Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

‘ศิธา’ วิเคราะห์ ‘อุ๊งอิ๊ง’ หลัง ‘ท่าที-คำตอบ’ ไม่เคลียร์ ปม ‘เพื่อไทย’ ไม่อยาก หรือ ไม่ร่วม รัฐบาลกับ 2 ลุง

เมื่อไม่นานนี้ นายศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ‘ปิดไมค์ถาม’ ทางช่อง PPTV HD 36 โดยในหลาย ๆ มุมจากศิธาได้ ‘อ่านใจอุ๊งอิ๊ง ซึ่งสะท้อนออกมา ว่าอาจจะไม่อยากเล่นการเมือง ไม่อยากนั่งเก้าอี้นายกฯ แต่ทั้งหมดมีความจำเป็นให้ต้องลงมาในสนามนี้ รวมถึงปมคาใจ เหตุใด ‘อุ๊งอิ๊ง’ ตอบไม่ชัดว่าจะ 'ร่วม' หรือ ‘ไม่ร่วม’ รัฐบาลกับ 2 ลุง โดยเนื้อหาได้ระบุว่า…

โดยส่วนตัวนั้น ตนไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกับเพื่อไทยเลย ตนมีความคิดว่า ตอนที่คุณหญิงสุดารัตน์ออกมา แกไม่ได้ผิด ไม่ได้เกี่ยวกับคนแดนไกล ไม่ได้เกี่ยวตระกูลชินวัตร ไม่ได้เกี่ยวเลย แต่ว่ามันเกี่ยวกับเรื่องของผู้บริหารข้างในที่อาจจะมีความขัดแย้งกัน และพอไปด้วยกันไม่ได้ ก็อาจจะต้องเลือกฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ซึ่งเอาจริง ๆ ความเชื่อส่วนตัวของตนเชื่อว่า ถ้าคุณหญิงสุดารัตน์ยังอยู่เพื่อไทย คุณอุ๊งอิ๊งคงไม่ต้องมาเล่นการเมือง เพราะตนเชื่อว่า คุณหญิงสุดารัตน์สามารถเอาอยู่ สามารถจะดึงคะแนนได้ 

อย่างไรก็ตาม การที่คุณอุ๊งอิ๊งมีคุณพ่อเป็นนักการเมือง เป็นไอดอลของใครหลาย ๆ คน สมัยที่ไทยรักไทยเป็นรัฐบาล และตอนนี้ก็ยังคงอยู่ในหัวใจของประชาชน คุณอุ๊งอิ๊งก็คงซึมซับตรงนี้มา และอยากให้นโยบายต่าง ๆ สำเร็จ แต่ถามว่าอยากเข้ามาไหม? ตนเชื่อว่า ถ้าเป็นครอบครัวระดับมหาเศรษฐีขนาดนี้ ที่ต้องถูกแยกจากคุณพ่อและคุณอาไปอย่างไม่เป็นธรรม ครอบครัวไม่สามารถอยู่พร้อมหน้ากันได้ ความเชื่อของตนคิดว่า คุณอุ๊งอิ๊ง คงไม่ได้อยากเข้าการเมืองเลย

เมื่อถามถึงเรื่องการทุจริต นายศิธา กล่าวว่า คนไทยรับไม่ได้ หากนักการเมืองเข้ามาทุจริต อย่าว่าแต่เป็นแสน ๆ ล้านเลย แค่ล้านเดียวเขาก็รับไม่ได้ ตรงนี้ ถ้าเกิดคนยังคิดว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ, อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ มีความผิดจริง ทุจริตจริง เห็นชัดเจน และมีกระบวนการตัดสินที่เป็นธรรม จะแลนด์สไลด์ไหม จะชนะถล่มทลายไหม ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 44 จนกระทั่งการเลือกตั้งปี 66 ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะครบ 22 ปี มีพรรคการเมืองไหน เคยชนะพรรคการเมืองที่อดีตนายกฯ ทักษิณ สนับสนุนบ้าง ไม่ได้สนับสนุนแบบครอบงำนะ ตนหมายถึงในหลาย ๆ อย่างก็ยึดหลักจากที่เขาทำมา จนกระทั่งได้คะแนนชนะเป็นที่หนึ่งมาตลอด

