Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

‘ยูเครน’ ผิดหวังอีกครั้ง หลัง ‘นาโต’ ไม่รับเข้าเป็นสมาชิก หรือเส้นทางการเข้าร่วมเป็นพันธมิตร 15 ปีจะสูญเปล่า?

(13 ก.ค. 66) ‘โวโลดิมีร์ เซเลนสกี’ ประธานาธิบดียูเครน ต้องเผชิญกับความผิดหวังอีกครั้ง เมื่อองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ ‘นาโต’ ออกแถลงการณ์ร่วมประเทศสมาชิกนาโต ปฏิเสธกำหนดกรอบเวลาชัดเจนรับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก ในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำนาโต ที่กรุงวิลนีอุส ประเทศลิทัวเนีย ซึ่งผู้นำยูเครนหมายมั่นว่า เขาจะได้รับคำตอบที่ชัดเจน เกี่ยวกับการเข้าเป็นสมาชิกนาโต เพื่อได้รับประกันด้านความปลอดภัยของชาติ จากการรุกรานของรัสเซีย

เพราะเหตุใดกลุ่มประเทศที่ให้การสนับสนุนกับยูเครนมากที่สุด เพื่อรับมือกับกองทัพรัสเซีย จึงไม่สามารถรับยูเครนเข้าเป็นสมาชิกได้ แม้ว่ายูเครนจะดำเนินการยื่นสมัครเข้าเป็นสมาชิกแบบเร่งด่วน และก่อนหน้านี้ ฟินแลนด์ก็ได้เข้าเป็นสมาชิกชาติที่ 31 ของกลุ่ม ส่วนสวีเดนก็จะได้เข้าเป็นสมาชิกเร็ว ๆ นี้ หลังได้รับการยอมรับจากตุรกีแล้ว

หนทางการเข้าเป็นสมาชิกนาโตของยูเครน ดูเหมือนจะหยุดชะงักเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำนาโต ณ บูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย เมื่อปี 2008 ที่การหามติเอกฉันท์ในการรับจอร์เจีย และยูเครน อดีตประเทศสหภาพโซเวียด เข้าเป็นสมาชิกนาโตนั้นล้มเหลว แต่ทั้ง 2 ประเทศได้รับข้อเสนอที่คลุมเครือในการสามารถเข้าเป็นพันธมิตรกลุ่มได้ในอนาคต โดยไม่กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่า พวกเขาจะได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพันธมิตรทางทหารที่ใหญ่สุดของโลกเมื่อไหร่

“ประตูยังเปิดอยู่ พวกเขาบอกกับเรา แต่พวกเขาไม่ได้บอกเรา ถึงหนทางในการหาประตูเหล่านี้ และวิธีการเข้าไปข้างใน” โอเล็กซี เรซนิคอฟ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมยูเครน กล่าว

ด้านยูเครน และจอร์เจียต่างพบว่า ในช่วงเวลานั้น ตัวเองกำลังตกอยู่ในสองสถานะ นั่นคือ สมาชิกนาโตในอนาคต ขณะเดียวกัน พวกเขาก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองใด ๆ จากชาติพันธมิตร โดยเฉพาะในมาตรา 5 ของนาโต ที่ระบุว่า “การโจมตีสมาชิกประเทศใดประเทศหนึ่งของพันธมิตรนาโต จะเท่ากับการโจมตีสมาชิกทุกประเทศ”

นอกจากนี้ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียได้รับเชิญในฐานะแขกของนาโตเข้าร่วมประชุมครั้งดังกล่าว โดยเขาได้ส่งข้อความถึงนาโตอย่างชัดแจ้งว่า การเข้าเป็นสมาชิกนาโตของจอร์เจียและยูเครน ถือเป็น “ภัยคุกคามโดยตรงของรัสเซีย” หลังก่อนหน้านี้ อดีตผู้นำสหรัฐฯ อย่าง จอร์จ ดับเบิลยู. บุช และบิล คลินตัน เคยให้สัญญากับรัสเซียว่า นาโตจะไม่ขยายอิทธิพลเข้าไปในกลุ่มประเทศที่เคยเป็นอดีตสหภาพโซเวียต

“สถานที่ที่อันตรายที่สุดสำหรับบรรดาประเทศเพื่อนบ้านของรัสเซีย คือการนั่งอยู่ในห้องรอคอยของนาโต และพวกเราก็ทำแบบนั้นกับจอร์เจีย และยูเครน เมื่อ 15 ปีที่แล้ว” มาร์กุส ซาห์คน่า รัฐมนตรีต่างประเทศเอสโตเนีย กล่าว

