Monday, 6 July 2026
Hard News Team

'ชาวพะเยา' ปลื้ม!! 'บิ๊กป้อม' ช่วยคนจนมีที่ทำกิน ยกย่องภาวะผู้นำ เหมาะนั่งนายกฯ คนต่อไป

จ.พะเยา คึกคัก ชาวบ้านแห่รับ 'ลุงป้อม' ช่วยคนจนให้มีที่ทำกิน ฟื้นฟูกว๊านพะเยา ยกย่องมีภาวะผู้นำ ทำงานหนัก ทุ่มเท รวดเร็ว ถูกใจชาวบ้าน เหมาะเป็นนายก คนต่อไป

(16 ม.ค. 66)  พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการต่อเนื่องจากช่วงเช้า (จ.ลำปาง) โดยในช่วงบ่ายได้ลงพื้นที่จ.พะเยา เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมทั้งการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร จ.พะเยา โดยมี ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ โรจนโสทร ผวจ. ให้การต้อนรับ

เมื่อ พล.อ.ประวิตร และคณะเดินทางถึง บริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อ.เมือง จ.พะเยา มีประชาชนมาร่วมต้อนรับเป็นจำนวนมาก ต่อจากนั้นได้เข้าประชุมหารือกับ จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามผลการดำเนินงาน ตามนโยบายของรัฐบาล และการบริหารจัดการน้ำ ของจังหวัด และการพัฒนา ฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำกว๊านพะเยา จากนั้นได้เป็นประธานพิธีมอบเอกสาร โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) และหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งโครงการดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ

'บิ๊กป้อม' ลงพื้นที่อ.เมืองลำปาง-อ.แม่เมาะ มอบที่ดินทำกิน จี้แผนขุดลอก-ฟื้นฟู เร่งเก็บกักน้ำ

(16 ม.ค. 66) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดลำปาง โดยในช่วงเช้าเป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ณ ศาลากลาง จังหวัดลำปาง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวต้อนรับพร้อมบรรยายภาพรวมของจังหวัด ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์ OTOP และพบปะประชาชน 

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีมอบเอกสารใบอนุญาต คทช. มอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน ตามนโยบายรัฐบาล และมอบเอกสาร สปก. 4-01 ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง และติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำแม่เมาะ ณ ที่ว่าการ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและผู้ยากจนเรื่องที่ดินทำกินมาโดยตลอด และได้ดำเนินการผ่านโครงการหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐเช่น สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการในภารกิจการกระจายถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ภายใต้การดูแลของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และได้แก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่ที่อาศัยและป้องกันการสูญเสียสิทธิ์ในที่ดินจากการจำนอง การขายฝาก เพื่อให้เกษตรกรยังคงมีสิทธิ์ในที่ดินทำกินของตนเอง ตลอดจนส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มศักยภาพในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่ทำกิน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

'มหาดไทย' เจ๋ง!! รวบ 8.5 พันช่าง ร่วมแอปฯ 'เรียกช่าง' ตอบโจทย์งานเล็กน้อยเรื่องบ้านในราคาประหยัด

มท.1 คิกออฟเว็บแอปพลิเคชัน 'เรียกช่าง' เตรียมช่างกว่า 8.5 พันราย อำนวยความสะดวก ปชช.ใช้บริการซ่อมแซม ต่อเติม ปรับปรุงบ้านได้

(16 ม.ค. 66) ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดการใช้งานเว็บแอปพลิเคชัน 'เรียกช่าง' เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในการเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญในการซ่อมแซมบ้านเรือน โดยมีนายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ร่วมงาน

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ขอชื่นชมกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชน ที่มีความต้องการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน ซึ่งเป็นงานขนาดเล็ก และไม่สามารถที่จะหาช่างได้ หรือหากหาผู้รับจ้างมาซ่อมบ้านได้ก็อาจจะเป็นช่างที่ไม่มีคุณภาพ และอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดทำเว็บแอปพลิเคชัน 'เรียกช่าง' ในครั้งนี้ จะทำให้เกิดการเสริมสร้างความมั่นใจและการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในการ ค้นหาช่างให้ตรงกับความต้องการ และสามารถเรียกช่างมาให้บริการ

