Monday, 6 July 2026
Hard News Team

‘พีระพันธุ์’ สั่งแก้ปัญหาที่ดินด่านช้าง ให้ชาวบ้านมีที่ทำกินภายใน 1 สัปดาห์

‘พีระพันธุ์’ เร่งแก้ปัญหาที่ดินด่านช้าง ให้ชาวบ้าน 113 รายได้รับสิทธิ์ทำกินตามข้อร้องเรียนถึง ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรีโดยเร็วหลังเกิดความล่าช้ามานาน ระบุ 1 สัปดาห์ต้องเสร็จ พร้อมขอให้ทำงานอย่างบูรณาการ คู่ขนานระหว่างหน่วยงานเพื่อลดขั้นตอนตามระบบราชการ ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้รับที่ดิน เช่น กลุ่มที่มีที่ดินทำกินอยู่แล้ว ก็ต้องชี้แจงเหตุผลอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าถูกกลั่นแกล้ง หรือเกิดความไม่เท่าเทียม 

(17 ม.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยความเป็นธรรมและเร่งรัดการปฏิบัติราชการ ตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีที่ดินทำกินของประชาชน ใน ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี โดยมีตัวแทนจาก จ.สุพรรณบุรี, กรมป่าไม้, สำนักงานที่ดิน จ.สุพรรณบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมรายงานความคืบหน้าการดำเนินการ 

สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้นายพีระพันธุ์ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาร่วมประชุม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ทำให้เกิดความล่าช้าในการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับประชาชนที่เดือดร้อนไร้ที่ดินทำกิน ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี จำนวน 113 ราย ที่ทำหนังสือร้องเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้เร่งรัดติดตามแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการดำเนินการตามคำบัญชาของ นายกฯ ที่ให้จัดสรรที่ดินจำนวน 557 ไร่เป็นที่ทำกินให้กับประชาชนกลุ่มดังกล่าว รวมทั้งขอให้ตรวจสอบความโปร่งใสของกรมป่าไม้ที่ให้สิทธิ์กับเอกชนเพียง 2 รายเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่กว่า 3,800 ไร่ แต่กลับไม่ให้สิทธิ์กับประชาชนเข้าทำมาหากิน โดยในการประชุมครั้งนั้น นายพีระพันธุ์ได้ขอให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องไปหาแนวทางผ่อนปรน แก้ไขกฎระเบียบ ที่เป็นอุปสรรคทำให้การดำเนินการจัดสรรที่ดินล่าช้า เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าพื้นที่ทำกินโดยเร็วก่อนการจัดการเรื่องอื่น ๆ และขอให้กลับมารายงานผลการดำเนินงานในการประชุมโดยเร็วที่สุดภายในวันที่ 15 มกราคม 2566

ทั้งนี้ในการประชุมติดตามความคืบหน้าครั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ได้สอบถามความคืบหน้าตามที่ได้เร่งรัดไปจากการประชุมครั้งก่อน ที่ขอให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา แต่ได้รับแจ้งจากหน่วยงานด้านการจัดสรรที่ดินของ จ.สุพรรณบุรี ว่าขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามกำหนดได้ เนื่องจากติดที่ขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของประชาชนทั้ง 133 ราย และการกำหนดแปลงที่ดินเพื่อจัดสรรให้กับประชาชนที่มีสิทธิ์แต่ละราย ทำให้ขั้นตอนที่จะต้องส่งต่อไปตามกระบวนการต่าง ๆ ล่าช้าต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจะได้เร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 38 วัน

‘สุชาติ’ โต้ดราม่า ปมตำรวจเข้ามอบพวงมาลัย ซัด เพจไร้ตัวตน ด้อยค่านักการเมือง - ขรก. น้ำดี

