Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

'อลงกรณ์' มั่นใจเกษตรกร 9 ล้านครัวเรือน สนับสนุน 'พรรคประชาธิปัตย์' ด้วยผลงานที่พิสูจน์แล้ว 4 ปีสร้างเงินกว่า 5 ล้านล้านบาทให้ประเทศและเกษตรกร

ชี้ไตรมาสแรกปีนี้จีดีพี.เกษตรโต5.5%สร้างเงินเกือบ2แสนล้านบาทเพราะราคาพืชผลเกษตรส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคในฐานะทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์กล่าววันนี้ (25 เม.ย.) แสดงความเชื่อมั่นว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ 9 ล้านครัวเรือนทั้งประเทศจะให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคขวัญใจเกษตรกรด้วยผลงานทำได้ไว ทำได้จริงที่พิสูจน์แล้ว4ปีที่ผ่านมาที่พรรคประชาธิปัตย์ดูแลกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้ยุทธศาสตร์” ตลาดนำการผลิต เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” สามารถสร้างเงินสร้างรายได้ให้ประเทศและเกษตรกรจากการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ กว่า 5  ล้านล้านบาท เฉลี่ยปีละ 1.39 ล้านล้านบาท ทำให้ได้เปรียบดุลการค้าภาคส่งออกนำเข้าสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ 8.6 แสนล้านต่อปี แม้ต้องเผชิญกับวิกฤติโควิดและสงครามรัสเซีย-ยูเครน

‘ถาวร’ ปักธง ‘3ป.’ ยุทธศาสตร์พิทักษ์ชาติ ‘ปกป้องสถาบันฯ-ปราบโกง-ปฏิรูปประเทศ’

 (23 เม.ย.66) จากรายการ ‘ถลกข่าว ถลกคน’ รายการเกาะติด-เจาะลึกการเลือกตั้ง 2566 โดยสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES ร่วมกับ TV Direct ช่อง 76 (จานดาวเทียม PSI) ได้เชิญ นายถาวร เสนเนียม ประธานพรรคไทยภักดี มาฉายภาพสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน จุดยืนของพรรคไทยภักดี พรรคการเมืองที่ภักดีต่อประเทศไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งล้วงไปถึงนโยบายการเลือกตั้งของพรรค ผ่านยุทธศาสตร์ 3 ป. ดังนี้ว่า...

ในการเลือกตั้ง 2566 พรรคไทยภักดี มุ่งมั่นที่จะทำการเมืองภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 ป. ซึ่งมีความชัดเจนต่อการนำพาประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จทั้งเสถียรภาพการเมือง เศรษฐกิจ และความสามัคคีของคนในชาติ โดย…

>> ป. ที่ 1 ได้แก่ ‘ปกป้องสถาบัน’
ไทยภักดี ต้องการให้คนไทยกลับมาสู่โลกของความเป็นจริง ซึ่งก่อนอื่น ผมอยากจะพูดถึงนิยามคำว่าที่ตอนนี้นำมาล้างสมองเด็กไทยกันมาก นั่นก็คือคำว่า ‘ล้าสมัย’ ที่หลุดมาจากบางพรรคและบางบุคคล ผมมองว่านี่เป็นเรื่อง ‘เส็งเคร็ง’ เพราะนักการเมือง นักวิชาการพวกนี้ กำลังใช้เด็กเป็นเครื่องมือ เพื่อนำไปสู่การล้มล้างการปกครอง ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 

โดยกรรมวิธีที่คนเหล่านี้ทำ คือ เลือกที่จะรับเอาประวัติศาสตร์โง่ๆ ของคนยุโรปในบางประเทศมาทั้งดุ้น แล้วมาถอดแบบสอดใส่ให้กับประเทศไทย แล้วบอกว่าประเทศไทยล้าสมัย ใส่ลงไปในหัวเด็กๆ เยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งพวกคุณนั่นแหละล้าสมัย เพราะคุณไม่รู้จัก Apply สิ่งที่ดีในเมืองไทยให้ไปกับยุคสมัย แต่เลือกที่จะกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติแทน

เพราะฉะนั้น จึงเป็นที่มาของพรรคไทยภักดีในส่วนของ ป.แรก ที่ต้องการจะเข้ามาชัดเจนในการปกป้องสถาบัน ซึ่งอันที่จริงก็ถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน มายึดโยงเป็นนโยบายสำคัญของไทยภักดี อันจะเกี่ยวเนื่องกับการต่อต้านการล้มมาตรา 112 ซึ่งไม่ได้สร้างความเดือดร้อนแก่ใคร แต่กลับเป็นเครื่องมือชิ้นใหญ่ที่กำลังพาเด็กไทยเดินหลงทางบ้าง เดินไปเข้าคุกบ้าง เป็นการมุ่งร้ายต่อเด็ก โดยผู้ใหญ่ที่คุมเกมอยู่ข้างหลังทั้งสิ้น 

