Wednesday, 10 June 2026
Hard News Team

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

(8 ส.ค. 68) เวลา 08.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ณ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ , รอง ผบ.ตร. , จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) , ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. , ผู้ช่วย ผบ.ตร. , รอง จตช. , คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ และข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมพิธี

เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 93 พรรษา 12 สิงหาคม 2568 สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ฯ ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยพิธีต่างๆ ประกอบด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล , พิธีทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพร

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนข้าราชการตำรวจ พนักงานราชการ ลูกจ้างในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 9-15 สิงหาคม 2568

‘สโลวีเนีย’ สั่งแบนสินค้าทุกชนิดจาก ‘อิสราเอล’ พร้อมส่งอาหาร-ผ้าห่มช่วยชาวกาซา มูลค่ากว่า 34 ล้าน

(8 ส.ค. 68) สโลวีเนียประกาศห้ามนำเข้าและซื้อขายสินค้าทุกชนิดที่ผลิตจากพื้นที่ยึดครองของอิสราเอล พร้อมเตรียมพิจารณาระงับการส่งออกสินค้าจากสโลวีเนียไปยังนิคมในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกอิสราเอลยึดครอง 

นายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต โกล็อบ (Robert Golob) ของสโลวีเนีย ระบุว่า การกระทำของรัฐบาลอิสราเอล เช่น การตั้งนิคมผิดกฎหมาย การยึดที่ดิน และการขับไล่ชาวปาเลสไตน์ เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และเป็นภัยต่อระเบียบโลก โดยล่าสุด รัฐบาลยังเตรียมจัดส่งความช่วยเหลือด้านอาหารและผ้าห่มมูลค่ากว่า 879,000 ยูโร (ราว 34.28 ล้านบาท) ให้แก่ประชาชนในฉนวนกาซา

แม้สินค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้จะมีมูลค่าต่ำ (ไม่ถึง 2,000 ยูโรในปี 2023) แต่สโลวีเนียยังเดินหน้าประกาศจุดยืนอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ก็เพิ่งสั่งแบนการนำเข้า ส่งออก และขนส่งอาวุธทุกชนิดไปยังอิสราเอล และขึ้นบัญชีรัฐมนตรีอิสราเอลบางรายว่าเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนา”

ด้าน ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย–อิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า สโลวีเนียประกาศ​ห้ามซื้อขายสินค้าทุกชนิดกับอิสราเอล​/ชาติยุโรป​นะครับไม่ใช่อาหรับมุสลิม

อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 เสนอใช้จุลินทรีย์ EM ดับกลิ่นศพทหารเขมร เชื่อกลิ่นเหม็นหายภายใน 30 นาที เพราะเคยใช้แล้วได้ผลที่ปัตตานี

(8 ส.ค. 68) พลเอก พิเชษฐ์ วิสัยจร อดีตแม่ทัพภาค 4 และอดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เสนอแนวทางดับกลิ่นศพทหารกัมพูชาที่ยังไม่ถูกเก็บกู้บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยการใช้ 'EM' หรือจุลินทรีย์ชีวภาพชนิดดี ผสมกับน้ำและกากน้ำตาล แล้วนำไปฉีดพ่นในพื้นที่ เชื่อว่ากลิ่นเหม็นจะหายภายใน 30 นาที

พลเอกพิเชษฐ์ระบุว่า ได้ประสานกับรองแม่ทัพภาค 2 และรองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารีแล้ว เพื่อให้นำ EM ไปใช้ในพื้นที่ทันที พร้อมแนะนำให้ใช้เครื่องพ่นสเปรย์ร่วมด้วย เพื่อให้ได้ผลเร็วและครอบคลุมมากขึ้น เพราะหากปล่อยไว้นานจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคจากการเน่าเปื่อย

อดีตแม่ทัพรายนี้ย้ำว่า เคยใช้วิธีเดียวกันนี้ตอนอยู่ที่ปัตตานีกับกองขยะที่มีกลิ่นเหม็น และเห็นผลชัดเจน จึงมั่นใจว่าใช้ได้ผลกับศพเช่นกัน โดยจุลินทรีย์ดีจะเข้าไปยับยั้งจุลินทรีย์ก่อกลิ่นและเชื้อโรคได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ยังแนะนำเพิ่มเติมว่า EM ยังสามารถใช้ฉีดรองเท้าคอมแบตที่มีกลิ่นเหม็นจากการใช้งานหนักของทหารได้ด้วย ซึ่งเจ้าตัวเคยทดลองมาแล้ว และผลลัพธ์ดีเกินคาด