‘สุชาติ’ จวก เพจไร้ตัวตน ด้อยค่านักการเมือง-ข้าราชการน้ำดี ซัด อย่าหาเสียงแบบนี้ ปลุก นักการเมืองป้องศักดิ์ศรี ลั่น ไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวแต่งตั้งตำรวจ 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเพจเฟสบุ๊กนำเสนอภาพข้าราชการ ตำรวจพื้นที่ภูธรภาค 2 นำพวงมาลัยใส่พานมาขอบคุณนักการเมืองจะกระทบภาพลักษณ์ข้าราชการตำรวจหรือไม่ ว่า หลังจากตนเปิดงานวันเด็กที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี และกลับมาที่สำนักงาน มีผู้นำท้องถิ่นมาอวยพรปีใหม่ ซึ่งในวันนั้นเป็นวันหยุดราชการ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ก็ทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีคนไทย ที่ต้องมาอวยพรและขอพรกัน ความจริงภาพที่เห็นมีข้าราชการจากหลายหน่วยงาน แต่มาประจบเหมาะกับการมีคำสั่งแต่งตั้งออกมาพอดี 

ทั้งนี้ ตนอยากให้สื่อมวลชนอย่านำภาพ ภาพหนึ่ง มาวิสามัญข้าราชการดี ๆ หรือมาตำหนินักการเมือง เมื่อมีรูปตนอยู่ในนั้นก็ต้องมาถามตน แต่ไม่ใช่เอามาคิดเองเออเอง สุดท้ายข้าราชการที่ดี ที่ไปลามาไหว้ หรือทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ที่มาอวยพรและขอพร กลับมีปัญหา โดยภาพที่เห็นก็มาจากหลายที่ แต่อย่าเอาภาพ ๆ เดียว มาวิสามัญข้าราชการดี ๆ หรือมาตำหนินักการเมือง แต่ควรจะมาถามจากตน เพื่อให้ได้ความจริง ไม่ใช่ไปออกสื่อ โดยคิดเอง เออเอง จนทำให้ข้าราชการที่ดีไปลามาไหว้ เขามีปัญหา 

"ผมถามสื่อกลับว่าในช่วงปีใหม่ ข้าราชการต่างๆก็มาอวยพรสื่อใช่หรือไม่ ซึ่งผมเชื่อว่าสื่อมวลชนทุกช่องก็มีข้าราชการ มาอวยพรปีใหม่ มันก็เหมือนกัน หรืออีกหน่อยในอนาคตถ้ามีการเสียชีวิต ก็คงไม่ต้องไปงานกันแล้วใช่หรือไม่ เยาวชนรุ่นใหม่ที่อยากจะมาเป็นนักการเมืองน้ำดี ก็คงไม่อยากเข้ามาในวงการการเมือง เพราะจะถูกวิสามัญทางการเมือง โดยไม่รู้เลยว่านักการเมืองแต่ละคนเป็นอย่างไร ผมบอกส.ส.และนักการเมืองหลายคนว่า เราเป็นสถาบันการเมืองที่ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่กระทบสถาบันการเมือง เราก็ต้องปกป้องตัวเรา อย่าให้เพจ เพจหนึ่งที่ไม่รู้จักตัวตน ไม่เปิดหน้า มาพูดด้อยค่าข้าราชการแบบนี้ ผมเป็นลูกผู้ชาย พูดคำไหนคำนั้น ถ้าคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการออกแล้ว ก็รู้ว่าคนไหนจะขึ้น ซึ่งเป็นอำนาจของผบ.ตร. และเกี่ยวข้องกับกฎหมายของตำรวจ เราไปเกี่ยวข้องไม่ได้ ทุกคนที่มาหาผมในวันนั้น รวมผู้นำท้องถิ่นเป็นพันคน ผมจึงให้เกียรติเข้ามาที่สำนักงาน เพื่อไม่ให้สื่อมวลชนที่อยู่หน้าสำนักงานถ่ายภาพ ผมจึงไม่เข้าใจว่าภาพที่หลุดไป ในรูปนั้นไม่ได้มีข้าราชการตำรวจอย่างเดียวแต่มีผู้ใหญ่ฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็นคนรู้จักผม เราเป็นนักการเมือง เราเป็นรัฐมนตรีทำเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ใช่เป็นพ่อค้า หรือเป็นคนที่อยู่ในข่าวประเภททำผิดกฎหมาย อาจจะเป็นภาพที่ถ่ายกันเองซึ่งไม่ควรนำมาด้อยค่าข้าราชการที่ดี แล้วต่อไปข้าราชการดี ๆ จะกล้าเข้ามาอวยพรสื่อมวลชนหรือไม่ ตกลงแล้วรัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์รับแขกใช่หรือไม่ และรับคนที่จะมาอวยพรปีใหม่ใช่หรือไม่ เราต้องมองเป็นกลาง" นายสุชาติ กล่าว

ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัยข้อความสั้น (SMS) หลอกให้กดลิงก์รับอั่งเปาในช่วงเทศกาลตรุษจีน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยมิจฉาชีพ ฉวยโอกาสใช้เทศกาลต่างๆ สำคัญก่อเหตุหลอกลวงประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ดังนี้
วันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีนถือเป็นเทศกาลที่สำคัญ มีการเฉลิมฉลองกันในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยวันตรุษจีนปีนี้ ตรงกับวันที่ 22 มกราคม 2566 ตามธรรมเนียมจะเป็นวันที่จะไปไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ หรือคนที่เรานับถือ รวมถึงมีการมอบอั่งเปาให้ระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่มอบให้เด็ก ลูกหลานมอบให้พ่อแม่ เป็นต้น

แต่ก็เป็นหนึ่งในแผนประทุษกรรมเดิมๆ ของมิจฉาชีพที่นำมาใช้ในการหลอกลวงประชาชน โดยมิจฉาชีพจะฉวยโอกาสดังกล่าวส่งลิงก์ที่แนบมากับข้อความสั้น (SMS) อ้างว่าท่านได้รับอั่งเปาฟรี ได้รับสิทธิพิเศษ หรือได้รับเงินรางวัลต่างๆ มิจฉาชีพจะหลอกลวงประชาชนคลิกเข้าไปในเว็บไซต์ปลอม หลอกลวงให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลทางการเงิน เช่น ชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด เบอร์โทรศัพท์ หมายเลขบัตรประชาชน เลขบัญชีธนาคาร เลขบัตรเดบิตหรือเครดิต รหัสหลังบัตร 3 หลัก รหัส OTP เป็นต้น เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อมูลไปเข้าถึงบัญชีสื่อสังคมออนไลน์แล้วไปหลอกยืมเงินผู้อื่น ใช้บัตรเดบิตหรือเครดิตรูดชำระค่าสินค้า หรือถูกโอนเงินจากบัญชีธนาคาร หรือนำไปแอบอ้างทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนตัวของประชาชน ไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ โดยได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งวางมาตรการในการป้องกันและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง

‘เทสลา’ ประกาศ ปรับราคาจำหน่าย หวังกระตุ้นยอดขาย - จูงใจผู้บริโภค

Tesla ประกาศลดราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในแถบเอเชีย ใกล้ๆ บ้านเรา ยกตัวอย่างเช่น ประเทศจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย โดยเหตุผลในการปรับลดราคาคือ ในเอเชียรถยนต์ไฟฟ้านั้น มีการแข่งขันที่สูงขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ภาพรวมตลาดรถยนต์อีวียังประสบปัญหา 

และหากเจาะไปที่ประเทศจีนจะพบว่า การปรับลดราคาของ Tesla รุ่น Model Y และ Model 3 จะทำให้ราคาจำหน่ายของทั้งสองรุ่นถูกกว่าที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา 23-32% เช่น รุ่น Model 3 จากราคาเริ่มต้น 2.65 แสนหยวน เหลือ 2.29 แสนหยวน หรือราว 1.13 ล้านบาท

นอกจากนี้การปรับลดราคายังมาผลมาจากการเลิกมาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจากทางการปักกิ่ง ทำให้ Tesla ต้องตัดสินใจ ปรับลดราคาเพื่อกระตุ้นตลาดและจูงใจผู้บริโภคในยุคที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และโรคโควิด-19 ยังระบาด ทำให้ทุกคนต้องควบคุมค่าใช้จ่าย แต่ในการตัดสินใจครั้งนี้ ก็ได้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่ซื้อรถยนต์ Tesla ไปก่อนหน้านี้จนเกิดการประท้วงกันที่หน้าโชว์รูม