‘กานต์กนิษฐ์’ เปิดใจหลังย้ายซบ ‘เพื่อไทย’ ชี้!! ขอเลือกทำงานกับพรรคที่สบายใจ

(16 ม.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีตส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะผู้ซึ่งประสงค์ลงสมัครส.ส.กทม.เขต 1 พรรคเพื่อไทย กล่าวเปิดใจที่ย้ายมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยว่า ตนเลือกอยู่กับพรรคที่ทำงานแล้วสบายใจ มองว่าที่พื้นที่กทม.เขต 1 เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ มีพ่อค้าแม่ค้าทำธุรกิจค้าขายเป็นจำนวนมาก นโยบายของพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญในเรื่องเศรษฐกิจ เชื่อว่าจะช่วยพี่น้องประชาชนได้ เศรษฐกิจในพื้นที่จะดีขึ้น 

ทั้งนี้ การย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทย อาจจะทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่รู้สึกสับสน แต่ก็พยายามทำความเข้าใจและชี้แจงแนวทางที่ตัดสินใจมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร.ก็ทราบเรื่องที่ตนย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทยแล้ว ซึ่งพล.อ.ประวิตรก็ไม่ได้ว่าอะไร ยืนยันว่าจะรักษาเก้าอี้ในพื้นที่ไว้ได้ เนื่องจากตนเป็นนักการเมืองมานาน ที่ผ่านมาก็ทำพื้นที่มาตลอด ขอให้ประชาชนมั่นใจ จะทำให้ดีที่สุด

‘ชาติพัฒนากล้า’ ดันนโยบาย ‘ยกเลิกแบล็กลิสต์ รื้อระบบสินเชื่อ’ ชี้!! ทำได้ง่ายไม่เปลืองภาษี - คนไทยได้ประโยชน์ 5.5 ล้านราย

‘กรณ์ - อรรถวิชช์’ ใส่เต็มแม็กซ์ ออกนโยบาย ‘ยกเลิกแบล็กลิสต์’ เปิดหน้ารื้อระบบสินเชื่อไทย ได้ประโยชน์ทันที 5.5 ล้านคน ชาวบ้านร่วมแชร์ประสบการณ์ ตกนรกทั้งเป็นเพราะแบล็กลิสต์ หมดโอกาสทำกิน เตรียมเปิดนโยบายอีกเป็นชุดเร็ว ๆ นี้

(16 ม.ค. 66) พรรคชาติพัฒนากล้า โดยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค แถลงเปิดนโยบายเศรษฐกิจชุดแรก ‘ยกเลิกแบล็กลิสต์ รื้อระบบสินเชื่อ’ ที่มีการติดป้ายนโยบายนำเสนอต่อประชาชนในพื้นที่ไปแล้ว และยืนยันว่ามีประชาชนจำนวนไม่น้อยติดแบล็กลิสต์จริง พร้อมนำผู้ติดแบล็กลิสต์กว่า 10 ชีวิต มาร่วมแถลงในครั้งนี้ด้วย 

นายกรณ์ กล่าวว่า ภาระหนี้สินประชาชนเป็นปัญหามาเรื้อรังและสาหัสขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพสูงขึ้น ซ้ำเติมด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด ซึ่งตนเองได้ต่อสู้กับเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 52 สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกนโยบายแก้หนี้นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบ ช่วยเหลือประชาชนได้กว่า 5 แสนราย และติดตามสถานการณ์หนี้สินของประชาชนมาต่อเนื่อง แต่เรื่องหนี้สินยังเป็นปัญหาเรื้อรังมาตลอด วันนี้พรรคชาติพัฒนากล้าจึงออกนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยไม่ต้องใช้เงินภาษีแม้แต่บาทเดียว ด้วยการรื้อระบบเก็บข้อมูลของบริษัทเครดิตบูโร ยกเลิกระบบแบล็กลิสต์ ใช้ระบบ Credit Scoring หรือวิธีประเมินสินเชื่อตามจริงแทน

