Monday, 9 November 2026
Hard News Team

ชำแหละเทคนิคทางการเมืองแบบมวลชน ฉบับ ‘ก้าวไกล’ หากยอมถอย ‘ม.112’ ก็จะไม่มี ‘ปีศาจ’ ไว้ปั่นความเกลียดชัง

(15 ก.ค. 66) ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Chaiyan Chaiyaporn’ โดยระบุว่า…

จาก ‘อาจารย์แก้วสรร’ ครับ

การเมืองของก้าวไกล 
เทคนิคของการใช้การเมืองแบบมวลชน คือ ต้องหาเป้าหมายสักอย่างหนึ่ง มาให้ผู้คนร่วมกันเกลียดชังว่า “เป็นต้นตอของความงี่เง่าเฮงซวยของบ้านเมือง”

เป้าหมายนี้ ต้องดูมีฤทธิ์เดช เ_ี้ยได้มากจริง เช่น ถ้าเป็นคอม ก็วาดเป้าหมายเป็นนายทุน เป็นนาซีก็วาดเป็นยิว เป็นชาตินิยมก็เป็นจักรวรรดิ์นิยม

การเมืองของก้าวไกลเดินมาทางนี้ แล้วเลือกเอาสถาบันฯ เป็นปีศาจของความเกลียดชัง ทำให้ดูขลัง จึงลากเป็นมรดก 2475

คนเราพอเกลียดร่วมกันมากๆ ก็เกิดเป็นพวกเป็นม็อบไปในที่สุด การเลิกไม่พูดไม่ชูแก้ ม.112 จะทำให้ขาดการชี้ปีศาจไปในทันที พลังก้าวไกลจะอ่อนยวบลงเลย ให้เขาเลิกไม่ได้เด็ดขาด เพราะเป็นตัวตนของเขา

นี่คือเหตุผลที่ก้าวไกล ไม่มีวิสัยทัศน์ของอนาคตมาโชว์จริงๆ มีแต่ความเกลียดชังร่วมในกองทัพและสถาบันฯ แล้วแถมของชำร่วยทางปัจเจกชนนิยมให้กลุ่มต่างๆ เป็นพิเศษ ทั้งเพศพิเศษ ก_หรี่เสรี เลิกเครื่องแบบนักเรียนฯ

การเมืองวันนี้ เดิมทีระบาดด้วยโลภ จนเกิดนิสัยประชานิยมที่ก้าวไกลมาเติมใหม่

ใหม่จริงแต่ไม่ใช่ ‘ประชาธิปไตย’

แต่เป็น ‘โมหะ’

สองตัวนี้ถึงจุดหนึ่ง ‘โทสะ’ จะเกิดขึ้นในที่สุด

‘วอลเลย์บอลชายไทย’ รวมพลังตบ!! เอาชนะ ‘บาห์เรน’ 3 เซตรวด คว้าแชมป์ ‘เอวีซี ชาเลนจ์ คัพ 2023’ นับเป็นครั้งแรกในระดับเอเชีย!!

ทีมหนุ่มไทยภายใต้การคุมทัพของ ‘พัค กี วอน’ เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ สำหรับผลงานของทีมชาติไทย แข่งมาทั้งหมด 5 นัด ชนะ 4 แพ้ 1 ได้แก่ แพ้เกาหลีใต้ 0-3 เซต, ชนะซาอุดิอาระเบีย 3-0 เซต ในรอบแรก, รอบสองเอาชนะฮ่องกง 3-1 เซต ทั้งสามารถเอาชนะทีมอินโดนีเซีย 3-2 เซตในรอบ 8 ทีม ส่วนรอบรองชนะเลิศ เอาชนะเวียดนามมา 3-1 เซต 

ผลปรากฎว่า ทีมชาติไทย เอาชนะ บาห์เรน ไปได้ 3-0 เซต 25-20, 25-20, 25-18 คว้าแชมป์ได้เป็นครั้งแรกในระดับเอเชีย พร้อมได้สิทธิ์ไปแข่งศึกชาเลนเจอร์ คัพ ที่โดฮาร์ ประเทศกาตาร์ ระหว่างวันที่ 26-30 ก.ค.นี้

โดยทีมที่คว้าโควต้าไปแข่งแล้ว 7 ทีมประกอบด้วยตุรกี (อันดับโลก 12), ยูเครน (13), ตูนีเซีย (18), กาต้าร์ (21), ชิลี (24), จีน (25) ซึ่งตกชั่นจากเนชั่นส์ลีกปีนี้, สาธารณรัฐโดมินิกัน (31), ทีมเจ้าภาพกาตาร์ และไทย เป็นทีมที่ 8 จากการคว้าแชมป์ เอวีซี ชาเลนจ์ คัพ

โดยนัดแรกไทยจะต้องเจอกาตาร์เจ้าภาพ รอบน็อกเอาท์ จากกติกาเกณฑ์จับคู่แข่งขันพิจารณาจากอันดับโลกของทุกทีม โดยทีมเจ้าภาพกาตาร์ได้สิทธิ์เจ้าภาพในฐานะทีม 1 จะเจอทีมอันดับโลกต่ำสุดในฐานะทีม 8, ทีมอันดับ 2 เจอ ทีมอันดับ 7, ทีมอันดับ 3 เจอ ทีมอันดับ 6 และ ทีมอันดับ 4 เจอ ทีมอันดับ 5

‘แม่น้อย’ โวย!! ถูกลูกสาว ‘หญิง รฐา’ สั่งหยุดขายส้มตำ ด้านแม่สวนกลับ ยื่นคำขาด!! “จะให้เลิกตำ ต้องมีหลานให้ฉัน”

(15 ก.ค. 66) ถูกสั่งห้ามขายส้มตำซะแล้ว สำหรับ ‘แม่น้อย โพธิ์งาม’ ที่ปัจจุบันเปิดร้านขายส้มตำอยู่แถวบางนา ก.ม.14 (ขาออก) แต่ด้วยความเป็นห่วงของลูกสาว อยากให้แม่ได้พักผ่อน ไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยให้ลำบากแล้ว

ล่าสุด แม่น้อย เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับ หญิง รฐา ที่ร่วมกับเพื่อนๆ จัดงานเปิดตัว The Grand Opening of Our New ‘ACTLAB THE MASTERS’ เปิดสถาบัน แอ็ค แล็บ ห้าห้า เดอะ มาสเตอร์ สถาบันสอนการแสดง สาขาบางนา ที่ ลานอีเวนต์ ชั้น 1 ATT U Park Bangna

จากนั้น แม่น้อย ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเรื่องร้านส้มตำที่ลูกสาวไม่อยากให้ไปทำแล้ว โดยเจ้าตัว เผยว่า…

“อยากให้ช่วยหน่อยว่าอย่าให้เขามาห้ามแม่มากนัก เพราะแฟนๆ ส้มตำของฉันเขาก็บอก ว่าบอกลูกด้วยว่าถ้าแม่น้อยหยุดฉันไม่มีที่กิน”

ใครห้ามแม่พูดไป?
แม่น้อย : “ญาญ่า ญิ๋ง นี่แหละค่ะ แล้วลูกเขยฉันเป็นคนเสริม แม่ครับจะทำอะไรแม่ทำตามใจที่แม่ชอบเลย (อีกคนยุอีกคนห้าม?) แล้วฉันจะไม่รักลูกเขยฉันได้ยังไง แกคิดดูสิ”

แล้วทำไมลูกมาทำอย่างนี้กับแม่ได้?
แม่น้อย : “ฉันบอกหญิงฟังฉันนะ ฉันไม่ได้ทำฟรี ฉันได้ตังค์ด้วยนะ (ฉันหาเงิน?) เออ พูดถูก ไอ้นี่พูดดี (หัวเราะ) เล่นตลกมาเลี้ยงมันก็เงินจากประชาชนนี่แหละ และแฟนๆ สมัยนั้นยังไม่มีโซเชียล เขาก็รักเรามาตลอด นี่ก็โตมาได้ก็เงินของประชาชน แล้วตอนนี้ฉันนะไม่ได้เล่นตลก ฉันเอาส้มตำมาแทน ก็เงินของแฟนๆ ฉันทั้งนั้น (แล้วจะมาห้ามฉันทำไม?) ใช่ (หัวเราะ)”

