Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

“ เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า ” กระหึ่มอาเซียน ปลื้ม หม้อแปลงไทย ลดพลังงาน - ลดคาร์บอน  กระทรวงพลังงานอาเซียน ยอมรับ มอบรางวัลนวัตกรรม หม้อแปลงเทคโนโลยี ล้ำสมัย ASEAN Energy Awards (Energy Efficiency Building)

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด โดย คุณประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์  รองกรรมการผู้จัดการ นำหม้อแปลงไทย ลดพลังงาน - ลดคาร์บอน ได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ระดับภูมิภาคอาเซียน ASEAN Energy Awards 2023 ณ Bali Nusa Dua Convention Center เกาะบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย  โดย บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวด ประเภท Cutting Edge Technology (เทคโนโลยีล้ำสมัย) จากผลงาน "หม้อแปลง Low Carbon" ด้านการอนุรักษ์พลังงานและการประหยัดพลังงาน พร้อมกันนี้ได้รับเกียรติจาก คุณกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย คุณประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ร่วมแสดงความยินดี

ดร. ประเสริฐ กล่าว ความสำเสร็จเหล่านี้เกิดจากทุกหน่วยงาน ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการลดใช้พลังงานและนี่ คือต้นทางแห่งความสำเร็จของหน่วยงานที่จะเป็นตัวอย่างในการขับเคลื่อน ผลักดัน และสานต่อนโยบานด้านพลังงานเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero)
คุณประจักษ์  กิตติรัตนวิวัฒน์  กล่าว ขอขอบพระคุณ ทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)  โดยหม้อแปลงดังกล่าว ตอบโจทย์ การประหยัดพลังงาน ของภาคอุตสาหกรรม  และผู้ประกอบการอาคารสถานที่ ที่สามารถลดการใช้พลังงานได้ถึง 11.5% และลดคาร์บอนมากกว่า 100 ล้านตันคาร์บอน คืนทุนภายใน 2-5 ปี เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้านการประหยัดพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นด้านพลังงาน เพื่อผลัดดันการเปลี่ยนผ่านไป สู่พลังงานสะอาด ความยั่งยืนนี้จะส่งเสริมการเติบโตสีเขียวในภูมิภาค  ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลต้องประกาศนโยบายการลดคาร์บอน โดยประกาศเป้าหมายความเป็นกลางของแผนลดก๊าซคาร์บอนในปี 2575 จะเห็นภาพการใช้พลังงานทั้งด้านอุตสาหกรรมและภาคประชาชน ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญกับการ ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ดังนั้น หม้อแปลงที่กล่าวข้างต้นจึงตอบโจทย์ทุกหน่วยงาน ภาครัฐ และเอกชน ด้านการประหยัดพลังงานและลดคาร์บอน (คืนทุน 2-5 ปี) หม้อแปลง Low Carbon เป็นหม้อแปลงบริหารระบบจัดการพลังงาน ที่บริหารจัดการสิ้นเปลืองให้เกิดประสิทธิภาพและมีความเสถียรภาพกับการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มั่นคงและยั่งยืน ทำให้โรงงานอุตสาหกรรม ,อาคาร สถานประกอบการ ลดค่าไฟฟ้า 5-20% (Energy Saving) ลดคาร์บอน 5-20% (Low Carbon) มากกว่า 100 ล้านตัน ลดมลพิษ (Low Emission) ทำให้อุปกรณ์อายุการใช้งานยาวนานขึ้น (Long Life Equipment) เพื่อเป็นการตอบโจทย์ให้กับ ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม สถานประกอบการ เจ้าของอาคาร ตามนโยบายของรัฐบาล ในการลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน”

'เพจดัง' งง!! โพสต์แนะเด็กรุ่นใหม่ 'หัดเก็บเงิน-ลดฟุ่มเฟือย' กลับโดนทัวร์ลงทวิตเตอร์ แถมถูกระงับใช้บัญชียาว

