Thursday, 16 July 2026
Hard News Team

‘บิ๊กตู่’ เยือนพระสมุทรเจดีย์ กราบหลวงพ่อโต-รับพรจากเจ้าอาวาส ปชช.แห่ต้อนรับ ย้ำ!! เลือก ‘รทสช.’ อย่าให้ประเทศไทยเป็นมิคสัญญี

‘บิ๊กตู่’ สายมู!! สวมแหวนพิรอดหัวราหู จากวัดเขาอ้อ จังหวัดพัทลุง ออกงาน นมัสการหลวงพ่อโต - ห่มผ้าพระปรางค์เอน เสริมสิริมงคล เจ้าอาวาสให้พร ทำงานใหญ่สำเร็จ เจ้าตัวบอก จะทำให้ดีที่สุด ย้ำ ปชช.เลือก ‘รทสช.’ ขออย่าให้ประเทศไทยเป็นมิคสัญญี

(5 พ.ค. 66) ที่วัดสาขลา อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ฯ และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมคณะ กราบนมัสการหลวงพ่อโต และนมัสการ พระครูสุนทรพัฒนกิจวิธาน เจ้าอาวาสวัดสาขลา พร้อมสนทนาธรรม

โดยเจ้าอาวาสเปิดเผยว่า ได้ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีสุขภาพแข็งแรง พักผ่อนบ้าง ช่วงนี้เดินสายพบประชาชนเยอะ ขอให้ทำงานใหญ่ประสบความสำเร็จ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะทำให้ดีที่สุด ก่อนสักการะพระรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ทัวร์ลง ‘กองทัพบก’ หลังปล่อยเพลง ‘หนักแผ่นดิน’ ช่วงใกล้เลือกตั้ง ชาวเน็ตวิจารณ์ยับ!! ทหารไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง สมควรถูกปฏิรูป

กองบัญชาการกองทัพบกเผยแพร่วิดีโอคลิปเพลง ‘หนักแผ่นดิน’ ทำชาวเน็ตทัวร์ลงด่ายับ ชี้ มาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง หลังถูกบางพรรคการเมืองออกนโยบายยกเลิกเกณฑ์ทหารพาดพิง

(5 พ.ค. 66) เพจเฟซบุ๊ก ‘กองทัพบก Royal Thai Army’ ของกองบัญชาการกองทัพบก เผยแพร่วิดีโอคลิปเพลง ‘หนักแผ่นดิน’ ที่บรรเลงและขับร้องโดยกรมดุริยางค์ทหารบก หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไปราว 2 ชั่วโมง มีคนแชร์ไปกว่า 300 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม มีชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นโจมตีกองทัพบกจำนวนมาก พร้อมกับตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมถึงได้ปล่อยเพลงนี้ออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง เพราะมีบางพรรคการเมืองออกนโยบายหาเสียงพาดพิงกองทัพ เช่น ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

สำหรับความเห็นที่น่าสนใจ อาทิ

“ทหารที่ไม่รู้จักหน้าที่ตัวเองนี่ล่ะครับ หนักแผ่นดินที่สุด”

“เฮือกสุดท้ายแล้วสินะ 555 แต่อาชีพพวกxึงอะ หนักแผ่นดินสุดแล้ว ข่าวระยำในประเทศมีแต่ข่าวพวกxึง เส้นสายใช้กันไม่หยุด คอร์รัปชันในกองทัพเท่าไหร่ จนเกิดจ่าคลั่ง เพลงนี้ร้องให้อาชีพตัวเองฟังกันนะ”

“ต้องมีท่าเต้นด้วยนะครับ ฟังเฉยๆ ไม่รู้สึกฮึกเหิมเลย”

‘รถคณะแดนซ์เซอร์’ ขับตาม GPS หลงทางเกือบลงเหว เผย พบชายลึกลับโผล่เตือน “หากขับไปอีกนิดจะไม่มีชีวิตกลับมา”

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 66 เหตุการณ์ขนหัวลุก GPS พารถคณะแดนซ์เซอร์หลงทางเกือบลงเหว ก่อนจะพบชายลึกลับบอกว่า “หากขับไปอีกนิดจะไม่มีชีวิตกลับ”

โดยเหตุการณ์ขนหัวลุกเกิดขึ้น เมื่อ ‘คณะแดนซ์สุราษฎร์ เจ๊อ้อมมาดามโชว์’ ซึ่งเป็นคณะแดนซ์เซอร์ที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ ได้รับงานไว้ที่อำเภอนพพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ต้องไปรับแดนซ์เซอร์อีกคนที่จังหวัดสุราษร์ธานี ก่อนจะตั้ง GPS หาเส้นทางไปยังงานที่อำเภอนพพิตำ แต่ GPS ได้พาหลงทางไปในป่าลึก ด้านขวาเป็นภูเขา ด้านซ้ายเป็นเหว จนรถไปต่อไม่ได้ ทุกคนในรถเริ่มหวาดกลัว เพราะคิดว่าผิดทางแล้ว

