Wednesday, 15 July 2026
Hard News Team

ตำรวจไซเบอร์ แจ้งข้อหาสองพี่น้องแสบ เปิดเพจหลอกขายเกมส์ “Moshi Game : Gift Cards” พบมีความเชื่อมโยงมากกว่า 80 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 1.7ล้านบาท

เมื่อวันที่ (20 เม.ย. 2566) ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ ลักษณะอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน

พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่ามี ขบวนการเครือข่ายเพจ Facebook “Moshi Game : Gift Cards” โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะโพสต์ขายเครื่องเล่นเกมส์ และอุปกรณ์เกี่ยวกับเกมส์คอมพิวเตอร์ จนมีประชาชนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ จำนวนมากกว่า ๘๐ ราย มีมูลค่าความเสียหายกว่า ๑.๗ ล้านบาท

ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผกก.2 สอท.2 เร่งรัดสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้พบว่า 
กลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงผ่าน แอปพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก ชื่อว่า “Moshi Game : Gift Cards” ซึ่งเป็นบัญชีที่เปิดสาธารณะ พบมีการเปลี่ยนแปลงชื่อเพจรวม ๓ ครั้ง แล้วได้โพสต์ขายเครื่องเล่นเกมส์ ราคาถูกกว่าท้องตลาดให้กับประชาชนทั่วไป โดยจะหลอกให้เหยื่อโอนเงินให้ก่อน ซึ่งแจ้งว่าจะส่งสินค้าให้ภายหลังประมาณ 1 เดือน เนื่องจากต้องรอสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ แต่เมื่อถึงกำหนดก็ไม่มีสินค้าส่งให้ผู้ซื้อ มีผู้ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อ จำนวนมากกว่า ๘๐ ราย มีมูลค่าความเสียหายกว่า ๑.๗ ล้านบาท

‘บิ๊กป้อม’ นำทีม ‘พปชร.’ บวงสรวงรับพลังดาวพฤหัส ก่อนขึ้นรถไฟ มุ่งหน้าเปิดปราศรัยหาเสียง ‘เมืองย่าโม’

‘บิ๊กป้อม’ นําบวงสรวงรับพลังดาวพฤหัส ก่อนยกทัพหลวงขึ้นขบวนรถไฟ มุ่งหาเสียงเมืองย่าโม บอก “ไม่ร้อนเลย”

(22 เม.ย.66) ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วยแกนนำพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกรรมการบริหารพรรค ขึ้นรถไฟ ขบวนรถเร็ว 135 กรุงเทพมหานคร-อุบลราชธานี  ซึ่งเป็นขบวนรถไฟที่มีประชาชนทั่วไปร่วมโดยสารด้วย เดินทางไปปราศรัยหาเสียงจ.นครราชสีมา 

โดยพล.อ.ประวิตร สวมใส่เสื้อโปโลสีขาวทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงิน และใส่กางเกงยีนส์ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดี ซึ่งก่อนพล.อ.ประวิตร จะขึ้นรถไฟ ได้แวะทักทายประชาชนที่มาใช้บริการที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ รวมถึงมีแฟนคลับตะโกนให้กำลังใจว่า “ลุงป้อมสู้ๆ” และเมื่อพล.อ.ประวิตร ขึ้นมาถึงบริเวณชานชลา ได้เยี่ยมชมรางรถไฟ ก่อนจะเดินขึ้นขบวนรถไฟ และเดินสำรวจภายในขบวน พร้อมพูดคุยกับสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ร้อนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ร้อนเลย ขณะที่นายสันติ กล่าวว่า “สบายดีครับ”

นิพนธ์ มั่นใจ กวาด ส.ส.ใต้ ไม่ต่ำกว่า 40 ที่นั่ง ชี้ ภาคใต้ชายแดน คะแนนดีขึ้นตามลำดับ พร้อม ฝากเขตสาม โกถึก สมยศ พลายด้วง หมายเลข 4 ไว้รับใช้พี่น้องประชาชน 

