Wednesday, 10 June 2026
Hard News Team

แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งโรยปูนขาวดับกลิ่นศพทหารเขมรฟุ้งภูมะเขือ ยันไม่ถอยกำลัง 11 จุดแนวชายแดน หวังประชุม GBC ได้ข้อสรุปที่ดี

(6 ส.ค. 68) พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ว่ายังมีกลิ่นร่างทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ จึงได้สั่งให้กำลังพลโรยปูนขาวฆ่าเชื้อเพื่อดับกลิ่นและป้องกันโรคระบาด พร้อมประสานไปยังกัมพูชาให้ส่งทีมมาเก็บศพกลับไปประกอบพิธี โดยยืนยันว่าไทยไม่ได้มีคำสั่งให้ทหารเข้าไปเก็บศพแทน เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายกัมพูชา

ในส่วนของจุดช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ที่เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างทหารไทย-กัมพูชาเล็กน้อยจากการรื้อรั้วลวดหนามนั้น พลโทบุญสินชี้แจงว่า ฝ่ายกัมพูชาพยายามเข้ามาแต่ไม่ได้พกอาวุธ และขณะนี้ได้ถอนกำลังกลับไปแล้ว ยืนยันว่าไม่มีเหตุรุนแรง และพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในเขตประเทศไทย

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า ทหารไทยจะไม่ถอนกำลังจากทั้ง 11 จุดในแนวชายแดน โดยทุกจุดมีการวางรั้วลวดหนามและจัดกำลังไว้เช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันการกระทำที่อาจกระทบต่ออธิปไตยของไทย และเป็นไปตามนโยบายของกองทัพที่ต้องรักษาพื้นที่ที่อยู่ในเขตประเทศของตนเอง

สำหรับการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) ที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ พลโทบุญสินระบุว่า หวังว่าทิศทางจะดีขึ้น เพราะกองทัพไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง และยืนยันว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับเห็นตรงกันว่าจะไม่มีการถอนกำลังจากจุดที่ประจำการอยู่

'พล.ต.อ.จักรทิพย์' เยี่ยม ส่งเสบียง ตชด.ชายแดน จ.สุรินทร์ ให้กำลังใจรักษาแผ่นดิน 'ช้างศึก 2' ย้ำ ดูแลกำลังใจ ความปลอดภัยแนวหน้าเต็มที่ 1,500 ตชด.หน้าแนว ให้คำมั่นตรึงพื้นที่เข้ม รักษาอธิปไตยไทย

(6 ส.ค.68) พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน  (รอง ผบช.ตชด.) ในฐานะผู้บังคับที่ทำการบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา (ผบ.ทก.ชทก.ตชด.) เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังตรึงกำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณคิม เอกภัทร พรประภา นำคณะผู้บริหาร บริษัท ฟิกซ์เทค จำกัด เดินทางไปให้กำลังใจตำรวจตระเวนชายแดนที่รักษาแผ่นดินไทยอยู่แนวหน้า พร้อมมอบอาหาร ขนม น้ำดื่ม ของใช้จำเป็น และอุปกรณ์ภาคสนาม เพื่อเติมขวัญกำลังใจให้กับตชด.แนวหน้าด้วย โดยมี พ.ต.อ.เอกภพ กมลสัจจะ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุน บช.ตชด. และ พ.ต.ท.ชานันท์ ชัยจินดา รองผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และผู้แทนทหารในพื้นที่ชายแดน ร่วมรับมอบ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ตชด.แนวหน้ามีพลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ขอบคุณอดีตผู้บังคับบัญชาหลาย ๆ ท่าน องค์กร และสมาคมต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณ สิ่งของ และส่งกำลังใจมาให้ ตชด. ทั้งนี้ ในฐานะ ผบ.ทก.ชทก.ตชด. ขอเป็นตัวแทนของ ตชด.ทุกนายขอบคุณ โดยได้นำไปจัดสรรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการเดินทางมาเยี่ยมในครั้งนี้ มาให้กำลังใจ ดูแลความเป็นอยู่ มารับฟังขอเสนอของกำลังพลในพื้นที่ ตามแนวทางของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เน้นย้ำให้ดูแลสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่แนวหน้าให้ดีที่สุด ผมในฐานะ ผบ.ทก.ฯ ทุกคำร้องขอจากพื้นที่ ผมรับฟัง และเร่งดำเนินการทันที เราจะไม่ปล่อยให้ใครอยู่แนวหน้าโดยลำพัง”