(8 ก.ย. 66) เพจเฟซบุ๊ก ‘ถามอีก กับอิก Tam-Eig’ ของ ‘อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

“Twitter ส่วนตัวของผมถูก เฮีย Elon Musk แบนถาวรมา 1 เดือนแล้วนะครับ เพราะไปแนะนำให้คนรุ่นใหม่เริ่มเก็บออมเงิน อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และให้เริ่มลงทุนตั้งแต่เริ่มทำงาน 

ปรากฏว่าโดนทัวร์ลงหนัก retweet ไปหลักแสนครั้ง (และโดนซ้ำอีกอันที่พาดพิงหุ้น TESLA ซึ่งทัวร์ลงอีก)

สรุปก็เลยโดนแบน แบบถาวร แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่ามี account ปลอมที่แอบอ้างชื่อผม ไปแจกคริปโตบ้าง ขอยืมตังบ้าง ขอยืนยันว่าปลอมหมดนะครับ

ตอนนี้ผมน่าจะเลิกเล่น twitter ถาวรแล้วสำหรับ account ส่วนตัว อย่าไปเชื่อพวกที่มาหลอกนะครับ
แต่ถ้าเป็นของช่อง TAMEIG ที่เป็น official ยังไปตามกันได้ที่นี่ครับ https://twitter.com/TamEig”

‘ฮ่องกง’ เจอน้ำท่วมใหญ่ ‘ถนน-สถานีรถไฟใต้ดิน-ห้าง’ ได้รับผลกระทบหนัก สั่งปิดรร.-ให้ปชช.ทำงานที่บ้าน พร้อมประกาศเตือนพายุฝนอยู่ระดับสูงสุด

(8 ก.ย.66) สำนักข่าวรอยเตอร์ และเอเอฟพีรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักบนเกาะฮ่องกง ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมสูงเป็นวงกว้างในฮ่องกง ทำให้ถนนหนทาง ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟใต้ดิน จมอยู่ใต้น้ำ ขณะที่ทางการฮ่องกงได้สั่งปิดโรงเรียน และขอให้ประชาชนทำงานอยู่ที่บ้าน

ข่าวระบุว่า ฝนที่ตกลงมาถือว่าเป็นฝนที่ตกหนักที่สุดในรอบ 140 ปี นับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติมาของฮ่องกง ส่งผลให้น้ำหลายสายไหลลงมาตามพื้นที่เนินเขา ขณะที่ทางการออกประกาศเตือนความเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่ม

ทั้งนี้ มีคลิปวิดีโอที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นถนนหลายสายที่มีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ขณะที่อีกคลิปหนึ่ง เป็นภาพของเจ้าหน้าที่รถไฟใต้ดินต้องเดินลุยน้ำเข้าไปในสถานี เพื่อพยายามควบคุมไม่ให้น้ำจากถนนทะลักเข้าไปภายในสถานี

โดยมีรายงานว่า อุโมงค์ข้ามท่าเรือของฮ่องกง ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักที่เชื่อระหว่างเกาะฮ่องกงกับเกาลูน ก็ถูกน้ำท่วมสูงเช่นกัน รวมไปถึงย่านแหล่งข้อปปิ้งอย่างไฉหว่าน ที่ก็ปรากฏภาพของน้ำท่วมสูงด้วย

ด้านสำนักงานสังเกตการณ์ฮ่องกง รายงานว่า ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน จนถึงเที่ยงคืนย่างเข้าสู่วันที่ 8 กันยายน อยู่ที่ระดับ 158.1 มิลลิเมตร และว่า ฝนที่ตกหนักครั้งนี้ เกิดขึ้นจากร่องความกดอากาศน้ำที่เกี่ยวข้องกับส่วนที่เหลือจากไต้ฝุ่นไห่ขุย