‘สมคิด’ อัด ‘บิ๊กตู่’ กู้เงินโปะงบประมาณทุกปี ชี้!! สร้างหนี้ให้ประเทศมากกว่า 4 ล้านล้านบาท

(17 ม.ค. 66) นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะรองประธานคณะกรรมการ ประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณประจำปี 2567 ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พบว่าเป็นการจัดทำงบประมาณขาดดุลเช่นเดิม ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาจัดทำงบประมาณขาดดุลมาโดยตลอด มีการกู้เงินโปะงบประมาณทุกปี จากการตรวจสอบพบว่าพล.อ.ประยุทธ์ใช้การกู้เงินโปะงบประมาณมากกว่า 4 ล้านล้านบาท สร้างหนี้สินไม่รู้จบ การกล่าวอ้างว่าไม่อยากให้เป็นภาระกับรัฐบาลหน้านั้น เป็นการพูดเอาดีเข้าตัว ข้อเท็จจริงคือหนี้สินที่พล.อ.ประยุทธ์สร้างไว้ ใครมาเป็นรัฐบาลต่อไปต้องไปตามใช้หนี้ที่พล.อ.ประยุทธ์ก่อขึ้น หนี้สินก้อนนี้ กระทบเงินลงทุนในการพัฒนาประเทศอย่างแน่นอน ทั้งนี้ งบประมาณประจำปี 2567 ที่สูงถึง 3,350,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เป็นจำนวน 165 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.18 งบประมาณที่เพิ่มขึ้น ไม่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย  

นายสมคิด กล่าวต่อว่า หากพล.อ.ประยุทธ์อยากเป็นนายกฯ ต่อ คงไม่สามารถคำนวณได้ว่าประเทศไทยจะเป็นหนี้อีกมากเท่าไหร่ 8 ปีที่ผ่านมาเชื่อว่าประชาชนเห็นอะไรชัดเจนแล้วว่าการบริหารประเทศของรัฐบาลผลออกมาเช่นไร ถึงเวลานี้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องยอมรับว่าตัวเองไร้ความสามารถ ประชาชนมองว่าพล.อ.ประยุทธ์แก่เกินกว่าจะมานั่งบริหารประเทศต่อไป ควรให้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามานำพาประเทศ จะเกิดประโยชน์กับประชาชนมากกว่า

‘สืบสวน ตม.1 - สันติบาล’ บุกรวบแก๊งแรงงานเถื่อน พร้อมพบต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองถูกกักขัง 7 ชีวิต

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ประกอบกับนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรร พูลศิริ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.และ พล.ต.ต.ปิยอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.1 

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้บูรณาการกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล กก.3 บก.ส.2 ประชุมสืบสวน หาข่าวการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ และความผิดอาญา จนได้รับข้อมูลเชิงลึก จากสายข่าว (ขอปกปิดนาม) ว่ามีคนต่างด้าวกลุ่มหนึ่ง ได้นำคนต่างด้าว สัญชาติ เมียนมา ชาย-หญิง จำนวนหนึ่งมาหลบซ่อนและอาจมีการกักขังหน่วงเหนี่ยว ในสถานที่พักแห่งหนึ่งมีลักษณะเป็นห้องเช่าสองชั้นในเขตพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ข้อมูลตามแนวทางการสืบสวน จนสืบทราบว่าสถานที่นำคนต่างด้าวไปกักขังนั้น
อยู่ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงได้รายงานข้อมูลให้ผู้บังคับบัญชาทราบ 

พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 (ชุดปฏิบัติการสืบสวน ๒) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ สืบสวน บก.ตม.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล กก.3 บก.ส.2 ไปตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ทราบการกระทำความผิดตามอำนาจ หน้าที่ เมื่อไปถึงพบสถานที่พักดังกล่าวฯ ลักษณะเป็นห้องพักให้เช่าสูง 2 ชั้น ชั้นล่างมีห้องพัก 4 ห้อง ชั้นบนมีห้องพัก 5 ห้อง ซึ่งห้องพักเป้าหมายที่คาดว่าได้มีการนำคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมามาหลบซ่อนและกักขัง หน่วงเหนี่ยวคนต่างด้าวน่าจะอยู่บริเวณชั้นล่าง ซึ่งจากการสังเกตมีห้องพักห้องหนึ่งต้องสงสัยมีแม่กุญแจล็อกอยู่บริเวณด้านนอก แต่จากการสังเกตพบว่าด้านหน้าประตูมีรองเท้าวางอยู่หน้าห้องจำนวนหลายคู่และมีเสียงพูดคุยสำเนียงเป็นภาษาเมียนมาออกมาจากด้านใน คาดว่าน่าจะมีคนต่างด้าวถูกกักขังอยู่ด้านในห้องพักดังกล่าวฯ 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เฝ้าสังเกตการณ์จนในเวลาต่อมาพบ นายชิ ทูย โช (Mr.Si Thu Soe) อายุ 45 ปี สัญชาติเมียนมา (ผู้ถูกจับที่ 1) และ นายขาน ไม โก โก (Mr.Chan Myae Ko Ko) อายุ 29 ปี สัญชาติ เมียนมา (ผู้ถูกจับที่ 2) (ทราบชื่อภายหลัง) ได้เดินมาที่ห้องพักและได้ใช้กุญแจไขห้องพัก เจ้าหน้าที่ ชุดจับกุมจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้แสดงบัตรประจำตัวให้ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงให้เปิดประตูห้องพัก ปรากฎว่าพบคนต่างด้าว สัญชาติ เมียนมา 7 คน เป็นผู้ชาย 5 คน เป็นผู้หญิง 2 คน อยู่ภายในห้องพักดังกล่าว จากการสอบถามผ่านล่าม คนต่างด้าวชาวเมียนมาผู้เสียหายทั้ง 7 คน ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่า ถูกผู้จับที่ 1-2 เป็นผู้ร่วมกันนำคนต่างด้าวจำนวน 7 คน มาพักที่ห้องเช่าที่เกิดเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าคนต่างด้าวทั้ง 7 คนได้ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรทางช่องทางธรรมชาติเมื่อวันที่ 7 ที่รอยต่อชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อประมาณต้นเดือน ม.ค.66 เพื่อจะมาทำงานโดยคิดค่าดำเนินการรายละ 2,500,00 จ๊าด (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 40,000 บาท) แต่ผู้เสียหายมีเงินไม่พอ ผู้ถูกจับที่ 1 และ 2 จึงกักขังผู้เสียหายไว้ เป็นเวลา 9 วัน จนกระทั่งเจ้าหน้าชุดจับกุมมาพบ

‘ชาวมะกัน’ เรียกร้องรัฐบาล ‘เลิกจุ้น’ สงครามต่างแดน ชี้!! ควรสนใจ ‘คนเร่ร่อน-การศึกษา-สาธารณสุข’ ในประเทศก่อน

ผู้ประท้วงหลายร้อยคนจากนิวยอร์กและภูมิภาคใกล้เคียงอื่น ๆ จัดการชุมนุมและเดินขบวนบริเวณไทม์สแควร์ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อต้านการเข้าพัวพันในสงครามต่าง ๆ ในต่างแดนของสหรัฐฯ เรียกร้องให้หันมาใส่ใจกับปัญหาภายในประเทศ ทั้งเรื่องคนเร่ร่อน ด้านการศึกษา และการรักษาพยาบาล

บรรดาผู้ประท้วงส่งเสียงต่อต้านการแผ่ขยายอาณาเขตของนาโต้ เรียกร้องสันติภาพในยูเครน วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่สหรัฐฯ ทุ่มทุนใช้จ่ายมหาศาลไปกับวิกฤตยูเครน และคำแถลงล่าสุดของทำเนียบขาว ที่เตรียมจัดหากองพันขีปนาวุธยิงจากพื้นผิวสู่อากาศ ‘แพริออต’ แก่เคียฟ

"เรามาอยู่ที่นี่ในวันนี้ เพราะว่าเราคัดค้านการแผ่ขยายอาณาเขตไม่รู้จบของนาโต้ ซึ่งไม่ใช่แค่มันไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็น แต่มันยังเป็นการกระทำที่ขาดความยั้งคิดและยั่วยุ" ไบรอัน เบคเกอร์ ประธานกลุ่มแนวร่วม ANSWER Coalition พันธมิตรต่อต้านสงครามในสหรัฐฯ

