Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

‘บขส.’ แจงปมดรามา บันไดเลื่อนทิพย์ ในหมอชิต 2 เผย!! อยู่ในระหว่างเสนอขออนุมัติงบซ่อมแซม

บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ชี้แจงกรณี ‘บันไดเลื่อนทิพย์’ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ที่พังมาเป็นเวลานาน โดยเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซม

วันนี้ (4 พ.ค. 66) เพจ ‘ประชาสัมพันธ์กระทรวงคมนาคมง ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงเหตุ 'บันไดเลื่อนทิพย์' ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต) จตุจักร โดย นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ได้เผยแพร่ภาพบันไดเลื่อนสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ที่อยู่ในสภาพชำรุด ไม่สามารถใช้งานได้ และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

‘ทราย เจริญปุระ’ แจงปมนางเอก 100 ล้าน ซื้อไซยาไนด์ ลั่น!! ชีวิตนี้สั่งแต่ทรายแมวกับเครื่องสำอาง

เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวันนี้ หลังมีกระแสข่าวตำรวจขยายผลคดี ‘แอม ไซยาไนด์’ พบมีนางเอก 100 ล้าน สั่งซื้อไซยาไนด์ล็อตเดียวกับแอม ทำเอาชาวเน็ตคาดเดาชื่อนางเอก 100 ล้านกันไปต่างๆ นานา หนึ่งในนั้นมีชื่อของ 'ทราย เจริญปุระ' ด้วย

งานนี้ ทราย เจริญปุระ ไม่นิ่งนอนใจรีบออกมาโพสต์ชี้แจงทันทีว่า “ผิดคนแล้วววววว คอมเมนต์ไม่ต้องใบ้ชื่ออ้อมไปอ้อมมาจ้า ไม่ใช่เราาาาาาา” และอีกหนึ่งโพสต์ที่บอกว่า “โอ๊ยตาย อยู่ๆ มีคนมาใบ้ว่าเป็นชื่อเรา ไม่ใช่ค่าาาา ชีวิตนี้สั่งแต่ทรายแมวกับเครื่องสำอางงงง”

แม่ค้าหัวร้อน!! หลังลูกค้าทักอินบ็อกซ์ กดไลก์ใส่ ลั่น!! ซื้อขายกับใครอย่าทำแบบนี้ ไร้มารยาทสุดๆ

การซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ เป็นเรื่องที่คนสมัยนี้คุ้นเคยและกลายเป็นเรื่องปกติ แม่ค้าหลายคนไม่เช่าร้านแต่ใช้โซเชียลมีเดีย เป็นพื้นที่ขายของแบบจริงจัง

ล่าสุด มีโพสต์จากแม่ค้าออนไลน์รายหนึ่ง ซึ่งแคปภาพที่ลูกค้าได้ทักอินบ็อกซ์เข้ามาหา เป็นอิโมจิรูปกดไลก์ และแม่ค้าก็ได้กดไลก์กลับไปเช่นกัน ซึ่งดูเหมือนเป็นข้อความธรรมดา ๆ ที่เกิดขึ้นในการพูดคุยกันบนโลกออนไลน์ แต่แม่ค้ากลับหัวเสียและนำแชทดังกล่าวมาโพสต์ ต่อว่าอย่างรุนแรง ว่า ไม่มีมารยาท

เปิด 18 ผลงานรัฐบาล พัฒนา 'ภาคใต้' ตลอดช่วง 8 ปีที่ผ่านมา

ตลอดกว่า 8 ปีที่รัฐบาลบริหารประเทศมา เกิดการพัฒนาทั่วทุกภาคของประเทศทั้งการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน การปฏิรูปคุณภาพชีวิตในชุมชน 

นอกจากนี้ยังแก้ไขปัญหาสะสมเรื่องความไม่สงบในประเทศ ออกมาตราการทางเศรษฐกิจ มีการจัดทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการชิมช้อปใช้ มีการส่งเสริมศักยภาพตามพื้นที่ 5 ภาค รวมถึงส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 

โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนจับต้องได้ทั้งสิ้น และคนที่ได้รับประโยชน์คือประชาชนไทยทุกคนทุกภูมิภาคอย่างเท่าเทียมกัน