ทั้งนี้ การไม่ลงรอยกันของข้อตกลงในครั้งนั้น ทำให้จอร์เจีย และยูเครนตกเป็นเป้าของการรุกรานจากรัสเซีย เนื่องจากเป็นการยั่วยุปูตินให้ดำเนินการต่อต้านการขยายตัวของนาโตบนชายแดนของเขา และอาจเป็นเพราะความล้มเหลวอย่างชัดเจนของนาโตในการคุ้มครองความปลอดภัยที่จะสามารถครอบคลุมไปยังรัฐเหล่านี้ ส่งผลให้อีกไม่กี่เดือนต่อมา กองทัพรัสเซียได้ยึดออสเซเทียใต้และอับคาเซียของจอร์เจีย นอกจากนี้ ในปี 2014 รัสเซียก็ได้ผนวกดินแดนไครเมีย เข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียด้วย

การตัดสินใจว่ายูเครนจะเข้าร่วมนาโตหรือไม่ เป็นหนึ่งในคำถามด้านความมั่นคงที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกมากที่สุดของยุโรป เพราะการตัดสินใจยอมรับยูเครนจะเป็นการขยายคำมั่นสัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ในมาตรา 5 ของนาโต แม้ว่าการอ้างสิทธิ์ดังกล่าว จะไม่มีผลในทางกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ก็อาจจะทำให้บรรดาผู้นำชาติตะวันตกต้องเข้าสู่สงครามกับรัสเซีย ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์มากสุดของโลกในอนาคต และยังเสี่ยงทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ถ้ารัสเซียโจมตีประเทศเพื่อนบ้านอีกครั้ง

แม้ยูเครนจะได้แรงหนุนจากประเทศสมาชิกบางส่วนในการเข้าร่วมนาโต แต่สมาชิกบางประเทศก็ไม่เห็นด้วยที่จะรับยูเครนเข้ามา โดยเฉพาะโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าว CNN เมื่อวันอาทิตย์ (9 กรกฎาคม) ที่ผ่านมา ว่า ยูเครนยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่นาโต ยิ่งไปกว่านั้น พันธมิตรนาโตยังไม่พร้อมที่จะให้ยูเครนก้าวสู่ประวัติศาสตร์สำคัญในการเข้าร่วมกลุ่ม เพราะนั่นอาจจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดสงครามโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย

“ผมไม่คิดว่า จะมีมติเป็นเอกฉันท์ในนาโตว่า ควรจะนำยูเครนเข้าสู่ครอบครัวนาโตตอนนี้หรือไม่ ในช่วงเวลานี้ ที่อยู่ท่ามกลางสงคราม” ไบเดน กล่าว

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวต่อว่า ชาติพันธมิตรจำเป็นต้องวางเส้นทางที่มีเหตุผลสำหรับการเป็นสมาชิกของยูเครน ที่ยังขาดข้อกำหนดบางประการในการเข้าร่วมนาโต รวมถึงความเป็นประชาธิปไตยด้วย

ขณะที่ ยูเครนได้เตือนบ่อยครั้งว่า ยูเครนกำลังต่อสู้ในสงครามของยุโรป เพื่อต่อต้านการขยายอิทธิพลของรัสเซีย และยูเครนช่วยทำให้ศัตรูตัวฉกาจของนาโตอ่อนแอลง ดังนั้น จึงเป็นเรื่องของความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ยูเครนควรได้รับการรับประกันด้านความมั่นคงจากนาโตด้วย

“มันจะเป็นข้อความที่สำคัญที่จะบอกว่า นาโตไม่กลัวรัสเซีย” เซเลนสกี กล่าวให้สัมภาษณ์กับ ABC News เมื่อวันอาทิตย์ (9 กรกฎาคม) ที่ผ่านมา

ความเสี่ยงในการปะทะกับรัสเซียในอนาคตมีน้ำหนักอย่างมากในความคิดของนักวิเคราะห์หลายคน เบน ฟรีดแมน ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายของ Defense Priorities กล่าวว่า สหรัฐฯ ไม่ควรรับประกันด้านความมั่นคงให้แก่ยูเครน และไม่ควรทำในตอนนี้ ผ่านกลุ่มนาโต หรือ ช่องทางอื่น ๆ ที่จะรับประกันความมั่นคงทวิภาคีบางประเภท

ฟรีดแมน แย้งด้วยว่า แม้ยูเครนจะยืนหยัดต่อต้านอย่างกล้าหาญ แต่การพิจารณาถึงผลประโยชน์ในวงกว้างของสหรัฐฯ ต้องมาก่อน

“การรับประกันด้านความมั่นคงให้ยูเครนจะเป็นการกัดเซาะความมั่นคงของสหรัฐฯ ด้วยการเพิ่มความเสี่ยงอย่างเห็นได้ชัดในการทำสงครามกับรัสเซีย… นั่นคือความเสี่ยง แน่นอนว่า ทำให้สถานการณ์ด้านนิวเคลียร์เลวร้ายลง และเป็นความเสี่ยงที่สหรัฐฯ ไม่ได้อะไรเลยในแง่ของความมั่นคง

มีการถกเถียงกันทั้งในระยะสั้น และระยะยาวเกี่ยวกับการเข้าเป็นสมาชิกนาโตของยูเครน โดยไบเดน เตือนว่า การทำเช่นนั้น ในช่วงภาวะสงครามจะทำให้พันธมิตรนาโต ต้องปกป้องพันธมิตรใหม่ทันที เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า การป้องกันโดยรวมของกลุ่มนั้นมีความหมาย

