Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

‘อดิศร’ ชี้ ‘พิธา’ จบ Harvard MIT พูดอังกฤษดี สง่างามเมื่อออกงานในต่างประเทศ มั่นใจ!! ไม่เดินหลงธงชาติแน่นอน

(13 ก.ค. 66) ที่รัฐสภาฯ ในวาระการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวอภิปรายว่า…

"คุณพิธาจบ Harvard MIT พูดอังกฤษดีกว่าผมเยอะ เวลาพิธาไปที่ฝรั่งเศส ไปจับมือกับประธานาธิบดีมาครง ไปแคนาดา ไปจับมือกับประธานาธิบดีทรูโด ไปจีนจับมือกับสีจิ้นผิง ไปอเมริกาจับมือกับผู้เฒ่าไบเดน มันสง่างาม รับรองไม่เดินหลงธงชาติแน่นอนครับ"
 

‘เอเอฟซี’ ลงดาบ นักเตะ-สตาฟฟ์ ‘ช้างศึก’​ ฟุตบอลซีเกมส์ 2023 หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทที่อินโดฯ สั่งแบนยาว-ปรับเงินอ่วม

‘เอเอฟซี’ ประกาศลงโทษนักเตะ และสตาฟฟ์โค้ช ‘ช้างศึก’ จากเหตุความวุ่นวายในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลชายซีเกมส์ 2023 โดย ไทย โดนลงโทษทั้งหมด 8 ราย รวมสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ถูกปรับเงินด้วย

(13 ก.ค. 66) จากเหตุทะเลาะวิวาทในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชายซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา ระหว่างไทยกับอินโดนิเซีย ที่ทัพ ‘ช้างศึก’ ปราชัยคู่แข่งในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-5 ก่อนหน้านี้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทำการลงโทษ นายประสบโชค โชคเหมาะ ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู, นายมายีด หมัดอะด้ำ เจ้าหน้าที่ทีม, นายภัทราวุธ วงษ์ศรีเผือก เจ้าหน้าที่ทีม ห้ามยุ่งเกี่ยวทีมชาติเป็นเวลา 1 ปี ขณะที่ 2 นักฟุตบอลอย่าง นายโสภณวิชญ์ รักญาติ และ นายธีรภักดิ์ เปรื่องนา ถูกลงดาบแบนห้ามยุ่งกับทีมชาติคนละ 6 เดือน

ล่าสุด สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ ‘เอเอฟซี’ ทำการแจ้งบทลงโทษของสมาพันธ์ฯ มายังสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดยนักเตะไทยโดนลงโทษเพิ่ม 2 คน ได้แก่ นายชยพิพัฒน์ สุพรรณเภสัช ถูกแบน 6 นัด และนายปุรเชษฐ์ ทอดสนิท แบน 6 นัด ขณะที่อีก 2 คน ที่ถูกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยลงโทษอยู่ก่อนหน้านี้ ถูกเอฟเอฟซี แบนเพิ่มอีก โดยนายธีรภักดิ์ เปรื่องนา ถูกแบน 6 นัด, นายโสภณวิชญ์ รักญาติ ถูกแบน 6 นัด พร้อมปรับเงินคนละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 34,000 บาท

ส่วนทีมงานสตาฟฟ์โค้ชของไทย 3 คนที่โดนแบนจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ก่อนหน้านี้ ถูกเอเอฟซีลงโทษเช่นกัน โดย นายประสบโชค โชคเหมาะ โค้ชผู้รักษาประตู ถูกแบน 6 นัด, นายมายีด หมัดอะด้ำ เจ้าหน้าที่ทีม ถูกแบน 6 นัด, นายภัทราวุธ วงษ์ศรีเผือก เจ้าหน้าที่ทีม ถูกแบน 6 นัด ทั้งหมดถูกปรับเงินคนละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 34,000 บาท ขณะที่ นายบำรุง บุญพรม อีกหนึ่งสตาฟฟ์โค้ช โดนโทษแบน 6 นัด ด้วยเช่นกัน

