Tuesday, 9 June 2026
Hard News Team

‘สหรัฐฯ’ วางข้อจำกัดให้ 'ซัมซุง-SK Hynix' ผลิต!! ชิปขั้นสูงใน 'จีน' ได้ยากขึ้น

(31 ส.ค. 68) สหรัฐอเมริกากำลังทำให้ผู้ผลิตชิปเกาหลีใต้อย่างซัมซุงและ SK Hynix ประสบปัญหาในการผลิตชิปในจีนมากขึ้น โดยเพิกถอนใบอนุญาตที่เปิดทางให้บริษัทเหล่านี้รับอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากสหรัฐฯ ในประเทศจีน ตามข้อมูลจากวารสารทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ (Federal Register)

ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ยกเว้นบริษัทเหล่านี้จากข้อจำกัดอันครอบคลุมซึ่งกำหนดไว้ในปี 2022 เกี่ยวกับการขายอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ให้กับจีน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทเหล่านี้จะต้องขอใบอนุญาตเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวสำหรับจีน

Intel เป็นหนึ่งในบริษัทที่สูญเสียใบอนุญาตสำหรับจีน แม้ว่า Intel จะขายหน่วยธุรกิจในเมืองต้าเหลียนของจีนไปแล้วใน
ข้อตกลงที่เสร็จสิ้นในปีนี้

การเพิกถอนจะมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน ตามประกาศ

กระทรวงพาณิชย์ระบุในคำแถลงว่า สหรัฐฯ มีแผนที่จะออกใบอนุญาตเพื่อให้บริษัทเหล่านี้สามารถดำเนินการโรงงานที่มีอยู่แล้วในจีนได้ แต่จะไม่ให้ใบอนุญาตเพื่อขยายกำลังการผลิตหรืออัปเกรดเทคโนโลยี

SK Hynix ระบุว่า บริษัท "จะปนะสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลเกาหลีใต้และสหรัฐฯ และดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อลดผลกระทบต่อธุรกิจให้น้อยที่สุด"

ด้าน ซัมซุง ยังไม่ออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้อธิบายให้กระทรวงพาณิชย์เข้าใจถึง "ความสำคัญของการดำเนินงานที่มั่นคงของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของเราในจีนต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก" ตามถ้อยแถลงของกระทรวงอุตสาหกรรมโสมขาว

ทางกระทรวงยังยืนยันว่า โซลจะหารือกับวอชิงตันต่อไปเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อบริษัทของเกาหลีใต้

การเปลี่ยนแปลงใบอนุญาตดังกล่าวน่าจะทำให้ยอดขายของผู้ผลิตอุปกรณ์สัญชาติอเมริกันอย่าง KLA Corp, Lam Research และ Applied Materials ไปยังจีนลดลง ทว่าทั้ง 3 บริษัทยังไม่ได้ตอบข้อซักถามของสื่อในประเด็นนี้

ในเดือน มิ.ย. เมื่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ หยิบยกความเป็นไปได้ที่จะเพิกถอนใบอนุญาต เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวว่า สหรัฐฯ แค่กำลัง "วางรากฐาน" ไว้เผื่อกรณีที่การเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศไม่ประสบผลสำเร็จ

ในเดือน ก.ค. สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ได้ประกาศข้อตกลงเกี่ยวกับภาษีศุลกากร ทว่าประธานาธิบดี อี แจ มยอง เดินทางกลับจากการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยยังไม่ได้ข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษร

สหรัฐฯ และจีนยังคงอยู่ภายใต้ข้อตกลงสงบศึกทางภาษีศุลกากร โดยสินค้าจีนที่นำเข้าสหรัฐฯ ถูกเก็บภาษี 30% และสินค้าอเมริกันที่นำเข้าจีนถูกเก็บภาษี 10% ซึ่งจะยังคงมีผลบังคับไปจนถึงเดือน พ.ย.