แล้วไม่เคยเล่นติ๊กต็อกใช่มั้ย?
แม่น้อย : “หลานสาวเอามา คอมเมนต์เพียบเลยบอกว่าให้กำลังใจแม่น้อยนะ เพราะฉะนั้นตอนนี้ น้อย โพธิ์งาม ขอสรุป ถ้านางจะให้ฉันเลิกตำส้มตำ นางต้องมีหลานให้ฉัน (หัวเราะ) แล้วฉันจะวางสากวางครก”

ประกาศตรงนี้เลยนะ?
แม่น้อย : “ใช่ เพราะอยู่บ้านมันจะเหงา ขอโทษลูกๆ ทุกคนนะคะ อย่าห้ามพ่ออย่าห้ามแม่ ให้แกได้ทำอะไรให้ซ้อมได้ปั่น ได้คิดเงิน ได้ตำบ้าง ให้ฉันได้ตอแหลกับแฟนๆ บ้าง จะมาห้ามอะไรฉัน เพราะฉะนั้นคำชมต่างๆ ที่ให้แม่น้อยมาก็ขอขอบคุณตรงนี้ด้วยนะคะ”

ยื่นคำขาดไปนานหรือยัง ว่าต้องมีหลานนะ?
แม่น้อย : “ก็นี่แหละ เต็มๆ ก็วันนี้ (ครั้งแรกในโลก?) ใช่ ครั้งแรกในโลก (แล้วถ้ามีหลานจริงๆ แฟนๆ ส้มตำล่ะ?) ห๊ะ ฉันก็จะรักหลานมากกว่าก็ได้ (หัวเราะ)”

ถ้าหญิงบอกว่า แม่ไม่ต้องทำงานให้ เขาให้เงินเดือนละ 1 ล้าน?
แม่น้อย : “ไม่ต้องล้าน แค่แสน แม่ก็ไม่ทำอะไรแล้ว แต่ที่ฉันทำนี่อย่างน้อยๆ นะ เอาจริงๆ หนี้สินนะหมดแล้ว แต่ดันไปสร้างร้านขึ้นมาก็มีขาดทุนบ้าง โควิดบ้าง เขาก็บอกอะไรของแม่เนี่ย แล้วฉันขอถามหน่อย ถ้าไม่ให้ฉันทำ ฉันนั่งเป็นง่อยอยู่บ้านแกพอใจไหม ลูกๆ ทุกคนที่ห้ามพ่อแม่ไม่ให้ทำอะไร เธอน่ะเป็นตัวฆ่าพ่อฆ่าแม่ ไม่ได้นะคนแก่สมัยนี้ต้องทันเด็กรุ่นใหม่”

คำนี้พูดกับ หญิง ใช่ไหม?
แม่น้อย : “พูดกับทุกคนนี่แหละ (หัวเราะ) (นี่คือความในใจใช่ไหม?) ใช่ ฉันไม่ได้เจอกับนักข่าวมานานมาก แต่ก่อนหญิงเขาพาฉันไปทำงานด้วย ฉันจะไปด้วยทำไม ฉันตำส้มตำ ฉันได้ตอแหลกับชาวบ้านฉันสนุกกว่า ไปกับเขานะ เขาพูดแต่ภาษาอังกฤษกัน ฉันไม่รู้เรื่องกับเขา ฉันก็ไม่รู้เรื่อง (หัวเราะ)”

ตอนนี้ขายยังไงบ้าง?
แม่น้อย : “มีออกบูธนะ ตามกระทรวงต่างๆ โรงพยาบาลต่างๆ เรียกไปหมดแล้ว (หญิงก็ห่วงแม่จะไม่สบาย?) ฉันเดือดร้อนมันหรือเปล่า เปล่าเลย ประกันเป็นคนจ่าย (หัวเราะ)”

ตอนไฟดูด ตอนมีดบาดทำยังไง?
แม่น้อย : “อันนั้นตกใจ หงายเงิบเลย ฉันเก่งนะ ฉันขับรถออกไปเอง มือหนึ่งกำมือหนึ่งขับรถเองด้วย (เก่งขนาดนี้ไม่ต้องมีลูกก็ได้?) (หัวเราะ) เธอนะถูกใจฉันจริงๆ ขอขายของหน่อย ร้านฉันอยู่แถวนี้เอง บางนา ก.ม.14 ก่อนถึงธนาซิตี้ค่ะ”

แฟนคลับห่วงสุขภาพ ‘เจนนี่ BLACKPINK’ หลังต้องโด๊ป ‘IV Drip’ ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 66 สาว ๆ BLACKPINK ได้ปล่อยคลิปวิดีโอสุดพิเศษ ‘BLACKPINK ‘B.P.M.’ Roll #27’ หรือ ‘BORN PINK Memories’ คลิปสรุปเส้นทางการทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก ซึ่งมีเรื่องราวน่าประทับใจมากมาย แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ ‘เจนนี่’ ได้เล่าเรื่องที่ทำให้แฟนๆ ไม่ค่อยสบายใจ เพราะมีช่วงหนึ่งเธอเล่าว่า ก่อนที่จะขึ้นคอนเสิร์ตที่โอซาก้า เมื่อวันที่ 3-4 มิถุนายน ที่ผ่านมา เธอต้องทำการ ‘IV Drip’ หรือ ‘Intravenous Therapy’ หรือ ‘การทำวิตามินบำบัด’ คือการให้วิตามินหรือสารน้ำผ่านทางหลอดเลือดดำเข้าสู่ร่างกาย และส่งผลในการบำรุงร่างกายได้ทันทีเนื่องจากในตอนนั้นร่างกายเธออ่อนแอจากการทำงานหนักติดต่อกัน เจนนี่ยังโชว์แขนให้เห็นว่า เธอใช้ตุ๊กตาที่เธอเคยให้โรเซ่มาใช้หนีบแขนเอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดรอยช้ำจากรูเจาะน้ำเกลือ

แฟนๆ ที่ได้ชมคลิปนี้ต่างแสดงความเห็นห่วงเจนนี่กันอย่างล้นหลาม เพราะตอนที่เธอขึ้นคอนเสิร์ตเธอแสดงแบบทุ่มสุดตัวจนไม่มีใครรู้เลยว่าป่วย แต่ในสัปดาห์ต่อมาเมื่อเธอไปแสดงคอนเสิร์ตที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจนนี่ ไม่สามารถแสดงต่อจนจบเธอต้องลงจากเวทีไปก่อน แสดงให้เห็นว่าสภาพร่างกายของเธอยังไม่ได้ฟื้นฟูเต็มที่

เหล่า BLINK จำนวนมากออกมาเรียกร้องให้ทางต้นสังกัด YG มีการดูแลศิลปินให้ดีกว่านี้ โดยอาจจะปรับตารางการทำงานให้มีช่วงเวลาพักมากขึ้น แม้ว่าแฟนๆ จะอยากเจอสาวๆ BLACKPINK มากแค่ไหน แต่ถ้าส่งผลกับสุขภาพของศิลปินก็ไม่ควรจัดงาน

‘บลิงเคน’ ชี้!! เกาหลีเหนือภัยคุกคามร่วมที่ใหญ่ที่สุด สะเทือนความมั่นคง ‘อินโดแปซิฟิก-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้’

(15 ก.ค. 66) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ที่การประชุมอาเซียน เกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามร่วมใหญ่สุดต่อความมั่นคงทั้งในระดับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และต่อสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ 

‘แอนโทนี บลิงเคน’ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวานนี้ (14 ก.ค. 66) ว่า ไม่มีปัญหาท้าทายใดอีกแล้ว ที่เป็นภัยด้านความมั่นคงร่วมกันทั้งในระดับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และต่อสหรัฐฯ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่จะใหญ่ไปกว่าภัยคุกคามที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเกาหลีเหนือ และเกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป ICBM ครั้งล่าสุดในสัปดาห์นี้ เป็นการละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่า