“ผมหมายความตามที่ผมพูด มันเป็นพันธสัญญาที่เราต้องทำทั้งหมดไม่ว่าอะไรก็ตาม ถ้าสงครามยังดำเนินอยู่ หากเป็นเช่นนั้น เราทั้งหมดจะเข้าสู่สงคราม เราจะต้องทำสงครามกับรัสเซีย” ไบเดน กล่าว

ขณะที่ ไมเคิล แมคคอล ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะคุยเรื่องยูเครนเข้าร่วมนาโตในทันที

“ประการแรก ยูเครนต้องชนะฝ่ายรุกราน ประการที่สอง ต้องมีการหยุดยิงและมีการเจรจาหาข้อยุติโดยสันติ เราไม่สามารถรับยูเครนเข้าร่วมนาโตได้ในทันที นั่นจะเป็นการผลักเราเข้าสู่สงครามกับรัสเซีย”

“ดังนั้น ผมคิดว่าบทสนทนาควรจะเกี่ยวกับข้อตกลงด้านความมั่นคงใดที่สามารถใช้กับยูเครนได้ เพื่อเป็นการบ่งชี้ถึงการที่ยูเครนจะเข้าสู่นาโต” เขาพูดพร้อมเสริมว่า “เราต้องระมัดระวังในการทำเช่นนี้” แมคคอล กล่าว

อย่างไรก็ตาม บทความจากสำนักข่าว CNN รายงานว่า การเสนอวันเข้าร่วมหลังสงครามสิ้นสุดให้แก่ยูเครน อาจก่อให้เกิดผลตีกลับได้เช่นกัน เพราะจะทำให้เครมลินมีเหตุผลที่จะไม่มีวันยุติความขัดแย้ง และสิ่งนี้จะทำลายความหวังอันริบหรี่ในการหาข้อยุติทางการเมืองหากกองทัพยูเครนยังไม่สามารถขับกองกำลังรัสเซียออกไปได้ทั้งหมด และเสี่ยงที่จะยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับปูติน โดยจะยิ่งสร้างความชอบธรรมให้กับหนึ่งในเหตุผลของปูตินในการบุกยูเครน ที่เขากล่าวหาว่าชาติตะวันตกเป็นผู้จุดชนวนสงครามโดยใช้ยูเครนเป็นข้ออ้าง เพื่อทำให้อำนาจรัสเซียอ่อนแอ

นับตั้งแต่เกิดสงครามเป็นเวลานานกว่า 17 เดือน ชาติพันธมิตรนาโตได้ให้ความช่วยเหลือทางทหาร และทางด้านการเงินมูลค่ารวมแล้วกว่า 1.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 5.5 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ให้ความช่วยเหลือทางทหารไปมากกว่า 35,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.2 ล้านล้านบาท ล่าสุด ยังประกาศให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม ด้วยการติดอาวุธให้ยูเครนในการขับไล่รัสเซีย ในการตัดสินใจส่ง ‘ระเบิดพวง’ ซึ่งถูกห้ามใช้ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ตามอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง หรือ ‘Convention on Cluster Munitions : CCM’

ขณะที่ ชาวอเมริกันก็ตั้งคำถามว่า ทำไมในท้ายที่สุด ชาวอเมริกัน 330 ล้านคน จะต้องทำสงครามกับรัสเซีย เพื่อปกป้องยูเครน หากเข้าร่วมกับนาโต โดยหวั่นว่าจะเป็นการพาประเทศเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดูเหมือนกำลังกระทำการในสิ่งที่คล้ายกับลักษณะของสงครามตัวแทนในยูเครน

ถึงกระนั้น แม้ไบเดนจะออกมาเปลี่ยนจุดยืนการเร่งเข้าเป็นสมาชิกนาโตของยูเครน แต่เขาก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่า ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามพันธกรณีในสนธิสัญญาหรือไม่ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบสหรัฐฯ ออกมาเตือนไบเดนว่า ไบเดนกำลังพาสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 กับรัสเซีย พร้อมให้คำมั่นว่า เขาจะยุติสงครามในยูเครนภายใน 24 ชั่วโมง หากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง ซึ่งความเห็นดังกล่าว ค่อนข้างที่จะให้ความเห็นอกเห็นใจต่อเป้าหมายของปูติน ซึ่งทรัมป์มีความสัมพันธ์ที่ดีกว่า

‘หนองบัวลำภู’ พบ ‘ซากฟอสซิล’ ไดโนเสาร์ 3 ชนิด กรมทรัพยากรธรณี คาด!! อายุกว่า 150 ล้านปี