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ กล่าวด้วยว่า ให้คำมั่นว่ากำลัง ตชด.กว่า 1,500 นาย ที่ตรึงแนวชายแดนไทยกัมพูชา ในพื้นที่ชายแดนทั้ง 7 จังหวัด จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง อดทน และทุ่มเท เพราะนี่คือภารกิจของชาติที่พวกเรา ตชด.ทุกนาย ทั้งแนวหน้า แนวหลัง และฝ่ายสนับสนุนภาคภูมิใจในภารกิจรักษาอธิปไตยไทย และเรารับรู้ว่าคนไทยทั้งประเทศส่งกำลังใจมาให้

‘พงศ์กวิน’ ชี้แจงปมเด้งฟ้าผ่า ‘ปลัดแรงงาน’ เข้ากรุ ชี้โยกย้ายเพื่อความโปร่งใส คดีซื้อตึก Skyy9

‘พงศ์กวิน’ ปัดตอบ ปมปลัดแรงงานย้ายนั่งผู้ตรวจฯ ถาวร ชี้โยกย้ายเพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ เป็นมาตรการปกติ-ยังไม่ชี้ชัดคนทำผิด

เมื่อเวลา 09.15 น. (6 ส.ค.68) ที่กระทรวงแรงงาน นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า แผนการดำเนินงานของตนมีทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งแผนงานในระยะสั้นของตนคือจะต้องทำให้เกิดความโปร่งใสขึ้นภายในกระทรวงแรงงาน ช่วงที่เกิดกรณีการเข้าซื้อตึก Skyy9 ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่สูงเกินกว่าราคาจริง เป็นช่วงที่ท่านปลัดกระทรวงเป็นเลขาธิการ สปส.

“ผมมองว่าเนื่องจากขณะนี้ท่านปลัดเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน มีอำนาจสั่งการภายในกระทรวงแรงงานทั้งหมด จึงจำเป็นที่จะต้องมีการโยกย้ายเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเกิดความยุติธรรมในการตรวจสอบ” นายพงศ์กวินกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีตึก Skyy9 เริ่มดำเนินการแล้วและมีการสรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วหรือยัง นายพงศ์กวินกล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มประชุมนัดแรก ก่อนหน้านี้มีการเริ่มนัดประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เกิดเหตุขัดข้องเล็กน้อย ทำให้เลื่อนการประชุมออกไป จึงยังไม่ได้มีการตรวจสอบ

เมื่อถามว่า จากข้อมูลปลัดกระทรวงมีความผิดหรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า การโยกย้ายผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ถือเป็นเรื่องปกติของการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้มีการยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพยานหลักฐาน จึงถือเป็นมาตรการปกติ ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการชี้ชัดว่าผู้ใดมีความผิดแล้วหรือยัง

เมื่อถามว่า การโยกย้ายปลัดกระทรวงเป็นการย้ายตำแหน่งชั่วคราวหรือถาวร และหากตรวจพบว่าไม่มีความผิด สามารถโยกย้ายกลับมาตำแหน่งเดิมได้หรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า พอดีตนมีประชุมต่อ ขอบคุณครับ และเดินหนีจากสื่อมวลชนไป

'พล.ต.อ.อัคราเดช' ตระเวณตรวจเยี่ยม การปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 'No Drugs No Dealers' วันเดียว 4 โรงพักรวด กำชับทุก สภ.ต้องเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 

เมื่อวานนี้ (5 ส.ค. 68) เวลา10.00-  17.00 น. พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผอ.ศนรด.ตร. เปิดเผยว่า  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ ตน พล.ต.ต.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผบก.กต.2 จต.พล.ต.ต.ทิฆัมพร ศรีสังข์ ผทค.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ หงษ์ทอง ผทค.ตร. พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี/หน.สง.ฯ และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและรับฟังปัญหา อุปสรรค ของข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว ภ.จว.สุรินทร์

โดยมี พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์,พ.ต.อ.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ พ.ต.อ.วีระพันธ์ ณ ลำปาง รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์,พ.ต.อ.สุวรรณ ผลอินทร์ ผกก.สภ.รัตนบุรี พ.ต.อ.คารม บุญสด ผกก.ท่าตูม พ.ต.ท.ประเคน วรธงไชย สวญ.สภ.เมืองบัว และข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว ร่วมให้การต้อนรับ 

