Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัยประชาชนอย่าหลงเชื่อ มิจฉาชีพหลอกขายแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ฉวยโอกาสช่วงค่าไฟฟ้าแพง

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. ขอเรียนประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน กรณีมิจฉาชีพเข้ามาแฝงตัวในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อหลอกลวงขายหลอกขายแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ดังนี้

ได้รับรายงานจากกองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) พบว่าเริ่มมีมีผู้เสียหายหลายรายทยอยเข้าแจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ หลักจากถูกมิจฉาชีพหลอกลวงขายแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) หรืออุปกรณ์สำหรับการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ให้กับเหยื่อผู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายการอุปโภค และบริโภคจากการใช้ไฟฟ้าในรูปแบบของที่พักอาศัย โดยมิจฉาชีพได้ฉวยโอกาสในช่วงที่โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) กำลังเป็นที่นิยม และได้รับความสนใจในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน ใช้บัญชีเฟซบุ๊กปลอมแฝงตัวเข้ามาในกลุ่มต่างๆ ที่มีการซื้อขายโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โพสต์ประกาศขายสินค้าดังกล่าวในราคาถูกกว่าราคาท้องตลาด ใช้รูปภาพที่คัดลอกมาจากช่องทางที่มีการซื้อจริง โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณต่างๆ และมีการเร่งรัดให้รีบตัดสินใจว่าสินค้าใกล้จะหมด และนอกจากนี้แล้วมิจฉาชีพยังใช้วิธีการสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมาทั้งหมดเพื่อหลอกลวงขายสินค้าประเภทดังกล่าวอีกด้วย

ที่ผ่านมานับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.65 - 16 เม.ย.66 พบว่าการหลอกลวงซื้อสินค้า หรือบริการ ยังคงมีประชาชนตกเป็นเหยื่อ โดยได้แจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์สูงที่สุดเป็นลำดับที่ 1 จำนวนกว่า 85,395 เรื่อง หรือคิดเป็น 35.61% ของเรื่องที่มีการรับแจ้งความออนไลน์ทั้งหมด และมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,255 ล้านบาท

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบงานในด้านการป้องกันปราบปราม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งวางมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง

ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอประชาชนพึงระมัดระวังการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ อย่าเห็นแก่ของถูกแล้วรีบโอนเงิน โดยขอประนามการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ถือว่าเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งนี้ที่ผ่านมา บช.สอท. ยังคงเร่งปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง นำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกราย ไม่มีละเว้น เพื่อไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง โดยล่าสุดได้ทำการจับกุมแก๊งหลอกลวงเหยื่อส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง ทลายโกดังตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อยู่ระหว่างขยายผลไปยังนายทุนจีนที่อยู่เบื้องหลัง

ชาวเน็ตฟาด ‘ณวัฒน์’ เรียกร้องประชาธิปไตย แต่ไม่เคารพสิทธิผู้อื่น หลังสั่งสอน ‘เฌอเอม’ จนน้ำตาร่วง เหตุปฏิเสธดูดวงเพราะนับถือคริสต์

(25 เม.ย. 66) เรียกว่ามีดรามารายวันเลยก็ว่าได้ สำหรับเวทีประกวด ‘Miss Grand Thailand 2023’ เมื่อ ‘เฌอเอม’ น.ส.ชญาธนุส ศรทัตต์ มิสแกรนด์จังหวัดลำพูน ปฏิเสธการดูดวงพร้อมขอวางไมค์ จนทำให้ นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล บอสใหญ่ร่ายยาวสั่งสอน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาจากบรรดาแฟนนางงาม

โดย เฌอเอม กล่าวว่า “เอมลำบากใจมากเลยค่ะ คือเอมไม่สะดวกเลย เอมเป็นคริสต์ค่ะ”