โดยตอนใต้ของจีนเพิ่งจะเจอกับไต้ฝุ่น 2 ลูก คือ เซาลา และไห่ขุย ขณะที่ฮ่องกงเองไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากไต้ฝุ่นทั้งสองลูกดังกล่าว

ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนพายุฝนระดับ ‘สีดำ’ ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และว่า จะมีฝนตกลงมากว่า 200 มิลลิเมตรบนเกาะหลักของฮ่องกง เกาลูน และบางส่วนของฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของนิวเทอร์ริทอรีส์

นอกจากนี้ ยังมีรายงานปิดจุดผ่านแดนผู้โดยสารและสินค้าบางแห่ง ที่เชื่อมระหว่างฮ่องกับกับเมืองเสิ่นเจิ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากน้ำที่ท่วมสูง

‘ต้อม เป็นเอก’ เผย ชีวิตที่ปราศจาก ‘ความฝัน-ตัวตน’ เป็นเรื่องปกติ เปรียบเสมือน ‘เครื่องประดับ’ มีติดตัวไว้ก็เท่ดี แต่ถ้าไม่มี ‘ไม่เป็นไร’

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้ TikTok บัญชี BrandThinkme โพสต์คลิปวิดีโอ เป็นเอก รัตนเรือง หรือ ‘ต้อม เป็นเอก’ ผู้กำกับและนักเขียนบทภาพยนตร์ชาวไทย ที่ได้แชร์ข้อคิดดีๆ สำหรับ ‘ความฝัน’ และ ‘ตัวตน’ โดยระบุว่า…

“ผมไม่รู้สำหรับวาทกรรมที่บอกต้องหาตัวตนให้เจอ มีความฝันต้องตามฝัน…ผมไม่ทราบว่าวาทกรรมพวกนี้มาตอนไหน? มันไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความฝัน เพราะคนที่ ‘ไม่มีความฝัน’ ก็มีอยู่เต็มไปหมด”

“ดังนั้น ความฝันไม่มี ตัวตนไม่มี ไม่เป็นไร…หากตัวคุณแค่อยากทํางานแบงก์ไปวันๆ แล้วก็ซื้ออาหารถุง 20 บาท 2-3 ถุงเพื่อกลับมากินกับแฟนที่บ้าน แต่พอคุณไปอ่านเจอประเด็นนี้เข้า… ก็คงรู้สึกและตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘ความฝัน’ ของเราคืออะไร? แล้วมันกลายเป็นว่าเรามีปมด้อยหรือเปล่า? เพราะไม่มีความฝัน ไม่มีตัวตน”

“ความฝันมันดี…มันเป็น ‘Luxury’ แต่มันไม่ใช่ ‘Necessity’ ความฝันก็เปรียบเสมือนสิ่งของเครื่องประดับ อย่างกระเป๋า Louis Vuitton ถ้ามีมันก็เท่ดี และต่อให้ไม่พูดเรื่องเท่ กระเป๋า Louis Vuitton มันก็คงทนและดี แต่ยังยืนยันว่ามันไม่ใช่สิ่งจําเป็น….”

BYD เปลี่ยนรถคันใหม่ให้ลูกค้าที่ชาร์จรถ EV แล้วเกิดควัน ด้านเจ้าของรถเผย ยังเชื่อมั่นในรถยนต์ไฟฟ้าและจะใช้งานต่อไป

จากกรณี รถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ BYD รุ่น ATTO3 เกิดควันจากฝากระโปรงหน้าขณะทำการชาร์จไฟฟ้า บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งทาง บีวายดี และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ ในฐานะผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ BYD ได้ส่งทีมเข้าตรวจสอบ พร้อมออกแถลงการณ์ 2 ฉบับดังข่าวที่นำเสนอไปก่อนหน้า

