Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

อาหารและพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอังกฤษ วัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนานหลายร้อยปี

(5 พ.ค. 66) งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 นั้นมีขนบธรรมเนียมและพิธีการที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี หนึ่งในนั้นก็คือ 'วัฒนธรรมด้านอาหาร' ที่มีส่วนเกี่ยวพันกับพระราชพิธีมาอย่างยาวนาน

หนึ่งในธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปีแล้วก็คือการจัดงานเลี้ยงข้างถนน หรือที่เรียกว่า 'Big Lunch' สำหรับประชาชนที่จะร่วมเฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วยอาหารและเครื่องดื่ม

ตำรวจไซเบอร์ รวบอดีตทหารหน่วยรบพิเศษ เปิดเพจขายปืนดัดแปลงผ่านเฟซบุ๊ก

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.66 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 ได้สั่งการให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมห้วงก่อนการเลือกตั้งปี 2566 โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้างและอาวุธสงคราม

สืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์ได้มีการตรวจสอบการกระทำความผิดตามสื่อสังคมออนไลน์พบการโพสต์ขายอาวุธปืนผ่านทางออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊ก ชื่อ “บักสุด” หล่อ ID: 100059181693898 
LINK: https://www.facebook.com/profile.php?id=100059181693898 โดยมีการโพสต์ภาพสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิดหรือผิดกฎหมาย ตาม พรบ.อาวุธปืนฯ จึงมีการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 74/1 หมู่ที่ 4 ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

กระทั่งวันที่ 4 พ.ค. 66 เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.มรกต แสงสระคู ผกก.2 บก.สอท.3 จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.3 เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าวพบมารดาของนายณัฏฐ์นวัต แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน และได้นำตรวจค้นพบของกลางเป็นกล่องใส่อาวุธปืนจำนวน 2 กล่อง และอุปกรณ์การเสพยาเสพติด อยู่ภายในห้องพักของนายณัฏฐ์นวัต โดยมารดาแจ้งว่าบุตรชายของตนได้ไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อนสาวคนสนิท 

จึงได้นำกำลังตามไปที่บ้านหลังดังกล่าว เลขที่ 211/138 หมู่ที่ 18 ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พบนายณัฏฐ์นวัต และเพื่อนสาวคนสนิท จึงทำการตรวจค้น ห้องพักและรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว คันหมายเลขทะเบียน ผต 8236 อุบลราชธานี ของนายณัฏฐ์นวัต ผลการตรวจค้นพบอุปกรณ์โลหะลักษณะคล้ายซองกระสุนปืน, อุปกรณ์ลักษณะคล้ายลำกล้องปืน, ยาบ้า และโทรศัพท์เคลื่อนที่ อยู่ภายในห้องพัก และพบเครื่องกระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 7 นัด อยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว จึงได้จับกุมตัว นายณัฏฐ์นวัตฯ อายุ 39 ปี ในความผิดฐาน ‘มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) และเสพยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย’ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. ยังกล่าวอีกว่าเดิม นายณัฏฐ์นวัต ผู้ต้องหานั้นเป็นถึงอดีตทหารหน่วยรบพิเศษในสังกัดแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะผันตัวมากระทำความผิดเป็นพ่อค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์ในปัจจุบัน 

'กรณ์' กร้าว!! ชพก.แม้เป็นพรรคเล็ก แต่พร้อมสู้เพื่อประชาชน ย้อนถาม พรรคใหญ่ที่มัวเกรงใจทุนผูกขาดทำอะไรได้บ้าง?

(5 พ.ค.66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตอบคำถามหลังมีคนถามว่า 'พรรคเล็กทำอะไรได้?" ดังนี้...

งั้นผมถามกลับว่า แล้วพรรคใหญ่ที่มัวเกรงใจทุนผูกขาดทำอะไรได้บ้าง?