จากนั้น ณวัฒน์ ได้ตอบว่า “จะสอนให้ฟังว่า การอยู่ร่วมกันในสังคม มันคือความหลากหลาย การยึดติดในบางสิ่งจะเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงของเรา พี่ดูดวงให้ตอนนี้ได้เลย เพราะว่างานศิลปินเป็นงานที่ต้องใช้ศาสตร์ครบสูตร... คนที่ฉลาดเท่านั้นถึงจะอยู่กับคนทุกประเภทได้ เพราะฉะนั้น เฌอเอมต้องคิดให้ดี ถ้าเฌอเอมไม่ยอมอยู่กับคนทุกประเภท เฌอเอมจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ... และศาสนาก็เป็นเพียงรสนิยม ไม่ใช่ชีวิต ไม่ใช่จิตใจ แล้วก็ไม่ใช่หน่อเนื้อ เราเกิดขึ้นได้ โตขึ้นได้ เพราะชีวิตเรา มันไม่มีใครให้ชีวิต พระเจ้าก็ไม่ได้ให้ชีวิต พระอัลเลาะห์ก็ไม่ได้ให้ชีวิต พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ให้ชีวิต คนที่ให้ชีวิตเราคือพ่อกับแม่.... พี่เป็นคนพูดตรง”

ขณะที่เฌอเอมน้ำตาร่วงพร้อมบอกว่า “ขอพูดสักครั้งได้ไหมคะ? เพราะหนูว่า หนูจะไม่มีโอกาสพูดแล้ว” ขณะที่ณวัฒน์บอกว่า “ไม่ พี่พูดให้ฟังแบบนี้ พี่สอน! พี่เป็นเพียงผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เคยสอนคน ไม่ว่าจะต่างชาติ ต่างศาสนา ต่างวัฒนธรรมแล้วประสบความสำเร็จ ก็เลยเอามาสอนเฌอเอม”

‘อ.ประมวล’ แนะวิธีคิด ‘หากแฟนไปมีคนใหม่’ ให้มองสิ่งดีๆ ที่มีร่วมกันและขอบคุณที่เข้ามาเป็นบทเรียน

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้งานติ๊กต็อกชื่อ ‘june.s14’ ได้โพสต์วิดีโอของอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ หรือที่รู้จักกันในนาม ปราชญ์ปักษ์ใต้ ที่ได้พูดถึงในหัวข้อ ‘เมื่อแฟนไปมีคนใหม่’ โดยอาจารย์ได้ยกตัวอย่างจากเรื่องที่เคยพบเจอกับตัวเอง ว่า…

สมัยสอนปริญญาโท ก็มีลูกศิษย์ชายหญิงมาเรียนด้วยกัน อาจารย์จำได้ว่าทั้งสองเคยเรียนกับตัวเองสมัยปริญญาตรี ก็รู้กันดีว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน พอเห็นมาเรียนป.โทด้วยกันอีก อาจารย์ก็แซวว่าสงสัยจะแต่งงานกันตอนเรียน ป.โทนี่แหละ 

หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนก็พาลูกศิษย์ผู้หญิงมาหาอาจารย์ พร้อมกับเล่าว่า ลูกศิษย์ผู้ชายทิ้งไปมีผู้หญิงใหม่แล้ว เมื่ออาจารย์ฟังเสร็จก็ไม่รู้จะทำยังไงดี แต่รู้สึกเจ็บปวดนะ เพราะเขาเป็นลูกศิษย์ เห็นเขาร้องไห้ก็เศร้าไปด้วย จึงได้ตัดสินใจกอดปลอบลูกศิษย์ไป

หลังจากกอดปลอบไปแล้ว ลูกศิษย์ผู้หญิงก็เลิกร้องไห้ แล้วก็ขอตัวกลับไป หลังเหตุการณ์นั้นผ่านไป อาจารย์ก็ได้มีโอกาสเจอลูกศิษย์ผู้หญิงและพูดคุยกัน ลูกศิษย์ผู้หญิงขอบคุณอาจารย์ที่กอดปลอบในครั้งนั้น และขอคำแนะนำจากอาจารย์ประมวล

