Wednesday, 10 June 2026
Hard News Team

'บิ๊กเล็ก' สั่งเหล่าทัพ เร่งเสนอแผนจัดหายุทโธปกรณ์ด่วน เตรียมขอรัฐบาลอนุมัติจัดซื้อแบบเจาะจงทดแทนของเดิม

‘พล.อ.ณัฐพล’ รมช.กลาโหม สั่งเหล่าทัพทำลิสต์ความต้องการยุทโธปกรณ์เร่งด่วนทดแทนของเดิมส่ง ผบ.ทสส. พิจารณา เสนอรัฐบาลจัดซื้อแบบเจาะจง มั่นใจ ครม.อนุมัติซื้อกริพเพน แน่รอฟังครบทุกความเห็นหน่วยงาน

(30 ก.ค.68) ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่าได้สั่งการในที่ประชุมสภากลาโหม ให้ทุกเหล่าทัพเสนอความต้องการงบประมาณในการจัดหายุทโธปกรณ์ทั้งอาวุธ กระสุน และอาวุธปืนที่ต้องการ เพื่อทดแทนของเดิมที่ได้ปฏิบัติการในช่วงที่ผ่านมาที่ชำรุดเสียหาย โดยให้เร่งจัดเสนอความต้องการขึ้นมาด่วนซึ่งทางรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนและจะขออนุมัติจากรัฐบาล ในการยกเว้นกรรมวิธีจัดหา ให้เป็นแบบเฉพาะเจาะจง เพราะหากดำเนินตามวิธีปกติอาจจะต้องรอไปถึงปี 2570 ถึงจะได้อุปกรณ์เหล่านั้น แต่เราต้องการเร่งด่วนเพื่อมาทดแทน จึงต้องทำให้เร็วที่สุด และนำประสบการณ์ในครั้งนี้มาดูว่าจะต้องเสริมยุพปกรณ์อะไรขึ้นมา โดยให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดบูรณาการ และจัดเรียงตามลำดับตามความเร่งด่วน สมมุติว่ามีความต้องการ 50 รายการใช้งบ 1 หมื่นล้านบาทแต่รัฐบาลให้ได้เพียง 5 พันล้านบาท ก็จะนำมาตัดดูว่าจะได้แค่ไหน

ส่วนโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพอากาศ เรื่องได้เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า การนำเข้าที่ประชุม ครม. ต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานต่างๆ ให้ครบ เพราะคราวที่แล้วยังส่งความเห็นไม่ครบ ยืนยันว่ารัฐบาลอนุมัติแน่ เพียงแต่รอขั้นตอนตอบความเห็นมาให้ครบ หากอนุมัติไปแล้วอาจจะมีปัญหา เช่นหากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)

ไม่เห็นด้วย จึงต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เชื่อว่าจะเห็นด้วยอยู่แล้ว

สหรัฐฯ ข่มขู่จีน เตรียมรีดภาษีอ่วม 500% ถ้ายังนำเข้าน้ำมันคว่ำบาตรจากรัสเซีย แต่ทางปักกิ่งยังนิ่ง!!

(30 ก.ค. 68) สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนจีนว่าอาจถูกเก็บภาษีสูงถึง 500% หากยังนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตร โดย เบสเซนต์ แถลงหลังจบการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน ที่กรุงสตอกโฮล์มเมื่อ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าร่างกฎหมายของสภาคองเกรสเปิดทางให้สหรัฐฯ เก็บภาษีขั้นสูงกับประเทศที่ซื้อพลังงานจากรัสเซีย

เบสเซนต์กล่าวว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายลดรายได้ของรัสเซียจากภาคพลังงาน และคาดว่าชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ จะร่วมดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

จีนตอบโต้ว่า จะยังคงตัดสินใจเรื่องพลังงานตามนโยบายภายในประเทศ และย้ำจุดยืนเรื่องอธิปไตย โดยเบสเซนต์เปิดเผยว่า “จีนจริงจังกับอธิปไตยมาก ถ้าจะเสียภาษี 100% ก็ยอมดีกว่าถูกบังคับ”