แต่จู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งออกมาจากไหนก็ไม่รู้ ได้เดินมาหา สร้างความดีใจให้กับคณะแดนซ์เซอร์เป็นอย่างมาก ก่อนที่จะลงจากรถไปถามว่า ‘เส้นทางนี้ยังขับไปได้ไหม’

‘ธนาธร’ ลุยมหาสารคาม เดินสายหาเสียงช่วยผู้สมัคร ทั้ง 6 เขต ลั่น!! เตรียมแผนจัดการ ‘ศก.-ส่งออก-การศึกษา-การทหาร’ ไว้แล้ว

(5 พ.ค. 66) ที่สวนสุขภาพ เทศบาลเมืองมหาสารคาม พรรคก้าวไกล นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม ทั้ง 6 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย เขต 1 นายธีระวัฒน์ พรรณะ เบอร์ 13, เขต 2 นายธงชัย เบอร์ไธสงค์ เบอร์ 13, เขต 3 นายกุลธร แก้ววิเศษ เบอร์ 13, เขต 4 นางภานิณี ขันแก้ว เบอร์ 10, เขต 5 นายสหะ กันพล เบอร์ 9 และ เขต 6 นางเพียงพิศ เดชมาลา เบอร์ 1 มาเปิดเวทีปราศรัย พบปะพี่น้องประชาชน โดยมีประชาชนทุกเพศทุกวัยเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก

ช่วงหนึ่ง นายธนาธร ขึ้นปราศรัยว่า วันนี้บนกระดานการเมือง มีหลายพรรคการเมืองเป็นความสวยงามเพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนเลือก บางพรรคต้องการพาประเทศไทยถอยหลัง บางพรรคไม่ต้องการให้ประเทศไทยเปลี่ยน อยากให้อยู่จุดเดิม ทุกอย่างมันดีและสวยงามแล้ว แต่พรรคก้าวไกลบอกว่า เราแก้ปัญหาการเมืองที่ยาก ๆ ไปพร้อม ๆ กับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ ไม่ต้องกลัวอนาคต ไม่ต้องกลัวความเปลี่ยนแปลง นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดต่างหาก

‘ประสิทธิ์ชัย’ ฟาด ‘พิธา’ พลิกลิ้นปมกัญชา ชี้!! หลังๆ ชักแนบแน่นกับ ‘ชูวิทย์’ หลายเรื่อง

แกนนำเครือข่ายกัญชาฯ ฟาด ‘พิธา’ ไม่เหมาะเป็นผู้นำ ไม่ใช่นักประชาธิปไตย คบ ‘ชูวิทย์’ ผลักกัญชาไปเป็นเกมการเมือง ทั้งที่เคยสนับสนุนถึงขั้นรับร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ จากประชาชน และให้ตนเป็นกรรมาธิการฯ ในนามของพรรค แต่กลับเปลี่ยนจุดยืน ถึงขั้นฟ้องศาลให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด หวังเอาคืนหลัง พ.ร.บ.สุราฯ ไม่ผ่านสภาฯ เตือน!! แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะเอาแบบนี้ เพราะอีกไม่กี่วันกระแสเลือกตั้งจะจบลง จะได้เห็นความจริง

(5 พ.ค. 66) นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล แกนนำเครือข่ายประชาชนเพื่อการมีกฎหมายควบคุมกัญชาในประเทศไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘ประสิทธิ์ชัย หนูนวล’ สื่อสารถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โดยระบุว่า…

พิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล เมื่อไหร่คุณจะพูดเรื่องกัญชาให้ตรงกันเสียที คนที่เป็นนักประชาธิปไตยต้องพูดความจริงและพูดให้ตรงกันในทุกวาระ ไม่ใช่พูดตอนนี้อย่างหนึ่ง พูดตอนอื่นก็พูดอีกอย่างหนึ่ง มันไม่ใช่ลักษณะของผู้นำ ตนเข้าใจว่า พรรคก้าวไกล มีกระแสดี เหตุเพราะมีความชัดเจน และคนรุ่นใหม่ชอบความชัดเจน 