สงครามการค้าระหว่าง 2 ประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกส่งผลกระทบต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่แร่ธาตุหายากที่อุตสาหกรรมสหรัฐฯ ต้องการ ไปจนถึงการรับซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ของจีน

คริส มิลเลอร์ ผู้เขียนหนังสือ “Chip War” ระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะทำให้ผู้ผลิตชิปเกาหลีใต้ที่มีโรงงานอยู่ในจีนผลิตชิปขั้นสูงได้ยากขึ้น และอาจกลายเป็นผลดีสำหรับผู้ผลิตเครื่องมือในจีนซึ่งเครื่องมือของพวกเขาสามารถเติมเต็มช่องว่างได้ นอกจากนี้ยังอาจเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทอเมริกันอย่าง Micron ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของ ซัมซุง และ SK Hynix ในอุตสาหกรรมชิป

“หากไม่ดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อสกัด (ผู้ผลิตชิปจีน เช่น) YMTC และ CXMT ก็มีความเสี่ยงที่มาตรการนี้จะเป็นการเปิดพื้นที่ตลาดให้กับบริษัทจีน โดยบริษัทเกาหลีใต้เป็นฝ่ายสูญเสีย” มิลเลอร์กล่าว

‘พงศ์กวิน’ มั่นใจ!! คุยตระกูล ‘จึงรุ่งเรืองกิจ’ ง่ายกว่า ปัด!! ไม่ทราบรายละเอียดการเจรจา ต้องรอผลจากแกนนำ

(31 ส.ค. 68) นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า ทีมพรรคเพื่อไทยยังคงดำเนินการรวบรวมเสียงอยู่

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการหารือกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่ามีทิศทางอย่างไรต่อไป นายพงศ์กวิน ตอบว่า คงไม่มีอะไรเปลี่ยน เราต้องพยายามรวบรวมเสียงให้ได้ก็เท่านั้น

ต่อคำถามถึงการที่นายสุริยะไปพูดคุยกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะเป็นตระกูลเดียวกัน จะทำให้การเจรจาง่ายขึ้นหรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ส่วนตัวคิดว่าน่าจะคุยกันง่ายกว่า

สำหรับประเด็นว่าพรรคเพื่อไทยสามารถตอบรับข้อเสนอของพรรคประชาชนได้หรือไม่ นายพงศ์กวินย้ำว่า ตนไม่ทราบ เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นการพูดคุยระดับแกนนำพรรค

นี่เป็นกิจการการเมืองภายใน ของประเทศไทย ในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด และเป็นมิตรประเทศต่อกัน เราหวังว่าประเทศไทยจะรักษาเสถียรภาพ และการพัฒนา

(31 ส.ค. 68) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญไทยได้วินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

ถาม: เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญของไทยได้วินิจฉัยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ละเมิดรัฐธรรมนูญ และให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จีนมีความเห็นอย่างไร?

ตอบ: นี่เป็นกิจการการเมืองภายในของประเทศไทย ในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและเป็นมิตรประเทศต่อกัน เราหวังว่าประเทศไทยจะรักษาเสถียรภาพและการพัฒนา

31 สิงหาคม พ.ศ. 2432 วันสิ้นพระชนม์ ‘เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี ภัทรวดีราชธิดา’ พระราชธิดารัชกาลที่ ๕ และพระวิมาดาเธอ สายสวลีภิรมย์ฯ

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2432 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี ภัทรวดีราชธิดา พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการประชวรสิริพระชันษา 5 ปี 118 วัน

พระองค์ประสูติเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2427 เป็นพระราชบุตรลำดับที่ 50 ของรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระเชษฐาและพระขนิษฐาร่วมพระชนนี ได้แก่ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร, เจ้าฟ้ามาลินีนภดารา และเจ้าฟ้านิภานภดล ซึ่งต่างก็ทรงดำรงพระอิสริยยศในฐานะเจ้าฟ้าเช่นเดียวกัน