ไม่ใช่พรรคเล็กอย่าง พรรคชาติพัฒนากล้า - ChartpattanaKLA Party หรอกหรือ ที่ออกมาสู้เรื่อง #น้ำมันแพง เพราะวิธีคิดค่าการกลั่น ที่ทำให้โรงกลั่นรํ่ารวยกันไปบนทุกข์ร้อนของประชาชน

ไม่ใช่พรรคเล็กอย่าง 'ชาติพัฒนากล้า' หรอกหรือ ที่ออกมาสู้เรื่อง #รื้อระบบแบล็กลิสต์ ให้คนไทยได้ลืมตาอ้าปาก 

ไม่ใช่พรรคเล็กอย่าง 'ชาติพัฒนากล้า' หรอกหรือ ที่ออกมาสู้เรื่อง #ค่าไฟแพง จนสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ ทำให้รัฐบาลต้องพิจารณาเรื่องลดค่าไฟ

‘ภูมิธรรม’ ชู ‘เศรษฐา’ คุณสมบัติครบ เทียบชั้น ‘ทักษิณ’ ลั่น!! เลือกเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ประเทศไทยเปลี่ยนทันที

(5 พ.ค.66) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เลือกเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ประเทศไทยเปลี่ยนทันที ในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ผมขอพูดถึงแคนดิเดตนายกฯ คนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ‘เศรษฐา ทวีสิน’

ตลอดเวลานับตั้งแต่เปิดตัวทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย ผมได้เห็นความทุ่มเท ความมุ่งมั่นในการลงพื้นที่เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน

อย่างจริงจังและจริงใจ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากประการหนึ่งของคนที่อาสาเข้ามาเป็นนักการเมือง 
เมื่อพูดคนจะฟัง เมื่อลงมือทำคนจึงจะเชื่อ ใช่ครับ คุณเศรษฐาพิสูจน์ความเป็นนักการเมืองของตัวเองด้วยการลงมือทำ

‘กกต.’ แจง 4 เหตุผล พิมพ์บัตรเลือกตั้งสำรองกว่า 4.9 ล้านใบ ย้ำ!! ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดในวันเลือกตั้ง ต้องมีบัตรเพียงพอ

(5 พ.ค. 66) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวชี้แจงเรื่องการจัดพิมพ์และการสำรองบัตรเลือกตั้งว่า จำนวนบัตรเลือกตั้งและการสำรองบัตร หลักการในการพิมพ์บัตรเลือกตั้งคือ ต้องมีบัตรเพียงพอ ไม่ว่าจะมีเหตุหรือกรณีใด ๆ ในการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค. 2566 มีผู้ใช้สิทธิภายหลังการเพิ่มชื่อและถอนชื่อแล้ว จำนวน 52,239,354 คน บัตรที่พิมพ์จำนวน 57,200,000 บัตร (จำนวน 2,860,000 เล่ม เล่มละ 20 บัตร) จึงมีบัตรสำรองเพื่อใช้ประโยชน์ในการเลือกตั้งจำนวน 4,960,646 บัตร บัตรที่สำรอง 4 ล้านกว่าฉบับดังกล่าวนำไปใช้ประโยชน์เพื่อ

1.แจกจ่ายให้ทุกหน่วยเลือกตั้งสำรอง 1 เล่ม เพราะการจ่ายบัตรจ่ายเป็นเล่ม ไม่ได้จ่ายเป็นฉบับ หน่วยเลือกตั้งมีอยู่ประมาณ (หน่วยปกติและหน่วยพิเศษสำหรับผู้พิการและทุพลภาพ) 100,000 หน่วย ใช้บัตรไปเพื่อการนี้จำนวน 2,000,000 บัตร

‘อุ้ม อัชญา’ เผยเหตุผลต้องเลือก ภท. ดูแล กทม. เขต 32 ชี้!! เข้าใจปัญหา-ร่วมพัฒนานโยบาย-ลงมือทำจริง

เมื่อไม่นานมานี้ นางสาวอัชญา จุลชาต หรือ อุ้ม ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เขต 32 พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีเสวนา ‘ผู้แทนในฝัน สร้างสรรค์เขต 32’ ณ หอประชุมใหญ่ ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม 

