Wednesday, 10 June 2026
Hard News Team

กรมการขนส่งทหารเรือจัดเรือสุพรรณหงส์จำลองพร้อมกำลังพลฝีพาย เพื่อสนับสนุนโรงเรียนสตรีวัดระฆัง

 

เมื่อวานนี้ (29 ก.ค.68) กรมการขนส่งทหารเรือจัดเรือสุพรรณหงส์จำลองพร้อมกำลังพลฝีพาย เพื่อสนับสนุนจัดการบรรยายและสาธิตการพายและเห่เรือราชพิธี แก่คณะผู้บริหาร และนักเรียน โรงเรียนสตรีวัดระฆัง เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ณ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

การสนับสนุนในครั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย และประเพณีไทย ซึ่งการเห่เรือถือว่าเป็นมรดกอันทรงคุณค่าที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา สะท้อนถึงความงดงาม ความพร้อมเพียง และภูมิปัญญาของชาวไทยในอดีต ทั้งนี้เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นใหม่ มีความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ตลอดจนปลูกฝังจิตใต้สำนึก ในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทยสืบไป

 

นี่คือ 10 เหตุผล ที่คุณและครอบครัว ไม่ควรพลาด งาน 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568'

✅ ช้อปสุดคุ้ม! สินค้าอุปโภคบริโภคราคาโรงงาน
✅ โปรรถแรง! ดีลเด็ดจาก 19 ค่ายรถยนต์และมอเตอร์ไซค์
✅ เครื่องใช้ไฟฟ้าลดสูงสุด 60%
✅ สนับสนุนของดี SME ไทยจากกว่า 200 ร้านค้า
✅ คอนเสิร์ตฟรี! กับศิลปินดัง 4 วัน 4 สไตล์
✅ เวิร์กช็อป-สัมมนา ฟรี! เสริมทักษะ สร้างอาชีพ
✅ เปิดโลกเทคโนโลยีที่โซน MIND Inno-Verse
✅ เดินทางสบาย MRT แค่ 20 บาทถึงงาน
✅ กิจกรรมเหมาะกับทุกวัย ทุกสมาชิกในครอบครัว
✅ ทุกการช้อปของคุณ = สนับสนุนเศรษฐกิจไทย!

ไม่มา ไม่ได้แล้ว!

📍 31 ก.ค. – 3 ส.ค.
🕙 เวลา 10:00 – 21:00 น.
📍 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

30 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 ในหลวง รัชกาลที่ 9 พร้อม รัชกาลที่ 10 เสด็จฯ ทรงวางศิลาฤกษ์ “เขื่อนแม่กลอง”

วันนี้ เมื่อ 68 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงวางศิลาฤกษ์ “เขื่อนแม่กลอง” (เขื่อนวชิราลงกรณ) เขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม ณ ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี แล้วเสด็จฯ ทอดพระเนตรหัวงานเขื่อนและทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่

เขื่อนแม่กลอง เป็นเขื่อนแห่งแรกของจังหวัดกาญจนบุรี เดิมชื่อ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งเป็นชื่อที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ขนานนามว่าเขื่อนวชิราลงกรณ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 เนื่องด้วย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงวางศิลาฤกษ์เขื่อนแม่กลอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 และทรงเปิดเขื่อนในวันที่ 1 สิงหาคม 2513 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเป็น เขื่อนแม่กลอง เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 จนถึงปัจจุบัน

เขื่อนแม่กลองเป็นเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ของกรมชลประทาน ตั้งอยู่ที่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี สร้างขึ้นบนลำน้ำแม่กลอง จากลำน้ำเดิมที่ไหลผ่านตำบลม่วงชุม แล้วลัดเลี้ยวออกทางซ้ายผ่านตัวเมืองท่าม่วง แล้วโค้งกลับเป็นรูปเกือกม้า ทางกรมชลประทานได้ทำการขุดลำน้ำขึ้นมาใหม่เป็นช่องลัดตรง   มีความยาว 1,650 เมตร  เพื่อเปลี่ยนทางเดินของน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนจนกลายเป็นแม่น้ำแม่กลองสายปัจจุบัน โดยรับน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ โดยการระบายน้ำจากเขื่อนทั้ง 2 เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างกรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