เดิมพระองค์มีพระนามว่า “พระองค์เจ้าเขจรจำรัส” แต่รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระนามใหม่เป็น “พระองค์เจ้านภาจรจำรัสศรี” และใน พ.ศ. 2431 ได้ทรงสถาปนาเป็น “พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี ภัทรวดีราชธิดา” ตามพระอิสริยยศของพระราชโอรสและพระราชธิดาที่ประสูติแต่พระอรรคชายา

เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ ได้ประดิษฐานพระศพ ณ หอธรรมสังเวช และโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จแทนพระองค์ไปทอดผ้าสดับปกรณ์ โดยต่อมาได้พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุท้องสนามหลวง ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2433

FIBO เผย!! เทคโนโลยีใหม่ ใช้กู้ทุ่นระเบิดแทน ‘มนุษย์’ ทดสอบแล้ว!! พบทุ่นระเบิด 100% เตรียมใช้จริงอาทิตย์หน้า

(30 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ข่าวดี #กองทัพไทย และ #ทหารไทย!!

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา #สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (#FIBO) #มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากทหารไทยประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดอยู่บ่อยครั้งจากการลาดตระเวนบริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา 

ทาง FIBO จึงได้นำเสนอ เทคโนโลยี remote plastic/metal detector with AI Camera ติดตั้งบนหลัง #สุนัขหุ่นยนต์ 10-15 meter telemetry controlled ซึ่งปัจจุบัน FIBO ได้ร่วมมือกับจีน เรื่องสุนัขหุ่นยนต์และ AI Humanoid 
ในรูปชุดนี้ ทาง FIBO ได้ไปทดสอบหุ่นยนต์หาทุ่นระเบิดที่ศูนย์ปฎิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ผลทดสอบ blind test พบทุ่นระเบิด 100% เมื่อวานนี้

โดยสัปดาห์หน้า จะลงสนามจริง ชายแดนไทย-กัมพูชา:
พร้อมแจ้งว่าในส่วนของ #หุ่นยนต์สะพายหลัง (FIBO Life Buddy:หุ่นยนต์ยุทโธปกรณ์) ที่ FIBO เคยสร้างให้กองทัพไทยนั้น คงไม่เหมาะกับการลาดตะเวณของเหล่าทหารกล้าของไทย

“เรารักสงบ แต่รบไม่ขลาด เขมรมาหยามน้ำใจกัน
พวกเรารวมพลังช่วยกัน ในฐานะนักเทคโนโลยีครับ”

หมายเหตุ : สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) หรือ Institute of Field Robotics เป็นหน่วยงานระดับคณะในสังกัด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2538 โดย รศ. ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ด้วยคติพจน์ “A Cradle of Future Leaders in Robotics” เพื่อพัฒนาผู้นำด้านวิทยาการหุ่นยนต์ของประเทศไทย

FIBO คืออะไร?
FIBO เป็นสถาบันแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่มุ่งเน้นการศึกษาและวิจัยด้าน วิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อย่างเฉพาะทาง โดยเปิดสอนครบทั้งระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก หลักสูตรเน้นการเรียนการสอนแบบ Outcome-based Education ซึ่งช่วยให้บัณฑิตสามารถนำความรู้ไปพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้จริงในภาคสนาม ทำให้บัณฑิต FIBO เป็นที่ต้องการของทั้งภาครัฐและเอกชน

ผลงานและการวิจัย
• FIBO มีผลงานวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์มากกว่า 300 ระบบ ในด้านการผลิตและคุณภาพชีวิต เช่น หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม อาหาร การแพทย์ การเกษตร และการฟื้นฟูสมรรถภาพ
• ตัวอย่างผลงาน: หุ่นยนต์ประชาสัมพันธ์นะโม (NAMO) ซึ่งเป็นหุ่นยนต์กึ่งฮิวแมนนอยด์ที่มีล้อเพื่อความคล่องตัว พัฒนาโดยนักวิจัยของ FIBO
• งานวิจัยขั้นสูง เช่น ระบบ Haptic Interface, Intelligent Algorithm, Nonlinear Control System และ Multi-body Dynamic Analysis
• มีความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เช่น อุตสาหกรรมอาหาร พลังงาน และการศึกษา
การรับสมัครและโอกาส