>> ป. ที่ 2. ได้แก่ ‘ปราบโกง’
ถ้าหากเราดูย้อนหลังไปสัก 10 ปี ช่วงปี 2557 อันดับการทุจริตของประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 98 ของโลก จาก 180 ประเทศไทย แต่เราก็ตกลงไปอันดับที่ 110 และก็มีกระเตื้องขึ้นมาเล็กน้อย จากการที่คอร์รัปชันทุจริตงอกเงย ในทุกๆ งบประมาณจะถูกเจียดเปอร์เซ็นต์ไปจากนักการเมืองโกง จาก 3 ล้านล้านเศษ ก็กินไปประมาณ 3 แสนล้านบาทบ้าง จี้ไปตรงไหนก็มีแต่โกงทุกหย่อมหญ้าบ้าง ในโครงการของรัฐบาล มีการโกงกินกันตั้งแต่ 10-20% ซึ่งเงินพวกนี้ เป็นส่วนแบ่งที่นักการเมืองกับพ่อค้าจับมือกันไปจ้างข้าราชการให้ทุจริต นักการเมืองได้ไปเต็มๆ ส่วนคนติดคุกคือ ข้าราชการประจำ นี่คือวิกฤต

สาเหตุหลักๆ ที่เกิดเหตุนี้ เพราะไม่เคยปฏิรูปประเทศไทยอย่างจริงจัง การบังคับใช้กฎหมายต่ำ และระบบอุปถัมภ์ยังไม่มีวันถูกปฏิรูป เราจึงต้องเข้ามาจัดการจุดนี้ ต้องแก้ความผิดคดีทุจริตให้ไม่มีอายุความในทุกๆ เรื่อง / นักการเมือง ต้องยื่นรายได้ โดยมีการตรวจสอบอาชีพ กำไร ขาดทุน เพื่อเช็กถึงความสุจริต ถ้าเจอว่าโกง ก็ยึดทรัพย์สินเข้ารัฐให้หมด / ต้องบังคับใช้สัญญาคุณธรรม รัฐมนตรีห้ามนิ่งเฉย นายกรัฐมนตรีห้ามนิ่งเฉย ห้วงเวลาของการพิจารณาคดีที่ยืดเยื้อต้องไม่มี ผิดต้องเอาความได้เร็วและฉับไว เพื่อให้ประชาชนไม่มองเห็นการโกงเป็นเรื่องปกติ โดยสิ่งเหล่านี้ทำได้ด้วยการแก้กฎหมายให้เป็นรูปธรรม และไทยภักดีจะผลักดันการปราบโกงในลักษณะนี้ให้ถึงที่สุด รวมถึงผลักดันทางสังคม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนทัศนคติให้หยุดโกงตั้งแต่เด็ก แบบที่ประเทศจีนทำได้มาแล้ว

>> สุดท้ายกับ ป ที่ 3. ได้แก่ ‘ปฏิรูป-ปฏิวัติ’
เดิมทีแนวทางการปฏิรูปประเทศ ภายหลัง คสช.ยึดอำนาจแล้วเสร็จนั้น เต็มไปด้วยแนวคิด แต่เป็นแนวคิดที่ถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์บ้าง เอกสารบ้าง รัฐธรรมนูญบ้าง แต่ยังไม่เกิดการนำมาใช้จริง ซึ่งหลายเรื่องเป็นกุศโลบายที่เหล่ามวลมหาประชาชนต้องนำเลือดเนื้อไปเสียสละ เพื่อหวังได้เห็นการเปลี่ยนแปลง 

ยกตัวอย่างเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน เราจะต้องผลักดันให้เกษตรกรยืนตระหง่านโดยไม่พึ่งพาทุนผูกขาด เช่น การพึ่งพาเรื่องพลังงาน สนับสนุนให้เกษตรกรปลูก ‘หญ้าเนเปียร์’ เพื่อนำมาผลิตแก๊ส หรือแม้แต่นำมาพัฒนาเป็นพลังงานไปปั่นเป็นกระแสไฟฟ้าได้ ซึ่งเป็นแนวคิดในการใช้สินค้าการเกษตร พัฒนาพลังงานสะอาด ก้าวข้ามฟอสซิล

‘ไต้หวัน’ จับตา ‘กองเรือบรรทุกเครื่องบินจีน’ อย่างใกล้ชิด หลังกองทัพจีนประกาศซ้อมรบใกล้กับทางตอนใต้ของเกาะ

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.66 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า กระทรวงกลาโหมไต้หวันจับตาใกล้ชิดกองเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพจีน เคลื่อนไหวอยู่ห่างจากเกาะไต้หวันไปทางตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะทาง 120 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 220 กิโลเมตร

ความเคลื่อนไหวของกองทัพไต้หวันเกิดขึ้นหลังกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีเรือซานตง เรือบรรทุกเครื่องบินหนึ่งเดียวของจีน เป็นเรือธงแล่นผ่านช่องแคบบาชี (อยู่ระหว่างไต้หวันกับฟิลิปปินส์) ออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อเข้าร่วมภารกิจซ้อมรบ