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขต 3 ช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายสมยศ พลายด้วง เบอร์ 4 พร้อมกับขอคะแนนเสียงสนับสนุนเลือกพรรคประชาธิปัตย์เบอร์ 26 โดยมีแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ สลับกันขึ้นเวทีปราศรัย เพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน  ท่ามกลางพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลคอหงส์ ที่มาร่วมฟังการปราศรัยกว่า 5,000 คน ณ บริเวณคลอง ร.5, ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นายนิพนธ์ได้กล่าวถึง ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ได้มาบรรยายที่หาดใหญ่เมื่อวันที่ผ่านมาว่า เป็นความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีเป้าหมายให้ทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์มาพูดเกี่ยวกับเมกกะโปรเจ็คในภาคใต้ และพูดถึงโครงสร้างที่จะพัฒนาหาดใหญ่ โดยเฉะาะอย่างยิ่งท่านอาจารย์สามารถ ราชพลสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญเมกกะโปรเจ็คได้มาพูดชัดเจนถึงเรื่องของรถไฟรางคู่ ที่จะต่อจากปาดังเบซาร์มาหาดใหญ่ เชื่อมกับมาเลเซีย นี่จะเป็นการเปิดศักราขการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับมาเลเซียใหม่ จะทำให้หาดใหญ่มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น การเดินทางสะดวกขึ้น ประการต่อมาก็คือความเร่งรัดในการผลักดันมอเตอร์เวย์ จากหาดใหญ่ไปสะเดา ไปด่านนอก นั่นคือสองโปรเจ็คใหญ่ ตามด้วยโมโนเรลที่ครั้งหนึ่งผมเคยศึกษาไว้สมัยเป็นนายก อบจ. สงขลา และบัดนี้ได้มีการศึกษาสิ่งแวดล้อม และออกแบบเสร็จหมดแล้ว

ฉะนั้นเหลือแต่ว่าจะทำอย่างไรที่จะร่วมมือกับภาคเอกชนที่จะทำโครงการนี้ให้เดินหน้าให้ได้ สิ่งสำคัญนั่นคือสิ่งที่ ท่านพิสิษฐ์ ลี้อาธรรมได้ประกาศว่า พร้อมที่จะผลักดันให้หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคเอเซีย ซึ่งเราจะไปดูต้นแบบฮ่องกงก็ดี สิงคโปร์ก็ดีหรือลาบวนก็ดี สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท่านพิสิษฐ์  ลี้อาธรรมบอกว่าหาดใหญ่มีความพร้อมทุกอย่างที่จะทำให้หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ และของเอเซียให้ได้ ฉะนั้นประชาธิปัตย์จึงกล้าประกาศว่าถ้าเราเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เราจะผลักดันหาดใหญ่ให้เป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ ให้เป็นเมืองศูนย์กลางการเงิน เพราะหาดใหญ่มีพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมทางอากาศ และสงขลาเราจะปรับให้มีท่าเรือน้ำลึกให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ นี่คือศักยภาพของจังหวัดสงขลา จึงเป็นที่มาของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งทีมเศรษฐกิจมาพูดที่หาดใหญ่ และประกาศที่หาดใหญ่ว่า นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์จะทำ

‘ชูวิทย์’ แซะแรง!! คนดูดบ้องกัญชาหลอน กลางถนนข้าวสาร เหน็บ!! เปลี่ยนชื่อ ‘ถนนกัญชา’ แทน ถาม!! “มาถึงจุดนี้เพราะใคร”

(22 เม.ย.66) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุว่า...

ดูดบ้องกัญชาหลอนกลางถนนข้าวสาร

เข้าไส้สายเขียว กัญชาเสรีกลางถนนข้าวสาร โชว์ให้ฝรั่งมั่งค่าเห็นกันไปทั่วว่า

“ไทยแลนด์เป็นแดนกัญชาเสรี”

ถือบ้องกัญชาดูดสด เต้นท่าเพี้ยน เพราะกัญชากินสมอง

'สันติ' จัดเต็ม!! ชูชุดนโยบายพลังประชารัฐแบบเต็มสูบ มั่น!! บัตรประชารัฐ 700 ผสาน 'อีสานประชารัฐ' พาเฮ!!