ด้าน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ถูกเอเอฟซีปรับเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3.4 แสนบาท ขณะที่ฝั่งอินโดนีเซีย โดนเอเอฟซี แบน ผู้เล่น 2 ราย และสต๊าฟโค้ช 2 ราย

‘ก้อย อรัชพร’ สุดทน!! เผยความรู้สึกต่อความอยุติธรรมในประเทศ ลั่น!! แค่ใช้ชีวิตก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องมาเจอปัญหาจากผู้มีอำนาจอีก

(13 ก.ค. 66) วันนี้แล้ว!! ที่มีการโหวตนายกฯ ทั้งคนบันเทิงและประชาชนทั้งประเทศต่างแสดงความคิดเห็น เช่นเดียวกันกับ ‘ก้อย-อรัชพร โภคินภากร’ ที่ล่าสุดเมื่อกลางดึกได้ออกมาโพสต์อินสตราแกรมส่วนตัว ‘@goyyog’ โดยระบุว่า…

"เวลาที่เราต้องบอกกับตัวเองว่า ‘ประเทศมันต้องเป็นแบบนี้แหละ’ แล้วก็ปลง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันไม่มีอะไรที่ถูกต้อง ก้มหน้าก้มตารับกับสิ่งที่มันต้องเป็น เออนี่ก็ดีขึ้นมานิดนึงแล้วนะ แล้วก็ยอมไป แม่งโคตรจะวนลูปเลย!!!!!!!!!! มันจะต้องอีกกี่ลูปปปปปปปปปป กฎหมายที่เอื้อความไม่ยุติธรรม เอื้อทุกอย่างให้ผู้มีอำนาจบางกลุ่ม ปล่อยให้ประเทศไม่มีทางออก

เราทำอะไรได้บ้าง? ไม่รู้! เพราะคะแนนโหวตจากการเลือกตั้งยังทำอะไรไม่ได้เลย อายบ้างไหมท่าน หลายคนแค่ใช้ชีวิตก็เหนื่อยมากแล้ว มีเรื่องที่ต้องทำ แล้วต้องมาเจอกับลูปปัญหาจากท่านผู้มีอำนาจเสียเหลือเกินนี้อีก!! แต่ถึงทำอะไรไม่ได้ก็ต้องทำอะไรสักอย่าง นี่มันความอยุติธรรมแบบซึ่ง ๆ หน้า แบนมากแม่ ถึงจะยังไม่รู้ว่าทำอะไรได้ แต่สิ่งเดียวที่ทำได้แน่ ๆ คือก่นด่า!!!! พรุ่งนี้เลือกนายก รอค่ะ ท่านส.ว.และกกต ปล.ขอแทรกรูปลูกสาวบรรเทามู้ด"

‘สาว’ โพสต์เตือนภัย!! หลังถูกแอบถ่ายใต้กระโปรงบนรถไฟฟ้า เผย โรคจิตคนนี้ก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง โชคดีมีพลเมืองดีช่วยไว้

เมื่อไม่นานมานี้ บัญชี TikTok ชื่อ ‘PIMJAI’ ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอ ‘EP1 เตือนภัยโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงบนรถไฟฟ้า’ โดยในคลิปได้ระบุว่า…

“วันนี้จะมาเล่าเตือนภัยหลังโดนแอบถ่ายใต้กระโปรงบนบีทีเอส ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสักช่วงค่ำ ๆ เป็นเวลาที่เรากลับจากการทำงานค่ะ และได้ใช้บีทีเอสกลับบ้านปกติ แต่สาเหตุที่ทำให้รู้สึกเอะใจ เริ่มจากที่บีทีเอสสยามค่ะ มีคนมาสะกิดข้างเรา และถามว่าเส้นนี้ผ่านชิดลมไหม เราเลยตอบกลับไปว่าใช่ หลังจากนั้นบีทีเอสก็มา ประตูเปิดเราก็เดินเข้าบีทีเอสไป ซึ่งเราอุส่าห์เดินจากประตูนึงไปอีกประตูนึงที่อยู่เยื้องกันไป เพราะเห็นว่าแถวนั้นไม่ค่อยมีคน แต่ผู้ชายที่สะกิดเราตอนแรกได้เดินตามหลังเรามา เราเลยมองกระจกที่มันสะท้อนไปด้านหลังก็เห็นผู้ชายคนนั้นท่าทางแปลก ๆ ทำไมต้องมาอยู่ใกล้หลังเราด้วยทั้งที่บริเวณพื้นที่ตรงนั้นเยอะมาก” 