จากนั้นได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหาข้อขัดข้อง อุปสรรคในการทำงาน ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ กำชับการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด "No Drugs No Dealers" และวิทยุสั่งการของ ผบ.ตร.กำชับการปฏิบัติเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนได้แนะนำวิธีการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ได้แก่ โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง (SML) เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรมาให้ โดยต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการสังเกตการณ์การประชุมประชาคม ซึ่ง ตร.ได้ประสานงานสำนักงานกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติทุกนายเป็นที่เรียบร้อย         

ในการนี้ ได้มอบเงิน พร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และได้มอบเงินให้แก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเมืองบัว เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมาเวลา 11.30 น. ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ  ภ.จว.บุรีรัมย์  โดยมี พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย รอง ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.ปริญญา พรเดชาพิพัฒ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.พงศ์พันษ์ พลวงษ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.ขุนศึก เศรษฐชัย ผกก.สภ.แคนดง , พ.ต.อ.อดิศักดิ์ จันทร์สอน ผกก.สภ.หนองหงส์ , พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.สภ.คูเมือง , พ.ต.อ.ยุทธยา ไตรทิพย์ ผกก.สภ.สตึก , พ.ต.ท.อานนท์ เหล็กดี ผกก.สภ.บ้านด่าน , พ.ต.ท.ฐาปกรณ์ วงศ์เสนา สวญ.สภ.หินเหล็กไฟ และข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ ร่วมให้การต้อนรับ  

จากนั้นได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน  ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ กำชับการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด "No Drugs No Dealers" และวิทยุสั่งการของ ผบ.ตร.กำชับการปฏิบัติเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนได้แนะนำวิธีการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ได้แก่ โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง (SML) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด      
         
ในการนี้ ได้มอบเงิน พร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ พร้อมทั้งจัดเลี้ยงอาหารกลางวันและร่วมรับประทานอาหารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และได้มอบเงินให้แก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนหินเหล็กไฟ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมา เวลา 14.00 น. ได้เดินทางไป ตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก ภ.จว.นครราชสีมา โดยมี พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ รอง ผบช.ภ.3 ,พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา , พ.ต.ต.ศิริยศ  ช่วยสระน้อย สว.สภ.สีสุก ,นายสายชล นากระโทก คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.สีสุก  และข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก ร่วมให้การต้อนรับ ได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน 

ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ เช่นเดียวกันกับ 2 สภ.แรก จากนั้นได้มอบเงิน และสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก และมอบเงินให้แก่คุณครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านโคกสำโรง เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมาเวลา 16.30 น. เดินทางมาตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.3  ได้สอบถามความเป็นอยู่ของกำลังพล ปัญหาข้อขัดข้องของหน่วย จากนั้น ได้สักการะพระพุทธพิทักษ์ประชาอัครบารมี เพื่อเป็นสิริมงคล และได้มอบเงินให้ข้าราชการตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.3 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ประวัติศาสตร์การลอบสังหารในกัมพูชา (1975–2025) เครื่องมือขจัดฝ่ายตรงข้ามของผู้กุมอำนาจ

> "ในประเทศที่อำนาจรัฐไม่เคยมีวันล่มสลาย
การตายของผู้เห็นต่าง มักไม่ใช่อุบัติเหตุ
…แต่มักเป็นพิธีกรรมเงียบของอำนาจ"
บทนำ: การลอบสังหารในฐานะเครื่องมือของรัฐ

ประวัติศาสตร์การเมืองของกัมพูชาในครึ่งศตวรรษหลัง พ.ศ. 2518 มิใช่เพียงเรื่องของการเปลี่ยนผ่านระบอบ หากแต่เต็มไปด้วยร่องรอยของ "การใช้ความตายเป็นวาทกรรมแห่งการปกครอง" ไม่ว่าจะโดยรัฐนิยมเผด็จการ คอมมิวนิสต์ หรือประชาธิปไตยปลอม

รูปแบบของ 'การลอบสังหาร' ในกัมพูชามิได้ปรากฏในแบบที่โลกตะวันตกนิยาม — หากแต่มักผสานกลวิธีระหว่าง การปิดปาก, การลงโทษเชิงตัวอย่าง, และ การกำจัดเชิงสัญลักษณ์ ผ่านกลไกเงียบที่ยากจะสืบสาวถึงผู้บงการ