บลิงเคนกล่าวหลังเข้าร่วมประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมือง และความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ ‘ARF’ และหลังจากการประชุม 3 ประเทศ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย 

ด้าน ฮายาชิ โยชิมาสะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวในการแถลงข่าวเดียวกันร่วมกับบลิงเคนว่า ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก กำลังตกอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่รุนแรงและซับซ้อนที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา จากการที่เกาหลีเหนือเพิ่มความเข้มข้นในกิจกรรมด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธ รวมถึงการยิง ICBM ล่าสุดในสัปดาห์นี้ด้วย

ด้าน ปาร์ค จิน รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ กล่าวในการแถลงข่าวเดียวกันว่า เกาหลีเหนือยิง ICBM ทั้ง ๆ ที่อาเซียนกำลังประชุมกันอยู่ว่าด้วยสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ พฤติกรรมของเกาหลีเหนือจึงเป็นสิ่งที่ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับความคาดหวังของประชาคมโลก เขาหวังว่า การประชุม 3 ฝ่ายระหว่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในครั้งนี้ จะเพิ่มความแน่วแน่ของเรา ในการตอบโต้การกระทำยั่วยุอย่างต่อเนื่องของเกาหลีเหนืออย่างหนักแน่นและเด็ดขาด  และส่งสารถึงเกาหลีเหนือให้ตระหนักว่า การยั่วยุนั้นจะต้องไม่ผ่านไปเฉย ๆ โดยไม่ถูกลงโทษ

บลิงเคนกล่าวถึงรัสเซียด้วยว่า “ไม่มีสัญญาณว่า รัสเซียจะเปลี่ยนแปลงทิศทางในปฏิบัติการในยูเครน หรือจะเข้าร่วมทางการทูตเกี่ยวกับยูเครน”

ทั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ได้เข้าร่วมในการประชุม ARF ด้วย

เด็กไทยเจ๋ง!! คว้า 4 เหรียญเงิน ชีววิทยาโอลิมปิก เวทีประชันหัวกะทิ ดีกรีเหมือนโอลิมปิกของกีฬา

เด็กไทยสร้างชื่อให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้เป็นด้านวิชาการ เมื่อ 4 ตัวแทนจากประเทศไทย สามารถคว้า 4 เหรียญเงิน ชีววิทยาโอลิมปิกจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

ต้องบอกเลยว่า เวทีนี้ไม่ง่ายเพราะเป็นการประชันหัวกะทิจากทั่วโลกมาแข่งกัน เปรียบดังโอลิมปิกของกีฬาเลยทีเดียว

ด้าน รองศาสตราจารย์ ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่าตามที่ได้จัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 34 ประจำปี พ.ศ. 2566 (34th IBO 2023) ระหว่างวันที่ 3-11 กรกฎาคม 2566 ณ เมืองอัล อาอิน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จำนวน 4 คน ผลปรากฎว่าผู้แทนประเทศไทยสามารถทำได้ 4 เหรียญเงิน ดังนี้...

- นายวิภู เศรษฐวงศ์ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม กรุงเทพฯ เหรียญเงิน
- นายธนกฤต ธนสารสาคร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ เหรียญเงิน
- นางสาวณภัทร ตันติประภาส โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพฯ เหรียญเงิน
- นายสิรวิชญ์ ศรีบุญเจริญชัย โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง เหรียญเงิน

การแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 34 ประจำปี พ.ศ. 2566 มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 302 คน จาก 76 ประเทศ โดยการแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกครั้งต่อไปในปีพ.ศ. 2567 เจ้าภาพคือ ประเทศคาซัคสถาน

ทั้งนี้ สสวท.จะมีพิธีแสดงความยินดีคณะผู้แทนวันพุธที่ 12 กรกฎาคมนี้ บริเวณประตู 1 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้า สนามบินสุวรรณภูมิ

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันชาติฝรั่งเศส

วันที่ 14 ก.ค.66 พลเรือเอก สุวิน  แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ ร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันชาติฝรั่งเศส ตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมี นายตีแยรี  มาตู (H.E. Mr. Thierry  MATHOU) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และภริยา เป็นเจ้าภาพ ณ ห้องบอลรูม โรงแรมสวิสโฮเตล ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร

ไทยกับฝรั่งเศส สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.2399 ผ่านการลงนามสนธิสัญญาเจริญสัมพันธไมตรี โดยประเทศไทยถือเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของฝรั่งเศสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือไทย และกองทัพเรือฝรั่งเศส เป็นไปด้วยดี โดยฝรั่งเศสมีสำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร ฝรั่งเศส/กรุงเทพฯ ในส่วนของกองทัพเรือมีผู้ช่วยทูตทหารเรือ/ปารีส ทั้งนี้ความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือกับกองทัพเรือฝรั่งเศส ประกอบด้วย 

- ด้านการศึกษา ซึ่งกองทัพเรือจัดส่งข้าราชการไปศึกษาอบรมหลักสูตรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
- การเยี่ยมเยือนและการเยี่ยมคำนับ เป็นการเยี่ยมเยือนเมืองท่าของเรือรบ ซึ่งเรือรบฝรั่งเศสมีการเยี่ยมเยือนเป็นระยะ และการเข้าเยี่ยมคำนับของผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ
- การฝึก มีการฝึก PASSEX ซึ่งเป็นการฝึกในโอกาสที่เรือรบของฝรั่งเศสเดินทางผ่านน่านน้ำ หรือแวะเยี่ยมประเทศไทย เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ของกองทัพเรือทั้งสองประเทศ
- การจัดหายุทโธปกรณ์ กองทัพเรือมีการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบ EC-645T2 รวมทั้งยุทโธปกรณ์อื่นอีกหลายรายการ

เป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และการมีบทบาทนำด้านความร่วมมือ และความมั่นคงในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

‘พิธา’ จอดป้าย ‘เพื่อไทย’ ไปต่อ ดีลลับ ‘ทักษิณ’ กลับบ้านแลกนายกฯ

ผลการโหวตนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ออกมาตามโผและความคาดหมายของใครต่อใคร… รวมทั้ง ‘เล็ก เลียบด่วน’ ณ คอลัมน์ ‘เลียบการเมือง’ แห่งนี้ ที่ต้องขอบอกว่าไม่ได้โม้… ได้ทำนายทายทักมานานแล้วว่า เสียงสนับสนุนจาก สมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว.นั้นจะมีประมาณ 15 เสียงบวกลบ… เท่านั้น

สุดท้ายได้มา 13 เสียง เป็นท่านใดบ้าง คงไม่ต้องมาขานชื่อกันตรงนี้อีก… และพรรคก้าวไกลก็ไม่ต้องมาอธิบายความว่า ส.ว.ถูกกดดันถูกสั่งการโน่นนี่นั่นกันให้มากความ เอาเป็นว่า ส.ว.ส่วนใหญ่เขาไม่เห็นด้วย ไม่พร้อมที่จะสนับสนุนคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์และพรรคก้าวไกลให้มาบริหารประเทศ

บันทึกคะแนนโหวตเป็นทางการไว้สักนิด สมาชิกรัฐสภาลงมติโหวตทั้งสิ้น 705 คน เห็นชอบให้พิธาเป็นนายกฯ 324 เสียง ไม่เห็นชอบ 182 งดออกเสียง 199 พิธาสอบไม่ผ่าน… ด้วยคะแนนที่แม้กระทั่งคนชื่อ ‘นิด’ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยบอกว่า… ต่ำไปหน่อย

‘เล็ก เลียบด่วน’ ใคร่สรุปวิเคราะห์แบบเหลียวหลังแลหน้าเป็นข้อๆ ตามสไตล์ในสาระสำคัญของสถานการณ์ดังนี้… 