ต่อข้อคำถามที่ 1 ว่าจะสร้างสรรค์ เขต 32 อย่างไร? นางสาวอัชญา กล่าวว่า มิติที่ 1 เรื่อง คน ‘เพิ่มจำนวนเงินในกระเป๋า’ จากการมอบโอกาส สนับสนุนเงินทุน และลดรายจ่าย เรามอบโอกาส พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอก อยากให้โอกาสพ่อแม่พี่น้อง ได้หยุดพักหายใจ ไม่กังวลเรื่องภาระหนี้สิน เราสนับสนุนเงินทุน โครงการเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 บาท ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ไม่ต้องค้ำประกัน เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องนำเงินไปต่อยอดทางธุรกิจ ทำมาค้าขาย หารายได้ สร้างเนื้อ สร้างตัว และเราลดรายจ่าย ลดค่าไฟ ติด Solar Roof ให้ฟรี ลดค่าไฟได้ 450 บาท ต่อเดือน ไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่วนที่เหลือสามารถขายให้รัฐ เป็นรายได้ของครัวเรือน

มิติที่ 2 เรื่อง สภาพแวดล้อม ยกย่านฝั่งธนฯ ให้มีความปลอดภัย และส่งเสริมคุณภาพชีวิต จะต้องเชื่อมกล้อง CCTV บริเวณทางม้าลาย เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน เพราะกล้องจะ monitor ปรับคะแนนวินัยจราจร ท่าเรือขนส่งที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย เรือไฟฟ้า EV ที่ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องเสียง และลดมลพิษทางน้ำได้ เพิ่มโรงพยาบาลรัฐ ให้ครอบคลุมกับจำนวนประชากรในพื้นที่ ลดความแออัด ฉะนั้น ชีวิตที่ดีจะเกิดขึ้นได้ในฝั่งธนฯ เลือกอุ้ม อัชญา เบอร์ 7 นะคะ

ต่อข้อคำถามที่ 2 ว่าอยากให้พรรคดันนโยบายใดมากที่สุด เพราะอะไร? นางสาวอัชญา กล่าวว่าเรื่องการท่องเที่ยว เพราะการท่องเที่ยว คือ จุดแข็งของประเทศไทย ฉะนั้น ภาครัฐต้องให้ความสำคัญ

สำหรับภาพใหญ่ พรรคภูมิใจไทย มีนโยบายกองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดละ 100 ล้าน เพื่อสร้างไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว เราให้ทุกจังหวัด ไม่ใช่แค่จังหวัดใหญ่ ๆ เพราะเราเล็งเห็นถึงความสำคัญของทุกจังหวัดที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้

สำหรับเขต 32 อุ้มเห็นถึงศักยภาพ เรามีต้นทุนทางทรัพยากรที่มีความพร้อมมาก เป็นย่านที่มีเอกลักษณ์ในเชิงวัฒนธรรม มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ และ ‘มีจุดเด่น คือ มีวิถีชีวิตริมฝั่งคลอง’ อยากสนับสนุนในเรื่องของ การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางเรือ อยากให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ได้มีโอกาสสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์นี้ แต่จากที่ได้รับฟังเสียงของคนในพื้นที่ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ท่าเรือในพื้นที่มีความเสื่อมโทรม ไม่ปลอดภัย และมีปัญหามลพิษทางน้ำและเสียงรบกวนจากเรือ”

พรรคภูมิใจไทย มีนโยบายท่าเรือปลอดภัย เรือไฟฟ้า EV เพื่อมาแก้ไขปัญหา ยกระดับความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว และให้ความเชื่อมั่นกับชาวบ้านว่าจะช่วยลดปัญหาเรื่องของเสียงและมลพิษทางน้ำ

“อุ้มจะทำงานอย่างสุดความสามารถ เพื่อที่จะพัฒนาย่านนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน” นางสาวอัชญา กล่าว

บอสณวัฒน์ เผย ค่าลิขสิทธิ์เวทีมิสแกรนด์ ปี 2024 ขายหมดแล้ว ได้มากสุด 500,000 บาท

เมื่อไม่นานมานี้ ‘ณวัฒน์ อิสรไกรศีล’ เปิดใจกลางรายการ ‘คนดังนั่งเคลียร์’ ถึงค่าลิขสิทธิ์เวทีมิสแกรนด์ ปี 2024 ขายหมดแล้ว ได้มากสุด 500,000 บาท ต่อจังหวัด โดยระบุว่า

‘กรณ์’ นำทัพ ‘ชพก.’ ลุยปราศรัยขอคะแนนชาวสุราษฎร์ธานี ลั่น!! ไม่ร่วมรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่ต้องอาศัยเสียง ส.ว.มาเลือกนายกฯ

