Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

‘เศรษฐา’ รับ!! หนักใจผลโหวต ‘พิธา’ หลังคะแนนต่ำเกินคาด แต่ยืนยันขอหนุนเป็นนายกฯ สุดกำลัง รอ 8 พรรคเคาะเข็นต่อ

(14 ก.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีข้อบังคับการประชุมไม่สามารถเสนอชื่อซ้ำได้ต้องมีการเปลี่ยนชื่ออื่นหรือไม่ ว่า ตนไม่ทราบข้อกฎหมายต้องถามฝ่ายกฎหมายดูก่อน ส่วนผลการโหวตก็มีความหนักใจ และไม่สบายใจ เพราะนึกว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี ตนขอเข้าประชุมกับกรรมการบริหารพรรคก่อน

เมื่อถามว่า หากข้อบังคับมีการให้เสนอชื่อบุคคลอื่นขึ้นมาประกบ จะมีการเสนอชื่อคนของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่ทราบและยังไม่ได้คุยกับใครเลย

เมื่อถามว่าการโหวตครั้งนี้มีอุปสรรคมากมีการเสนอให้ปิดสวิตซ์ ส.ว.เพื่อให้การโหวตนายกฯราบรื่น นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้คุยมานานมากและสุดทางแล้ว คงคุยกันลำบาก คำว่าปิดสวิตซ์ก็ฟังดูไม่ดีเท่าไร แต่เห็นว่าคงลำบากเพราะโหวตครั้งที่ 1 ไปแล้ว คงต้องรอฟังความเห็นจากพรรคร่วม 8 พรรคไปก่อน

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ เข้ามาแข่งด้วยนายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ทราบว่าจะมีการเสนอชื่อตรงนี้หรือไม่ แต่หากดูตามคณิตศาสตร์ก็ลำบาก เพราะพรรคมีแค่ 40 กว่าเสียงเอง คิดว่าความเป็นไปได้คงลำบาก

เมื่อถามต่อว่า 8 พรรคร่วมจะเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตพรรคก้าวไกลจนถึงที่สุดหมายความว่ากี่รอบ นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่ทราบต้องรอดูก่อนเพราะคะแนนมารอบแรกต่ำไปหน่อย ขอปรึกษากับกรรมการบริหารพรรคก่อนว่าคิดอย่างไร ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนขึ้นหลังจากประชุม 8 พรรคร่วม

เมื่อถามย้ำว่า ควรเสนอชื่อนายพิธา โหวตนายกฯ ต่อหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า กล่าวย้ำว่าต้องขอไปคุยกันก่อน แต่เรายืนยันว่าสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯ ขอบคุณ 324 เสียง

เมื่อถามว่า มีแนวทางจะไปขอเสียงสนับสนุนจากพรรคขั่วรัฐบาลเดิมให้หนุนโหวตนายกฯ หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องเป็นยุทธศาสตร์ของ 8 พรรคร่วมที่จะคุยกันส่วนตนไม่ได้อยู่ในวงเจรจาคงต้องถามอีกครั้งก่อน

ผบ.ตร. ลงใต้ ตรวจเยี่ยม บำรุงขวัญ เร่งรัดคดีสำคัญ จังหวัดชายแดนใต้ ย้ำขวัญกำลังใจ ความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ภาคสนาม พร้อมติดตามโครงการชุมชนยั่งยืน ชื่นชมความร่วมมือเข้มแข็งทุกฝ่าย จนประสบความสำเร็จ ส่งต่อความยั่งยืนให้ชุมชน

วานนี้ (13 ก.ค. 66)  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ณัฐ สิงห์อุดม ผบช.ตชด., พล.ต.ท.นพดล ศรสำราญ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร., พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคงและคดีสำคัญของตำรวจภูธรภาค 9 (ภ.9) ณ ศปก.ตร.ส่วนหน้า จ.ยะลา โดยมี พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 , รอง ผบช.ภ.9 ,ผบก.ในสังกัด ภ.9 และเจ้าหน้าที่เข้าร่วม 

ผบ.ตร.ได้ติดตามคดีสำคัญที่เกิดขึ้นในห้วงที่ผ่านมา ติดตามสถานการณ์ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรม การดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ พร้อมรับฟังข้อมูลปัญหา  สถานภาพกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ความต้องการสนับสนุนด้านต่างๆของจังหวัดชายแดนได้