1.) ความผิดพลาดจนไปไม่ถึงฝันของพิธาและพรรคก้าวไกลมัดรวมอยู่ตรงที่นโยบายสุดโต่งที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม… แต่เป็นความไม่เหมือนเดิมในเชิงลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการยืนกระต่ายขาเดียวที่จะต้องแก้แบบยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งแม้ ณ นาทีก่อนโหวต ‘พิธา’ หรือสมาชิกพรรคก้าวไกลก็ไม่ยอมลดเพดานหรือถอยแม้แต่ก้าวเกียว… และต้องยอมรับว่าการอภิปรายชี้แจงของพิธาและ ส.ส.พรรคก้าวไกลไม่สามารถหักล้างคำอภิปรายเรื่องมาตรา 112 ของ ส.ส.ชาดา ไทยเศรษฐ์, ส.ว.คำนูญ สิทธิสมาน และอีกหลายคนได้

2.) พรรคเพื่อไทยเขาอ่านเกมออกตั้งแต่ปีมะโว้แล้วว่าอย่างไรสูตรรัฐบาล 8 พรรคไปไม่ตลอดรอดฝั่ง เพียงแต่เขาติดกับดักคำว่า ‘พรรคฝ่ายประชาธิปไตย’ กลัวด้อมส้มและติ่งแดงจะถล่มหากรีบตีจากก็เลยลากมาถึงวันที่ คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เสนอชื่อพิธา และให้สหายศรชัย… อดิศร เพียงเกษ อภิปรายสนับสนุนสองสามคำ… เท่านั้นเอง

3.) สถานการณ์ของพิธาและก้าวไกลหนักหนาสาหัส… สมมุติแม้จะดันทุรังจนได้โหวตหนที่สองก็จะไม่ผ่านอีกแต่โอกาสจะไม่ได้โหวตรอบสองมีสูงด้วยกฎกติกามารบาทตามข้อบังคับ… ไม่แต่เท่านั้นที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 19 ก.ค.อาจสั่งให้พิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ กกต.ร้องขอมาก็ได้

4.) การดิ้นรนแก้เกมด้วยการยื่นร่างแก้ไขมาตรา 272 เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว.ไม่ให้มีสิทธิโหวตนายกฯ นอกจากจะไม่ทันกาลแล้ว โอกาสจะผ่านก็มีน้อยมาก แม้ ส.ว.จำนวนไม่น้อยเขาไม่ติดใจที่จะปิดสวิตช์ตัวเอง แต่ต้องไม่ลืมว่าพวกเขาไม่พร้อมปิดสวิตช์เพื่อให้พรรคก้าวไกลไปเป็นรัฐบาลแล้วแก้มาตรา 112

5.) เกมการเมืองเกือบทั้งหมดกำลังเคลื่อนไปอยู่ในมือพรรคเพื่อไทยที่ปีกหนึ่งเห็นว่าในการจัดตั้งควรจะอุ้มกระเตงพรรคก้าวไกลไปด้วย ทั้งๆ ที่รู้ว่าถ้าขืนทำแบบนั้น ส.ว.ก็จะโหวตคว่ำอีก แต่อีกปีกหนึ่งไม่เห็นด้วย… ที่สุดแล้วเพื่อไทย อาจจะยอมทำ แม้จะถูกด่า ทั้งนี้เพื่อตัวเองจะได้มีความชอบธรรมในการสลัดทิ้งพรรคก้าวไกล… แล้วผสมพันธุ์ข้ามขั้วกับพรรคฝ่ายที่ถูกเรียกว่าอนุรักษ์นิยมหรือขั้วอำนาจเดิม

6.) ประเด็นที่น่าจับตามองที่สุดก็คือ ยังมีความพยายามเจรจาต่อรองให้ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐต่อไปหรือไม่… ซึ่งประเด็นนี้ พรรคเพื่อไทย คิดหนัก เพราะเดิมพันกับคะแนนนิยมในสมัยหน้า...แต่บางกระแสกระซิบมาว่า พรรคเพื่อไทยอาจจะยอมถ้าได้ยึดคุมกระทรวงสำคัญไว้ในมือ… และที่สำคัญคือ แลกกับดีลลับเรื่องทักษิณกลับบ้านที่จะต้องเรียบร้อยสมบูรณ์

7.) สถานการณ์การชุมนุมแสดงความไม่พอใจที่พิธาพลาดหวังจะมีอย่างต่อเนื่อง กึ่งๆ แฟลชม็อบ แต่ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่าไม่หนักหนาสาหัสหรือรุนแรงมากนัก ขณะที่บรรดา ส.ว. หรือ ส.ส.ที่มีบทบาทโดดเด่นกรณีโหวตพิธาจะได้รับผลกระทบระดับหนึ่งจากเกมล่าแม่มดของด้อมส้ม

BLC แต่งตัวเข้าตลาดฯ ผงาดรุกต่างประเทศ หนุนรายได้แตะ 2,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี

สำนักข่าว THE STATES TIMES ได้พูดคุยกับ ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC ซึ่งได้นำพาองค์กรผู้ผลิตยาของคนไทยโลดแล่นสู่ตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชนเป็นที่เรียบร้อย สร้างความภาคภูมิใจในแวดวงอุตสาหกรรมยาเป็นอย่างมาก

โดย ภก.สุวิทย์ กล่าวในภาพรวมว่า อุตสาหกรรมยาในปัจจุบันยังเป็นเรื่องน่าสนใจ เนื่องจากเป็นเรื่องความมั่นคงทางด้านสุขภาพ โดยอุตสาหกรรมยาเมืองไทยในปัจจุบัน มีมูลค่าเกือบ 2 แสนล้านบาท โดยมากกว่าครึ่งเป็นบริษัทยาข้ามชาติ ที่เหลือเป็นบริษัทยาไทย

ทั้งนี้สัดส่วนทางการตลาดสามารถแบ่งได้ดังนี้ 60% เป็นตลาดของโรงพยาบาลรัฐ / 20% เป็นตลาดของโรงพยาบาลเอกชน และอีก 20% เป็นตลาดของร้านขายยา โดยปัจจุบันมีการทำตลาด Modern Trade รวมถึง e-Commerce มากขึ้น จนส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้มีศักยภาพสูงและมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

นอกจากนี้ หากลงไปในรายละเอียด จะพบว่า ยาแผนปัจจุบัน กลุ่มยาสามัญประจำบ้าน เช่น พาราเซตามอล มีการแข่งขันสูง รองลงมาคือ ตลาดยาใหม่ ได้แก่ ยาที่บริษัทข้ามชาติจะหมดสิทธิบัตร ซึ่งหากใครสามารถพัฒนายาใหม่เหล่านี้ได้ ก็สามารถครองตลาดได้ไม่ยากนัก 

ส่วนกลุ่มยาสามัญใหม่ก็มีมูลค่าการตลาดค่อนข้างสูง เช่น ยาเบาหวาน ซึ่งบริษัทข้ามชาติมีการพัฒนายาตัวใหม่ หรือที่เรียกว่า ยา Original ซึ่งจะมีราคาแพง ขณะที่บริษัทยาในประเทศส่วนใหญ่นั้น หากหมดสิทธิบัตรเมื่อไหร่ แล้วสามารถพัฒนาได้ก็จะกลายเป็นผู้นำตลาดได้เช่นกัน ซึ่ง BLC มองเห็นประเด็นนี้เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว จึงตั้งศูนย์วิจัยขึ้นมาเพื่อพัฒนา ยา Original โดยปัจจุบันสามารถผลิตได้ 2-3 ผลิตภัณฑ์ เนื่องจาก BLC มีความพร้อมทุกด้านอยู่แล้ว แต่ถ้ามีเงินทุนเข้ามามากขึ้น ก็สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ได้มากถึงปีละ 10 ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มยาสมุนไพรนวัตกรรมมีโอกาสเติบโตสูงมาก

