Monday, 6 July 2026
Hard News Team

สมเด็จพระสังฆราช ประทานคติธรรม วันเด็กแห่งชาติ “เด็กและเยาวชนคืออนาคตของสังคมไทย”

(13 ม.ค. 66) เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช โพสต์ข้อความระบุว่า...

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ความว่า

“เด็กและเยาวชนคืออนาคตของสังคมไทย ซึ่งจะเติบโตมาแทนที่ผู้ใหญ่ผู้กำลังร่วงโรยสู่วัยชราในไม่ช้า ถ้าเด็กและเยาวชนเป็นผู้มีสติปัญญาไม่เฉียบแหลม มีสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตใจอ่อนแอ ย่อมไม่อาจทำหน้าที่รับภาระของชาติบ้านเมืองในอนาคตได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ การกระทำตนให้ห่างพ้นจากภยันตรายที่อาจบั่นทอนสุขภาวะจึงเป็นหน้าที่สำคัญของเด็ก ๆ ทุกคน รวมทั้งผู้ใหญ่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อเด็กก็ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สภาพสังคม และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เอื้ออำนวยต่อสุขภาวะของเด็กและเยาวชนด้วย

ผบ.ตร.เซ็นส่งสำนวนคดีนายตู้ห่าวกับพวก ให้อัยการสูงสุดพิจารณา มั่นใจพยานหลักฐานแน่นหนา เอาผิดเครือข่ายทุนจีนสีเทาได้

(13 ม.ค. 66) เวลา 9.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน สำนวนคดีนายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ กับพวก เดินทางไปส่งสำนวนคดี 'ตู้ห่าว' ให้อัยการสูงสุด ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารแจ้งวัฒนะศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ

ผบ.ตร.กล่าวว่า "คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 26 ต.ค.65 ที่ บช.น. นำกำลังเข้าตรวจค้นผับจินหลิง พบและยึดยาเสพติด พร้อมอุปกรณ์การเสพหลายรายการเป็นของกลางพร้อมจับกุมตัวผู้ต้องหาที่มั่วสุมเสพยา และจำหน่ายยาเสพติด นำสง พงส. สน.ยานนาวา ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาศาลได้ออกหมายจับนายตู้ห่าวกับพวก ในข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดและสมคบ และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมทั้งขยายผลสืบสวนจับกุมบุคคลผู้เกี่ยวข้อง

คดีนี้เป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดได้มอบหมายให้กับตน เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบร่วมกันทำการสอบสวนกับ พงส. ในสังกัด 4 กองบัญชาการประกอบด้วย บช.น. บช.ก. บช.สอท. บช.ปส. และร่วมกับพนักงานอัยการทำการสอบสวนคดีนี้ บัดนี้การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ทางคดีมีการสอบสวนพยานบุคคล 444 ปาก สืบพยานล่วงหน้า 20 ปาก ตรวจยึดทรัพย์สิน 5,345 ล้านบาท มีพยานเอกสาร พยานนิติวิทยาศาสตร์ และอื่นๆกว่า 67 แฟ้ม จำนวน 26,892 แผ่น  สอบสวนผู้ต้องหา ทั้งหมด 43 คน แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา 38 คน นิติบุคคล 5 ราย 

ในส่วนของบุคคลธรรมดา 38 คน จับกุมดำเนินคดีแล้ว 20 คน ยังหลบหนี 18 คน ได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นนิติบุคคลอีกจำนวน 5 บริษัทแจ้งข้อหาดำเนินคดีแล้วเช่นกัน

'กองทัพอากาศ' จัดพิธีมอบเครื่องหมายแสดงความสามารถด้านกีฬาให้แก่ผู้ฝึกสอน และนักกีฬาในสังกัดกองทัพอากาศ

พลอากาศเอก ชานนท์ มุ่งธัญญา รองผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องหมายแสดงความสามารถด้านกีฬา ให้แก่ คณะกรรมการกีฬา ผู้ฝึกสอน และนักกีฬากองทัพอากาศ ณ ห้องรับรองกองทัพอากาศ กองบัญชาการกองทัพอากาศ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2566

