Wednesday, 10 June 2026
Hard News Team

รวมพลัง ภาครัฐ-เอกชนจัดกิจกรรมเก็บขยะใต้ทะเล-ปล่อยเต่าทะเล-ปลาฉลามเฉลิมพระเกียรติ ร.10

(28 ก.ค. 68) ณ เกาะล้าน ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เก็บขยะ - ปล่อยเต่าทะเล - ปล่อยปลาฉลาม” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ กลุ่ม Pattaya Scuba Club, เมืองพัทยา, บริษัท ชีพาราไดซ์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วน ทั้งจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ โดยมีผู้ร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายสุเทพ เจือละออง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2, พ.ต.ท.ต่อลาภ ตินะมาตร สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจท่องเที่ยวพัทยา, นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา, สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี, สมาชิกสภาเมืองพัทยา, เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว, ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว, นักดำน้ำ และประชาชนชุมชนเกาะล้าน

ภายใต้ชื่อกิจกรรม “Pattaya Underwater Cleaning” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ดำเนินการเก็บขยะใต้ทะเลบริเวณรอบเกาะล้าน ร่วมกับกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยการปล่อยเต่าทะเลและปลาฉลามคืนสู่ท้องทะเล สะท้อนพลังความร่วมมืออันแข็งแกร่งในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ของเมืองพัทยา

เมืองพัทยา ให้ความสำคัญการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่เน้นการท่องเที่ยวควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่นำแนวนโยบายมาสู่การลงมือปฏิบัติจริง เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นถึงคุณค่าของธรรมชาติ

และที่น่าชื่นชมเป็นพิเศษคือ การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วม ถือเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างจิตวิญญาณแห่งการอนุรักษ์ เพื่อส่งต่อทะเลที่สะอาดและยั่งยืนเป็นมรดกแก่คนรุ่นหลัง ตอกย้ำเป้าหมายของเมืองพัทยาในการก้าวสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างแท้จริง

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

‘อิหร่าน’ นำเข้า!! เครื่องบินโบอิ้ง 777 มือสอง 5 ลำ หลบเลี่ยง!! มาตรการคว่ำบาตร จากสหรัฐฯ และอียู

(28 ก.ค. 68) เครื่องบิน โบอิ้ง 777-212ER จำนวน 5 ลำ ที่เคยเป็นของสายการบิน Singapore Airlines เดินทางจากสนามบินนานาชาติเสียมราฐของกัมพูชา มุ่งหน้าเข้าสู่อิหร่าน โดยมีการปิดสัญญาณติดตาม ADS-B ระหว่างบินผ่านน่านฟ้าอัฟกานิสถาน เพื่อเลี่ยงการถูกตรวจสอบจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป

เส้นทางซับซ้อน: เครื่องบินเหล่านี้ผลิตระหว่างปี 2001–2003 เคยให้บริการใน Singapore Airlines และต่อมาอยู่ในฝูงบินของ NokScoot สายการบินลูกของไทย ก่อนจะถูกจอดเก็บในออสเตรเลียช่วงโควิด-19

หลัง NokScoot ล้มละลาย เครื่องบินถูกบริษัทอเมริกัน Ion Aviation เข้าซื้อ แล้วถูกพาไปยังเมืองหลานโจว (จีน), จากนั้นไปยังจาการ์ตา (อินโดนีเซีย) และต่อไปกัมพูชา ก่อนจะเดินทางเข้าสู่อิหร่านในที่สุด

กลยุทธ์เลี่ยงคว่ำบาตร: เครื่องบินถูกจดทะเบียนชั่วคราวภายใต้รหัสประเทศมาดากัสการ์ (5R-HER, 5R-IJA, 5R-ISA, 5R-RIJ, 5R-RIS) เพื่อซ่อนตัวตนและเจ้าของที่แท้จริง

ปลายทาง: เครื่องบินทั้ง 5 ลำลงจอดที่เมือง Mashhad, Zahedan และ Chabahar คาดว่าจะเข้าร่วมฝูงบินของสายการบิน Mahan Air ซึ่งเคยถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรฐานหนุนภารกิจของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC)

‘หมอตุลย์’ ลั่น!! ไม่ยอมรับข้อตกลงของ ‘ภูมิธรรม’ กรณี ‘ไทย – กัมพูชา’ ชี้!! มีท่าทีขัดขวาง ความมั่นคง เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของกองทัพ

(28 ก.ค. 68) นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ประกาศจุดยืนผ่านแถลงการณ์ถึงสื่อมวลชนว่า ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ขอประกาศไม่ยอมรับผลและข้อตกลงใดๆ ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี จะไปทำการเจรจาตกลงใดๆ กับตัวแทนของประเทศกัมพูชา ณ ประเทศมาเลเซีย