สำหรับส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทยา ทาง BLC มองว่าเป็นเรื่องที่แปลก เพราะยังไม่มีใครเป็นเจ้าตลาด ซึ่ง BLC เอง มียอดขายในปี พ.ศ. 2565 อยู่ที่ประมาณ 1,300 ล้านบาท ซึ่งถือว่ายังน้อยมากในตลาดภาพรวม โดย BLC มีความชำนาญอย่างมากในด้านการผลิตยากลุ่มกระดูกและข้อ และกลุ่มยาผิวหนัง 

ส่วนทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมยา BLC มองว่า มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่อาจโตไม่มากนัก ประมาณ 7% 

"เรามองการเติบโตเป็นช่วงๆ อย่างในยุคแรก ช่วงปี ค.ศ. 1990-2000 เรามองในเรื่องระบบคุณภาพ ว่าทำอย่างไรให้โรงงานยาเป็นที่ยอมรับ มีมาตรฐานสูงสุด ส่วน 10 ปีต่อมา เรามองว่า BLC จะเป็นบริษัทยาที่แข่งขันกับบริษัทข้ามชาติได้อย่างไร โดยมีมุมมองในรูปแบบของ Business Model สร้างความเชี่ยวชาญตอบรับกลุ่มลูกค้า ซึ่งเป็นโมเดลที่ทำให้ BLC เจริญเติบโตมาถึงปัจจุบัน ส่วนอีก 10 ปีต่อมา BLC เราเน้นเรื่องการพัฒนานวัตกรรม มีการตั้งศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนายาต้นแบบ ซึ่งเรานำงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยต่างๆ มาศึกษาพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีการผลิตยาแผนปัจจุบัน ไปพัฒนายาจากสมุนไพร ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ยาที่พัฒนามาจากสมุนไพร เทียบเท่ายาแผนปัจจุบัน และมีการส่งออกไปต่างประเทศมากมาย ส่วนปัจจุบัน BLC เรามองเรื่องสร้างการเจริญเติบอย่างยั่งยืนอย่างไร โดยเน้นสร้างพันธมิตรธุรกิจยาระหว่างประเทศมากขึ้น" ภก.สุวิทย์ กล่าว

เมื่อถามถึง BLC กับเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้วจะมีกลยุทธ์อย่างไร? ภก.สุวิทย์ กล่าวว่า ธุรกิจยาเป็นธุรกิจกระแสหลักของโลก BLC มีกลยุทธ์ดังนี้...

1. สร้างโรงงาน 2. พัฒนาสินค้าใหม่ 3. หาพันธมิตรทางการค้า จากต่างประเทศ และสร้าง Business Model ที่สร้างการเจริญเติบโตได้ พร้อมผลิตยาให้กับบริษัทยาจากต่างประเทศได้

"ตอนนี้ประเทศไทยเรายังไม่สามารถผลิตตัวยาสำคัญได้ เราควรที่จะมียาของตนเอง โดยการนำสมุนไพรมาพัฒนา ส่วนเคมีคอลจะทำอย่างไรให้เมืองไทยผลิตตัวยาสำคัญได้ หรือผลิตวัตถุดิบหลักทางยาได้ ภาครัฐควรให้การสนับสนุน และสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศมากขึ้น โดยเราให้ความสำคัญ Trusted Solutions for Lifelong Well-Being หมายถึง การดำเนินธุรกิจเริ่มตั้งแต่วัตถุดิบหลัก ผลิต พัฒนาและวิจัย แล้วทำการตลาดให้แพทย์และเภสัชกรเป็นที่รู้จัก" ภก.สุวิทย์ เสริม

ด้านการทำตลาดของ BLC หลังเข้าตลาดฯ ได้วางแผนไว้ 2 ระยะ คือ ระยะแรก จะขยายช่องทางจำหน่ายไปยังต่างประเทศ โดยวางเป้าหมายการเติบโตปีหนึ่งมากกว่า 200 ล้านบาท ส่วนระยะต่อมาจะมีการสร้างโรงงานที่ทันสมัยที่สุดในประเทศ เพื่อให้ผลิตยาที่มีคุณภาพในต้นทุนที่ถูก ซึ่งขณะนี้โรงงานได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เพื่อให้เกิดการแข่งขันในอุตสาหกรรมยาในไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับบริษัทต่างชาติได้แล้ว

สำหรับยอดขายของ BLC ในปัจจุบันนั้น 60% -70% เป็นกลุ่มยา รองลงมาคือกลุ่มเวชสำอาง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหารเสริมตามลำดับ ซึ่งในส่วนของ BLC มีการทำตลาดด้านเวชสำอาง อาหารเสริม ที่มีความแตกต่างไม่เหมือนใคร เนื่องจากนำสมุนไพรที่มีการจดสิทธิบัตรของบริษัทฯ มีงานวิจัยรองรับ มาพัฒนาและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ ทำให้เกิดความแตกต่างและมีประสิทธิภาพสูงด้วยนวัตกรรม

ส่วนเป้าหมายของ BLC ต่อจากนี้ ภก.สุวิทย์ เชื่อว่า จะโตอย่างน้อยเฉลี่ย 10% ภายใน 3 ปีนี้ เป็น Organic Growth และจากนั้นก็จะเป็น New S-Curve หลังจากโรงงานเราเสร็จ คาดยอดขายแตะ 2,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี คิดเป็นกำไรเติบโต 10-20%

ท้ายสุด ภก.สุวิทย์ กล่าวว่า "ในฐานะที่จบเภสัชกรมาก็อยากสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ เภสัชกร ว่าเราสามารถทำอย่างไรให้ยาของเมืองไทย เป็นที่ยอมรับอย่างน้อยก็ใน CLMV ระดับอาเซียน หรือระดับสากล โดยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน BLC เป็นที่ฝึกงานของน้อง ๆ เภสัชกร กว่า 15 สถาบัน มาร่วม 20 ปีแล้ว เนื่องจากโรงงานผลิตยาในเมืองไทยมีไม่มาก และ BLC เห็นความสำคัญตรงนี้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมยาของไทยอย่างยั่งยืนต่อไป"

‘โบว์ เบญจวรรณ’ เปิดใจถึงอดีตแฟนหนุ่ม ‘ก๊อต จิรายุ’ เผย กำลังพยายามมูฟออน แม้ยังรักอยู่ แต่เป็นเพื่อนกันดีกว่า

(15 ก.ค. 66) เปิดใจ ‘โบว์ เบญจวรรณ’ หลังเจอมรสุมรักพังแบบไม่ทันตั้งตัวกับพระเอกชื่อดัง ไม่รู้ว่าตอนนี้ สาวโบว์ มูฟออนได้หรือยัง? พร้อมเผยเหตุผลทำไมตัดสินใจไปฝากไข่ หรือว่ามีหนุ่มใหม่มาดามใจเรียบร้อยแล้ว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง One 31 ที่มี ‘หนิง ปณิตา’ และ ‘ชมพู่ ก่อนบ่าย’ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

วันนี้เป็นยังไงบ้าง?
โบว์ : วันนี้โอเคนะ แฮปปี้ จริง ๆ แล้วโบว์พยายามที่จะแฮปปี้ในทุก ๆ วัน มันมีหลายอย่างที่โบว์สามารถมีความสุขกับมันได้ พยายามจะไม่ไปจมปลักกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนานเกินไป

เหมือนเรามีเรื่องถาโถมเข้ามาในเวลาเดียวกันเลย?
โบว์ : มีอยู่แล้ว โบว์ว่ามันมีคำถามเยอะแหละในตัวเอง เพราะว่ามันมีการตั้งคำถามกับตัวเอง มีการตั้งคำถามกับสถานการณ์ แล้วมันมีความสงสัยเกิดขึ้น สับสน มันหลากหลายอารมณ์มาก ๆ ณ ตอนนั้นที่เราเองต้องจัดการ แล้วมันมาแบบเร็ว 1 ทั้งหมด โบว์ว่ามันเป็นเรื่องปกติของทุกคนแหละ ที่เราเจอสถานการณ์อะไรที่มันช็อกหน่อย ๆ มันจะยังไม่รู้ว่ามันจะต้องทำยังไงให้ตัวเองเข้าใจ และออกจากสถานการณ์นั้น ๆ ได้ ของโบว์ อันดับแรก โบว์ต้องยอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว และโบว์ต้องมีการจัดการกับมันให้ได้และให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มันใช้เวลาอยู่แล้ว แต่ว่าระยะเวลาของแต่ละคนมันต่างกันกับการที่เราจะจัดการกับความรู้สึก แล้ววิธีการมันก็ต่างกัน มีหลายคนเข้ามาแนะนำ โบว์เข้าใจทุกคนอยากให้โบว์ขึ้น แต่บางทีด้วยวิธีการจัดการของคนอื่นอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์สำหรับโบว์ ณ จุดจุด นี้

