Tuesday, 9 June 2026
Hard News Team

สหรัฐฯ เพียงชาติเดียวโหวตค้าน UN กรณีวิกฤตขาดอาหารในกาซา แม้ WFP เตือนประชาชนหลายแสนคน…เสี่ยงอดอยากขั้นรุนแรง!!

(28 ส.ค. 68) สหรัฐอเมริกาเป็นเพียงชาติเดียวของสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ปฏิเสธการรับรองคำแถลงร่วมเกี่ยวกับวิกฤตขาดอาหารในฉนวนกาซา จากที่ประชุมของ UNSC เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเน้นหารือเรื่องความอดอยากในกาซา และเหตุโจมตีโรงพยาบาลนัสเซอร์ของอิสราเอล ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบราย รวมถึงนักข่าวด้วย

ตัวแทนอิสราเอลประจำ UN แดนนี ดานอน (Danny Danon) อ้างว่าการสำรวจของ UN IPC สองครั้งในกาซา มีข้อมูลบางส่วนที่ถูกซ่อน ซึ่งไม่ได้แสดงถึงภาวะอดอยากในฉนวน พร้อมเรียกร้องให้ IPC ถอนรายงานที่บิดเบือน

ด้านโครงการอาหารโลก (WFP) ของ UN ยืนยันระดับวิกฤตของความอดอยากในกาซาครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้งในปี 2023 โดยรายงานล่าสุดชี้ว่ามีประชาชนกว่า 640,000 คนจะเผชิญความอดอยากขั้นรุนแรง 

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันถือเป็นระดับสูงสุดของความขาดแคลนอาหาร โดย WFP ระบุว่าภาวะอดอยากรุนแรงในกาซาเข้าขั้นวิกฤตที่สุด นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ต่อการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

จีนประกาศจัดอันดับ 500 บริษัทเอกชนรายใหญ่ปี 2025 JD.com ครองแชมป์ต่อเนื่อง หลังกวาดรายได้ทะลุ 1.16 ล้านล้านหยวน

(28 ส.ค. 68) จีนเผยรายชื่อ 500 บริษัทเอกชนรายใหญ่ปี 2025 โดย JD.com อีคอมเมิร์ซ ครองอันดับ 1 ตามด้วย Alibaba (China) และ Hengli Group ซึ่งทั้งสามยังครองตำแหน่งผู้นำต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนพลังการเติบโตของภาคเอกชนจีนอย่างชัดเจน

การจัดอันดับจัดทำโดย สมาพันธ์อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมแห่งชาติจีน (ACFIC) และประกาศที่การประชุมสุดยอด 'China Top 500 Private Enterprises' ในนครเสิ่นหยาง โดยมีบริษัทเข้าร่วมสำรวจมากถึง 6,379 ราย ซึ่งแต่ละแห่งมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านหยวนในปี 2024

ผลสำรวจระบุว่า เกณฑ์ขั้นต่ำของการติดอันดับพุ่งเป็น 27,000 ล้านหยวน ขณะที่รายได้รวมของ 500 บริษัทแตะ 43.05 ล้านล้านหยวน โดย JD.com ทำสถิติเป็นเอกชนจีนรายแรกที่มีรายได้ทะลุ 1.16 ล้านล้านหยวน ถือเป็นก้าวสำคัญในวงการธุรกิจเอกชนจีน

นอกจากนี้ ความสามารถทำกำไรของบริษัทชั้นนำก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยมี 361 บริษัทที่รายได้เติบโตจากปีก่อน รวมกำไรสุทธิแตะ 1.8 ล้านล้านหยวน หรือเฉลี่ยกว่า 3.6 พันล้านหยวนต่อบริษัท เพิ่มขึ้นราว 6.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

สวนนงนุชพัทยา จัดโปรแรง 'ไทยเที่ยวไทย' มา 3 จ่าย 2 ตลอดเดือนกันยายน


นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา จัดโปรโมชั่นพิเศษเอาใจนักท่องเที่ยวในแคมเปญ 'ไทยเที่ยวไทย' เพียงมา 3 ท่าน จ่ายเพียง 2 ท่าน สำหรับบัตรผ่านประตู ตั้งแต่วันที่ 1–30 กันยายน 2568 เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีสิทธิพิเศษอีกมากมาย ได้แก่เด็กสูงไม่เกิน 140 ซม. (ที่มากับครอบครัว) และผู้พิการ เข้าฟรีทุกวัน ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าฟรีทุกวันศุกร์ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป เข้าฟรีทั้งปี โดยไม่มีเงื่อนไข


นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับการแสดงสุดอลังการ 'นงนุชโชว์' และการแสดงช้างแสนรู้ ที่โรงละครสกาลา วันละ 4 รอบ (เช้า 2 รอบ – บ่าย 2 รอบ) พร้อมตื่นตากับสวนสวยกว่า 60 สวน บนพื้นที่กว่า 1,700 ไร่ อาทิ สวนตะบองเพชร 1 และ 2, สวนลอยฟ้า, สวนกล้วยไม้ และเนิร์สเชอรี่ไม้ประดับหลากหลายชนิด

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานสะสม สามารถเข้าชม พิพิธภัณฑ์พุทธคุณ ที่รวบรวมพระเครื่องเก่าอายุกว่า 100 ปี และพิพิธภัณฑ์รถแปลกหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าสวนรถ1และ2 ส่วนเด็ก ๆ จะได้สนุกสนานกับการผจญภัยท่ามกลางไดโนเสาร์กว่า 1,700 ตัว สวนนงนุชพัทยา เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nongnoochpattaya.com

นักเศรษฐศาสตร์เตือน อังกฤษมีโอกาสเข้าสู่วิกฤตหนี้แบบยุค 1970 จากฝีมือ รมว.คลัง ขึ้นภาษีแถมไม่หยุดจ่าย อาจต้องพึ่ง IMF

(28 ส.ค. 68) นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า แผนการใช้จ่ายและขึ้นภาษีของ ราเชล รีฟส์ (Rachel Reeves) รัฐมนตรีคลังอังกฤษ อาจผลักประเทศเข้าสู่วิกฤตหนี้สาธารณะแบบยุค 1970 และอาจต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) หากไม่เปลี่ยนนโยบาย

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การจัดการเศรษฐกิจของรีฟส์อาจทำให้เงินเฟ้อสูง การกู้ยืมเพิ่ม และเศรษฐกิจชะลอตัวซ้ำรอยอดีตยุคที่อังกฤษต้องขอ IMF ช่วยเหลือเมื่อปี 1976 โดยนักวิชาการหลายคนเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับช่วงนั้นว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการล้มละลาย

กลุ่มค้าปลีกใหญ่ในอังกฤษก็เตือนถึงผลกระทบจากภาษีและกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ประเทศเข้าสู่ยุค 'stagflation' หรือเงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจโตช้า ด้านนักการเมืองฝ่ายขวาชี้ว่าการกู้ยืมที่พุ่งสูงเป็นผลจากการบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดของรัฐบาลแรงงาน

รีฟส์อยู่ภายใต้แรงกดดันสูงก่อนงบประมาณฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากการกู้ยืมเพิ่ม 50 พันล้านปอนด์ และคาดว่าเธออาจต้องขึ้นภาษีอีกครั้ง ซึ่งฝ่ายวิจารณ์เตือนว่าจะยิ่งทำให้การเติบโตเศรษฐกิจอ่อนแอลง

สำหรับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษปรับตัวสูงขึ้นจนสูงกว่าสหรัฐฯ และเกือบเท่ากับกรีซ ขณะที่หนี้สาธารณะต่อจีดีพีแตะ 96.3% ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยปีนี้สูงถึง 111.2 พันล้านปอนด์ คิดเป็น 1 ใน 12 ของงบประมาณรัฐบาล

ทั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษยืนยันว่า การอ้างว่าสหราชอาณาจักรกำลังเข้าสู่วิกฤตหนี้เหมือนยุค 1970 ไม่มีมูล ขณะที่โฆษกรัฐบาลชี้ว่ามีการวางแผนการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดอัตราดอกเบี้ย และลงทุนในโรงเรียน โรงพยาบาล และบริการสาธารณะเพื่อประชาชน

สว.สงขลา เร่ง มหาดไทย แก้ปัญหา กลุ่มอิทธิพล ท้องที่ ท้องถิ่น เอี่ยว บีอาร์เอ็น เรียกค่าคุ้มครอง ผู้ประกอบการ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เผย สัปดาห์เดียวมี โรงงานถูก และผู้รับเหมา ถูก วางเพลิง วางระเบิด 3 ราย หลังไม่จ่ายค่าคุ้มครอง