ผบ.ตร.ได้กำชับการฝึกทางยุทธวิธีที่จะต้องดำเนินการต่อเนื่องเพื่อลดการสูญเสีย ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม อบรมความรู้งานสืบสวนสอบสวน และการขับเคลื่อนศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เน้นย้ำให้ความสำคัญกับกำลังผู้ปฏิบัติ ให้มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังตามความเหมาะสม ฝึกทบทวนยุทธวิธี แผนเผชิญเหตุ เตรียมความพร้อมสมรรถนะด้านต่างๆ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมจะสนับสนุนช่วยเหลือขวัญกำลังใจการทำงานอย่างเต็มที่

จากนั้น ผบ.ตร.พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ชุมชนทุ่งยามู ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา  โดยมี นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ผู้นำท้องถิ่น ชุมชน เข้าร่วม

สำหรับชุมชนบ้านทุ่งยามู มี 234 ครัวเรือน ประชากร 694 ราย มีการเอ็กซเรย์ 100% สามารถค้นหาพบผู้เสพยาเสพติดเป็นจำนวน 10 คน นำผู้เสพเข้าสู่การบำบัดฟื้นฟู  มีกิจกรรมบำบัดแบบผสมผสาน บำบัดทางการแพทย์ อาชีพบำบัด และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์บำบัด มีการฝึกอาชีพกิจกรรมดนตรี เลี้ยงไก่ ปลาดุก หลังการบำบัดฟื้นฟู เจ้าหน้าที่ได้ส่งต่อความยั่งยืน มอบสมุดประจำตัวให้ผู้เข้ารับการบำบัด โดยจะมีการตรวจสารเสพติดและติดตามอย่างสม่ำเสมอ ส่วนชุมชนจะต่อยอดความยั่งยืนโดยการสร้างชุมชน ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เหมาะสม ติดกล้อง CCTV เพิ่มแสงสว่าง และให้ผู้นำชุมชนร่วมติดตามแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง  ส่วนมิติการปราบปราม ตำรวจได้ดำเนินการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีผู้ค้า และคดียาเสพติด 12 คดี จนปัญหายาเสพติดลดน้อยลง
 
ต่อมาในช่วงบ่าย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ชุมชนสถานี 2 ต.หาดใหญ่ จ.สงขลา  ซึ่งแม้จะเป็นพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมากถึง  817 ครัวเรือน 2,873 คน สภ.หาดใหญ่ ได้ร่วมกับเทศบาลหาดใหญ่ ทำการตรวจสารเสพติดเอ็กซเรย์ 100% พบผู้เสพและสมัครใจเข้ารับการบำบัด  39 คน นำเข้าสู่โครงการบำบัดฟื้นฟูจนประสบความสำเร็จ  ส่วนมิติการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ตำรวจได้ส่งชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด เข้ากดดันจับกุมผู้ค้า ผู้จำหน่ายยาเสพติด จนกระทั่งออกนอกพื้นที่ไปหมด  และเพิ่มมาตรการป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้จำหน่ายในพื้นที่อื่นเข้ามาด้วยการร่วมกันตั้งจุดสกัดบริเวณรอบๆ ชุมชน

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลการดำเนินการของโครงการชุมชนยั่งยืนฯ ชุมชนทุ่งแม่บัว ของ สภ.คลองหอยโข่ง ที่ทาง อบจ.สงขลา ให้การสนับสนุน ดำเนินการค้นหาผู้มีสารเสพติด ทำการเอ็กซ์เรย์ 100% จำนวน 154 ครัวเรือน ประชากร 449 คน ค้นพบผู้เสพและสมัครใจบำบัด รวม 22 ราย ขณะนี้ได้ผ่านการบำบัดประสบความสำเร็จ ซึ่งปัจจัยในความสำเร็จของโครงการบ้านทุ่งแม่บัวเกิดจากตัวผู้เสพที่เปิดใจยอมรับในการแก้ไข ครอบครัวเข้าใจเอาใจใส่ ชุมชนให้โอกาส รัฐให้ความสำคัญ ส่วนมิติการปราบปราม สภ.คลองหอยโข่ง ได้ดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจังร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จนผู้ค้าถูกจับ หลบหนีออกจากพื้นที่ไปหมด ได้รับคำชื่นชมจากชาวบ้าน ที่สามารถคืนลูกหลานเป็นคนดี และส่งต่อความยั่งยืนให้ชุมชน

