Saturday, 13 June 2026
Hard News Team

‘สีจิ้นผิง’ ผูกสัมพันธ์!! เพื่อนบ้านกับมิตรสหาย เผย!! จีนปรารถนาดีกับประเทศเพื่อนบ้านเสมอ

(30 ส.ค. 68) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้รับรองคณะนักการทูตระดับสูงและเหล่าหัวหน้าหน่วยงานถาวรขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ที่ห้องโถงฝูเจี้ยนอันใหญ่โตโอ่อ่าของอาคารมหาศาลาประชาชน ณ ใจกลางกรุงปักกิ่ง

"จีนให้ความสำคัญกับองค์การฯ ในการทูตประเทศเพื่อนบ้านเสมอมา และมุ่งมั่นจะทำให้องค์การฯ มีความสำคัญและความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น" สีจิ้นผิงกล่าวย้ำในการประชุมร่วมกับแขกผู้มาเยือน ซึ่งคำมั่นนี้สะท้อนความพยายามต่อเนื่องนานหลายปีของจีนที่ส่งเสริมการเป็นเพื่อนบ้านฉันมิตรแห่งสันติสุขและการพัฒนาบนเวทีองค์การฯ

นโยบายประเทศเพื่อนบ้านของจีนตามที่สีจิ้นผิงเคยแจกแจงระหว่างเดินทางเยือนกรุงอัสตานาของคาซัคสถานเมื่อเดือนมิถุนายนนั้นเน้นย้ำความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมในการเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร มั่นคงปลอดภัย และเจริญรุ่งเรือง รวมถึงการอุทิศเพื่อสัมพันธไมตรี ความจริงใจ ผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน และความครอบคลุมทั่วถึง

อีกไม่กี่วันข้างหน้า สีจิ้นผิงจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดองค์การฯ ประจำปี 2025 ในเมืองท่าเทียนจินทางตอนเหนือของจีน ที่ซึ่งสีจิ้นผิงและเพื่อนพ้องผู้นำองค์การฯ จะกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริมความมั่นคงและความมั่งคั่งระดับภูมิภาคยิ่งขึ้น รวมถึงเดินหน้าการสร้างประชาคมองค์การฯ ที่มีอนาคตร่วมกันอย่างใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

#สายสัมพันธ์การเป็นเพื่อนบ้านและหุ้นส่วนที่ดี
สีจิ้นผิงได้เดินทางเยือนต่างประเทศสามครั้งแล้วในปี 2025 ซึ่งสองจุดหมายปลายทาง ได้แก่ รัสเซียและคาซัคสถาน ต่างเป็นประเทศสมาชิกองค์การฯ
ตอนเดินทางถึงท่าอากาศยานในกรุงอัสตานาเมื่อเดือนมิถุนายนเพื่อร่วมการประชุมสุดยอดจีน-เอเชียกลาง ครั้งที่ 2 สีจิ้นผิงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเพื่อนเก่าอย่างคาสซิม โจมาร์ต โตกาเยฟ ประธานาธิบดีคาซัคสถาน ซึ่งนี่เป็นการเยือนคาซัคสถานครั้งที่ 6 ของสีจิ้นผิงนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีน

การประชุมสุดยอดจีน-เอเชียกลางนั้นมุ่งผูกสายสัมพันธ์ของจีนกับเหล่าประเทศเพื่อนบ้านที่ไร้ทางออกสู่ทะเลตามแนวเส้นทางสายไหมโบราณ

"สุภาษิตของเอเชียกลางเปรียบเปรยความสามัคคีปรองดองและความเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นความสุขและความร่ำรวย" สีจิ้นผิงกล่าวที่การประชุมฯ "จีนปรารถนาดีกับประเทศเพื่อนบ้านเสมอ"

นักวิทย์จีน พัฒนา!! เทคโนฯ โฟโทนิก-อิเล็กทรอนิกส์ ทลายขีดจำกัด 6G เร็วแรงกว่าเดิม ครอบคลุมทุกพื้นที่