(13 ก.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณเทือกเขาภูผาน้อย บ้านห้วยทราย ต.หนองบัว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เขตรอยต่อเทือกเขา อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี และ จ.หนองบัวลำภู มีพระภิกษุออกธุดงค์ พร้อมกับชาวบ้านได้ไปพบโครงกระดูกจึงนำกลับมาเก็บรักษาไว้ที่วัดป่าห้วยทรายทองนาคชัยพร โครงกระดูกไดโนเสาร์ที่พบ พระอาจารย์ทองคำ สันตะกาโย เจ้าอาวาสองค์ก่อน ได้เดินออกธุดงค์ประมาณปี 2562 ได้พบโครงกระดูกดังกล่าวฝังอยู่ในดินเป็นจำนวนมาก ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้าน ประมาณ 1 กิโลเมตร  

และต่อมานายสมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมคณะ และเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 กรมทรัพยากรธรณี ได้ออกมาสำรวจและแจ้งว่าชิ้นส่วนของกระดูกที่สงสัยว่าจะเป็นสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ ซึ่งในเบื้องต้นเป็นไดโนเสาร์ 3 ชนิด คือ ชนิดกินพืช ชนิดกินปลา และชนิดที่กินเนื้อเป็นอาหาร ตรวจสอบพบตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์ในชั้นหินทรายเนื้อปนปูน อายุประมาณกว่า 150 ล้านปี ประกอบด้วย กระดูกไดโนเสาร์มีลักษณะคล้ายไดโนเสาร์กลุ่มซอโรพอด คอยาว หางยาว เดิน 4 ขา กินพืชเป็นอาหาร และที่น่าสังเกตคือด้านข้างจะมี ‘บ่อน้ำซับ’ แหล่งน้ำที่ผุดขึ้นตลอดทั้งปี  

โดยนายธงชัย บุตรดี เป็นโยมอุปัฏฐากของวัดป่าห้วยทรายทองนาคชัยพร ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังถึงความลี้ลับว่า ก่อนหน้านี้มีอยู่วันนึ่งภรรยาตนเองได้ฝันว่า มีคนมาชวนไปทำบุญ มาขอต้นกล้วยมาขอใบตอง แต่ในความฝันเขาไม่บอกว่าวัดไหน มีคนมาชวนและจูงแขนภายในความฝัน และบอกภรรยาว่าให้รีบไปทำบุญใหญ่ของบ้านเรา ภรรยาตนเองจึงสอบถามย้ำว่าวัดชื่ออะไร จึงมีคนบอกว่าอยู่บ้านเชียงคาน และวัดในหมู่บ้านชื่อว่าวัดทรายทอง และก่อนหน้านี้ที่บ่อน้ำซับจะมีนายพรานที่ออกล่าสัตว์ เห็นผู้หญิงแต่งตัวสวยงามเดินขึ้นมาจากบ่อน้ำ 4 คน นุ่งสบงเหมือนกับชาววัง ต่อมานายพรานคนดังกล่าวก็มานอนเฝ้าทุก ๆ คืนในวันพระ เพื่อจะได้เห็น เพราะคลั่งไคล้หลงใหลในความสวยงามของหญิงสาวในฝัน แต่วันแล้ววันเล่านายพรานก็ไม่พบเห็นหญิงสาวเหล่านั้นอีกเลย ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีการก่อตั้งวัดป่าห้วยทรายทองนาคชัยพร

ทางด้านนายสุชาติ คุณวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยทราย ได้กล่าวว่า เริ่มแรกชาวบ้านได้ออกไปหาของป่าบนเขาก็ไปพบซากฟอสซิล ต่อมาพระอาจารย์ทองคำ สันตะกาโย เจ้าอาวาสองค์ก่อน พร้อมกับชาวบ้านได้นำซากฟอสซิล หรือโครงกระดูกที่พบมาเก็บรักษาไว้ที่วัดป่าห้วยทรายทองนาคชัยพร และต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 กรมทรัพยากรธรณี ขอนแก่น พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกมาพิสูจน์พบว่าเป็นชิ้นส่วนของกระดูกสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ ซึ่งในเบื้องต้นเป็นไดโนเสาร์ 3 ชนิด ประมาณกว่า 150 ล้านปี จึงอยากให้มาสร้างพิพิธภัณฑ์ เก็บรักษาไว้ให้ลูกหลาน หรือนักท่องเที่ยวได้เห็น ที่ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นของจริงอยากให้มาเห็นด้วยสายตาตนเอง  

โดยพระอาจารย์ปรีชา ปัญญาสาโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าห้วยทรายทองนาคชัยพร ได้กล่าวว่า เนื่องจากเจ้าอาวาสองค์ก่อนได้ย้ายไปจำวัดที่อื่น ทำให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสที่วัดแห่งนี้ได้ว่างลง ต่อมาชาวบ้านบ้านห้วยทราย ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู จึงได้เข้าไปพบหลวงพ่อทองพูน ที่วัดป่าภูกระแต เพื่อจะขอพระให้ขึ้นมาจำวัดที่นี่เพื่อให้พาญาติโยมได้ปฎิบัติธรรม โดยหลวงพ่อทองพูนได้ส่งอาจารย์และหลวงปู่ พร้อมกับพระลูกวัดอีก 2 รูป ซึ่งเป็นปฏิปทาของพ่อแม่ครูอาจารย์อยู่แล้ว ในการพาชาวบ้านสวดมนต์ และปฎิบัติธรรมเป็นปกติ 