ในส่วนการพัฒนาภาคใต้ มีโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่สามารถเชื่อมโยงทั้งในและต่างประเทศ ผุดเมืองศูนย์กลางที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจที่ขยายผลจากโครงการเมืองต้นแบบ รองรับการขยายตัวทางการค้าและการท่องเที่ยวชายแดน ทั้งหมดนี้ภายใต้วิสัยทัศน์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน 'เกษตรก้าวหน้า การค้าชายแดน การท่องเที่ยวเชื่อมโยง สู่อาเซียน' สามารถแยกให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมดังนี้

1. วางรากฐานแนวพัฒนาเกษตรกรรมและเศรษฐกิจรากฐาน ตั้งแต่การเพิ่มศักยภาพผลผลิต ข้าว ยางพารา อ้อย  มีการประกันรายได้เกษตรกร  

2. คลอง ร.1 จ.สงขลา แก้ปัญหาน้ำท่วมและการชลประทาน

3. จ้างงานเด็กจบใหม่ โดยรัฐบาลช่วยอุดหนุนเงินเดือนค่าจ้างให้เด็กจบใหม่ร้อยละ 50% รวมถึงเด็กจบใหม่ในภาคใต้ด้วย

4. รัฐบาลมอบโฉนดที่ดินทั่วไทย ซึ่งโครงการนี้แพร่กระจายไปทุกภาค รวมถึงภาคใต้

5. พัฒนาสนามบินทั่วประเทศ รวมทั้งสนามบินตรังและสนามบินเบตง 

6. สร้างทางแยกต่างระดับทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เป็นทางแยกต่างระดับที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้

7. โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่-ด่านบูกิตกายูฮิตัม

8. โครงการเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงสายใต้กับทางมาเลเซีย ซึ่งไม่ได้เชื่อมต่อเฉพาะสองประเทศเท่านั้น แต่สามารถเชื่อมต่อถึง 5 ประเทศ คือ จีน ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์

9. ปลดล็อกประเทศไทย พ้นจากใบเหลืองจากการทำประมงแบบทำลายล้าง ภายใต้กติกา IUU ส่งผลดีต่อพี่น้องประมงในภาคใต้

2 สาวไทย ‘ยูยิตสู’ โชว์ลีลาการต่อสู้สุดเจ๋ง ประเดิมเหรียญทองแรกให้ทัพนักกีฬาไทย

(4 พ.ค.66) การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ‘แคมโบเดีย 2023’ ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม มีการชิงชัยเหรียญรางวัลกันแล้วแม้ว่าพิธีเปิดการแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้

ไฮไลท์ของทัพนักกีฬาทีมชาติไทยอยู่ที่ยูยิตสู แข่งขันวันแรก และเป็นการลุ้นเหรียญทองแรกของทัพไทย โดยชิงชัยทั้งหมด 3 เหรียญทอง แบบพบกันหมดทุกประเภทคือ โชว์หญิง, ดูโอชาย และเนวาซา รุ่นไม่เกิน 52 กก. หญิง

‘ชวน’ นำทีม ‘ปชป.’ อ้อนขอคะแนนชาวสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ยัน!! ‘ปชป.’ อยู่มา 77 ปี ไม่เคยโกง ย้ำ!! เลือกคนสุจริตมาบริหารประเทศ

‘ชวน’ เดินเท้าหาเสียง อ้อนแม่ค้าพ่อค้าเมืองสุไหงโก-ลก เลือกทั้งคนทั้งพรรค

(4 พ.ค.66) นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ รวมทั้งนางวทันยา บุนนาค หรือมาดามเดียร์ ได้เดินเท้าลงพื้นที่ตลาดสดเก็นติ้ง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อช่วยนายเมธี อรุณ หรือ เมธี วงลาบานูน ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 2 เบอร์ 1 หาเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางมาช่วยลูกพรรคหาเสียงของนายชวน หลีกภัย ครั้งนี้ ได้แต่งตัวแบบเป็นกันเอง พร้อมกับชูนโยบายต่างๆ ที่ผ่านมา เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ การกู้เงิน กยศ. ให้เด็กได้เรียน รวมไปถึงนโยบายของผู้สมัครในพื้นที่ เพื่อขอคะแนนสนับสนุนให้ผู้สมัครของพรรคทั้งแบบแบ่งเขตและระบบบัญชีรายชื่อ เราอาจไม่รู้ว่าคนนั้นดีหรือไม่ดี พรรคการเมืองก็เช่นกัน ทุกพรรคมีนโยบายที่ดีทั้งสิ้น แต่จะดีหรือไม่ดีนั้น พิสูจน์ได้จากการทำงานว่า ทุจริตหรือโกงกิน