(30 ส.ค. 68) มหาวิทยาลัยปักกิ่งรายงานว่านักวิทยาศาสตร์จีนสร้างความก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีการรวมระบบโฟโทนิก-อิเล็กทรอนิกส์แบบความกว้างคลื่นสูงสุดหรืออัลตราไวด์แบนด์ (ultra-wideband) สำหรับการสื่อสารไร้สาย 6จี (6G)

ด้วยการผสานการทำงานระหว่างโฟโทนิกและอิเล็กทรอนิกส์ ทีมวิจัยร่วมจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งและมหาวิทยาลัยซิตี ฮ่องกง สามารถพัฒนาระบบความกว้างคลื่นสูงสุดที่รองรับการส่งสัญญาณไร้สายความเร็วสูงพร้อมการปรับความถี่ได้สำเร็จ ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งแรกของโลกที่คาดว่าจะช่วยยกระดับความเสถียรและประสิทธิภาพของเครือข่าย 6G ในอนาคต

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ (Nature) ทางออนไลน์ ระบุว่าการสื่อสาร 6G ในอนาคตต้องอาศัยการส่งข้อมูลความเร็วสูงในหลายย่านความถี่และหลายสถานการณ์ แต่ฮาร์ดแวร์อิเล็กทรอนิกส์แบบดั้งเดิมมักจำกัดเฉพาะย่านความถี่บางช่วงเนื่องจากข้อจำกัดด้านการออกแบบ โครงสร้าง และวัสดุ ทำให้ยากต่อการใช้งานข้ามย่านความถี่หรือครอบคลุมสเปกตรัมทั้งหมด และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทีมวิจัยจึงใช้เวลาสี่ปีในการพัฒนาระบบโฟโทนิก-อิเล็กทรอนิกส์ความกว้างคลื่นสูงสุด

ระบบนี้รองรับการส่งสัญญาณความเร็วสูงในทุกความถี่ระหว่าง 0.5-115 กิกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งถือเป็นความสามารถชั้นนำระดับโลกในด้านการใช้งานเต็มสเปกตรัม และยังมีศักยภาพในการปรับความถี่แบบยืดหยุ่น ทำให้สามารถสลับไปยังความถี่อื่นเมื่อเกิดการรบกวน ซึ่งเพิ่มความเสถียรของการสื่อสารและประสิทธิภาพการใช้สเปกตรัม

หวังซิ่งจวิน รองคณบดีสาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง อธิบายว่าเทคโนโลยีนี้เปรียบเหมือนการสร้างทางด่วนขนาดยักษ์ที่มีสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เป็นยานพาหนะ และมีย่านความถี่เป็นเลนถนน ซึ่งก่อนหน้านี้สัญญาณต้องเบียดอยู่ในหนึ่งหรือสองเลน แต่ปัจจุบันมีหลายเลนให้เลือก หากเลนใดถูกปิดกั้น สัญญาณยังสามารถสลับไปเลนอื่นได้ ทำให้การสื่อสารเร็วขึ้นและราบรื่นขึ้น

การทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าระบบนี้สามารถส่งสัญญาณไร้สายด้วยอัตราที่เร็วกว่า 100 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) ซึ่งเพียงพอที่จะถ่ายทอดวิดีโอขนาด 8เค (8K) ความละเอียดสูงพร้อมกัน 1,000 รายการ เข้าเกณฑ์ข้อกำหนดความเร็วสูงสุดของ 6G และยังคงประสิทธิภาพสม่ำเสมอในทุกย่านความถี่

ปัจจุบันทีมวิจัยกำลังทำงานเพื่อยกระดับการบูรณาการของระบบ เพื่อสร้างโมดูลโฟโทนิก-อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่สามารถปรับใช้กับระบบอื่นๆ ได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดขนาด น้ำหนัก และการใช้พลังงานลงให้น้อยที่สุด

หวังระบุว่าเครือข่าย 6Gในอนาคตจะมีการเชื่อมต่อไร้สายอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ และเมื่อเสริมด้วยอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบใหม่นี้จะสามารถทำให้เครือข่ายชาญฉลาดและยืดหยุ่นมากขึ้น รองรับการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ ตรวจจับสภาพแวดล้อมอย่างแม่นยำ และหลีกเลี่ยงสัญญาณรบกวนโดยอัตโนมัติ ทำให้การสื่อสารมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในสถานการณ์ที่ซับซ้อน