สมัยก่อนอาจจะใช่ แต่ ณ ตอนนี้วิธีแบบเดิม มันอาจไม่ได้ทำให้เราดีขึ้น เร็วขึ้น เพราะฉะนั้นวิธีที่โบว์คนพบกับตัวเอง แน่นอนโบว์เป็นคนทำสมาธิอยู่แล้ว เอาตรงนี้มาใช้แบบเต็มที่ แล้วแต่ละวันมีการจดบันทึกอยู่แล้วว่าอยากขอบคุณอะไร โบว์เลยเปลี่ยนไดอารี่นั้นเป็นการจดถึงอารมณ์ตัวเอง แต่ละวันที่เรารู้สึก เพราะโบว์ไม่ยากไปโทรหาเพื่อนว่าวันนี้เป็นอารมณ์ แบบนี้ ไม่รู้ว่าเองเจออะไรๆ อยู่บ้าง โบว์เล่าพัฒนาของอารมณ์ตัวเอง ช่วงแรก ๆ อึ้งกับความรู้สึกที่มันแปลกเราจะรับมือกับมันยังไง ผ่านไปก็แบบวันนี้ดีขึ้น มันไม่ใช่ทุกเช้าที่ตื่นมาแล้วเราจะนอยด์ แล้วไม่ใช่ทุกเช้าที่ตื่นมาแล้วเราจะแฮปปี้ แต่ละวันมันจะไม่เหมือนกัน ทุกชั่วโมงมันเปลี่ยนแปลงหมดเลย บางทีเราตื่นมาโอเค แต่มานอยด์ตอนเย็นแทน

อย่างเช้านี้เป็นยังไง?
โบว์ : ดีค่ะ เขียนไปเลยวันนี้เป็นวันที่ดี วันนี้ตื่นมาขอบคุณทุกสิ่ง ทุกอย่างที่โบว์มี แล้วอารมณ์วันนี้โบว์รู้สึกว่าคงที่ขึ้นเรื่อย ๆ

แสดงว่าตลอดเวลา 2 เดือนที่เป็นโสด 100%จะเขียนไดอารี่ตลอดเวลา?
โบว์ : เขียนตลอด เขียนเพิ่มขึ้น

เหมือนเป็นการที่เราอยู่กับตัวเองแล้วให้เวลาดูตัวเอง?
โบว์ : ใช่ เหมือนเป็นที่ปรึกษาให้ตัวเองไปเลย เพราะโบว์ไม่อยากไประบายกับทุกคนเรื่อย ๆ เพราะเขาก็มีปัญหาของเขา แล้วเราก็ไม่ต้องไปยัดเยียดอะไรให้ใครด้วย

ทำให้คนรอบข้างเป็นห่วง ทำไมถึงไม่พูด ถึงไม่เล่า?
โบว์ : โบว์คิดว่าโบว์น่าจะจัดการกับตัวเองได้ดีที่สุด แต่กำลังใจจากคนรอบตัวสำคัญ เพราะว่าวันที่โบว์ตัดสินใจได้ว่าโอเค พวกยูเข้ามาเลย แล้วมันทำให้เห็นเลยนะ ว่ามันก็เป็นอีกอารมณ์หนึ่งที่มีเพื่อนอยู่รอบตัว

ยังมีอะไรมาสะกิดใจเรา แล้วยังมีน้ำตาอยู่?
โบว์ : ด้วยมันเป็นระยะเวลาที่นาน สิ่งที่เล่นตลกกับเราบ่อย ๆ คือความทรงจำ ภาพต่าง ๆ ที่เราเคยมีความสุข

เวลาไปที่เดิมๆ ซ้ำๆ?
โบว์ : มีบ้างแต่มันก็ไม่ถึงกับน้ำตาซึมหรอก แต่เราแบบ เออ… ที่นี่ก็ใช่ เราเคยมากับเขาหรือสถานที่นี้ กิจกรรมนี้ด้วย ความที่เราอยู่เราอยู่ด้วยกันมานาน มันก็มีกิจกรรม มีเพื่อนคล้าย ๆ กัน

วันนี้มูฟออนได้กี่เปอร์เซ็นต์?
โบว์ : ไม่รู้วัดยังไง มันต้องใช้เวลา โบว์ไม่อยากบอกว่าโอเค จบแล้ว แล้ววันหนึ่งมีอะไรมาสะกิดแล้วมันก็ดาวน์กว่าเดิม โบว์ค่อย ๆ ตกผลึกไปดีกว่าว่าตอนนี้เป็นยังไง วันไหนดีก็บอกว่าดี

การที่เราอยู่กับตัวเองทุกวัน ที่ผ่านมาโบว์ก็หาคำตอบด้วยว่ามันเพราะอะไรถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น นี่ผ่านมา 2 เดือนแล้ว โบว์ได้เจอคำตอบนั้นหรือยัง?
โบว์ : เอาตรง ๆ ตั้งแต่ตอนนั้นที่ออกมาพูดไม่ได้มีการค้นหาเพิ่มเติมแล้ว โบว์คิดว่ามันไม่ได้ส่งผลดีกับตัวโบว์เหมือนการที่โบว์วิ่งวนอยู่ในวงกลม ถามตัวเองว่าทำไม มันไม่ได้ดีกับตัวเอง โบเลยเบนเข็มไปหาอะไรที่ทำให้เราออกมาจากตรงนี้ได้ดีและเร็วขึ้นดีกว่า มีแว๊บ ๆ ไหมมันมีแหละ แต่ไม่มีประโยชน์ที่ให้ตัวเองไปอยู่ในจุดนั้นอะไรที่เป็นความสุขของเราวันนี้ก็โฟกัสไปตรงนั้น อะไรที่ไม่ใช่ก็ต้องยอมปล่อย

มันมีสัญญาณมาบอกเราไหมว่ามันจะถึงวันนี้ ?
โบว์ : ในมุมโบว์ไม่มี เพราะว่ามันมีการพูดถึงอนาคตด้วย มีการวางแพลนบ้าง เหมือน ณ ตอนนู้นเราเลือกกันแล้วแต่แค่มาวันนี้มันไม่ใช่ โบว์ก็ต้องยอมรับว่ามันเท่านี้ ความรักเป็นสิ่งสวยงาม เรามอบความรักให้คนนี้มากกว่า แต่ก่อนเราอาจมีแบ่งปันให้ แต่ตอนนี้ก็กลับมาที่ตัวเองเยอะขึ้นเท่านั้นเอง โบว์ว่ามันเป็นอะไรที่ทุกคนทำแล้วมันดี

แต่จะมีคนอีกกลุ่มมองว่าโบว์ไม่ยอมมูฟออน เลยจะมีโมเมนต์ของความแอบเศร้าอยู่บ้าง?
โบว์ : โบว์นับถือทุกคนเลยนะที่เขามูฟออนได้เร็ว ถ้าคุณทำได้ ทำได้ดี ดีใจกับคุณ มันเป็นสิ่งที่อเมซิ่งมาก แล้วโบว์ชื่นชมมากนะ แต่ว่ามันอาจไม่ใช่โพรเซสของโบว์ เพราะว่าของโบว์มัน 10 ปี ความทรงจำมันค่อนข้างเยอะ มันดีมาตลอด เพราะความที่มันดี มันแฮปปี้นี่แหละ มันเลยทำให้เรา เอ๊ะ… มันไม่ดีตรงไหน มันไม่ใช่เราไม่ทะเลาะกันนะ มันมีการทะเลาะกัน