(8 ก.ย.66) รายงานข่าวจากเพจ จส.100 ระบุว่า ทางเจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุ ได้รับการติดต่อจากบีวายดีและเรเว่ ในการมอบรถยนต์ BYD รุ่น ATTO3 คันใหม่ให้เพื่อทดแทนคันเดิมที่เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น โดยระบุว่า หลังจากเกิดเหตุได้มีการนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดโดยวิศวกร และแจ้งเบื้องต้นว่ารถคันดังกล่าวได้เปลี่ยนอะไหล่ที่มีปัญหา ทำการสตาร์ทรถ และชาร์จทั้ง AC และ DC ได้เป็นปกติแล้ว แต่ทาง บริษัทฯ ก็ยังยืนยันจะมอบรถไฟฟ้า BYD Atto3 คันใหม่ให้ ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการตกแต่งติดฟิล์มให้เหมือนคันเดิม ก่อนจะนัดส่งมอบในวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ย.66 นี้

ซึ่งเจ้าของรถคันดังกล่าวได้ระบุเพิ่มเติมอีกว่า ในช่วงแรกหลังเกิดเหตุมีความกังวลอยู่บ้าง แต่หลังจากนี้ มองว่าเป็นอุบัติเหตุและเชื่อมั่นในรถยนต์ไฟฟ้าและจะใช้งานต่อไป

‘ตลาดน้ำ 4 ภาคพัทยา’ เกิดเหตุไฟไหม้ลุกลามทั้งตลาด ล่าสุดคุมเพลิงได้แล้ว เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย

(8 ก.ย.66) ศูนย์วิทยุสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงลุกไหม้ตลาดน้ำ 4 ภาค ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิงกว่า 20 คันระดมเข้าระงับเพลิงไหม้ ที่เกิดเหตุพบต้นเพลิงอยู่กลางตลาดน้ำ 4 ภาค โดยไฟลุกโชนอย่างต่อเนื่อง พนักงานบางคนกระโดดน้ำหนีไฟไหม้ โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วไม่มีท่าทีว่าจะดับได้ ด้านเจ้าหน้าที่ได้กระจายจุดให้รถดับเพลิงเข้า โดยจุดที่ไฟไหม้อยู่ใจกลางของตลาดน้ำ

จากการตรวจสอบในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนต้นเพลิงนั้นไม่มีท่าทีว่าจะดับ บวกกับพื้นที่มีลมกระโชก มีฝนโปรยปราย นอกจากนี้ยังมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก

จากการสอบถามในเบื้องต้น พนักงานบอกยังไม่รู้ว่าจุดไหนที่เป็นต้นเพลิง โดยพื้นที่ทั้งหมดส่วนใหญ่แล้วเป็นไม้ หลังคามุงจาก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่ระดมใช้น้ำฉีดสกัดเพื่อไม่ให้เพลิงลุกลาม จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ อยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหาย

'อดีตทูตนริศโรจน์' ซัด!! พวกตกใจป้ายภาษาจีนที่ห้วยขวาง ทีป้าย 'ฝรั่งอั้งม้อ-ญี่ปุ่น' เกลื่อนเต็มเมือง กลับไม่ติดใจ

(8 ก.ย.66) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj ว่า...


คนไทยบางคนตกใจกับป้ายภาษาจีนของห้างร้านย่านห้วยขวาง


อยากถามว่าไม่ตกใจกับป้ายฝรั่งอั้งม้อที่เต็มเมืองหรือ ? 


ไม่ตกใจป้ายญี่ปุ่นแถวสุขุมวิท บาร์ย่านถนนธนิยะ แถวสีลม ? 


ไม่ตกใจป้ายแถว Little India ที่พาหุรัด ? 


ไม่ตกใจป้ายภาษาอาหรับย่านนานา ? 


ประเทศไทยเป็นประเทศทำการค้าเสรี ตราบใดที่เขาทำอย่างถูกต้องจดทะเบียนการค้าตามกฎหมาย เขาก็ทำได้  


ในต่างประเทศที่ LA Sydney ยังมี Thai Town ป้ายภาษาไทยทั้งย่าน 


ผมแปลกใจกับพวกที่ตกใจป้ายภาษาจีนที่ห้วยขวาง แล้วที่ถนนเยาวราชทั้งเส้นล่ะ มีป้ายภาษาจีนเต็มสองฝากถนนมานานโขแล้ว ไม่ตกใจหรือ ?


