Tuesday, 9 June 2026
Hard News Team

‘เอม พินทองทา’ โพสต์ซึ้ง!! ถึง น้องสาว ‘แพทองธาร’ สง่างาม!! จนนาทีสุดท้าย ที่ก้าวออกจากทำเนียบ

(30 ส.ค. 68) ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ล่าสุด 'เอม' พินทองทา ชินวัตร พี่สาวของ แพทองธาร โพสต์ข้อความคลิปวิดีโอและข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @aimpintongta ความว่า วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 อีกหนึ่งวันที่จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป จากมุมมองของเอม...ความเข้มแข็งและแข็งแกร่งของใจ ต้องขนาดไหน...ถึงจะรวบรวมสติ...เดินลงมาและพูดจากใจ การจัดการอารมณ์และย่อยสิ่งต่างๆ ในช่วงเวลาไม่กี่นาที มันช่างน่าทึ่ง...

การพูดครั้งสุดท้ายที่ทำเนียบรัฐบาลของนายกในดวงใจ...ยังคงมีแต่ความจริงใจเหมือนทุกๆ ครั้ง สำหรับเราที่ยืนฟังข้างๆ นั้น มันท่วมท้น และกินใจ....สง่างาม..จนนาทีสุดท้ายที่ก้าวออกจากทำเนียบ

คุณค่าและความดีในตัวของน้องไม่ได้ลงหรือจางหายไปไหน...ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนค่าและละความมุ่งหวังเจตนาดีของน้องไปได้...แต่กลับยิ่งทำให้เราได้มีประสบการณ์ ได้มีโอกาสผ่านบททดสอบของชีวิตที่ท้าทายแล้วท้าทายอีกนี้...และเพิ่มความแข็งแกร่งให้ใจเราไปอีก อะไรเกิดแล้วย่อมดีเสมอ

เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ เยี่ยมกิจกรรม “ญาติเยี่ยมทหารใหม่ ผลัดที่ 2/68” ให้กำลังใจน้องเล็กกองทัพเรือ และครอบครัว ทั้ง 5,389 คน ยืนยันการดูแลเสมือนลูกหลาน ภายใต้ความปลอดภัยสูงสุด

(30 ส.ค. 68) พล.ร.ท. อดิศักดิ์ แจงเล็ก เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ (จก.ยศ.ทร.) เยี่ยมชม และพบปะพูดคุยกับครอบครัวของทหารใหม่ ในกิจกรรม “ญาติเยี่ยมทหารใหม่ ผลัดที่ 2/68” โดยมี น.อ. ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ศฝท.ยศ.ทร. ให้การต้อนรับ ณ บริเวณพื้นที่โดยรอบอาคารกองบังคับการ ศฝท.ยศ.ทร. ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 - 31 ส.ค.68 มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทหารใหม่ และญาติ รวมถึงสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ให้แก่ครอบครัวของทหารใหม่ได้เห็นผลของการฝึกอบรม และการดูแลทหารใหม่ตลอดระยะเวลา 1 เดือน ที่เข้ามาเป็น “น้องเล็กของกองทัพเรือ” ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในแนวทางของการฝึกอบรมทหารใหม่ของกองทัพเรือยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ทหารใหม่ ผลัดที่  2/68 ระหว่าง 1 ส.ค. 68 - 30 ก.ย. 68 เข้ารับการฝึกอบรมฯ เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ 1 ส.ค. 68 - 30 ก.ย. 68 เพื่อปรับสภาพจากพลเรือนให้เป็นทหารเรือที่เข้มแข็ง องอาจ พร้อมปฏิบัติงานในหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือต่อไป

โดยในวันนี้มีครอบครัวของทหารใหม่ร่วมกิจกรรม จำนวน 5,389 คน ทหารใหม่ จำนวน 1,001 นาย และยานพาหนะ จำนวน 1,300 คัน  

ในการนี้ จก.ยศ.ทร. ยืนยันกับครอบครัวทหารใหม่ถึงการฝึกอบรม และการดูแล ว่า “…ขอให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และญาติของน้องทหารใหม่เชื่อมั่นว่า การฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 2/68 ณ ศฝท.ยศ.ทร. ตลอดระยะเวลา 2 เดือน จะทำให้ทหารใหม่ปรับสภาพจากพลเรือนเป็นสุภาพบุรุษทหารเรือที่เข้มแข็ง องอาจ พร้อมกันนี้ขอให้มั่นใจได้ว่า เราจะดูแลทหารใหม่ด้วยความเมตตาเสมือนลูกหลานหรือญาติมิตรของเรา และด้วยความปลอดภัย…”