มาอยู่ช่วงแรก ๆ อาตมาฝันเกือบทุกวันจะฝันเห็นสีกา ลงมาที่วัดวันละ 1 คน บ้าง 2 คนบ้าง ลงมาทุกวัน เป็นพระถ้าฝันแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องไม่ดี จะอยู่ตรงนี้ได้หรือเปล่าน้อ ซึ่งถ้าฝันเห็นสีกาจะไม่ใช่ทางของธรรมะ จากนั้นจึงเล่าความฝันให้ญาติโยมฟัง ญาติโยมจึงได้ไปสร้างกุฎิหลังเล็ก ๆ ให้อยู่บนภูเขาห่างจากที่เดิม ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยฝันเห็นสีกาหรือผู้หญิงอีกเลย ส่วนในความฝันพระอาจารย์มีความรู้สึกว่า ผู้หญิงคนที่พบเห็นเขาเป็นเชื้อพระวงศ์ที่อยู่ในสมัยโบราณ ดูจากการแต่งกายในฝัน ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นเมืองเก่าที่ผู้หญิงคนนี้เคยพักอาศัยอยู่ ซึ่งอาจารย์ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน

โดยผู้สื่อข่าวได้ตั้งข้อสังเกตว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ โดยโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่พบอายุกว่า 150 ล้านปี ให้คณะนักวิจัยได้นำกระดูกไปทำการวิจัย จนเวลาล่วงเลยมาเกือบ 3 ปี ยังไม่มีการเข้ามาพัฒนาใด ๆ หากการวิจัยศึกษาเรียบร้อย น่าจะสร้างพิพิธภัณฑ์ เพื่อเก็บรักษาร่วมกันพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มาเที่ยวในเมืองรองบ้านเราบ้าง ที่มีสิ่งดี ๆ อีกเยอะเหมาะกับการมาเที่ยวชม และเพื่อเป็นการศึกษาเรียนรู้ให้กับนักเรียนนักศึกษา เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวสายมูตามความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค ณ ‘บ่อน้ำซับ’ แหล่งน้ำที่ผุดขึ้นตลอดทั้งปี และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดหนองบัวลำภูต่อไป

‘แพทริเซีย กู๊ด’ แต่งสวยจัดเต็ม!! อวดหุ่นคุณแม่หลังคลอด ควงคู่สามีออกงาน จนชาวเน็ตตั้งคำถาม “เพิ่งคลอดจริงเหรอ?”

(13 ก.ค. 66) ตอนท้องว่าสวยกว่าตอนที่ยังไม่ท้อง แต่พอเป็นคุณแม่ลูกอ่อน ความสวยของ ‘แพทริเซีย กู๊ด’ ยิ่งดูมีออร่ามากขึ้นแบบผิดหูผิดตา และมีน้ำมีนวลขึ้นมาก

ล่าสุด ‘แพทริเซีย’ ควงสามีสุดหล่ออย่าง ‘โน้ต วิเศษ’ ออกงานคู่กัน ทำเอาหลายคนถึงกับสงสัยว่านี่คุณแม่ลูกอ่อนจริงหรือ ทำไมหุ่นถึงเข้าที่ได้เร็วขนาดนี้ 

ซึ่งแฟน ๆ ต่างก็เข้ามาคอมเมนต์ ว่า แม่ลูกอ่อนสวยมากลูกดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล, สวยเกิ้น สวยอะไรขนาดนี้ ออร่าเปล่งประกายมากก, คุณแม่คนสวย, แม่สวยแบบตะโกนมากกกก, สวยกว่าเดิมอีก สวยม้ากกกค่ะ ฯลฯ

‘แอน ทองประสม’ เปิดใจหลังเข้าผ่าตัด ‘เนื้องอกในมดลูก’ ลั่น!! “เจอเพราะตรวจสุขภาพ ผ่าออกมาได้ 6-7 ซม.”

(13 ก.ค. 66) ทำเอาหลายคนตกใจว่าอยู่ดี ๆ ผู้จัดคนเก่ง ‘แอน ทองประสม’ ต้องเข้ารับการผ่าตัด แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้ง ๆ ที่ดูเป็นคนที่รักษาสุขภาพ และแข็งแรงมาก ๆ ล่าสุดได้เจอสาวแอน เลยสอบถามถึงสุขภาพในช่วงนี้หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล

เมื่อถามสาเหตุที่เข้าโรงพยาบาล แอน ทองประสม เผยว่า “ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ คนคิดว่าแอนน็อกวูบ เปล่าค่ะแอนเดินสวย ๆ เข้าโรงพยาบาล มันเป็นเนื้องอกมดลูกที่เกิดกับผู้หญิงทั่ว ๆ ไปอยู่แล้ว มันมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาก็เคลียร์ไป หมอนัดแล้วแอนเบี้ยวหมอมา 3 รอบแล้ว