ความโดดเด่น
• เป็นศูนย์กลางการพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ได้รับการยอมรับจาก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.)
• มีเครือข่ายกับโรงเรียนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาด้านหุ่นยนต์

‘เท้ง’ บอกลำบากใจ!! จะเลือกใครเป็นนายกฯ นัดคุยกันจันทร์นี้

(30 ส.ค. 68) ‘แยม’ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย นักข่าวชื่อดัง สื่อมวลชนสายการเมือง
 ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า …

‘เท้ง’ บอกว่าลำบากใจครับ อย่างที่พี่แยมเห็น ไม่ว่าจะไปทางไหน พท.-ภท.พรรคจะฟังเสียงสส. คุยกันจันทร์นี้ตกลงกันก็ต้องทำTOR เลือกนายกฯ 3 ก.ย. นี้

สส.หนุน!! ‘เสี่ยหนู’ นั่งนายกรัฐมนตรี 283 เสียง ยังรอ เพื่อไทย ไหลเติมอีก ลั่น!! ไม่กังวลแม้ยุบสภา

(30 ส.ค. 68) การเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจที่สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ทุกอย่างนิ่งแล้ว รอเพียงการลงนามข้อตกลง และเงื่อนไข ร่วมกันกับพรรคประชาชนเป็นลายลักษณ์อักษร หลังจากที่พรรคภูมิใจไทยรับหลักการแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รอทางพรรคประชาชน นัดวันที่จะลงนามร่วมกันว่าจะเป็นเมื่อใด ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงสัปดาห์หน้า 

ส่วนเสียงที่สนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ ขณะนี้กว่า 90% นิ่งแล้ว ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 68 เสียง เนื่องจากตัด น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์ พรรคประชาชน 143 เสียง พรรคกล้าธรรม 25 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 18 เสียง กลุ่มสุชาติ ชมกลิ่น 16 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 6 เสียง พรรคเล็ก 4 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 2 เสียง คือ นายสรรเพชร บุญญามณี สส.สงขลา และ นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา และพรรคเป็นธรรม 1 เสียง รวม 283 เสียง

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า สส.พรรคเพื่อไทยกำลังแตกรัง มีสส.ติดต่อเข้ามาร่วมรัฐบาล ทั้งจากฝั่งพรรคกล้าธรรม และติดต่อผ่านมาโดยตรงผ่านกลุ่มของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่ามีเสียงสนับสนุน 10 กว่าเสียงแล้ว ทำให้ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยอยู่ระหว่างการรอการเข้ามาเติมเสียง

แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ส่วนเรื่องการยุบสภาโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยไม่กังวล เพราะเชื่อว่า พรรคที่ไม่พร้อมเลือกตั้งมากที่สุดคือพรรคเพื่อไทย เนื่องจาก ขณะนี้กำลังประสบปัญหาเรื่องคะแนนนิยม และการขาดความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชน

‘LGBTQ+’ ด่าเหยียด!! ‘สาวอิสลาม’ ขู่!! จะตบกลางรถไฟฟ้า ลั่น!! ไม่กลัวจ่ายค่าปรับแค่ 500 บาท ล่าสุด!! โดนไล่ออกแล้ว


(30 ส.ค. 68) เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในขณะนี้ กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปลงกลุ่ม Airport Rail Link เผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกวานนี้ (29 สิงหาคม 2568) ขณะที่ผู้โดยสาร 2 รายกำลังมีเรื่องโต้เถียงกันบนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ 

โดยผู้โพสต์ระบุว่า เวลาเกือบเที่ยงคืน น้องผู้หญิงอิสลามได้ไปเฉียดโดนกระเป๋าของผู้โดยสารที่เป็น LGBTQ+ ตอนกำลังจะนั่ง ซึ่งน้องได้พยายามขอโทษหลายครั้งและไม่ได้หยาบคายใส่เลย แต่กลับถูกคู่กรณีด่าทอด้วยคำหยาบคาย แถมยังเหยียดศาสนา ด่าถึงพ่อแม่ แถมยังถอดรองเท้าบอกว่าพร้อมตบ ปรับแค่ 500 บาท 