ผบ.ตร.ตรวจเยี่ยมและปิดโครงการชุมชนยั่งยืนบ้านเกาะสินไห จ.ระนอง ชื่นชมความสำเร็จ แก้ปัญหายาเสพติดความเดือดร้อนชาวบ้าน มอบรางวัล “ทำดี มีรางวัล” ให้ตำรวจที่ทุ่มเททำโครงการ พร้อมตรวจเยี่ยมภูธรจังหวัดและ ตม. ระนอง สั่งคุมเข้มงานมั่นคง ยาเสพติด ยกระดับงานบริ

 วันที่ 24 เม.ย.66 เวลา 10.00 น. ที่บ้านเกาะสินไห อ.เมือง จ.ระนอง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เดินทางมาตรวจเยี่ยม และเป็นประธานปิดการอบรมชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ  โดยมี พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 , นายศักระ กปิลกาญจน์ ผวจ.ระนอง , นายประเสริฐ บิลมาศ  ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดระนอง , พล.ต.ต.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา ผบก.ภ.จว.ระนอง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาเข้าร่วม

หมู่บ้านเกาะสินไห อยู่ในความรับผิดชอบ สภ.ปากน้ำ มีประชากร 290 ครัวเรือน จำนวน 1,138 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม อาชีพประมงพื้นบ้าน อยู่ห่างจากฝั่ง ประมาณ 18 กม. (เดินทางโดยเรือหางยาว ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เวลาเกิดเหตุร้าย หรือคนวิกลจริตจากยาเสพติดก่อเหตุร้าย บางครั้งตำรวจไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ทันเพราะเป็นเวลากลางคืน บางเวลาน้ำทะเลลงก็ไม่สามารถเดินทางขึ้นไปบนเกาะได้ จนชาวบ้านเดือดร้อนจากปัญหายาเสพติด

พล.ต.ต.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา ผบก.ภ.จว.ระนอง ลงพื้นที่เห็นปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติด ที่ทำให้คนในชุมชนเดือดร้อนมานาน อีกทั้งชุมชนห่างประเทศเพื่อนบ้านเพียง 1 กม. ทำให้ยาเสพติดแพร่ระบาดง่าย เมื่อทำการตรวจปัสสาวะพบชาวบ้านติดยาเสพติด 87 ราย

          
ผบก.ภ.จว.ระนอง จึงนำนโยบาย ผบ.ตร. โครงการชุมชนยั่งยืนฯ มาแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนเกาะสินไห ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ วันที่ 15 ธ.ค.65 จนถึง 19 เม.ย.66 มีการแต่งตั้งคณะทำงานและชุดปฏิบัติการติดตามโครงการแบบบูรณาการ ร่วมกับชุมชน ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ผู้นำศาสนา ทหาร ค้นหาผู้เสพ ผู้ใช้ยาเสพติด นำผู้เสพเข้าสู่การบำบัดฟื้นฟู  มีกิจกรรมบำบัดแบบผสมผสาน ทั้งศาสนาบำบัด อาชีพบำบัด และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์บำบัด ปรับปรุงภูมิทัศน์ ป้องกันอาชญากรรมและยาเสพติด โดยมีภาคประชาชน ภาคเอกชน เช่น บริษัท ปตท.ร่วมดำเนินการ  พร้อมกับทำเครือข่ายป้องกันยาเสพติด สร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยตนเอง


พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ได้ตรวจเยี่ยม และปิดโครงการชุมชนยั่งยืนเกาะสินไห พร้อมกับชื่มชมความเร็วของโครงการ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ นำโครงการมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านจากปัญหายาเสพติด ปัจจุบันชุมชนอุ่นใจมากขึ้น เพราะไม่มีผู้เสพยา และบุคคลที่เคยเสพยาจนติด ก็เข้ารับการบำบัดจนหายแล้ว ชุมชนอยู่กันอย่างสงบ เศรษฐกิจภาพรวมก็ดีขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 

ผบ.ตร.ได้มอบใบประกาศเกียรติบัตรกับผู้เข้าร่วมโครงการ มอบโล่แก่ผู้สนับสนุนโครงการ พร้อมกล่าวปิด และลงนาม MOU ส่งต่อความยั่งยืนให้ชุมชนและองค์กรส่วนท้องถิ่นต่อไป 

สำหรับโครงการชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ เป็นการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการร่วมหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกมิติ ที่ดำเนินการทั่วประเทศ คืนคนดีสู่สังคม จนเกิดความยั่งยืนเป็นสังคมสีขาวปลอดยาเสพติด

จากนั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สุรพงษ์ ผบช.ภ.8 พร้อมคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยม รับฟังบรรยายสรุปของตำรวจ ภูธรจังหวัดระนอง และ ตม.จว.ระนอง

กกต.กาฬสินธุ์ ติวเข้มวิทยากรเขตเลือกตั้ง รับเลือกตั้ง ส.ส.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาฬสินธุ์  อบรมวิทยากรเขตเลือกตั้ง  เพื่อไปถ่ายทอด ให้กับเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง ในระดับอำเภอ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนการเลือกตั้ง ส.ส.ได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ระเบียบ ข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 24 เม.ย.66 ที่ห้องทศพร  โรงแรมริมปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดการอบรมวิทยากรเขตเลือกตั้ง เตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566  ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม  โดยวิทยากรเขตเลือกตั้งอำเภอละ 18 คน  คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งละ 3 คน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งละ 1 คน ผู้ประสานประจำเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งละ 2 คน รวมทั้งสิ้น 144 คน เข้ารับการอบรม
 

นายสุรพงษ์ ทิพย์โอสถ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.กาฬสินธุ์  กล่าวว่า ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566  วันเลือกตั้ง ส.ส.  ผู้ที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง (จพง.ปน.) เป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการที่จะดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งให้เป็นไปตามขั้นตอน ระเบียบ ข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ส.ส. สำนักงาน กกต.จ.กาฬสินธุ์ จึงได้จัดอบรมวิทยากรเขตเลือกตั้ง  เพื่อให้รับทราบ เข้าใจ ขั้นตอนวิธีการเลือกตั้ง อย่างถูกต้อง ตามระเบียบกฎหมาย และสามารถนำความรู้  ไปถ่ายทอดให้กับเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง ในระดับอำเภอ จำนวน 1,611 หน่วยเลือกตั้ง 17,721 คน ได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ระเบียบ ข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ลำปาง-ผบ.มทบ.32 มอบใบประกาศเกียรติคุณ “มัคคุเทศก์น้อย กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 2” ส่งเสริมบุตรหลานกำลังพลให้กล้าแสดงออก และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2566 เวลา 14.00 น. พลตรี พรชัย นพรัตน์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3  มอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับ นางสาวชนิกานต์ หม่องลำปาง บุตร ร้อยตรี สมชาย หม่องลำปาง ตำแหน่ง ประจำ มทบ.32 ซึ่งเป็นตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมโครงการ “มัคคุเทศก์น้อย กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 2”  โดยโครงการดังกล่าวเป็นความมุ่งหมายและนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก ในการส่งเสริมให้บุตรหลานกำลังพลภายในค่ายได้มีความกล้าแสดงออก  ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์  ทั้งนี้มัคคุเทศก์น้อยที่ร่วมโครงการ ได้รับการฝึกอบรมการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ การนำเสนอผลงาน และเรียนรู้ทักษะการพูด ผ่านระบบ Online จากผู้เชี่ยวชาญ แล้วนำความรู้ดังกล่าวไปต่อยอดและพัฒนาตนให้สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวภายในค่ายทหาร ซึ่งทำให้สอดแทรกความรู้ด้านประวัติศาสตร์ถิ่นฐานตัวเอง ทำให้เกิดความรักความหวงแหนรู้ถึงความเสียสละของบรรพชน ตลอดจนเป็นต้นแบบเยาวชนที่มีคุณภาพ ต่อไป 

โอกาสเดียวกันนี้ พันเอก  วิศิษฐ์ บรรณากิจ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 32 , พันเอก บรรจง คะวงศ์ดอน รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 32  และคณะนายทหาร ร่วมพิธีและร่วมแสดงความยินดี ณ ห้องรับรอง อาคารกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง                    

ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

ศูนย์รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) ประชาสัมพันธ์ 6 ข้อกฎหมาย ที่พบว่าประชาชนมักทำผิดในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้มีการทำผิดในการเลือกตั้งครั้งนี้...