'อนุทิน' เดินหน้ารวมเสียง!! ตั้งรัฐบาล ปักธงยุบสภา!! รีเซตประเทศใน 4 เดือน

(30 ส.ค. 68) ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังกลับจากการพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาชน และแกนนำพรรคกล้าธรรม เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายศักดา วิเชียรศรี สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลง

นายอนุทินกล่าวว่า พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มารวมตัวกันเพื่อแสดงความพร้อมจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ให้การแก้ปัญหาของประเทศเดินหน้าโดยไม่สะดุด หลังจากได้รับทราบเงื่อนไขของพรรคประชาชนแล้ว ทุกคนยืนยันจะดำเนินการตามสิ่งที่หารือไว้ในสาระสำคัญ รวมถึงรายละเอียดที่เห็นพ้องร่วมกัน

เขากล่าวต่อว่า หลังจากได้รับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ พวกเราต้องไม่ปล่อยให้ประเทศหยุดชะงัก ปัญหาที่เกิดขึ้นบางเรื่องเป็นเพียงเส้นผมบังภูเขา หากเป็นกลุ่มเดิมอาจแก้ไม่ได้ แต่เรามั่นใจว่าจะแก้ได้เพราะมีความห่วงใยและต้องการคืนความสงบสุขให้บ้านเมือง

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยย้ำว่า เมื่อรวมเสียงกับพรรคประชาชนแล้ว มั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยเงื่อนไขสำคัญคือทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ แก้ปัญหาความสงบ และเจรจาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมประกาศจะคืนอำนาจให้ประชาชนภายใน 4 เดือนหลังแถลงนโยบาย และยุบสภาเพื่อให้ประชาชนรีเซตประเทศและตัดสินใจอนาคตบ้านเมือง

“พวกเราที่อยู่ในที่นี้ขอเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในทุกด้าน และคืนอำนาจให้พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด” นายอนุทินกล่าว

เมื่อสื่อมวลชนถามถึงการตอบรับของพรรคประชาชน และจำนวนเสียงที่รวบรวมได้ นายอนุทินชี้ว่า การพูดคุยเป็นไปตามทีโออาร์ที่เสนอมา ซึ่งตอบรับได้เพื่อประโยชน์ประเทศ ส่วนหน้าที่รวบรวมเสียงเป็นของทุกคน พรรคประชาชนไม่มีข้อขัดแย้ง มีเพียงรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อความชัดเจน

ต่อข้อสงสัยเรื่องการยุบสภาเร็วเกินไป เขาตอบว่า หากเป็นเงื่อนไขก็ต้องยอมรับ ไม่มีเร็วหรือช้าเกินไป เพราะต้องเร่งแก้ปัญหาสำคัญทันที พร้อมย้ำว่ากลุ่มพรรคร่วมมีประสบการณ์ ความสามารถ และความจริงใจทำงานเพื่อประชาชน

สื่อถามถึงจำนวนเสียงที่มีอยู่ นายอนุทินไม่เปิดเผยตัวเลข แต่ยืนยันมีเพียงพอจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคกล้าธรรมยืนยันชัดเจนแล้วว่าจะร่วมสนับสนุน

ในประเด็นพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินบอกว่า ไม่ปิดกั้นใคร รัฐบาลใหม่นี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจเพื่อแก้ปัญหาโดยเร็ว หากพรรคใดพร้อมร่วมสร้างชาติ ก็ยินดี

เมื่อถามถึงความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เขาตอบว่า พร้อมมาตั้งแต่ปี 2562 ส่วนการยุบสภาไม่ขอก้าวล่วง และย้ำว่าสถานะนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธารสิ้นสุดลงแล้วตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ควรช่วยกันสร้างบ้านเมืองต่อ

สื่อยังสอบถามเรื่องเพื่อไทยจะเสนอชื่อแข่งหรือไม่ นายอนุทินย้ำว่าภูมิใจไทยไม่มีแน่นอน ส่วนพลังประชารัฐให้ไปถามเอง พร้อมระบุว่า กลุ่ม 18 สส.รวมไทยสร้างชาติที่นายสุชาติ ชมกลิ่นนำมา สนับสนุนเพราะต้องการให้ประเทศเดินหน้าต่อ โดยนายสุชาติชี้ว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ สส.