อีกทั้งได้เน้นย้ำถึงความเป็นสถาบันทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่มาได้ถึงวันนี้ ครบ 77 ปี ด้วยการยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่เดินทางมาจับจ่ายอาหารในตลาดสด โดยบางรายได้ถือโอกาสมอบดอกไม้และผลไม้ ให้นายชวนได้นำไปรับประทาน พร้อมทั้งได้ขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

นอกจากนี้ นายชวน และคณะ ได้ขึ้นรถบรรทุก 10 ล้อของพรรค ไปตามถนนภายในเขตเทศบาล ในการขอสนับสนุนคะแนนเสียงเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน รวมทั้งผู้ประกอบการ ที่ได้มีการโปรยมือทักทายนายชวน และคณะ ตลอดเส้นทางที่รถยนต์ผ่าน ด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้มที่ไม่คิดว่านายชวน จะลงพื้นที่หาเสียงเองให้กับทางพรรค

และจุดสุดท้ายที่นายชวน และคณะ ได้เปิดปราศรัยย่อที่บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก โดยมีการสลับปรับเปลี่ยนกันปราศรัยหาเสียงของ นายนิพนธ์ นายสุชัชวีร์ นางวทันยา และนายเมธี ซึ่งได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนจำนวนกว่า 2,000 คน ได้เดินทางมารับฟังนโยบาย

นางวทันยากล่าวปราศรัยว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายไม่เซ็กซี่เหมือนพรรคอื่นๆ ท่านรู้มั้ยว่าเราเป็นหนี้จากการกู้ยืมเงินของรัฐบาลเท่าไร หนี้นับ 10 ล้านล้านบาท ใครเดือดร้อนพวกท่านๆ ที่นั่งตรงนี้เดือดร้อน ส่วนใหญ่ต้องไปพึ่งการกู้หนี้ยืมเงินนอกระบบ แล้วท่านจะลืมตาอ้าปากได้เมื่อไหร่ นอกจากนี้ นโยบายกัญชา ถามว่าตนเอาไหม บอกเลยว่าไม่เอา มีเพียงอย่างเดียวใช้ในทางการแพทย์ ส่วนกัญชาเสรีนั้น ดูซิคนหรือเยาวชนใน กทม.ติดกัญชากันจนผู้ปกครองบ่นว่าเดือดร้อน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะต่อต้านเรื่องกัญชาเสรี

ด้าน นายนิพนธ์ขึ้นปราศรัยใจความได้ว่า ถ้าเลือกพรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือ การติดอินเตอร์เน็ต 1 ล้านจุดทั่วประเทศ จุดประสงค์หลักคือ นักเรียนสามารถใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อการเรียนการสอนที่สะดวก แม้แต่ในโรงเรียนหรือทางบ้าน เราต้องให้ความสำคัญต่อการศึกษาของเยาวชน

ด้านนายชวนกล่าวปราศรัยใจความว่า เล่นการเมืองรับใช้พี่น้องประชาชนมาเกือบทั้งชีวิต ซึ่งคนของพรรคทุกคนไม่เคยโกงกินหรือติดคุก เราซื่อสัตย์ต่อพี่น้องประชาชน นโยบายต่าง ๆ ที่สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี การสร้างรถไฟรางคู่ซึ่งก็ได้คืบหน้าไประดับหนึ่ง แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล นโยบายต่าง ๆ จึงถูกโละทิ้ง ถือว่าไม่ใช่นโยบายของพรรคนั้น ๆ เขาก็ไปพัฒนาจังหวัดที่เลือกเขา ภาคใต้บ้านเราจึงไม่เจริญเท่าที่ควรจะเป็น

ศลต.ตร.เผยตำรวจรักษาความปลอดภัยเข้ม ขบวนรถขนบัตรเลือกตั้ง ส.ส.14 พ.ค. 2 ขบวนแรกออกจากไปรษณีย์ไทยแล้ว 19 คัน ลงใต้ บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าถึง 400 หน่วย แล้วเรียบร้อย