“ผมเจ็บปวดที่สุด วันที่พรรคก้าวไกลยื่นฟ้องศาลให้กัญชากลับไปสู่ยาเสพติด ขอย้ำว่า มันคือการฟ้องศาล พรรคก้าวไกลไม่ได้ทำแบบพรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ หรือ ประชาชาติ ที่แสดงความเห็นกัญชาในเชิงนโยบายของพรรค แต่พรรคก้าวไกล เชื่อมั่นยิ่งกว่าว่ากัญชาต้องเป็นยาเสพติด นั่นคือการดำเนินการมากกว่าพรรคอื่น คือ ดำเนินการฟ้องศาลให้เป็นยาเสพติด นี่คือจุดยืนของพรรคก้าวไกล” 

นายประสิทธิ์ชัย กล่าวถึงเหตุผล ทำไมภาคประชาชนถึงเจ็บปวดกับพรรคก้าวไกล กรณีกัญชา ว่า ตนเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) พ.ร.บ.กัญชาฯ ในนามพรรคก้าวไกล ร่วมกับนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.พรรคก้าวไกล เหตุที่ตนได้เป็น กมธ.ในนามพรรคก้าวไกล ทั้งที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ก็เพราะว่า ภาคประชาชนได้ยื่น ร่าง พ.ร.บ.กัญชา ให้พรรคก้าวไกล รับไปดำเนินการต่อในขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

“ตรงนี้แหละครับ คือ ประเด็นของความเจ็บปวด ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นลองนึกตามนะครับ หากมีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่ประกาศอยู่เคียงข้างประชาชนมาตลอด และยินดียิ่งที่ภาคประชาชนจัดทำร่าง พ.ร.บ.กัญชา ยื่นให้กับพรรค เพราะพรรคเห็นด้วยกับหลักการที่ภาคประชาชนนำเสนอ พรรคจึงอาสานำไปดำเนินการต่อ อยู่มาวันหนึ่ง พรรคก้าวไกลประกาศว่าจะเอากัญชากลับสู่ยาเสพติด และไม่ได้ประกาศเป็นแค่นโยบายพรรค แต่ยังเอากัญชาไปฟ้องศาลให้กลับไปสู่ยาเสพติดอีกด้วย

“คำถามที่สำคัญคือ หลักการ พ.ร.บ.กัญชาของประชาชน ถูกพรรคหยิบทิ้งไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ตลอดระยะเวลาของการทำหน้าที่ของ กมธ.พ.ร.บ.กัญชา ทำไมพรรคก้าวไกลไม่นำเสนออะไรเลย ว่าค้นพบข้อเท็จจริงใหม่ หรือ พรรคมีมติใหม่ ต้องเอากัญชากลับสู่ยาเสพติด กี่เดือนที่ทำงานกันมาแต่พรรคไม่พูดเรื่องนี้เลย แถมยังมีข้อเสนอที่ก้าวหน้าไปอีก” 

นายประสิทธิ์ชัย กล่าวอีกว่า เพื่อให้ชัดขึ้น ทุกคนต้องกลับไปฟังการให้สัมภาษณ์ของพิธา เรื่องกัญชา สมัยยังมีพรรคอนาคตใหม่ แล้วไปดูจุดยืนการรับร่าง พ.ร.บ.กัญชาของภาคประชาชน แล้วมาดูพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกลในวันนี้ คำพูดและจุดยืนของเขาเกี่ยวกับกัญชาตรงกันหรือไม่ ดังนั้น จึงมีคำถามถึง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่ผู้นำที่คนรุ่นใหม่สนับสนุน

1.) จุดยืนของคุณเรื่องกัญชา เปลี่ยนไปตามกระแสและผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ ตลอดระยะเวลาพวกคุณไม่เคยพูดถึงกัญชาในแง่ไม่ดีเลย จนกระทั่ง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าไม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร พวกคุณจึงเริ่มมีท่าทีเกี่ยวกับกัญชาเปลี่ยนไป คิดเอาคืนทางการเมืองกับพรรค ซึ่งคาดหวังว่าจะยกมือสนับสนุน พ.ร.บ.สุรา แต่แล้วพรรคนั้นไม่ยกมือให้ในนาทีสุดท้ายใช่หรือไม่

ความพลาดหวังครั้งนี้ ทำให้พวกคุณลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง ที่นักการเมืองรุ่นก่อนเขานิยมทำกัน คือ การเอาคืนทางการเมือง และการเอาคืนนี้ต้องเลือกประเด็นที่สังคมอ่อนไหวอยู่แล้ว คือเรื่องกัญชา (อาจเพราะพวกคุณดูโพลสำรวจแล้วพบว่า จากการสำรวจคนยังกลัวกัญชา จึงใช้กระแสความกลัวนี้ให้เป็นประโยชน์ เพื่อทำลายพรรคนั้น และกัญชาเริ่มกลายเป็นเหยื่อ) โดยหลังจาก พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าไม่ผ่านสภาฯ ปฏิบัติการเกี่ยวกับกัญชาของพรรคคุณเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือนับแต่บัดนั้น คำถามคือ พวกคุณเปลี่ยนเรื่องกัญชาจากหน้ามือเป็นหลังเพราะอะไร

