นเคยกับคำขวัญวันเด็กที่ผู้ใหญ่ตั้งขึ้นเพื่อบอกว่าเด็กควรเป็นอย่างไร แต่สำหรับพรรคก้าวไกล เราต้องการพลิกแนวคิดเรื่องการศึกษา จากการศึกษาแบบอำนาจนิยม ที่สั่งให้เด็กต้องเป็นแบบที่ผู้ใหญ่เห็นว่าดี มาเป็นการศึกษาแบบโลกเสรี ที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กมีเสรีภาพในการเรียนรู้อย่างเสมอภาคและหลากหลาย การจัดกิจกรรมวันนี้ จึงต้องการให้ผู้ใหญ่ รวมถึงนักการเมือง มารับฟังเด็กเพื่อเข้าใจปัญหาของเด็กและเสนอทางออก ซึ่งเรื่องนี้ควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะวันเด็ก

พิธากล่าวว่า เราต่างรู้ดีว่าการศึกษาที่ดีคืออะไร การศึกษาที่ดีคือการศึกษาที่ทุกคนเข้าถึงได้ไม่เหลื่อมล้ำ การศึกษาที่มีคุณภาพ ส่งเสริมทักษะที่จำเป็นต่ออนาคตและการใช้ชีวิต และการศึกษาที่ไม่สิ้นสุด ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต แต่หัวใจสำคัญของนโยบายการศึกษาไทยก้าวหน้าของพรรคก้าวไกลคือการเน้นที่ประสิทธิภาพ เพื่อแก้ปัญหาในการศึกษาไทยที่มีมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็น การที่เด็กไทยเรียนหนักเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ผลการประเมินทักษะกลับตามหลังสากล การที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณสูงมากทุกปี แต่กลับไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศ เรียนฟรีก็ยังไม่ฟรีจริง หรือคุณครูที่ต้องทำงานหนัก แต่กลับหมดเวลาแต่ละวันไปกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการสอน

วิบากกรรมกรุงเทพฯ โครงการดีๆ ที่เริ่มถูกลบด้วยเท้า จากคนเคยกล่าว “ถ้าทำไม่ได้ ก็อย่าอาสามาเป็นผู้ว่าฯ”

ไหวมั้ย...ท่านผู้ว่าฯ แต่ชาวประชา ดูท่าจะเริ่มทนไม่ไหว

ในฐานะเป็นคนกรุงเทพมหานครคนหนึ่ง วาดหวังมาตั้งแต่เด็กว่าอยากให้ กทม. มีป่าใจกลางเมือง รวมถึงสวนสาธารณะหลายแห่งกระจายทั่วพื้นที่ เพื่อให้คน กทม. มีพื้นที่สีเขียวไว้ฟอกปอด และพักผ่อนหย่อนใจแทนการอบแอร์ในห้างสรรพสินค้า

เมื่อรัฐบาลนี้ปรับปรุงพื้นที่โรงงานยาสูบเดิม แปลงโฉมให้กลายเป็นสวนเบญจกิติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ จึงดีใจที่สุดว่าจะได้พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ เพราะนี่ไม่ใช่สมบัติของคน กทม.เท่านั้น หากคือ สมบัติของคนไทยทั้งชาติ

ชื่อสวนเบญจกิติได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ มาทรงทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสวนป่าเบญจกิติอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ซึ่งนับว่าสวนป่าเบญจกิติเป็นสวนสาธารณะที่เป็นสวนป่าแห่งแรกในกรุงเทพมหานคร 

ช่วงแรกกองทัพเข้ามาริเริ่มงาน จากนั้นก็ส่งไม้ต่อให้กรมธนารักษ์ ซึ่งกรมธนารักษ์มอบให้ทางกทม. ดูแล จำได้ว่าตอนที่เปิดสวนเบญจกิติใหม่ ๆ ทุกคนมีความสุขในการได้เข้าไปใช้พื้นที่ แต่ดูเหมือนว่าความสุขนั้นจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ชื่อ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ได้รับการอวยยศว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลก

จากสวนอันแสนสวยงามที่ใคร ๆ กล่าวขวัญถึง กลายเป็นบึงสยองขวัญภายในไม่ทันถึงปี สภาพสวนและบึงน้ำรกเรื้อ ปราศจากการดูแลเอาใจใส่ น้ำแห้งขอดทุกคูรายรอบ ทั้งหญ้าและบัวแห้งตาย กลายเป็นสีน้ำตาลแห้งกรอบ ทำให้ผู้รักสวนสวยถึงกับหัวใจสลาย ด้วยนึกไม่ถึงว่าสภาพจะเลวร้ายขนาดนี้ ทำให้ผู้คนจำนวนมากออกมาเรียกร้องให้ผู้ว่าช่วยมาดูแลปรับปรุงด้วย แต่สิ่งที่ได้รับคือท่านผู้ว่าชัชชาติตอบกลับมาว่า ที่นี่ไม่ใช่สนามกอล์ฟ จะได้เขียวสดตลอดปี ดังปรากฏในมติชนออนไลน์  

ประชาชนผู้ทนไม่ไหวถึงแจ้งต่อเพจสวนเบญจกิติ แต่ปรากฏว่าแอดมินผู้ดูแลเพจกลับชี้แจงไปในทำนองเดียวกับท่านผู้ว่าโดยโทษดินฟ้าอากาศ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top