โดยในช่วงหนึ่งของคลิป พบว่าน้องผู้หญิงอิสลามพยายามขอโทษอย่างสุภาพ แต่คู่กรณีไม่ยอมฟังเสียง มีการยืนชี้หน้าด่า ทำนองว่า "ถ้ามึงพูดอีกรอบกูตบมึงแน่ กูเสียแค่ 500 กูไม่กลัวหรอก กูตบมึงน่ะ อิสลาม ! กูไม่ได้บูลลี่คนอิสลาม กูบูลลี่แค่มึงนี่แหละ มารยาทน่ะให้พ่อกับแม่มึงสอน ไม่ต้องมาขอโทษกู ไปขอโทษพ่อกับแม่มึง ที่เค้าไม่สอนมารยาทให้กับคนอย่างมึง มึงไม่ต้องมาอ้างว่ากูไม่รู้ไม่ได้หรอก อีดอก"

น้องผู้หญิงยังคงพยายามขอโทษด้วยท่าทีสุภาพ บอกว่า "ขอโทษค่ะ" แต่ฝ่ายคู่กรณีที่นั่งลงไปแล้ว กลับลุกขึ้นเท้าเอว บอกว่า "กูไม่รับ" และยังชี้หน้าด่าต่อ บอกว่าถ้าพูดอีกแม้แต่คำเดียว "ตีนกูอยู่บนหน้ามึงแน่"

ประเด็นที่เกิดขึ้นทำให้ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่น ในพฤติกรรมของฝ่าย LGBTQ+ ที่ดูจะรุนแรงเกินเหตุ แถมยังด่าทออีกฝ่ายเสียหายและเหยียดศาสนา

ล่าสุด (30 สิงหาคม) เฟซบุ๊ก Stadium One - The Sports Society โพสต์ประกาศพ้นสภาพการเป็นพนักงาน กรณีแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยระบุว่า

"บริษัทฯ ขอชี้แจงกรณีคลิปเหตุการณ์ที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยยืนยันว่าบุคคลในคลิปเป็นพนักงานรายวันของบริษัทฯ จริงและได้ดำเนินการสอบสวนตามกระบวนการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม ผลการสอบสวนสรุปว่าบุคคลดังกล่าวได้กระทำการที่ไม่เหมาะสมต่อภาพลักษณ์ของบริษัทฯ จึงมีมติให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานรายวัน โดยมีผลบังคับใช้ทันที

บริษัทฯ ขอเน้นย้ำว่าให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกบุคคล โดยไม่เลือกปฏิบัติในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา เพศ หรือความแตกต่างใด ๆ และมุ่งยืนหยัดในหลักความเท่าเทียมอย่างจริงจัง

ท้ายที่สุดนี้ บริษัทฯ ขอขอบคุณทุกความคิดเห็นและทุกเสียงสะท้อนจากสังคม ที่ช่วยชี้แนะและเป็นพลังผลักดันในครั้งนี้"

‘วิโรจน์’ ชี้!! นายกรัฐมนตรี ต้องมี 247 เสียง การเมืองติดล็อก!! พรรคประชาชนคือกุญแจ

(30 ส.ค. 68) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Wiroj Lakkhanaadisorn - วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ระบุว่า...

ใครจะเป็นนายกฯ ต้องได้ 247 เสียง ตามมาตรา 159 วรรคสาม จะเลือกตาม TOR เมื่อบ้านเมืองถึงทางตันแล้วเท่านั้น 

เสียง สส. ทั้งหมดที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรในตอนนี้มีอยู่ 492 เสียง

พรรคร่วมรัฐบาล (รวม 11 พรรค, 253 เสียง)