1. การสังหารในนามอุดมการณ์: เขมรแดงและศิลปะของการกวาดล้าง
ในยุคของเขมรแดง (1975–1979) ระบอบของพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาได้แปลงสังคมให้กลายเป็น "ห้องสังหารขนาดยักษ์" ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นศัตรูของการปฏิวัติ — ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ปัญญาชน หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่พรรคตนเอง — ต่างถูกกำจัด

กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือการประหาร Hu Nim, Khoy Thoun และแม้แต่ Son Sen ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงของพรรคที่ถูกกล่าวหาว่า "ทรยศ" และถูกสังหารพร้อมทั้งครอบครัวในปี 1997 ภายหลังจากระบอบล่มสลาย
เอกสารในเรือนจำ S-21 (Tuol Sleng) ยืนยันรูปแบบของการทรมานและการ “จัดทำคำรับสารภาพล่วงหน้า” ซึ่งสะท้อนแนวคิดการฆ่าแบบมีพิธีกรรม
> สารภาพก่อนตาย คือการชำระล้างบาปทางอุดมการณ์
เพื่อให้ความตายกลายเป็นการล้างความชอบธรรมของเหยื่อ

2. การรัฐประหารเงียบ: 1997 และการลอบสังหารในนาม 'ความมั่นคง'
ในปี 1997 พลเอก ฮุน เซน ดำเนินการรัฐประหารกับรัฐบาลผสมที่มี เจ้าชายรณฤทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีร่วม โดยใช้ข้ออ้างเรื่อง 'การรักษาเสถียรภาพ'

ข้อมูลจาก Human Rights Watch ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ของพรรค FUNCINPEC และทหารฝ่ายตรงข้ามอย่างน้อย 40 ราย ถูกสังหารหรืออุ้มหาย ภายในเวลาไม่กี่วัน หลายรายถูกประหารในสถานที่ลับหลังจับกุม ซึ่งไม่มีการพิจารณาคดีใด ๆ
กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบของ "การลอบสังหารโดยรัฐ" ที่ได้รับการปกปิดอย่างมีระบบ โดยผสาน เครื่องมือข่าวกรอง, กองกำลังพิเศษ, และ การนิ่งเฉยของกระบวนการยุติธรรม

3. การลอบสังหารเชิงสัญญะ: เมื่อนักคิดต้องตาย
ช่วงหลังปี 2000 เป็นต้นมา ปรากฏ “การตายมีเงื่อนงำ” ของนักกิจกรรม นักข่าว และนักวิชาการที่มีบทบาทต่อต้านระบอบอย่างชัดเจนหลายราย:

Kem Ley (2016): นักวิจัยและนักวิจารณ์นโยบายรัฐ ถูกยิงตายกลางวันแสก ๆ ในร้านกาแฟ หลังจากเปิดเผยรายงาน “Global Witness” ที่กล่าวหาการสะสมทรัพย์สินของครอบครัวฮุน เซน ผู้ต้องหาถูกจับในนาม “หนี้ส่วนตัว” แต่กระบวนการสอบสวนเต็มไปด้วยข้อสงสัยและปกปิดหลักฐาน

Chut Wutty (2012): นักสิ่งแวดล้อมที่ตรวจสอบการตัดไม้ในจังหวัดโคห์คอง ถูกยิงตายโดยทหารขณะเก็บข้อมูล เจ้าหน้าที่ผู้ยิงตายถูกระบุว่า “ฆ่าตัวตายทันทีหลังลงมือ” ซึ่งนักสิทธิมนุษยชนหลายรายมองว่าเป็น "การสร้างพยานปลอม"

Chea Vichea (2004): ผู้นำแรงงาน ถูกยิงกลางเมือง มีการจับแพะรับบาปในคดีที่ไม่มีพยานหลักฐาน —ภายหลังศาลสั่งปล่อยตัวแต่ไม่เคยจับผู้กระทำผิดจริง

การตายของบุคคลเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปลิดชีพ แต่ยังแฝง “ข้อความเงียบ” ว่า “แม้ไม่มีเครื่องแบบ ก็เป็นภัยต่อรัฐได้ หากมีเสียง”