โมเดลความสำเร็จของชุมชนทุ่งแม่บัวดังกล่าว ทำให้ อบจ.สงขลา สนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมให้ สภ. คลองหอยโข่ง ขยายโครงการไปอีก 2 หมู่บ้าน คือ  บ้านโคกพยอม และ บ้านพรุกง ซึ่งเป็นหมู่บ้านพื้นที่ติดกับหมู่บ้านทุ่งแม่บัว โดยบ้านโคกพยอม มีประชากร 268 ครัวเรือน 913 ราย และบ้านพรุกง มีประชากร 130 ครัวเรือน 415 ราย ซึ่งได้เริ่มโครงการฯ และลงนามความร่วมมือร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อ 10 ก.ค.66 ที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติดหมดไปจากพื้นที่ ครอบคลุมทั้งอำเภอคลองหอยโข่ง 

ผบ.ตร. กล่าวว่า “ขอขอบคุณ และชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมดำเนินการโครงการชุมชนยั่งยืน ทั้งชุมชนยั่งยืนทุ่งยามู อ.เมือง จ.ยะลา ชุมชนสถานี 2 ต.หาดใหญ่ และ ชุมชนทุ่งแม่บัวอ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ที่มีความเข้มแข็ง แสดงถึงความพร้อมเพียง ร่วมมือร่วมใจ มีศักยภาพ จนโครงการประสบความสำเร็จ พร้อมให้กำลังกำลังใจผู้เข้ารับการบำบัด และครอบครัว ที่ส่วนใหญ่เลิกได้ สำหรับส่วนที่ยังเลิกไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะช่วยในการลดการเสพให้น้อยลง จนเลิกได้ในที่สุด ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือทุกฝ่าย สิ่งที่ตำรวจได้ดำเนินการควบคู่การบำบัดฟื้นฟู คือ การป้องกันปราบปราม จับกุมกดดันผู้ค้าดำเนินการตามกฎหมาย บางส่วนหลบหนีออกพื้นที่ พร้อมกับร่วมกันตั้งจุดตรวจป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่อีก เพื่อส่งต่อความยั่งยืนให้ชุมชน 

ทั้งนี้ สำหรับโครงการ โครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเริ่มดำเนินโครงการฯ มาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 3 ปี มีชุมชน/หมู่บ้าน ที่เข้าร่วมโครงการฯ ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 ปีละ 1,483 ชุมชน/หมู่บ้าน รวม 4,449 ชุมชน/หมู่บ้าน ปัจจุบันสามารถค้นหาผู้เข้ารับการบำบัดกับโครงการฯ สะสมได้ จำนวน 52,209 คน ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินโครงการฯ เป็นระยะเวลา 3 เดือน (เม.ย. – มิ.ย.66)  สามารถค้นหาผู้เข้ารับการบำบัดกับโครงการฯ ได้จำนวน 25,822 คน”

‘ชาดา’ สำนึกบุญคุณแผ่นดินไทย บรรพบุรุษหนีสงครามมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร

เมื่อวานนี้ (14 ก.ค. 66) นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า "บรรพบุรุษผมมาจากพม่า หนีสงครามมา คนจีนยังดี มีเสื่อผืน หมอนใบ แต่บรรพบุรุษผม มีเเต่โสร่ง เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร จนทุกวันนี้ มีกินมีใช้ อยู่ดีกินดีกว่าเจ้าของประเทศ แล้วจะไม่ให้ผมสำนึกบุญคุณเเผ่นดินไทย และพระมหากษัตริย์ไทยได้อย่างไร ถ้าผมไม่สำนึกบุญคุณ ผมก็ไม่ใช่คนแล้ว"

'ฮุนเซน' ทวีตเย้ยฝ่ายค้านเขมร หลัง 'พิธา' ชวดนั่งนายกฯ ดับฝัน!! แผนใช้ดินแดนไทย รณรงค์ต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา

'ฮุนเซน’ ทวีตเย้ยฝ่ายค้านกัมพูชา หลัง ‘พิธา’ พลาดนั่งนายกฯ เหตุหากพิธาได้เป็นนายกฯ กลุ่มเหล่านี้จะใช้ดินแดนไทย รณรงค์ต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา

เมื่อวาน (13 ก.ค.66) สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ภายหลังจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มีมติไม่ได้รับการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยระบุใจความดังนี้...