อาจารย์ประมวลจึงแนะนำไปว่า “อย่ารู้สึกโกรธเคืองแฟน แต่ให้รู้สึกขอบคุณที่เขานำเอาข่าวสารอันประเสริฐ นั่นก็คือ ความหมายของความรักอันงดงามมามอบให้ จงรับอันนี้ไว้ แม้เขาจะจากไป แต่ก็ขอให้มีจิตที่รู้สึกดีกับเขา หรือหากอำนวยอวยพรเป็นถ้อยคำวาจาได้ ก็จงอวยพรให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิต ให้เขามีความสุขในการครองชีวิตคู่ ถ้าทำความดีใดใดแล้วอยากแบ่งปันให้ผู้อื่น ก็ให้นึกถึงเขาเป็นคนแรก”

หลังจากได้คำแนะนำของอาจารย์ไปแล้ว ลูกศิษย์ผู้หญิงก็รับปากจะปฏิบัติตาม

เวลาผ่านไปได้ปีกว่าๆ ลูกศิษย์ผู้ชายก็โทรมาหาอาจารย์และขอนัดอาจารย์รับประทานอาหาร เมื่อถึงวันนัดอาจารย์ก็ไปร้านที่ตกลงกันไว้ แต่เนื่องด้วยวันนั้นฝนตกหนัก จึงทำให้อาจารย์ได้เห็นว่า ลูกศิษย์ชายหญิงทั้งสองคนเดินมาด้วยกัน โดยลูกศิษย์ผู้ชายกางร่ม เดินโอบลูกศิษย์ผู้หญิงเข้ามา ภาพที่เห็นสื่อได้ถึงความรักใคร่ดูแลกันและกัน เห็นแล้วอิ่มอกอิ่มใจ

'ชาย' สวน 'ช่อ' มีสามนิ้วเผาพระบรมฉายาลักษณ์ผิด 112 'ช่อ' บอก "ไม่มี" แถมโห่ใส่เมื่อบอกว่ารู้ข่าวจาก TOP NEWS

(25 เม.ย.66) นายสันติสุข มะโรงศรี ผู้ดำเนินรายการช่อง TOP NEWS ได้โพสต์ข้อความหลัง ช่อ พรรณิการ์ วานิช โต้เถียงกับชายผู้หนึ่งเกี่ยวกับความผิด ม.112 ระบุว่า...

“ไปดูข่าวท็อปนิวส์”

พี่ ผช. คนหนึ่ง เถียงกับ 'ช่อ' ว่ามีสามนิ้วไปเผาพระบรมฉายาลักษณ์ จึงโดน 112 มีความผิด ถูกดำเนินคดี ถ้าแค่วิจารณ์รัฐบาลทำได้เลย ไม่มีใครว่า

'ช่อ' เสียงดัง และมีพวกมากกว่า พูดข่มว่า "ไม่มี" เผาพระบรมฉายาลักษณ์ ก็โดนเผาทรัพย์ ไม่ใช่ 112

พี่ ผช. บอก “ไปดูข่าวท็อปนิวส์”

แล้วช่อและสาวก ก็บูลลี่ ด้วยการโห่ฮาป่า

‘สกลธี’ เผย ‘พปชร.’ ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวใน กทม. หนุน ประชาชนออกกำลังกาย ลดโรค-สร้างสุขภาพที่ดี

( 25 เม.ย. 66) นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหาร และหัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ร่วมกับ ‘อ้น’ น.ส.ณิรินทร์ เงินยวง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เขต 15 (คันนายาว-บึงกุ่ม) หมายเลข 8 เพื่อพบปะประชาชน โดย น.ส.ณิรินทร์ กล่าวว่า สวนเสรีไทยนี้ เป็นหนึ่งในสวนตัวอย่างของ กทม.ที่ไม่ต้องมีขนาดใหญ่มาก แต่เข้าถึงง่าย ใกล้กับหมู่บ้าน แหล่งชุมชน ผู้สูงอายุสามารถเดินออกกำลังรอบสวนได้ มีความปลอดภัยเพราะมี รปภ.ดูแลตลอด ตนจึงอยากให้มีการสร้างสวนแบบนี้เพิ่มขึ้นอีกหลาย ๆ แห่งใน กทม.