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังแสดงความกังวลต่อการที่จีนยังซื้อพลังงานจากอิหร่าน และจำหน่ายเทคโนโลยีสองทาง (ใช้ได้ทั้งพลเรือนและการทหาร) ให้รัสเซีย มูลค่ากว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อความร่วมมือทางการค้าระหว่างจีนกับยุโรปในอนาคต

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ออกมาประกาศให้เวลารัสเซียเพียง 10 วันในการตกลงหยุดยิงกับยูเครน หากไม่สำเร็จ สหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการทางภาษีและคว่ำบาตรเต็มรูปแบบ พร้อมระบุว่า “ไม่ต้องการลงโทษชาวรัสเซีย แต่สิ่งที่ปูตินทำอยู่มันเกินจะยอมรับได้”

เคทีซี รวม 3 คำถามเอาชนะใจตัวเอง คิดก่อนให้ถ้วนถี่ “เราซื้อของ หรือของซื้อเรา”

(30 ก.ค. 68) เราซื้อของ หรือของซื้อเรา 3 คำถามเอาชนะใจตัวเองก่อนเสียเงิน ในยุคที่การใช้จ่ายเพียงปลายนิ้วสามารถเปลี่ยนยอดเงินในบัญชีให้ลดลงได้อย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ “ซื้อก่อน คิดทีหลัง” ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความสะดวกสบายของเทคโนโลยีและการตลาดในยุคดิจิทัล แม้ผู้บริโภคยุคใหม่จะให้ความสำคัญกับการออมแต่การซื้อสินค้าโดยไม่ไตร่ตรองอย่างละเอียดก็ยังเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้เกิดการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น 

จากการสำรวจของ Deloitte พบว่า กลุ่ม Millennials ไปจนถึง Gen Z มีแนวโน้มใช้จ่ายแบบอิงอารมณ์สูงขึ้น ในขณะที่รายงานจาก McKinsey & Company ระบุว่า พฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคในกลุ่มนี้มีความเปราะบางต่อแรงกระตุ้นจากการจัดโปรโมชันลดราคา การรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ และการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นในโซเชียล ซึ่งมักนำไปสู่การตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็ว เคทีซีจึงได้รวบรวม 3 คำถามที่ควรหยิบมาใช้ก่อนกดซื้อทุกครั้ง เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจใช้จ่ายได้อย่างมีสติ 

1. เราจะใช้สิ่งนี้ภายใน 7 วันหรือไม่
ผู้ประกอบการนิยมใช้เทคนิคเพื่อเพิ่มยอดขาย อาทิ การจัดโปรโมชันลดราคาแบบจำกัดเวลา การวางสินค้าใกล้จุดชำระเงิน หรือการวางสินค้าที่มักจะซื้อคู่กันไว้ใกล้ ๆ กันเพื่อกระตุ้นให้ซื้อทั้งสองอย่าง ทำให้ผู้บริโภคเกิดการซื้อโดยแรงกระตุ้น (impulse buying) การตั้งตัวกรองเวลาก่อนซื้อจะช่วยแยกความอยากได้ออกจากความจำเป็นอย่างชัดเจน หากสินค้าที่ซื้อไม่ได้ถูกใช้งานภายใน 7 วัน หรือไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าการซื้อนั้นไม่มีเหตุผลเพียงพอและอาจทำให้เสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จริง

2. พรุ่งนี้เรายังอยากได้อยู่ไหม
ความอยากได้สินค้ามักเกิดขึ้นชั่วคราวและมักจะหายไปอย่างรวดเร็ว การเว้นระยะเวลาก่อนกลับมาตัดสินใจซื้อจะช่วยปรับอารมณ์และทำให้เห็นความจำเป็นของการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น แม้แบรนด์จะใช้กลยุทธ์การตลาดเพื่อเร่งการตัดสินใจ อาทิ ลดราคาวันนี้เท่านั้น หรือเหลือเพียง 3 ชิ้นสุดท้าย แต่บ่อยครั้งสินค้าเหล่านั้นอาจจะไม่ได้หมดเร็วอย่างที่โฆษณาไว้ การชะลอจังหวะซื้อจึงไม่เพียงช่วยประหยัดเงิน แต่ยังเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดในระยะยาว

3. สิ่งนี้ทำให้เรารู้สึกดีได้นานแค่ไหน
ผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่สะท้อนตัวตนและอัตลักษณ์บนโลกออนไลน์ จึงเกิดปรากฏการณ์การซื้อสินค้าเพื่อความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งมากกว่าการใช้งานจริง การถามตัวเองถึงระยะเวลาของความสุขหรือความพึงพอใจที่ได้รับจากการซื้อ จะช่วยให้ตัดสินใจใช้จ่ายบนพื้นฐานของคุณค่าที่แท้จริง มากกว่าตอบสนองกระแสชั่วคราวหรือความต้องการแบบฉาบฉวย

บนโลกที่เต็มไปด้วยแรงจูงใจทางการตลาดและความสะดวกในการเข้าถึงสินค้า ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีทักษะคิดก่อนใช้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานตอนต้น หรือคนรุ่นใหม่ที่ต้องให้ความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการพร้อมกับการมีรากฐานทางการเงินที่มั่นคง เคทีซี พร้อมเป็นพันธมิตรที่สนับสนุนทุกการใช้จ่ายอย่างมีสติและคุ้มค่าในยุคที่เงินทุกบาททุกสตางค์สามารถแปรเปลี่ยนได้ทั้งความสุข ความมั่นคง และคุณค่าของชีวิต การตั้งคำถามกับตัวเองก่อนตัดสินใจจะช่วยให้ทุกการใช้จ่ายมีความหมายมากกว่าที่เคย

ทัพเรือภาคที่ 1 ปลดประจำการทหารกองประจำการอย่างสมเกียรติ

ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีปลดทหารกองประจำการ  จำนวน 9 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติอย่างสมศักดิ์ศรีจนครบวาระ พร้อมมอบของที่ระลึกเพื่อเป็นเกียรติแก่ความเสียสละและความภาคภูมิใจในฐานะ "ลูกผู้ชายไทย"

ในพิธี พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ได้กล่าวให้โอวาทแก่ทหารว่า “ขอให้ทุกท่านจงภาคภูมิใจในหน้าที่ที่ได้กระทำไว้ และจงนำความรู้ ประสบการณ์ และวินัยที่ได้รับ ไปใช้ในชีวิตข้างหน้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอให้จดจำคำปฏิญาณในวันนี้ไว้เสมอ และพร้อมกลับมารับใช้ชาติเมื่อชาติต้องการ”

พิธีในวันนี้ เต็มไปด้วยความอบอุ่น และความภูมิใจ ท่ามกลางการแสดงความยินดีจากผู้บังคับบัญชา

สมนึก เชื้อสนุก/รายงาน

Samsung ปาดหน้า TSMC ปิดดีลกับ Tesla ลุยผลิตชิปรุ่นใหม่ AI6 มูลค่ากว่า 6 แสนล้าน

(30 ก.ค. 68) อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา (Tesla Motors) ประกาศว่าบริษัทได้ลงนามข้อตกลงผลิตชิปรุ่นใหม่ AI6 กับซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังจากเกาหลีใต้ ในมูลค่าสูงถึง 16.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 6 แสนล้านบาท) ชิปนี้จะถูกใช้ในเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติรุ่นถัดไปของเทสลา และจะผลิตที่โรงงานของซัมซุงในเมืองเทย์เลอร์ รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ

ข้อตกลงนี้ถือเป็นการช่วยฟื้นธุรกิจผลิตชิปตามสั่งของซัมซุงที่กำลังเผชิญปัญหา โดยมัสก์ระบุว่าเทสลาจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และเขาเองก็จะเข้าไปดูแลกระบวนการด้วยตัวเอง

ขณะที่หุ้นซัมซุงพุ่งขึ้นกว่า 6% หลังประกาศข่าว โดยดีลนี้จะมีผลจนถึงสิ้นปี 2033 และนับเป็นอีกก้าวในยุทธศาสตร์ด้านชิปของเทสลา ซึ่งก่อนหน้านี้ชิปรุ่น A14 ใช้บริการจากซัมซุง ขณะที่ชิปรุ่น AI5 จะผลิตโดย TSMC ทั้งในไต้หวันและโรงงานแห่งใหม่ในรัฐแอริโซนา

แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าดีลนี้เชื่อมโยงกับประเด็นการค้าระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ หรือไม่ แต่นักวิเคราะห์มองว่าข้อตกลงนี้อาจช่วยให้เกาหลีใต้มีแต้มต่อในการหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และยังเป็นชัยชนะสำคัญของซัมซุงที่ก่อนหน้านี้เสียลูกค้าให้ TSMC ต่อเนื่อง

เสียงสะท้อนจากแนวหน้า ‘ทหารกัมพูชา’ กับความ “น้อยเนื้อต่ำใจ” เหมือนถูกทอดทิ้งกลางสมรภูมิ

(30 ก.ค. 68) [ข่าวลือวงใน] เสียงสะท้อนจากแนวหน้า ทหารกัมพูชา “น้อยเนื้อต่ำใจ” เหมือนถูกทอดทิ้งกลางสมรภูมิ

ท่ามกลางความเงียบเชียบของแนวปะทะที่เพิ่งสงบลง กระแสความไม่พอใจและความน้อยเนื้อต่ำใจในหมู่ทหารแนวหน้ากัมพูชายังคงคุกรุ่น โดยแหล่งข่าวภายในที่ไม่ประสงค์ออกนามเผยว่า มีกระแสตัดพ้ออย่างหนักจากกำลังพลระดับล่าง ที่รู้สึกว่า “ถูกทอดทิ้ง” และ “ไม่มีใครเห็นคุณค่า” ของพวกเขาในสมรภูมิจริง

หนึ่งในคำกล่าวที่สะท้อนความรู้สึกนี้ได้ดีที่สุด คือคำพูดของทหารนายหนึ่งที่กล่าวว่า
“ตอนออกรบเราอยู่แนวหน้า ตอนเจ็บเจียนตายไม่มีใครถามหา แต่พอได้หน้า ได้กล้อง ได้คำชมกลับเป็นของคนอื่น”

ความรู้สึกนี้เกิดจากหลายเหตุการณ์สะสม โดยเฉพาะการที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงเคยให้คำมั่นสัญญาว่า หากกองทัพอากาศไทยโจมตีอีกครั้ง จะใช้จรวด KS-1C ยิงตอบโต้ทันที และจะไม่ลังเลในการใช้ระบบ PHL-03 เพื่อปกป้องแนวหน้า แต่เมื่อถึงเวลาจริง ไม่เพียงแต่ไม่มีการยิงตอบโต้ จรวดและระบบอาวุธกลับถูกเก็บเงียบไว้ราวกับไม่เคยมีคำมั่นนั้นอยู่เลย

ผลที่ตามมาคือความสูญเสียจำนวนมาก ทหารหลายสิบรายได้รับบาดเจ็บ บางส่วนเสียชีวิตโดยไม่มีแม้แต่การสนับสนุนจากเบื้องหลัง ท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งการปะทะตรงหน้าและความรู้สึกว่าถูกทอดทิ้งจากข้างหลัง

ไม่เพียงเท่านั้น การปรากฏตัวของหน่วย BHQ – หน่วยรบพิเศษที่ได้รับการฝึกอย่างดีและมีอาวุธล้ำสมัย – ในช่วงท้ายของการสู้รบเพียงไม่กี่นาทีก่อนเวลาหยุดยิง ก็ยิ่งสร้างบาดแผลในใจของทหารแนวหน้า หลายคนรู้สึกว่าพวกเขาถูกใช้เป็น “เกราะ” รองรับแรงปะทะตั้งแต่ต้น โดยไม่มีใครมาช่วยแม้แต่น้อย แต่กลับต้องทนดูหน่วยพิเศษเหล่านี้ “คว้าชัย” ไปพร้อมเสียงปรบมือจากผู้บัญชาการและประชาชน

แรงกดดันที่ถาโถมจากทั้งศัตรู การขาดการสนับสนุน และภาพลักษณ์ที่ไม่เป็นธรรมนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกว่า พวกเขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อชาติ หากแต่เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเองท่ามกลางความเย็นชาและความเฉยเมยของผู้มีอำนาจ