สื่อเวียดนาม ชี้ ‘ประเทศไทย’ ครองอันดับ 1 ‘ชาวต่างชาติ’ สนใจมาท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน

(17 ม.ค. 66) สำนักข่าว VnExpress International ของเวียดนาม เสนอข่าว Thailand most searched Asia-Pacific destination for Lunar New Year อ้างข้อมูลจาก Sojern แพลตฟอร์มออนไลน์ด้านธุรกิจการท่องเที่ยวของจีน ซึ่งพบว่า ประเทศไทยครองสัดส่วนร้อยละ 27 ของการค้นหาข้อมูลเที่ยวบินในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในช่วงเทศกาลตรุษจีนครั้งนี้ โดยมาเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่อันดับสองคือ ญี่ปุ่น ร้อยละ 19 และอันดับสามคือ สิงคโปร์ ร้อยละ 18 ซึ่งจุดเด่นของไทยอย่างหนึ่งคือมีนโยบายวีซ่าที่เปิดกว้าง

เช่นเดียวกับข้อมูลการค้นหาเที่ยวบินในระดับเมือง พบว่า ประเทศไทยติดอันดับมาถึง 2 แห่ง คือกรุงเทพฯ อยู่ในอันดับหนึ่ง ร้อยละ 22 และภูเก็ต อยู่ที่ร้อยละ 7 ครองอันดับสี่ร่วมกับกรุงไทเปของไต้หวัน ส่วนอันดับสองคือกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ร้อยละ 15 และอันดับสามคือกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ ร้อยละ 9 โดยวันตรุษจีนซึ่งเป็นการนับปีใหม่ทางจันทรคติ ในปีนี้จะตรงกับวันที่ 22 ม.ค. 2566  เช่นเดียวกับข้อมูลจาก Ctrip บริษัททัวร์สัญชาติจีน พบว่า ไทยเป็นเป้าหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีนในช่วงตรุษจีน ขณะที่เมื่อช่วงวันที่ 27 ธ.ค. 2565-1 ม.ค. 2566 มีการจองการเดินทางขาเข้าจากไทยไปจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้นร้อยละ 101

‘สุริยะ’ เผย ‘ไดกิ้น’ พร้อมใช้ไทยเป็น ‘ฮับ’ อาเซียน โชว์ศักยภาพนิคมฯ ‘สมาร์ท ปาร์ค’ รองรับทุกการลงทุน

'สุริยะ' แย้มข่าวดี 'ไดกิ้น' ยืนยันใช้ไทยเป็น 'ฮับ' ในอาเซียน โชว์ความพร้อมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม รองรับนักลงทุนญี่ปุ่นทุกรูปแบบ ล็อคเป้า 'นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค (Smart Park) - ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 2)'

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 11-15 มกราคม 2566 มีโอกาสได้พบกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Daikin Co.,Ltd. ที่นครโอซาก้า เพื่อหารือถึงการพัฒนาบริษัท Daikin ในประเทศไทย ซึ่งบริษัท Daikin ระบุว่า มีแผนที่จะพัฒนาบริษัท Daikin ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของประเทศไทยเป็นฮับของอาเซียน ที่คาดว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานแรงงานไทยได้ไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคน โดยบริษัท Daikin ปีนี้ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่ทำกำไรสูงสุดเป็นอันดับสองของญี่ปุ่น รองจากบริษัทโซนี่อีกด้วย

“นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทาง บริษัท Daikin เล็งเห็นศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฮับของอาเซียน โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ภายใต้การกำกับดูแลของ กนอ.ซึ่งปัจจุบัน บริษัท Daikin ประเทศไทย มีโรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ (ชลบุรี) 4 โรงงาน และที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ (ระยอง) อีก 1 โรงงานอีกด้วย” นายสุริยะ กล่าว