2.) คำถามที่สำคัญคือ มีเหตุผลอะไรที่พรรคก้าวไกลจะเอากัญชากลับไปสู่ยาเสพติด ประเด็นนี้ต้องพูดกันด้วยข้อเท็จจริง และเพื่อเป็นการเทียบเคียงจุดยืนของพรรคนี้ จึงต้องยกอ้าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้ามาเปรียบเทียบ ถ้าพรรคใช้หลักการตัดสินเรื่องนี้ด้วยข้อเท็จจริง พรรคต้องแสดงข้อเท็จจริงและงานวิจัยที่มี เพื่อเปรียบเทียบโทษระหว่างกัญชากับสุราให้ชัดเจน ย้ำว่าต้องเป็นงานวิทยาศาสตร์ไม่ใช่ข้อมูลจากความรู้สึก สุราทำให้เกิดอุบัติเหตุอย่างไร ทำลายสุขภาพอะไรบ้าง ประจักษ์กันมานานแล้วมิใช่หรือ ส่วนกัญชานั้นมีงานวิจัยสนับสนุนทั่วโลกนับ 100 สถาบัน ซึ่งพูดถึงกัญชาในฐานะยารักษา พรรคต้องเอาข้อมูลวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบมาแสดงโดยด่วน ถ้าจะแสดงความจริงใจว่าไม่ได้เปลี่ยนจุดยืนเรื่องกัญชาเพราะการเมือง

‘จีน’ เผย ยอดผลิต ‘โลหะนอกกลุ่มเหล็ก’ ไตรมาสแรกพุ่ง!! ตอกย้ำการเติบโตอย่างรวดเร็วในภาคอุตสาหกรรมของประเทศ

(5 พ.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว, ปักกิ่ง รายงานว่า สมาคมอุตสาหกรรมโลหะนอกกลุ่มเหล็กแห่งประเทศจีน รายงานว่าภาคธุรกิจโลหะนอกกลุ่มเหล็กของจีน มีการผลิตเติบโตอย่างรวดเร็วในไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า มูลค่าเพิ่มทางอุตสาหกรรมของกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ ในภาคธุรกิจโลหะนอกกลุ่มเหล็กของจีน ช่วงไตรมาสแรก ขยายตัวร้อยละ 5.8 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยผลผลิตของโลหะนอกกลุ่มเหล็ก 10 ชนิด อยู่ที่ 18.26 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบปีต่อปี

‘ลุงป้อม’ กินข้าวตลาดบองมาเช่ เป็นการส่วนตัว แม่ค้าขอถ่ายรูปหน้าร้าน บอกช่วงนี้ค้าขายดี

(5 พ.ค.66) พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ หรือ ‘ลุงป้อม’ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินทางลงพื้นที่เป็นการส่วนตัวที่ตลาดบองมาเช่ ทักทายพ่อค้าแม่ค้าประชาชน พร้อม นั่งรับประทานอาหารบริเวณฟู้ดคอร์ท โดยสั่งอาหารที่ร้านค้ามารับประทาน อาทิ ก๋วยจั๊บร้านคุณต๋อย หมูทอดชาววัง เจ้าเก่าวังหลังศิริราช ก๋วยเตี๋ยวแห้งหมู ข้าวมันไก่ ซั้งไห่ ระหว่างรับประทานอาหาร ได้มีประชาชนและแฟนคลับมาขอถ่ายรูปอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชียร์ให้ลุงป้อมสู้ๆ แฟนคลับบอกลุงป้อมว่า เลือกพรรคพลังประชารัฐอยู่แล้ว ขอให้ลุงป้อมได้เป็นนายกคนที่ 30

‘ไอซ์ ปรีชญา’ แจง ปมสั่งซื้อไซยาไนด์แหล่งเดียวกับ ‘แอม’ ยัน!! นำมาใช้ไล่สัตว์มีพิษในบ้านเท่านั้น พร้อมรับผิดตามกฎหมาย