(28 ส.ค. 68) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา จ.สงขลา เปิดเผยถึง สถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัด และ 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา ว่า ในรอบสัปดาห์ ที่ผ่านมา สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจาก กองกำลังติดอาวุธของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น จะมีเป้าหมายต่อ เจ้าหน้าที่รัฐ  โดยการ วางระเบิดคาร์บอมบ์ ต่อชุดคุ้มครองตำบลบ้านศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส แล้ว ยังมีการ วางเพลิง วางระเบิด โรงงานผลิตไฟฟ้า ชีวมวล ที่ ต.กายูคละ อ.แว้ง จ.นราธิวาส วางเพลิง วางระบิด บริษัทเหมืองแร่เอเชีย จำกัด ในพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และการ วางเพลิง เครื่องจักรกล ของ บริษัทซามะสัมพันธ์ ซึ่งเป็นผู้รับเหมาในการก่อสร้างแหล่งน้ำของ ชลประทาน ใน ต.ปล่องหอย อ.กระพ้อ จ.ปัตตานี ซึ่งผู้ประกอบการทั้ง 3 แห่ง ได้รับความเสียหาย เป็นจำนวนมาก และที่เหมืองแร่เอเชีย มีคนงาน ถูกกับระเบิด ขาขาด 1 ราย และ บาดเจ็บ 1 ราย แสดงให้เห็นว่า บีอาร์เอ็น มีเป้าหมายในการ ทำลายเศรษฐกิจ การลงทุนในพื้นที่ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสร้างความ วิตกกังวล ให้กับ เจ้าของกิจการ ผู้ลงทุนรายอื่นๆเป็นอย่างมาก เพราะไม่รู้ว่า ธุรกิจ ของตนเอง จะถูก วางเพลิง วางระเบิด เมื่อไหร่ และมี ผู้ประกอบ หลายราย ได้ ร้องทุกข์มายัง สมาชิกวุฒิสภา ให้เรียกร้องต่อ รัฐบาล และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อ คุ้มครองความปลอดภัยของผู้ประกอบกิจการในพื้นที่ ก่อนที่  อุตสาหกรรม ในพื้นที่จะกลายเป็น เหยื่อ ของ สถานการณ์

โดยผู้ที่ร้องทุกข์กับ สมาชิกวุฒิสภา ได้ให้รายละเอียดว่า หลังการก่อเหตุ บีอาร์เอ็น มีการ แขวนป้ายผ้า ที่มีข้อความว่า การ ก่อการร้าย ต่อ ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ในพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการ ปกป้อง ทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่ให้กับประชาชน ไม่ให้ถูก นายทุน เข้ามาหาประโยชน์ กับ ทรัพยากรในพื้นที่ ห้ามให้มีการ ขุดดิน ,หิน และ ทำเหมืองแร่ แสดงให้เห็นว่า กิจการ ที่เกี่ยวกับ การ ขุดดิน เหมืองหิน เหมืองแร่ จะถูก วางเพลิง วางระเบิด เพื่อให้ เสียหาย และ หยุด กิจการ

นายไชยยงค์ กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้รับจากฝ่ายข่าวในพื้นที่คือ ก่อนที่ จะมีการ วางเพลิง วางระเบิด ต่อ เป้าหมาย มีการเรียกค่าคุ้มครอง จาก”แนวร่วม ในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพล ที่เกี่ยวข้องกับผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และ แต่ เจ้าของกิจการยังไม่ได้ตอบตงลง และบางรายได้แจ้งให้ หน่วยงานความมั่นคงได้รับทราบ บางรายไม่จ่าย เพราะเป็นคนในพื้นที่ เป็นอดีต นักการเมืองท้องถิ่น และเป็นนักการเมืองท้องถิ่น จึงถูก กองกำลังติดอาวุธ ของ บีอาร์เอ็น วางเพลิง และ วางระเบิด เพื่อแสดงถึง อิทธิพล และต้องการให้ ผู้ประกอบการเห็นว่า เจ้าหน้าที่ ไม่สามารถปกป้อง ดูแลความปลอดภัยให้กับ ผู้ประกอบการ และนักลงทุนได้  รวมทั้ง การ ทำลาย เศรษฐกิจ การลงทุน ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น 1 ใน 5 นโยบายของ บีอาร์เอ็น ที่มีการประกาศเป็น ธงนำ เช่น 1 มุ่งเป้าก่อเหตุต่อเจ้าหน้าที่รัฐ 2 มุ่งเป้าก่อเหตุต่อการลงทุนของภาคเอกชน 3 มุ่งเป้าก่อเหตุทำลายสาธารณูประโภคที่เป็นของรัฐ 4 มุ่งเป้าก่อเหตุต่อสถานที่ราชการที่เป็นสัญลักษณ์ของการปกครอง 5.มุ่งเป้าการก่อเหตุเพื่อทำลายความเชื่อมมั่นของอำนาจรัฐในพื้นที่