‘คลัง’ จัดแพ็กเกจมาตรการเยียวยาชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน 'ออมสิน' เด้งรับ แจกเงินช่วยทหาร-ชาวบ้าน เจ็บตายได้ทุกคน

(8 ส.ค.68) 'คลัง' ออกรวมชุดมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งมาตรการภาษี มาตรการการเงิน 7 แบงก์รัฐ ช่วยพักหนี้ ยกหนี้ ให้สินเชื่อฟื้นฟู ขณะที่ 'ออมสิน' แจกเงิน ช่วยทหาร-ชาวบ้าน เจ็บตายได้ทุกคน ยอดทะลุ 6 ล้าน

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการประชุมเพื่อติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ของกระทรวงการคลัง ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งมีหน่วยงานต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยเฉพาะ 4 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีโอกาสรับฟังความเห็นจาก 4 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา เพื่อรับทราบสถานการณ์จริง และได้รับข้อมูลการปฏิบัติงาน ผลของมาตรการที่ได้มีการออกไปแล้ว ที่ประชุมได้มีการชี้แจงในประเด็น

1. มาตรการช่วยเหลือด้านประกันชีวิตและประกันวินาศภัยของ คปภ. ในส่วนของการประกันภัย และการประกันวินาศภัย ทั้งในส่วนของการขยายการผ่อนผันรับชำระเบี้ยประกันภัย การให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ทำประกัน เช่น การงดตรวจสุขภาพหรือยกเว้นดอกเบี้ยตามแต่กรณี 

2. การสรุปทำความเข้าใจในมาตรการช่วยเหลือ และบรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ ของกรมสรรพากร ทั้งมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบที่ให้สิทธิประชาชนสามารถหักลดหย่อนค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจากเหตุการณ์ความเสียหายได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท และสำหรับยานพาหนะไม่เกิน 30,000 บาท พร้อมเลื่อนเวลาการยื่นแบบ และการชำระภาษี 

3. มาตรการช่วยเหลือ และบรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่มีการออกมาตรการพักชำระหนี้ มาตรการสินเชื่อพิเศษเพื่อฟื้นฟูภายหลังได้รับผลกระทบ สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ และสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย

ด้านนายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารขานรับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง โดยมอบความช่วยเหลือ เป็นเงินรายละ 50,000 บาท แก่ผู้บาดเจ็บทุกรายที่ยังรักษาตัวตามรายชื่อที่รวบรวมได้ ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2568 จากโรงพยาบาลรวม 8 แห่ง เพื่อเป็นการส่งกำลังใจรวมเป็นเงิน 4,300,000 บาท

นอกจากนี้ ธนาคารยังมอบโอกาสในการประกอบอาชีพเพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต/ทุพพลภาพ ทั้งทหารและพลเรือน ด้วยการฝึกอาชีพให้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมมอบเงินทุนตั้งต้นให้รายละ 30,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,050,000 บาท

โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารได้มอบเงินงบประมาณส่วนแรก ในการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือเฉพาะหน้าแก่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี และตราด เพื่อใช้ในการสนับสนุนของใช้ที่จำเป็น เช่น ผ้าห่ม อาหารแห้ง อาหารปรุงสุก และน้ำดื่ม เป็นเงิน 1,314,800 บาท รวมงบประมาณช่วยเหลือ ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2568 เป็นจำนวนเงิน 6,664,800 บาท ทั้งนี้ ธนาคารออมสิน พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนคนไทยในทุกวิกฤติ ให้ก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากและเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง โดยจะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลังตามเจตนารมณ์ของการเป็นธนาคารเพื่อสังคม 

เชียงใหม่-ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าว กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5 จับกุมคนจีนและคนไทยรวม 3 คนรับจ้างถอนเงินสดจากบัญชีม้า พื้นที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่