โอกาสนี้ จก.ยศ.ทร. ได้ให้กำลังใจแก่ผู้บังคับบัญชา และครูฝึกของ ศฝท.ยศ.ทร. และขอให้คำนึงถึงมาตรการในการดูแลทหารใหม่ให้อยู่ในกรอบของความปลอดภัยสูงสุด ตามที่ผู้บัญชาการทหารเรือกำหนดให้เป็นปีแห่งความปลอดภัยของกองทัพเรือ “Navy-Safety 2025”

พรรคประชาชน ประกาศชัด!! จะโหวตรัฐบาลใหม่ แต่ขอไม่เอี่ยว ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา!! พร้อมของแถม!! ดันแก้รัฐธรรมนูญ

ดูเหมือนว่า พรรคประชาชนประกาศชัด จะโหวตให้มีรัฐบาลใหม่ แต่ตัวเอง “ขอไม่เอี่ยว” เหมือนจะหล่อ ๆ ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น แถมยังได้สิทธิพิเศษนั่งวิจารณ์ นั่งซ้ำเติม ได้คะแนนนิยมฟรี ๆ ไปอีกต่างหาก เรียกว่าหลอกขายฝัน หลอกขายไอเดีย เตรียมปูทางสู่การเลือกตั้งในอนาคต แถมยังมีของแถมคือดันแก้รัฐธรรมนูญในกรอบเวลา 4 เดือนที่เหลืออยู่

แต่ตรงนี้แหละครับ ที่อันตราย… ช่วงเวลา 4 เดือนข้างหน้านี้อาจกลายเป็นเวทีทองของการ “ลักไก่” ผลักดันกฎหมาย สอดไส้รัฐธรรมนูญที่แฝงเจตนาซ่อนเร้น อาจบ่อนทำลายสถาบัน ลดทอนระบบราชการ และกระเทือนรากฐานสังคมไทยอย่างเงียบ ๆ

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราคนไทยทุกคนต้องทำไม่ใช่แค่นั่งดู แต่ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา จับจ้อง ติดตาม เปิดโปง และสกัดแผนแอบแฝงเหล่านี้อย่างรู้เท่าทัน ไม่งั้น “หล่อ ๆ ลอยตัว” ของพรรคประชาชน อาจกลายเป็น “หล่อหลอก” ที่ทำให้ทั้งประเทศต้องมานั่งแก้ปัญหาในภายหลัง

หนังยาวที่ชื่อ Trump’s Tariffs ศาลอุทธรณ์อเมริกา สั่งให้ แพ้คดี

(30 ส.ค. 68) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีใจความว่า...

หักมุมอีกรอบ !!

สำหรับหนังยาวที่ชื่อ Trump’s Tariffs 
ศาลอุทธรณ์อเมริกา สั่งให้ President Trump แพ้คดี
เพราะใช้อำนาจเกินตัว

ยึดอำนาจที่เป็นของรัฐสภา มาใช้ในการขึ้น Tarifffs ใส่ทุกประเทศ
พร้อมบอกว่า ขาดดุลการค้าเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่อง “ฉุกเฉิน“
แต่ …..

1. ผลของคำพิพากษา ยังไม่ใช้บังคับจนกระทั่ง 14 ตุลาคม
ให้เวลานำไปขึ้น Supreme Court ขอให้พิจารณา

2. ผลจะบังคับใช้ เฉพาะบริษัทที่นำมาฟ้อง
- V.O.S. Selections, Inc. (ขายไวน์)
- Plastic Services and Products, LLC (ขายท่อ)
- MicroKits, LLC (ขายของเล่น)
- FishUSA Inc (ขายอุปกรณ์ตกปลา)
- Terry Precision Cycling LLC (ขายจักรยานและอุปกรณ์)
- อื่นๆ ที่ร่วมฟ้อง
ซึ่งเป็นส่วนน้อยมาก
บริษัทที่เหลือต้องให้ศาลล่างตัดสินอีกทีว่า จะมีผลไปถึงหรือไม่

3. ที่สำคัญที่สุด … ยังดีใจไม่ได้
เพราะหนังเรื่องนี้ 
คงไม่จบง่ายๆ แบบนี้
เพราะศาลอุทธรณ์ลงคะแนนกัน 7-4 
โดยมีผู้พิพากษาอีก 1 ท่านไม่ได้เข้าร่วม
6 ใน 7 คนที่สั่งให้ทำเนียบขาวแพ้คดี
เป็นผู้พิพากษาที่ Clinton, Obama และ Biden แต่งตั้ง มีเพียง 1 คนใน 7 ที่มาจาก George H. W. Bush !!