นายสกลธี กล่าวว่า เป็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐที่ต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวใน กทม.โดยเฉพาะการสร้างสวนขนาดเล็ก ที่ประชาชนสามารถเดินถึงได้ภายใน 15 นาที แต่งบประมาณของท้องถิ่นอย่างเดียวไม่สามารถทำได้ พรรคพลังประชารัฐจึงจะตั้งกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาทขึ้น เพื่อมาช่วยท้องถิ่นพัฒนาพื้นที่ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของพรรค

‘บิ๊กตู่’ เผย กำลังหารือ กกต. แก้ ‘ไฟฟ้า-ประปาแพง’ ขออย่าโยงเป็นประเด็นการเมือง ชี้!! มันคนละเรื่องกัน

(25 เม.ย.66) ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยวันเดียวกันนี้มีรัฐมนตรีลาการประชุมถึง  11 คน ได้แก่ 
1.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี 
2.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 
3.นายอาคม เติมพิทยาไพสิ รมว.คลัง  
4.นายวราวุธ  ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
5.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา 
6.นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์
7.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย
8.นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข 
9.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 
10.น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ 
11.นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ 

‘นิพนธ์’ ขึ้นเวทีดีเบต ชู อัดฉีดเงิน 1 ล้านล้าน แก้วิกฤต ศก. มั่นใจ!! ‘ปชป.’ คว้าเก้าอี้ภาคใต้ไม่ต่ำกว่า 40 ที่นั่งแน่นอน

นิพนธ์ ชู นโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ อัดฉีดเงินเข้าระบบฯ ทันที 1 ล้านล้านบาท ยกช่วงวิกฤตโควิด จุรินทร์ นั่งพาณิชย์ฯ โชว์ฝีมือเร่งส่งออกกว่า 10 ล้านล้านบาท ชี้ ปัญหาชายแดนใต้ต้องจบที่การพูดคุยเจรจา ย้ำ นโยบายสวัสดิการปัจจุบันล้วนมาจากประชาธิปัตย์

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.66 บนเวที BIG DEBATE ซึ่งจัดโดยช่อง 7HD และเทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ในรายการ วันเลือกตั้ง 66 #วาระคนไทย BIG DEBATE ตามติดสนามเลือกตั้งภาคใต้

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ จาก 8 พรรคการเมือง ที่มาประชันวิสัยทัศน์ แสดงจุดยืนและนำนโยบายมาประชันกัน ณ สวนสาธารณะเมืองสงขลา โดยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวในเวที BIG DEBATE ว่า วันนี้ประชาธิปัตย์มีนโยบายเติมเงินในระบบเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากที่เกิดวิกฤตโควิดมา 3 ปี สิ่งที่ประชาธิปัตย์ประกาศสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ โดยการสร้างเงินนั่นคือ การที่ประชาธิปัตย์จะอัดฉีดเงิน 1 ล้านล้านบาท เข้าระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยอัดฉีดเงินเข้าในหมู่บ้าน ชุมชนละ 2 ล้านบาท

ตามด้วยนโยบายประกันรายได้ให้กับเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปาล์ม ข้าว มันสำปะหลังและข้าวโพด ถ้าไม่มีนโยบายประกันรายได้ ถ้าราคายางลงมาเหลือ 30 บาท เกษตรกรก็จะได้เพียง 30 บาทเท่านั้น แต่ถ้ามีการประกันรายได้ เวลาน้ำยางเหลือ 30 บาท พี่น้องจะได้ส่วนต่างอีก 27 บาท รวมเป็น 57 บาท และราคาปาล์มก็เช่นกัน นี่คือการอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ 

ช่วงวิกฤติที่ผ่านมา อย่างอื่นเสียหายหมด เครื่องจักรทุกตัวเสียหายหมด เหลืออยู่อย่างเดียวนั่นคือ การส่งออก ปี 2565 เรามีการส่งออกประมาณ 10 ล้านล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ดูแลโดยท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สร้างเงินให้ทั้งประเทศ รวมถึงอัดฉีดให้มีเงินกองทุน เอสเอ็มอี ถ้ามีแต้มต่อ เราจะอัดฉีดเงินให้แก่ SME อีก 300,000 ล้านบาท นี่คือการเติมเงิน เติมเลือดเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจ

ดังนั้น เรื่องสร้างเงินให้ประชาชนและประเทศ ประชาธิปัตย์ได้เตรียมไว้หมดแล้ว แม้กระทั่งการไปเจรจา FTA กับต่างประเทศ ซึ่งไม่เคยมีมาหลายสิบปี ประชาธิปัตย์ไปเปิดเวที ไปเปิดการเจรจากัน และเราจะเชื่อมโยงกับต่างประเทศอีก ราว 27-30 ประเทศ และจะสามารถขยายการส่งออกสินค้าอีกมาก เพราะฉะนั้น นี่คือการสร้างเงินให้กับประเทศ และหากส่งออกมากเท่าไหร่ เราก็จะเก็บภาษีคืนมาได้มากเท่านั้น ประชาธิปัตย์จึงคิดนโยบายเรื่องของการเติมเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจขึ้น

นายนิพนธ์ ยังกล่าวอีกว่า ซึ่งทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมา จะทำหาดใหญ่ให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินในระดับนานาชาติ และเราจะมีกฏหมายพิเศษที่จะเปิดโอกาสให้สถาบันการเงินมาอยู่ที่หาดใหญ่ ทำเหมือนกับสิงคโปร์ ฮ่องกง และลาบวนของมาเลเซีย

สำหรับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ประชาธิปัตย์ประกาศชัดเจนว่า ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ถึงเวลาที่จะต้องทำสันติภาพให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อนำไปสู่สันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้ คำว่า ‘สันติภาพ’ คือ บัดนี้เราต้องเลิกราฆ่าฟันกัน หยุดเหตุการณ์ที่จะทำให้ถึงแก่ชีวิต เราสูญเสียชีวิตไปแล้ว 7,000 กว่าราย บาดเจ็บนับหมื่น งบประมาณจากปี 47 ที่มีการปล้นปืน จนถึงปัจจุบัน 500,000 กว่าล้านแล้ว เราถมไปเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม เพราะปัญหาคือ เราต้องทำให้เกิดสันติภาพก่อน ถ้าเกิดสันติภาพ สันติสุขก็จะเกิด ประชาธิปัตย์จึงมีความมั่นใจว่า การพูดคุยกับกลุ่มคนที่เห็นต่างมันมีความจำเป็น ไม่มีสงครามไหนจะเอาชนะกันได้ด้วยอาวุธ

นอกจากการพูดคุยการเจรจากัน เพื่อหนทางสู่สันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว เรามาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง นั่นคือ การแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ ประชาธิปัตย์คิดเรื่องนี้มาอย่างเป็นระบบ เราจัดการเรื่องการศึกษา เราใช้เวลาช่วงนี้จัดการศึกษา จนทุกจังหวัดในพื้นที่ชายแดนให้มีมหาวิทยาลัยหมดแล้ว บัดนี้ ปัญหาคือทำอย่างไร ให้ผู้ที่จบการศึกษา สามารถทำงานที่นี่ มีงานทำที่นี่ได้ โดยไม่ต้องทิ้งบ้านทิ้งเมือง หรือทิ้งพ่อแม่ไว้ข้างหลัง ดังนั้น จึงต้องสร้างงานให้เขาทำ นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์จะเดินหน้าสร้างอาชีพ

'เจี๊ยบ เลียบด่วน' แชร์ประสบการณ์ถึงชายชอบขยายสาขา ถ้าไม่อยากให้ลูกมองคุณเป็นผู้ชายกากๆ คนนึง 'ก็เลิกซะ'

(25 เม.ย.66) เพจ 'อีเจี๊ยบ เลียบด่วน' โพสต์ข้อความเตือนสติสังคมที่วันนี้หลายคนกำลังวนเวียนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการหย่าร้าง นอกใจ ที่เพิ่มมากขึ้น ระบุว่า...