4. ความตายไร้พรมแดน: สังหารนอกประเทศและการไล่ล่าแบบข้ามรัฐ
ในทศวรรษ 2020s ปรากฏแนวโน้มการลอบสังหารในต่างแดน โดยเฉพาะผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศไทย เช่น: Lim Kimya (2025): อดีต ส.ส.ฝ่ายค้านกัมพูชา ถูกยิงเสียชีวิตในกรุงเทพฯ โดยมีพยานหลักฐานว่าผู้ต้องหาเคยมีสัมพันธ์กับรัฐกัมพูชา

ผู้นำฝ่ายค้าน Sam Rainsy ออกมากล่าวชัดว่า “นี่คือคำสั่งโดยตรงจากพนมเปญ” — แต่รัฐบาลฮุน เซนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา รายงานจาก UNHCR ยังระบุถึง รูปแบบการจับกุม-ส่งกลับผู้ลี้ภัย แบบไม่เป็นทางการ รวมถึง “การหายตัวไป” ของนักเคลื่อนไหวกัมพูชาในประเทศไทย โดยไม่มีคำอธิบายจากทั้งสองรัฐบาล
> การสังหารทางการเมืองไม่ได้สิ้นสุดลงที่พรมแดน
หากแต่แปรสภาพเป็นสงครามข่าวสาร การหายตัว และความตายที่ไม่มีใครรับผิดชอบ

บทสรุป: เครือข่ายของความตาย
เงื่อนงำทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า “การลอบสังหาร” ในกัมพูชา มิได้เป็นเหตุการณ์โดดเดี่ยว แต่คือส่วนหนึ่งของโครงสร้างอำนาจที่ยังคงดำรงอยู่
ผู้ถูกสังหาร มักมีคุณลักษณะร่วม: “วิพากษ์อำนาจ–มีอิทธิพลในสังคม–ยึดถืออุดมการณ์ประชาธิปไตย”

ผู้กระทำ มักไม่มีตัวตนแน่ชัด — แต่เงาของรัฐ, พรรค, และผู้มีอำนาจ มักอยู่เบื้องหลังเสมอ กระบวนการยุติธรรมไม่เคยสว่างพอสำหรับเหยื่อ แต่สว่างพอที่จะปกป้องผู้รอดชีวิตที่มีอำนาจ
> การตายของพวกเขา...อาจไม่เคยได้รับความยุติธรรม
แต่ได้เขียนประวัติศาสตร์อีกบทที่รัฐเผด็จการไม่อาจลบได้ง่าย ๆ

'ผบช.ภ.2' เตือนสายเที่ยว สายช็อป เช็กก่อน ระวัง!! เพจปลอมเสิร์ฟโปรเด็ด หลอกโอนค่าที่พัก – แบรนด์เนม ก.ค.เหยื่อเพียบ 17,823 คดี เผยสาเหตุมิจฉาชีพไม่เข็ดหลาบ

(6 ส.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2  หรือ  “สืบภาค 2” ร่วมกับตำรวจสืบภาค 1 จับกุม นางสาวอิ๋ว ซึ่งมีพฤติการณ์โพสต์เฟซบุ๊กหลอกลวง สร้างเพจปลอมขายห้องพัก พูลวิลล่า หลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีม้า และตรวจสอบพบเกี่ยวโยงกับคดีที่มีผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ www.thaipoliceonline.go.th มากถึง 20 คดี และจากการตรวจสอบฐานข้อมูลการรับแจ้งความ และการสืบสวนสอบสวนคดีออนไลน์พบว่า คดีหลอกลวงขายสินค้าและบริการออนไลน์ลักษณะนี้เกิดขึ้นจำนวนมาก สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของคดีออนไลน์ พวกนี้คือมิจฉาชีพคนไทยที่หลอกคนไทยด้วยกันเอง เป็นคดีที่ความเสียหายไม่มาก คนร้ายมักไม่เข็ดหลาบ เพราะผู้เสียหาย ไม่ค่อยแจ้งความ หากคดีไหนที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ก็จะขอยอมความ ชำระเงินคืนแบบผ่อน คดีแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จึงต้องเตือนภัยประชาชนอย่าหลงเชื่อ

“ในเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา แม้สถิติการเกิดคดีออนไลน์ในภาพรวมจะลดลง แต่ในจำนวนคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่แจ้งความออนไลน์ทั้งหมด 34,570 เรื่อง เป็นคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการไม่เป็นขบวนการ พฤติกรรมแบบที่กล่าวมามากที่สุดถึง 17,823 คดี คิดเป็น 51.56% ความเสียหายร่วม 162 ล้านบาท” ผบช.ภ.2 กล่าว