“ผมยืนยันนะครับว่า ระบบเครดิตบูโรยังจำเป็นต้องมี มันเป็นวินัยทางการเงิน แต่รอบหลายปีที่ผ่านมา เรื่องแบล็กลิสต์ยังเป็นปัญหาสำคัญ ที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ ที่บอกว่าแบล็คลิสต์ไม่มีจริงนั้น ถามคนติดแบล็กลิสต์สิครับพวกเขาหัวเราะอย่างขมขื่น เพราะถูกปฏิเสธการกู้ยืมเงินในระบบ ต้องแบกภาระหนี้สินที่หนักอึ้ง ต้องทำงานไปจ่ายหนี้นอกระบบไป และตราบใดที่ยังไม่หลุดจากแบล็กลิสต์ ก็ยังกู้หนี้ไม่ได้ เราจึงเสนอให้ยกเลิกระบบแบล็กลิสต์ เปิดให้เครดิตบูโรนำข้อมูลทุกชนิด ที่บ่งบอกสถานะที่แท้จริงของตัวผู้กู้ ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ประวัติทางการเงินที่เป็นบวกมาร่วมพิจารณาด้วย ที่เรียกว่าระบบ Credit Scoring ไม่ใช่เอาแค่ข้อมูลที่เป็นลบมาพิจารณาเพียงอย่างเดียว และนโยบายนี้ไม่ต้องใช้ภาษีเพิ่ม อาศัยเทคโนโลยีและข้อมูลที่เป็นธรรมในการปล่อยกู้ ให้ประชนกลับมาลืมตาอ้าปากอีกครั้ง นี่คือนโนบายของพรรคชาติพัฒนากล้า” นายกรณ์​ กล่าว

ดร.อรรถวิชช์ กล่าวว่า ไม่มีนักรบใดไม่มีบาดแผล คนทำธุรกิจกับการขอสินเชื่อเป็นเรื่องคู่กันอยู่แล้ว แต่ระบบการจัดเก็บข้อมูลเครดิตของบ้านเรา เพื่อให้ธนาคารไปวิเคราะห์ มันไม่ยุติธรรม คนตัวเล็กทำมาหากิน มีรอยบาดแผลติดแบล็กลิสต์ แม้หาเงินกลับมาใช้หนี้ได้ สถานะการเงินกลับมาปกติแล้ว ก็ไม่สามารถกลับมากู้สินเชื่อปกติหรือสินเชื่อธุรกิจที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าร้อยละ 7 ได้ ต้องไปหมุนใช้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อนาโน ซึ่งสินเชื่อกลุ่มนี้ดอกเบี้ยสูงมาก เริ่มตั้งแต่ร้อยละ 16-33 ต่อปี บางรายต้องไปยืมหนี้นอกระบบ ซึ่งดอกเบี้ยโหดกว่านี้อีกหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้เป็นความผิดปกติที่ชัดเจนที่สุด ผลักให้คนไทยต้องเข้าสู่ระบบสินเชื่อ ที่ดอกเบี้ยสูงเกินจริง ซึ่งเป็นเหตุจากความไม่ยุติธรรมในระบบการปล่อยสินเชื่อ และตอนนี้มีคนติดแบล็กลิสต์ราว 5.5 ล้านคน ในจำนวนนี้มีถึง 3.2 ล้านคนที่ติดแบล็กลิสต์ช่วงโควิด

‘เพื่อไทย’ เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัครส.ส. เพิ่ม 45 คน คาด!! เปิดตัวครบ 400 เขตภายในต้นเดือนก.พ.

(16 ม.ค. 66) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค, นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรค, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค, นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ และน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค แถลงเปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งส.ส. ภาคเหนือ กทม. อีสาน กลางและใต้อีก 45 คน