ด้านนายศักดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ซึ่งร่วมแถลงข่าว ระบุว่า ตนและเพื่อน สส.กว่า 10 คนจากพรรคเพื่อไทย สนับสนุนนายอนุทินเพราะต้องการเห็นบ้านเมืองดีขึ้น ยืนยันไม่มีปัญหากับพรรค แต่ในฐานะผู้แทนฯ ที่เห็นความเดือดร้อนประชาชน เชื่อว่าอนุทินเหมาะสมที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าว นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ได้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี พร้อมสวมกอดและพูดคุยกับนายอนุทิน

สมุทรปราการ-ครอบครัวสุวรรณบุตร CSR บริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ ดัน 3 โรงเรียน PWS พัฒนาหลักสูตรการเรียน การสอน 'สร้างครู สร้างชาติ ด้วยการคิดสร้างสรรค์ทางบวก'

เทศบาลตำบลแพรกษา โดย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “สร้างครู สร้างชาติ ด้วยการคิดสร้างสรรค์ทางบวก“ ณ ห้องประชุมสุวรรณบุตร โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา ต.แพรกษา อ.เมือง สมุทรปราการ

ซึ่งการสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาหลักสูตร การเรียน การสอน มีตัวแทนครูสถานศึกษาของทาง PWS เข้าร่วมสัมมนา จำนวน 3 แห่ง นอกจากนี้ยังมีนายชูชาติ เที่ยงธรรม ผอ.สถานศึกษาโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา นายเกษมสินธุ์ สอนสุข ผอ.สถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลแพรกษาวิเทศศึกษา นางมลทิรา กรแก้ว ผอ.สถานศึกษาโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา 

นอกจากนี้ ยังมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะเจ้าหน้าที่ของทางเทศบาลตำบลแพรกษาเข้าร่วมในพิธีเปิดการสัมมนา ได้แก่ นางพรเพ็ญ กลิ่นกำธรกุล รองนายกเทศมนตรีฯ นายวรรณวุฒิ มาสุข พร้อมด้วย นายสมบูรณ์ สันหยี รองปลัดเทศบาลตำบลแพรกษา นางสาวอรอุมา ชาภูคำ ผอ.กองการศึกษา เข้าร่วมในพิธีเปิดการสัมมนา

โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร "สรา้งครูสรา้งชาติด้วยการคิดสร้างสรรค์ทางบวก” หรือ Cresitive (creative + positive) Thinking เป็นโครงการ CSR ของบริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ จำกัด ท่ีมีวัตถุประสงค์ในการสรา้งประเทศชาติใหเ้ข้มแข็ง ผ่านระบบการศึกษาของประเทศ ซึ่งมีครูและเยาวชนเป็นหัวใจ

หลักสูตรรท่ีนำมาใช้ในการสัมมนาครงั้นคือ Cresitive (creative + positive) Thinking เป็นหลกั สูตรท่ี ออกแบบโดย อาจารย์รัศมี ธันยธร แห่งบริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งได้ใช้องค์ความรู้ที่ได้จ้ากการศึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ 

ประกอบ องค์ความรู้ที่ได้จากการเป็นลูกศิษย์ของ ดร. เอ็ดเวิรด์ เดอ โบโน ปรมาจารย์ด้านความคิดสร้างงสรรค์ระดับโลก และประสบการณ์จากการสอนหลักสูตรต่างๆ ของ ดร. เดอ โบโน เป็นเวลากว่า 30 ปี สร้างหลักสูตรนี้ขึ้นให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย 

วิธีคิดในหลักสูตรนี้ ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ creative และ positive ซึ่งทักษะวิธีคิดนี้จะตอบโจทย์ด้าน HRD หรือการพัฒนาทรัพยากรของมนุษย์ในปัจจุบัน ท่ีต้องการพัฒนา “ความฉลาด” ด้านต่างๆ ของมนุษย์ เช่น IQ EQ เป็นต้น 