ที่สำคัญการ เรียกค่าคุ้มครอง มีคนของรัฐในพื้นที่เป็นแนวร่วมของบีอาร์เอ็น ซึ่งคนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยตรง เป็นหน้าที่ของ นายอำเภอ และ ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ต้องเข้าไป ตรวจสอบ และดำเนินการในการ แก้ปัญหา จึงขอเรียกร้องให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย มีมาตรการ ทั้งในการให้การป้องกัน อุตสาหกรรม ในพื้นที่ รวมทั้ง การค้า การลงทุน อย่าให้ถูก วางเพลิง วางระเบิด เกิดขึ้น และให้ ตรวจสอบ เอาผิด กับ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ผู้มี อิทธิพล ที่เป็นคนของ นักการเมือง ซึ่งมีส่วนในการเป็น เครือข่าย ของ บีอาร์เอ็น ในการ เรียกค่าคุ้มครอง จากผู้ประกอบการใน จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดประชุมเชิงปฏิบัติการครูศูนย์ฝึกฯ พัฒนาการสอนวิเคราะห์อุบัติเหตุทางถนน วางรากฐานสู่การขับเคลื่อนมาตรการถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืนในระดับประเทศ

(28 ส.ค. 68) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อนุมัติให้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการแก่ครูอาจารย์ที่ทำหน้าที่ในการสอบวิชาจราจรในศูนย์ฝึกอบรมตำรวจทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาการสอนการวิเคราะห์อุบัติเหตุทางถนน สู่มาตรการถนนปลอดภัย ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย (มนป.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน พร้อมผลักดันการแก้ปัญหาความเสี่ยงหลักร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม

การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการอบรมการวิเคราะห์อุบัติเหตุทางถนนเชิงลึก เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (PRS) ให้กับครู อาจารย์ ตามศูนย์และโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ หัวใจสำคัญของการวิเคราะห์คือ จะมองให้ลึกกว่าคำว่าอุบัติเหตุทางถนนเกิดจากความประมาท หรือการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่อาจเกิดจากขีดจำกัดของมนุษย์ ซึ่งต้องแก้ไขโดยการปรับปรับปรุงเชิงระบบ โดยนำระบบมาช่วยจำกัดข้อผิดพลาดของมนุษย์

ในเวทีประชุมยังได้หยิบยกตัวเลขอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 พบว่าตัวเลขการเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต “เป็นสีเขียว” ในทุกหัวข้อ แสดงถึงทิศทางที่ถูกต้อง แต่ความท้าทายคือจะรักษาตัวเลขที่ดีเช่นนี้ให้ต่อเนื่องได้ทุกปี ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมถือเป็นบุคลากรสำคัญที่จะต้องนำความรู้ไปถ่ายทอดให้นักเรียนนายสิบตำรวจ เพื่อผลิตกำลังพลคุณภาพกระจายสู่ทุกภูมิภาค