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นที่นิยมหลายแห่ง มีที่พักให้บริการจำนวนมาก เช่น พัทยา บางแสน สัตหีบ เกาะเสม็ด หาดแม่พิมพ์ เกาะช้าง เกาะกูด ฯลฯ ทำให้คนร้ายมีช่องโอกาสสร้างเพจ  ที่พักปลอม ทำเลียนแบบของจริงขึ้นมาหลอกลวงเหยื่อ คนร้ายพวกนี้จะล่อเหยื่อด้วยการโพสต์ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ สร้างเพจปลอม แอ็กเคานต์ปลอม หรือไปโพสต์ตามกลุ่มต่าง ๆ จัดโปรโมชันยั่วใจ ของดีราคาถูก เมื่อเหยื่อติดกับก็จะออกอุบายหว่านล้อมให้รีบโอนเงิน ไม่เปิดโอกาสให้เหยื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น อ้างว่าโปร ฯ นาทีทอง หรืออ้างว่ามีลูกค้าคนอื่นกำลังต้องการห้องพัก หรือสินค้าอย่างเดียวกันต้องรีบโอน เพื่อปิดจ๊อบ หากเหยื่อหลงเชื่อโอนเงิน คนร้ายจะปิดเพจหนี บล็อกการติดต่อทุกช่องทาง ดังนั้นก่อนจะทำการซื้อ จอง หรือจ่ายค่าบริการอะไรต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ตรวจสอบหลาย ๆ ช่องทาง เช่น ตรวจสอบบัญชีปลายทาง ชื่อผู้รับโอนเงินผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชัน Cyber Check หรือ เว็บไซต์เช็กก่อน หรือ www.checkgon.go.th ว่ามีประวัติหลอกลวง เป็นมิจฉาชีพหรือไม่  

“ก่อนจะเชื่อ ก่อนจะโอน ให้เอะใจเสมอว่าของดี ที่ราคาถูกเกินจริง ถูกจนน่าตกใจ ไม่มีจริง และอาจเป็นหลุมพรางที่มิจฉาชีพเอาไว้ล่อเหยื่อ และหากพบเห็นเพจเฟซบุ๊ก หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใด ๆ ทำปลอม หลอกลวงให้กดรีพอร์ต หรือแจ้งที่สายด่วน 1441 ทั้งนี้นอกจากที่พัก หรือบริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแล้ว สินค้า เครื่องประดับ โทรศัพท์มือถือ ไอแพด สินค้าแบรนด์เนม นาฬิกา พระเครื่อง เป็นสินค้าที่มิจฉาชีพมักหลอกขายทางออนไลน์ ทั้งในรูปแบบของปลอมแล้วบอกว่าแท้ หรือหลอกขายสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งกลลวงแบบนี้ยังไม่หมด ขอให้ช็อปปิงออนไลน์อย่างระมัดระวัง ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” ผบช.ภ.2 กล่าว

‘คิมกอนฮี’ อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้ โผล่พบอัยการ หลังถูกกล่าวหาปั่นหุ้น-รับสินบน-ล็อบบี้การเมือง

(6 ส.ค. 68) คิม กอนฮี (Kim Keon Hee) ภรรยาของอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล (Yoon Suk Yeol) เดินทางไปยังสำนักงานอัยการพิเศษ ณ กรุงโซล เพื่อรับการสอบสวนคดีทุจริตหลายประเด็น โดยนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ที่อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งต้องเข้ารับการไต่สวนอย่างเปิดเผยในฐานะผู้ต้องสงสัยทางอาญา

อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งกล่าวเพียงสั้น ๆ ต่อสื่อมวลชนว่า “ขออภัยประชาชนที่ทำให้เกิดความกังวล ดิฉันเป็นแค่คนธรรมดา และจะให้ความร่วมมือในการสอบสวนอย่างเต็มที่” โดยการสอบสวนภายใต้การนำของอัยการพิเศษ มิน จองกี จะครอบคลุมข้อกล่าวหากว่า 16 ประเด็น ตั้งแต่ปั่นหุ้น แทรกแซงการเมือง ไปจนถึงใช้อิทธิพลทางศาสนา