หมอบอกถ้ารอบนี้เบี้ยวไม่ผ่าให้แล้ว แอนถ่ายละครเกมรักทรยศเสร็จก็เดินเข้าไปแค่นั้นเอง เอาเขาออก คนอื่นจะมองว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่แอนก็ไม่รู้ แต่แอนไม่เอาไว้ดีกว่า ถ้าผ่าอายุเยอะอาจจะฟื้นตัวช้า ผ่าออกมาแล้วก็ไม่มีอะไร ก็ประมาณ 6-7 ซม.”

“เป็นครั้งแรกเลยในการโดนผ่าตัด มันก็ไม่ได้น่ากลัว เรากลัวไปเอง เราถ่ายละครเข้าห้องผ่าตัดมาเยอะ แต่มันก็ใจสั่นเหมือนจะเป็นลม สักแป๊บก็ไม่รู้ตัว ออกมาแล้ว มันก็ไม่ได้ขนาดที่เรากลัว แอนบอกกับตัวเองว่าจงรักษาสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอย่ามาโรงพยาบาลบ่อย ๆ”

“จริง ๆ ร่างกายแอนแข็งแรง แต่มันเป็นเรื่องผู้หญิงที่ร่างกายมันสะสมมานานมันก็มี แต่แอนไม่ได้ป่วยไข้ ตรวจเจอเพราะตรวจสุขภาพ ไม่ได้เป็นอะไรเลย ถ้าไม่ได้ตรวจก็ไม่เห็น พอเราผ่าปุ๊บถึงเพิ่งรู้ว่า ‘โบว์-เมลดา’ ก็ผ่า นักแสดงคนนั้นคนนี้ก็ผ่า บางคนเป็นช็อกโกแลตซีสต์ เนื้องอก อาการของผู้หญิง แต่เราไม่เคยเปิดเรื่องนี้กับใคร เขาบอกว่าเป็นเรื่องปกติ”

เมื่อถามถึง ‘พอเป็นตรงมดลูกมีผลต่อการมีลูกไหม’ ซึ่ง แอน ทองประสม ได้ตอบกลับมาว่า  “ไม่มีผลค่ะ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่ได้ตัดมดลูกทิ้ง แอนไม่ยอมนะ บอกหมออย่าตัดมดลูกแอนนะ”

‘มิกค์ ทองระย้า’ ผันตัวเป็นเด็กสวน โชว์ผลผลิตที่ลงแรงปลูกเอง ท่ามกลางแฟนคลับแห่ชื่นชม ‘ความเก่ง-ความขยัน’ ของเจ้าตัว

(13 ก.ค.66) อีกหนึ่งพระเอกชื่อดังมากฝีมืออย่าง ‘มิกค์ ทองระย้า’ เราจะเห็นผลงานของเธอมากมายผ่านจอแก้วและงานอีเวนต์ต่าง ๆ วันเวลาว่าง ๆ เขาได้ไปพักผ่อนหย่อนใจที่บ้านสวน ที่เจ้าตัวทำเกษตรกรรมด้วยการปลูกพืชผักไว้ที่เขาใหญ่

ล่าสุดโพสต์อินสตราแกรมส่วนตัว ‘@mik_thongraya’ โชว์ผลผลิตผักปลอดสารของตัวเอง พร้อมข้อความบอกว่า "รับผักหรือรับรักดีครับ" นอกจากนี้ได้แพ็กส่งไปให้กับคุณยายเองกับมือเลยด้วย ท่ามกลางแฟนคลับชื่นชมความขยัน และชมความเก่งของเขา

‘ศาสตรา ศรีปาน’ ย้ำจุดยืน ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ไม่เลือกนายกฯ ชื่อ ‘พิธา’

‘ศาสตรา ศรีปาน’ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ อภิปรายในการประชุมรัฐสภา ย้ำจุดยืน พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่เลือกนายกฯ ชื่อ ‘พิธา’ เหตุต้องปกป้องสถาบันหลักของชาติตามอุดมการณ์ของพรรคที่ไม่หนุนคนมีแนวคิดแก้ ม.112 ลั่น!! มีคนจำนวนมากพร้อมยอมตายเพื่อสถาบันฯ จึงอย่ามาขู่กันว่าจะลงถนน ถามกลับชอบหรือ? ชัยชนะบนซากปรักหักพัง