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยคำนึงถึงเรื่องนี้ที่จะบอกกับประชาชนว่าเราพร้อม วันนี้เรามีว่าที่ผู้สมัคร 45 คนที่เราจะประกาศเป็นว่าที่ผู้สมัคร โดยส่วนที่เหลือเราจะประกาศตัวให้เสร็จภายในสิ้นเดือน ม.ค.นี้หรือไม่เกินต้นเดือนก.พ. โดยว่าที่ผู้สมัครที่เราจะประกาศเป็นบุคลากรที่มีความมั่นใจ ว่าเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในการคัดเลือกมาเป็นผู้สมัครเพราะเข้าใจในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครก็เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่จะทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกเรา เลือกเพื่อไทยให้กลับมาเป็นรัฐบาลเพื่อจะนำเอาความฝัน ความหวังมาสู่พี่น้องประชาชนอีกครั้ง

นายประเสริฐ​ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญ พรรคเพื่อไทยถือฤกษ์ในการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. หลังจากนี้เราจะได้ทยอยเปิดตัวไปเรื่อย ๆ จนครบ 400 เขต ในการเปิดตัววันนี้จะส่งผลให้การเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ไปแตะเกือบ 90% ฉะนั้นจะเหลืออีกแค่ประมาณ 10% หรืออีก 40-50 คน ที่เราจะเปิดตัวสัปดาห์แรกของเดือนก.พ. เพื่อสร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ให้เกิดทั้งประเทศ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งนี้ 

สำหรับรายชื่อผู้ประสงค์จะลงสมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้ง 45 คน แบ่งเป็น 

กทม. จำนวน 6 คน 
1.น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีตส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 
2.นายภัทร ภมรมนตรี 
3.นายขจรศักดิ์ ประดิษฐาน 
4.นายธกร เลาหพงศ์ชนะ 
5.นายเกรียงไกร จงเจริญ 
6.นายอารุม ตุ้มน้อย

ภาคอีสาน ได้แก่ 
จ.กาฬสินธุ์ 
1.นางยรรยงรัตน์ ไชยศิวามงคล 
2.นายพีระเพชร ศิริกุล 
3.นายประเสริฐ บุญเรือง 

จ.ขอนแก่น 
1.น.ส.รัมภามาศ ทีฆธนานนท์ 
2.นายสุรพจน์ เตาะเจริญสุข 
3.น.ส.วิภาณี ภูคำวงศ์ 

จ.นครพนม 
1.นายไพจิต ศรีวรขาน 
2.นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ 

จ.บึงกาฬ 
1.น.ส.ภัทรพร ราชป้องขันธ์ 
2.นายไตรรงค์ ติธรรม 

จ.มุกดาหาร 
1.นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ 

จ.สกลนคร 
1.น.ส.จิรัชยา สัพโส
2.น.ส.วงศ์อะเคื้อ บุญศล 

จ.หนองบัวลำภู 
1.นายณพล เชยคำแหง 

จ.อุดรธานี 
1.นายศราวุธ เพชรพนมพร 
2.นายอนันต์ ศรีพันธุ์ 
3.นายขจิตร ชัยนิคม 
4.นายกรวีร์ สาราคำ 
5.นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ 
6.นายธีระชัย แสนแก้ว 
7.นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม 
8.นางเทียบจุฑา ขาวขำ 
9.นายวัชรพล ขาวขำ 

จ.มหาสารคาม 
1.นายรัฐ คลังแสง

ภาคใต้ ได้แก่ 
จ.นครศรีธรรมราช 
1.น.ส.ปรมาภรณ์ บริบูรณ์ 

‘หมอชลน่าน’ แนะจับตารัฐบาลชิงยุบสภาฯ ชี้!! มีการถือกฤษ์ดูดวง หวังกลับมาสืบทอดอำนาจ

‘ชลน่าน’ แนะจับตา 3 ช่วงรบ.ถือฤกษ์ชิงยุบสภาฯ หวังกลับมาสืบทอดอำนาจ เชื่อ ปชช.จะพิพากษาในคูหาเลือกตั้ง อัดรัฐเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการชิงความได้เปรียบ ย้ำไม่ประกาศจับพรรคไหนก่อนเลือกตั้ง ชี้เสียมารยาท