(5 พ.ค. 66) ที่อาคารมาลีนนท์ (ช่อง3) น.ส.ปรีชญา พงษ์ธนานิกร หรือ ‘ไอซ์’ ดาราสาวพร้อมคุณแม่ นางบังอร พงษ์ธนานิกร เปิดใจกับสื่อมวลชน หลังจากที่ตำราจตรวจสอบพบรายชื่อว่าสั่งซื้อไซยาไนด์ จากแหล่งเดียวกับ ‘แอม’ ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม

นางสาวปรีชญา พงษ์ธนานิกร หรือ ‘ไอซ์’ กล่าวว่า ยอมรับว่า ตนสั่งซื้อไซยาไนด์มาจริง โดยซื้อมาเมื่อวันที่ 25 เม.ย. และได้รับของวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา จำนวน 1 ขวด ส่วนสาเหตุที่ซื้อมานั้น เนื่องจากที่บ้านมีปัญหาของสัตว์เลื้อยคลาน ทั้งงู ตัวเงินตัวทอง เข้ามาในบ้าน มากัดหมา มากัดกันเองในบ้าน ก็ไม่สามารถป้องกันสัตว์มีพิษเหล่านี้ไม่ให้เข้ามาในบ้านได้ ไปเสิร์ชเจอว่า ไซยาไนด์สามารถช่วยไล่สัตว์มีพิษเหล่านี้ได้ ตอนแรกไม่รู้ว่าจะสั่งจากไหน เพราะเป็นยาอันตราย แต่สุดท้ายก็สามารถสั่งออนไลน์ได้

พ่อแม่ต้องเลือกข้าง หากไม่ทำตาม ลูกพร้อมตัดขาด เกมการเมืองสุดขี้ขลาดในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย

“ถ้าแม่ตัดสินใจเลือกลุงแล้ว...แม่ก็ออกไปหาเงินใช้เองเถอะนะ”

“เมื่อพ่อแม่เป็นสลิ่ม เราเลยโทรไปบอกว่าถ้าไม่เลือกก้าวไกล เราจะไม่กลับบ้าน จะไม่โอนตังให้ด้วย”

“เราบอกพ่อแม่ว่า ถ้าไม่เลือกก้าวไกล ไม่ว่าจะปิดเทอมเล็ก เทอมใหญ่ ปีใหม่ สงกรานต์ เข้าพรรษา ออกพรรษา จะไม่กลับบ้าน จะนอนเฝ้าโรงเรียนอยู่นี่แหละ...ครูสาวท่านหนึ่งมาอยู่เวรที่โรงเรียน”

ข้อความที่ได้เห็นเหล่านี้ เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เริ่มแพร่กระจายอยู่ในสังคมโซเชียลมีเดีย โดยเชื่อว่าน่าจะมาจากกระแสพรรคการเมืองหนึ่งที่ปั่นให้คนรุ่นใหม่ ออกมาทำคลิปสั้นลง tiktok/reels ซึ่งมีเนื้อหาแบบที่ว่ามาข้างต้นซ้ำไปซ้ำมา

แน่นอนว่า หากมองว่านี่คือแคมเปญ มันก็คงมีผลต่อจิตใจใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่หัวใจบอบบาง และไม่อาจต้านทานสิ่งที่ลูกหลานกำลังหยิบมาต่อรองเป็นแน่แท้

โดยแคมเปญนี้ กำลังค่อย ๆ คืบคลานเข้าไปก่อความสำเร็จทางการเมือง ด้วยกลยุทธ์ที่ต้องพูดตรงๆ ว่า ‘ต่ำทราม’ ที่สุดในประวัติศาสตร์หน้าการเมืองไทย

นั่นก็เพราะ...แม้สังคมไทยจะมีความขัดแย้งทางการเมืองมากขนาดไหน คนไทยจะชื่นชอบหรือฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด แต่ก็ยังรู้ผิดชอบชั่วดี ว่าการเมืองคือการเมือง ครอบครัวคือครอบครัว เพื่อนฝูงและมิตรสหายก็คือคนที่ยากจะตัดขาด และหากจะขัดแย้งกันก็ยังอยู่ในบริบทของการเลือกข้าง ภายใต้ความชื่นชอบ เหมือนเชียร์ทีมฟุตบอลทีมโปรด

กลับกัน แคมเปญในลักษณะนี้ คือ ‘ความต่ำช้า’ ที่กำลังนำพาคนไทย ก้าวข้ามคำว่า ‘ชื่นชอบ’ ไปสู่การบังคับให้ ‘ชอบ’ และหากผู้ใดไม่ชอบ สิ่งที่จะเกิดขึ้นถัดมา คือ ‘ศัตรู’ แม้ผู้นั้นจะเป็นคนที่คุณรักแค่ไหนก็ตาม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top