'สันติ' โชว์กึ๋น!! ยกนโยบายพลังประชารัฐ มุ่งมั่นแก้ปัญหาความยากจน ชู!! บัตรประชารัฐ 700 บาท พร้อมเผย 'อีสานประชารัฐ' เมกะโปรเจกต์หยุดแลนด์สไลด์ ช่วยประชาชนต้องอยู่ดี กินดี อย่างยั่งยืน

เรียกว่าเป็นอีกดีเบตเอาใจกองเชียร์ 2 ลุง (ป้อม-ตู่) แห่งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่มาแลกหมัดกันเอง ผ่านรายการ 'คมชัดลึก Debate แลกหมัดนโยบาย' เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566

แน่นอนว่าทั้ง 2 พรรคนี้ ล้วนมีบุคลากรที่เคยอยู่ร่วมรัฐบาลเดียวกัน หากแต่ปัจจุบัน ต่างฝ่ายต่างก็เดินตามเส้นทางการเมืองของตนผ่านพรรคที่แตกต่าง เพียงแต่สิ่งที่น่าสนใจในวันนี้ คือ ในบางนโยบายอาจจะมีความเหมือนหรือคล้ายคลึงกัน จะแย่งฐานเสียงกันเองมากแค่ไหน? หรือไม่?

อย่างไรก็ตามจากดีเบตในครั้งนี้ ทาง THE STATES TIMES ได้ตามเกาะติดชุดนโยบายที่กำลังสร้างกระแสอย่างมากในช่วงนี้จาก 'พรรคพลังประชารัฐ' ที่ครั้งนี้ได้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ มาแสดงวิสัยทัศน์ ไว้ได้อย่างน่าสนใจ...

นายสันติ เปิดฉากในรายการว่า “หลายๆ ท่าน (2 พรรค) เคยอยู่ร่วมกัน แม้ตอนนี้ต้องแยกกันไปในทิศทางการเมืองของตน แต่สำหรับรวมไทยสร้างชาติ และท่านหัวหน้าพรรค พลเอกประยุทธ์ ก็เป็นที่เคารพรักของพี่น้องในพรรคพลังประชารัฐอย่างมาก แต่ว่าในเรื่องของการเมืองเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นในเมื่ออยู่คนละพรรคเราก็ขอมาช่วยกันรังสรรค์ นำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเพื่อก้าวข้ามปัญหาต่างๆ

"อะไรที่สามารถสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือ สร้างงาน สร้างอาชีพแก่พี่น้องประชาชนในบางส่วนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง เราก็มีหน้าที่ที่จะต้องดูแล จุนเจือให้เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ในอนาคต เพื่อให้พวกเขาได้ก้าวข้ามความยากจนให้ได้ ภายใต้นโยบายของแต่ละพรรค ที่มุ่งมั่นคิดถึงแต่ความอยู่ดีกินดีของประชาชน” 

เมื่อถูกถามว่า นโยบายของพรรค พปชร.ด้านใดที่กำลังมัดใจประชาชนได้ดีที่สุด? นายสันติ กล่าวถึงเรื่องบัตรสวัสดิการของพลังประชารัฐ ซึ่งมีรายละเอียดแตกต่างกันกับทางรวมไทยสร้างชาติ ว่า...

“จะพรรคไหนก็ตามแต่ หากมองเห็นว่าบัตรประชารัฐหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เราก็ควรช่วยกันส่งเสริม ผมเองในฐานะที่อยู่กระทรวงการคลัง และเป็นประธานคณะกรรมการบัตรประชารัฐบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน มองเห็นมิติในเนื้อนโยบาย ระเบียบ และกฎเกณฑ์แบบรอบด้าน ซึ่งบัดนี้ได้ถูกพัฒนาและมีการปรับกฎเกณฑ์โดยพรรคพลังประชารัฐให้มีความทันสมัยขึ้น ดียิ่งขึ้น

"อย่างเช่น ค่าโดยสารในระบบขนส่งมวลชนของรัฐและเอกชนร่วม ซึ่งกำหนดไว้ให้ 750 บาทต่อเดือนมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมานั้น ก็จะปรับขึ้นเป็น 1,500 บาท เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั้งชาวต่างจังหวัดและชาวกรุงเทพฯ ได้ใช้บริการรถโดยสารหลากรูปแบบด้วยความเสมอภาค ทั้งรถตู้ รถไฟฟ้าบนดิน ใต้ดินหลากสี

