Monday, 6 July 2026
Hard News Team

‘เพื่อไทย’ โต้ ‘ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี’ พรรคไม่เคยทอดทิ้ง ชี้ การสรรหาผู้สมัครยังไม่จบ แต่ดันชิงลาออกไปก่อน

พท.ปัดให้ผู้สมัครเลิกกับคนรักต่างค่าย ลั่นไม่ยุงเรื่องส่วนตัว แจงญาติ 'ณัฐวุฒิ' ร่วมงานพรรคอื่น เตือนแล้วไม่แก้ไข ย้ำกระบวนการสรรหาผู้สมัครยังไม่จบ เจ้าตัวชิงลาออกไปก่อน

(13 ม.ค. 66) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคพท.กล่าวกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่าง ๆ ว่านายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ส.ส.หนองบัวลำภู ลาออกจากพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคไม่ส่งลง ส.ส.เขต และมีการเสนอข่าวว่า 4 พรรคให้ยุติความสัมพันธ์กับนักการเมืองพรรคอื่นว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ขอชี้แจงว่า 

1.) ในกระบวนการคัดสรรผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการสรรหา หลังจากนั้นจะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติแล้ว จึงจะเป็นผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในนามของพรรคพท.ซึ่งกระบวนการดังกล่าวใช้ในการสรรหาผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ 

2.) เกณฑ์ในการตัดสินใจส่งบุคคลใดลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น พรรคพท.มีเกณฑ์การสรรหาที่โปร่งใส ชัดเจน แน่นอน โดยเฉพาะในประเด็นความซื่อสัตย์ มั่นคงกับพรรค ความชัดเจนของท่าทีทางการเมืองต่อพรรค รวมถึงการทำหน้าที่ ส.ส.ทั้งในสภาและนอกสภา 

3.) ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ ความรักของผู้สมัครนั้น เป็นเรื่องส่วนตัว พรรคจะไม่ไปก้าวล่วง เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล และพรรคไม่เคยขอให้ผู้สมัครรายใดยุติความสัมพันธ์กับคนรักที่สังกัดพรรคอื่นทั้งสิ้น

‘แม่ค้าไทย’ โอด ต่างชาติยกโขยงค้าขายในไทย เปิดร้านอาหาร - ร้านน้ำผลไม้รถเข็น โกยเงินมหาศาล

(13 ม.ค. 66) จากกรณี เพจเฟซบุ๊ก อาม่งหม่าล่า หม้อไฟ 梦想麻辣火锅 สาขาเยาวราช ออกมาโพสต์เรื่องราวถึงร้านอาหารที่เปิดแถวเยาวราชว่าขณะนี้ร้านคนไทยแท้ ๆ ถูกคนจีนแท้ ๆ มาเปิดร้านอาหารแข่ง แถมยังผุดขึ้นมาจำนวนมาก ทั้งที่คนไทยเสียภาษีมากกว่าคนจีน และยังตัดเพ้อถึงความยุติธรรมของกฎหมายในประเทศที่เอี้อต่างชาติมากเกินไปหรือไม่?

โดยข้อความระบุว่า "#whapshappenginthailand ก่อนอื่นเลยขอบคุณมากๆค่ะ และขอพูดในฐานะพลเมืองไทย แน่นอนว่ารู้สึกไม่ยุติธรรมกับกฎหมายประเทศ ที่เอื้อต่างชาติมาก ๆ ในฐานะคนที่เคยคลุกคลีกับประเทศจีน ไทยกับจีนเหมือนประเทศพี่น้อง ถือวีซ่าท่องเที่ยว (L) ก็เปิดร้านได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านนวด ร้านขายอุปกรณ์ ลองมาเดิน เยาวราช-สำเพ็ง ตอนนี้จากเดิมเคยเป็นร้านคนไทย (เชื้อสายจีน) ตอนนี้กลายเป็นร้านคนจีนแท้ๆ (ส่วนใหญ่วีซ่า L) ถึงจะวีซ่า L ก็เปิดบัญชีธนาคารได้ง่ายๆด้วย ธุรกิจร้านอาหารในจีน ไม่ต้องมีสูตรอะไรมากมายเพราะทุกอย่างมี suppliers ส่งให้เรียบร้อย มีเงินเฉยๆ ก็เปิดร้านได้แล้ว Shipping ไทย-จีน คือขนส่งง่ายมากด้วย อุปกรณ์ตกแต่งจากจีนก็มีแบบสำเร็จ ไม่ต้องการ ฝีมือช่างไทยทำ