เมื่อวานนี้ (7 ส.ค. 68)  เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวผลการปฏิบัติคดีอาชญากรรมรายสำคัญในพื้นที่ ภ.5 กรณีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ศปอส.ภ.5 (PCT ภ.5)  - สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ได้สืบสวนหาข่าวว่ามีชาวจีน ได้ทำธุรกรรมถอนเงินสดต้องสงสัย จนสืบทราบว่ากลุ่มคนจีนรับจ้างถอนเงินดังกล่าว มีความเคลื่อนไหว ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงได้รวบรวมข้อมูลและลงพื้นที่ในการตรวจสอบ และจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นฯและ พรก. มาตรการป้องกันและปราบปรามฯต่อมาได้สืบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการเพิ่มอีก 1 คน รวมออกหมายจับจำนวน 4 ราย จับกุมได้จำนวน 3 คน
โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, รอง ผบก.สส.ภ.5, รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ร่วมแถลงผลการจับกุม ณ ห้องประชุม สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์  ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุม ตำรวจภูธรภาค 5 โดย เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5), เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.5 จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย นายฉิน หลง หรือ MR.QIN LONG อายุ 29 ปี สัญชาติจีน หนังสือเดินทาง EQ1225867 (ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 1588 /2568 ลงวันที่ 5 สค.2568) นายจาง ลู่ผิง หรือ MR.ZHANG LUPING อายุ 30 ปี สัญชาติจีน หนังสือเดินทางWQ2158533(ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 1583/2568 ลงวันที่ 5 ส.ค.2568)น.ส.สุดารัตน์ ขอสงวนนามสกุล อายุ 40 ปี ที่อยู่ ม.2 ต.บ้านสวน อ.เมืองสุโขทัย จว.สุโขทัย (ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 1586/2568 ลงวันที่ 5 ส.ค.2568)

ฐานความผิด ผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 กล่าวหาว่า "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและโดย ทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและร่วมกันเป็น ธุระจัดหา โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการ ซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญา อื่น" ผู้ต้องหาที่ 3 กล่าวหาว่า "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ 

โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง"พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 4 รายการ ประกอบด้วย ธนบัตรไทย ฉบับละ 1,000 บาท และ ฉบับละ 500 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 1,140,000 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวน 3 เล่ม บัตรกดเงินสด จำนวน 2 ใบ

‘ฮุน มาแนต’ ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการโนเบล เสนอชื่อ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ชิงรางวัลสันติภาพ

(8 ส.ค. 68) กัมพูชาเสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ หลังช่วยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาให้ยุติลงเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า ทรัมป์มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการหยุดยิงที่ “ไม่มีเงื่อนไข” หลังความรุนแรงตลอด 5 วันทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 ราย และประชาชนกว่า 300,000 คนต้องอพยพ

ในจดหมายที่นายกรัฐมนตรีฮุน มาแนต ส่งถึงคณะกรรมการโนเบลของนอร์เวย์ ระบุว่า การเจรจาผ่านโทรศัพท์ของทรัมป์เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมกับผู้นำทั้งสองประเทศ มีส่วนทำให้การเจรจาในมาเลเซียวันที่ 28 กรกฎาคมเกิดผลเป็นรูปธรรม และป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ พร้อมยกย่อง “ความเป็นผู้นำทางการทูตเชิงนวัตกรรม” ของทรัมป์

การเสนอชื่อนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์เพิ่งลดภาษีนำเข้าสินค้าจากกัมพูชาจาก 49% เหลือเพียง 19% ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอของกัมพูชาอย่างมาก 

ทั้งนี้ รายชื่อผู้ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลจะถูกปิดรับในวันที่ 31 มกราคมของทุกปี และจะประกาศผลในเดือนตุลาคม โดยมีบุคคลทั่วโลกที่มีสิทธิ์เสนอชื่อได้หลายหมื่นคน เช่น สส., รัฐมนตรี, ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย และอดีตผู้ได้รับรางวัลโนเบลเอง

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ผนึกกำลังพันธมิตร เตรียมพร้อมรับการตรวจประเมินด้านการรักษาความปลอดภัยจาก ICAO

(7 ส.ค. 68) พลอากาศเอกมนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) พร้อมด้วยนายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาเศรษฐกิจการบิน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าอากาศยานเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการตรวจประเมินด้านการรักษาความปลอดภัย จากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ภายใต้โครงการ Universal Security Audit Programme – Continuous Monitoring Approach (USAP-CMA) ซึ่งมีกำหนดในช่วงปลายปีนี้ โดยมีนายวิสูตร คำยอด รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายปฏิบัติการและบำรุงรักษา) พร้อมผู้บริหารท่าอากาศยานเชียงใหม่ ผู้แทนฝ่ายมาตรฐานและควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยกิจการการบิน ทอท. ผู้แทนสายการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลความคืบหน้าการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของ CAAT