"เช่นเดียวกันกับค่าครองชีพผู้ถือบัตรสวัสดิการ ที่เดิมจะอยู่ที่ 200-300 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพในยุคนี้แล้วนั้น ก็จะขยับเพิ่มเป็น 700 บาท โดยงบประมาณที่จะนำมาใช้เพื่อเพิ่มวงเงินในบัตรประชารัฐภายใต้พรรคพลังประชารัฐนั้น จะเป็นการนำมาจากงบประมาณในช่วง 3 เดือนสุดท้าย ของงบประมาณปี 2566 หลังจากได้รับเลือกตั้ง โดยจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ ประมาณ 18 ล้านคน จากเดิมที่ปัจจุบันได้รับกันอยู่ราว 14.5 ล้านคน คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณเดือนละ 1.2 หมื่นล้านบาท"

อย่างไรก็ตาม นายสันติ มองว่า พลังประชารัฐก็ไม่ได้มองว่าบัตรประชารัฐที่ถูกยกระดับเพื่อเติมให้แก่ประชาชนในกรอบ 22 ล้านคนบ้าง หรือ 14.5 ล้านคนบ้างนั้น จะถูกใช้เป็นกลไกเดียวในการช่วยเหลือปัญหาปากท้องประชาชน หากแต่ทางพรรคยังได้เตรียมแนวทางอื่นไว้อีกด้วย โดยเฉพาะแนวทางในการเร่งมอบเงินเพิ่มให้ในบัตรอีก 30,000 บาท แก่ผู้ที่ถือบัตรประชารัฐ ให้สามารถเอาไปเป็นเงินเพื่อสร้างงานสร้างอาชีพได้

"นอกเหนือจากการเพิ่มเงินให้ผู้ถือบัตรเป็น 700 บาทต่อเดือนเพื่อนำมาใช้จ่ายพยุงฐานะในครอบครัวให้สามารถมีความเป็นอยู่พอไปได้แล้วนั้น ทางพรรคพลังประชารัฐก็เตรียมทุนให้กับผู้ถือบัตรประชารัฐอีกคนละ 30,000 บาท ได้นำไปต่อยอด สร้างงาน สร้างอาชีพโดยนำทุนไปประกอบสัมมาอาชีพต่างๆ ได้ แต่เราไม่ได้ให้เปล่านะ เพราะเขาจะต้องมาฝึกอาชีพก่อน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพขายก๋วยเตี๋ยว ขายอาหาร เปิดร้านของชำ เป็นเกษตรกร ปลูกพืชไร่ ปลูกผักปลูกผลไม้ อะไรต่างๆ เหล่านี้ พอเข้ามาฝึกแล้ว เราก็จะเติมทุนให้ เพื่อที่จะไปมีอาชีพ แล้วจะพ้นจากความยากจนต่อไป"

ไม่เพียงแค่นโยบายการเติมค่าครองชีพและต่อยอดอาชีพโดยพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น นายสันติ ยังกล่าวถึงอีกแนวนโยบายสำคัญ ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ที่จะช่วยพลิกความเป็นอยู่ของคนอีสานแบบขนานใหญ่ ผ่านโครงการเมกะโปรเจกต์แห่งภาคอีสานในชื่อ 'อีสานประชารัฐ' ผ่านเวทีแห่งนี้อีกด้วย

"สำหรับแรงผลักดันสำคัญของ 'อีสานประชารัฐ' นั้น ก่อนอื่นผมคงต้องเรียนแบบนี้ว่า โครงการดังกล่าวถูกคิดขึ้นมาจากท่านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคของเรา หลังจากที่ท่านได้ลงไปทำงานดูแลเรื่องน้ำของทั่วประเทศ ไม่ว่าจะน้ำแล้ง หรือแม้แต่น้ำท่วมในภารเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ซึ่งท่านก็ไปแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการดูแลเรื่องที่ทำกินเรื่องที่ดิน ด้วยการนำที่ดินเสื่อมโทรมที่อยู่ในป่าสงวน มาทำเป็นเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชนนำไปใช้เพาะปลูกเพื่อทำมาหากินหลายล้านไร่ โดยไม่ถูกส่วนราชการจับไปดำเนินคดี เหล่านี้เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ท่านพลเอกประวัตร อยากเห็นโครงการที่จะช่วยพัฒนาโครงสร้างประเทศที่จะนำมาสู่ความยั่งยืนแก่ประชาชนและประเทศ