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรด้านการกีฬาของกองทัพอากาศ ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งจะต้องสั่งสมประสบการณ์จากสนามแข่งขันต่าง ๆ จนเกิดเป็นทักษะในกีฬาประเภทนั้น ๆ อีกทั้งต้องมีความเสียสละ มีระเบียบวินัยในตนเอง อดทน ขยันหมั่นเพียร และทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญาในการฝึกซ้อมจนประสบความสำเร็จในหลายประเภทกีฬา

โดยมีผู้ได้รับเครื่องหมายแสดงความสามารถด้านกีฬาในครั้งนี้ จำนวน 43 คน แบ่งเป็น 
- เครื่องหมายแสดงความสามารถชั้นกิตติมศักดิ์ จำนวน 2 คน
- เครื่องหมายแสดงความสามารถ ชั้นหนึ่ง จำนวน 20 คน
- เครื่องหมายแสดงความสามารถ ชั้นสอง จำนวน 21 คน

การประชุมคณะกรรมการระดับสูง (HLC) ไทย - มาเลเซีย ครั้งที่ 37

เมื่อวานนี้ (12 ม.ค. 66) พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พลอากาศเอก ตัน สรี ดาโต๊ะ สรี ฮัญจี อัฟเฟนดี บิน บวง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย เป็นประธานร่วมในการประชุมคณะกรรมการระดับสูง (HLC) ไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 37 ณ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ 

การประชุมคณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee : HLC) ไทย-มาเลเซีย เป็นการดำเนินการตามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งประเทศไทยกับรัฐบาลแห่งประเทศมาเลเซียว่าด้วยความร่วมมือชายแดน เมื่อ 18 พฤษภาคม 2543 มีกำหนดจัดขึ้นปีละ1 ครั้ง โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย เป็นประธานร่วม

การประชุมดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามกลไกระหว่างกองบัญชาการกองทัพไทยกับกองบัญชาการทหารสูงสุดมาเลเชีย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กองบัญชาการกองทัพไทย และกองบัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย มีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดีระหว่างกันอย่างแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้พื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย มีความมั่นคง และสงบเรียบร้อย เป็นพื้นที่แห่งมิตรภาพ สันติภาพ ความสงบสุข และความร่วมมือในการพัฒนาระหว่างสองประเทศอย่างยั่งยืน ตลอดจนช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่เกื้อกูลต่อความร่วมมืออันดีในการปฏิบัติงานร่วมกันของคณะกรรมการฯ ฝ่ายไทย และฝ่ายมาเลเชีย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตามพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ และเป็นการสนับสนุนให้มีความร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นในทุกมิติอย่างเป็นรูปธรรม

การประชุม HLC ไทย-มาเลเซีย ในครั้งนี้จะได้รับทราบถึงผลการดำเนินงานตามงานมอบที่ HLC มอบให้คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) และคณะกรรมการฝึกร่วม/ผสม (JCEC) ดำเนินการ รวมทั้งจะมอบหมายงานเพิ่มเติมให้ RBC และ JCEC ดำเนินการต่อไป อาทิ การแลกเปลี่ยนข่าวสาร เพื่อรักษาความมั่นคงและลดอาชญากรรมตามแนวชายแดนไทย-มาเลเชีย การสกัดกั้นการผ่านแดนโดยผิดกฎหมาย การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ การอำนวยความสะดวกในการข้ามแดนเพื่อให้การผ่านเข้า-ออกของบุคคลและสินค้าตามแนวชายแดนมีความปลอดภัย และการป้องกันอาชญากรรมตามแนวชายแดน เป็นต้น

พท. อัด ‘บิ๊กตู่’ สาละวนแต่เรื่องย้ายพรรค ไม่เหลียวแลเกษตรกร ปล่อยปาล์มล้นตลาดขายไม่ได้