(5 พ.ค.66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายวรวุฒิ อุ่นใจ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค พล.ต.ธชา จินตวร ผศ.ดร.เอราวัณ ทับพลี รองเลขาธิการพรรค นายวรนัยน์ วาณิชกะ ที่ปรึกษาพรรค ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมเวทีปราศรัย เมื่อค่ำวันที่ 4 พ.ค. 66 ที่ผ่านมา ช่วยนายอนุวัตร์ รจิตานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เบอร์ 4 หาเสียง โดยมีผู้สมัคร ส.ส. นางพงศ์ศรี นาคเมือง เขต 2 เบอร์ 8 นายสุพจน์ บานเย็น เขต 4 เบอร์ 9 และ นายวศุธน เรืองขนาบ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 เบอร์ 4 ร่วมปราศรัย โดยได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างอบอุ่น และร่วมรับฟังปราศรัยอย่างเนืองแน่น 

นายกรณ์ กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนากล้า เราเป็นพรรคเล็กและเป็นพรรคใหม่ แต่เรากล้าชกกับรุ่นเฮฟวี่เวต เรื่องที่เราออกมาสู้ ล้วนเป็นเรื่องใหญ่ จนได้รับการยอมรับสะท้อนมาเป็นผลโพลของสุราษฎร์ธานีเขต 1 วันนี้ที่โพลบี้กับที่ 1 แบบหายใจรดต้นคอ เวลาที่เหลืออยู่อีก 10 วันถือเป็นช่วงสำคัญ โดยเฉพาะกับพรรคการเมืองและผู้สมัคร ที่หาเสียงแนวสร้างสรรค์ ไม่แจกเงิน เราต้องรักษาสถานะเป็นผู้ท้าชิง ให้เข้าสู่เส้นชัยให้ได้ 

นายกรณ์ กล่าวว่า เรามักได้ยินคำถามเสมอว่าเราอยู่ฝั่งไหน ซ้ายหรือขวา เราตอบไม่แบบอายว่า เรามองข้ามขั้วการเมือง แต่มาสู้กับเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ไม่ตั้งเงื่อนไขให้กับสังคม แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเป็นกลยุทธ์การเมืองของพรรคใหญ่ เพื่อแบ่งประชาชนออกเป็นสองข้าง แต่ประชาชนไม่ได้อะไรเลย และยังเป็นอุปสรรคของประเทศในการที่จะเดินต่อไปข้างหน้า 

นายกรณ์ กล่าวว่า เรามีจุดยืนชัดเจนว่าเราไม่พร้อมร่วมกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่ต้องอาศัยเสียง ส.ว.มาเลือกนายก เราถูกปรามาสเสมอว่าเราพร้อมเสียบ ซึ่งต้องบอกว่า ถ้าเป็นพรรครอเสียบก็ต้องสงวนปากสงวนคำอยู่นิ่ง ๆ ไม่พูดเรื่องใหญ่ ไม่ท้าทายใคร แต่เราสู้กับทุนใหญ่ ทุนผูกขาด มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟ ที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งมันสวนทางกับพรรครอเสียบ แต่เป็นพรรคที่พร้อมสู้เพื่อความถูกต้องทวงความเป็นธรรมคืนให้พี่น้องประชาชน  

“เราพร้อมสู้กับทุนผูกขาดทุกชนิด เพื่อพี่น้องประชาชน ไม่มีใครที่พึ่งพาได้เหมือนกับเรา ในการยืนหยัดต่อสู้กับใครก็ตาม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของท่าน ผมมีจุดยืนเรื่องนี้ ตั้งแต่เริ่มทำงาน ก่อนการทำงานการเมือง ด้วยซ้ำ ผมเกลียดที่สุดคือ ทุนผูกขาด เพราะกระทบกับต้นทุนชีวิตประชาชน ครอบงำการเมืองทุกขั้ว เราขอต่อสู้ในแนวทางสร้างสรรค์ ประเทศไทยต้องมีพรรคการเมืองแบบนี้เข้าไปทำงานในสภา ท่านไม่ต้องกังวลว่าเลือกเราแล้วจะได้เป็นรัฐบาลไหม ขอให้ท่านเลือกอนุวัตรเบอร์ 4 และพรรคชาติพัฒนากล้าเบอร์ 14 ขอให้เรามี ส.ส.ในสภา จะกี่คนก็ตาม เราพร้อมยืนหยัดต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนขอทุกคนอย่าลังเล” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว 

