Wednesday, 10 June 2026
Hard News Team

ปีแห่งการลดค่าไฟ!!

ก่อนวันที่ 1 กันยายน 2566 ค่าไฟอยู่ที่ 4.70 บาท/หน่วย
หลังจากที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เข้ามารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ปรับลด และตรึงค่าไฟอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงราคาพลังงานโลกสูง โดยมีการปรับดังนี้    

• ก.ย.–ธ.ค. 2566: ลดเหลือ 4.45 บาท/หน่วย
• ตลอดปี 2567: ตรึงที่ 4.18 บาท/หน่วย
• ม.ค.–เม.ย. 2568: ลดเหลือ 4.15 บาท/หน่วย
• พ.ค.–ส.ค. 2568: ลดเหลือ 3.98 บาท/หน่วย
• ก.ย.–ธ.ค. 2568: ลดเหลือ 3.94 บาท/หน่วย

ปี 2568 จึงถูกมองว่าเป็น ‘ปีแห่งการลดค่าไฟ’ ของไทยอย่างแท้จริง!!

‘เอกนัฏ’ ดัน!! ‘แผงโซลาร์เซลล์ – ที่ชาร์จรถ EV’ เป็นสินค้าควบคุมมาตรฐาน เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้

(9 ส.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากกรณีไฟไหม้แผงโซลาร์เซลล์อยู่บ่อยครั้ง และนำมาซึ่งไฟไหม้บ้านเรือนของประชาชน สร้างความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจ ตลอดจนทรัพย์สิน ของประชาชนเป็นจำนวนมาก กระทรวงอุตสาหกรรม จึงมอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ควบคุมแผงโซลาร์เซลล์ทั้งที่ผลิตในประเทศ และนำเข้ามาจำหน่ายต้องได้มาตรฐาน เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งการประชุมบอร์ด สมอ. เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ “แผงโซลาร์เซลล์ หรือ แผงเซลล์แสงอาทิตย์” เป็นสินค้าควบคุมต้องได้มาตรฐาน จากเดิมที่ประกาศเป็นมาตรฐานทั่วไป ซึ่งมีผู้ผลิตภายในประเทศได้รับใบอนุญาตจาก สมอ. แล้ว จำนวน 8 ราย

“ปัจจุบันแผงโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าที่ประชาชนนิยมใช้ในการกักเก็บพลังงานทดแทน สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านจำหน่ายในท้องตลาด และผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งไม่มีการตรวจสอบระบบการควบคุมคุณภาพ และตรวจสอบผลิตภัณฑ์   ว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ ดังนั้น การที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุม ก็จะสามารถกำกับดูแลสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันสินค้าที่ สมอ. ควบคุมมีจำนวน 147 รายการ ครอบคลุมสินค้ากว่า 300 ผลิตภัณฑ์ ที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจะต้องขออนุญาตจาก สมอ. ก่อน หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีเป็นผู้รับใบอนุญาตนำเข้า แต่นำสินค้าไม่ได้มาตรฐานเข้ามา ในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ” นายเอกนัฏ กล่าว

ด้าน นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรฐานแผงโซลาร์เซลล์ ที่บอร์ด สมอ. เห็นชอบในครั้งนี้ มีด้วยกัน 2 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอน และมาตรฐานคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งมีข้อกำหนดสำหรับการทดสอบด้านความปลอดภัยที่สำคัญ เช่น การทนความร้อน การตัดไฟ การป้องกันไฟรั่ว การลามไฟ ระบบป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนจนเกิดการลุกไหม้ เป็นต้น รวมทั้งเห็นชอบชุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมอีก 3 มาตรฐาน ได้แก่ 