 

‘ปตท.’ จับมือ ‘RINA’ พัฒนาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนภาคเศรษฐกิจ สร้างโอกาสทางธุรกิจ รองรับการเติบโตของพลังงานแห่งอนาคต

เมื่อไม่นานนี้ ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ร่วมแสดงความยินดีในพิธีลงนามความร่วมมือพัฒนาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนในภาคเศรษฐกิจระหว่าง ปตท. โดย นายคมกฤช โล่ห์เพ็ชร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่วางแผน ปตท., นายยุทธนา สุวรรณโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สถาบันนวัตกรรม ปตท. และ ‘RINA’ โดย Mr. Andrea Bombardi, Executive Vice President, Carbon Reduction Excellence, RINA Mr. Enrico Beccaceci, Senior Technical Manager, ASEAN Engineering Integration, RINA เพื่อความร่วมมือในโครงการนำร่องการทดสอบการผสมก๊าซไฮโดรเจนในก๊าซธรรมชาติ ซึ่งครอบคลุมถึงการประเมินประสิทธิภาพการใช้งาน รองรับการพัฒนาการใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงในอนาคต

นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ ในการพัฒนาห้องปฏิบัติการของสถาบันนวัตกรรม ปตท. ให้เป็นศูนย์ปฏิบัติการการให้บริการเชิงเทคนิค ในการใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงของประเทศไทยด้วย ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการเติบโตในธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต และเป้าหมาย Net Zero Emissions ของกลุ่ม ปตท. และประเทศไทยต่อไป


 

‘เจ๊ไฝ’ อวดภาพจับมือดาราหนุ่ม ‘พัค โบกอม’ เหล่าแฟนคลับแห่แซว “อยากเกิดเป็นเจ๊ไฝ”

ร้อนแรงกระหึ่มโซเชียล หลังเชฟชื่อดัง ‘เจ๊ไฝ’ เผยภาพจับมือสุดน่ารักกับ ‘โบกอม’ นักแสดงมากความสามารถจากแดนกิมจิ ผู้ครองใจสาว ๆ ทั่วโลก ทำแฟนคลับแห่อิจฉา ปนเอ็นดูในความน่ารักของทั้งคู่

แฟนคลับตื่นเต้นกันยกใหญ่ หลัง ‘เจ๊ไฝ สุภิญญา จันสุตะ’ เชฟชื่อดังของเมืองไทย เจ้าของร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ผู้รังสรรค์เมนูไข่เจียวปูจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ได้เผยภาพคู่หนุ่มหล่อ ‘พัค โบกอม’ นักแสดงแนวหน้าของประเทศเกาหลีใต้ ที่มีผลงานโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งเป็นภาพที่ถ่าย ณ ประเทศเกาหลีใต้ โดยทางเจ๊ไฝได้เดินทางไปเที่ยวและทำงานเปิดตัวสินค้าใหม่ที่นั่น

แต่สิ่งที่ทำเอาชาวเน็ต และเหล่าแฟน ๆ ของหนุ่มโบกอมรู้สึกอิจฉานั้น เป็นเพราะภาพดังกล่าวทั้งคู่กำลังจับมือกันอย่างน่ารักนั่นเอง ทั้งอิจฉา ทั้งรู้สึกประหลาดใจว่าทั้งสองไปรู้จักสนิทสนมกันได้ยังไง

และเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ทางอินสตาแกรมส่วนตัวของ ‘เจ๊ไฝ’ ที่ใช้ชื่อว่า jayfaibangkok ได้มีการโพสต์ภาพที่เจ๊ไฝได้จับมือกับโบกอม ผ่านสตอรี่ พร้อมระบุข้อความว่า “Lovely to see you again @bogummy #chefcares”