โดยเรือซานตงของจีนแล่นผ่านช่องแคบดังกล่าวไปในช่วงเดียวกันกับการพบกันของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ผู้นำหญิงของไต้หวัน กับนายเควิน แม็กคาร์ธี ประธานสภาคองเกรสคนใหม่จากพรรครีพับลิกัน ที่นครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ซึ่งต่อมา กองทัพจีนประกาศเปิดปฏิบัติการซ้อมรบในมหาสมุทรแปซิฟิก หลังประธานาธิบดีไช่เดินทางกลับถึงเกาะไต้หวัน

แถลงการณ์กระทรวงกลาโหมไต้หวัน ระบุว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินของจีนยังคงอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อร่วมภารกิจซ้อมรบห่างจากแหลมเอ๋อหลวนปี๋ ซึ่งเป็นส่วนใต้สุดของเกาะไต้หวันไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ราว 120 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 220 กม.

ทางการไต้หวันยืนยันว่า กองทัพไต้หวันจับตาความเคลื่อนไหวของกองเรือดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเตรียมการอย่างเหมาะสมแล้วเพื่อเตรียมรับมือหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

‘ช่อ’ นำทีม ‘ผู้สมัครก้าวไกล’ บุกหาเสียงโคราช แจง!! แก้ 112 เพื่อไม่ให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.66 น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่หาเสียงกับผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา 4 เขต เริ่มจากตลาดเช้าปักธงชัย กับนายชรินทร์ ทำดี ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 12 (เบอร์ 7) ต่อด้วยการเดินหาเสียงกับข้าราชการท้องถิ่นสำนักงานเทศบาลนครนครราชสีมา กับนายฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 (เบอร์ 3) ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างดี มีข้าราชการมาขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก โดย น.ส.พรรณิการ์ ระบุว่า นโยบายของพรรคก้าวไกล คือการเพิ่มงบประมาณ และอำนาจให้กับท้องถิ่น เพื่อให้แต่ละพื้นที่ดูแลบำบัดแก้ไขปัญหาของประชาชนได้รวดเร็ว ไม่ต้องรอราชการส่วนกลาง เทศบาลก็จะสามารถทำงานได้คล่องตัวขึ้น

หลังจากนั้น น.ส.พรรณิการ์ ได้เดินตลาดสระครก ตลาดไนท์บ้านเกาะ ตลาด RN yard ต่อด้วยตลาดเซฟวัน กับนายศุภชาติ รุจิพรวศิน ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 2 (เบอร์ 1) และนายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 3 (เบอร์ 11) ซึ่งตลาดเซฟวันเป็นตลาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองโคราช ตลอดการเดินมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปทักทายอย่างคึกคัก ส่วนใหญ่ระบุว่า พร้อมกาให้ก้าวไกลทั้งบ้าน

‘กรณ์’ ขึ้นเวทีดีเบตสงขลา ลั่น!! ขอแก้ปัญหาทุนผูกขาด หากทำได้ ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์เกิด คนไทยจะลืมตาอ้าปาก

‘กรณ์’ ขึ้นเวทีดีเบตสงขลา ลั่น!! คนไทยจะลืมตาอ้าปากได้ ต้องรื้อระบบทุนผูกขาด หยุดการเมืองสกปรก แนะปรับทัศนคติผู้นำ เปลี่ยนความไม่สงบสามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ให้โอกาสประชาชนร่ำรวย เชื่อ!! ชาวสงขลาเปิดทางให้ลูกชาวบ้านเป็นผู้แทน 

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.66 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ขึ้นเวทีดีเบต ที่จังหวัดสงขลา ณ สวนสาธารณะ เมืองสงขลา โดยกล่าวว่า วันนี้ตนขอมาให้คำตอบสั้น ๆ ชัด ๆ ว่าเราจะช่วยให้พี่น้องชาวใต้และคนไทยทั้งประเทศลืมตาอ้าปากได้ ต้องรื้อระบบทุนผูกขาดที่เป็นต้นตอทำให้ประชาชนทั้งประเทศไม่สามารถที่จะแข่งขันได้ ไม่มีโอกาสที่จะก้าวหน้าในชีวิต และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สินค้า ค่าครองชีพของพี่น้องสูงขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องคนไทยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา และถามว่าเรื่องทุนผูกขาดเราจะแก้ได้อย่างไรจึงจะแก้ได้ เป็นโอกาสและเป็นสิทธิของพี่น้องประชาชน ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้

‘ปิยบุตร’ ช่วย ‘ภัณฑิล’ หาเสียงคลองเตย ปชช. ตอบรับดี ลั่น!! กระแส ‘ก้าวไกล’ ยังเพิ่มได้อีก มั่นใจ!! สู้บ้านใหญ่ได้

‘ปิยบุตร’ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครคลองเตย หาเสียง ลั่น กระแสก้าวไกลยังเพิ่มได้อีก มั่นใจ สู้บ้านใหญ่ได้ เมิน นักร้อง ปมครอบงำพรรค เหน็บหมดยุคขี้แพ้ชวนตี
.
(24 เม.ย.66) นายปิยบุตร แสงกนกกุล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ตลาดนัด แฟลต12 เขตคลองเตย เขตวัฒนา ช่วยนายภัณฑิล น่วมเจิม ผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล เบอร์ 2 ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี

นายปิยบุตร กล่าวถึงความั่นใจในเชตพื้นที่คลองเตย ว่า หากเปรียบเทียบคะแนนเมื่อปี 62 พรรคอนาคตใหม่แพ้ไปนิดเดียว ส่วนรอบนี้ที่เป็นพรรคก้าวไกล เชื่อว่ากระแสดีเบตของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแกนนำหลายคนที่ตระเวนออกเวทีดีเบตทุกเวที ผู้ช่วยหาเสียงนายธนาธร น.ส.พรรณิการ์ และตนช่วยหาเสียงแบบดาวกระจายทั่วประเทศ ทำให้มีกระแสสูงมากกว่าปี 62

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้มีแค่นิวโหวตเตอร์ ที่เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ แต่มีประชาชนหลากหลายช่วงวัยสนับสนุนพรรคก้าวไกลมากขึ้น ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะมีลุ้นทุกเขต สำหรับการแข่งขันในเขตวัฒนา-คลองเตย กับเจ้าของพื้นที่เดิมอย่างนางกรณิศ ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ประเมินจากการเลือกตั้งครั้งก่อน ประชาชนเลือกเพราะต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงเฉือนชนะไปนิดเดียว

“รอบนี้กระแสเปลี่ยน ประชาชนอยากเปลี่ยนนายกฯ เปลี่ยนขั้วรัฐบาล เปลี่ยนโครงสร้างประเทศไทยให้ยุติธรรมเสมอภาคเท่าเทียมกันเชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะมีโอกาสในเขตวัฒนา-คลองเตย”

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า ส่วนผลสำรวจของซูเปอร์โพล ที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนเพิ่มขึ้นในฐานะนักวิเคราะห์ มองว่าคะแนนจะเพิ่มขึ้นได้อีกเรื่อยๆ สวนทางกับกระแสของแต่ละพรรคที่เริ่มหยุด กลยุทธ์พรรคก้าวไกลจะส่งผู้ช่วยหาเสียงปราศรัยในพื้นที่ต่าง ๆ โดยวันนี้นายธนาธรลงพื้นที่ภาคใต้กระแสตอบรับดีมาก ทั้งที่หลายคนเชื่อว่าพื้นที่ภาคใต้มักจะเป็นคนอนุรักษ์นิยม พรรคก้าวไกลน่าจะไม่มีคะแนน

ส่วนน.ส.พรรณิการ์ ไปภาคอีสานโดยเฉพาะจ.ขอนแก่น พรรคก้าวไกลน่าจะได้ลุ้น ทั้งเขต 1-4 ขณะที่ตนสัปดาห์นี้จะประจำพื้นที่กทม.และปริมณฑล ด้านนายพิธา และน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ตระเวนดีเบต เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ พรรคก้าวไกลนิยมปราศรัยเวทีย่อย เพราะเราต้องไปหาประชาชนในพื้นที่ให้ใกล้ที่สุด ไม่รบกวนพี่น้องประชาชนให้เดินทางมาที่เวทีปราศรัย

“ส่วนการสู้กับกระสุนและบ้านใหญ่ในพื้นที่ต่าง ๆ ขณะนี้กระแสพรรคก้าวไกลกระจายไปทั่ว เป็นหน้าที่ของผู้สมัครที่จะต้องเดินทางไปเก็บกระแสให้เปลี่ยนมาเป็นคะแนน เชื่อว่ากระแสจะสู้กระสุนได้ ความคิดและดุมการณ์ของพรรคก้าวไกลที่ชัดเจนอย่างตรงไปตรงมาจะทำให้สู้กับบ้านใหญ่ได้”

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีกระแสว่านายธนาธร และนายปิยบุตร ทำงานเกินหน้าที่เข้าข่ายครอบงำพรรค นายปิยบุตร กล่าวว่า นักร้องก็ต้องทำหน้าที่คอยร้องสกัด ตนอยากให้การเลือกตั้งแข่งขันอย่างตรงไปตรงมา ชนะก็คือชนะแพ้ก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ ควรหมดประเพณีนิยม “เตะสกัดขัดขา”ผ่านการร้องเรียนยุบพรรคตัดสิทธิ

หากทำเช่นนี้บ่อยๆก็เหมือนกับขี้แพ้ชวนตี ต่อให้ร้องเรียนมาก็ไม่เป็นไรยืนยันว่าผม นายธนาธร และน.ส.พรรนิกา ทราบดีว่าเป็นได้แค่ผู้ช่วยหาเสียงและกองเชียร์ ไม่ใช่โค้ชไปสั่งสอน พรรคก้าวไกลจ้างมาให้ช่วยหาเสียงเท่านั้น ก่อนจะมาปราศรัยก็ต้องเปิดสมุดนโยบายหาเสียงต้องไม่เกินเลย ส่วนพรรคจะตัดสินใจวางหมากวางเกมอย่างไรก็เป็นเรื่องของพรรค หากเลือกตั้งเสร็จจะเลือกร่วมรัฐบาลหรือไม่ก็เป็นเรื่องของพรรคที่ต้องคิดอ่าน