แม้ทั้งหมดจะยังเป็นเพียง “ข่าวลือวงใน” แต่เสียงสะท้อนนี้อาจสะท้อนความปริแตกภายในกองทัพกัมพูชาที่กำลังก่อตัวอย่างเงียบ ๆ และไม่อาจมองข้ามได้

เชิงประจักษ์ ลดค่าไฟ 4 บาท เหลือ '3.2' บาท Technology ไทย ล้ำสมัย พิสูจน์จริง : เพิ่ม Yield Solar เก่า 8% ลดค่าไฟฟ้า20% คืนทุน 1 ปี

“บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด” นำล้ำเทคโนโลยี ติดตั้งหม้อแปลง AI Low Carbon รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ (NiA) ช่วยโลกลดคาร์บอน ลดโลกร้อน “เจริญชัย-Erdi-CMU-KMUTT” พร้อมตี Journal IEEE ประเทศญี่ปุ่น

บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ขอขอบคุณ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด ที่ช่วยสนับสนุนส่งเสริมสินค้าไทยซึ่งสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NiA) บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) สาขาลำพูน ทำการติดตั้งหม้อแปลง AI Transformer (หม้อแปลง Low Carbon) ขนาด 2000 kVA. ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา โดยบริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ MOU ลงนามความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่ม MOU ได้ร่วมวิจัยเกี่ยวกับ Platform บริหารจัดการพลังงานสะอาดสูงสุด (Platform AI บริหารจัดการ Solar กับ Energy Storage  ด้วยหม้อแปลง IoT (Low Carbon) ประโยชน์สูงสุดและเสถียรภาพ พร้อมทำ AI Net Zero Go To Near Zero, AI Cut Peak Demand, AI Saving, AI Sustainability, AI Increase old Solar 6-8% และประหยัดค่าไฟฟ้าใช้งานจริงและพิสูจน์จริง ได้มีการประชุมและรายงานผลเบื้องต้น จากการวิเคราะห์หลังติดตั้งหม้อแปลง AI พบว่าสามารถลดการใช้พลังงานได้ประมาณ 20.28% และการเพิ่มผลผลิตโซลาร์เก่า 6-8% โดยมีระยะเวลาคืนทุนราว 11 เดือน ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนในเชิงกราฟและข้อมูลอื่นๆ เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพื่อให้การวิเคราะห์ในเชิงวิชาการมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ทางบริษัทและกลุ่มพันธมิตรเล็งเห็นว่า ข้อมูลของบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด มีผลลัพธ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพื่อให้การวิเคราะห์ในเชิงวิชาการมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเพื่อระบุปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในการขอความอนุเคราะห์ตีพิมพ์ Journal วารสาร IEEE (16th International Conference on Power, Energy, and Electrical Engineering (CPEEE 2026) to be held in Osaka, Japan during March 6-8, 2026.)  เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเป็นหนึ่งในบริษัทฯ ที่มีข้อมูลเป็นที่น่าสนใจ เพื่อนำมาวิเคราะห์ผลเชิงลึก ให้เป็นเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนในทางประสิทธิภาพเชิงกราฟและข้อมูลอื่นๆ 

‘ตชด.’ เพื่อนร่วมรบที่ยืนแนวหน้าเคียงข้างทหารไทย หัวใจรวมเป็นหนึ่งเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

เมื่อวันที่ (27 ก.ค.68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษตามนโยบายเร่งด่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศนรด.ตร.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญกำลังพล ณ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 

เพื่อยืนยันว่า…พวกเขาไม่ได้ยืนอยู่ลำพังในแนวหน้า

กำลังพล ตชด.21 คือด่านหน้าสำคัญในการดูแลความสงบเรียบร้อย
และร่วมปกป้องอธิปไตยไทยในพื้นที่ชายแดนติดกับกัมพูชา
ภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียดและเปราะบาง

ตำรวจและทหาร ยืนอยู่บนสมรภูมิเดียวกัน
แตกต่างในเครื่องแบบ — แต่มีหัวใจเดียวกัน
คือหัวใจที่ยืนหยัดเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

ตำรวจ ปส. ถล่มเครือข่ายยานรก ยึดยาบ้ากว่า 46.88 ล้านเม็ด ไอซ์ 1,408 กก. และคีตามีน 150 กก.รวบทั้งพระ นักบิน แก๊งส่งด่วน!