"อีสานประชารัฐ จึงเป็นโครงการที่ท่านต้องการพัฒนาให้พื้นที่ภาคอีสาน กลายเป็นพื้นที่สร้างอาชีพ สร้างงาน ให้คนถิ่น ได้ทำงานที่บ้านเกิด ซึ่งตนยังไม่เคยเห็นว่าพรรคไหนคิดในเรื่องของการพัฒนาภาคอีสานเพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวภาคอีสานได้มีการสร้างงานสร้างอาชีพ ให้อยู่ดีกินดี เพิ่มทักษะความรู้ความสามารถแบบนี้ ยังไม่มีใครมีนโยบายเหล่านี้จริงๆ แต่พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายเหล่านี้ นโยบายที่จะทำให้พี่น้องชาวอีสาน ได้สามารถประกอบสัมมาอาชีพได้อย่างเต็มที่ ทำจริง ทำทันที เพื่อคนอีสาน"

‘พิธา’ ตอบ ‘ครูสลา’ คำถามเรื่องนโยบายจัดการหนี้สิน-ปลดหนี้ ลั่น!! ‘ก้าวไกล’ เป็นรบ. เมื่อไหร่ คนออก ‘ไมค์หมดหนี้’ น้อยลง

‘พิธา’ ตอบคำถามเรื่องนโยบายจัดการหนี้สินคนไทยแบบเร่งด่วน ‘ครูสลา’ บอกถ้าก้าวไกลเป็นรัฐบาล คนจะออก ‘ไมค์หมดหนี้’ คงน้อยลง

(21 เม.ย.66) กลายเป็นคลิปที่ถูกแชร์กันออกไปในโลกออนไลน์อย่างมาก สำหรับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ขึ้นเวทีดีเบตประชันนโยบาย “ลุยเลือกตั้งดีเบต 2566” ทางช่องเวิร์คพอยท์

โดย 1 ในคำถามที่ส่งขึ้นมาดีเบต คือเรื่องปัญหาหนี้ ซึ่งครูสลา คุณวุฒิ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง นักประพันธ์เพลง แนวลูกทุ่งอีสาน ได้สอบถามถึงนโยบายแบบเร่งด่วน ช่วยจัดการหนี้สิน-ปลดหนี้ ของคนไทย

นายพิธา กล่าวว่า มาดีเบตที่เวิร์คพอยท์ ตัวตนเป็นแฟนคลับของรายการไมค์ปลดหนี้ และต้องขอโทษชาวเวิร์คพอยท์ด้วย ถ้าเกิดก้าวไกลเป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ อาจจะมีคนมารายการไมค์หมดหนี้ น้อยลงนิดนึง

นักท่องเที่ยว ทยอยร่วมไว้อาลัย หมีแพนด้า “หลินฮุ่ย” 

วันนี้!! พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมและเขียนการ์ดแสดงความไว้อาลัย ภายในส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า
       
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เผยว่า บรรยากาศโดยทั่วไปภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ในวันนี้ ยังคงมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมกันตามปกติ ส่วนบริเวณรูปปั้นหมีแพนด้า ด้านหน้าทางเข้าส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า ทางสวนสัตว์เชียงใหม่ได้จัดเตรียมดอกไม้สดสีขาว ไว้ให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการร่วมแสดงความไว้อาลัย เพื่อวางตรงด้านหน้ารูปถ่ายขนาดใหญ่ของหมีแพนด้า “หลินฮุ่ย” ซึ่งมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจร่วมกิจกรรมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก ทยอยกันเข้ามาอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน 

‘สุวัจน์’ ปลื้มใจ!! 2 เวทีปราศรัยสูงเนิน-ขามทะเลสอ ตอบรับดี ชูนโยบายแก้ไขปัญหาปากท้อง ลั่น!! จะสู้จนตายคาบ้าน