จากภาพและข้อความสุดน่ารักนี้ที่สื่อความได้ว่า ทั้งสองอาจเคยพบกันมาก่อนหน้านั้นแล้ว จึงเป็นเหตุให้ทั้งคู่สนิทสนมกันดังที่ปรากฏในภาพ ซึ่งหากย้อนกลับไปในช่วงปีที่แล้ว เคยมีภาพของพระเอกหนุ่ม ‘พัค โบกอม’ เดินทางมากินอาหารที่ร้านของ ‘เจ๊ไฝ’ และเมื่อทั้งสองได้พบกันอีกครั้งที่ประเทศเกาหลีจึงเกิดเป็นภาพน่ารัก ๆ ดังกล่าว

ทางด้านแฟนคลับแห่คอมเมนต์อยากเป็นเจ๊ไฝกันถ้วนหน้า สงสัยงานนี้เจ๊ไฝจะมีคู่แข่งทำไข่เจียวปูขายเพิ่มขึ้นอีกเพียบ เพราะใคร ๆ ก็อยากเป็นเจ๊ไฝ

‘ญี่ปุ่น’ ยิงจรวดขนส่งยาน ‘มูนสไนเปอร์’ ขึ้นสู่อวกาศ มุ่งหน้าทำภารกิจลงจอดดวงจันทร์ เป็นชาติที่ 5 ของโลก

(7 ก.ย. 66) สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ญี่ปุ่นได้ปล่อยจรวดขนส่ง ‘H-IIA’ เพื่อส่งยานสำรวจดวงจันทร์ ‘มูนสไนเปอร์’ ของญี่ปุ่น พร้อมดาวเทียม ‘X-Ray Imaging and Spectroscopy Mission’ (XRISM)

ออกจากฐานยิงบนเกาะทาเนกาชิมะ ทางตอนใต้ของประเทศ ขึ้นสู่อวกาศเป็นผลสำเร็จ เมื่อวันที่ 7 กันยายน นับเป็นความพยายามครั้งที่ 4 หลังจากครั้งก่อนต้องล้มเหลว เพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ในภารกิจส่งยานสำรวจมูนสไนเปอร์ลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ ที่คาดว่ายานสไนเปอร์จะลงจอดภายในระยะ 100 เมตรจากตำแหน่งใกล้กับปล่อง Shioli บนด้านใกล้ของดวงจันทร์

โดยยานสไนเปอร์จะเข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์ภายใน 4 เดือนนับจากนี้ จากนั้นจะโคจรรอบดวงจันทร์ ก่อนพยายามลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในราวเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ญี่ปุ่น จะกลายเป็นประเทศที่ 5 ของโลก ที่ส่งยานสำรวจลงจอดบนดวงจันทร์สำเร็จ หลังจากเมื่อเร็วๆ นี้ อินเดีย ได้สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นชาติที่ 4 ของโลกนอกจากสหรัฐ รัสเซียและจีนที่ส่งยานสำรวจไปลงดวงจันทร์สำเร็จ

ทั้งนี้ ภารกิจส่งยานสำรวจมูนสไนเปอร์ไปยังดวงจันทร์ ที่มีมูลค่าโครงการ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,562 ล้านบาท) มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถของญี่ปุ่น ในการส่งยานอวกาศที่มีน้ำหนักเบาและใช้ต้นทุนต่ำไปลงจอดบนดวงจันทร์ได้

นอกจากนี้ จรวดขนส่ง ยังบรรทุกดาวเทียม X-Ray Imaging and Spectroscopy Mission (XRISM) ซึ่งติดกล้องโทรทรรศน์ขนาดเท่ารถบัสไว้ด้วย เพื่อจะไปศึกษาปรากฏการณ์ในอวกาศ เช่น หลุมดำ อันเป็นโครงการร่วมระหว่างหน่วยงานอวกาศของญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top