​เมื่อวันที่ (30 ก.ค.68) ณ บช.ปส. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขับเคลื่อน แผนปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ภายใต้ชื่อ “NO Drugs NO Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด” อย่างเป็นรูปธรรมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเป็นหนึ่งในแผนสำคัญที่รัฐบาลได้ประกาศให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง และภาคประชาชน ร่วมบูรณาการปฏิบัติการอย่างเข้มข้น เพื่อยุติปัญหายาเสพติดในทุกระดับ
​ผลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติในรอบเกือบ 10 เดือนที่ผ่านมา (1 ต.ค. 67 – 30 ก.ค. 68) เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ โดยมีการดำเนินคดี 210,780 คดี จับผู้ต้องหา 211,529 คน รวมทั้งจับตามหมายจับ 5,411 ราย พร้อมดำเนินคดีในข้อหาสมคบ สนับสนุน 3,122 คดี และข้อหาฟอกเงินอีก 235 คดี ของกลางที่ตรวจยึดได้มีปริมาณมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า จำนวน 851.66 ล้านเม็ด, ไอซ์ 41,137 กิโลกรัม, เฮโรอีน 1,209 กิโลกรัม, คีตามีน 5,512 กิโลกรัม, ยาอี 286,726 เม็ด ขณะเดียวกัน ยังสามารถ ยึดอายัดทรัพย์จากขบวนการค้ายาเสพติดได้ถึง 12,417 ล้านบาท
​นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเปิด “ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด” อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ตั้งแต่ มิ.ย.67 ถึง ก.ค.68 จำนวนรวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง ผลจากการปฏิบัติการดังกล่าวสามารถปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายได้ 9,252 เครือข่าย,  ตรวจค้นเป้าหมาย 33,242 จุด, ศาลอนุมัติหมายจับ 2,316 หมาย, ดำเนินคดี 61,420 คดี,  จับกุมผู้ต้องหา 62,616 คน, จับตามหมายจับได้ 3,346 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเพิ่มเติมอีกจำนวนมหาศาล ประกอบด้วย อาวุธปืน 2,849 กระบอก, ยาบ้า 329,773,549 เม็ด, เฮโรอีน 1,432.53 กิโลกรัม, คีตามีน 1,926.77 กิโลกรัม, ไอซ์ 27,974.43 กิโลกรัม, ยาอี 108,259 เม็ด, มูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ 4,580 ล้านบาท
​ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากนโยบายระดับสูงที่ขับเคลื่อนแบบบูรณาการ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่กำชับทุกหน่วยเร่งด่วนทำลายเครือข่ายตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติของ บช.ปส.