ที่มา : https://www.khaosod.co.th/election-2023/news_7628822

‘ตร.ไซเบอร์’ ทลาย ‘แก๊งจีน’ ลวงส่งของเก็บเงินปลายทาง พบเหยื่อโผล่ทั่วไทย เงินหมุนเวียน 20 ล้านบาท

ตร.ไซเบอร์ทลาย"แก๊งจีน"ตีเนียนส่งของเก็บเงินปลายทาง พบเหยื่อโผล่ทั่วไทย บุกค้นโกดังสินค้าย่านบางนาพบพัสดุนับหมื่นชิ้น เร่งขยายผลล่านายทุนจีนตัวการใหญ่ เผยเงินหมุนเวียนกว่า 20 ล้าน
.
(24 เม.ย.66) พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท.พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท 2 พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจ นากูร ผกก.2 บก.สอท.2  นำกำลัง บก.สอท. 2 ปิดล้อมตรวจค้น 3 จุด ในพื้นที่บางนา หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่าได้รับความเดือดร้อนจากการที่มีพัสดุเก็บเงินปลายทางมาส่ง ทำให้หลงเชื่อว่าอาจจะมีบุคคลในครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงานเป็นคนสั่งก่อนชำระเงินให้ไป ทำให้เดือดร้อนและเกิดความเสียหาย มีผู้หลงเชื่อชำระเงินไปเป็นจำนวนมาก

โดยจุดที่น่าสนใจเป็นการเข้าตรวจค้นโกดัง เก็บของ รับของ 2 แห่ง ภายในซอยบางนาตราด 17 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กทม. ซึ่งลักษณะเป็นโกดังให้เช่า โดยโกดังแห่งแรกเป็นโกดังเก็บพัสดุสินค้า จากการตรวจสอบพบพัสดุสินค้าหลายรายการ ภายในบรรจุสินค้าหลายรายการ อาทิ เครื่องสำอาง,รองเท้า, เสื้อผ้า อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น  นอกจากนี้ยังพบกล่องพัสดุเปล่าที่เตรียมแพ็กของสุ่มส่งลูกค้า  และสติกเกอร์รายชื่อที่อยู่ของเหยื่อที่ถูกทำลายเป็นจำนวนมาก  อีกทั้งตรวจค้นในสำนักงานพบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีรายชื่อของผู้รับถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดในระบบคอมพ์พิวเตอร์ และยังมีสินค้าตีกลับอีกนับหมื่นรายการ

โกดังที่สองเป็นโกดังสำหรับแพคพัสดุที่รอทำการส่ง พบชั้นวางกล่องพัสดุที่ถูกตีกลับ และกระสอบใส่กล่องพัสดุที่ถูกตีกลับกว่าหมื่นกล่อง  รวมทั้งบาร์โค้ดที่ใช้สำหรับส่งของพัสดุ  นอกจากนี้ทั้งสองจุดสามารถควบคุมตัวผูู้ดูแล คือ น.ส.สุรีพร อายุ 30 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ. 225 /2566 ลงวันที่ 24 เม.ย.ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และคุมตัวนายตู่ อายุ 27 ปีพนักงานแพ็กของ

เบื้องต้นทั้งสองอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นว่าเป็นพฤติกรรมการหลอกลวงส่งของเก็บเงินปลายทาง ทั้งในส่วนบาร์โค้ด รายชื่อลูกค้า และโลโก้บริษัทส่งของต่างๆ อ้างเพียงถูกจ้างมาแพ็กของติดชื่อส่งพัสดุยังผู้รับ ได้ค่าจ้างเดือนละ  15,000 บาท ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งในส่วนรายชื่อ หรือพัสดุ โดยเจ้าของกิจการ ซึ่งเป็นคนจีนจัดหามาให้เพียงแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น แต่ให้ข้อมูลว่าสินค้าทั้งหมดนำเข้ามาจากจีน แต่ไม่ทราบวิธีการนำเข้า จากนั้นจะนำชื่อที่อยู่ของผู้รับ จากระบบคอมพิวเตอร์ปริ้นท์ลงกระดาษแปะหน้ากล่อง ก่อนจะนำไปส่งต่อยังบริษัทรับส่งพัสดุ เพื่อนำส่งไปตามที่อยู่ที่ระบุหน้ากล่อง ซึ่งทั้งหมดจะถูกเก็บเงินปลายทางยังผู้รับทุกวัน โดยแต่ละวันจะส่งวันละหลายร้อยกล่อง ที่ผ่านมาก็ถูกตีกลับเกินครึ่ง และหากสินค้าที่ถูกตีกลับมาจะนำลอกชื่อหน้ากล่องออก แปะข้อมูลของอีกคนเข้าไปแทนจากนั้นดำเนินการส่งใหม่อีกรอบ ทำซ้ำๆ วนไปแบบนี้เป็นวงจรปกติ สำหรับรายชื่อของผู้รับไม่ทราบว่าเจ้าของซึ่งเป็นคนจีนนำมาจากไหน แต่จะมีเข้ามาในระบบเรื่อยๆ

พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวว่า ตามนโยบายของพล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. ที่เน้นย้ำสั่งการให้ปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ หลังสถิติการรับแจ้งความทางออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า มีประชาชนตกเป็นเหยื่อจากการสั่งสินค้าทางออนไลน์สูงเป็นอันดับหนึ่ง ขณะเดียวกันทาง บก.สอท.2 ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายจำนวนมากว่าได้สั่งซื้อสินค้าผ่านเพจเฟชบุ๊ก Wdecd-US แต่ได้รับสินค้าที่ไม่ตรงตามที่สั่ง และกรณีที่ผู้เสียหายได้รับสินค้า ที่ไม่ได้สั่งซื้อ โดยเรียกเก็บเงินปลายทางกับผู้เสียหาย จึงได้แจ้งความไว้ผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ หลังรับเรื่องได้ทำการสืบสวนจนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีลักษณะเป็นขบวนการ จึงรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายค้นและหมายจับ

‘ธนาธร’ อ้อน!! กาก้าวไกล ได้การเมืองโปร่งใสไร้ทุจริต พร้อมพลิกความเจริญสู่ชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นมหาศาล

(24 เม.ย.66) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ร่วมกิจกรรมช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคก้าวไกล โดยเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้าที่ตลาดสดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช พร้อมเปิดปราศรัยขนาดย่อมที่หน้าตลาด ช่วยหาเสียงให้กับ ปกรณ์ อารีกุล ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 (เบอร์ 3) และ พสุธน โมคคัลลา กลับนุ้ย ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 2 (เบอร์ 2)

ก่อนเดินทางต่อไปยัง อ.ปากพนัง เปิดปราศรัยขนาดย่อมที่หน้าท่าเรือข้ามฟากปากพนังฝั่งซ้าย ก่อนนั่งเรือข้ามฟากไปเดินหาเสียงแจกแผ่นพับที่ตลาดเทศบาลเมืองปากพนัง พร้อมกับ ชนิศา ชูเมือง ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 (เบอร์ 4)

หลังจากนั้น เดินทางเข้าสู่ อ.ทุ่งสง พบปะประชาชนที่ศูนย์ประสานงานพรรคก้าวไกล เขต 6 นครศรีธรรมราช ร่วมกับ ปิยวัฒน์ สิริพันธ์พงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 6 (เบอร์ 8) ก่อนขึ้นรถแห่ไปตามถนนเส้นหลักของ อ.ทุ่งสง เดินทางต่อไปยัง อ.ทุ่งใหญ่ ช่วยหาเสียงให้กับ พุฒิพงศ์ ลุ่ยจิ๋ว ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 7 (เบอร์ 5) ขึ้นรถแห่ไปตาม อ.ทุ่งใหญ่ และเปิดเวทีปราศรัยที่สนามกีฬาตำบลบางรูป

โดยระหว่างการหาเสียงวันนี้ มีประชาชนชาวนครศรีธรรมราชที่ให้ความสนใจเดินเข้ามาฟังการปราศรัยอย่างหนาแน่นในทุกจุด รวมทั้งได้เข้ามาพบปะพูดคุย ขอถ่ายภาพร่วมกัน และนำสิ่งของทั้งของฝากและของทาน เช่น สะตอ ขนมทองหยิบ-ทองหยอด ส้ม น้ำเต้าหู้ ของเล่น มาทำเป็นพวงมาลัยมอบให้จำนวนมาก

การปราศรัยวันนี้ ธนาธรได้กล่าวถึงเหตุผลที่พรรคก้าวไกลเสนอคำขวัญ ‘กาก้าวไกลประเทศไทยไม่เหมือนเดิม’ ว่าเพราะเราต้องการตอบโจทย์ที่ประชาชนคนไทยจำนวนมากหมดหวังไปแล้ว ไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนไปได้ แต่เราเชื่อว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้ ลูกหลานควรได้รับโอกาสเติบโตมาในสังคมที่ดีกว่านี้ และวิธีการทำงานของเราแตกต่างจากคนอื่น เพราะพรรคก้าวไกลไม่เคยคิดว่าจะแก้ปัญหาแบบขอไปที การทำแบบนั้นไม่สามารถพาประเทศไทยไปไกลกว่านี้ได้ แต่ต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอ

เช่น เรื่องของ ส.ป.ก. ซึ่งที่ตำบลบางรูปแห่งนี้ ที่ที่เรายืนอยู่ตรงนี้ เป็นที่ดิน ส.ป.ก. เช่นกัน วันนี้ ส.ป.ก. ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เป็นเมืองในปัจจุบันแล้ว แต่ ส.ป.ก. ยังคงกักขังคนให้มีทางเลือกแค่ทางเดียวคือการทำการเกษตร ไม่ให้ทำห้องพัก ร้านกาแฟ และกิจการอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเกษตร และวิธีการแก้ปัญหาของพรรคก้าวไกล ซึ่งแตกต่างจากพรรคอื่น คือการทำให้ ส.ป.ก. เป็นโฉนด ทราบมาว่ามีร่างกฎหมายแล้ว พร้อมนำเสนอเข้าสู่สภาฯ ไม่ว่าพรรคก้าวไกลจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ใน 30 วันแรกหลังเปิดสภาฯ พรรคก้าวไกลบอกว่ายื่นร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภาฯ แน่นอน