“เราก็เลยหันไปมองด้านหลัง แล้วตาก็เหลือบไปมองกระเป๋าเขาพอดี ตรงกระเป๋าเขาตรงปลายก็จะปักเป็นตัวอักษร R แต่เรารู้สึกว่าตัว R มันแปลก ๆ เหมือนเจาะรูดำเอาไว้ ซึ่งเราก็ได้เพ่งไปที่กระเป๋าเขา แล้วก็คิดว่า เฮ้ย! มันคุ้น ๆ สถานการณ์นี้เหมือนเป็นกล้องแอบถ่ายเลย เราก็เลยก้มลงไปหยิบกระเป๋าเขาขึ้นมาเลยนะคะ แล้วถามว่า นี่ใช่กล้องไหมคะ? ซึ่งตอนนั้นถ้าหน้าแตกก็คือยอมหน้าแตกเลย หลังจากนั้นผู้ชายคนนี้ก็ทำท่าลุกลี้ลุกลนแล้วก็ดึงกระเป๋ากลับ เราเลยคิดว่าใช่แน่ ๆ เราจึงยื้อกระเป๋าเขาไว้ และตะโกนว่า “ช่วยด้วยค่ะ โดนแอบถ่ายใต้กระโปรง” เพื่อให้คนในขบวนได้รับรู้ ซึ่งเราเป็นคนที่เสียงดังมาก จังหวะนั้นประตูบีทีเอสเปิดพอดี ไอ้โรคจิตมันก็เลยกระชากกระเป๋าวิ่งออกจากบีทีเอสไปเลย”

ถัดมา ‘คุณ PIMJAI’ ได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊กเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “โชคดีมาก ๆ มีพลเมืองดีประมาณ 4-5 คน กรูกันไปจับ มีคนนึงกระโดดถีบคนร้ายโรคจิตจนติดกำแพง ก็เลยสามารถจับไว้ได้ทัน ต้องขอบคุณทุกคนมาก ๆ เลยนะคะที่ช่วย ไม่งั้นมันคงหนีไปได้แน่ จับได้แล้วเราก็ตะโกนเรียก รปภ. แถวนั้นให้มาช่วยแต่หาไม่เจอ มีผู้ชายใจดีไปช่วยตาม รปภ. มาให้ เจ้าหน้าที่ที่รถไฟฟ้าคนอื่น ๆ ก็ตามกันมาช่วย โทรตามตำรวจมาเอาคนร้ายโรคจิตไปไต่สวนที่โรงพักเพื่อดำเนินคดี”

“เหตุการณ์วันนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ช็อกมาก ๆ เพราะไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองมาก่อน โชคดีมากที่ตอนนั้นสังเกตสิ่งรอบตัว ไม่มัวยืนเล่นมือถือ ไม่งั้นคงไม่รู้แน่ ๆ ว่ากำลังโดนแอบถ่าย แล้วก็โชคดีที่ตัวเองใส่กางเกงซับในไว้ตลอด (ไม่อยากจะเชื่อว่าต้องมาดีใจที่ตัวเองป้องกันไว้ ทั้งที่จริงสิ่งเหล่าที่มันไม่ควรเกิดขึ้นกับใครเลย ต่อให้เขาจะนุ่งสั้นนุ่งยาวก็ตาม)”