เนื่องจากเมื่อวานมีข่าว คนดัง หย่ากัน เพราะมีมือที่ 3 ก็มีหลายคนบอกว่า เอาที่เขียนเรื่อง ครอบครัวเจี๊ยบมาลงอีกทีสิ พอดีโพสต์นั้นมันมีเรื่องบอล มีข่าวอื่นด้วย วันนี้ก็เลยตัดให้เหลือแค่เรื่องการที่พ่อแม่เลิกกัน 

ถ้าที่ผมเขียนไป มันช่วยให้ครอบครัว สักครอบครัว ไม่ต้องแตกสลาย หรือให้ คุณพ่อ หรือ คุณผัว ใครสักคน อ่านแล้วคิดได้ เลือกทางที่ถูกได้ แม่งก็โคตรคุ้มที่เขียนแล้วครับ ☺ 

พ่อแม่ผมหย่ากัน ตอนเค้าแก่ๆ กันแล้ว สัก 50 กว่าๆ เพราะพ่อกูเค้าดันเสือกคิดจะขยายสาขาตอนแก่ 55555 

บอกเลยช่วงนั้นบ้านยังกะนรก แม่กูมีอยู่สองกิจกรรม ออกตามล่าหาความจริงของพ่อกะกิ๊ก และ กลับมาบ้านร้องไห้ หลับ ตื่นมาร้องไห้และตามล่าต่อ วนลูปอยู่แบบนั้น เหมือนแม่โดนผีสิง😈 

กูเนี่ย ตอนนั้นกำลังวัยรุ่น 5555 บอกตรงๆ ไม่อยากกลับบ้านเลย แต่ไม่กลับก็ไม่ได้ ไม่มีใครอยู่กะแม่ เพราะพ่อไปอยู่สาขา 2 แล้ว นานๆ กลับมาที พวกกูลูกๆ ก็ไม่รู้ทำไง เครียดชิบหาย 

จนวันนึง ผี Hulk เข้าสิงแม่ยังไงไม่รู้ อยู่ดีๆ แม่ฮึดขึ้นมาขอหย่าเลย ไม่เอาแล้ว ไม่ทน

พ่อกูถึงแกจะห่วยแตกเรื่องนอกใจ แต่เรื่องเงินทองทรัพย์สิน ถือว่าแกยังแมนต๊อกกะต๋อยพอสมควร 

ตกลงกันได้ด้วยดี โดยพ่อแกไปแต่ตัวกะรถ 1 คัน บ้านที่ดินให้ลูกๆ กะแม่ และเงินเดือนครึ่งนึงทุกเดือน หักจากที่ทำงานพ่อเข้า บช.แม่เลย 

ตั้งแต่วันที่ไปตกลงหย่า พ่อกูก็ไม่เคยกลับมาบ้านนี้อีกเลย ไม่มีแม้แต่โทรมาหาลูก ว่าเป็นไงบ้าง 

แต่หย่ากันแล้วก็ต่างคนก็ดีขึ้นนะ
- แม่กูก็ได้แข็งแกร่งขึ้น ไม่ต้องมาเครียด ตามล้างตามล่าเรื่องพ่อ เริ่มค้าขายเล็กๆ จนเปิดร้านได้
- พ่อก็จะได้แยกออกไปสร้างครอบครัวใหม่มีความสุขของเค้า
- ลูกๆ ก็ ไม่ต้องมาเครียดกะเรื่องพ่อไปไหน แม่ร้องไห้ทำไม 

ตอนนั้นถามว่าไม่มีพ่ออยู่ คิดถึงพ่อมั้ย

สำหรับกูมันหมดเลยนะ ความรัก ความภาคภูมิใจในตัวพ่อ ผิดหวังกะผช.คนนั้นชิบหาย

ฝันร้ายทุกคืน!! แต่ ไม่ได้ฝันร้ายที่พ่อไป กลายเป็นฝันร้ายว่าพ่อกลับมาบ้าน ขนาดสะดุ้งตื่นอ่ะคิดดู 555555 ไม่อยากให้บ้านกลับมาเป็นนรกแบบเดิมอีก 

จนตอนนี้พ่อแกโกอินเตอร์ไปแล้ว แต่ก็สารภาพว่า รักแกในฐานะพ่อนะ แต่ความเท่ ความเป็นไอดอล ความภาคภูมิใจในตัวพ่อ มันไม่มีอีกแล้ว ไปงานศพแก เหมือนไปงานศพญาติห่างๆ เสื้อขาวเนคไท ก็ซื้อเอาตามตลาดแถวนั้น น้ำตาไม่มีสักหยด กลับก่อนเผาจริงด้วยซ้ำ 