ได้มองไหม วันนี้มันอาจจะเป็นเรื่องของสิ่งที่เหนือธรรมชาติ เรื่องของเวรกรรม หรือพันธสัญญาบางอย่างที่มันไม่ใช่?
โบว์ : โบว์ว่าเป็นไปได้หมด แค่โบว์ไม่ได้ไปแสวงหาจุดกำเนิดมันมาจากอะไร ยังไง พยายามอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด แล้วจัดการกับตัวเอง เรียบเยงทุกอย่างใหม่มันก็โอเค ตอนนี้เราได้หันมาทำในสิ่งที่เราอยากทำ เราต้องการทำแล้วโฟกัสไปที่ตัวเองได้เต็มที่

เหตุการณ์ครั้งนี้โบว์ไม่ค่อยคุยกับคนรอบข้าง แต่เวลาเราเจอเพื่อน เราดีขึ้นแล้ว เราก็จะอัปเดตไปคร่าวๆ กำลังใจที่สำคัญของโบว์ที่ทำให้เราสามารถเดินหน้าไปแต่ละวันให้มันมีขึ้นอยู่ที่ ใคร?
โบว์ : ทั้งแฟมิลี่และเพื่อนเลย เพราะมันเป็นพลังงานที่โบว์รับแล้วโบว์รู้สึกเติมเต็มโบว์มาก ๆ โดยเฉพาะจากแม่ บอกตรงๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องโบว์ห่วงเขามากที่สุด เพราะว่าคุณแม่อายุเยอะแล้ว 70 กว่าแล้ว โบว์ไม่อยากให้เขาห่วง หรือถ้าวันนึงเขาไม่อยู่แล้วลูกจะยังไง มีใครอยู่ด้วยหรือเปล่า โบว์ก็เป็นห่วงเขาตรงนั้น แต่ว่าพอเกิดเรื่องจริง ๆ ทำให้เห็นว่าเขาเข้มแข็งกว่าที่เราคิดเยอะมาก ๆ เขาไม่จี้ถามโบว์เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ถามอย่างเดียวเลยว่าหนูเป็นยังไง กินข้าวยังวันนี้ดีขึ้นไหม

หลังจากเหตุการณ์นี้ครอบครัวรักกันมากขึ้นด้วย?
โบว์ : ใช่ เหรียญมันมี 2 ด้น บางทีเรามัวแต่มองด้านนึงที่มันเศร้า หรือแบบทุกข์ กลายเป็นว่าเราไม่ได้มองอีกด้านนึงพอเราเห็นอีกด้านนึงคุณแม่โบว์เหมือนผ่าตัด 3 ปีที่แล้ว เขากินข้าวไม่ค่อยได้ ดูแลตัวเองไม่ค่อยต่อเนื่อง ฟิลแบบเบื่อไม่อยากทำอะไรแล้ว จะมีความหงุดหงิด แล้วเขาก็มีการพาลกับบุคคลรอบตัวนิดนึง ซึ่งพี่ชายอยู่พัทยากับคุณแม่ เขาจะเป็นคนที่รับผลกระทบอยู่เรื่อย ๆ ก่อนหน้านี้ก็จะมีพี่โทรมาบ่น แม่โทรมาบ่น หลังจากเกิดเหตุการณ์กลายเป็นว่าสายที่โบว์ได้รับ ยิ้มแย้ม แม่กินข้าวแล้วนะ หนูกินยัง วันนี้พี่เขาพาไปนู้น ไปนี่นะ มันดีนี่ มันเป็นอะไรที่แบบสิ่งนี้โบว์อยากฟังมาตลอดว่าเขาแฮปปี้ เสียงเขาดี ไม่มีเสียงป่วยเลย ก่อนหน้านี้จะมีเสียงปวดนู้นนี่นั่น แต่ตอนนี้เสียงเขาสดใสมากมันทำให้โบว์รู้สึก นี่แหละคือความรักของโบว์ นี่คือกำลังใจของโบว์

ถ้าคุณแม่ดูอยู่อยากให้ความมั่นใจอะไรกับท่านบ้าง?
โบว์ : แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหนู: หนูเข้มแข็งตามรอยแม่แน่นอน แม่เข้มแข็งยังไงหนูก็เข้มแข็งอย่างนั้น ความรักที่แม่มีให้หนู หนูรับรู้ได้สมอ แม่ไม่ต้องน้อยใจเลย แม่คือไอดอลของหนู หนูรักแม่ แล้วจะเข้มแข็งเพื่อแม่นี่แหละ

อีกฝ่ายออกมาให้สัมภาษณ์แล้ว โบว์ได้ดูไหม?
โบว์ : โบว์เห็นเป็นบทสรุป โบว์ไม่ได้ไปดูตัวคลิปเต็ม คิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าไปดู มันมีคนส่งมาแหละ เข้าใจดูเป็นสรุปทั่ว ๆ ไปดีกว่า

พอโบว์ไม่ฟังมันก็มีดรามา ทำไมไม่ฟังล่ะจะได้รู้เหตุผล อยากบอกอะไรกับคนพวกนั้นไหม?
โบว์ : โบว์ว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด โบว์ไม่สามารถไปบังคับหรือไปตีกรอบได้ว่าคุณต้องคิดเท่านี้นะ ต่อให้โบว์พูดความจริงทั้งหมด แต่คนเขามีความคิดอีกแบบ มันก็ต้องปล่อยให้เขาคิดแบบนั้น ต่อให้โบว์ทำดีที่สุด มันก็ยังมีคนที่เขาจะเห็นต่าง ก็ต้องยอมรับ มันไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วยกับเรา

ก็จะมีประโยคนั่งไม่รู้ได้อ่านไหม ‘ก็ยังรักอยู่ แต่เป็นเพื่อนกันน่าจะดีที่สุดแล้ว’ คิดยังไงกับคำนี้บ้าง?
โบว์ : ก็ขอบคุณค่ะ โบว์ไม่รู้ว่าโบว์จะต้องรู้สึกกับคำพูดนี้ยังไง หลังจากวันนั้นมันไม่ได้มีการพูดคุยกัน มันไม่รู้ว่ามันจะเป็นเฟรนด์ชิพกันยังไง

ตั้งแต่เลิกกันมีการติดต่อกันบ้างไหม?
โบว์ : ไม่เลย ไม่ได้คุย ไม่ได้มีการทักหา

โบว์สามารถเป็นเพื่อนกับเขาได้ไหม?
โบว์ : เป็นได้นะ เพราะโบว์ไม่มีความคิดร้ายกับเขานะ ไม่มีความโกรธหรือเกลียดเขาเลย โบว์ไม่รู้ว่าโบว์จะพูดถึงเขาในแง่ร้ายทำไม ในเมื่อในมุมมองโบว์เบาก็คือคนดีคนนึง

ไม่โกรธ ไม่เกลียด แล้วน้อยใจบ้างไหม?
โบว์ : มี บางอย่างที่เคยพูดไว้ มันมีวกกลับไปแหละ: ตอนนั้นเคย แต่ก็กลับมาเหมือนเดิม มันไม่มีประโยชน์ที่โบว์จะไปหาคำตอบ

แล้วถ้าวันนึงมาร่วมงานกันล่ะ?
โบว์ : ดีใจที่ได้เจอ เพราะว่าเราไม่ได้เจอกันเลย คงไม่ใช่แบบไม่เอา ไม่เจอ มันไม่ใช่ฟิลนั้น

เพื่อนมีมาอัปเดตเรื่องเขาบ้างไหม?
โบว์ : ไม่มีเลย

ลึก ๆ จริง ๆ อยากรู้ไหม?
โบว์ : อยากรู้แหละ อยากรู้ว่าสบายดีไหม เป็นไงบ้างชีวิตช่วงนี้ คืออยากรู้แน่ พอมันไม่มีการเคลื่อนไหวก็เป็นไปตามนั้น ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ โบว์ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน หรืออาจจะไม่ได้มีการเจอกันเลย ก็ต้องยอมรับ