วันนี้ (24 เม.ย.66) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร./ โฆษก ศูนย์รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) เปิดเผยว่า ศลต.ตร.ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศลต.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนป้องกันการทำผิดกฎหมายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 และเลือกตั้งล่วงหน้าในวันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2566 จึงสั่งการให้ ศลต.ตร.ประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายที่สำคัญ เพื่อเป็นการแจ้งเตือนประชาชนไม่ให้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ตลอดจนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าใจถึงข้อกฎหมายต่างๆ ที่จะต้องใช้ในการดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการจัดการเลือกตั้งนี้ ซึ่งข้อกฎหมายที่สำคัญๆ มีดังนี้


1. การนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง : มีโทษจำคุกตั้งแต่1 - 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี
2. การนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตร เลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว : มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไมเกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. การเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน : มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปีหรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี
4. จงใจกระทำด้วยประการใดๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุดหรือเสียหายหรือให้เป็นบัตรเสียหรือกระทำด้วยประการใด ๆ แก่บัตรเสียเพื่อให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ : มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธัเลือกตั้งของผู้นั้น มีกำหนด 10 ปี
5. กรณีเผา ฉีก ทำลาย ทำให้เสียหาย : มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
6. กรณีปลดป้ายหาเสียงไป : มีความผิดฐานลักทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


โดยสามารถดาวน์โหลดข้อกฎหมายต่างๆ ได้ตาม QR CODE ที่แนบมานี้
หากพี่น้องประชาชนไม่ได้รับความสะดวก หรือพบเห็นการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน 191 หรือ1599 หรือ สายด่วน กกต.1444 หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมที่จะดูแล บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชนในทุกภารกิจ

‘อนุทิน’ ชูนโยบายการท่องเที่ยว-ประกันชีวิต-คมนาคม ชี้!! กระแสดีขึ้น รับ!! คลายกังวลประชาชนไม่เลือก ‘ภท.’

( 24 เม.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัดพังงา อ.เมือง จ.พังงา มีการปราศรัยของทางพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนกว่า 3,000 คน โดยเริ่มจากการขึ้นเวทีแนะนำตัวของ นายพงศกร เกตุประภากร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายเลิศศักดิ์ ปนกลิ่น นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา ผู้สมัคร ส.ส.แบ่งบัญชีรายชื่อ พรรคพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีแนะนำตัว ต่อด้วย นายอรรถพล ไตรศรี ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.พังงา เบอร์ 8 พรรคภูมิใจไทย และ นายอำนาจ ดำรงค์พิทยากุล ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จ.พังงา เบอร์ 1 พรรคภูมิใจไทย ขึ้นปราศรัยบนเวที ต่อมาแกนนำพรรคภูมิใจไทย อย่าง นายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีต ส.ส.ราชบุรี สลับกับแกนนำคนอื่นๆ ขึ้นปราศรัย
.
จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมกับแกนนำพรรค ขึ้นเวทีปราศรัย ในการพัฒนาเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว การประกันชีวิต สิทธิการฟอกไต โรงพยาบาล อุปกรณ์การแพทย์ การกระจายการรักษายังโรงพยาบาลชุมชน และการคมนาคม
.
นอกจากนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า กระแสพรรคภูมิใจไทยขณะนี้ดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะที่ตนเองลงพื้นที่บ่อยขึ้น เนื่องจากแต่ละครั้งที่ลงพื้นที่ได้รับการตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ ความกังวลนั้นคือกังวลว่าพี่น้องประชาชนไม่เลือก แต่ที่ผ่านมาค่อยเบาใจ และหายความกังวลมากขึ้น


ที่มา : https://www.naewna.com/politic/726385

‘โรม’ โต้!! วาทกรรม ‘เลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์’ ไม่มีจริง วอนประชาชนใช้สิทธิ์อย่างมีความหวัง - ไร้ความกลัว

เมื่อวานนี้ (23 เม.ย.66) นายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล โพสต์คลิปวิดีโอลงแอปพลิเคชัน Tiktok ส่วนตัว ชี้แจงกรณีข่าวลือที่ส่งต่อกันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ให้เลือกอย่างมียุทธศาสตร์ จนเกิดวาทกรรมต่างๆ เช่น เลือกก้าวไกลได้ประยุทธ์