(21 เม.ย.66) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า นำผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นครราชสีมา 16 เขตเลือกตั้ง พร้อมด้วยที่ปรึกษาพรรคฯ อาทิ นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล , นายประเสริฐ บุญชัยสุข และ “วิว” นางสาวเยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคชาติพัฒนากล้า ปู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ช่วยหาเสียงให้ นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 เบอร์ 1 และนายสมบัติ กาญจนวัฒนา ผู้สมัครเขต 4 เบอร์ 4 ที่บริเวณลานอเนอกประสงค์เทศบาลตำบลขามทะเลสอ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา โดยมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมฟังการปราศรัยกว่า 5,000 คน ในจำนวนนี้มีส่วนหนึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ เยาวชน นักเรียน นักศึกษาร่วมฟังการปราศรัยคึกคัก

นายสุวัจน์ กล่าวว่าการปราศรัยทั้งสองสนามได้รับเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 4 ทั้งอำเภอสูงเนิน อำเภอขามทะเลสออย่างล้นหลาม เดินทางมารับฟังนโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า แก้ไขปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน งานดี มีเงิน ของไม่แพง และวันนี้พรรคนำเสนอคนรุ่นใหม่ไฟแรงลูกหลานชาวโคราช นายสมบัติ กาญจนวัฒนา ผู้สมัครส.ส.เขต 4 เบอร์ 4 มารับใช้พี่น้องประชาชน 

“พรรคชาติพัฒนากล้าอยู่กับชาวคนโคราชมากว่า 30 ปี จะสู้จนตายคาบ้าน” นายสุวัจน์ กล่าว

ในการปราศรัยครั้งนี้ พรรคชาติพัฒนากล้า ชูนโยบายเพื่อปากท้องและคุณภาพชีวิต งานดี มีเงิน ของไม่แพง, นโยบายมอเตอร์เวย์ทั่วไทยทุกทิศ 2,000 กม. สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลาการเดินทาง , น้ำมัน ค่าไฟ ถูกลง รื้อโครงสร้างพลังงาน ลดค่าการกลั่น หั่นค่า FT, เพิ่มนักท่องเที่ยว 80 ล้านคน สร้างรายได้ 5 ล้านล้านบาท เพิ่มวัน เพิ่มเงิน เพิ่มคน , ยกเลิกแบล็คลิสต์ , ปรับปรุงบ้านหลังละ 50,000 บาท เพื่อผู้สูงอายุ คนพิการ , ทุนธุรกิจสร้างสรรค์ ให้ทุนทำธุรกิจสูงสุด 1,000,000 บาท สร้างเด็กไทย 3 ภาษา เรียนตรง เจ้าของภาษาไทย ต่างประเทศ Coding , ลดภาษีบุคคลรายได้ไม่เกิน 40,000 บาท/เดือน ไม่ต้องเสีย , รื้อระบบราชการ 1 คำขอ จบครั้งเดียว ราชการในมือถือ, งานสูงวัย ไฟแรง 500,000 ตำแหน่ง รัฐช่วยนายจ้างออกให้ 5,000 บา/เดือน, การคมนาคมทันสมัย , เมืองท่องเที่ยวอินเตอร์ เมืองอาหารป้อนโลก โคราช-อีสานระเบียงเศรษฐกิจใหม่ เมืองน้ำไม่ท่วม น้ำไม่แล้ง น้ำประปาเพียงพอ เศรษฐกิจยุคทองของพี่น้องชาวโคราชจะกลับมา พี่น้องประชาชนชาวโคราชจะได้ลืมตาอ้าปากกันทุกคน และโครงการกองทุน 1 แสนล้านบาทติดโซลาร์เซลล์ให้เป็นธนาคารพลังงานประชาชนในด้านพลังงาน และโครงการปลดล็อคกัญชาจากเยาวชน ร่วมทั้งนำกีฬามาพัฒนาเยาวชน 


ที่มา : https://www.naewna.com/politic/725955
 

‘กองทัพอากาศ’ พร้อมลุย!! อพยพคนไทย ในซูดาน พร้อมปฏิบัติทันที เมื่อได้รับคำสั่งจากรัฐบาล

กองทัพอากาศ พร้อมปฏิบัติภารกิจได้ทันที เมื่อได้รับสั่งการจากรัฐบาล บินไป ‘ซูดาน’ อพยพคนไทยหนีไฟสงคราม