ข้อกล่าวหาสำคัญคือ คดีปั่นหุ้นบริษัทดีลเลอร์รถยนต์ 'Deutsch Motors' ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งคิมกอนฮีถูกกล่าวหาว่าเปิดบัญชีร่วมกับแม่ แล้วมอบให้เทรดเดอร์มืออาชีพดำเนินการซื้อขาย โดยมีผู้เกี่ยวข้องอีก 9 คนถูกตัดสินโทษไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยเรื่องแทรกแซงการเสนอชื่อผู้สมัครในพรรคพลังประชาชน (PPP) ระหว่างการเลือกตั้งปี 2020 และ 2024

ทั้งนี้ อัยการยังสอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่า คิมอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มศาสนา Unification Church หรือชื่อเต็มว่า “สมาคมครอบครัวเพื่อสันติภาพและเอกภาพโลก” ในการวิ่งเต้นทางการเมือง รวมถึงกรณีเครื่องประดับหรูที่ไม่แจ้งในบัญชีทรัพย์สิน และคำให้การของอดีตประธานาธิบดียุนที่อาจเข้าข่ายให้ข้อมูลเท็จช่วงหาเสียง ปัจจุบันยุนเองก็กำลังถูกควบคุมตัวจากกรณีประกาศกฎอัยการศึกเมื่อปี 2024

สถานทูตญี่ปุ่นปัดข่าวส่ง ‘โดรนขับไล่’ ให้ไทย ยันไม่ยุ่งปมชายแดนไทย-เขมร วอนหยุดแชร์ข่าวปลอม

(6 ส.ค. 68) สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชาออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก ปฏิเสธข่าวลือจากสื่อออนไลน์กัมพูชา ที่อ้างว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะจัดหา 'โดรนขับไล่' ให้ไทย โดยระบุว่าเป็นข้อมูลเท็จ ญี่ปุ่นไม่เคยมีแผนหรือได้รับคำขอดังกล่าวจากไทย

แถลงการณ์ยังระบุว่า ญี่ปุ่นให้ความช่วยเหลือเฉพาะในด้านที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้หยุดเผยแพร่ข่าวปลอม พร้อมขอบคุณหากประชาชนที่ให้ความร่วมมือ

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยืนยันเคารพข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชา-ไทย และหวังเห็นสันติภาพฟื้นคืนโดยเร็ว เพื่อให้ชาวกัมพูชา และไทยกลับมามีชีวิตปกติอย่างสงบสุขอีกครั้ง

‘นิพนธ์’ ถึงบางอ้อ ทำไมเพื่อไทยต้องเอา มท.คืน ห่วงรัฐบาลปลดล็อกโป๊กเกอร์ก่อปัญหาสังคมเพิ่ม

‘นิพนธ์’ ถึงบางอ้อ ทำไมเพื่อไทยต้องเอา มท.คืน ห่วงรัฐบาลปลดล็อกโป๊กเกอร์ ชี้ยังไร้กลไกรับมือปัญหาการพนัน

(6 ส.ค. 68) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ 8 สมัย แสดงความเห็นภายหลังรัฐบาลมีคำสั่งยกเลิกข้อห้ามการเล่นไพ่โป๊กเกอร์ โดยระบุว่า แม้เข้าใจดีว่าโป๊กเกอร์ได้รับการยอมรับในระดับสากลในฐานะ 'กีฬา' และหลายประเทศจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ รวมถึงรัฐบาลไทยเองก็มีแนวนโยบายในการจัดการแข่งขันเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ สังคมไทยยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพิษภัยของการพนัน ขณะที่รัฐบาลเองก็ยังไม่มีระบบช่วยเหลือหรือเยียวยาผู้ที่ติดการพนันอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือน ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงจนกลายเป็นความท้าทายที่รัฐบาลควรเร่งแก้ไข รวมถึงปัญหาการถดถอยทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำที่ทวีความรุนแรงขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาการทุจริตที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน ตนจึงรู้สึกแปลกใจว่า เมื่อประเทศกำลังเผชิญกับปัญหารุมเร้าอย่างมากมาย เหตุใดนายภูมิธรรม จึงเลือกดำเนินการในลักษณะที่จะยิ่งเพิ่มภาระและสร้างปัญหาให้กับสังคมไทยมากขึ้นไปอีก