การลงทุนมาเปิดร้านต่าง ๆ ในไทยเลยง่ายมาก ๆ แต่หาก หาถึงปลายทางเงินได้จากธุรกิจ แน่นอนว่าหลงเหลือ (หมุนเวียน) ในประเทศน้อย การจดบริษัทในไทยของคนจีนก็ง่าย Visa L ก็จดได้เพียงแค่ต้องมีคนไทยถือหุ้นเยอะกว่าคนจีน ไม่หนำซำ SME ไทยจะเจริญได้อย่างไรเพราะความเป็นพลเมืองต้องเสียภาษีเงินได้ภาษีธุรกิจให้ประเทศ แต่นักลงทุนต่างชาติแค่หา nominee ในการทำสัญญาเช่า ก็จบ ปลายทางเงินได้ส่วนใหญ่อยู่ประเทศของเขา

SEKKOKU ยาสมุนไพรสายฟื้นฟู เจาะกลุ่มวัย 25-60 'แก้หลับยาก-ปวดหัวบ่อย' ลดภาวะเส้นเลือด 'ตีบ-ตัน-แตก'

ในยุคที่คนสนใจหันมาสนใจดูแลสุขภาพกันมากยิ่งขึ้นแบบนี้ แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพก็มีมากล้นจนเกลื่อนตลาด เดินไปทางไหนก็เจอสินค้าบำรุงร่างกายทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น บำรุงสายตา บำรุงสมอง บำรุงกล้ามเนื้อ และอีกสารพัดผลิตภัณฑ์บำรุง ซึ่งแต่ละแบรนด์สินค้าก็ตั้งราคาแตกต่างกันมีทั้งถูกไปจนถึงแพงระยับ

แต่หนึ่งในสินค้าที่ลงสนามและเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรักสุขภาพก็คือ ‘เซคโคคุ’ ตราคินโก ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดแคปซูลที่มีส่วนผสมของสุดยอดสมุนไพรถึง 5 ชนิด

ซึ่ง ‘เซคโคคุ’ ตราคินโก ถูกพัฒนาโดยแพทย์แผนจีน ธีรพงศ์ ตั้งอร่ามวงศ์ ซึ่งนายแพทย์ธีรพงษ์ได้คลุกคลีอยู่กับผู้ป่วยที่มีอาการปวดศรีษะ แน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับมาเป็นเวลากว่า 10 ปี พบเจอเคสผู้ป่วยมากกว่า 10,000 เคส บวกกับประสบการณ์ทางด้านแพทย์แผนจีน จึงได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่ายเหมาะกับรูปแบบชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งมีประสิทธิภาพที่ดี เห็นผลไว ที่สำคัญประกอบไปด้วยสุดยอดสมุนไพรถึง 5 ชนิด ได้แก่

คลินิกกองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ ลงพื้นที่นครศรีฯ ให้แนวทาง 'มหาวิทยาลัย-หน่วยงาน' เพื่อยื่นเสนอขอรับทุน

กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อจัดงานสัมมนา คลินิกกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ภาคใต้) โดยมีนายภุชพงศ์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและทีมงานกองทุนฯ

โดยมีคณะครู อาจารย์ นักศึกษา และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคใต้ เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งกิจกรรมภายในงานสัมมนา ประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้หัวข้อ การยื่นเสนอขอรับทุน การพิจารณาข้อเสนอการกลั่นกรองโครงการ การลงนามในสัญญา และหลักการเขียนข้อเสนอโครงการ หรือ กิจกรรม เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนฯ

ทั้งนี้ นายภุชพงศ์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึงความสำเร็จของการจัดคลินิกกองทุนฯ ใน 2 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งภาคเหนือในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และภาคตะวันออก ในพื้นที่จังหวัดระยอง ว่า การดำเนินการจัดกิจกรรมคลินิกกองทุนฯ เพื่อต้องการให้ผู้ที่สนใจยื่นข้อเสนอขอรับทุนวิจัย ได้รับทราบว่ามีหน่วยงานของภาครัฐ ที่ให้การสนับสนุนเรื่องการวิจัยเกี่ยวกับนวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อนำไปต่อยอดสู้การพัฒนาประเทศได้ในอนาคต

'บิ๊กป้อม' อวยพร 'ลุงตู่' แม้แยกทางคนละพรรค ยัน!! 'รัก-ผูกพัน' เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

เปิดใจ 'บิ๊กป้อม' แจงความสัมพันธ์ 'ลุงตู่' ยังคงเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะอยากทำงานการเมือง แต่ยอมรับ มีทั้งเรื่องที่เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย 

(13 ม.ค. 66) เพจเฟซบุ๊ก พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นเพจทางการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ใช้โพสต์ความเคลื่อนไหวและการปฏิบัติภารกิจของ พล.อ.ประวิตร ได้โพสต์จดหมายเปิดใจ ระบุว่า... 

จดหมายเปิดใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

โดยข้อความต้นฉบับระบุว่า “เป็นที่ทราบกันดีว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยครั้งใหญ่ หลังการรัฐประหารโดย คสช. เมื่อ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ด้วยความจำเป็นของกองทัพภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในขณะนั้น ต้องออกจากกรมกองมายุติวิกฤตการณ์ของบ้านเมืองที่ก่อตัวมานานนับปี จนสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ชื่อเสียงประเทศ และบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ

ขณะนั้น ผมเกษียณอายุราชการจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. ไปตั้งแต่ พ.ศ. 2548 จึงทำได้เพียงเฝ้าติดตามสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จัดตั้งรัฐบาลเพื่อปฏิรูปบ้านเมืองและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมก็ได้ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลในตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เพื่อหวังจะช่วยประคับประคองสถานการณ์ให้คืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ต้องยอมรับความจริงว่า คสช. ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการเมือง เพราะต่างก็เป็นทหารอาชีพมาทั้งชีวิต ฝึกฝนเรียนรู้มาในด้านการปกป้องอธิปไตยของชาติ ตัวผมเองก็เช่นกัน แม้จะเคยเป็น รมว.กลาโหม ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการเมือง จึงทำได้เพียงช่วยดูแลเหล่าทัพให้มีเสถียรภาพเท่านั้น

ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากประชาชนให้รีบจัดการเลือกตั้งทั่วไป รัฐบาลในขณะนั้นก็ตระหนักดีถึงความต้องการของประชาชน และความชอบธรรมของรัฐบาลจากการเลือกตั้ง รวมไปถึงการยอมรับจากประชาคมโลก จึงเร่งผลักดันกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว

‘สมาชิกเพื่อไทย’ โอด ป้ายหาเสียงถูก ‘เผา-กรีด’ โร่แจ้งความหาตัวคนผิด ชี้!! ไม่อยากให้เกิดซ้ำอีก

มือมืดโผล่! เผาป้ายหาเสียงพรรคเพื่อไทย แม่ฮ่องสอน สมาชิกพรรคโร่แจ้งความเอาผิด วอนตำรวจเร่งหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ชี้ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้ในเมืองสามหมอก ด้าน กกต.ระบุเป็นคดีอาญา เร่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยด่วน

(13 ม.ค. 66) นายสมภพ คงความซื่อ หรือ สจ.โจ้ อายุ 49 ปี ที่อยู่ 47 ม.4 ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน สมาชิกพรรคเพื่อไทย เขต 1 เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งประกอบด้วย อ.ขุนยวม, อ.เมือง, อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย ว่าป้ายแสดงนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ถูกติดไว้ในหลายพื้นที่ กว่า 10 จุด ได้ถูกลอบเผาทำลาย และบางป้ายมีการใช้ของมีคมกรีดจนเสียหาย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ก็พบว่ามีการทำลายป้ายดังกล่าวจริง และมีป้ายที่ถูกทำลายเสียหายกว่า 10 จุด จึงได้เดินทางไปแจ้งความ ที่ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อเอาผิดกับคนที่ลักลอบทำลายป้ายแสดงนโนบายพรรคเพื่อไทยต่อไป ทั้งนี้ ไม่อยากให้ภาพแบบนี้เกิดใน จ.แม่ฮ่องสอน อีกต่อไป เพราะทำให้ จ.แม่ฮ่องสอน เสียหาย

ขณะที่ นายณัฐเศรษฐ์ ราชไชยา ผอ.กกต.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า การลักลอบเผาป้ายหาเสียง ทาง กกต.แม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งเหตุจากทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอนแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ของ จ.แม่ฮ่องสอน อย่างไรก็ตาม ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในห้วงนี้ ถือเป็นห้วง 180 วันก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งทาง กกต.ได้เปิดโอกาศให้พรรคการเมืองสามารถติดป้ายแสดงนโยบายพรรคหรือหาเสียงได้

สำหรับในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน พบว่า ทางพรรคการเมืองแต่ละพรรค ยังไม่ได้ส่งรายชื่อผู้แทนพรรคในพื้นที่ ให้แก่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่อย่างใด ทำให้การหาเสียงในนามพรรคยังไม่ชัดเจน อีกทั้งพบว่า แต่ละพรรคการเมืองมีการเปลี่ยนตัวผู้ที่คาดว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งบ่อยครั้ง ส่งผลให้ประชาชนเฝ้ามองว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคจะส่งผู้สมัครที่แท้จริงลงสมัครเมื่อใด แต่ก็พบว่ามีหลายคนได้มีการหาเสียงล่วงหน้ามาหลายเดือนแล้ว