“สรุปคือโรคจิตคนนี้บอกว่าก่อเหตุมา 3 ครั้งแล้ว แต่ละคลิปคือเดินแอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิงตามห้าง ตามรถไฟฟ้า มีหลาย ๆ คนที่โดนแอบถ่ายโดยไม่รู้ตัว อยากจะเตือนทุกคนว่าโรคจิตพวกนี้มันมีอยู่ตลอด ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายก็โดนได้หมด (วันนี้ที่เราไปแจ้งความ ก็มีผู้ชายไปแจ้งเรื่องโดนแอบถ่ายเหมือนกัน) เวลาที่อยู่ในที่สาธารณะ อยากให้ทุกคนพยายามสังเกตสัญญาณที่น่าสงสัยรอบตัวไว้บ้างนะคะ แล้วเวลามีอะไรเกิดขึ้น อย่าไปอายที่จะตรวจเช็กและขอความช่วยเหลือนะคะ”

‘หมอพรทิพย์’ โพสต์ ก่อนโหวตนายกฯ ชี้ วาระนี้ คงเป็นกรรมจัดการ ลั่น!! “รับใช้แผ่นดินมาทั้งชีวิต ขอทำหน้าที่จนกว่าชีวิตจะหาไม่”

(13 ก.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐสภา เตรียมประชุมวาระเลือกนายกฯ โดยประชาชนต่างสนใจการลงคะแนนของ ส.ว.ที่เป็นตัวแปรในครั้งนี้

โดย พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ เป็น ส.ว.อีกหนึ่งคนที่ถูกจับตาตั้งแต่ประกาศผลการเลือกตั้ง

ซึ่งล่าสุด พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ได้โพสต์อินสตาแกรม ระบุว่า…

“ทั้งชีวิตก็เลือกทำงานรับใช้แผ่นดิน ผ่านมาหลากหลายรัฐบาล ปากว่ารักชาติ รักแผ่นดินกันทั้งนั้น วาระนี้คงเป็นวาระกรรมจัดการ จะขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

‘พิธา’ มั่นใจ!! ตนยังมีคุณสมบัติ สมบูรณ์แบบทุกประการ ด้วยความชอบธรรม

(13 ก.ค. 66) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคก้าวไกล พูดอภิปรายในรัฐสภา วาระการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระบุว่า..

“ผมยังคงมีคุณสมบัติ สมบูรณ์แบบทุกประการ ด้วยความชอบธรรม”

‘นันทิวัฒน์’ ย้อนบทเรียนคดีถือหุ้นสื่อ ‘ธนาธร’ สู่ ‘พิธา’ ชี้ สะดุดตีนล้มเอง อย่าชวนคนลงถนนเพื่อปกป้องตนเอง

13 ก.ค. 66) นายนันทิวัฒน์ สามารถ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘วิบากกรรม’ มีเนื้อหาระบุว่า...

วิบากกรรม

กรณีถือครองหุ้นสื่อ ทำไมนักการเมืองที่อยากเป็นนายกฯ มันถึงได้ทำผิดแล้วผิดอีก และมาจากพรรคเดียวกันเสียด้วย น่าสงสัยที่ปรึกษากฎหมายของพรรคนี้มืออ่อน ผู้นำพรรคทำผิดซ้ำซาก คุณธนาธรก็ทีนึงแล้ว ยังมาเจอคุณพิธาอีก วิบากกรรมจริงๆ

ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้หยุดปฏิบัติหน้าไว้ก่อน ก็เป็นการหยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ส.ส. ไม่ได้ตัดสิทธิในการถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ นอกจากถูกสมาชิกทักท้วงว่าทำไม่ได้ เพราะมาตรา 160(6) บัญญัติถึงคุณสมบัติคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรี นายกฯ ถือว่าเป็นรัฐมนตรีคนหนึ่ง ต้องไม่มีคุณสมบัติที่ขัดต่อมาตรา 98(3) ที่ห้ามถือหุ้นสื่อ มันย้อนกลับไปสู่คุณสมบัติต้องห้ามในการถือหุ้นสื่อ 