นอกจากนี้ ได้หารือกับนายมัตสึโอะ ทาเคฮิโกะ (Mr. Matsuo Takehiko) อธิบดีกรมนโยบายการค้า กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (Director General, Trade Policy Bureau Ministry of Economy, Trade and Industry : METI ) ถึงประเด็นการสนับสนุนโครงการไฮโดรเจนในนิคมอุตสาหกรรม Smart Park  โดย กนอ.ได้ย้ำถึงการเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมพลังงานสะอาด และแผนการนำพลังงานไฮโดรเจนเข้ามาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถรับส่งแรงงาน/พนักงานภายในนิคมอุตสาหกรรม การใช้พลังงานไฮโดรเจนเป็นพลังงานทดแทนด้านพลังงาน การสร้างสังคมปราศจากคาร์บอนโดยการประยุกต์ใช้พลังงานไฮโดรเจนขยายผลเทคโนโลยีรถยนต์พลังงาน รวมถึงการตั้งโรงงานเพื่อผลิตไฮโดรเจน 

ทั้งนี้ กนอ.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOC) การศึกษาเพื่อพัฒนา “นิคมอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Industrial Estate) ในพื้นที่มาบตาพุด” ร่วมกับหน่วยงานภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญ 7 ราย เพื่อสนับสนุนการศึกษาเกี่ยวกับการใช้งาน และการกักเก็บพลังงานหมุนเวียน เพื่อพยายามลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล  ขณะเดียวกัน องค์การส่งเสริมการต่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan External Trade Organization : JETRO) ได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาไฮโดรเจน โดยมีเป้าหมายในการขอทุนจากองค์กรพัฒนาพลังงานและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมใหม่ (New Energy and Industrial Technology Development Organization : NEDO) ในการพัฒนาและลงทุนไฮโดรเจนในนิคมอุตสาหกรรม Smart Park ด้วย

‘อนุทิน’ นำทัพ คณะ สธ. ร่วม 2 เวทีใหญ่ ประชุม WEF ที่สวิส - ลงนามจีโนมิกส์ที่ลอนดอน

‘อนุทิน’ นำคณะสธ. ร่วม 2 เวทีใหญ่ - ประชุม WEF ที่เมืองดาวอส-คลอสเตอร์ สมาพันธรัฐสวิส - การลงนามความร่วมมือด้านจีโนมิกส์ ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร 17-22 ม.ค. นี้

(16 ม.ค. 66) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 17-22 ม.ค. 66 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข มีกำหนดการนำคณะผู้บริหารจากกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วม 2 ภารกิจสำคัญใน 2 ประเทศ ประกอบด้วยการเข้าร่วมประชุม World Economic Forum (WEF) ณ เมืองดาวอส-คลอสเตอร์ สมาพันธรัฐสวิส และการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านจีโนมิกส์ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับการประชุม WEF ที่เมืองดาวอส-คลอสเตอร์ สมาพันธรัฐสวิส ปีนี้จัดการประชุมขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 ม.ค. 66 ภายใต้หัวข้อ ‘Cooperation in a Fragmented World’ มีผู้นำระดับสูงทางการเมือง อาทิ ผู้นำรัฐบาล รัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีการค้า รัฐมนตรีต่างประเทศ ผู้ว่าการธนาคารกลาง และภาคธุรกิจจากทั่วโลกตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วม ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนอกจากนายอนุทินพร้อมคณะแล้ว นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง จะเข้าร่วมในการประชุมด้วย

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า โดยนายอนุทินพร้อมคณะจะเข้าร่วมประชุมในวันที่ 17-18 ม.ค. 66 ในหัวข้อ Health Systems Transformation ซึ่งที่ประชุมจะหารือกันถึงความร่วมมือระดับโลกทั้งภาครัฐและเอกชนเกี่ยวกับระบบดูแลสุขภาพที่มีความยั่งยืน และหัวข้อ The Pulling Power of ASEAN เกี่ยวกับบทบาทของอาเซียนท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิเศรษฐศาสตร์ที่รุนแรง และบทบาทการมีส่วนช่วยสร้างเสถียรภาพและความมั่งคั่งของโลกตลอดจนความร่วมมือในภูมิภาค


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top