สำหรับบัญชีรายชื่อผู้ที่คาดว่าจะลงรับสมัครเลือกตั้ง เป็น ส.ส.แม่ฮ่องสอน เบื้องต้นได้แก่ 
เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายดานุภัทร์ เชียงชุม เขต 2 นายสมบัติ ยะสินธุ์

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ซัด ก.พาณิชย์ อย่าเข้าข้างนายทุน จงใจหยุดรับซื้อผลปาล์ม

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดกระบี่ สังกัดพรรคก้าวไกล เปิดเผยปัญหาหนักใจจากพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มในพื้นที่ หลังโรงงานพร้อมใจกันหยุดรับซื้อผลปาล์มดิบเมื่อช่วงหลังปีใหม่ ส่งผลให้ปาล์มล้นตลาด ทำราคาตก พร้อมซัดหนัก!! กระทรวงพาณิชย์ต้องจัดการ อย่ามัวเข้าข้างนายทุน

(13 ม.ค. 66) นายวศิน สิริเกียรติกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดกระบี่ พรรคก้าวไกล ได้กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มในพื้นที่ ซึ่งตกต่ำเป็นอย่างมากอยู่ในช่วงนี้ ว่า วิกฤติราคาน้ำมันปาล์มพื้นที่จังหวัดกระบี่ ส่วนตัวคาดว่าเป็นผลมาจากการจงใจหยุดรับซื้อผลปาล์มน้ำมันในช่วงปีใหม่ของโรงงานสกัดนํ้ามันปาล์มในพื้นที่ โดยต่างพร้อมใจกันหยุดรับซื้อผลปาล์มดิบเร็วขึ้นผิดปกติกว่าทุกปี คือ ประกาศปิดพร้อมกัน ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2565 และเริ่มทยอยกลับมาเปิดรับซื้อในวันที่ 2 มกราคม 2566 ส่งผลให้เกษตรกรที่มีรอบเก็บเกี่ยวในช่วงปีใหม่และมีผลปาล์มสุกเต็มที่ ต้องเร่งเก็บเกี่ยว ผลผลิตจึงล้นตลาด ทำให้ราคาร่วงลงเป็นอย่างมาก อีกทั้งโรงงานสกัดบางแห่ง เดินเครื่องสกัดน้ำมันปาล์มไม่เต็มกำลังการผลิต ทำให้เห็นรถบรรทุกปาล์มจากลานเท ต้องจอดคอยแถวยาวกันข้ามวันข้ามคืน ซึ่งยิ่งรอนานก็ยิ่งเสียโอกาสทางราคา

‘รัฐบาล’ ชูผลสำเร็จวางระบบคมนาคมเชื่อมอาเซียน-จีน ชี้ เป็นก้าวสำคัญพัฒนาเศรษฐกิจเติบโต

‘ทิพานัน’ ชูผลสำเร็จ ‘พล.อ.ประยุทธ์’ วางระบบคมนาคมเชื่อมไทย-อาเซียน-จีน ชวนคนไทยโดยสารและขนส่งสินค้าเส้น ‘หนองคาย-เวียงจันทน์-ท่านาแล้ง’ ชี้เป็นก้าวสำคัญพัฒนาเศรษฐกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด เน้นลงมือทำมากกว่าสร้างวาทกรรมการเมือง

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงโครงข่ายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยและภูมิภาค โดยได้ผลักดันการเชื่อมต่อการเดินทางจากภูมิภาคอาเซียนไปถึงประเทศจีนผ่านผ่านโครงการต่าง ๆ ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์มีความยินดีที่หนึ่งในโครงการซึ่งจะช่วยเสริมการเดินทางสัญจร การขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวในภูมิภาคเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยและภูมิภาค คือ รถไฟเส้นทางหนองคาย-เวียงจันทน์-ท่านาแล้ง แล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว เพื่อความสะดวกรวดเร็วและประหยัด โดยมีราคาค่าตั๋วโดยสารเพียง คนละ 20 บาทเท่านั้น ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวดีของคนไทย

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายท่านาแล้ง-เวียงจันทน์ เป็นขบวนรถรวมรถไฟโดยสารและรถไฟขนส่งสินค้า มีระยะทาง 7.5 กิโลเมตร ทางรถไฟสายนี้เป็นรถไฟที่เชื่อมต่อจากทางรถไฟช่วงหนองคาย - ท่านาแล้ง ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ 100% ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ขณะนี้เปิดให้บริการทุกวัน ๆ ละ 4 รอบวิ่งตามเวลาดังนี้ 

1. หนองคาย 07:30 น. ถึง ท่านาแล้ง 7:45 น.
2. ท่านาแล้ง 10:00 น. ถึง หนองคาย 10:45 น.
3. หนองคาย 14:45 น. ถึง ท่านาแล้ง 15:00 น.
4. ท่านาแล้ง 17:30 น. ถึงหนองคาย 17:45 น.