(12 ม.ค. 66) นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ประธาน ส.ส.พรรค และประธานคณะทำงานนโยบายเกษตร พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความเดือนร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันภาคใต้ที่ขายผลผลิตไม่ได้ และราคากำลังตกต่ำสวนทางตลาดโลก จนเกษตรกรและอาชีพที่เกี่ยวข้องได้รับความเดือนร้อนถ้วนหน้าว่า ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันร้องเรียนผ่านว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทยพื้นที่ภาคใต้อย่างล้นหลาม เนื่องจากได้รับความเดือนร้อนจากลานปาล์มปิดรับการรับซื้อ ด้วยข้ออ้างปาล์มล้นโรงงาน ผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก จึงต้องหยุดการผลิตชั่วคราว เป็นความไม่ปกติจากรัฐบาลที่ไม่ดูแลปล่อยปละละเลย หรือจงใจเอื้อทุนผูกขาดให้เอาเปรียบเกษตรกร ทั้งนี้ ปาล์มน้ำมันถูกจัดเป็น 1 ใน 5 พืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย เป็นพืชพลังงานหลักที่มีศักยภาพในภาวะโลกต้องการใช้พลังงานสะอาดเป็นอย่างมาก จึงไม่มีความสมเหตุสมผลใดเลย ที่จะเกิดเหตุการณ์ผลผลิตปาล์มล้นตกค้างเป็นจำนวนมาก กระทบไปยังชาวสวนปาล์มรายเล็กรายน้อย ขายไม่ได้ราคา ทั้งที่ตลาดทั่วโลกมีความต้องการ เกษตรกรไทยมีสินค้า แต่ทำไมไม่ได้ขาย 

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า ปาล์มรวมทั้งพืชผลทุกชนิดของเกษตรกรไทย ต้องเจอปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำสวนทางตลาดโลก ทั้งที่ตลาดโลกในยุคความมั่นคงทางอาหารต้องการพืชผลการเกษตรเป็นอย่างมาก พืชผลเกษตรเป็นของดีมีคุณค่า หากอยู่ในมือรัฐบาลที่บริหารเป็น ตะวันออกกลางขุดน้ำมันจากดินเรียกน้ำมันแขก รวมกลุ่มค้าขายต่อรองรักษาเสถียรภาพราคากับมหาอำนาจในตลาดโลก จนร่ำรวย ตรงกันข้ามบ้านเราปลูกน้ำมันบนดินด้วยมือคนไทย เรียกน้ำมันไทยกลับอ่อนแอ ไร้อนาคต ไม่ได้รับการเหลียวแล ทั้งนี้ ส.ส.ภาคใต้อยู่ในพรรครัฐบาลทั้ง 3 พรรค แต่กลับทิ้งชาวสวนปาล์ม

ผกก.เมืองนราธิวาส นำตำรวจชุมชนสัมพันธ์มอบข้าวสาร ให้กับ เด็กกำพร้า ผู้ยากไร้ คนชรา ผู้พิการ สร้างขวัญและกำลังใจชาวบ้านตามชุมชนในพื้นที่

(12 ม.ค. 66) เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก.เมืองนราธิวาส นำตำรวจชุมชนสัมพันธ์ สภ.เมืองนราธิวาสลงพื้นที่มอบข้าวสาร ให้กับ เด็กกำพร้า ผู้ยากไร้ คนชรา ผู้พิการ เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ยาก สร้างขวัญและกำลังใจชาวบ้าน ชุมชนกาแลปาแย ชุมชนโต๊ะกอดอและชุมชนชายทะเล ต.บางนาค อ.เมือง จว.นราธิวาส พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากจะมีหน้าที่หน้าที่บังคับใช้กฎหมายและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่ประชาชน แล้ว ในการบำบัคทุกข์และบำรุงสุขแก่ประชาชน ตำรวจนั้นก็ถือว่า เป็นมิตรที่ดีของประชาชน เราจำเป็นต้องคอยคูแลเอาใจใส่ช่วยเหลือเกื้อกูล บำบัดทุกข์ บำรุงสุขของมิตรเป็นอย่างดี

ส่องความคิดเห็น ‘ชาวเวียดนาม’ หลังนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มแรกเข้าไทย

หลังจากเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 ประเทศไทยได้มีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มแรกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ก็พลันกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันในหมู่ประเทศเพื่อนบ้านชาวเวียดนามที่มีทั้งชื่นชม เหน็บแนม และตัดพ้อประเทศตนที่ไม่สามารถดึงคนจีนเข้าประเทศได้เช่นเดียวกันไทย 