นายนิพนธ์ ระบุว่า แม้ 'โป๊กเกอร์' จะถูกจัดให้เป็นกีฬาในระดับสากล แต่ในประเทศไทยก็เคยอยู่ในบัญชีการพนันประเภท ข. ซึ่งหมายถึงอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะในโอกาสพิเศษและต้องขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อพิจารณาโดยองค์ประกอบตามความหมายของ 'การพนัน' แล้ว หากมีการเดิมพัน มีเงินรางวัล และมีความเสี่ยงในพฤติกรรม ก็ยังเข้าเกณฑ์ว่าเป็นการพนันได้เช่นกัน ดังนั้น การปลดล็อกโดยไม่มีมาตรการควบคุมที่รัดกุม อาจกลายเป็นการเปิดประตูให้กับปัญหาทางสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและผู้มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจ ซึ่งยิ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยเช่นนี้ ความเสี่ยงก็ยิ่งทวีคูณ

“รัฐบาลควรมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ ไม่ใช่ออกคำสั่งปลดล็อกแบบลักหลับหรือแบบลอยตัว โดยไม่มีมาตรการรองรับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย มาตรการป้องกัน หรือระบบฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ” นายนิพนธ์กล่าว

นายนิพนธ์ ยังระบุด้วยว่า การดำเนินการเช่นนี้ ทำให้ตนเริ่มเข้าใจว่าเหตุใดพรรคเพื่อไทยจึงต้องการกระทรวงมหาดไทยอย่างเร่งด่วน ถึงขั้นยอมแลกกับการให้พรรคร่วมรัฐบาลอีกพรรคหนึ่งถอนตัว จนเสียงในสภาไม่มั่นคง สภาล่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเป้าหมายแท้จริงคือการ 'ปลดล็อกการพนัน' ซึ่งหากกระทรวงมหาดไทยยังอยู่ในมือของนายอนุทิน รัฐมนตรีคนก่อน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้

นายนิพนธ์ยังกล่าวเสริมว่า เห็นคำแถลงข่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็นึกว่าจะเป็นการแถลงเรื่องเพิกถอนโฉนดเขากระโดงเสียอีก แต่กลับกลายเป็นคำสั่งปลดล็อกให้ 'โป๊กเกอร์' กลายเป็นการพนันที่ถูกกฎหมาย

“นี่คือสิ่งที่สังคมไม่คาดคิด และตั้งคำถามได้ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องใดเป็นอันดับแรก วันนี้ปลดล็อกการพนัน แล้วพรุ่งนี้จะปลดล็อกอะไรอีกหรือไม่ หรือว่านี่คือคำตอบว่าเหตุใดพรรคเพื่อไทยต้องทวงคืนกระทรวงมหาดไทยให้ได้ เพื่อเดินหน้าเรื่อง Entertainment Complex อย่างเต็มรูปแบบ” นายนิพนธ์กล่าว

สถานทูตจีนปฏิเสธ ไม่ได้ส่งโดรนให้กัมพูชา แจงเป็นภาพเก่าจากการสาธิต ไม่เกี่ยวปัญหาชายแดนไทย-เขมร

(6 ส.ค. 68) สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ตอบคำถามสื่อกรณีมีรายงานข่าวว่า จีนบริจาคโดรนให้กัมพูชาเพื่อใช้ในปฏิบัติการตามแนวชายแดน โดยระบุว่าข้อมูลดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง” พร้อมยืนยันว่าภาพที่ถูกนำมาใช้อ้างอิงนั้นเป็นภาพจากการสาธิตการบินของบริษัท CATIC ที่จัดขึ้นในกัมพูชาเมื่อเดือนมกราคม 2567 ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ทางสถานทูตจีนเน้นย้ำว่า ตั้งแต่เกิดความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จีนในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของทั้งสองฝ่าย ได้พยายามมีบทบาทในการลดความรุนแรงตามแนวทางของตนอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์ฝ่ายเดียวหรือแทรกแซงทางการทหาร

จีนยังแสดงการสนับสนุนต่อบทบาทของอาเซียนในการอำนวยความสะดวก เพื่อหาทางออกทางการเมืองระหว่างไทยกับกัมพูชา ภายใต้แนวทางของอาเซียน พร้อมให้คำมั่นว่าจะเคารพการตัดสินใจของประเทศในภูมิภาค และไม่ใช้วิธีการกดดันหรือบีบบังคับ

สุดท้าย จีนยืนยันว่าพร้อมจะรักษาการสื่อสารใกล้ชิดกับไทย กัมพูชา มาเลเซีย และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค เพื่อมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการสนับสนุนการหยุดยิง และเร่งฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่โดยเร็วที่สุด 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top