นั่นแสดงว่ารัฐธรรมนูญตั้งใจเขียนรัดเอาไว้ไม่ให้นักการเมืองถือหุ้นสื่อจริงๆ เพราะเขียนล้อ ผูกตรึง (โยง) กันไปหมด

คนที่อาสาจะมาเป็นผู้บริหารประเทศ เป็นถึงนายกรัฐมนตรีไม่น่าทำผิดแบบปลาตายน้ำตื้นขนาดนี้เลย มีอย่างที่ไหนมีหุ้นสื่ออยู่ในมือ (คงจะรวยมากจนจำไม่ได้ว่า มีสมบัติซุกไว้ที่ไหนบ้าง) กรณีคุณธนาธรไม่ทำให้ฉุกใจคิดบ้างเลยหรือ

อาสามาเป็นผู้นำประเทศนะครับ ไม่ใช่เล่นขายขนมครกนะ ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ผู้นำต้องบริหารประเทศตามกฎหมาย เป็นนิติรัฐ

พลาดท่าเสียทีด้วยความสะเพร่าของตนเอง ไม่มีใครกลั่นแกล้งยัดหุ้นสื่อใส่มือคุณพิธาแน่นอน ไม่มีใครเตะตัดขา ไม่มีการสร้างหลักฐานเท็จ สะดุดตีนล้มเอง ไม่มีนิติสงคราม

คุณพิธาไม่ใช่คนแรกที่โดนคดีถือหุ้นสื่อ คุณธนาธรก็โดน และยังมีนักการเมืองอีกหลายคนที่ถูกถอดถอนและถูกตัดสิทธิทางการเมือง

คนที่จะมาเป็นนายกต้องรอบคอบ

อย่าชวนคนลงถนนเพื่อมาปกป้องตนเองเลย มันทำไม่ได้ ประการสำคัญคนที่อยากเป็นผู้นำต้องไม่พาคนไปตาย อย่าเหยียบศพเพื่อนเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำ

‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ ชี้!! อย่าหลงระเริงกับ 14 ล้านเสียง หากเป็นนายกฯ ต้องดูแลคนกว่า 60 ล้านคน

(13 ก.ค.66) ที่รัฐสภาฯ การประชุมร่วมกัน พิจารณาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายโหวต โดยในบางช่วงบางตอนระบุว่า…

“คนไทยไม่ได้มีแค่ 14 ล้าน คนไทยไม่ได้มี 25 ล้าน ท่านต้องเป็นนายกฯ ของคน 60 กว่าล้านคน เป็นนายกฯ ของประเทศไทย ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง ท่านอย่าหลงระเริงคำว่า 14 ล้านเสียง มันไม่ถึง 20% มันไม่ใช่เรื่องชี้ขาดของประเทศนี้”

ชื่นชม!! 6 นักเรียนไทยคว้าเหรียญรางวัล ในการแข่งขัน ‘คณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ’

เมื่อวานนี้ (12 ก.ค. 66) เพจ ‘Olympic ipst’ โพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับนักเรียนไทยคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ (64th IMO 2023) โดยระบุว่า..

ผลการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2566 (64th IMO 2023) ระหว่างวันที่ 3 - 13 กรกฎาคม 2566 ณ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น 

ผู้เข้าแข่งขันจากประเทศไทย จำนวน 6 คน มีผลการแข่งขัน ดังนี้
1. นายทยากร สุวานิช โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้รับรางวัลเหรียญทอง 🥇
2. นายวรวัฒน์ รุ่งอร่ามศิลป์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้รับรางวัลเหรียญเงิน 🥈
3. นายพัฒนแสง พินิจพิชิตกุล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้รับรางวัลเหรียญเงิน 🥈
4. นายนิธิวิทย์ ศิริมาลัยสุวรรณ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้รับรางวัลเหรียญเงิน 🥈
5. นายธรรมรักษ์ กอสกุลธรรม โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง 🥉
6. นายสิรวิชญ์ พิพิธธนาบรรพ์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ได้รับรางวัลเกียรติคุณประกาศ