วันนี้ (4 พฤษภาคม 2566) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศลต.ตร. ร่วมในภารกิจการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ในด้านการรักษาความปลอดภัย การรักษาความสงบเรียบร้อย และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ทำหน้าที่โฆษก ศลต.ตร. เปิดเผยความคืบหน้าภารกิจขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปยังหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ระหว่างวันที่  1 – 4 พฤษภาคม 2566 ว่า ขบวนรถขนบัตรเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้า ได้ออกจากศูนย์ประสานงาน การขนส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ไปยังหน่วยเลือกตั้ง 400 หน่วย ทั่วประเทศแล้ว เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของตำรวจตลอดเส้นทาง

‘สุวัจน์’ ลุยขอคะแนนชาวโคราช ชูนโยบาย ‘โคราชโนมิกส์’ มั่นใจ!! นโยบายทำคัมแบ๊ก ได้กลับมารับใช้ประชาชน

‘สุวัจน์’ บุกย่านหัวมังกรโคราชชั้นใน มั่นใจ ‘โคราชโนมิกส์’ ถูกใจ ประทับใจคนโคราช

(4 พ.ค.66) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้าและแคนดิเดตนายกฯ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร ส.ส.เบอร์ 5 เขต 1 ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชนชาวโคราช เริ่มตั้งแต่ตลาดเช้า ตลาดหัวรถไฟ และเดินทางต่อไปตามเส้นทางถนนราชดำเนิน ถนนชุมพล ถนนจอมพล ถนนหัวมังกร ถนนเศรษฐกิจหลักของโคราช พบปะกับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อนำเสนอนโยบาย ‘โคราชโนมิกส์’ โคราชระเบียงเศรษฐกิจ โคราชเมืองท่องเที่ยวอินเตอร์ โคราชเมือผลิตอาหารป้อนโลก โคราชเมืองคมนาคมทันสมัย โคราชน้ำไม่ท่วม น้ำไม่แล้ง น้ำประปาพอใช้ และปรับโครงสร้างค่าไฟ เพื่อแก้ปัญหาค่าไฟแพง “งานดี มีเงิน ของไม่แพง”

นายสุวัจน์กล่าวว่า การเปิดเวทีปราศรัยได้พบพี่น้องประชาชนมารับฟังการปราศรัยจํานวนมากทุกท่านมีความมั่นใจและชอบนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า เป็นพรรคการเมืองที่มีนโยบายเพื่อชาวโคราชโดยเฉพาะ ทําให้มีความรู้สึกว่าเป็นพรรคการเมืองที่เข้าใจและทํางานกับชาวโคราชมาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เราใช้ยุทธศาสตร์การเดินเข้าหาพี่น้องประชาชน เน้นเรื่องนโยบายต่าง ๆ วันนี้การเมืองพี่น้องประชาชนอยากฟังนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายในการแก้ไขปัญหา

นายสุวัจน์กล่าวว่า ฉะนั้น ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งเราต้องใช้ยุทธศาสตร์ในการที่จะเข้าหาพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด เน้นนโยบายโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคมีนโยบายทั้งสองอย่างคือนโยบายเศรษฐกิจในการแก้ไขปัญหา “งานดี มีเงิน ของไม่แพง” และนโยบายให้กับพี่น้องประชาชนชาวโคราช 'โคราชโนมิกส์' เอาเศรษฐกิจยุคทองกลับมา เอาการลงทุนกลับมา

“โคราชเป็นเมืองท่องเที่ยวอินเตอร์ โคราชผลิตอาหารป้อนโลก โคราชเมืองคมนาคมทันสมัย สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ทําให้เรามั่นใจ ยิ่งเดินเท่าไหร่ ยิ่งพบพี่น้องประชาชนเท่าไหร่ การตอบรับดีมากๆ ทําให้เรามั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคชาติพัฒนากล้าน่าที่จะคัมแบ๊กได้กลับมารับใช้พี่น้องชาวโคราชด้วยเสียงที่ดีกว่าเดิม” แคนดิเดตนายกฯพรรคชาติพัฒนากล้าระบุ

'อ.แก้วสรร' ถอดรหัส 'เศรษฐกิจอธิปไตยเพื่อมาตุภูมิ' ขจัดวังวน 'นักปลุกระดม-หลอกชาวชนบท-ปั่นหัวเยาวชน'

(4 พ.ค.66) นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง 'คำตอบจากรัสเซีย' มีเนื้อหาดังนี้