การแก้ปัญหายางพาราก็เช่นกัน ตั้งแต่อนาคตใหม่ถึงก้าวไกล ไม่เคยสัญญาว่าจะให้ราคายางเท่าไร แจกเงินแจกง่าย สร้างงานสร้างยาก แต่อยากให้ประเทศเติบโตอย่างยั่งยืนต้องสร้างงาน ในระยะสั้นต้องอัดฉีดเงินแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ระยะยาวต้องสร้างอุตสาหกรรมยางพาราในประเทศไทยให้ได้ วันนี้มาเลเซียเลิกปลูกยางไปแล้ว ซื้อน้ำยางข้นผ่านด่านสะเดาบ้านเราเอาไปแปรรูปที่มาเลเซีย แปรรูปจนเกิดมูลค่าเพิ่มสูงกว่า ปล่อยให้คนไทยเป็นคนปลูกยาง ภูมิใจได้แค่ว่าเป็นผู้ส่งออกยางเยอะที่สุด แต่เครื่องจักรพื้นฐานที่สุดในการแปรรูปยางยังผลิตในประเทศไทยไม่ได้เลย

ธนาธรกล่าวต่อไป ว่าตนมองไม่ออกเลยว่าทำไมการแก้ปัญหาราคายางพาราแบบนี้ถึงจะทำไม่ได้ จะแก้ปัญหายางพาราต้องทำแบบนี้ สร้างอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการแปรรูปยางพารา เป็นรองเท้านักเรียน สนามเด็กเล่น อุปกรณ์การเรียนการสอน วัสดุกันกระแทกในอุตสาหกรรมการบิน ยานยนต์ ฯลฯ แปรรูปที่นี่ เกิดมูลค่าเพิ่มที่นี่ แล้วส่งออกไปขายต่างประเทศ นี่คือการแก้ปัญหาที่ต้นตอ และเป็นวิธีการทำงานแบบพรรคก้าวไกล

แต่ขณะเดียวกัน ก็มีคนปรามาสพรรคก้าวไกลมากมายว่าเป็นพวกสุดโต่ง เร็วเกินไป ไม่มีประสบการณ์ แต่สี่ปีที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลไม่ใช่หรือที่ทำผลงานในสภาได้โดดเด่นที่สุด ยกตัวอย่างเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว จากการอภิปรายเปิดโปงรัฐมนตรีคนหนึ่งว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน จนเกิดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ นี่คือผลงานของ ส.ส. พรรคก้าวไกลที่เปิดโปงและปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนได้หลายพันล้านบาท

‘กรณ์’ ลุยหาเสียงสงขลา ยกกรณีลดค่าไฟ 2 สตางค์ ช่วยปชช. ไม่ได้ ชี้!! เลือก ‘ชพก.’ การเมืองเปลี่ยน ยัน!! ต้องยกเลิกเก็บเอฟที

สงขลาแตก พ่อค้าประชาชน แห่ต้อนรับ กรณ์- จูรี และ 4 ผู้สมัคร ส.ส. เชียร์สุดใจให้ได้เป็นผู้แทน ชื่นชมนโยบายยกเลิกแบล็กลิสต์ต่อชีวิตคนตัวเล็ก ‘กรณ์’ สวน มติ กกพ.ลดค่าไฟ 2 สตางค์ ลดให้ประชาชนด่า ยันต้องยกเลิกเก็บเอฟที ช่วยประชาชนได้จริง 

(24 เมษายน) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา หาเสียงช่วย 2 สมัคร ส.ส. สงขลา นายจูรี นุ่มแก้ว เขต 2 เบอร์ 8 และทนายอาร์ม นายพงศธร สุวรรณรักษา.เขต 9 เบอร์ 8 ในช่วงโค้งสุดท้าย ณ บริเวณใจกลางเมืองหาดใหญ่ และตลาดกิมหยง โดยได้พบกับพ่อค้าแม่ค้าและนักธุรกิจเป็นจำนวนมาก โดยประชาชนชาวหาดใหญ่มีความคาดหวังว่าจะได้ผู้แทนหน้าใหม่ ที่เข้าใจบริบทของการค้า การลงทุนและการพัฒนาเมือง เพื่อพัฒนาหาดใหญ่เป็นเมืองการค้าที่สำคัญ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มนักธุรกิจหาดใหญ่ได้เข้ามาทักทาย นายกรณ์ และชื่นชมนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า โดยเฉพาะยกเลิกแบล็กลิสต์เพราะถือเป็นการต่อลมหายใจธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ผู้ประกอบการหลายรายขาดสภาพคล่องหนักในช่วงโควิด รวมถึงนโยบายการลดค่าไฟ และค่าน้ำมันที่นายกรณ์ ออกมาต่อสู้เพื่อประชาชนมาโดยตลอดอีกด้วย