โดยในสาระสำคัญที่ชาวเวียดนามได้พูดคุยกันในโลกโซเชียลนั้น เป็นการขยายความจากประเด็น ‘ป้ายแบนเนอร์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย’ ที่ได้มีการเขียนข้อความต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้ ซึ่งชาวเวียดนามดูเหมือนจะอึ้ง และให้ความสนใจกับป้ายนี้เป็นอย่างมาก

กระทู้จุดติดในโลกโซเชียลของชาวเวียดนามเริ่มขึ้นจากการลงรูปนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มแรก ที่ได้เดินทางมายังประเทศไทย พร้อมกับแคปชันข้อความเชิงคำถามที่ว่า “นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทย 269 คนแรก ลองดูว่าคนไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนอย่างไร?” คำตอบที่ได้คือ บนแบนเนอร์ต้อนรับของไทยมีการแสดงความใกล้ชิดอย่างถึงที่สุด ด้วยคำพูดที่ว่า “จีน-ไทย คือ พี่น้องครอบครัวเดียวกัน ยินดีต้อนรับคนจีนกลับบ้าน” ซึ่งเสียงส่วนใหญ่มองไปในภาพเดียวกันว่า นี่เป็น ‘กลยุทธ์ขั้นเซียน’ ของไทยในการโกยหัวใจนักท่องเที่ยวจีนได้อย่างมาก

โดยหลังจากโพสต์นี้ถูกนำเสนอออกไป ก็ได้มีชาวเวียดนามได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นไว้ต่าง ๆ นานา ดังนี้...

>> ในมุมบวกต่อการต้อนรับครั้งนี้ของไทย...
1. “นี่คือตลาด 1,400 ล้านคน” 
2. “ประเทศไทย ไม่ได้มีดีแค่ในทีวี” 

3. “คนจีนคิดถึงประเทศไทย เวลาพวกเขาต้องการไปท่องเที่ยว พวกเขาก็จะนึกถึงเมืองไทย ในขณะเดียวกัน ภาพลักษณ์ของเวียดนามยังแย่มาก คนจีนที่มาเที่ยวเวียดนาม มีคนหนุ่มสาวเป็นจำนวนน้อย การส่งเสริมการท่องเที่ยวของเราไม่ค่อยได้ผล”

4. “เนื่องจากเมืองไทยมีสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ ราคาก็ถูก คนจีนก็เลยชอบมาก”  
5. “ประเทศไทยมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศจีน ทุก ๆ ปี จะมีการโปรโมตการท่องเที่ยวไทยที่ประเทศจีน” 

6. “ต้องขอบอกว่านักท่องเที่ยวจีนนั้น มีการใช้จ่ายสูงกว่าพวก Backpacker ที่มักจะนอนโรงแรมราคาถูก หนุ่มสาวชาวจีนที่เดินทางมาก็ดูดีมาก” 
7. “คนจีนใช้จ่ายอันดับ 1 อยู่ตลอดเวลา คนตะวันตกนั้นขี้โม้!”

องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดให้เด็ก ๆ เที่ยวฟรีทั่วไทยในวันเด็กแห่งชาติ

องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 66 เปิดสวนสัตว์ทั่วประเทศทั้ง 6 แห่ง ให้เด็กเข้าฟรีทั่วประเทศ เพื่อมอบความสุข สนุกสนาน พร้อมสาระความรู้ด้านสัตว์ป่าแก่เยาวชน

นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เผยว่า องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ได้เตรียมจัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ในวันที่ 14 ม.ค.นี้ ด้วยการเปิดสวนสัตว์ในสังกัดทั้ง 6 แห่ง ให้เด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 135 ซม. เข้าชมฟรี หวังสร้างความสุข สนุกสนาน และสาระความรู้ด้านทรัพยากรสัตว์ป่า และได้เข้ามาสัมผัสกิจกรรมสร้างองค์ความรู้ต่างๆ ภายในสวนสัตว์ตลอดทั้งวัน 