แต่ความจริงแล้วในปัจจุบันมี “ความฉลาด” ท่ีควรต้องเริ่มพัฒนาให้กับเยาวชนถึง 11 ด้าน และหลักสูตร CRESITIVETHINKING สามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง 11 ด้าน สัมมนาครั้งนี้ใช้เวลาสัมมนาทั้งสิ้น 4 วัน ช่วงแรก 2 วัน คือ 29-30 สิงหาคม เป็นการฝึกทักษะด้านการ คิดสรา้งสรรค์และคิดบวก ให้กับครูผู้เข้าสัมมนาทั้ง 30 คน ในวันนี้

หลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะเป็นการออกแบบวิธีการนำไปใช้และฝึกการสอนเป็นเวลา 1 วัน และอีก 1 วันสุดท้ายจะเป็นการรับฟัง FEEDBACK หลังจากนำไปใช้สอนจริง โครงการ CSR นี้ ประกอบด้วยภาคี 3 ฝ่าย ได้แก่ ส่วนแรกคือบริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ฯ เป็นผู้รับผิดชอบวิทยากร และค่าใช้จ่ายบางส่วน ส่วนที่ 2 คือ องค์กรที่เราเรียกว่า sponsor ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลักและส่วนที่ 3 คือโรงเรียนภาครัฐ

การสัมมนาในวันนี้เป็นการเริ่มโครงการครั้งแรก ซึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือสำคัญระหว่างเทศบาลตำบลแพรกษา โดยท่านนายกอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีฯ ท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร และบริษัทศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ โดยอาจารย์รัศมี ธันยธร 

30 สิงหาคม พ.ศ. 2473 วันเกิดครบรอบ 95 ปี ของนักลงทุนระดับตำนาน ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ จุดเริ่มต้นจากเด็กส่งหนังสือพิมพ์ สู่มหาเศรษฐีเบอร์ต้นๆ ของโลก

วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2473 (ค.ศ. 1930) ถือเป็นวันเกิดครบรอบ 95 ปี ของ วอร์เรน เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์ (Warren Edward Buffett) มหาเศรษฐีระดับโลก ผู้ได้ฉายาว่า “ปราชญ์แห่งโอมาฮา” เขาเกิดที่เมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา และเติบโตมาพร้อมความสนใจด้านธุรกิจและการลงทุนตั้งแต่วัยเด็ก โดยเริ่มต้นจากการขายหมากฝรั่ง น้ำอัดลม และส่งหนังสือพิมพ์

บัฟเฟตต์ซื้อหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 11 ปี และต่อมาได้ศึกษาต่อด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ภายใต้การสอนของ เบนจามิน เกรแฮม ผู้เป็นแรงบันดาลใจด้านการลงทุน เขาก่อตั้ง Buffett Partnership ในปี ค.ศ. 1956 และต่อมาเข้าซื้อกิจการ Berkshire Hathaway ซึ่งกลายเป็นบริษัทลงทุนชื่อดังที่ถือหุ้นใหญ่ในหลายกิจการ เช่น Coca-Cola, GEICO และ Apple

ตลอดเส้นทางการลงทุน บัฟเฟตต์ยึดมั่นในหลักการเลือกหุ้นคุณค่า (Value Investing) และการลงทุนระยะยาว เขายังประกาศบริจาคทรัพย์สินกว่า 85% ให้การกุศลในปี ค.ศ. 2006 ซึ่งเป็นหนึ่งในการบริจาคครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และต่อมาร่วมมือกับบิล เกตส์ ก่อตั้งโครงการ “The Giving Pledge” เพื่อเชิญชวนมหาเศรษฐีทั่วโลกแบ่งปันทรัพย์สินเพื่อสังคม

แม้ปัจจุบันอายุเกิน 90 ปีแล้ว บัฟเฟตต์ยังคงทำงานและลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมฝากคำสอนอันเป็นที่จดจำว่า “การลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนในตัวเอง” ซึ่งสะท้อนแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและมุ่งมั่นสร้างคุณค่าให้สังคมควบคู่กับความมั่งคั่งส่วนตัว