กองทัพบกสูญเสียกำลังพลเพิ่ม 1 นาย ในสมรภูมิช่องอานม้า จากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ทหารกล้าเสียชีวิตแล้ว 15 นาย

(29 ก.ค. 68) เมื่อเวลา 11.45 น. กองทัพบกรับรายงานกำลังพลเสียชีวิตจากการสู้รบเพิ่มเติม จำนวน 1 นาย คือ สิบโท ต่อพงษ์ พันดวง สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 16 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 68 จากการปะทะที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บอีก 13 นาย

กองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และจะดูแลสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวและทายาทของทหารกล้าเหล่านี้ให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแห่งความเสียสละของท่านเหล่านี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 68 ถึงปัจจุบัน รวมกำลังพลเสียชีวิตแล้ว 15 นาย 

ทภ.2 ควบคุม 18 ทหารเขมรยอมจำนนที่ซำแต พบเป็นศพในพื้นที่อีก 2 พร้อมส่งคืนร่างผู้เสียชีวิต

โฆษก ทบ. เผยกองทัพภาคที่ 2 ควบคุม 18 ทหารกัมพูชา หลังตอบโต้ถูกโจมตีพื้นที่ซำแต ศรีสะเกษ และได้ยอมจำนน ยึดหลักมนุษยธรรมดูแลพร้อมส่งคืนร่างผู้เสียชีวิต

วันนี้ (29 ก.ค. 68) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ได้รายงานผลการควบคุมตัวทหารกัมพูชา จำนวน 18 นาย สืบเนื่องจากเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่ ซำแต อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังที่ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธหนักและอาวุธวิถีโค้ง ยิงเข้ามาในเขตพื้นที่ของไทย ฝ่ายไทยจึงได้ใช้ หน่วยทหารม้าเฉพาะกิจเข้าทำการตอบโต้และกวาดล้างที่มั่นของฝ่ายกัมพูชา

จากการปฏิบัติดังกล่าว พบมีทหารกัมพูชาจำนวนหนึ่งยอมจำนนโดยไม่มีท่าทีหรือลักษณะจะคุกคามฝ่ายไทย ทางหน่วยจึงดำเนินการปลดอาวุธและควบคุมตัวตามขั้นตอน โดยยึดถือหลักมนุษยธรรมสากลอย่างเคร่งครัด มีจำนวน 18 นาย ชั้นยศ ร้อยตรี 1 นาย ,จ่าสิบโท 2 นาย ,สิบเอก 12 นาย ,สิบโท 2 นาย , สิบตรี 1 นาย และในจำนวนนั้นมีผู้บาดเจ็บ 1 นาย คือ สิบเอก มอม ริดที บาดเจ็บ ถูกกระสุนบริเวณสะโพกข้างขวา และ แขนซ้าย ซึ่งภายหลังฝ่ายไทยได้ส่งเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียชีวิตอยู่ในพื้นที่จำนวน 2 นาย

ขณะนี้ ทหารกัมพูชาทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุม ณ พื้นที่ปลอดภัยของกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งได้จัดเตรียมการดูแลขั้นพื้นฐานไว้ให้ ทั้ง เสื้อผ้า อาหาร น้ำดื่ม และการรักษาพยาบาล ตามความจำเป็น ดูแลให้เป็นไปตามแบบปฏิบัติในทางทหารของสากล และยึดหลักมนุษยธรรมสากล จากนั้นจะดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป

ในส่วนของผู้เสียชีวิต ฝ่ายไทยจะดำเนินการส่งคืนร่างของผู้เสียชีวิต ตามหลักปฏิบัติสากลในการปฏิบัติต่อศพในภาวะสงคราม อย่างสมเกียรติต่อไป

กองทัพบกยังคงยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชน หลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และพันธกรณีที่ไทยถือปฏิบัติภายใต้อนุสัญญาเจนีวาที่พึงกระทำต่อทหาร และ ศพของฝ่ายตรงข้ามอย่างเคร่งครัด

‘อรรถวิชช์’ แจ้งข่าวดี ‘กฎหมายเสรีโซลาร์’ ผ่านครม.เรียบร้อย ตามที่ ‘พีระพันธุ์’ เสนอ

(29 ก.ค. 68)นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า พ.ร.บ.โซลาร์ ผ่าน ครม. ตามที่ รมต.พีระพันธุ์เสนอไป! 