เลือกตั้งคราวนี้ โจทย์หลักยังเป็นเหมือนเดิมว่า 'จะเกลียดใครดี' ถ้าเกลียดอำมาตย์ เกลียดทหาร  ก็เลือกส้มหรือแดง เกลียดส้มหรือแดง ก็เลือกลุง พอยุพอหาเสียงให้เกลียดกันหนัก ๆ เข้า เลือกตั้งเสร็จ ก็ไม่พ้นลงถนนกันอีกแน่ๆ  

หีบเลือกตั้งวันที่ ๑๔ นี้ จึงมีไฟโหมในหีบเห็นอยู่ชัดๆ หลังเลือกตั้งแล้ว ก็ลุกลามกระพือเป็นความจงเกลียดจงชังเผาผลาญบ้านเมืองได้อีกครั้งไม่ยากเลย

วงจรอุบาทว์นี้ เกิดขึ้นอย่างไร ? นี่คือคำถามที่ผมหมกมุ่นหาคำตอบมาตลอด จนวันนี้หลังจากติดตามขบคิดกับเพื่อนสำนักคิดรัสเซียในวิกฤตยูเครนมาปีกว่า ก็พอจะเห็นวิธีคิดวิธีทำจากการปฏิรูปรัสเซีย โดยการนำของปูตินว่า น่าจะช่วยชี้แนะได้มากทีเดียว ดังจะขอรายงานไปโดยลำดับ ดังนี้

'เศรษฐกิจอธิปไตย'

ถาม 'เศรษฐกิจอธิปไตย' ของปูตินคือ ไม่ยอมใช้ดอลลาร์อย่างนั้นหรือ

ตอบ คือเศรษฐกิจที่ปลดแอกจากโลกาภิวัตน์ตะวันตกแล้ว เพราะรัสเซียเขาไม่ยอมเป็นแค่แหล่งน้ำมันและแร่ธาตุราคาถูกให้เศรษฐกิจตะวันตกดูดกินอีกต่อไป  เขาจึงร่วมมือกับพันธมิตร สร้างโลกการค้าใหม่ที่เสมอภาคและยุติธรรมขึ้นมาให้ได้

'เศรษฐกิจอธิปไตยเพื่อมาตุภูมิ'

ถาม ทำไมความนิยมปูตินในหมู่ชาวบ้าน จึงมั่นคงไม่ต่ำกว่า 80%  มาตลอด

ตอบ 23 ปีที่ครองตำแหน่งมา นอกจากความเชื่อถือในตัวบุคคลแล้ว ก็คือแนวคิดมาตุภูมิที่ปูตินยึดมั่นร่วมกับชาวรัสเซียอย่างเหนียวแน่น เสาเอกหนึ่งของแนวคิดนี้คือการมีอนาคตที่ดีของคนรัสเซียทุกคน ที่ปูตินอธิบายว่า

“อนาคตของตนที่ทุกคนเห็นได้” จะไม่ทำให้คนชั้นล่างและเยาวชนหงุดหงิดจนเป็นโอกาสให้ความโกรธเกลียดเข้าสิงสู่ได้ง่าย มาตุภูมิก็จะสงบสุข

ถาม ถ้าไทยเราทำ 'อนาคต' นี้ได้จริง พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล คงแลนด์สไลด์ไม่ได้แน่ๆ

ตอบ ถูกต้องครับ สองพรรคนี้หากินจากความหงุดหงิดนี้ทั้งคู่ ปูตินมองออกว่า 'มาตุภูมิ' นั้น จะมีแต่ต้นทุนทางประวัติศาสตร์เท่านั้นไม่ได้ ต้องมีความสุข ร่วมกันด้วย   

ถาม ปูติน จัดการอย่างไรให้ 'อนาคตที่เห็นได้ทุกคน' นี้เกิดขึ้น

ตอบ ผมขอตอบเป็นรายงานข่าวจาก วงรัสเซียเลยดีกว่า ลองขบคิดตามดูนะครับว่าเขาคิดเขาลงมือปฏิรูปกันอย่างไร มันเกี่ยวอะไรกับเลือกตั้งผู้ว่าทั้งประเทศ อย่างที่ธนาธรเสนอหรือไม่

“วันนี้ในด้านความคิดความรู้นั้น รัสเซียกำลังอธิบาย 'เศรษฐกิจอธิปไตย' ในประสบการณ์และความคิดของตนไปยังสำนักคิดต่าง ๆ ในฟากพันธมิตรอย่างเข้มข้นว่า