ด้านนายวรวุฒิ กล่าวว่า นโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า เราเน้นโอกาสนิยม ให้คนตัวเล็ก ทำธุรกิจได้ เติบโตได้ แข็งแรง แข่งกันทุนใหญ่ได้ พรรคชาติพัฒนาจึงมีนโยบายเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก สนับสนุนเกษตรกรสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าด้วยการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร แต่ระบบราชการไม่เอื้ออำนวยทำให้ต้องเกี่ยวพันกันหลายกระทรวง ไม่เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กเติบโต 

นายวรวุฒิ กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนากล้า เราเสนอโครงการ ‘บริษัทมหาชนของเกษตรกร’ โดยใช้กลไกตลาดทุนมาช่วย เราดึงเกษตรกรมารวมตัวกัน โดยมีเศรษฐีคนไทย และนักลงทุนต่างประเทศมาสนับสนุนนักบริหารทางการตลาด และหาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ แบบนี้เกษตรกรได้ประโยชน์ตั้งแต่ขายราคาพืชผล แปรรูปผลผลิต และนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาเพื่อพัฒนาสินค้า ถ้าทำแบบนี้เกษตรกรเราไม่จนแน่นอน และโมเดลนี้จะเริ่มที่ จ.สุราษฎร์ธานีเป็นที่แรก เพราะเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ 

นายวรนัยน์ กล่าวว่า นโยบายประชานิยม จะทำให้ล้มละลายทั้งประเทศ ชุดนโยบายเดียวที่จะทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยพัฒนา คุณภาพชีวิตพัฒนา คือการสร้างโอกาส สร้างความเสมอพรรค หลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลแจกเงินไปเท่าไหร่แล้ว แต่ประชาชนจนเหมือนเดิม ถ้าเราอยากมีอนาคต เราต้องมองเรื่องหาเงิน ใครจะมาพัฒนาเศรษฐกิจให้เราได้ สร้างโอกาส ให้อาวุธพวกเราต่อสู้ ไม่ใช่ลืมตาอ้าปาก แต่อิ่มหมีพีมัน อยู่ดีกินดี คนรวยมีไม่กี่คน ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้าตอบโจทย์ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาปากท้องประชาชน แบบไม่เน้นประชานิยม  

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนากล้าเรามั่นใจว่าเราเป็นพรรคแห่งความหวัง เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน เราพูดได้ชัดเจนตรงไปตรงมาไม่ต้องเกรงใจทุนใหญ่ เราไม่รับทุนผูกขาด และเป็นพรรคแรกที่ต่อสู้เรื่องพลังงาน และออกมาเตือนรัฐบาลหลายครั้งว่าราคาน้ำมัน ค่าไฟ และข้าวของจะแพงตามมา แต่รัฐบาลไม่ทำ และยังประกาศขึ้นค่าไฟ ซ้ำเติมประชาชน และยังเอา รมว.พลังงานมาเป็นผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 2 ของพรรคลุงอีก มันสะท้อนถึงทุนผูกขาดที่มีอำนาจที่อยู่เหนือการเมือง   

‘ปชป.’ แจง!! ปมมือดีบิดเบือน แคปรูปปราศรัยขณะเคารพธงชาติ ย้ำ!! ไม่เคยโหนสถาบัน เตรียมแจ้งความเอาผิดผู้กระทำเสียชื่อเสียง

(5 พ.ค. 66) นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย พร้อมด้วย นายจิตกร บุษบา ทีมโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง และ ดร.รุจชรินทร์ ทองใหญ่ ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ทีมกฎหมายพรรคร่วมกันแถลงข่าวต่อกรณีที่มีผู้ใช้งาน เฟซบุ๊กโพสต์ภาพจากการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จังหวัดภูเก็ตบนโลกออนไลน์ โดยใช้ภาพและเนื้อหาเพียงบางส่วน ทำให้สังคมเข้าใจผิดไปว่ามีการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้เพื่อประโยชน์ในการหาเสียงทางการเมือง ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง หวังผลให้การกระทำดังกล่าวส่งผลต่อคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ 