1) มาตรฐานของชุดชาร์จแบบพกพาที่ใช้ได้กับไฟบ้านทั่วไป 
2) มาตรฐานชุดชาร์จที่ใช้ได้กับไฟบ้าน ติดตั้งถาวรในบ้านและสถานที่สาธารณะทั่วไป 3) มาตรฐานชุดชาร์จแบบฟาสต์ชาร์จที่จ่ายไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งชุดชาร์จประเภทนี้ส่วนใหญ่จะติดตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน ทั้งนี้ สมอ. จะเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้ทั้ง 5 มาตรฐานดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายภายในปี 2569 

นอกจากนี้ บอร์ดยังเห็นชอบมาตรฐานสินค้าและมาตรฐานวิธีทดสอบต่าง ๆ รวมจำนวน 60 มาตรฐาน เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ – คลาวด์คอมพิวติง (cloud computing) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things  (IoT)) กายอุปกรณ์เทียมและกายอุปกรณ์เสริม เลนส์ตาเทียม น้ำมันหอมระเหย หน่อไม้ในภาชนะบรรจุปิดสนิท น้ำยางข้นธรรมชาติโปรตีนต่ำ เครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ เป็นต้น พร้อมทั้งเห็นชอบรายชื่อมาตรฐานที่ สมอ. จะจัดทำเพิ่มเติมในปี 2568 อีก 14 มาตรฐาน รวมเป็น 785 มาตรฐาน เช่น เหล็กเส้นสำหรับคอนกรีตอัดแรง รางสายไฟแบบตะแกรง เม็ดยาง กระเบื้องเซรามิกมุงหลังคา แผ่นผนังเซรามิกมวลเบา เป็นต้น เลขาธิการ สมอ. กล่าวทิ้งท้าย 

‘เจือ ราชสีห์’ ประสาน!! ‘อธิบดีกรมทางหลวงฯ’ ยืนยันต่อที่ประชุม พร้อมผลักดัน!! งบสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ในปีถัดไปทันที

เมื่อวันที่ (17 ก.ค.68) นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท พร้อมคณะได้มาชี้แจงงบประมาณของกรมทางหลวงทางชนบท จำนวน 9 ล้านบาท สำหรับค่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมของโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมระหว่างอำเภอสิงหนครกับ เทศบาลนครสงขลา อำเภอเมืองสงขลา ซึ่งเป็นโครงการที่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เฝ้ารอมาอย่างยาวนาน

‘นายเจือ ราชสีห์’ ในฐานะอนุกรรมาธิการงบประมาณฯ ได้ชี้แจงในที่ประชุม กับ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ได้ทราบถึงความเดือดร้อนของชาวสงขลาในการใช้เวลานานข้ามระหว่างอำเภอสิงหนครกับ เทศบาลนครสงขลา อำเภอเมืองสงขลา 

นายเจือ ระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่คาดหวังกับโครงการนี้มาโดยตลอด การจัดสรรงบประมาณในปีนี้จึงถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ พร้อมกล่าวขอบคุณอธิบดีกรมทางหลวงชนบทที่เล็งเห็นความสำคัญและเข้าชี้แจงรายละเอียดต่อที่ประชุมด้วยตนเอง

ในที่ประชุม อธิบดีกรมทางหลวงชนบทได้ชี้แจงว่า งบประมาณจำนวน 9 ล้านบาทในปีนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดจ้างที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจสังคม โดยยืนยันว่าหากผลการศึกษาชี้ว่ามีความเหมาะสม กรมฯ พร้อมจะตั้งงบประมาณเพื่อเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปีถัดไปทันที่ หากโครงการผ่านการพิจารณา ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญระดับภูมิภาคในอนาคต

‘ทรัมป์’ จี้ ‘ลิป บู ตัน’ ซีอีโอ Intel ต้องลาออก อ้างมีความเกี่ยวพันกับจีน!! หวั่นกระทบความมั่นคงอเมริกา

(8 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ นายลิป บู ตัน (Lip Bu Tan) ซีอีโอของบริษัท Intel ลาออกจากตำแหน่งทันที โดยอ้างว่าเขามี “ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ร้ายแรง” และมีความเกี่ยวพันกับจีน ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความสำคัญระดับยุทธศาสตร์ชาติ

ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่า “ไม่มีทางเลือกอื่น ซีอีโอของ Intel ต้องลาออกเดี๋ยวนี้” พร้อมโยงถึงการที่นายตันเคยบริหาร Cadence Design Systems ซึ่งถูกปรับ 140 ล้านดอลลาร์ จากการฝ่าฝืนคำสั่งห้ามทำธุรกิจกับสถาบันวิจัยทหารของจีน แม้ตัวนายตันจะไม่ได้ถูกฟ้องร้องโดยตรงก็ตาม

Intel ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า บริษัทและคณะกรรมการ รวมถึงซีอีโอ “ยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติและเศรษฐกิจอเมริกัน” และกำลังลงทุนครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ ตามนโยบาย America First ของรัฐบาลทรัมป์ โดยยืนยันว่าการดำเนินงานสอดคล้องกับกฎระเบียบด้านความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ทรัมป์อาจใช้กรณีนี้เพื่อกดดัน Intel ในเรื่องอื่น เช่น การร่วมมือกับ TSMC ของไต้หวัน หรือความล่าช้าในการขยายกำลังการผลิตในสหรัฐฯ ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐหลายพันล้านดอลลาร์

กรณีนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ พยายามตัดสัมพันธ์ด้านเทคโนโลยีกับจีนมากขึ้น ทั้งจากฝั่งเดโมแครตและรีพับลิกัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิปที่ถือเป็นหัวใจของการแข่งขันระดับโลก ท่ามกลางความกังวลว่า “ผู้นำทางธุรกิจ” ต้องโปร่งใสและเชื่อถือได้ในยุคสงครามเทคโนโลยีนี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดคอร์ส 'รู้ทันภัยไซเบอร์' บน Thai MOOC เรียนฟรี พร้อมรับ 1 หน่วยกิต

(9 ส.ค.68) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์ผ่านระบบ Thai MOOC ภายใต้ชื่อ “รู้ทันภัยไซเบอร์” เพื่อยกระดับความรู้และทักษะในการป้องกันภัยคุกคามจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการหลอกลวงในรูปแบบคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจพฤติกรรมของมิจฉาชีพออนไลน์ วิเคราะห์รูปแบบการโจมตี และเรียนรู้วิธีการป้องกันภัยไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับใบประกาศนียบัตร และนับเป็นหน่วยกิตทางวิชาการได้ 1 หน่วยกิต โดยหลังสูตรดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กิตติถิระพงษ์ รองผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบก.ตอท. บช.สอท.) , พ.ต.อ.เกรียงไกร พุทไธสง ผู้กำกับการ กลุ่มงานสนับสนุนทางไซเบอร์ บก.ตอท.บช.สอท. และ พ.ต.ต.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรฝ่ายอำนวยการ บก.สอท.2 

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่สามารถนำไปเทียบโอนเป็นหน่วยกิตในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ให้กับตนเองและครอบครัว สมัครเรียนฟรีผ่านระบบ Thai MOOC เว็บไซต์ https://thaimooc.ac.th คลิกเลือกหมวดหมู่รายวิชา “ทักษะชีวิตและการพัฒนาตนเอง” จากนั้นคลิกเลือกวิชา “อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเบื้องต้น” หรือคลิกลิงก์ https://learn.thaimooc.ac.th/courses/course-v1:CU+00868+0/about
 

‘ฮุนเซน’ โพสต์โซเชียล!! ฟ้องชาวโลก จี้!! ผู้นำไทย สั่งหยุด!! ‘สงครามหนังสติ๊ก’

(9 ส.ค. 68) สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว อ้างว่า ทหารไทยใช้หนังสติ๊กที่บรรจุลูกปืนและเม็ดโลหะยิงใส่ทหารกัมพูชา ขอให้รัฐบาลไทยสั่งให้หยุดใช้ทันที โดยระบุว่า …