ผมขอประกาศในวันนี้ว่า การที่ พิธา ไม่ได้รับคะแนนเสียงมากพอที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ของฝ่ายค้านหัวรุนแรงในกัมพูชา

มันไม่ได้หมายความว่าผมแทรกแซงกิจการภายในไทย แต่ในอดีตกลุ่มคนทรยศเหล่านี้มักคาดหวังเสมอว่าหาก พิธา ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของไทยเมื่อไหร่ พวกเขาเหล่านี้ จะใช้ดินแดนไทยรณรงค์ต่อต้านรัฐบาลกัมพูชา แต่ตอนนี้ความหวังของกลุ่มผู้ต่อต้านที่น่าเดรัจฉาน ได้เลือนหายไปไม่ต่างจากเกลือในน้ำ

จงอย่าเล่นการเมืองโดยพึ่งพาคนอื่น นี่คือข้อความและคำปรารถนาดีจากผม ถึงพวกกลุ่มหัวรุนแรงในกัมพูชา

‘น.ร.หญิง’ โรงเรียนเตรียมอุดมฯ รัชดา ทำ CPR ช่วยชีวิตคน โซเชียลชื่นชม!! ฮีโร่ไม่ต้องมีพลังวิเศษ แค่สองมือเปล่าก็เป็นได้

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 66 ปัจจุบันมีข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันเพิ่มมากขึ้นทุกๆ วัน ทั้งในผู้ที่มีสุขภาพดี แข็งแรง ซึ่งการเสียชีวิตอย่างกะทันหันนั้นส่วนมากเกิดจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ที่พบมากขึ้นก็เพราะในยุคสมัยนี้ เพราะไลฟ์สไตล์ที่มีการเปลี่ยนไป ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มเติมจากโรคประจำตัวเดิม ทำให้การปั๊มหัวใจช่วยชีวิต (CPR) จึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นพื้นฐานสำคัญที่ประชาชนควรเรียนรู้ไว้ เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน

ทั้งนี้ มีเหตุการณ์ที่เรียกเสียงชื่นชมจากโลกออนไลน์จำนวนมาก เมื่อผู้ใช้บัญชี TikTok รายหนึ่ง โพสต์คลิปนักเรียนช่วย CPR ผู้ป่วย โดยระบุข้อความว่า…

“ฮีโร่ไม่ต้องมีพลังวิเศษ แค่สองมือเปล่าก็เป็นได้ ขอบคุณน้องนักเรียนมาก ๆ นะครับ ที่มาช่วยพี่ทำ CPR ช่วยผู้ป่วย”

ในคลิปจะเห็นทีมกู้ภัยให้การช่วยเหลือชายรายหนึ่ง และมีนักเรียนหญิงช่วยทำซีพีอาร์อยู่ด้วย ทั้งนี้ เจ้าของโพสต์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นักเรียนหญิงคนดังกล่าว ชื่อ น.ส.ประติภา ดีหามแห เรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รัชดา

หลังจากคลิปนี้เผยแพร่ไปมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น

“ชื่นชมเลยครับ สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน”
“น้องน่ารักมากก ยอมชุดเปื้อนเลือดเพื่อ 1 ชีวิต น้องน่ารักมากก อนาคตของชาติต้องแบบนี้สิ เก่งมากๆ”
“สุดดดดดดดยอดดดดด”
“ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องมีพลังวิเศษ”
“น้องเก่งมากครับ อีกอย่างน้องเป็นอาสาสมัครด้วยครับ”
“ทุกโรงเรียนควรมีการสอนนี้”
“การ CPR ผู้ชายทำยากนะคะ หน้าอกแข็งแน่น แต่คือน้องทำได้ดีมากๆ” เป็นต้น

'อั่งอั๊ง' หลาน 'ธนาธร' ชิงสารภาพ โพสต์หมิ่นเบื้องสูง คาด!! รู้ดีว่าเป็นเยาวชนไม่เคยต้องโทษ ศาลจะให้โอกาส