สุดท้าย ก็อยากบอกคุณ ผช. ที่ชอบบอกว่ารักลูก รักลูก แต่รู้มั้ยว่าวันที่คุณมีเมียน้อย คุณนอกใจ คุณกำลังทำร้ายแม่ของลูกคุณเอง เค้าเห็นแม่เค้าร้องไห้ ใจสลายเพราะคุณ 

ลูกๆ เค้าอาจดูเหมือนยังรักคุณ แต่ในฐานะผู้ให้กำเนิดเท่านั้นแหละ แต่ในใจลูกคุณ อาจเป็นอย่างผมก็ได้ ที่หมดความภูมิใจ ความเป็นไอดอล ความเท่ ความแมนของพ่อคนเดิม ไม่เหลืออีกเลย กลายเป็น ผช.ห่วยๆ ธรรมดาที่มีกลาดเกลื่อนในสังคม 

ผช.ที่ใช้กาเจี๊ยวคิดแทนสมอง ผช.ที่แพ้กามตัณหาของตัวเอง ผช.ที่ทรยศแม่ ทรยศลูกๆ ทรยศครอบครัวของตัวเอง แค่เพราะความ ง.

บางคนถึงกับเกลียด ขยะแขยง ไม่อยากเจอหน้า พ่อของตัวเองไปเลย 

คุณพ่อท่านใด ที่อ่านอยู่ตอนนี้ ที่ คิดจะนอกใจ คิดจะมีเมียน้อย คิดจะขยายสาขา...ก็คิดดูแล้วกันว่ามันคุ้มมั้ย!!! 

‘ดร.เอ๋ บุณณดา’ เลือดใหม่ พปชร.โต้วงดีเบตด้วยหลักการ ตอกหงายผู้แทนพรรคอื่น ด้วยนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 66 ในรายการ THE STANDARD NOW MINI DEBATE นำโดยพิธีกรรายการ ‘อ๊อฟ ชัยนนท์’ จัดวงดีเบต 4 นักการเมืองหญิง จากทั้ง 4 พรรคการเมือง ผ่าน ‘นโยบายสะท้อนจุดยืนพรรค’ ผู้สมัครร่วมดีเบตได้แก่ ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย, นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล, ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ดร.บุณณดา สุปิยพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.(เขตบางพลัด-บางกอกน้อย) พรรคพลังประชารัฐ

เปิดรายการทางพิธีกรยิงคำถาม ถึงผลโพลของว่าที่นายกฯ ว่า พล.อ.ประวิตร หัวหน้า พลังประชารัฐ ยังไม่ติดอันดับ ทางด้าน ดร.เอ๋นั้นมีความหวั่นใจหรือไม่ ด้าน ดร.เอ๋ ได้กล่าวว่า “จากการลงพื้นที่ กระแสค่อนข้างจะแตกต่าง เพราะประชาชนมีความสนใจในเรื่องของบัตรประชารัฐ และความชื่นชอบในตัวของลุงป้อมที่ดูเป็นกลางและก้าวข้ามความขัดแย้งได้จริง”

อ๊อฟ ชัยนนท์ พิธีกรรายการถามถึงนโยบายส่งเสริม เกษตรกรครอบครัวละ 30,000 บาท ทาง ดร.เอ๋ ได้ชี้แจ้งว่า “อยากจะให้มองที่ประโยชน์ของประชาชนหรือเกษตรกรที่จะได้รับมากกว่า ซึ่งวงเงิน 30,000 บาทตรงนี้ สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรไทยได้ ซึ่งถ้าหากพลังประชารัฐได้เข้าไปเป็นรัฐบาล หรือ พล.อ.ประวิตร ได้เป็นนายกฯ นโยบายนี้สามารถทำทันทีและทำได้เลย สำหรับข้อกำหนดที่จะได้เงินตัวนี้ จะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและเป็นเกษตรกรเท่านั้น”

ดร.เอ๋ ยังกล่าวอีกว่า “ทุกอย่างต้องมีเวลา ค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งหลังจากที่ผ่านมา ทางเรารู้แล้วว่าอะไรคือปัญหาเพราะมีประสบการณ์แล้ว”