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ถือเป็นท่าอากาศยานสำคัญของประเทศไทย ที่มีบทบาทรองรับผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศ ด้วยเที่ยวบินตรงสู่กว่า 30 จุดหมายปลายทางใน 12 ประเทศ มีเที่ยวบินเฉลี่ย 180 เที่ยวต่อวัน และมีผู้โดยสารกว่า 25,000 คนต่อวัน โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินงานตามมาตรฐาน ICAO และ CAAT อย่างต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ดี เพื่อยกระดับความพร้อมในการตรวจประเมิน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ร่วมมือกับสายการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น และหน่วยงานต่าง ๆ เร่งดำเนินการปรับปรุงพื้นที่และกระบวนการบางส่วนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการให้บริการในระยะสั้น 

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จึงเตรียมมาตรการรองรับและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อผู้โดยสาร การตรวจประเมินจาก ICAO ในครั้งนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการรักษาความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทย และจะส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์และสถานะของประเทศในอุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศ

‘ทรัมป์’ ขู่ยึดอำนาจการปกครองกรุงวอชิงตัน หลังมีคดีโจ๋ทำร้ายพนักงานรัฐบาลจากหน่วย DOGE

(7 ส.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ว่าจะยึดอำนาจการปกครองท้องถิ่นของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และนำเมืองหลวงมาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลาง โดยอ้างเหตุอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มเยาวชน หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อดีตทีม Doge ถูกรุมทำร้ายขณะพยายามช่วยผู้หญิงคนหนึ่งจากการถูกคุกคาม

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 'เอ็ดเวิร์ด โคริสทีน' นักศึกษาชาวอเมริกันวัย 19 ปี หรือที่รู้จักในชื่อ 'Big Balls' และเป็นอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยงานกรมประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) ถูกรุมทำร้ายโดยกลุ่มวัยรุ่นราว 10 คน ใกล้วงเวียนดูปองต์ (Dupont Circle) ช่วงเวลาประมาณตี 3 โดยตำรวจจับกุมเยาวชนอายุ 15 ปี จากรัฐแมริแลนด์ได้ 2 คน พร้อมแจ้งข้อหาพยายามปล้นรถ ขณะที่ไอโฟนรุ่นใหม่ของผู้เสียหายก็หายไปด้วย

ทรัมป์โพสต์บน Truth Social เรียกร้องให้ดำเนินคดีแบบผู้ใหญ่กับเยาวชนอายุ 14 ปี และขู่ว่าหากกรุงวอชิงตันไม่ควบคุมอาชญากรรม เขาจะใช้ 'อำนาจของประธานาธิบดี' ยึดอำนาจปกครองโดยตรง ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก อีลอน มัสก์ ซีอีโอแห่งเทสลา ที่กล่าวว่าเหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างความล้มเหลวของระบบความปลอดภัยในเมือง

แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะให้อำนาจรัฐสภาควบคุมกรุงวอชิงตัน แต่การยึดอำนาจทั้งหมดจะต้องผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ ซึ่งน่าจะถูกฝ่ายค้านเดโมแครตต่อต้านอย่างหนัก ปัจจุบันวอชิงตันมีระบบ 'home rule' ให้สิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสภาท้องถิ่น ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐสภา แต่ไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดพยายามยกเลิกสิทธิ์นี้มาก่อนนับตั้งแต่ปี 1973 

อย่างไรก็ตามโดยสถิติจากกระทรวงยุติธรรมยังระบุว่า อาชญากรรมในเมืองหลวงมีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ขณะที่ สำนักงานของนายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มูเรียล เบาเซอร์ (Muriel Bowser) ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

ทีมสหรัฐฯ เหมาเหรียญทองยกทีม เฉือน ‘จีน-เกาหลีใต้’ คว้าแชมป์ฟิสิกส์โอลิมปิกโลก 2025 ส่วนไทยจบอันดับ 14