บ่าว-สาวแดนโสม เคือง!! แขกผู้หญิงร่วมงาน เหตุแต่งตัวชุดโทนขาว แย่งซีนเจ้าสาวเต็มๆ

เมื่อวานนี้ (12 ม.ค. 66) เพจ ‘World Forum ข่าวสารต่างประเทศ’ ได้โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับงานแต่งของบ่าวสาวชาวเกาหลีใต้ ซึ่งภายหลังจากเสร็จพิธีงานทั้งบ่าวสาวเกิดอาการไม่พอใจแขกผู้หญิงที่มาร่วมงาน โดยทางเพจระบุว่า…

เกาหลีใต้ 🇰🇷 : ประเด็นดรามา #คุมโทน
สีที่ใส่ได้สุภาพ สีดำ โทนดำ สีที่ไม่สว่าง
เด่นกว่าเจ้าสาว เพราะคุณคือแขกไปร่วมงาน

🖤🤎 คู่รักโกรธแขก มาร่วมงานแต่งงาน เป็นแขกที่ได้รับเชิญจากผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าว (*ดรามาประเด็นการแต่งตัวไปร่วมงาน ไม่เหมาะสม และไม่มีมารยาท)

นายกฯ สั่ง ทุกหน่วยงานรับมือผลกระทบต่อประชาชน วอน ปรับราคาแล้ว ต้องปรับปรุงคุณภาพการบริการด้วย

(13 ม.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ได้มีประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกโดยสาร และค่าบริการอื่น สำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน ที่จดทะเบียนในกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2565 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน โดยประกาศดังกล่าว เป็นการให้ยกเลิกประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI - METER) ที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร ประกาศ ณ วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557 

นายอนุชา กล่าวว่า ประกาศกระทรวงคมนาคมฯ พ.ศ. 2565 จะเริ่มมีผลบังคับให้มีการจัดเก็บค่าโดยสารแท็กซี่อัตราใหม่ ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2566 เป็นต้นไป นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ติดตามและมีความห่วงใยประชาชนที่โดยสารรถแท็กซี่ที่อาจมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารดังกล่าว

นายอนุชา กล่าวว่า แม้การปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารจะช่วยให้คนขับแท็กซี่มีรายได้ที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันมากขึ้น นายกรัฐมนตรีก็ยังเป็นห่วงประชาชนที่โดยสารรถแท็กซี่ ที่อาจมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น จึงได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ติดตามผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจในภาพรวมจากการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารดังกล่าว และเสนอแนะมาตรการทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการการขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ดังกล่าวต่อไปโดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่าน

นายอนุชา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีรับรู้ถึงความเดือดร้อนของคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งถือว่าเป็นประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์ราคาพลังงานและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นด้วย ในขณะที่ค่าจ้าง ค่าโดยสารรถแท็กซี่ ไม่ได้มีการปรับขึ้นมาเป็นเวลากว่า 8 ปีแล้ว จึงเป็นที่มาของการปรับค่าโดยสารในครั้งนี้ 

นายอนุชา กล่าวว่า เพื่อให้กลุ่มคนขับแท็กซี่ มีรายได้เพียงพอกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงคมนาคมไปกำกับดูแลเพิ่มเติมว่า เมื่อขึ้นราคาค่าโดยสารแท็กซี่แล้ว ก็ต้องปรับปรุงคุณภาพการบริการให้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะต้องเข้มงวดในเรื่องมารยาทของคนขับรถ ความปลอดภัย ความสะอาด ไม่เอาเปรียบผู้โดยสาร และต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด หากพบว่าแท็กซี่กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดในเรื่องบทลงโทษต่อไปโดยไม่ละเว้น

นายอนุชา กล่าวว่า โดยรายละเอียดของประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกโดยสาร และค่าบริการอื่น สำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน ที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2565 บางส่วนระบุถึงการกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสาร สำหรับ (1) กรณีรถยนต์รับจ้าง ที่มีลักษณะเป็นรถเก๋งสามตอน รถเก๋งสามตอนแวน รถยนต์นั่งสามตอน และรถยนต์นั่งสามตอนแวน ให้กำหนด ดังต่อไปนี้...


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top