และคณะอาจารย์ผู้ควบคุมทีม ประกอบด้วย
1. ดร.นิธิ รุ่งธนาภิรมย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าทีม
2. ผศ.ดร.ธีระเดช กิตติภัสสร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองหัวหน้าทีม
3. ดร.สริตา บุณย์ศุภา McKinsey & Company ผู้ช่วยหัวหน้าทีม 
4. ผศ.ดร.เป็นหญิง โรจนกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ช่วยหัวหน้าทีม 
5. ดร.ศุภณัฐ คำตื้อ Yau mathematical Sciences Center ผู้ช่วยหัวหน้าทีม 
6. นายจเร ปานเมือง สสวท. ผู้จัดการทีม

‘วราวุธ’ ย้ำจุดยืน ไม่เลือกพรรคหนุนแก้ ม.112 ยัน!! ไม่กดดัน แม้ม็อบชุมนุมหน้ารัฐสภาฯ

(13 ก.ค. 66) ที่รัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรคชาติไทยพัฒนา ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยคำร้องนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพรรคก้าวไกล เข้าข่ายล้มล้างการปกครองว่า พรรคชาติไทยพัฒนายังยึดมั่นจุดยืนเดิมในเรื่องมาตรา 112 และมองว่าในที่ประชุมรัฐสภาวันนี้คงจะมีการถกกันในหลาย ๆ ความเห็น ส่วนจะให้ความเห็นชอบหรืองดออกเสียงนั้น พรรคชาติไทยพัฒนาต้องไปพิจารณากันอีกที 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไม่สนับสนุนนายพิธาใช่หรือไม่ เพราะสนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 นายวราวุธ กล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นเราคงต้องยึดตามจุดยืนเดิมของพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งแต่ละพรรคมีจุดยืนแตกต่างกันไป 

เมื่อถามว่า สถานการณ์วันนี้ควรเลื่อนการโหวตนายกฯ ออกไปก่อนหรือไม่ เพื่อรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีของนายพิธาก่อน นายวราวุธ กล่าวว่า ในที่ประชุมรัฐสภาคงมีการหารือกันในประเด็นนี้ ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างไร ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนามีเพียง 10 เสียงเท่านั้น คงต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ แต่หากจะโหวตกันวันนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะมองว่าในอนาคตหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเราก็เคารพคำวินิจฉัยของศาล แต่ในขณะเดียวกัน ก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นว่านายพิธาเองก็ถูกสังคมจับตามอง และมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น ซึ่งเข้าใจในสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม คนที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกฯ นั้นต้องมีความโปร่งใส และชัดเจนในระดับหนึ่ง เมื่อถามว่า จำเป็นต้องเลื่อนการประชุมรัฐสภาไปเป็นวันที่ 19 ก.ค.หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า คงต้องหารือกัน เพราะการจะประชุมรัฐสภา 750 คนไม่ใช่เรื่องง่าย 

เมื่อถามถึงการชุมนุมหน้ารัฐสภาของกลุ่มคนที่มาสนับสนุนนายพิธาในวันนี้ นายวราวุธ กล่าวว่า ถือเป็นการแสดงออกแบบหนึ่ง แต่การแสดงออกต้องเคารพสิทธิของประชาชนเสียงส่วนใหญ่ด้วย แสดงออกได้ แต่ต้องมีกรอบและแนวทางชัดเจน และไม่เลยเถิดไปประเด็นอื่น 

เมื่อถามว่า ทางพรรคชาติไทยพัฒนาและนายวราวุธได้รับแรงกดดันจากการชุมนุมหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ตนอยู่การเมืองมาทั้งชีวิต โดนทั้งกดทั้งดันมาตลอด ฉะนั้น ไม่มีปัญหา แต่ตนเข้าใจความต้องการของประชาชนแต่ละฝ่ายว่ามีความต้องการเช่นไร การแสดงออกก็จะแตกต่างกันออกไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top