นายกรณ์ กล่าวถึงกรณี บอร์ด กกพ.ไฟเขียวลดค่าไฟ 7 สต. เหลือ 4.70 บาทต่อหน่วย โดยชาวบ้านได้ลดค่าไฟจากงวดแรก 2 สตางค์ ใช้ทันบิลเดือนพฤษภาคมนี้ว่า  มติในครั้งนี้เกิดจากที่พรรคชาติพัฒนากล้า ได้ริเริ่มกดดันให้ลดค่าไฟ หลังทราบว่า กกพ.มีมติจะขึ้นค่าไฟในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ร้อนมาก แต่การลดค่าไฟเพียงแค่ 2 สตางค์ไม่มีผลต่อการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน  ตนได้เสนอไปแล้วว่าให้เว้นการเก็บค่าเอฟทีในช่วง 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงร้อนจัด ซึ่งกฟผ.เองก็สามารถแบกรับภาระตรงนี้ได้ไม่มีปัญหาอะไร รัฐบาลเองก็สามารถเข้าไปช่วยบริหารจัดการภาระหนี้สินของ กฟผ. ได้ แต่การประกาศลดค่าไฟเพียงแค่ 2 สตางค์ท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญกับสินค้าราคาแพง ค่าครองชีพสูงขึ้น 

นายกรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะต้องปรับราคาค่าไฟด้วย ทั้งการนำเข้าก๊าซ LNG ที่นำมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตกระไฟฟ้า ก็ลดลง ค่าเงินบาทก็มีเสถียรภาพ ทำไมถึงลดค่าไฟให้กับประชาชนมากกว่านี้ไม่ได้ ขอให้คิดตามว่า ถ้าสมมุติค่าไฟ 2,500 บาท เท่ากับใช้ไฟฟ้า 500 หน่วย ลด 2 สตางค์ เท่ากับลดราคาไป 10 บาท ถามว่าทำอะไรได้ ลดให้ถูกด่าเปล่า ถ้าเทียบกับข้อเสนอของเราว่าควรงดเก็บค่าเอฟที จะสามารถประหยัดได้ถึง 500 บาทต่อเดือนมันมีผลต่อค่าครองชีพ 

'พี่ยุทธ' ยอมใจ!! 'ชัยวุฒิ' ที่สุดแห่งตัวตึงการเมืองไทยช่วงนี้ ยก!! มือฟาดตัวจริงแห่ง พปชร. ไม่หวั่นแม้ทัวร์รอลงทุกซีน

'สรยุทธ' เอ่ยถึงตัวตึง 'ชัยวุฒิ' รองหัวหน้าพรรค (พปชร.) โพสต์คลิปสวนกระแส ชวนลูกชายกินไข่ต้ม ลั่น!! อร่อยดี มีประโยชน์ อาหารที่ไม่มีชนชั้น อยู่อย่างพอเพียง ปอกไข่ต้มกินข้าวคลุกน้ำปลา 

(24 เม.ย.66) สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าว รายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอก โชว์ปอกไข่ต้มกินข้าวคลุกน้ำปลา จากประเด็นร้อน ที่ทำเอา 'คนการเมือง-อินฟูลเอนเซอร์' ฟาดกันเดือด! จากหนังสือวิชาภาษาไทย ป.5 ให้ข้อคิดเรื่องคุณค่าชีวิต ผ่านเรื่อง 'ด.ญ.ใยบัว' กินข้าวคลุกน้ำปลา กับไข่ต้มครึ่งซีก 

โดยในระหว่างการปอกไข่ นายสรยุทธ์ได้กล่าวถึง  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค (พปชร.) ที่ช่วงนี้สามารถหยิบประเด็นสาธารณะมาโพสต์ ได้อย่างไม่กลัวกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งๆ ที่รู้ว่าต้องโดนกระแสสังคม พร้อมกันนี้ยังได้วิเคราะห์อีกด้วยว่า นายชัยวุฒิเปรียบเหมือนตัวตึงในวงการการเมืองช่วงนี้ พร้อมยังได้เปรียบเทียบกับพรรครวมไทยสร้างชาติว่ายังไม่มีใครจัดจ้านได้เท่าชัยวุฒิช่วงนี้แล้ว ที่กล้าไม่กลัว หยิบยกประเด็นคุณค่าของจิตใจสวนกระแสดราม่าในสังคม 

นอกจากนี้ นายสรยุทธ์ ยังได้กล่าวว่าถึงประเด็นพอเพียงตามแบบการเรียนการสอน "ใจความสำคัญของคำว่าพอเพียง คือการประมาณตนอย่างพอดี อยู่ที่คุณค่าของจิตใจ" แต่ประเด็นของเรื่องไม่ใช่ความพอเพียงแต่อยู่ที่เรื่อง โภชนาการที่เด็กคนหนึ่งจะได้รับจากการกินไข่แค่ครึ่งซีกกับน้ำปลา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top