ดังนั้น President Trump จึงบอกว่า 
ผู้พิพากษากลุ่มนี้เอียงซ้าย 
ไม่เข้าข้าง ไม่ยุติธรรมกับ ทำเนียบขาว  
ขอให้รอให้ถึงมือ Supreme Court 
แล้วมาเจอกัน
เพราะศาลสูงสหรัฐฯ ที่มีผู้พิพากษา 9 ท่าน
6 ใน 9 ตั้งโดย George H.W. Bush, George W. Bush และ President Trump !!
คราวนี้ ศาลก็คงจะเอียงมาอีกข้าง 
งั้นช่วงนี้ …
ขอทุกคนอย่าเพิ่งดีใจ
ให้รอดูไปก่อน

นอกจากนี้ … ถ้าสุดท้ายแล้ว จะแพ้จริงๆ ในเรื่องนี้
ยังมีอำนาจอื่นๆ ที่ President Trump สามารถเอามาใช้ ในการขึ้น Tariffs ได้อยู่ดี
Tariffs จะอยู่กับเราอีก 3.5 ปี 
เพราะ ท่านประธานาธิบดีเชื่อและชอบ !!

ดังนั้น รอบนี้ให้คิดว่า 
เป็นการวางพลอตหักมุม ให้เร้าใจ 
ทำให้ยากขึ้นอีกนิด
แต่ไม่ยากเกินเอื้อม
กรุณาโปรดติดตามชมตอนต่อไป
ตามที่ท่านประธานาธิบดีชอบจบที่ท่านโพสต์ว่า

Thank you for your attention to this matter.  

3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย!! ไปแล้ว 2 เหลือหนึ่งเดียวคนนี้ ‘ชัยเกษม นิติสิริ’ ผู้เคยออกตัวว่า “โอกาสเป็นนายกฯ จะมาลงที่ตนมันยาก”

(30 ส.ค. 68) ย้อนอดีต เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2566 ที่ธันเดอร์โดม สเตเดียม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย จัดงานปราศรัยใหญ่ ภายใต้แนวคิด ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ตอน One Team for all Thais : หนึ่งทีมเพื่อไทยทุกคน’

เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนของพรรคเพื่อไทย ตามที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ได้นำชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อชิงตำแหน่ง ‘นายกรัฐมนตรี’

เมื่อถามนายชัยเกษมว่า รู้สึกตื่นเต้นหรือไม่ ที่ได้ตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง นายชัยเกษม กล่าวว่า ไม่เห็นมีเหตุที่จะต้องตื่นเต้น

ระหว่างนั้น น.ส.แพทองธาร กล่าวเสริมติดตลกว่า "เก่าแล้วๆ" 

ก่อนที่ นายชัยเกษม จะกล่าวต่อว่า รู้สึกเฉยๆ เพราะโอกาสเป็นนายกฯ จะมาลงที่ตนมันยาก ทำให้ น.ส.แพทองธาร หัวเราะ นำศีรษะพิงไหล่นายชัยเกษม พร้อมกล่าวว่า "อาจารย์พูดแบบนี้ได้อย่างไร" 

ขณะที่ นายเศรษฐากล่าวเสริมว่า "อ.ชัยเกษม พูดถ่อมตัวมาก"

5 เม.ย.2566 

ธันเดอร์โดม สเตเดียม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 

พรรคเพื่อไทย จัดงานปราศรัยใหญ่ 

ภายใต้แนวคิด ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ตอน One Team for all Thais : หนึ่งทีมเพื่อไทยทุกคน’