ตัดสินใจไปฝากไข่?
โบว์ : เป็นเวลาที่แปลก ๆ เหมือนกัน โบว์ 36 แล้วช่วงนี้เพื่อนโบว์ฝากไข่กันเยอะมาก โบว์ได้มีโอกาสไปช่วยเขาแบบปักยาให้ ทำรีเสิชดูว่ายังไง โบว์ไม่ได้มีแพลนว่าจะมี เพราะว่าพอมันสายนั่งสมาธิ เรารู้สึกว่าเราขอจัดการกับตรงนี้ก่อน แต่พอเห็นเพื่อน ๆ เริ่มทำก็ลองศึกษาดู จริง ๆ โบว์เป็นคนที่เหมือนฮอร์โมนผิดปกติตั้งแต่เด็ก ๆ ต้องทานยา ช่วงก่อนประจำเดือนมา มีมู้ดต่าง ๆ ปวดแบบค่อนข้างเยอะมาก จนโบว์รู้สึกว่าทำยังไงให้มันหายได้ ไปปรึกษาคุณหมอเรื่องนี้ คุณหมอก็บอกว่าต้องมีน้อง มันถึงจะกลับไปปกติ แต่โบว์บอกว่าโบว์ไม่ได้พร้อมที่จะมี หรืออยากมี เพราะฉะนั้นมันมีทางไหนได้บ้าง เขาก็เลยนี่แหละ มันอาจไปกระตุ้นให้รังไข่กลับมาทำงานปกติก็เลยลองดู

เห็นว่าตอนแรกทำได้อาทิตย์เดียวถอดใจเลย?
โบว์ : ถอดใจค่ะ สำหรับโบว์ตอนแรก โบว์ได้มา 1 เข็ม ปักไปประมาณ 5 วัน แล้วก็พอไปตรวจอีกทีขนาดไข่มันไม่ได้โตเท่าเกณฑ์ที่ควรจะโตก็เลยเป็น 2 เข็ม เข้าอาทิตย์ที่สอง พอไข่มันเริ่มโตขึ้น พื้นที่ในท้องเรามันเริ่มแน่นขึ้นแล้วอาการแบบท้องอืด แน่นทั้งหมด ไม่สบายตัว รอบเอวขึ้นมา 3 นิ้ว

พอเริ่มเข้ากระบวนการฝากไข่ ทำให้เรารักคุณแม่มากขึ้น?
โบว์ : มาก โบว์ชื่นชมคุณแม่ทั้งหมดมาก ๆ ของโบว์ทำไป 2 อาทิตย์ มีคุยกับผู้จัดการ โบว์ว่าโบว์มีไม่ได้แน่ ๆ เลยแค่ 2 อาทิตย์ยังไม่ไหวเลย แล้วคนที่ขาต้องอุ้ม 9เดือน เก่งจังเลย แล้วนึกถึงคุณแม่ แม่เราอดทนมากเลยเนอะกว่าจะเลี้ยงเราโตมาได้ มันกระบวนการหลายอย่าง เพราะคนที่ตั้งครรภ์จริง ๆ อากรแพ้ท้องมันไม่ได้อยู่แค่ 2-3 วัน บางคนอยู่เป็นเดือน อยู่ทนกันได้ยังไง เก่งมาก

สรุปกระบวนการฝากไข่ของเราสำเร็จไหม?
โบว์ : ได้เยอะด้วย เก็บเรียบร้อยแล้วค่ะ นี่ผ่านมา 2 อาทิตย์ได้แล้วค่ะ

ลึก ๆ อยากมีน้องไหม?
โบว์ : ไม่ได้อยากมี ความคิดโบว์อยากรับเลี้ยง แต่ว่าด้วยงาน ด้วยอะไร มันอาจจะยังไม่ได้ แล้วยังไม่ได้มีคนช่วยดูแล

แล้วตอนนี้ความรู้สึกมันเปลี่ยนไหม พอเราได้ฝากไข่?
โบว์ : ยังไม่เร็ว ๆ นี้

ความรักที่ผ่านมาทำให้เราเข็ดกับความรักไหม?
โบว์ : ไม่ค่ะ เพราะว่าแต่ละคนมันต่างกัน โบว์ไม่สามารถเอาประสบการณ์นี้ไปส่งให้อีกคน แล้วกลายเป็นระแวงทุกอย่าง โบว์ไม่ทำแบบนั้น ที่ผ่านมาโบว์ก็ไม่ทำแบบนั้น ไม่ได้จบดีมาเสมอ ถ้าโบว์มัวแต่ระแวง เหมือนสร้างกำแพงขึ้นมาตลอด แล้วคิดว่าคุณต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน โบว์ว่าโบว์อยู่คนเดียวไปดีกว่า ถ้าโบว์มีความคิดแบบนั้นที่จะกลัวไปทั้งหมด อยู่คนเดียวอาจจะตอบโจทย์กว่า แต่ไม่ได้มีความคิดแบบนั้น

เราอยู่กับคนคนนึงมา 10 ปี อยู่ดี ๆ อยู่คนเดียว เราไม่ได้ปิดใจตัวเอง ไม่ได้กลัวว่าใครเข้ามาแล้วจะทำให้เสียเวลา ?
โบว์ : ไม่ได้กลัวนะคะ ไม่ได้กลัวการผิดหวัง เพราะโบว์คิดว่าเราพรีเซ็นต์ตัวเองไปอย่างนี้ เราให้ไปอย่างนี้ อยู่ที่ว่าอีกคนจะตอบกลับมาแบบไหนมากกว่า คือมันต้องมีการพูดคุยกัน มันไม่ใช่อยู่ดี ๆ เจอปุ๊บแล้วให้ไปหมดเลย

แสดงว่าความรักของโบว์ในอนาคตก็น่าจะเป็นสิ่งที่สวยงามอยู่?
โบว์ : เสมอค่ะ ความรักไม่ได้ผิดอะไร มันอยู่ที่ตัวเราเองหรือตัวบุคคลนั้นที่มันมีแรงกระแทกใส่กัน หรือว่ามันจูนกันไม่ติด มันเป็นเรื่องของความเข้าใจมากกว่า มันไม่ได้เกี่ยวกับความรัก ความรักดีของมันอยู่แล้ว

มีคนเข้ามาหรือยัง?
โบว์ : ไม่ได้มีใครมาดามใจค่ะ อาจจะมีแบบพูดคุย แต่ไม่ได้เชิงรุกขนาดนั้น เพราะว่าโบว์ชัดเจนในมุมของโบว์ โบว์ต้องการจัดการตัวเองให้เต็มที่ก่อน เพราะโบว์ต้องการที่จะแฟร์กับตัวเอง แฟกับคนที่โบว์คุยด้วย ไม่อยากเพราะเหงา เพราะอยู่คนเดียว รู้สึกเศร้า อยากมี มันไม่ใช่แบบนั้น เพราะโบว์รู้สึกว่ามันเอาเปรียบเขาเกินไป ถ้าโบว์ทำแบบนั้น ขอเคลียร์ตัวเอง

มีคนเข้ามาจีบบ้างแหละ เรียกแบบนี้ได้ไหม ?
โบว์ : ได้มั้ง ผ่านเพื่อนบ้าง ผ่านคนรู้จัก

วางสเปคไว้ยังไง?
โบว์ : จริงใจแล้วก็ปากตรงกับใจ ใจเย็นกับโบว์ เป็นคนสนุก เป็นคนหลายมิติได้ เป็นคนดูแลตัวเอง เพราะโบว์เป็นคนที่ดูแลตัวเอง เพราะฉะนั้นไลฟ์สไตล์มันต้องมีความใกล้เคียงกัน

แล้วข้อห้ามล่ะ ถ้ามีแบบนี้เราไม่เอาเลย ?
โบว์ : เมาขาดสติ อันนี้โบว์เคยเจอเหตุการณ์โบว์คุยไม่รู้เรื่อง เรื่องอายุไม่สำคัญ เพราะบางคนมันดูที่ใจมากกว่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top