เนื่องจากนายภูมิธรรม เวชยชัย มีพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจ ในสถานการณ์ไทย-กัมพูชา มีท่าทีขัดขวางและเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของกองทัพ และฝ่ายความมั่นคง ให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ล่าช้าต่อสังคมไทยโดยตลอด จึงเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดแจ้งให้รัฐบาล และประชาชนไทย และสังคมโลกทราบด้วย ด้วยความวิตกกังวล

‘กระทรวงพลังงาน - กฟผ.’ ลงพื้นที่!! ‘ศรีสะเกษ – สุรินทร์’ ให้กำลังใจ พร้อมหนุนเสบียงช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยชายแดน

เมื่อวานนี้ (27 ก.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายวิภู พิวัฒน์ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และ กฟผ. ลงพื้นที่สร้างขวัญกำลังใจ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยสนับสนุนอาหารปรุงสุก ขนมสำหรับเด็ก และน้ำดื่มจำนวน 1,500 ขวด แก่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ผู้ประสบภัยจังหวัดศรีสะเกษ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนวัตถุดิบประกอบอาหาร ขนมสำหรับเด็ก และน้ำดื่มจำนวน 1,000 ขวด แก่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ผู้ประสบภัยจังหวัดสุรินทร์ 

นอกจากนี้ กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและยานพาหนะ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที และพร้อมเคียงข้างคนไทยทุกวิกฤต

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดโครงการอุปสมบทหมู่ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

(27 ก.ค. 68) เวลา 16.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะและเจริญพระพุทธมนต์สมโภชนาค และพิธีมอบบาตรและผ้าไตร แก่ผู้เข้าร่วมโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568 และถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 93 พรรษา 12 สิงหาคม 2568 ณ มณฑลพิธีลานพระศรีมหาโพธิ์ และพิธีบรรพชาและอุปสมบท ณ พระอุโบสถ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร

โครงการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม - 10 สิงหาคม 2568 รวม 20 วัน โดยมีข้าราชการตำรวจจากทั่วประเทศร่วมอุปสมบทหมู่ จำนวน 93 นาย ซึ่งหลังจากบรรพชาและอุปสมบทแล้ว คณะสงฆ์จะศึกษาพระปริยัติธรรม ปฏิบัติศาสนกิจและปฏิบัติธรรม ณ วัดโบสถ์ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม - 9 สิงหาคม 2568 และมีพิธีลาสิกขา แสดงตนเป็นพุทธมามกะ วันที่ 10 สิงหาคม 2568

ผบช.ภ.2 เน้นย้ำ “หยุดแชร์ หยุดโพสต์ข้อมูลอ่อนไหว” เพื่อความมั่นคงของชาติ ตำรวจภูธรภาค 2 เดินหน้าดูแลความสงบชายแดนเต็มกำลัง

(28 ก.ค. 68) พล.ต.ต.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ รอง ผบช.ภ.2 / โฆษก ภ.2 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) แสดงความห่วงใยสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยได้กำชับทุกหน่วยในสังกัด ภ.2 ให้เพิ่มมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยทั้งในพื้นที่แนวหน้า และพื้นที่ชุมชนเมือง รวมถึงเน้นย้ำไปยังประชาชนทั่วไปให้ “หยุดแชร์ หยุดโพสต์ข้อมูลอ่อนไหว” ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

ข้อมูลที่ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการโพสต์/แชร์ในช่วงนี้ ได้แก่ :
• ภาพหรือคลิปการเคลื่อนกำลังทหาร/ตำรวจ
• พิกัดจุดยุทธศาสตร์ ศูนย์พักพิง หรือเส้นทางลำเลียงกำลังพล
• ข้อมูลอ่อนไหวที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
• ข่าวลือจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ

“แม้เจตนาจะเป็นไปเพื่อการให้ข้อมูล แต่การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ผ่านการกลั่นกรอง อาจเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตรงข้าม และเป็นภัยต่อประเทศโดยไม่รู้ตัว” พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2 กล่าว

ตำรวจภูธรภาค 2 มีพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว และนครนายก โดยมีภารกิจหลักในการ:
• ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่
• ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
• สนับสนุนความมั่นคงตามแนวชายแดน
• ให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์

ในช่วงสถานการณ์ชายแดนตึงเครียด ตำรวจภูธรภาค 2 ได้บูรณาการร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเต็มที่

ปัจจุบันได้จัดกำลังเสริมสนับสนุนพื้นที่ชายแดน จังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และตราด มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ตรวจพื้นที่เสี่ยงทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงดูแลความปลอดภัยในพื้นที่พักพิงและพื้นที่ชุมชนด้านหลัง หากประชาชนพบเห็นการกระทำต้องสงสัย หรือมีข้อมูลที่ควรรายงาน สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้ทันท่วงที