(21 เม.ย.66) ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.ต.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในสาธารณรัฐซูดาน จากการปะทะกันระหว่างกองทัพซูดานกับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ Rapid Support Forces (RSF) ในกรุงคาร์ทูม และพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ

พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) มีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว และได้สั่งการให้จัดผู้แทนกองทัพอากาศ เข้าร่วมประชุมกับกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยเกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการ และหาหนทางปฏิบัติกรณีอพยพคนไทยกลับประเทศ

เบื้องต้นกองทัพอากาศได้เตรียมเครื่องบินแบบ Airbus A340-500 ซึ่งเป็นเครื่องเดียวกับที่เคยใช้ในการอพยพคนไทยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศตุรกีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเครื่องบินแบบ C-130

รวมถึงเตรียมความพร้อมในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การพิจารณาความพร้อมของสนามบินปลายทาง การเตรียมขออนุญาตบินผ่านน่านฟ้าประเทศต่าง ๆ การเตรียมการลำเลียงทางอากาศสายแพทย์ การรักษาความปลอดภัย เป็นต้น โดยพร้อมปฏิบัติภารกิจได้ทันทีเมื่อได้รับสั่งการจากรัฐบาล ทั้งนี้ จะติดตามสถานการณ์และประสานกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด


ที่มา : https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_7624333

‘จีน พุธิตา’ ลุยหาเสียง บังเอิญเจอ ‘ลุงตู่’ กลางตลาด ฝากดังๆ!! “หยุดบิดเบือน ยกเลิกเกณฑ์ทหารไม่เท่ากับยกเลิกทหาร”

‘จีน พุธิตา’ ผู้สมัครก้าวไกลเชียงใหม่ เดินหาเสียงเจอ ‘ประยุทธ์’ ฝากดังๆ หยุดปล่อยข่าวปลอม ยกเลิกเกณฑ์ทหารไม่เท่ากับยกเลิกทหาร
 
(21 เม.ย.66) ที่ตลาดศรีบุญเรือง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พุธิตา ชัยอนันต์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 4 พรรคก้าวไกล (เบอร์ 5) รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่จับจ่ายใช้สอยในตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายพรรคก้าวไกล

โดยระหว่างเดินหาเสียง เจอขบวนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติและคณะ ที่กำลังเดินหาเสียงในตลาดเช่นกัน พุธิตาจึงพูดผ่านโทรโข่งถึงนโยบายการเมืองดี ปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร พร้อมกล่าวว่า ทราบมาว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขึ้นรถแห่หาเสียง บอกว่าพรรคการเมืองหนึ่งจะยกเลิกการมีทหาร ซึ่งอาจเข้าข่ายการโกหกบิดเบือน สร้างข่าวปลอม เพราะไม่มีพรรคการเมืองใดเสนอนโยบายยกเลิกกองทัพหรือทหาร ความจริงแล้วพรรคก้าวไกลมีนโยบายยกเลิกเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ ให้ประชาชนมีเสรีภาพในการประกอบชีพ ให้มีกองทัพที่ทันสมัย เป็นมืออาชีพ ทหารทุกคนไม่ถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหมือนที่ผ่านมา ไม่ใช่การยกเลิกการมีทหารตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ บิดเบือนแต่อย่างใด

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนในตลาด รวมถึงสื่อมวลชนที่เดินทางมาติดตามทำข่าว พล.อ.ประยุทธ์ โดยหลังจากพูดจบ พุธิตา และ พล.อ.ประยุทธ์ ต่างแยกย้ายกันรณรงค์หาเสียงต่อ เหตุการณ์เป็นไปโดยราบรื่น ไม่มีความวุ่นวายใดๆ เกิดขึ้น โดยประชาชนให้การตอบรับการหาเสียงของผู็สมัครก้าวไกลอย่างอบอุ่น

สำหรับ พุธิตา ชัยอนันต์ เป็นนักกิจกรรมทางการเมืองที่เคยเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งเป็นหนึ่งในนักกิจกรรมที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งในช่วงวิกฤติการเมืองปี 2557 จนกระทั่งหลังการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 พุธิตาจึงเป็นหนึ่งในประชาชนผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร 2557 ร่วมกับรังสิมันต์ โรม บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top