โดยสวนสัตว์แต่ละแห่งมีกิจกรรมสุดพิเศษ แต่ละสวนไม่เหมือนกัน  สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จัดกิจกรรรมการแสดงบนเวทีของน้อง ๆ หนูๆ มากความสามารถ 'ร้อง เล่น เต้นโชว์' พบกับศิลปินเด็กเพลงฮิตร้อยล้านวิว 'น้องทิวเทน เทพประสิทธิ์ ศรีจันทร์' เพลง 'รถแห่รถยู้ (ป๊ะโล๊งโป๊งฉึ่ง)' วงทศนิยม จากรายการ Thailand's Got Talent วงน่านิ่ง จากคอนเสิร์ต บอย นภ และน้อง ๆ จาก Music Group ชมขบวนมาสคอตสัตว์แดนซ์โชว์แสนน่ารัก กิจกรรมบูทเกมส์มหาสนุก พร้อมรับของรางวัลมากมาย อีกทั้งยังเพิ่มช่องทางสำหรับน้อง ๆ หนูๆ สามารถรับชม การให้ความรู้เรื่องสัตว์ป่า ไลฟ์สดกิจกรรมตลอดงานและร่วมบริจาคอุปถัมภ์สัตว์ป่า พร้อมร่วมสนุกโดยการถ่ายทอดผ่านระบบออนไลน์ ทาง Facebook Fan page สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

สวนสัตว์เชียงใหม่ พบกับเวทีกิจกรรมสำหรับต้อนรับเด็กๆ ที่เวทีใหญ่ ณ บริเวณลานการแสดงความสามารถสัตว์ พร้อมกับของขวัญของรางวัลมากมาย ไว้สำหรับมอบให้กับเด็ก ๆ ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมกับทางสวนสัตว์เชียงใหม่ ไม่เพียงเท่านี้ เรายังมีความพร้อมในด้านบริการต่าง ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงจัดกิจกรรม ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบริการอาหารแบบ Food Truck ชมพาเหรดมาสคอตสัตว์นานาชนิด และชมความน่ารักของครอบครัวกระต่าย ต้อนรับปีกระต่ายทอง พร้อมชุมนุมลูกสัตว์นานาชนิด บริเวณมินิซู อีกทั้งการบริการขนส่งมวลชนแบบครอบครัวโดยใช้รถกอล์ฟ หรือรถบริการขึ้นลงตามสถานีต่าง ๆ โดยรอบสวนสัตว์เชียงใหม่ อีกด้วย

สวนสัตว์นครราชสีมา ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมมากมาย อาทิ กิจกรรม Keeper Talk , กิจกรรม DIY ประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุธรรมชาติหรือของเหลือใช้ , วาดภาพระบายสีสัตว์ป่า , ดนตรีเพื่อการอนุรักษ์ ,specimenกะโหลกสัตว์ป่า สัตว์ดอง สัตว์สตัฟฟ์ , มาสคอตแดนซ์ , เกมส์สื่อความหมายธรรมชาติ , กิจกรรมระบายสีปูนปลาสเตอร์ , กิจกรรมหล่อตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ , กิจกรรมทำเข็มกลัดและโมบาย D.I.Y , กิจกรรมฐานกิจกรรมห้องสมุดมีชีวิต เรียนรู้ชีวิตสัตว์ป่า , จัดนิทรรศการหัวกะโหลกสัตว์ , กิจกรรมรณรงค์เลิกใช้โฟม และถุงพลาสติก , จัดแรลลี่ส่วนแสดงกระเรียนโลกรับของรางวัล , สำรวจนกในธรรมชาติ , จัดแสดงนิทรรศการงานวิจัย เป็ดก่า ตะกอง พญาแร้ง นกกระเรียนพันธุ์ไทยของสวนสัตว์นครราชสีมา , กิจกรรมการแสดงบนเวทีหลักสวนสัตว์ พร้อมแจกของขวัญและของรางวัลมากมายสำหรับน้องๆหนูๆตลอดทั้งวัน ,กิจกรรมมาสคอตเริงร่าที่จะมาสร้างสีสันและสร้างความสนุกสนาน และ พิเศษสุด! กับโชว์มายากล ChanChai Magic