ร่วมกันเป็นหูเป็นตาให้บ้านเมือง งดโพสต์ งดแชร์ข้อมูลลับ เพื่อความปลอดภัยของชาติ “ความลับทางยุทธศาสตร์ คือเกราะป้องกันแผ่นดินไทย”

‘พีระพันธุ์’ ลงพื้นที่!! ‘ศรีสะเกษ’ ให้กำลังใจชาวบ้าน และครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุปะทะ!! ‘ไทย-กัมพูชา’ พร้อมเร่ง!! อนุมัติ เงินช่วยเหลือเยียวยา

(26 ก.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้อพยพ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.ศรีสะเกษ และมอบกระเช้าให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยมีนายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษและหัวหน้าส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับ 

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวว่า วันนี้มาดูแลพี่น้องประชาชน มาสร้างขวัญกำลังใจ แล้วก็มาดูสภาพความเป็นอยู่ และสภาพของศูนย์พักพิง ที่เราช่วยดูแลประชาชนกันอยู่วันนี้ ก็ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เป็นกำลังใจ รวมถึงขอบคุณทางเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทุกคนทุกระดับที่มาช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ด้วย

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า จากการพบปะพูดคุยกับประชาชน ตอนนี้ทุกคนก็มีขวัญกำลังใจดี แต่ทุกคนก็เป็นห่วงในเรื่องทรัพย์สิน เป็นห่วงบ้าน บางคนก็อยากจะกลับไปอยู่บ้านแล้ว แต่ตนก็เตือนให้ระมัดระวัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ไม่อยากให้กลับไปอยู่บ้านในตอนนี้ เพราะตอนนี้มันอันตรายมาก โดยในส่วนที่ตนมาวันนี้ในฐานะเป็นประธานกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ก็ได้อนุมัติเงินให้กับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และทหารพราน ด้วย ซึ่งวันนี้ก็ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของ ผู้เสียชีวิตในร้านสะดวกซื้อภายในปั้มน้ำมัน และอีกครอบครัวหนึ่ง ก็สูญเสียลูกชาย ซึ่งจะได้เร่งตรวจสอบความถูกต้อง และจะได้เร่งอนุมัติเงินช่วยเหลือให้อย่างเร่งด่วนต่อไป

‘ลุงป้อม’ ส่งสาร!! ถึงทหารไทยทุกนาย ภารกิจพิทักษ์ชาติ คือ เกียรติสูงสุดของชีวิต

(26 ก.ค. 68) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอดีตผู้บัญชาการทหารบก ได้แสดงจุดยืนและส่งสารถึงกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ว่า “แม้จะอยู่ท่ามกลางเสียงปืนและความตึงเครียดในสมรภูมิรบ แต่เพื่อนทหารไทยยังยืนหยัดต่อสู้ใต้ผืนธงไตรรงค์ เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ด้วยหัวใจของทหารไทยที่ยอมตายเพื่อชาติ”

พล.อ.ประวิตร ย้ำว่า กำลังพลตามแนวชายแดนคือแนวหน้าในการปกป้องเอกราชของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สถานการณ์ในพื้นที่มีความเปราะบางและจำเป็นต้องใช้สติ ปัญญา ความกล้าหาญ และความเสียสละสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลาม

“ทหารไทยทุกนาย คือผู้แบกรับศักดิ์ศรีของชาติ เป็นปราการสุดท้ายของแผ่นดิน ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนในแนวหน้า ปฏิบัติภารกิจด้วยเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของทหารไทย” พล.อ.ประวิตร กล่าวทิ้งท้าย

‘รัฐบาล’ เชิญชวน!! บริจาคเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยชายแดน ‘ไทย-กัมพูชา’ ผ่าน!! กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี

(26 ก.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่ารัฐบาลประสานเปิดช่องทางในการรับบริจาคทางการ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่าน “กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ประสงค์ร่วมช่วยเหลือ ในชื่อบัญชี: กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี: 067-0-06895-0 (ยอดเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-283-4319, 0-283-4324, 06-3081-4921 หรือเว็บไซต์ www.opm.go.th

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังได้จัดตั้ง “ศูนย์ส่งต่อกำลังใจจาก กทม. สู่ผู้ประสบภัยชายแดน” เปิดรับบริจาคสิ่งของจำเป็นตลอด 24 ชั่วโมง ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ห้องรัตนโกสินทร์ และที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต (เวลา 08.30 – 16.30 น.) โดยมีรายการสิ่งของที่ขาดแคลน คือ เสื้อ มุ้ง ปลั๊กไฟ ยากันยุง ผ้าอ้อม ผ้าอนามัย ขัน สบู่ แชมพู ยาสีฟัน แปรงสีฟัน

ส่วนสิ่งของที่ไม่รับบริจาค คือ น้ำดื่ม เสื้อผ้ามือสอง และอาหารสด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2224 2947, 0 2224 2953


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top