พรรคเพื่อไทย: 140 คน

พรรครวมไทยสร้างชาติ: 36 คน

พรรคประชาธิปัตย์: 25 คน

พรรคกล้าธรรม: 25 คน

พรรคชาติไทยพัฒนา: 10 คน

พรรคประชาชาติ: 9 คน

พรรคชาติพัฒนา: 3 คน

พรรคไทรวมพลัง: 2 คน

พรรคเสรีรวมไทย: 1 คน

พรรคประชาธิปไตยใหม่: 1 คน

พรรคไทยก้าวหน้า: 1 คน

พรรคฝ่ายค้าน (รวม 5 พรรค, 239 เสียง)

พรรคประชาชน: 143 คน

พรรคภูมิใจไทย: 69 คน

พรรคพลังประชารัฐ: 20 คน

พรรคไทยสร้างไทย: 6 คน

พรรคเป็นธรรม: 1 คน

ในทางปฏิบัติ พรรคกล้าธรรมได้งูเห่ามาเพิ่ม 6 เสียง มาจากพรรคประชาชน 1 เสียง และพรรคไทยสร้างไทย 5 เสียง

ดังนั้น ฝ่ายรัฐบาลเดิมจึงมีเสียงอยู่ 259 เสียง และฝ่ายค้านเดิมมีเสียงอยู่ 233 เสียง

ตามมาตรา 159 วรรคสาม การเห็นชอบให้ใครได้เป็นนายกฯ จะต้องใช้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของที่มีอยู่ ไม่ใช่แค่เสียงข้างมาก ดังนั้น คนที่จะได้เป็นนายกฯ ต้องมีเสียงมากกว่า 246 เสียง หรือ 247 เสียงขึ้นไป

ถ้าคิดว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยไม่มีทางที่จะกลับมาร่วมงานกันได้อีกแล้วในสภาชุดนี้ และเมื่อพรรคภูมิใจไทยสามารถดึงเอาเสียงจากพรรคกล้าธรรมพร้อมงูเห่าได้แล้ว 31 เสียง และกลุ่มคุณสุชาติอีก 18 เสียงมาร่วมด้วย เท่ากับว่าตอนนี้ทางฝั่งพรรคเพื่อไทยมีเสียงอยู่ = 259-31-18 = 210 เสียง ในขณะที่ฝั่งพรรคภูมิใจไทยมีเสียงอยู่ = 69+20+1+1+31+18 = 140 เสียง

ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนี้ และพรรคประชาชนตัดสินใจงดออกเสียง ไม่ขอร่วมตัดสินใจอะไรเลย ยังไงประเทศก็จะไม่มีทางได้นายกรัฐมนตรีได้ เพราะแม้ว่าฝั่งพรรคเพื่อไทยจะรวมเสียงได้มากกว่าฝั่งพรรคภูมิใจไทยก็ตาม แต่เสียงที่รวมได้ก็ยังไม่ถึง 247 เสียง ซึ่งเป็นเสียงที่เกินกึ่งหนึ่งของเสียงที่มีอยู่ในสภา

ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนี้ และไม่มีทีท่าใดๆ ที่จะเปลี่ยนแปลง และทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยก็ต่างรับเงื่อนไขข้อเสนอของพรรคประชาชน คือ

1. เป็นนายกฯ เพื่อนำไปสู่การยุบสภา

2. ทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับด้วย ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง

3. พรรคประชาชนไม่ขอร่วมรัฐบาล

พรรคประชาชนก็ต้องตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่ง มิฉะนั้น บ้านเมืองก็จะถึงทางตัน ติดหล่มรัฐธรรมนูญ 2560 ไปไหนไม่ได้เสียที

อีกทางหนึ่งที่เป็นทางออกก็คือ พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อนายกฯ คนอื่นที่ไม่ใช่คุณชัยเกษม เพื่อดึงเอาเสียงที่ทางฝั่งพรรคภูมิใจไทยดึงไปได้แล้วกลับมา เพื่อให้มีเสียงรวมกันเกิน 246 เสียง ซึ่งชื่อที่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะดึงเสียงที่ออกไปแล้วให้กลับมาได้ แถมยังอาจจะสามารถดึงเอาเสียงจากพรรคพลังประชารัฐกลับไปได้ ก็น่าจะมีอยู่เพียงคนเดียวนั่นก็คือ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