(16 ม.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน หัวหน้าพรรค กล่าวถึงความคืบหน้าในการเตรียมญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตอบกลับว่ามีความพร้อมอภิปรายตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.เป็นต้นไป ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านและผู้เสนอญัตติได้ปรึกษาหารือเสนอไปว่า มันเป็นเวลาที่เนิ่นนานเกินกว่าเหตุที่จำเป็น ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ก็เห็นด้วยว่าอภิปรายควรไม่เกิน 1 เดือนเมื่อเสนอญัตติไปแล้ว ยืนยันว่าเราจะอภิปรายครอบคลุมทุกเนื้อหา และเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นในสังคม อาทิ ยาเสพติด ทุนจีนสีเทา การแต่งตั้งโยกย้าย ทั้งนี้ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะดูแลดูเนื้อหาสาระการอภิปราย เราตั้งเป้าได้เวลาไม่ต่ำกว่า 22 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าครั้งที่ผ่านมา 

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญเพราะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้าย เพื่อให้ประชาชนลงมติในคูหาเลือกตั้ง เราจะถอดหน้ากากคนดีแล้วให้เห็นว่าคนดีที่แท้จริงคิดอะไร ส่วนบุคคลที่จะอภิปรายในนามพรรคต้องถูกคัดเลือก ไม่ได้ในนามสมัครใจ เสมือนเวทีปราศรัยใหญ่ แต่เป็นเวทีในสภาฯ และบุคคลที่คัดเลือกจะอภิปรายประเด็นที่เป็นประโยชน์ในการเสนอปัญหาให้ครม.

เมื่อถามกลัวรัฐบาลชิงยุบสภาฯ ก่อนหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นประเด็นที่วิตกพอสมควร เพราะช่วงที่กำหนดวันอภิปรายทิ้งเวลาเนิ่นนานเกรงว่าจะหนีอภิปราย และมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะยุบสภาฯ ก่อน 15 ก.พ. จริงหรือไม่ต้องติดตาม โดยเฉพาะหลังวันที่ 6 ก.พ. หากส.ส.ยังคงทำหน้าที่ต่อ โอกาสยุบสภาฯมีสูง ซึ่งได้ข่าวมาว่ามีการดูฤกษ์งามยามดีในการยุบสภา เพื่อให้ได้กลับมามีโอกาสสืบทอดอำนาจ คือวันที่ 14 ก.พ. 24 ก.พ.และ 7 มี.ค. ทั้งนี้ หากตรงไปตามข่าวยุบสภาก่อนวันที่ 15 ก.พ. ก็คือวันที่ 14 ก.พ.ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก อาจจะกลายเป็นวันแห่งความเกลียดได้ และต่อให้ถือฤกษ์ยามเพียงใด แต่ฤกษ์งามยามดีของประชาชน ก็คือวันเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นวันพิพากษาพวกท่าน

'พุทธพงษ์' ชู วัยทำงานต้องไม่เสียภาษีซ้ำซ้อน ใช้ VAT เพื่อหักภาษีส่วนบุคคลสูงสุด 150,000 บาท/ปี ผ่าน eTAX

หลังจากสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ได้เสนอผลสำรวจ เรื่อง นโยบายพรรคที่โดนใจ คน กทม. ซึ่ง นโยบายพรรคที่โดนใจคน กทม. ของพรรคภูมิใจไทย ใน 3 อันดับแรกครองใจคนกทม. ได้อย่างน่าสนใจ อาทิ รักษาฟรี โรคมะเร็ง ได้ร้อยละ 79.7 อันดับสองได้แก่ ฟอกไตฟรี ผู้สูงอายุวัคซีนฉีดฟรีถึงบ้าน ร้อยละ 77.8 และอันดับที่สามได้แก่ เพิ่มรายได้ เปิดพื้นที่ค้าขายรองรับท่องเที่ยว 24 ชั่วโมง ร้อยละ 77.0 ตามลำดับ

ล่าสุด ขุนพลกรุงเทพฯ แห่งภูมิใจไทยอย่าง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เผยถึงนโยบายระลอกใหม่ที่จะกระชากใจคนกรุงอีกด้วยว่า...