(14 ก.ค. 66) จากกรณี เมื่อวันที่ 6 ก.ค.66 เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ ศชอ. ได้เปิดเผยความคืบหน้าคดีน.ส.อัครสร โอปิลันธน์ หรือ อั่งอั๊ง อายุ 19 ปี บุตรสาวของนางชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นบุตรสาวคนโตของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ หลานสาวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานความผิดมาตรา 112 โดยเรียงลำดับไทม์ไลน์ดังนี้

14 ก.พ. 64 อั่งอั๊ง บรรยายข้อความในคลิปที่โพสต์ลงบน twitter ส่วนตัว เนื้อหาโจมตีรัชกาลที่ 10 อย่างรุนแรง

16 ก.พ. 64 ศชอ. นำหลักฐานมอบให้ปอท. พร้อมแจ้งความดำเนินคดี

23 ก.ย. 64 ปอท.เรียกอั่งอั๊งมารับทราบข้อกล่าวหา

21 ต.ค. 65 อัยการสั่งฟ้อง

12 ก.ค. 66 ศาลนัดไต่สวนพยานโจทก์

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ ศชอ. ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า

“อั่งอั๊ง รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากเป็นเยาวชน ผู้พิพากษาจึงให้ไปทำแผนบำบัดฟื้นฟู ร่วมกับสหวิชาชีพ ผู้พิพากษาศาลสมทบ นักจิตวิทยา มาส่งศาลพิจารณาอนุมัติเพื่อนำไปปฏิบัติในการปรับปรุงตัว

**ถ้าเป็นเยาวชนและไม่เคยกระทำความผิดและต้องโทษมาก่อน ศาลจะให้โอกาส”

คอนเสิร์ตส่งท้ายปี ‘GRAMMY X RS : HIT100 CONCERTS’ โชว์สุดพิเศษจากศิลปินขวัญใจมหาชน เปิดจองบัตร 5 ส.ค. นี้

(13 ก.ค. 66) หลังจากปล่อย 2 คอนเสิร์ตใหญ่อย่าง 90’s Versary Concert และ 2K Celebration Concert ไปแล้ว คราวนี้เตรียมตัวให้พร้อม มาพบกันกับคอนเสิร์ตส่งท้ายปลายปีที่จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์อีกครั้งใน ‘ไทยประกันชีวิต PRESENTS GRAMMY X RS : HIT100 CONCERTS’ โดยการร่วมมือกันของ 2 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แห่งยุค ‘GMM MUSIC’ (จีเอ็มเอ็มมิวสิค) และ ‘RS MUSIC’ (อาร์เอส มิวสิค) โดยคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้รวบรวมเพลงฮิตทั้งฝั่งของแกรมมี่และอาร์เอสที่มีเพลงฮิตสุด ๆ ในยุคไว้ในคอนเสิร์ตเดียวกว่า 100 เพลงฮิตที่ทุกคนคิดถึง พบกับ Line up ศิลปินขวัญใจมหาชน แอม เสาวลักษณ์ / แหม่ม พัชริดา / โบ สุนิตา / ปาน ธนพร / เสือ ธนพล / อี๊ด ฟลาย / อู๋ ธรรพ์ณธร / ไท ธนาวุฒิ / เจมส์ เรืองศักดิ์ / โดม ปกรณ์ ลัม / แบงค์ ปรีติ / หนุ่ม กะลา / ดัง พันกร / อ๊อฟ ปองศักดิ์ / ลีเดีย / นิว-จิ๋ว / ป๊อบ ปองกูล / ปีเตอร์ คอร์ปไดเรนดัล / ศรราม / จั๊ก ชวิน / ฟลุ๊ค ไอน้ำ / โจ๊ก โซคูล

งานนี้ทุกศิลปินพร้อมจัดหนักจัดเต็มเพื่อ แฟน ๆ เตรียมวอร์มเสียงร้องแบบไม่ให้ได้พักกันได้เลย กับเพลงสุดฮิต ระดับตำนานในรอบ 40 ปี ที่คุณจะได้ร้องตามในคอนเสิร์ตนี้ อาทิฯ รักคงยังไม่พอ / 18 ฝน / ใบไม้ / ชาวนากับงูเห่า / หัวใจกระดาษ / เกิดเป็นผู้ชาย / ใช่เลย / ประเทือง / เจ้าทุย / เลี้ยงส่ง / คนเจียมตัว / ที่หนึ่งไม่ไหว / ชายคนหนึ่ง/ เธอสวย / ตัวจริงของเธอ / ไม่เคยรักกันเลยใช่ไหม / แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ / ไม่เอาคืน / ท้องไม่รับ / ตบมือข้างเดียว / หวง / เรื่องง่ายๆที่ผู้ชายไม่รู้ / ฉันรู้ / พรุ่งนี้จะไปกับเธอ / ขอเป็นคนของเธอ / ว่างแล้วช่วยโทรกลับ / ทำไมไม่รับสักที / คนเจ้าน้ำตา / ไม่รักไม่ต้อง / ความทรงจำ / กดดัน / ทิ้ง / เธอเป็นแฟนฉันแล้ว / กอด / ไม่อาจเปลี่ยนใจ / ยิ่งนานยิ่งรัก 