วันนี้ ร่างพรบ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ของกระทรวงพลังงาน โดย รมต.พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ครม.อนุมัติเรียบร้อยแล้ว และมีร่างกฎหมายฉบับสส.พรรครวมไทยสร้างชาติประกบพร้อมเข้าสู่การพิจารณาของสภาสส.วาระแรกแล้วครับ

เป็นกฎหมายโซลาร์ฉบับแรกของประเทศไทย ที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ใช้เอง โดย “ไม่ต้องขออนุญาต” จากหลายหน่วยงาน เหลือแค่ "แจ้งให้ทราบ" ที่เดียวเท่านั้น

ผมภูมิใจที่ได้เขียนกฎหมายเสรีโซลาร์ตั้งแต่มาตราแรก ถึงมาตราสุดท้าย ผมยึดหลักว่า "แสงอาทิตย์เป็นของประชาชน ห้ามรัฐยืนบังแดด" 

ขอบคุณรมต.พีระพันธุ์ที่มอบภารกิจนี้ให้ และสู้ไม่ถอย!

ประธานสภาฯ เยอรมนี เตือนรัฐบาล!! อาจขาดดุล 6.7 ล้านล้านบาท เพราะส่งอาวุธให้ยูเครน..ชี้นำเงินไปพัฒนาสาธารณูปโภคในประเทศดีกว่า

(29 ก.ค. 68) ราล์ฟ นีไมเออร์ (Ralf Niemeyer) ประธานสภารัฐธรรมนูญและอธิปไตยของเยอรมนี เตือนว่าการส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) ให้ยูเครน อาจทำให้เยอรมนีกลายเป็นเป้าหมายของรัสเซีย และยังส่งผลกระทบหนักต่อภาษีประชาชน

เขาระบุว่า เยอรมนีกำลังขาดแคลนงบประมาณที่จำเป็นสำหรับพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น ถนน สะพาน และโรงเรียน ขณะที่รัฐบาลกลับนำเงินไปจัดซื้ออาวุธ ทำให้ประเทศเสี่ยงยากจนลง โดยสื่อเยอรมนีรายงานว่า ประเทศอาจเผชิญภาวะขาดดุลสูงถึง 172,000 ล้านยูโร (ราว 6.7 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2029

ก่อนหน้านี้ เบอร์ลินได้ส่งแพทริออต ให้ยูเครนแล้ว 3 ระบบ และกำลังเจรจากับวอชิงตันเพื่อส่งเพิ่ม โดยเยอรมนีจะเป็นฝ่ายจัดหาทดแทนเองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม 'แพทริออต' ไม่ใช่อาวุธวิเศษ เพราะเคยถูกโจมตีทะลวงมาแล้วโดยอาวุธรัสเซีย

รัสเซียเตือนว่าการส่งอาวุธให้ยูเครนเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการสันติภาพ และถือว่าเป็นเป้าหมายชอบธรรมทางทหาร ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่า สหรัฐฯ จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนจากเยอรมนีสำหรับข้อตกลงนี้

ภ.2 ผนึกกำลัง 3เอ็ม – สสส. – ทิพยประกันภัย ยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ส่งมอบแถบสะท้อนแสงตามมาตรฐานกรมขนส่งฯ พร้อมเดินหน้าโครงการ “ถนนปลอดภัย ภ.2”

(30 ก.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) รับมอบแถบสะท้อนแสงคุณภาพสูงจาก บริษัท 3เอ็ม ประเทศไทย จำกัด เพื่อนำไปติดตั้งในรถบรรทุก รถซาเล้ง รถเพื่อการเกษตร และรถจักรยานยนต์ที่ไม่มีไฟท้าย ตามกฎหมายที่ประกาศโดยกรมการขนส่งทางบก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในเวลากลางคืน

ในโอกาสเดียวกัน ได้รับมอบกรวยยางจราจรคุณภาพสูง เพื่อสนับสนุน “โครงการถนนปลอดภัย ภ.2” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีตัวแทนคือ คุณดาวยศ คำแก้ว, คุณฬุฎารัช เข็มสุวรรณ์, คุณเรวดี ทวีเดช พร้อมด้วย บมจ.ทิพยประกันภัย โดย คุณศิขเรศ ศิริมงคล ผู้อำนวยการฝ่าย ธุรกิจภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมเป็นกำลังสำคัญในความร่วมมือนี้
รวมทั้ง​ พล.ต.ต.สันติ์นที​ ประยูรรัตน์
ผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ​(สสส.)​ เข้าร่วมด้วย​ เพื่อยกระดับ​ สุขภาวะชุมชน​ และความปลอดภัยบนถนนจากอุบัติเหตุอันเกิดจากรถใหญ่และช่วยป้องกันเหตุให้รถเล็กอีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ยิ่งยศ ยังได้รับมอบน้ำดื่มทิพยเพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านความมั่นคงในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 โดยจะนำไปใช้ในการปฏิบัติงานต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในการประชุมบริหารประจำเดือนของตำรวจภูธรภาค 2 ณ ห้องประชุม ภ.2 อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

🚗 คนรักรถห้ามพลาด! โซน MIND Motor Show ที่ อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 รวมรถจาก 19 ค่ายดัง พร้อมดีลสุดแรงแห่งปี ใจสั่นแน่นอน!

คนรักรถห้ามพลาด! โซน MIND Motor Show ที่ อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 รวมรถจาก 19 ค่ายดัง พร้อมดีลสุดแรงแห่งปี ใจสั่นแน่นอน!

ดีลสุดร้อนแรง
💰 จองรถในงาน ลุ้นทองคำ 1 บาท แจกทุกวัน!
⚡ ทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดก่อนใคร
💥 ดีลเฉพาะในงานเท่านั้น!
– โตโยต้า: ส่วนลดหลักแสน
– ฮอนด้า: ดอกเบี้ยพิเศษ
– อีซูซุ: ดาวน์น้อย ผ่อนสบาย
– และอีกหลายค่ายที่ขนโปรแรงมาแบบจัดเต็ม!

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาเจอ “รถที่ใช่ ดีลที่ชอบ” ที่นี่ที่เดียว!

📍 31 ก.ค. – 3 ส.ค.
🕙 10.00 – 21.00 น.
📍 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

อินโดนีเซียเซ็นซื้อ ‘เครื่องบินขับไล่ KAAN’ จากตุรกี 48 ลำ เสริมเขี้ยวเล็บทัพฟ้า!! หลังเพิ่งซื้อ Rafale จากฝรั่งเศส 42 ลำ

(29 ก.ค. 68) กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียเผยว่า ได้ลงนามสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่ KAAN จำนวน 48 ลำ จากตุรกี โดยพิธีลงนามเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ระหว่างงานแสดงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศนานาชาติที่นครอิสตันบูล ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการปรับปรุงยุทโธปกรณ์ของอินโดนีเซีย

ก่อนหน้านี้ อินโดนีเซียได้สั่งซื้อเครื่องบินรบราฟาเอล (Rafale) จากฝรั่งเศส 42 ลำ มูลค่า 8.1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 297,000 ล้านบาท) ในปี 2022 และกำลังพิจารณาจัดซื้อเครื่องบิน J-10 ของจีน และ F-15EX ของสหรัฐฯ เพิ่มเติมอีกด้วย เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกองทัพอากาศ

สำหรับเครื่องบินรบ KAAN เป็นเครื่องบินรบรุ่นใหม่ของตุรกีที่เพิ่งขึ้นบินครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว โดยใช้เครื่องยนต์ F-110 ที่ผลิตโดยบริษัท GE Aerospace ในสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับ F-16 และคาดว่าจะเริ่มผลิตจำนวนมากในปี 2028 อย่างไรก็ตามทั้งอินโดนีเซียและตุรกียังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดมูลค่าสัญญาหรือกำหนดส่งมอบ

นอกจากลงนามสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่ KAAN แล้ว อินโดนีเซียยังลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับอู่ต่อเรือ TAIS ของตุรกี เพื่อจัดซื้อเรือฟรีเกต Milgem Istif-class อีก 2 ลำ ซึ่งแสดงถึงความร่วมมือด้านกลาโหมที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างสองประเทศในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top