'ภูมิธรรม' หยาม!! ‘ภูมิใจไทย’ ตั้งรัฐบาล!! แค่โฆษณาชวนเชื่อ

(30 ส.ค. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประกาศตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ไม่เป็นไร ให้ประกาศไป แต่ภท.มีอะไรมัดใจได้ถึงกล้าประกาศเช่นนั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ภท.ประกาศตัวเลขกว่า 280 เสียงโดยมีเสียงของพรรคประชาชน (ปชน.) รวมอยู่ด้วย นายภูมิธรรม กล่าวว่า เขาถามปชน.แล้วหรือยัง พรรคปชน.ยังไม่ได้บอกว่าจะจับมือกับภท. เพียงแต่เสนอเงื่อนไขออกมาและยังไม่ปิดเงื่อนไข ตนมองว่าปชน.จะรอจนครบถ้วนทั้งหมดก่อนตัดสินใจ และมองว่าหากต้องตัดสินใจระหว่างพรรคพท.กับพรรคภท. ใครมีความเหมาะสมมากที่สุด การที่ประกาศ 280 เสียง โดยมีเสียงของพรรคปชน.ทั้งที่พรรคปชน.ยังไม่ประกาศอย่างชัดเจน อันนี้ถือว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่อ วันนี้ตนเชื่อว่าพรรคปชน.ยังต้องใช้เหตุใช้ผลอย่างเต็มที่ อีกทั้งข้อเสนอที่พรรคปชน.เสนอมานั้น สำหรับพรรคพท.ก็ไม่มีอะไรที่ขัดข้องหมองใจ ทั้งเรื่องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องการทำประชามติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนเคยเป็นประธานผลักดันมาก่อน ตนจึงมองว่าพรรคปชน.คุยกับพรรคพท.ง่ายกว่าพรรคภท. ให้สื่อไปลองถามพรรคปชน.ดู เพราะวันที่ 29 สิงหาคม น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ก็พูดแล้วว่าอยากให้ลืมอดีต ร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งพรรคพท.ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

เมื่อถูกซักว่าตอนนี้ พรรคพท.ได้พูดคุยกับพรรคปชน.บ้างแล้วหรือยัง นายภูมิธรรม ตอบว่า ตอนนี้เริ่มมีการติดต่อกันบ้างแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การพูดคุยจะง่ายหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้เหมือนแยกทางกันไม่ลงรอยเท่าไหร่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้ปัญหาเรื่องประเทศชาติเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แล้วถามว่าการไม่ลงรอยกันนั้น แล้วพรรคปชน.ลงรอยกับพรรคภท.หรือ? แล้วเรื่องเขากระโดง วันนี้พรรคภูมิใจไทยพูดได้ทุกเรื่องเพราะมีเรื่องที่ตัวเองต้องจัดการ เป็นเรื่องที่เขาห่วงใยเสียมากด้วย ทั้งเรื่องเขากระโดง เรื่องฮั้วสว. ถามว่าพรรคปชน.ยอมรับสิ่งเหล่านี้ได้หรือ

ประเด็นที่สื่อถามย้ำว่า ที่บอกว่าเริ่มคุยกันแล้วจะไปเทียบเชิญอย่างเป็นทางการหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า การเมืองต้องคุยให้จบก่อน การส่งเทียบเชิญถือเป็นที่หลังสุด ประกาศตรงนั้นก็เสนอชื่อนายกฯได้เลย ตอนนี้ความคืบหน้าไปได้ดีพอสมควรแล้ว

ถามว่า พรรคภท.ตั้งโต๊ะแถลงข่าวประกาศพร้อมเป็นนายกฯแล้ว แต่ในส่วนของพรรคพท.ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมเสียง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ใช่ เข้าใจผิดแล้ว พรรคภท.พยายามประกาศตัวเองเพื่อดึงคนอื่น แต่เราเป็นรัฐบาล ตอนนี้มีอำนาจเต็ม ไม่ว่าจะโยกย้ายข้าราชการ จ่ายงบฉุกเฉิน เราทำได้หมด รวมถึงการยุบสภา เพราะฉะนั้น ภท.ประกาศบนความว่างเปล่า มันตั้งได้หรือ อันนี้ต้องให้หัวหน้าพรรคภท.นั่งคิดมากๆ ก่อนว่าพูดอะไรออกมา ถ้าเลื่อนลอย ความเชื่อถือของคุณจะมีหรือไม่ พรรคพท.ได้รับการมอบหมายให้ดึงคนเข้ามาให้มากขึ้น และพรรคร่วมพูดกันจับมือกันชัดเจนแล้ว ฉะนั้นตนว่าพรรคภท.ฝันกลางวันหรือไม่