ซึ่งนอกจากเพลงฮิตที่จะได้ฟังแล้วยังมัดรวมทุกความทรงจำหลากอารมณ์ผสมทุกแนวความสนุก ความมันส์ และพบการประกบคู่ที่ทุกคนรอคอย ไม่ว่าจะเป็น

- ตัวแม่สายเฉือดเฉือน : โบ สุนิตา – ปาน ธนพร 
- การรวมพลังดีว่า อาร์แอนด์บี : ลีเดีย – นิวจิ๋ว
- การผนึกกำลัง 2 นักร้องสุดแซ่บ พร้อมโชว์จัดเต็ม เสื้อผ้า หน้าผม : อ๊อฟ ปองศักดิ์ – ดัง พันกร
- การประเดิมเวที เจอกันครั้งแรก ของร็อกสตาร์ขาโจ๋ : โจ๊ก โซคูล – ฟลุ๊ค ไอน้ำ
- การเจอกันของนักร้องชาย ผู้กุมหัวใจสาวๆยุค 90 : ศรราม – ปีเตอร์ คอร์ปไดเรนดัล – จั๊ก ชวิน
- 4 ตำนานร็อกรุ่นใหญ่ : เสือ ธนพล – อี๊ด ฟลาย – อู๋ ธรรพ์ณธร – ไท ธนาวุฒิ
- เจ้าพ่อเพลงรัก เสียงร้องที่อยากให้ลองฟังสดๆสักครั้งในชีวิต : ป๊อบ ปองกูล
- การรวมกันครั้งแรก! ต่างค่ายแต่ไม่ต่างขั้ว ร็อกตัวพ่อ หนุ่ม กะลา / แบงค์ ปรีติ
- กับหล่อตัวแด๊ด เจมส์ เรืองศักดิ์ / โดม ปกรณ์ ลัม

ดวลเพลงต่อเพลง ตัวต่อตัว ทีมต่อทีม ซีนต่อซีน ให้ทุกคนร้องตามไม่หยุดตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมเพลงพิเศษเพลงฮิตสุดเซอร์ไพรส์ที่คุณยังไม่ได้ฟังจากคอนเสิร์ตไหน เตือนไว้ก่อน เสียงไม่หาย ไม่ได้กลับบ้าน การันตีความสนุกโดยผู้จัดอย่าง GMM SHOW ทีมครีเอทีฟที่มีประสบการณ์การจัดคอนเสิร์ตมาอย่างมากมาย ซึ่งได้รับมอบหมายให้มาดูแลสร้างสรรค์โปรเจกต์คอนเสิร์ต GRAMMY RS CONCERTS

เตรียมพบกับเพลงเมกกะฮิตระดับตำนาน ที่คุณจะร้องตามได้ทุกเพลง “ไทยประกันชีวิต PRESENTS GRAMMY X RS : HIT100 CONCERTS” จัดขึ้น 2 รอบการแสดงสด ในวันเสาร์ที่ 28 และ วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566 ณ IMPACT ARENA เมืองทองธานี ห้ามพลาด!! เตรียมตัวให้พร้อม!! เปิดจำหน่ายบัตร 5 สิงหาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 น เป็นต้นไปบัตรราคา : 6,000 / 5,500 / 5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,000 / 2,500 และ 2,000 บาท ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา และ http://www.thaiticketmajor.com หรือโทร 02-262-3456 และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/grammyrsconcerts

‘อีลอน มัสก์’ เปิดตัว ‘เอ็กซ์เอไอ’ บริษัทสตาร์ตอัป AI เดินหน้าพัฒนาแชตบอท หวังท้าชนคู่แข่งทุกแพลตฟอร์ม