(13 ก.ค. 66) ที่รัฐสภา นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)ได้เป็นตัวแทนพรรคอภิปรายระหว่างการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ว่า วันนี้ตนเป็นตัวแทนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ขอแสดงจุดยืนของพรรคในการเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย เสียงที่ตนส่งไปให้สมาชิกในสภาฯ และประชาชนนอกสภาฯ ขอเรียนให้ทราบว่าไม่ได้มีอคติหรือมีเรื่องใด ๆ ส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของคนไทยที่รักชาติรักแผ่นดิน ที่จะมาบอกว่าวันนี้อุดมการณ์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือความชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มต้นว่า เราจะปกป้องและดำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ ดังนั้น เราจึงไม่สนับสนุน พรรคการเมืองใดหรือนักการเมืองคนใด ที่มีนโยบายในการแก้ไขมาตรา 112 เพราะเราเห็นว่าบ้านเมืองวันนี้ ก็สามารถเดินไปข้างหน้าได้สามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขมาตรานี้เลย และไม่จำเป็นต้องมาทำลายขนบธรรมเนียมไทยหรือต้นทุนทางวัฒนธรรมไทยที่มีมานานตั้งแต่ในอดีต

นายศาตรา อภิปรายว่า ตนได้เห็นการขับเคลื่อนการเดินสายพูดถึงประวัติศาสตร์ที่สร้างบาดแผลให้กับชาติไทย ทำให้เกิดความสงสัย เช่น การแบ่งแยกดินแดน การแบ่งแยกแผ่นดิน สิ่งเหล่านี้ทำให้คนไทยและสังคมไทยดีขึ้นหรือไม่ ไม่มีเลย มีแต่สร้างความแตกแยกแบ่งแยกคน ออกเป็นฝักเป็นฝ่าย ไม่ได้มีประโยชน์ใด ๆ เลย รูปที่มีอยู่ทุกบ้าน ตนเชื่อว่ามีอยู่ในบ้านของใครหลาย ๆ คนข้างนอก โครงการพระราชดำริ เช่นที่อำเภอหาดใหญ่ มีโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้เราไม่ต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน วันนี้มีนักเรียนทุนจากคนยากจน พวกเขายังซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นอย่าเหยียบย่ำหัวใจคนไทยไปมากกว่านี้เลย

“ผมขอได้ไหมไม่แก้มาตรา 112 ไปแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนยังมีอีกจำนวนมากที่จะเสนอการแก้ไขกฎหมาย เพื่อช่วยพี่น้องประชาชนได้ การแก้มาตรา 112 มีแต่สร้างความแตกแยก คุณบอกว่า 14 ล้านเสียงพร้อมจะลงถนน อีกกว่า 20 ล้านเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็พร้อมยอมตายถวายชีวิตเพื่อสถาบันฯ ฉะนั้น การแก้ไขมาตรา 112 จะสร้างแต่รอยร้าวรอยแตกแยกให้กับประเทศไทย คนลงถนนบ้านเมืองจะอยู่อย่างไร มีแต่พังพินาศ ชัยชนะบนซากปรักหักพังชอบกันหรือ ผมว่ามันไม่มีประโยชน์อันใด ถึงคุณจะบอกว่า 151 เสียงที่ได้มาหรือแม้แต่ทั้งรัฐสภา 750 เสียง คุณก็ไม่มีสิทธิ์ในการทำลายสิ่งที่บรรพบุรุษเขาสร้างกันมาตั้งแต่ต้น นี่คือประเด็นที่ประชาชน ที่อยู่ด้านนอกเขาคิด ฉะนั้นต้องฟังด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสียงส่วนน้อยเสียงส่วนใหญ่ก็ต้องฟัง” นายศาสตรากล่าว

นายศาสตรา อภิปรายต่อว่า การที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ อย่ามาโทษใครทั้งสิ้น อย่ามาโทษส.ส. อย่ามาโทษกกต. หรือศาลรัฐธรรมนูญ อยู่ที่ตัวของนายพิธาเองที่ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ เพราะวันนี้กฎหมายเขียนชัดเจนว่า การจะเป็นนายกรัฐมนตรีจะเป็นส.ส.ห้ามถือหุ้นสื่อเขียนไว้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนพรรคอนาคตใหม่จะตั้งขึ้นมาพอเขาบอกว่าให้ถอนร่างแก้ไข ก็ถอนได้แต่ทำไมไม่ถอนออกตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องมีการอภิปราย จะได้เลือกนายกคนที่ 30 กันเลย ดังนั้น ไม่ต้องโทษใครทั้งสิ้น และวันนี้นายพิธาก็ต้องตอบสังคมให้ได้ เพราะวันหนึ่งบอกว่ามาตรา 112 จะแก้ไข อีกวันหนึ่งบอกว่าจะยกเลิก บางวันขึ้นเวทีติดสติ๊กเกอร์บอกว่าแก้ไขแล้วค่อยไปยกเลิก แล้วจะให้พวกตนคิดอย่างไร?