รัสเซียถือเป็นหลักก่อนว่า ทุกรัฐต้องวางเป้าของอำนาจเพื่อมวลชน มีเสาเอกสำคัญอยู่ที่ “การอยู่กินของประชาชน” เริ่มจากการสำรวจตามวิธีวิจัยและการปรึกษาหารือกับชาวบ้านที่ครอบคลุมทั่วถึง  จนสรุปได้ว่า เงินเดือนที่ชาวบ้านเขาอยู่ได้คือเท่าใด ในครอบครัวลูกสองคน ซึ่งรัสเซียวันนี้ได้คำตอบแล้วว่า อยู่ที่ ๓๐๐๐๐ – ๙๐๐๐๐ บาท

สรุปผลแถลงการณ์ 13 เรื่อง จาก FED ยัน!! 'แบงก์-เศรษฐกิจสหรัฐฯ' ยังแข็งแกร่ง

(4 พ.ค. 66) จบไปแล้วสำหรับแถลงการณ์ของ Jerome Powell ประธาน FED ในค่ำคืนนี้ ! โดย FED ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย +0.25% และเรื่องที่ Powell เน้นย้ำ ซึ่ง World Maker ได้สรุปสาระสำคัญไว้ 13 เรื่อง ดังนี้...

1. ปัจจัยต่าง ๆ มีการปรับตัวดีขึ้น (รวมถึงในด้านของเงินเฟ้อ) แต่ FED จะติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดต่อไป และขณะเดียวกันจะดำเนินนโยบายอย่างรัดกุมพอเหมาะ เพื่อรักษาเสถียรภาพให้ระบบธนาคารไปด้วย

2. FED ย้ำว่าตลาดแรงงานและอัตราว่างงานยังคงต่ำมาก (ต่ำสุดในรอบราว 50 ปี) และเงินเฟ้อโดยรวมยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% อยู่มาก แม้ว่าจะเริ่มชะลอตัวลงแล้วก็ตาม ดังนั้นแรงกดดันยังคงมีอยู่ในการควบคุมเงินเฟ้อ และยังมีหนทางอีกยาวไกลสำหรับการน้ำเงินเฟ้อกลับสู่ 2% นอกจากนี้ยังมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะ 'เติบโตเล็กน้อย-ปานกลาง' แต่ไม่ใช่ Recession รุนแรง

3. FED ยังมีจุดยืนที่แข็งแกร่งสำหรับการนำเงินเฟ้อกลับสู้ 2% ให้ได้ ดังนั้นอาจมีผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจในบาง Sectors ต่อไป เช่น อสังหาฯ ขณะที่วิกฤต Bank Run ทำให้สหรัฐฯ ต้องเข้มงวดในแง่ของสินเชื่อมากขึ้น

4. การตัดสินใจนโยบายในอนาคตจะยังขึ้นอยู่กับข้อมูลทางเศรษฐกิจโดยมีเป้าหลักคือนำเงินเฟ้อกลับสู่ 2% และ FED พร้อมที่จะดำเนินนโยบายเข้มงวดเพิ่มเติมหากจำเป็น

5. มีการถามเรื่องของเพดานหนี้สหรัฐฯ ซึ่ง FED กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลเป็นหลัก (ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของ FED) แต่โดยภาพรวมแล้ว Powell มองว่าสถานการณ์ต่าง ๆ อยู่ในจุดที่ยังควบคุมได้ และเราไม่ได้อยู่ในจุดที่จะพูดถึงเรื่องของการผิดชำระหนี้ของสหรัฐฯ (ดูเหมือน Powell ค่อนข้างมั่นใจว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมผิดชำระหนี้)

6. วิกฤต Bank Run ที่เกิดขึ้นเช่น SVB, Signature, First Republic ถูกมองว่าไม่ใช่ภัยคุกคามระดับหายนะเหมือนที่หลายคนคาดเอาไว้ ยังไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉินรุนแรงที่จะต้องกังวลมากเกินไป (แต่ก็ไม่ใช่ความเสี่ยงที่จะละเลยได้โดยไม่คำนึงถึง) แต่โดยภาพรวมแล้วสถานะของธนาคารต่าง ๆ ดีขึ้นมากจากแรง Panic ในช่วงเริ่มต้นของวิกฤต ยังมีความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นในองค์รวมใหญ่ ๆ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top