(13 ก.ค. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันพุธ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา ‘อีลอน มัสก์’ ซีอีโอของเทสลา (Tesla) และเจ้าของทวิตเตอร์ (Twitter) ประกาศเปิดตัว ‘เอ็กซ์เอไอ’ (xAI) บริษัทสตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อ ‘ทำความเข้าใจความเป็นจริง’

เว็บไซต์ของเอ็กซ์เอไอ ระบุว่า บริษัทฯ แยกจากเอ็กซ์ คอร์ป (X Corp) ที่มัสก์เป็นเจ้าของ แต่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) เทสลา และบริษัทอื่น ๆ เพื่อสร้างความก้าวหน้าแก่ภารกิจของบริษัทฯ

ทีมงานบางส่วนซึ่งนำโดยมัสก์เคยทำงานกับแชทบอท จีพีที-3.5 (GPT-3.5) และ จีพีที-4 (GPT-4) ของโอเพนเอไอ (OpenAI) โดยมัสก์เคยเป็นนักลงทุนระยะเริ่มต้นและส่วนหนึ่งของคณะกรรมการบริหารในโอเพนเอไอ ก่อนออกจากตำแหน่งดังกล่าวในปี 2018

รายงานระบุว่า ‘เอ็กซ์เอไอ’ ยังมีทีมวิศวกรจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่นๆ อาทิ กูเกิล รีเสิร์ช (Google Research) และไมโครซอฟต์ รีเสิร์ช (Microsoft Research)

‘นก อุษณีย์’ เปิดใจ หลังโดนคดีโลก 2 ใบ-ปัญหาครอบครัว เผย!! ทุกวันนี้อะไรที่ค้างคา เคลียร์จบหมดแล้ว

(13 ก.ค. 66) จากประเด็นร้อนที่เคยถูกสังคมจับตามองอย่างหนัก กรณีของดาราสาว ‘นก อุษณีย์’ ที่ถูก ‘จั๊กจั่น อคัมย์สิริ’ และสามี ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทกับการสร้างเรื่องกุข่าวโลกใบที่สอง ล่าสุด ‘นก อุษณีย์’ ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ในรายการโต๊ะหนูแหม่ม พร้อมเคลียร์ดรามาเรื่องครอบครัว และอัปเดตชีวิตล่าสุดของเธอในตอนนี้

“ตอนนี้งานละครยังไม่มีเลยค่ะ แต่ก็ยังปกติเหมือนเดิม ยังมีงานอีเวนต์ ยังทำเรื่อยเปื่อยของตัวเอง เพียงแต่ว่างานละครยังไม่มี ซึ่งเราก็มี YouTube เป็นของตัวเองทำเกี่ยวกับรายการท่องเที่ยวจะเน้นเที่ยวเป็นสายลุยไม่ได้เที่ยวสวยช้อปปิ้ง ส่วนเรื่องราวทั้งหมดในครอบครัวปัญหาทั้งหมด ตอนนี้คลี่คลายร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ เคลียร์ใจกันเรียบร้อยกับครอบครัว คือพื้นฐานเราเป็นคนรักกันอยู่แล้ว รู้สึกขอบคุณทุกคนที่เขายอมให้อภัย เพราะสิ่งที่เราทำกับเขามันก็หนักมาก จนเรารู้สึกผิดอยู่ในใจ ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ เพราะว่าครอบครัวเป็นที่พึ่งให้เราเสมอ

เรื่องคดีความกับ ‘จักจั่น’ ตอนนี้ก็จบเรียบร้อยไปตั้งแต่เมษาปีที่แล้ว ก็คือไกล่เกลี่ย ไม่ได้ถึงขั้นขึ้นศาล ถือว่าจบเรียบร้อย ถามว่ากลับมาพูดคุยกันเหมือนเดิมได้ไหม เราก็ไม่ได้พูดคุยกันเหมือนเดิม แต่ว่าก็ไม่ได้โกรธเขา เหมือนกับว่าต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างรับผิดชอบหน้าที่ตัวเอง คือก็ไม่ได้เหมือนเดิม แต่ว่าก็ไม่ได้มีปัญหา เพราะอะไรที่ค้างคาใจเราก็เคลียร์กันจบเรียบร้อยแล้วค่ะ” 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top