จริงๆไม่อยากพูดหรอก แต่ถ้าไม่พูด กลัวผู้นำไทยไม่รู้ ชุมชนนานาชาติไม่เข้าใจ สงครามชายแดนกัมพูชา-ไทย เปลี่ยนจากสงครามติดอาวุธมาทำสงคราม ใช้กระสุนยาง กระสุนเหล็ก

เรื่องนี้ ถ้าดูแล้ว มันดูเป็นเรื่องตลก หรือเรื่องเล็ก แต่ถ้าดูแล้ว เรื่องใหญ่ ถ้าเราไม่ห้าม จะเปลี่ยนจากการใช้ไม้ยางพารา ไปจนถึงการใช้อาวุธทุกชนิด ซึ่งจะทำให้ความเป็นผู้นำกัมพูชา-ไทย ได้รับความช่วยเหลืออย่างกระตือรือร้นจากนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และการมีส่วนร่วมจากจีน สหรัฐฯ หาดูยาก

สำหรับกัมพูชาถ้าใช้ ขอให้รัฐบาลสั่งกองทัพหยุดใช้ทันที หวังว่าผู้นำไทยจะสั่งกองทัพหยุดใช้อาวุธ ตามภาพที่แนบไว้

ในความเป็นจริงแล้ว ฉันไม่ได้ต้องการที่จะพูดเกี่ยวกับปัญหานี้ อย่างไรก็ตาม การนิ่งเงียบอาจทำให้ความเป็นผู้นำของไทยไม่ตระหนัก และชุมชนระหว่างประเทศเข้าใจสถานการณ์ผิด ความขัดแย้งชายแดนของกัมพูชา– ประเทศไทย ได้เปลี่ยนจากสงครามโดยใช้อาวุธไปยังหนังสลิงช็อตที่เต็มไปด้วยลูกปืนและเม็ดโลหะ

ในแวบแรก นี่อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือแม้แต่เรื่องตลก แต่เมื่อมีการตรวจสอบลึกซึ้งขึ้น มันเป็นปัญหาที่ร้ายแรง หากเราไม่แทรกแซง มันจะเพิ่มขึ้นจากสลิงช็อตไปจนถึงการใช้อาวุธทุกชนิด ในที่สุดก็ทำลายข้อตกลงการหยุดยิงอย่างเจ็บปวดโดยผู้นำกัมพูชาและไทย ด้วยการไกล่เกลี่ยอย่างกระตือรือร้นโดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและการมีส่วนร่วมจากจีนและสหรัฐอเมริกา

สำหรับกัมพูชา หากการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น ฉันขอให้รัฐบาล หลวง ออกคำสั่งให้กองกำลังทหารหยุดการใช้งานทันที ผมหวังว่าภาวะผู้นำไทยจะออกคำสั่งที่คล้ายกับกองทัพให้หยุดใช้อาวุธ ตามภาพที่แนบมา

นอกจากนี้ สมเด็จฮุน เซน ยังโพสต์ข้อความอีกว่า “สมเดช เตโช ฮุนเซน กล่าวว่า สงครามชายแดนกัมพูชา-ไทย เปลี่ยนจากการใช้อาวุธเป็นไม้ยางเทนนิสและโลหะ หากไม่ป้องกัน จะนำไปสู่การทำลายข้อตกลงการหยุดยิง”

ทรัมป์ ลั่น!! เที่ยงคืน เก็บภาษีศุลกากร หลายพันล้านดอลลาร์ เข้าสหรัฐฯ

(9 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ทรัมป์โพสต์ผ่านโซเชียลว่า

“เที่ยงคืนแล้ว!!! ภาษีศุลกากรมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กำลังไหลเข้าสหรัฐอเมริกา!”