สื่อถามอีกว่าพรรคกล้าธรรม ยังร่วมรัฐบาลอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้เหมือนกับการล้างแล้วไปคุยกันใหม่ ตนเห็นว่าคนที่พรรคภท.บอกว่าจะไปร่วมด้วย ก็ยังไม่มีใครตัดสินใจ ในส่วนของพรรคพท.และพรรคร่วมฯ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ก็มีการจับมือกันให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้วันเวลาเมื่อไหร่ที่จะยื่นให้สภาพิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึง การหารือเรื่องอำนาจการยุบสภาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ต้องหารือ ถ้าเราจะยุบเราก็ยุบเลย หากใครขัดข้องก็สามารถไปฟ้องได้ ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต้องมาถกเถียงในเรื่องที่เราเชื่อว่าไม่มีปัญหา เราเชื่อว่าไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ขณะนี้เป็นกระบวนการสร้างข่าวทำให้รู้สึกว่าไม่แน่ใจ รู้สึกว่ารัฐบาลมีปัญหา แต่ตนยืนยันว่าไม่มีปัญหา และการตั้งรัฐบาลยังไม่จบง่ายๆ

อีกคำถามว่า มีเหตุผลอะไรทำให้คิดว่าจะต้องตัดสินใจยุบสภา นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ตัดสินใจ เราคิดว่าอะไรเป็นประโยชน์ที่สุด หากต้องยุบสภาก็ยุบ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งไปพูด เอาตั้งรัฐบาลให้ได้ก่อนและแก้ปัญหาประเทศให้ได้ และยืนยันวันนี้ยังไม่มีการยุบสภา ระยะเวลาใกล้ๆนี้ก็ยังไม่ยุบ ต้องแก้ปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อย

ซักถามถึงกรณีที่ว่า ถ้ารวมเสียงไม่ได้ 250 เสียงจะใช้วิธียุบสภาหรือไม่ นายภูมิธรรม ตอบว่า “ไม่มีถ้า มีแต่ปัจจุบัน”
 
สื่อยังถามถึงเงื่อนไขของพรรคปชน. ที่ให้เวลา 4 เดือนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยุบสภาทันหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดไกลเกิน มันเป็นเรื่องที่เขาเสนอแล้วต้องคุยกัน แต่เป็นทิศทางเดียวกันที่เราอยากเห็นประชาธิปไตย เราอยากเห็นการเมืองเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ไม่อยากเห็นการบิดเบือนผิดเพี้ยน ไม่อยากเห็นการทำงานนอกระบบสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจสร้างองค์กรอิสระต่างๆ อันนี้ต่างหากคือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจะคุยกัน

ผู้สื่อข่าวถามปิดท้ายว่า มี สส.ของพรรคพท.ประกาศจะไปอยู่กับพรรคภท. เราได้พูดคุยหรือตรวจสอบแล้วหรือยัง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ได้พูดคุย เป็นสิทธิในการตัดสินใจทางการเมือง ซึ่งต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของตนเอง

ส่วนกรณีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคพท.ที่ไปโชว์ตัวกับภท.และอ้างว่ามีเสียง สส.ในมือ 10 กว่าเสียง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ที่ชัดเจนคือนายศักดิ์ดา คนอื่นๆ ยังไม่เห็น ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นปัญหาอะไร

‘สมชัย’ โพสต์วิจารณ์!! ‘แพทองธาร’ ชี้!! หากลาออก สถานการณ์คงไม่ลุกลาม

(30 ส.ค. 68) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'ปั่นไปไหน - สมชัย ศรีสุทธิยากร' ระบุว่า เมื่อไม่ฟัง “ชี้ทางบรรเทาทุกข์”

ข้อเสนอให้แพทองธารแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง นับแต่วันที่คลิปเสียงหลุด 18 มิถุนายน 2568 หากมีการตอบสนอง สถานการณ์คงไม่พัฒนามาถึงวันนี้

จะไม่มี สว. 38 คน เข้าชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ไม่มีคนไปยื่น ปปช. ข้อหาละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่มีคนไปแจ้งดำเนินคดีอาญาข้อหาด้านความมั่นคงที่รุนแรง

จะไม่มีการวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งเนื่องจากขาดคุณสมบัติรัฐมนตรีในเรื่องจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีผลให้ไม่สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีตลอดชีวิต

คำวินิจฉัยที่ผูกพันทุกองค์กร ยังเป็นฐานในคดีใน ปปช. ที่ถูกร้องในความผิดเดียวกัน ให้เจอโทษที่สูงขึ้น คือ ตัดสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และอาจตัดสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปีด้วย