จากประเด็นมาตรา 112 ด้าน ดร.เอ๋ ได้กล่าวว่า “จริง ๆ แล้วมาตรา 112 ไม่เคยทำร้ายใคร ในการพูดถึงควรที่จะตั้งคำถามอย่างไรให้สุภาพ ให้ถูกต้อง ไม่จาบจ้วงล่วงละเมิด สถาบันฯ โดยเฉพาะสถาบันฯไม่เคยทำร้ายใคร ทำไมต้องแก้กฎหมายมาตรา 112 อยากจะให้ดูข้อมูลจริงยอมรับความจริง ไม่ใช่พูดแต่ข้อมูลหลอกลวง ใส่ร้ายแต่เรื่องไม่ดี”

อ๊อฟ ชัยนนท์ พิธีกรรายการถามถึงการชูนโยบายการก้าวข้ามความขัดแย้ง ของทางพรรคพลังประชารัฐ ว่าเป็นได้จริงหรือไม่ ดร.เอ๋ ได้กล่าวว่า ถ้าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของ พล.อ.ประวิตร ด้านการบริหารทั้งกองทัพและการบริหารประเทศ ท่านสามารถรวบรวมคนเก่งมารวมตัวกันได้ เจรจาไกล่เกลี่ย ประนีประนอม เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เพียงแต่ยังมีวาทกรรมที่แบ่งฝ่าย ว่าฝ่ายนี้คือเผด็จการ ฝ่ายนี้คือประชาธิปไตย อยากให้เลิกเรียกพรรคพลังประชารัฐว่า พรรคเผด็จการ เพราะถ้าไม่เกิดความขัดแย้งที่รุนแรง ก็ไม่มีใครอยากให้เกิดรัฐประหาร เพราะคนทำรัฐประหารก็ไม่อยากทำเหมือนกัน”

สรุปสถานการณ์ตลาดน้ำมันสัปดาห์ที่ 17-21 เม.ย.66 จับตาปัจจัย ‘บวก-ลบ’ พร้อมแนวโน้ม 24-28 เม.ย.66

ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงกว่า 2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ทั้งนี้ นับตั้งแต่ประเทศสมาชิกกลุ่ม OPEC และพันธมิตร (OPEC+) ประกาศอาสาลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบรวมกัน 1.66 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ค. - ธ.ค. 66 ทำให้ราคาน้ำมันดิบ ICE Brent เคลื่อนไหวในช่วงประมาณ 80 - 88 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. 66 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม วันที่ 19 เม.ย. 66 ราคาเริ่มปรับตัวลดลง เนื่องจากตลาดกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง และจะส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

สัปดาห์นี้ คาดการณ์ราคา ICE Brent จะเคลื่อนไหวในกรอบ 80 - 88 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อน Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (Federal Open Market Committee: FOMC) วันที่ 2 - 3 พ.ค. 66 นอกจากนี้ ตลาดเริ่มคลายความตระหนกจากการตัดสินใจลดการผลิตของ OPEC+ รวมทั้งอุปทานจากรัสเซียและสหรัฐฯ ที่เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง

>> ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ
- นักวิเคราะห์ 90% คาดการณ์ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% มาอยู่ที่ 5.0-5.25% ในการประชุมนโยบายการเงิน (FOMC) วันที่ 2-3 พ.ค. 66 และนักวิเคราะห์ 59% คาดว่าหลังจากนั้นจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับใหม่ไปจนถึงสิ้นปี 66 และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจะทำให้อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 3.5% ไปอยู่ที่ 4.3% ในช่วงปลายปี 66 

- EIA รายงานปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในเดือน มี.ค. 66 เพิ่มขึ้น 0.56 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดือนก่อนหน้า อยู่ที่ 4.63 ล้านบาร์เรลต่อวัน (+1.58 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า) ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังจีน (0.64 ล้านบาร์เรลต่อวัน) เนเธอร์แลนด์ (0.52 ล้านบาร์เรลต่อวัน) และสหราชอาณาจักร (0.44 ล้านบาร์เรลต่อวัน) 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top