“นักการเมืองที่ปากอย่างใจอย่างถามว่าประชาชนจะเชื่อได้หรือไม่? นี่คือสิ่งที่คุณต้องตอบ และผมเชื่อว่า ประชาชนก็ติดตามอยู่ โดยเฉพาะร่างแก้ไขมาตรา 112 ร่างมาจนไม่เหลือความคุ้มครองอะไรเลย และไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ที่บัญญัติว่า องค์พระมหากษัตริย์ให้ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่สักการะผู้ใดจะละเมิดไม่ได้” ส.ส.สงขลา พรรครวมไทยสร้างชาติกล่าว

นายศาสตรา อภิปรายย้ำว่า ตนเกิดมารุ่นราวคราวเดียวกับนายพิธา 40 ปี ไม่เคยโดนฟ้องมาตรา 112 เลย กฎหมายก็อยู่ในส่วนของกฎหมายไม่มีนิติสงคราม มีแต่นิติรัฐทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ฉะนั้น วันนี้พรรคก้าวไกล มีการยื่นเสนอ มีนโยบายที่จะแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งขัดกับอุดมการณ์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเราเห็นว่า การแก้มาตรา 112 มีแต่สร้างความเกลียดชังและแตกแยกของคนในสังคมไทย และกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยในช่วงที่ประเทศชาติต้องการความรักความสามัคคี ดังนั้นพรรครวมไทยสร้างชาติตัวแทนของประชาชนคนไทย ผู้ที่รักและเทิดทูนสถาบันฯ จึงไม่ขอโหวตสนับสนุน นายกคนที่ 30 ของประเทศไทยชื่อ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นประธานเปิดการอบรมยกระดับความสามารถการตรวจเรือประมงและแรงงานในเรือประมงของศุนย์ PIPO รุ่น 10

วันนี้ (13 ก.ค.66) เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง (ศพดส.ตร.) ได้เป็นประธานในการเปิดโครงการอบรมสัมมนา ยกระดับขีดความสามารถในการตรวจเรือประมงและแรงงานในเรือประมงของผู้ปฏิบัติงานศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก รุ่นที่ 10 ณ โรงแรมมณีจันทร์ รีสอร์ท จ.จันทบุรี โดยจะอบรมระหว่างวันที่ 12 – 14 ก.ค.66 ซึ่งในครั้งนี้มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมมาจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมประมง กรมเจ้าท่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมการจัดหางาน และพนักงานสอบสวน รวมจำนวนกว่า 702 คน

การจัดการฝึกอบรมนี้ สืบเนื่องจากการประเมินระดับการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ของทางการสหรัฐฯ ซึ่งประเทศไทยได้รายงาน TIP Report และได้รับคำแนะนำเป็นข้อสังเกตว่า ประเทศไทยยังต้องมีการพัฒนาการตรวจแรงงานที่ท่า ซึ่งยังไม่ได้ใช้วิธีการตามมาตรฐานในการตรวจสอบการสูญหายในทะเล และการค้ามนุษย์บนเรือประมง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ยังขาดความสม่ำเสมอและขาดประสิทธิภาพในการตรวจเนื่องจากยังขาดประสบการณ์ ดังนั้น ในปีที่ผ่านมา ศพดส.ตร. จึงได้มีการปรับปรุงคู่มือการปฏิบัติงานศูนย์ PIPO ประจำปี 2566 โดยมุ่งพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ เพิ่มแนวทางปฏิบัติกรณีพบลูกเรือพลัดตกน้ำ การตรวจหนังสือคนประจำเรือ การตรวจคุ้มครองแรงงานบนเรือประมง และตรวจสภาพแวดล้อมของแรงงานเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้เป็นการยกระดับมาตรฐานแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังมีความจำเป็นในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ได้มีแผนที่จะอบรมเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ PIPO ทั่วประเทศในปีนี้จำนวน 10 รุ่นด้วยกัน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การอบรมสัมมนารุ่นนี้ เป็นรุ่นสุดท้ายประจำปีงบประมาณ 2566  เป็นการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มความรู้เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ PIPO ซึ่งในปีนี้ ศพดส.ตร. จึงได้มีการพัฒนาคู่มือการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ PIPO รวมทั้งจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ร่วมกัน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาศักยภาพในการตรวจแรงงานในเรือประมง รวมทั้งสร้างมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทยก้าวหน้าไปอีกขึ้นหนึ่ง และยกระดับประเทศไทยสู่เทียร์ 1 ต่อไป

‘ไอติม พริษฐ์’ ถามเหล่า ส.ส.กลางรัฐสภา “พร้อมจะเคารพเสียงของประชาชน 14 ล้านคน ที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งหรือไม่”

(13 ก.ค. 66) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวอภิปรายในรัฐสภา ในวาระการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า…

“คำถามที่สำคัญสำหรับสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่คำถามว่าพวกเรา 750 คนนั้น มีความคิดเห็นอย่างไรกับคุณสมบัติของคุณพิธา ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือมีความคิดเห็นอย่างไรกับนโยบายของพรรคก้าวไกล แต่คำถามที่สำคัญที่สุด ต่อหน้าสมาชิกรัฐสภาทุกท่านในวันนี้ ก็คือ พวกเรา 750 คน พร้อมจะเคารพเสียงของประชาชน 14 ล้านคน ที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งหรือไม่”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top