ส่วนข้อกล่าวหาในคดีอาญาเกี่ยวกับความมั่นคงที่มีโทษจำคุกและสูงสุดถึงประหารชีวิต แม้จะไม่เกี่ยวกับเรื่องจริยธรรม ยังต้องรอคำวินิจฉัยกลางที่เป็นทางการว่าจะมีส่วนใดที่กล่าวถึงพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงบ้าง แม้กระบวนการนี้จะยาวนาน แต่ก็เป็นภาระในชีวิต ต้องขึ้นลงศาลอีกหลายปี

บทเรียนในเรื่องนี้ คือ การที่ต้องคิดและตัดสินใจเอง ไม่ฟังคนรอบข้างที่ยกยอปอปั้น สร้างมายาคติว่าเราไม่ผิด ศาลไม่ลงโทษ เจรจาได้ ยังมีดีลกับผู้มีอำนาจ ฯลฯ 

คนเหล่านั้น เราอยู่เขาได้ประโยชน์ แต่เราโดนโทษโดนคนเดียว และวันนี้ เขาเดินหน้าช่วงชิงกันจัดตั้งรัฐบาล ทิ้งเราไว้ข้างหลัง
คำยกยอปอปั้นและคำปลอบประโลม คืออากาศธาตุ แต่ผลของคดีในปัจจุบันและอนาคต คือของจริงที่สัมผัสได้

'รศ.ดร.เจษฎา' ชี้การเมืองไทย โหวตฝ่ายไหนก็โดนด่า ไม่โหวตก็ถูกด่า แถมได้ 'ลุง' กลับมา

(30 ส.ค. 68) รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า …

ไม่ว่าส้ม จะโหวตให้น้ำเงิน หรือให้แดง 
ก็โดนด่าอยู่ดี 
ไม่โหวตให้ใครเลย ก็โดนด่าอยู่ดี 
(แถมได้ลุงกลับมาด้วย) 

'ปฐม อินทโรดม' ชี้บางสาขามหาวิทยาลัย จบแล้วไร้งานทำ วนลูปต่อโท-เอก ก่อนกลับมาเป็นอาจารย์สอนรุ่นใหม่

(30 ส.ค. 68) นายปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) และกรรมการสภาดิจิทัล (DCT) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า …

บางสาขาในมหาวิทยาลัยจบปริญญาตรีมาแล้วไม่มีงานทำ 
สุดท้ายก็ต้องเรียนต่อโท ต่อเอก แล้วก็กลายเป็นอาจารย์
เพื่อสอนลูกศิษย์รุ่นใหม่ ที่เรียนจบมาแล้ว ว่า …
จะไม่มีงานทำ เหมือนกัน

‘นิพิฏฐ์’ โพสต์ซัด!! สส. แตกพรรค สะท้อนยุทธศาสตร์ ‘โจโฉ’ การเมืองไทย

(30 ส.ค. 68) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ' ระบุว่า โจโฉ ผู้ยอมทรยศคนทั้งโลก แต่ไม่ยอมให้โลกทรยศ

- ภาพที่สส.แตกกระสานซ่านเซ็นออกจากพรรคเดิม มาสวามิภักดิ์คุณอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ต่างกับการทรยศหรือหักหลังพรรคร่วมรัฐบาลเดิม 

-หากเปรียบเหมือนวรรณกรรม 'สามก๊ก' ก็เหมือน 'โจโฉ' ที่ยอมสังหารทุกคน เพื่อแผนในการฆ่า 'ตั๋งโต๊ะ' ดังคำกล่าวของยาขอบ ที่ว่า ‘ผู้ยอมทรยศคนทั้งโลก ดีกว่าให้คนทั้งโลกทรยศ’

-หากเปรียบการเมืองตอนนี้ คุณทักษิณ ชินวัตร ก็เปรียบเหมือนโจโฉ ที่กำลังถูกทรยศจากสส.พรรคร่วมรัฐบาลเดิม อยู่ที่ 'ทักษิโฉ' คนนี้จะยอมถูกทรยศหรือไม่ หากไม่ยอมถูกทรยศ ก็เพียงชักกระบี่ และ แสดงอานุภาพแห่งกระบี่ดาบสุดท้าย “ยุบสภา” ให้ตายตกไปตามกัน ก็ต้องดูว่า 'ทักษิโฉ' จะชักกระบี่สังหารหรือไม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top