สวนสัตว์สงขลา ร่วมเล่นเกม รับของรางวัลมากมาย สาระความรู้ด้านสัตว์ป่าที่น้อง ๆ หนู ๆ ต้องอึ้งกับ 'ความลับ' อัศจรรย์ตามธรรมชาติของสัตว์ป่า เพลิดเพลินสุดปัง!! กับการแสดงความสามารถของสัตว์ป่าที่ไม่เคยเห็นพบในชีวิตประจำวัน ในชุดการแสดง....วิถีชีวิตสัตว์ป่า Survival of Wildlife , แมวน้ำโชว์  The Seal Show and Parade Penguin , การให้อาหารเสือ  Feeding Tiger , ร่วมเต้นรำและสนุกสุดเหวี่ยงกับพี่ ๆ มาสคอตสัตว์ป่า , รับฟรี ลูกโป่งแฟนซีหลากสีสันจากพี่ๆ โบโซ่ พร้อมดูแลสัตว์ป่าไปกับโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่า ที่ทำให้น้องๆ ชุ่มชื่นหัวใจและอิ่มบุญไปตามๆ กัน และพบกองทัพพันธมิตรสวนสัตว์มากมายที่พาให้น้อง ๆ หนู ๆ อิ่มตา อิ่มใจ อิ่มท้อง

ส่วนที่สวนสัตว์อุบลราชธานี จะได้พบกับ-ขบวนพาเหรดแฟนซีการ์ตูนเหล่าผู้กล้า และเหล่าแมสคอต , แจกของรางวัลมากมาย , การแสดงความสามารถ เด็กเยาวชนบนเวทีรับของรางวัล , กิจกรรมเล่นเกมส์ ชิงของรางวัลบนเวที , กิจกรรมชมความสามารถสัตว์ กิจกรรมfeeding show , กิจกรรมอุปถัมภ์สัตว์ป่าบริจาคค่าอาหารสัตว์รับของที่ระลึก , กิจกรรมป้อนอาหารนกซันคอร์นัว , กิจกรรม ซุ้มกิจกรรมจากกลุ่มองค์กรภาครัฐ/เอกชน ต่าง ๆ และซุ้มกิจกรรมจากฝ่ายการศึกษา

สำหรับสวนสัตว์ขอนแก่น เด็กๆ จะได้พบกับกิจกรรมที่สามารถให้น้องๆหนูๆเข้ามาร่วมกิจกรรมกับทางสวนสัตว์ขอนแก่น ในกิจกรรมถ่ายภาพกับเฮลิคอปเตอร์และกิจกรรมประกวดเดินแบบชุดแฟนตาซีและการแสดงความสามารถพิเศษของกลุ่มเด็กและเยาวชน  ณ อาคาร Welcome สวนสัตว์ขอนแก่น

และสุดท้ายคือ โครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ พบกับกิจกรรมเพื่อให้เด็ก หรือเยาวชนที่มาร่วมกิจกรรม มีความสุข สนุกสนาน และกล้าแสดงออก อาทิ กิจกรรมถาม ตอบ แจกของรางวัล , จัดนิทรรศการเรื่องช้าง , กิจกรรมประกวดการเต้น หรือ รำ , แมสคอตเอนเตอร์เทน (Mascot Entertain) , Elephant Dancing/ Elephant Parade , กิจกรรม สัมผัสมูลช้าง , กิจกรรม ทดลองเป็นหมอช้าง , กิจกรรมสนับสนุนหญ้าอาหารช้างเพื่อช้างเด็ก พบกับเหล่าช้างเซเลบ ช้างดังแห่ง 3,000 ไร่กัน เวลา 09.00น.เป็นต้นไป ผ่าน Youtube Live ช่อง Elephant kingdom surin และ Facebook live ช่อง โครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ Elephant Kingdom Surin by ZPOT

ถ้อยแถลง ‘บิ๊กตู่’ จาก ‘Voice of the South Summit’ ผนึกมหามิตร ‘คุณภาพชีวิตดี-รักษ์โลก’ ส่งต่อคนรุ่นหลัง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุม Voice of the South Summit ผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน และเสริมสร้างความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน 