ผู้เข้าร่วมยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นที่ที่มีอุบัติเหตุสูงสุด เพื่อใช้ประกอบการวางมาตรการในท้องที่จริง ตลอดจนตั้งคำถามเชิงท้าทายว่า “AI หรือมนุษย์ตำรวจวิเคราะห์ได้ดีกว่ากัน?” ซึ่งคำตอบคือ แม้ AI จะช่วยได้ แต่ก็ยังต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงมนุษย์ควบคู่ เพื่อปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทจริง และการอบรมยังเน้นย้ำความสำคัญของ “ผู้เผชิญเหตุคนแรก” เนื่องจากเมื่อนักเรียนนายสิบตำรวจจบออกไป ทุกนายต้องทำหน้าที่เก็บข้อมูลและพยานหลักฐานเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะเดินทางมาถึง การรู้จักวิเคราะห์หาสาเหตุเบื้องต้น ไม่เพียงช่วยในการสืบสวน แต่ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่เองไม่ตกเป็นผู้ประสบอุบัติเหตุ ลดการบาดเจ็บและการสูญเสียชีวิตได้อีกด้วย

พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จึงไม่เพียงสร้าง “ครูศูนย์ฝึกฯ ต้นแบบ” แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านความปลอดภัยทางถนน และวางรากฐานสู่การขับเคลื่อนมาตรการถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืนในระดับประเทศ

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวระหว่างการเป็นประธานเปิดการประชุมว่า ข้อมูลคือหัวใจของการป้องกันอุบัติเหตุ การสร้างบุคลากรที่สามารถวิเคราะห์และใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้มาตรการความปลอดภัยทางถนนมีความแม่นยำ สอดคล้องกับปัญหาที่แท้จริง และนำไปสู่ถนนที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

‘ใบตองแห้ง’ ชี้ แม่ทัพภาค 2 ไม่ควรเผยไต๋ว่า เตรียมแผน วางแผน เข้ายึดพื้นที่พิพาทชายแดนกัมพูชา

‘ใบตองแห้ง’ ชี้ แม่ทัพภาค 2 ไม่ควรเผยไต๋ว่า เตรียมแผน วางแผน เข้ายึดพื้นที่พิพาทชายแดนกัมพูชา 

แสนสิริ ส่งมอบบังเกอร์ชายแดนไทย–กัมพูชา เสริมความมั่นคงปลอดภัยให้ประชาชนเพิ่มอีก 20 ลูก

นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความและภาพ ผ่านเฟซบุ๊ก ‘เศรษฐา ทวีสิน - Srettha Thavisin’ ว่า โรงงานพรีคาสท์ที่เดิมเริ่มต้นจากการผลิตชิ้นส่วนของที่อยู่อาศัย วันนี้ได้หันมาผลิต 'บังเกอร์' เพื่อเป็นที่หลบภัยในยามที่มีสถานการณ์ไม่ปลอดภัย ผมมาตรวจความเรียบร้อยก่อนส่งมอบบังเกอร์เพิ่มอีก 20 ลูก ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากก่อนหน้านี้เราส่งไปแล้ว 30 ลูก บังเกอร์ทั้งหมดนี้น่าจะช่วยรองรับได้หลายร้อยชีวิตเลยครับ

โรงงานนี้เป็นของแสนสิริ มีกำลังการผลิตได้กว่าปีละล้านตารางเมตร การแบ่งเวลามาสร้างบังเกอร์เหล่านี้จริง ๆ ก็ไม่ได้กระทบอะไรใหญ่โต แต่สิ่งที่เราได้กลับมา มันมากกว่าคอนกรีตแน่นอนครับ

นี่ไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง แต่คือ “เกราะกำบังแห่งความอุ่นใจ” ที่ช่วยให้พ่อแม่ ลูกหลาน และทุกคนในชุมชน มั่นใจได้ว่ามีที่พึ่ง มีที่หลบภัย ไม่ต้องเผชิญความไม่แน่นอนเพียงลำพัง

ผมเชื่อว่า ความแข็งแรงของประเทศ เริ่มจากความมั่นคงของประชาชนก่อนเสมอ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งก้าวเล็ก ๆ ที่เราตั้งใจทำ เพื่อไปสู่ก้าวที่ใหญ่กว่าของสังคมไทยในอนาคต

‘ทรัมป์’ เปิดศึกกับมหาเศรษฐี ‘จอร์จ โซรอส’ ขู่เอาผิดฐานอยู่เบื้องหลังการประท้วงทั่วโลก

(28 ส.ค. 68) ปราชญ์ สามสี โพสต์เฟซบุ๊กว่า…ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวอ้างโดยไร้หลักฐานว่า โซรอสมีส่วนสนับสนุนการจลาจลในสหรัฐฯ และควรเผชิญหน้ากับคดีอาญา