นำโดย พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส. พร้อม รอง ผบช. และ ผบก.ในสังกัด ที่ลงพื้นที่จริง ลุยสืบสวน สกัดจับ ขยายผล จนถึงยึดทรัพย์ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 1–30 ก.ค. 68 บช.ปส. ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร, นบ.ยส.35,ป.ป.ส., ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, กรมการปกครอง และหน่วยข่าวกรองทางทหาร จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญได้ถึง 19 คดี ผู้ต้องหา 45 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า 46.88 ล้านเม็ด, ไอซ์ 1,408 กิโลกรัม และ คีตามีน 150 กิโลกรัม ดังนี้ ​บก.ปส.1 : บุกจับ “พระอาจารย์บี” ยึดยาบ้า 881,600 เม็ด ไอซ์ 12 กิโลกรัม ​เมื่อวันที่ 9 ก.ค.68 เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.1 สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการลับกลางกรุง บุกจับ “พระอาจารย์บี” หรือ นายบรรณวัฒน์ พระลูกวัดชื่อดังย่านพระประแดง จว.สมุทรปราการ หลังพบพฤติกรรมใช้ผ้าเหลืองบังหน้า คุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ส่งยาทั่วกรุงเทพฯ สืบเนื่องจากการจับกุม นายชัยวัฒน์ พร้อมยาบ้าเกือบ 16,000 เม็ด และไอซ์ 732 กรัม เมื่อวันที่ 8 ก.ค.68 ที่ผ่านมา ซัดทอดว่าเป็นเครือข่ายของพระอาจารย์บี เจ้าหน้าที่จึงให้สายลับนัดส่งยาล็อตใหญ่ 40,000 เม็ด ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ตรงข้าม รพ.ศิครินทร์ เขตบางนา  เมื่อถึงจุดนัด พบ นายชูศักดิ์ ยืนอยู่ใกล้รถต้องสงสัย ฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน 2 กด 4XX กทม. ตรวจค้นพบยาบ้า 780,000 เม็ด และไอซ์ 12 กก. ซุกซ่อนในรถ ผู้ต้องหารับว่าเป็นเพียงคนส่ง เจ้าของยาคือ "พระอาจารย์บี" จำวัดอยู่ที่โยธินประดิษฐ์ จว.สมุทรปราการ และสามารถจับกุมพระอาจารย์บี ได้ขณะซ้อนท้ายจักรยานยนต์ออกจากวัด  ตรวจค้นกุฏิพบเครื่องชั่งดิจิตอล 2 เครื่อง และไปตรวจค้นห้องพักของนายชูศักดิ์ในซอยบางนา–ตราด 46 เมื่อตรวจสอบต่อ พบยาบ้าอีก 101,600 เม็ด รวมของกลางยาบ้า 881,600 เม็ด, ไอซ์ 12 กก., รถยนต์ 1 คัน, โทรศัพท์ 3 เครื่อง, เงินสดกว่า 2.7 ล้านบาท, รถ จยย. 2 คัน และของกลางอื่นรวม 11 รายการ ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก และอยู่ระหว่างขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ พร้อมตรวจสอบทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

‘พีระพันธุ์’ ปะทะคารม ‘เดชอิศม์’ กลางวง ครม.ปมกฎหมายโซลาร์เซลล์ หลังเดชอิศม์มองว่ารวมศูนย์ให้อำนาจกระทรวง - รมว.พลังงานมากเกินไป ‘พีระพันธุ์’ ถามใครเขียนสคริปต์ให้

แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่าการประชุมครม.เมื่อวานนี้ (29 ก.ค.) ในการพิจารณาวาระ ครม.เรื่องร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. ....ได้มีการถกเถียงกันระหว่างนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย

โดยเมื่อถึงวาระการพิจารณาในเรื่องดังกล่าวนายเดชอิศม์ได้กดไมโครโฟนเพื่อพูดว่า กฎหมายนี้ตนเองมีความเห็นว่าประเด็นที่มีการเขียนไว้ในร่างกฎหมายว่าให้อำนาจกับกระทรวงพลังงานเพียงหน่วยงานเดียวในการอนุมัติ อนุญาต การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านเรือนของประชาชน

รวมทั้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ถือว่าเป็นการรวมศูนย์ เหมือนกับการรวบอำนาจไว้ที่เดียว อาจจะทำให้มีประชาชนกังวลถึงความโปร่งใส และทำให้การตรวจสอบทำได้ยาก

จากนั้นนายพีระพันธุ์ ได้ขอชี้แจงให้ ครม.ฟังว่าร่างกฎหมายฉบับนี้นั้นต้องการให้การอนุมัติอนุญาตการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในบ้านเรือนนั้นสามารถทำได้โดยสะดวก

นายพีระพันธุ์ กล่าวด้วยว่า การตั้งคำถามของนายเดชอิศม์ นั้นฟังดูเหมือนข้อมูลที่ฝ่ายค้านใช้ ซึ่งตนเองก็ไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนเขียนสคริปต์ข้อมูลนี้มาให้

ส่วนในเรื่องที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้อำนาจกับรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ก็ถือเป็นเรื่องปกติเพราะกฎหมายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงพลังงาน ถ้าเป็นกฎหมายในเรื่องที่เกี่ยวกับมหาดไทย ก็ต้องให้อำนาจกับรัฐมนตรีมหาดไทยเหมือนกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top