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มีคนสอบถามเข้ามาจำนวนมากว่าการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ควรจะเลือกแบบมียุทธศาสตร์หรือไม่ เพราะกลัวว่าหากฝั่งประชาธิปไตยแพ้ สุดท้ายฝั่งตรงข้ามที่เป็นขั้วอำนาจเดิม จะกลับมามีอำนาจอีก ก่อนอื่นตนต้องบอกก่อนว่า การเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ที่ใช้กัน เอาเข้าจริงแล้วเป็นการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยจริงหรือไม่ 

ในครั้งหนึ่งของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีคำพูดว่า “ไม่เลือกเราเขามาแน่” สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สังคมอยู่ภายใต้ความกลัว และท้ายที่สุดการเลือกตั้งครั้งนั้น โดยส่วนตัวคิดว่าไม่สามารถสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นการเลือกตั้งที่ดีคือ “การเลือกตั้งอย่างมีความหวัง” ที่มีความฝันอยากให้เป็นไปได้

หากเราย้อนกลับไปตอนปี 2562 การเลือกตั้งของพรรคอนาคตใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายพรรคอนาคตใหม่จะชนะได้กี่เขตเลือกตั้ง ซึ่งสุดท้ายพรรคที่ไม่มีประสบการณ์อย่างอนาคตใหม่ ก็สามารถชนะเลือกตั้งได้กว่า 30 เขต สิ่งที่ตนอยากจะเสนอกับทุกคนคือมันไม่มีการเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ มีแต่การเลือกตั้งที่อยากจะเห็นว่าใครเป็นตัวแทน อยากได้รัฐบาลแบบไหน ซึ่งการเลือกตั้งที่ดีควรจะเป็นแบบนี้

สุดท้าย หากอยากนำเสนอกันเรื่องการเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ ตนอยากจะบอกว่า ยุทธศาสตร์ที่หวังจะเห็นคือ ประเทศไทยต่อไปข้างหน้าควรจะเป็นอย่างไร อนาคตควรจะเป็นแบบไหน เพราะหากสุดท้ายยังเป็นแบบเดิม คนไทยจะได้อะไร ดังนั้น 14 พฤษภาคม ขอให้กาก้าวไกลทั้งสองใบ อย่าให้ใครมาสร้างความกลัว

'นอท' แขวะ!! คลิปไข่ต้ม เห็นแล้วอยากดีเบต ด้านชาวเน็ต แซะ!! "นอท หิวแสง" อีกแล้ว

ดรามาไข่ต้มเหยาะน้ำปลา กระฉ่อน!! คนดังออกตัวแห่วิจารณ์ หลังเห็นคลิป ชัยวุฒิ ชวนลูกชายกินไข่ต้ม ติดแฮชแท็ก #Saveไข่ต้ม ด้านนอทกองสลากพลัส เห็นคลิปแล้วอยากดีเบตด้วย ตั้งคำถามเขาคือผู้นำด้าน ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จริงหรือ?

กำลังเป็นกระแสโด่งดังพอสมควร สำหรับดรามาไข่ต้มเหยาะน้ำปลา ในแบบเรียนชั้นประถม ภาษาพาที ซึ่งวานนี้ (23 เม.ย.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์คลิปกินไข่ต้มกับลูกชาย พร้อมใส่แคปชันว่า "ไข่ต้ม ลูกชาย ชอบกิน อร่อย ดี มีประโยชน์" พร้อมติดแฮชแท็ก #วิถีพ่อ #Saveไข่ต้ม #ไข่ต้ม #ไข่ต้มเป็นอาหารที่ไม่มีชนชั้น #อยู่อย่างพอเพียง

ทันทีที่เห็นข้อความดังกล่าว ทางด้าน 'นอท' พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หัวหน้าพรรคเปลี่ยน เมื่อเห็นคลิปดังกล่าวของนายชัยวุฒิ ถึงกับตั้งคำถามในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า...

"เขาคือ ผู้นำด้าน ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จริงหรือ??? ผมอยากดีเบตกับเขา" 

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่นอทโพสต์ข้อความดังกล่าว ก็มีทั้งข้อความที่เชียร์ให้ทั้งคู่ได้มาดีเบตกัน ขณะเดียวกันก็มีข้อความทำนองว่า นอท หาแสง กับกระแสอีกแล้ว!!