(12 ม.ค. 66) เมื่อเวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุม Voice of the South Summit ภายใต้หัวข้อหลัก ‘เสียงของประเทศกำลังพัฒนา สู่การพัฒนาที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Voice of South: For Human-centric Development)’ ผ่านระบบการประชุมทางไกล ตามคำเชิญของนายนเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีนเรนทร โมที ของอินเดีย สำหรับหัวข้อ ‘การพัฒนาที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง’ ซึ่งจัดขึ้นอย่างเหมาะสมกับบริบทในปัจจุบันที่ประชาชนประสบกับโรคระบาดและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ ภาวะเงินเฟ้อ วิกฤตด้านอาหารและพลังงาน จนก่อให้เกิดวิกฤติค่าครองชีพครั้งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 21 ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกลุ่มเปราะบาง 

ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับความท้าทาย ประเทศกำลังพัฒนาจะต้องร่วมแรงร่วมใจ โดยนายกรัฐมนตรีได้เสนอ 3 แนวคิด ให้อินเดียในฐานะประธาน G20 เป็นกระบอกเสียงให้ผลักดันระบบเศรษฐกิจโลกไปสู่ยุคโลกาภิวัตน์ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลางมีความยั่งยืน และครอบคลุมยิ่งขึ้น ประกอบด้วย

1.) ต้องแสวงหาแนวทางการพัฒนาแบบองค์รวมที่ช่วยให้สามารถรับมือกับวิกฤตโลก 3 ประการ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และมลภาวะ เพื่อผลักดันให้การเติบโตหลังวิกฤตโควิด-19 มุ่งสู่ความสมดุลมากยิ่งขึ้นในทุกมิติ โดยแนวคิดพื้นฐาน BCG ของไทยและแนวคิดวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของอินเดียล้วนมีเจตนารมณ์ที่จะส่งเสริมการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล ตลอดจนการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้นและยึดหลักธรรมาภิบาล 

นอกจากนี้ ไทยเรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนาสานต่อผลสำเร็จจากการประชุม COP 27 ซึ่งถือเป็นการประชุม COP ที่ประเทศกำลังพัฒนามีบทบาทนำ และย้ำความจำเป็นในการระดมทุนเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการลงทุนเพื่อพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำในราคาที่เหมาะสม

‘โรม’ ซัด ตร. ยื้อ ‘พรบ.ป้องกันทรมาน - อุ้มหาย’ อ้างอุปกรณ์ไม่พร้อม - เจ้าหน้าที่ขาดความรู้

‘โรม’ จี้ นายกฯ-สตช. อย่าใช้วิชามารเลื่อนกฎหมายพิทักษ์สิทธิมนุษยชน หลัง ผบ.ตร. ลงนามหนังสือขอเลื่อนปฏิบัติตาม พ.ร.บ. อุ้มหายฯ อ้างต้องจัดซื้อกล้องจำนวนมาก-เจ้าหน้าที่ขาดความรู้ ย้อนก่อนหน้านี้ ‘สุรเชษฐ์’ รอง ผบ.ตร. เคยบอกพร้อม 

(12 ม.ค. 66) ที่รัฐสภา รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าวกรณีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามชะลอการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 ว่า กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภามาหลายเดือน แต่กำหนดให้มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 120 วัน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมตัวปฏิบัติตามกฎหมายใหม่

รังสิมันต์ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญในฐานะการยกระดับกระบวนการยุติธรรมที่คุ้มครองพี่น้องประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ โดยสาระสำคัญข้อหนึ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อ้างว่าไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ได้ คือการติดกล้องบันทึกภาพระหว่างปฏิบัติภารกิจ ซึ่งจุดประสงค์ของกฎหมายต้องการให้สามารถตรวจสอบได้ว่า ระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายหรือซ้อมทรมาน

"หากเราไปดูประเทศที่เจริญแล้ว ที่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและโปร่งใส อย่างสหรัฐอเมริกา หลายประเทศในยุโรป ก็จะพบว่า การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการติดกล้องประจำตัวไว้ เป็นเรื่องปกติมาก และทำให้ทราบได้ว่า การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นการควบคุมตัวตามกฎหมายจริงหรือไม่ หากย้อนกลับมาดูที่ประเทศไทย ก็มีการกล่าวอ้างอยู่เป็นระยะว่าการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ มีการซ้อมทรมาน การทำร้ายร่างกาย หรือมีการควบคุมตัวที่ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงมีเจตนารมณ์ที่ดี" รังสิมันต์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top