วันที่ 27 สิงหาคม 2025 สหรัฐอเมริกา — ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ดำเนินคดีต่อจอร์จ โซรอส มหาเศรษฐีนักลงทุนและผู้ใจบุญเชื้อสายฮังการี ซึ่งกลายเป็นบุคคลสำคัญในทฤษฎีสมคบคิดของฝ่ายขวา

ในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ทรัมป์กล่าวว่า โซรอสและลูกชาย อเล็กซ์ ควรถูกฟ้องข้อหาสนับสนุนการจลาจลรุนแรงในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาไร้มูลที่เขาเคยพูดซ้ำหลายครั้งแล้ว

ทรัมป์แนะนำให้ใช้กฎหมาย RICO (Racketeer Influenced and Corrupt Organizations Act) ซึ่งโดยทั่วไปใช้กับคดีอาชญากรรมองค์กร เพื่อฟ้องโซรอส

> “จอร์จ โซรอส และลูกชายหัวรุนแรง ควรถูกดำเนินคดีด้วย RICO เพราะการสนับสนุนการประท้วงรุนแรง และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายทั่วสหรัฐฯ” ทรัมป์เขียน

“โซรอสและกลุ่มโรคจิตของเขาได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศเรา! รวมถึงเพื่อนบ้า ๆ ทางฝั่งตะวันตกของเขาด้วย ระวังไว้ เรากำลังจับตาดูอยู่!”

บุคคลฝ่ายขวาหลายราย เช่น นายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ของฮังการี และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ต่างก็ยกเอาทฤษฎีสมคบคิดที่กล่าวหาว่าตระกูลโซรอสสนับสนุนการจลาจลและความไม่สงบทางการเมืองในประเทศของตน

ทรัมป์เองก็เคยอ้างทฤษฎีนี้ เช่น ช่วงที่เขาเสนอชื่อเบรตต์ คาวานาห์ ขึ้นเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาในปี 2018 เขากล่าวหาว่าการประท้วงต่อต้านคาวานาห์ได้รับการสนับสนุนจากโซรอส

โซรอสซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว มักตกเป็นเป้าของทฤษฎีสมคบคิดเชิงต่อต้านยิวจากฝ่ายขวาจัด

เขาเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Open Society Foundations (OSF) ที่สนับสนุนภาคประชาสังคมทั่วโลก ส่งเสริมประชาธิปไตย การสาธารณสุข ความยุติธรรมทางอาญา และการศึกษา โดยในปี 2023 มีรายงานว่า อเล็กซ์ โซรอส ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารแทนบิดา

แม้ยังไม่มีการดำเนินคดีใด ๆ ต่อโซรอส แต่การเคลื่อนไหวของทรัมป์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มแรงกดดันต่อคู่แข่งทางการเมือง พร้อมผลักดันอำนาจประธานาธิบดีให้กว้างขวางมากที่สุด

ด้านโฆษกของ Open Society Foundations ตอบโต้คำกล่าวหาของทรัมป์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า

> “ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นเรื่องน่าตกใจและไม่เป็นความจริง มูลนิธิของเราไม่ได้สนับสนุนหรือให้เงินทุนแก่การประท้วงรุนแรงใด ๆ ภารกิจของเราคือส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม และหลักการประชาธิปไตยทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

ตัวอย่าง “เงินทุนโซรอส” และการเปลี่ยนแปลงการเมือง

แม้ OSF จะปฏิเสธเสมอว่าไม่เกี่ยวข้องกับการโค่นล้มรัฐบาลโดยตรง แต่ในหลายประเทศ ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาว่าเงินทุนจากเครือข่ายโซรอสถูกใช้เป็นแรงสนับสนุน “การเปลี่ยนแปลงระบอบ” ตัวอย่างเช่น:
ตัวอย่างกรณีที่ “ทุนโซรอส” ถูกมองว่าเป็นแรงผลักดันการทำลายประเทศ

1. จอร์เจีย – การปฏิวัติกุหลาบ (พ.ศ. 2546)
เงินทุนจาก Open Society Georgia Foundation ถูกใช้หนุน NGO และสื่อมวลชนที่ออกมาโหมกระแสต่อต้านรัฐบาล จนเกิดการลุกฮือและบังคับให้ประธานาธิบดีเอ็ดวาร์ด เชวาร์ดนัดเซ ต้องลาออก