ที่มา: CH7HD_News

'นักวิชาการ' ชี้!! สงครามพันทางของสหรัฐฯ เอี่ยวหนุนรัฐประหารอย่างมีนัยในซูดาน

จากที่เหตุการณ์ในซูดาน ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมีการอพยพประชาชนในหลายประเทศ ขณะเดียวกันก็มีรายงานถึงเบื้องหลัง หรือ ผู้ที่สนับสนุนการรัฐประหารอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยมีชื่อสหรัฐอเมริกาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น ด้าน ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้โพสต์ผ่าน Blockdit ถึงสถานการณ์ของซูดานต่อเนื่องไปยังสหรัฐฯ ว่า...

'อเมริกาเล่นบทเมริกุ๊ยโลกที่ซูดาน'

กรณีประเทศซูดาน สื่อมวลชนไทยควรนำเสนอข่าวให้ชัดเจนว่าอเมริกาอยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร เพราะซูดานกำลังทิ้งดอลลาร์ หันไปทางรัสเซียและจีน รัฐบาลอเมริกาทนไม่ได้ จึงต้องให้ทหารซูดานที่เป็นหุ่นเชิดตนทำรัฐประหารขึ้นมา

ประเทศที่สร้างภาพว่าประชาธิปไตยมาตลอดอย่างอเมริกา ที่แท้ก็ลวงคนทั้งโลก เบื้องหลังคือ จอมเผด็จการโลกโดยแท้ 

ทูตอเมริกาในไทย หรือในที่ไหนๆ ไม่ควรจะมีสิทธิ์สอนประเทศอื่นในเรื่องระบอบประชาธิปไตย เพราะตนเองก็ยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยแต่อย่างใด

‘ธรรมนัส’ โต้ ‘ชาญชัย’ ปม 130 บิ๊กเนมไม่ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง ชี้!! เป็นเรื่องเข้าใจผิด ลั่น!! “ไม่ใช่ทั้ง 130 ท่าน ที่จะถือหุ้นสื่อ”

‘ธรรมนัส’ โต้ ‘ชาญชัย’ ข้องใจ 130 บิ๊กเนมไม่ถูกตัดสิทธิ์ลต. ยัน ‘บิ๊กป้อม-ตนเอง ไม่ได้ถือหุ้น  ไล่ดูกม. ให้ชัด เหน็บ ไฟไหม้แค่เขต2 นครนายกฯ เท่านั้น

(24 เม.ย.66) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัครส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ กล่าวตอบโต้กรณีที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครนายก เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตั้งข้อสังเกตกรณีที่ถูกกกต.ประจำเขตเลือกตั้งที่2นครนายก ตัดสิทธิ์ลงสมัครส.ส.เพียงคนเดียว จากการถือครองหุ้น เข้าข่ายตามลักษณะต้องห้ามของการเป็นผู้สมัคร ส.ส. โดยพาดพิงว่านักการเมืองทั้งหมด 130 คน มีผู้สมัคร ส.ส.ระดับบิ๊กเนม รวมถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวพรรค พปชร. และร.อ.ธรรมนัส ยังเดินหาเสียงได้อีก ทำไมไม่ถูกตัดสิทธิ์ 

ซึ่งเป็นเรื่องที่ประหลาด ว่า นายชาญชัย คงเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าบุคคลอื่นถือหุ้นสื่อด้วย จึงขอชี้แจงว่า พล.อ.ประวิตร และตนไม่ได้ถือหุ้นสื่อ จึงไม่เป็นความจริงตามที่นายชาญชัย เข้าใจผิด ส่วนรายชื่อ 130 คน ที่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯแจ้งมานั้น บอกว่าเป็นผู้มีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่า ทั้ง 130 คนจะถือหุ้นสื่อแต่อย่างใด

“อยากฝากไปบอกคุณชาญชัย ว่า ให้กลับไปดูบทบัญญัติบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98(3) คือเป็นเจ้าของ หรือ ผู้ถือหุ้นกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆโดยข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นบทบัญญัติห้ามเด็ดขาด และเหตุการณ์ไม่ได้ถึงขั้นไฟไหม้สำเพ็ง แต่ไหม้เฉพาะนครนายก เขต 2 เท่านั้น” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว


ที่มา : https://www.matichon.co.th/politics/news_3941106


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top