ทั้งนี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ รวยเป็นอันดับ 10 ของโลก ตามการจัดอันดับของ Bloomberg.com เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 147 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 5.292 ล้านล้านบาท) 

Nvidia ย้ำ “ไม่จ่าย” ส่วนแบ่ง 15% ให้รัฐบาลสหรัฐฯ ชี้เพราะกฎหมายทรัมป์ไม่ชัด…ที่ขู่ขอเปอร์เซ็นต์ขายชิป H20 ในจีน

(29 ส.ค. 68) บริษัท Nvidia ยืนยันยังไม่ต้องจ่ายส่วนแบ่ง 15% จากการขายชิป H20 ในจีนให้รัฐบาลสหรัฐฯ เหตุแผนของรัฐบาลทรัมป์ยังไม่ถูกตราเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ โดย โคเล็ต เครสส์ (Colette Kress) รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ NVIDIA ระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีเอกสารข้อบังคับทางกฎหมายใด ๆ ออกมา ทำให้ Nvidia สามารถเดินหน้าธุรกิจต่อได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมดังกล่าว

เดิมทีชิป H20 ถูกออกแบบมาเพื่อเลี่ยงข้อจำกัดการส่งออกยุคโจ ไบเดน แต่ถูกสหรัฐฯ บล็อกในช่วงต้นปี ต่อมาฝ่ายทรัมป์เปิดให้ขอใบอนุญาตส่งออกได้ แต่มีเงื่อนไขต้องหัก 15% รายได้ ซึ่ง Nvidia ชี้ว่ายังไม่ได้ส่งออกหรือบันทึกรายได้ภายใต้เงื่อนไขนี้เลย

ทั้งนี้ Nvidia เตือนว่าหากกฎหมายบังคับใช้จริง จะทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงถูกฟ้องร้อง และเปิดช่องให้คู่แข่งได้เปรียบ แต่หากสถานการณ์คลี่คลาย บริษัทคาดว่าชิป H20 อาจสร้างรายได้เพิ่ม 2,000–5,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสหน้า

‘รัสเซีย’ ยกจีนเป็นคู่ค้าหลัก หลังบริษัทตะวันตกถอย 3 ปี ทำยอดการค้าพุ่ง 244.8 พันล้านดอลล์ โตขึ้นกว่า 67%

(29 ส.ค. 68) รัสเซียและจีนเร่งกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำจีนระบุว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศเติบโตขึ้นกว่า 67% หลังจากบริษัทตะวันตกจำนวนมากถอนตัวออกจากตลาดรัสเซีย ทำให้ธุรกิจจีนเข้ามาแทนที่ทันที และสามารถจัดหาสินค้าสำคัญให้ได้อย่างเพียงพอ

ด้านรัสเซียเองก็ปรับเส้นทางการส่งออกหันไปพึ่งตลาดจีนมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ส่งออกรัสเซียมีบทบาทแข็งแกร่งในตลาดจีน โดยปี 2024 มูลค่าการค้าสองฝ่ายเพิ่มขึ้น 1.9% จากปีก่อนหน้า

ตัวเลขล่าสุดชี้ว่ามูลค่าการค้ารวมระหว่างรัสเซีย–จีน พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 244.8 พันล้านดอลลาร์ (ราว 8.08 ล้านล้านบาท) ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของทั้งสองชาติในการลดการพึ่งพาตะวันตก และขยายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว

‘สวีเดน–เนเธอร์แลนด์’ กดดันหนักใส่ ‘อียู’ ขอระงับการค้า ‘อิสราเอล’ ปมสังหารหมู่กาซ่า

(29 ส.ค. 68) สวีเดนและเนเธอร์แลนด์ออกแถลงร่วม เรียกร้องให้อียู (EU) ระงับความตกลงการค้ากับอิสราเอล หลังสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซ่าเลวร้าย อย่างน่าตกใจและไม่อาจยอมรับได้ พร้อมทั้งประณามแผนสร้างนิคมยิวใหม่ในเขตเวสต์แบงก์ที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศโดยตรง

ทั้งสองประเทศชี้ว่า อิสราเอลไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่เคยทำไว้กับอียูเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่เกี่ยวกับการเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่กาซ่า จึงสนับสนุนให้ระงับ 'บทการค้า' ในข้อตกลงสมาคมอียู–อิสราเอล และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอร่างมาตรการโดยเร็ว

นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองชาติยังเสนอให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรเฉพาะกลุ่มต่อรัฐมนตรีอิสราเอลที่ผลักดันการตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมาย และคัดค้านแนวทาง 'สองรัฐอยู่ร่วมกัน' พร้อมทั้งขอให้อียูจัดทำรายงานวิเคราะห์ความสอดคล้องต่อคำวินิจฉัยของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เรื่องการยึดครองปาเลสไตน์ของอิสราเอล

ขณะเดียวกัน รายงานระบุว่า ตั้งแต่ตุลาคม 2023 อิสราเอลได้สังหารชาวปาเลสไตน์ไปแล้วเกือบ 63,000 คน กาซากำลังเผชิญภาวะอดอยาก และอิสราเอลยังถูกดำเนินคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ศาลโลก รวมถึงมีหมายจับผู้นำระดับสูงโดยศาลอาญาระหว่างประเทศ

ด้าน ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน เปิดเผยว่า มีรัฐมนตรีถึง 9 คนตัดสินใจลาออก เพื่อประท้วงรัฐบาลที่ไม่ยอมเอาผิดอิสราเอลจากการสังหารหมู่ในกาซ่า

บริษัท SkyeChip มาเลเซียเปิดตัวชิป AI ตัวแรกของประเทศ รุ่น MARS1000 ช่วยพัฒนาเมืองอัจฉริยะ–ลดการพึ่งพาคลาวด์

(29 ส.ค. 68) บริษัทชิปในประเทศมาเลเซีย SkyeChip เปิดตัวชิป AI รุ่นใหม่ MARS1000 ซึ่งเป็นชิป AI ตัวแรกที่ออกแบบและพัฒนาในมาเลเซีย โดยชิปนี้สามารถใช้ขับเคลื่อนอุปกรณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่หุ่นยนต์ รถยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์อัจฉริยะอื่น ๆ ซึ่งสามารถประมวลผลข้อมูลได้เองภายในเครื่องโดยไม่ต้องส่งขึ้นคลาวด์ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้มาเลเซียเข้าสู่การแข่งขันระดับโลกในการพัฒนาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

ฟง สวี เกียง (Fong Swee Kiang) ซีอีโอของ SkyeChip ระบุว่า MARS1000 เป็นชิป IoT อัจฉริยะตัวแรกที่สร้างบนเทคโนโลยีการผลิต 7 นาโนเมตร ชิปนี้จะช่วยให้อุตสาหกรรมในประเทศสามารถพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับ เกษตรอัจฉริยะ, อุตสาหกรรม 4.0, เมืองอัจฉริยะ, ระบบจราจรอัจฉริยะ และเมืองปลอดภัย รวมถึงสร้างระบบเรียนรู้ AI สำหรับนักเรียนมาเลเซีย เพื่อพัฒนาความรู้ด้าน AI

แม้ว่าชิป MARS1000 จะยังไม่แรงเท่ากับชิประดับสูงของ NVIDIA ที่ใช้ฝึกโมเดลขนาดใหญ่ แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของมาเลเซียในการพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัย และช่วยให้อุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ สามารถทำงานได้เร็วขึ้นและลดการพึ่งพาคลาวด์

ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียเคยประกาศงบลงทุนอย่างน้อย 25,000 ล้านริงกิต (ราว 206,500 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ แต่ความพยายามของประเทศในการสร้างฐานเทคโนโลยีขั้นสูงยังถูกความซับซ้อนจากข้อเสนอของรัฐบาลทรัมป์ สหรัฐฯ ในการจำกัดการไหลของชิป AI เนื่องจากความกังวลเรื่องการค้าผิดกฎหมาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top