แต่ข้อเท็จจริงคือ 

“บริษัทนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯต่างหาก ที่เป็นผู้จ่ายภาษีศุลกากร ดังนั้นจึงไม่มีเงินไหลเข้ามายังสหรัฐฯ 
มีแต่เงินไหลจากบริษัทอเมริกัน (ซึ่งในที่สุดก็คือผู้บริโภคชาวอเมริกันนั่นเองที่เป็นผู้จ่าย) ไปยังรัฐบาล”

ผบ.ตร.และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากพายุ 'วิภา' 

ผบ.ตร.และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ห่วงใยข้าราชการตำรวจที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 1,339,000 บาท ตามนโยบาย"ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน"

คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณจำนวน 1,339,000 บาท เพื่อจัดซื้อสิ่งของ เครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับข้าราชการตำรวจรวมจำนวน 1,339 นาย ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ น่าน เชียงราย พะเยา และแพร่ ที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากพายุ 'วิภา' แม้ว่าครอบครัวตำรวจก็ประสบปัญหาอุทกภัยเช่นเดียวกัน 

โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มอบหมายให้ คุณพจนารถ กรึงไกร ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับ พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พร้อมด้วย คุณละมัย กัลยา ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดน่าน , พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย แพทย์หญิงทรงพร เสนากูล ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ,พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย คุณมลธิชา ไชยบาล ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา , พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ พร้อมด้วย คุณศุภรัตน์ การะเกตุ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ นำคณะข้าราชการตำรวจ – แม่บ้านตำรวจ ร่วมดำเนินการบรรจุถุงยังชีพ และ ดำเนินการส่งมอบสิ่งของดังกล่าวให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัวในสังกัด ทั้งสิ้น 1,339 ครัวเรือน ระหว่างวันที่ 2 - 8 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา  เป็นที่เรียบร้อย ทำให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวมีขวัญกำลังใจมากขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป

The Star สื่อชั้นนำมาเลเซีย เสนอข่าว เหตุการณ์ คนร้ายราดน้ำมัน จุดไฟเผา นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 2 ราย ในกรุงเทพฯ

เมื่อวานนี้ (8 ส.ค. 68) The Star สื่อชั้นนำมาเลเซีย เสนอข่าว เหตุการณ์ คนร้ายราดน้ำมัน จุดไฟเผา นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 2 ราย ในกรุงเทพฯ ว่า ... 

เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 22:00 น. บนถนนราชดำริ กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องสงสัยชายชาวไทยอายุ 30 ปี ซึ่งว่างงาน และเคยเป็นนักมวย ได้แอบเข้ามาจากด้านหลัง จากนั้นราดสารบางอย่าง (เชื่อว่าเป็นทินเนอร์) ลงบน นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 2 ราย — คือ Ong อายุ 26 ปี (ชาย) และ Gan อายุ 27 ปี (หญิง)  ขณะนั่งพักบริเวณบันไดใกล้ศูนย์การค้า ผู้เสียหายทั้งสองพยายามวิ่งหนี แต่ผู้ต้องสงสัยไล่ตามและจุดไฟเผาพวกเขาทั้งคู่อีก

Ong ได้รับบาดเจ็บไฟไหม้ระดับที่สอง (2nd-degree burns) บริเวณลำตัวด้านหน้าและหลัง อาการรุนแรงแต่ไม่น่าจะถึงขั้นเสียชีวิต ขณะนี้เข้ารักษาตัวในห้อง ICU ที่โรงพยาบาลตำรวจ (Police General Hospital)

Gan มีบาดแผลไฟไหม้ระดับที่สอง ครอบคลุมประมาณ 36% ของร่างกาย โดยอาการอยู่ในเกณฑ์ “เสถียรและรู้สึกตัว” อยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ผู้ต้องสงสัยเป็นชายจากจังหวัดสระแก้ว ขณะนี้ถูกควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจลุมพินี ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม ว่าจะสอบปากคำผู้เสียหาย เมื่อพวกเขาอยู่ในสภาพพร้อม

ตัวแทนสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย ได้เดินทางมาเยี่ยมผู้บาดเจ็บ พร้อมทั้งได้ติดต่อ แจ้งข่าวให้ครอบครัวของ Ong และ Gan ทราบแล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top