ถ้าเป็นไปในทางนี้ ก็คงไม่จำเป็นต้องพึ่งเสียงจากพรรคประชาชนแล้ว

ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือ คุณภูมิธรรม รักษาการนายกฯ ยุบสภา หรือถ้าพรรคการเมืองอื่นๆ ดึงกันไปดึงกันมา จนจัดตั้งรัฐบาลได้โดยไม่เอาพรรคประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็จะดีที่สุด เพราะไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็ไม่มีทางใดที่จะเป็นทางออกที่ดีของประเทศ พรรคประชาชนจึงน่าจะต้องตัดสินใจในกรณีที่บ้านเมืองถึงทางตันแล้วจริงๆ คือ ถ้าไม่เลือก บ้านเมืองก็ไปไม่ได้ ก็คงต้องพิจารณาว่าทางเลือกไหนก่อให้เกิดผลเสียน้อยที่สุด และคงต้องจำใจเลือกทางนั้น เราจึงต้องออก TOR มากำกับแนวทางในการเลือกของเรา เพราะเรายังคงเชื่อว่าทางออกที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองที่อยู่ในสภาวะโกลาหล ก็คือการยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน

ส่วนกรณีที่หลายท่านกรุณาเตือนว่า ต้องพิจารณาด้วยว่าทางไหนมีโอกาสที่จะถูกตระบัดสัตย์หักหลังได้มากกว่าด้วย ผมบอกตรงๆ ว่าผมเผื่อใจเอาไว้ล่วงหน้าเลยครับว่า “ทั้ง 2 ทางในที่สุดแล้ว ไม่ว่าทางไหนก็คงคิดหักหลังเราหมดแหละครับ” การเมืองมันโหดร้าย คนโดนมาก่อนจะไม่รู้จักจำเลยก็คงไม่ใช่ ดังนั้นอย่าไปคิดครับว่าคนนี้จะหักหลัง คนนั้นไม่หักหลัง ให้คิดว่าทั้ง 2 ทางหักหลังเราหมด แล้วมาคิดกันต่อว่าทางไหนที่เราจะพอมีกลไกในการผูกมัดบังคับไม่ให้เขาหักหลังเราง่ายๆ น่าจะดีกว่า

เอาเป็นว่ายุบสภาน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด หรือถ้าแต่ละพรรคไปจับกันเองได้โดยไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกับพรรคประชาชน ก็เอาทางนั้นก่อนได้เลย เราคงจะเลือกแบบจำใจต้องเลือกเมื่อบ้านเมืองถึงคราวจำเป็นแล้วจริงๆ ครับ

ผมยอมรับตรงๆ เลยว่า ไม่ว่าเลือกทางไหนก็ไม่พ้นโดนด่า ดังนั้น การตัดสินใจจะต้องไม่คิดว่าทางไหนจะไม่ถูกด่า หรือทางไหนจะถูกด่าน้อยกว่า เรื่องพรรคถูกด่าผมว่าเรื่องเล็ก ไม่ควรเอามาคิดเลย เอาเป็นว่าถ้าไม่จำเป็นต้องเลือก ก็ขอไม่เลือกดีกว่าครับ แต่ถ้าจำเป็นต้องเลือกเพื่อให้บ้านเมืองไปต่อได้ ก็ต้องกล้าหาญที่จะเลือกทางที่บ้านเมืองเสียหายน้อยที่สุด มีกลไกที่รัดกุมที่พอจะบังคับให้คนที่เราเลือกรักษาสัญญาได้มากที่สุด แต่ก็คงต้องทำใจว่า ต่อให้มีกลไกมัดแน่นแค่ไหน ลิ้นคนเราเวลาที่มันจะตระบัดสัตย์ มันก็พลิกลิ้นได้เสมอ ก็คงต้องเผื่อใจเอาไว้ล่วงหน้า

ณ วินาทีนี้ ในขณะที่พรรคประชาชนตัดสินใจว่า “ยังไม่ตัดสินใจ” ก็วิเคราะห์ได้ประมาณนี้ครับผม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top