นางดรุณวรรณ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีจุดยืนในการยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีความเคารพใน 3 สถาบันหลักของชาติ พร้อมกับยืนยันว่าพรรคไม่มีแนวคิดในการนำสถาบันกษัตริย์มาข้องเกี่ยวในทางการเมือง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นบนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมกับจะดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของพรรคต่อไป 

โดย ดร.รุจชรินทร์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อการปราศรัยดำเนินมาถึงเวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลายืนตรงเคารพธงชาติ ผู้จัดงานได้มีการเปิด VTR เพลงชาติที่มีการเผยแพร่ตามสื่อสาธารณะโดยทั่วไป แต่มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Nat Thanakitamnuay ได้จับภาพเฉพาะช่วงเวลาหนึ่งของเวทีปราศรัยที่ฉากหลังของเวทีปราศรัยกำลังเปิดภาพ VTR เพลงชาติไทย ขณะที่ VTR ดังกล่าวกำลังแสดงภาพพระบรมฉายาลักษณ์ด้วยระยะเวลาไม่ถึง 3 วินาที จากนั้นมีการนำภาพดังกล่าวมาโพสต์ที่เฟซบุ๊กของตนเอง พร้อมกับทำทีเป็นตั้งคำถามว่า “นำกษัตริย์มาหาเสียงได้หรือ” ซึ่งการกระทำดังกล่าว ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความเสียหายถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เนื่องจากทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจไปได้ว่า พรรคฯ จงใจใช้ภาพดังกล่าวเป็นฉากหลังบนเวทีหาเสียง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น การลงภาพลักษณะนี้โดยไม่ลงรายละเอียดข้อความให้ครบถ้วน ถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้คนเข้าใจผิดอันจะส่งผลต่อคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ทำให้เกิดความเสียหายได้ 

ดังนั้นจึงขอให้ผู้โพสต์และผู้ที่แชร์ภาพดังกล่าว รวมถึงผู้ที่กดไลก์ ได้หยุดการกระทำนั้น เนื่องจากพรรคเตรียมดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย ซึ่งหากยังมีการกดไลก์ กดแชร์ภาพดังกล่าวต่อไป จะทำให้มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 อนุ 5 ที่ระบุว่า…ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง 

ด้านนายจิตกร กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากสติปัญญา หรือทัศนคติของผู้บิดเบือน เพราะเมื่อดูจากข้อเท็จจริงจะพบว่า เราอยู่ในสังคมไทยที่เวลา 8.00 น. และ 18.00 น. เป็นเวลาเคารพธงชาติ ซึ่งจะมีการเปิด VTR หรือ มิวสิกวิดีโอ ที่ทางการเป็นผู้ผลิตขึ้น และฉายตามสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ จากการที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยที่ สะพานหิน จ.ภูเก็ต เมื่อถึงเวลา 18.00 น. ผู้ปราศรัยในเวลานั้นคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำตามธรรมเนียมปฏิบัติที่คนไทยทุกคนพึงกระทำโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นสถาบันการเมือง จึงได้หยุดการปราศรัย เพื่อเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันเคารพธงชาติ โดยภาพที่ปรากฏบนเวทีก็คือ VTR หรือมิวสิกวิดีโอที่เป็นทางการและมีใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ใช่มิวสิกวิดีโอเพื่อการขอคะแนน รวมทั้งไม่ใช่ภาพที่เป็นฉากหลังของเวทีปราศรัย แต่เป็นช่วงเวลาเพียง 2-3 วินาที จาก VTR ดังกล่าว 

“ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำการเมืองอย่างสุจริต ตรงไปตรงมา เรามีความจงรักภักดี เทิดทูนสถาบันหลักของประเทศ ทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การเชิญชวนประชาชนเคารพธงชาติในเวลา 18.00 น. จึงเป็นเรื่องปกติที่วิญญูชนพึงกระทำ และเมื่อจบการเคารพธงชาติ การปราศรัยโดยนายอภิสิทธิ์ ก็ดำเนินต่อไปด้วยเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์เลย ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงเป็นความจงใจใส่ร้าย บิดเบือน จูงใจให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน” นายจิตกร กล่าว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top