2. ยูเครน – การปฏิวัติสีส้ม (พ.ศ. 2547)
เครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุนจาก OSF มีบทบาทขับเคลื่อนเยาวชนและมวลชนบนท้องถนน จุดชนวนการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งใหญ่ และทำให้รัฐบาลเดิมสูญเสียอำนาจ

3. ตะวันออกกลาง – อาหรับสปริง (พ.ศ. 2554)
กลุ่มสื่อออนไลน์และองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ได้รับเงินทุนจากโซรอส มีบทบาทอย่างชัดเจนในการปลุกระดมมวลชนในตูนิเซีย อียิปต์ และลิเบีย ส่งผลให้ระบอบการปกครองหลายประเทศล่มสลาย กลายเป็นความโกลาหลและสงครามกลางเมือง

4. พม่า และกัมพูชา
เงินทุนจาก OSF ถูกส่งเข้าไปสนับสนุนองค์กรกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ซึ่งกลายเป็นช่องทางให้เกิดกระบวนการกดดันและบ่อนทำลายเสถียรภาพการเมืองภายในประเทศ

5. ประเทศไทย (พ.ศ. 2553–2563)
โครงการจำนวนมากที่ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายโซรอส มีส่วนสร้างเครือข่ายภาคประชาสังคมและสื่อพลเมือง ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวการแก้ไขกฏหมายและล้มล้างรัฐธรรมนูญ จนสังคมไทยแตกแยกและเกิดการประท้วงหลายระลอก

‘เวียดนาม’ วางโรดแมพ 20 ปี ปฏิรูปการศึกษา ตั้งเป้า ‘โรงเรียน-มหาวิทยาลัย’ ติดอันดับ 20 ของโลกในปี 2045

(28 ส.ค. 68) เวียดนามประกาศแผนปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ วางโรดแมพ 20 ปี มุ่งยกระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยให้ติดอันดับ 20 ของโลกภายในปี 2045 โดยแผนดังกล่าวครอบคลุมการแจกหนังสือเรียนฟรีทั่วประเทศ เพิ่มเงินเดือนและค่าตอบแทนครู ยกระดับความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัย และสร้างบัณฑิตที่เชี่ยวชาญทักษะดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ตามมติการเมืองเลขที่ 71 ที่ประกาศเมื่อ 22 สิงหาคม ระบุว่าการศึกษาและวิทยาศาสตร์คือภารกิจสูงสุดของชาติ โดยกำหนดเป้าหมายแรกภายในปี 2030 ให้เด็กทุกคนอายุ 3–5 ปีเข้าถึงการศึกษาก่อนวัยเรียน การศึกษาระดับมัธยมต้นเป็นภาคบังคับ และ 85% ของเยาวชนเรียนจบมัธยมปลาย พร้อมทักษะภาษาอังกฤษ ดิจิทัล และ AI ที่แข็งแกร่ง

สำหรับค่าตอบแทนครูจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ครูทั่วไปได้เพิ่ม 70% บุคลากรโรงเรียน 30% และครูในพื้นที่ห่างไกลได้สูงสุดถึง 100% รัฐยังตั้งเป้าใช้งบการศึกษาไม่น้อยกว่า 20% ของงบประมาณประเทศ โดยกันไว้ 3% สำหรับมหาวิทยาลัย หนังสือเรียนจะฟรีทั่วประเทศภายในปี 2030

ขณะที่ มหาวิทยาลัยจะถูกปฏิรูปครั้งใหญ่ โดยทั้งหมดต้องผ่านมาตรฐานชาติ และอย่างน้อย 20% ต้องถึงเกณฑ์ชั้นนำของเอเชีย เวียดนามหวังว่าภายในปี 2030 จะมีมหาวิทยาลัย 8 แห่งติดอันดับท็อป 200 ของเอเชีย และ 1 แห่งทะยานสู่ท็อป 100 ของโลกในบางสาขา ขณะที่มหาวิทยาลัยที่ผลงานต่ำจะถูกยุบหรือควบรวม และจะสร้าง มหาวิทยาลัยชั้นนำ 3–5 แห่ง เพื่อแข่งขันในเวทีวิจัยนานาชาติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top