ด้าน วัยทำงานต้องไม่เสียภาษีซ้ำซ้อน 'ใช้ VAT เพื่อหักภาษีส่วนบุคคลสูงสุด 150,000 บาท/ปี' ผ่านระบบ eTAX

เป็นหน้าที่ของคนทำงานทุกคน ที่ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือรับงานฟรีแลนซ์ ก็จำเป็นต้องยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นประจำทุกปี ยิ่งมีรายได้มากก็ยิ่งต้องเสียภาษีมากตามไปด้วย แล้วจะดีแค่ไหน ?? ถ้าภาครัฐมีการออกมาตรการช่วยคนที่เสียภาษีให้รู้สึกได้รับประโยชน์คุ้มค่ากับที่เสียไป 

เราจะเห็นมาตรการหรือสิทธิลดหย่อนภาษีประเภทต่าง ๆ ที่ออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคต่าง ๆ การซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพ การซื้ออสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงการจ่ายใช้สอยต่าง ๆ ที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้  โดยเฉพาะมาตรการที่ออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะอัดมาด้วยมาตรการลดหย่อนภาษี เพื่อดึงดูดให้มีการใช้จ่าย เพราะการอุปโภคบริโภคเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ

เปิดคำ 'พล.อ.เกษม' ครูผู้สอนนายกฯ สมัย จปร. ยก ‘บิ๊กตู่’ มี ‘คุณธรรม-จริยธรรม-ความซื่อสัตย์’

นายกฯ ร่วมพิธีงานวันครู ครั้งที่ 67 ประจำปี 2566 คารวะครูอาวุโส พร้อมมอบโล่รางวัลแด่ครูของแผ่นดิน เชื่อมั่นพลังของครู คือหัวใจการเปลี่ยนแปลงคุณภาพการศึกษา ขอร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจ พัฒนาการเรียนรู้เด็กเพื่ออนาคตของประเทศ

(16 ม.ค. 66) ณ หอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีงานวันครู ครั้งที่ 67 ประจำปี พ.ศ. 2566 เพื่อประกอบพิธีระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ และส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดี หรือทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษาให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนและเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม ภายใต้แนวคิด ‘พลังครู คือ หัวใจของการพลิกโฉมคุณภาพการศึกษา’ (Teacher’s Power is the Heart of Transforming the Educational Quality) โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะครู และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และสักการะปฐมบูรพาจารย์ฯ แท่นที่บูชาศีรษะครู จำนวน 7 องค์ ตามลำดับ จากนั้นนายกรัฐมนตรีสักการะพระรัตนตรัย ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และคารวะครูอาวุโส พลเอก เกษม นภาสวัสดิ์ อดีตครูผู้สอนนายกรัฐมนตรี วิชาคณิตศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และรับชมวีดิทัศน์เรื่อง ‘ครูดี ศิษย์ดี มีอนาคต’ ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีมอบโล่รางวัล จำนวน 17 รางวัล ประกอบด้วย 1) รางวัลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจำปี 2566 จำนวน 8 ราย และ 2) รางวัลคุรุสภา ประจำปี 2565 ‘ระดับดีเด่น’ จำนวน 9 ราย

นายกรัฐมนตรีกล่าวปราศรัยเนื่องในวันครู ครั้งที่ 67 พ.ศ. 2566 ว่า การได้เข้าร่วมสักการะปฐมบูรพาจารย์ คารวะครูอาวุโส นับเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อครูผู้มีพระคุณ ผู้คอยเสริมสร้างภูมิปัญญาให้แก่ศิษย์ด้วยความอุตสาหะ อดทน เสียสละ ด้วยความหวังให้ลูกศิษย์มีความเจริญก้าวหน้าด้านสติปัญญา มีจิตใจที่มีคุณธรรมสำหรับการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ ซึ่งนับว่าเป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของครูในการสร้างสรรค์ศิษย์ให้มีคุณลักษณะที่ดี เป็นพลเมืองดี และเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของสังคม และเชื่อมั่นว่าพลังของครูคือหัวใจของการเปลี่ยนแปลงคุณภาพการศึกษา รวมทั้งการสร้างและการพัฒนาคนเพื่ออนาคตของประเทศ ซึ่งครูและบุคลากรทางการศึกษานับเป็นผู้มีความสำคัญอย่างมากในการเป็นผู้นำการเรียนรู้ กระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เรียน โดยเด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวที่คุณครูทุกคนจะต้องร่วมกันแต่งแต้มถักทอให้สวยงาม ทำให้เด็กสนใจการศึกษา สนใจการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไปตามลำดับ ทั้งยังต้องเป็นผู้เติมเต็มความรู้และพัฒนาผู้เรียนให้มีปัญญาที่งอกงาม พร้อมจุดประกายให้ผู้เรียนรู้จักคิดเป็น แก้ไขปัญหาได้ มีหลักคิดที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม มีจิตสาธารณะ เผื่อแผ่ แบ่งปัน และมีความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ อันจะทำให้ผู้เรียนเติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพ และมีสมรรถนะในการปรับตัวได้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมในอนาคต 