(7 ส.ค. 68) การแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับนานาชาติ (International Physics Olympiad: IPhO) ประจำปี 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่สถาบัน École Polytechnique กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ปรากฏว่า 'ทีมชาติสหรัฐอเมริกา' สร้างผลงานสุดร้อนแรง คว้าอันดับ 1 เหนือคู่แข่งสำคัญอย่างจีน เกาหลีใต้ และอินเดีย โดยนักเรียนทั้ง 5 คนของทีมสามารถคว้าเหรียญทองได้ครบทุกคน นับเป็นหนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน

ตัวแทนนักเรียนจากสหรัฐฯ ได้แก่ อคัสทยา โกเอล (Agastya Goel), อัลเลน ลี่ (Allen Li), โจชัว หวัง (Joshua Wang), เฟโอดอร์ เยฟตูเชนโก (Feodor Yevtushenko) และ ไบรอัน จาง (Brian Zhang) ซึ่งต้องเผชิญโจทย์ฟิสิกส์ทั้งเชิงทฤษฎีและทดลองที่ซับซ้อนจากผู้เข้าแข่งขันกว่า 85 ประเทศทั่วโลก ความสำเร็จของพวกเขาช่วยผลักดันให้สหรัฐฯ ขึ้นครองอันดับสูงสุดของตารางเหรียญรางวัลในปีนี้

ขณะที่ จีนตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยผลงาน 4 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน ขณะที่ฮ่องกงและเกาหลีใต้มีผลงานเท่ากันคือ 4 ทอง 1 เงิน ส่วนอินเดียคว้าไป 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน ติดอันดับท็อป 5 เช่นกัน ทำให้การแข่งขันในปีนี้ถือว่าเข้มข้นสูสี และเน้นย้ำถึงคุณภาพของการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ในเอเชียและสหรัฐฯ

ส่วนไทยคว้าอันดับ 14 ในศึกชิงแชมป์โลกครั้งนี้ หลังทำผลงาน 1 เหรียญทอง จาก นายสิรวิชญ์ มุสิกะโสภณ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง , 2 เหรียญเงิน จากนายภัทรภณ ธนพิทักษ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ กับ นายปราชญ์ อำพนธ์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม และ 2 เหรียญทองแดง จากนายศุภมงคล เปรมอนันต์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กับ นางสาวณัชวดี เอี่ยมสิริบูลย์ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กรุงเทพฯ 

ทั้งนี้ ความสำเร็จของทีมสหรัฐฯ ได้รับเสียงชื่นชมจากแวดวงการศึกษาและองค์กรวิทยาศาสตร์ในประเทศ โดยมองว่าเป็นผลจากการส่งเสริม STEM อย่างจริงจัง และเป็นสัญญาณบวกของการพัฒนานักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่บนเวทีโลก ทั้งยังสะท้อนพลังของเยาวชนในการสร้างสรรค์ความก้าวหน้าทางวิชาการอย่างแท้จริง

หน่วยความมั่นคง FBS ยืนยันสกัดแผนลอบสังหารจาก ‘ยูเครน’ สำเร็จ หลังรวบเยาวชนร้อนเงิน!! สารภาพถูกสั่งให้ป้ายสารพิษบนรถทหารรัสเซีย

(7 ส.ค. 68) หน่วยความมั่นคงรัสเซีย (FSB) เปิดเผยว่า ได้สกัดแผนลอบสังหารทหารรัสเซียในเมืองโนโวซีบีสค์ (Novosibirsk) โดยผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนรัสเซีย 2 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวแล้ว ทั้งคู่รับสารภาพว่าได้รับคำสั่งจากหน่วยข่าวกรองยูเครนผ่านเว็บไซต์ที่โฆษณาว่า “หาเงินง่าย ได้เงินเร็ว”

สำหรับแผนการลอบสังหารคือการใช้สารพิษทาลงบนชิ้นส่วนของรถยนต์เป้าหมาย (ทหารรัสเซีย) หวังให้เหยื่อได้รับพิษเมื่อใช้งานรถ โดยผู้ต้องหาให้การว่าได้รับคำสั่งผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งไม่ได้รู้ว่าต้องทำอะไรจนกว่าจะได้รับภารกิจจริง

ทั้งนี้ ทางการรัสเซียตั้งข้อหนักแก่เยาวชนทั้ง 2 ราย ในข้อหาก่อการร้าย พร้อมเปิดการสอบสวนเพิ่มเติม โดยชี้ว่านี่เป็นตัวอย่างล่าสุดของสงครามข่าวกรองที่ขยายตัวลึก เข้าไปในสังคมรัสเซียผ่านเยาวชนและแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top