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงบริบททางสังคมในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วควบคู่กับความก้าวล้ำทางเทคโนโลยี ดังนั้นครูและผู้บริหารการศึกษาจึงต้องพัฒนาตนเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งรัฐบาลมีแนวทางการจัดการศึกษาให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 ได้แก่...

1) เน้นการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีสมรรถนะในการออกแบบการเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์ มีทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างรู้เท่าทัน และทักษะการใช้ชีวิตในโลกอนาคต รวมทั้งความรับผิดชอบต่อสังคม ครอบครัว รู้รักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

2) ส่งเสริมการสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้โดยใช้เครื่องมือดิจิทัล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศมากขึ้นในอนาคต

3) การจัดสถานการณ์การเรียนรู้ที่ทำให้นักเรียนได้รู้จักรากเหง้าความเป็นมาของชาติ และเอกลักษณ์ของชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนความเป็นตัวตนของคนไทย โดยครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องออกแบบจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนเกิดความรัก ความภาคภูมิใจ หวงแหนแผ่นดินเกิด และเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น รวมทั้งไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน สิ่งสำคัญคือต้องไม่ลืมรากเหง้าของตัวเอง ปลูกฝังความเป็นไทย ความรักและภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติประวัติศาสตร์ชุมชน ปลูกฝังจิตสำนึกตอบแทนคุณแผ่นดินและพัฒนาบ้านเกิดในอนาคต และต้องอยู่บนหลักการที่ทำให้นักเรียนสามารถสร้างความรู้ขึ้นเองด้วยหลักของเหตุและผล

4) การยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลมีความปรารถนาและมุ่งมั่นมากที่สุด โดยทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจะต้องพุ่งเป้าให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงในระดับห้องเรียน และต้องใช้ปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นตัวตั้ง จากนั้นครู ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และผู้บริหารการศึกษาจะต้องนำปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนมาเป็น “ประเด็นท้าทาย” แล้วลงมือทำงานร่วมกันในลักษณะของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพภายใต้กระบวนการแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพนักเรียน นำไปสู่การเรียนรู้ร่วมกันของครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งการนำความสำเร็จในการแก้ปัญหามาเป็นตัวชี้วัดผลปฏิบัติงานและความเจริญก้าวหน้าในเส้นทางวิชาชีพของครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย

ก้าวไกล เชื่อ!! โกย ส.ส.ภาคเหนือได้เพิ่ม หลังฝ่าบทพิสูจน์ ผู้แทนแบบก้าวไกล ‘ขายได้’

‘ก้าวไกล’ อบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคเหนือตอนบน ประกาศพร้อมเลือกตั้ง ไม่หวั่นปัจจัยยุบสภา เชื่อพิสูจน์การทำงานแล้ว ผู้แทนแบบก้าวไกลขายได้ มีลุ้นกวาดที่นั่งเพิ่ม 

(16 ม.ค. 66) พรรคก้าวไกลจัดอบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง นำโดย สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม รองโฆษกพรรคก้าวไกล นิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพฯ เขตบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล 

นิติพล กล่าวว่า ไม่ว่าการยุบสภาจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็ว พรรคก้าวไกลก็มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสู้ศึกเลือกตั้ง โดยเฉพาะ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีการจัดอบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทั้งเชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, พะเยา, แพร่ และน่าน เพื่อเตรียมลุยศึกเลือกตั้งที่จะมาถึง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top