Friday, 31 July 2026
Hard News Team

ชลบุรี-ผวจ.ชลบุรี รับรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัด "สำเภาทอง" ปี 66 จาก มท.1 

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้รับรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัด "สำเภาทอง" ประจำปี 2566 จากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2566 เวลา 08.45 น. นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 41 (90 ปี หอการค้าไทย) และรับฟังการปาฐกถาพิเศษเรื่อง "The time  to act is now พลิกวิกฤต ฟื้นเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน"  โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ณ ภิรัชฮอลล์ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้รับรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัด "สำเภาทอง" ประจำปี 2566 จากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

สำหรับ “รางวัลสำเภาทอง” หอการค้าไทย ได้ดำเนินการมอบรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มีส่วนร่วมกับภาคเอกชนในการบริหารงานจังหวัด แบบบูรณาการเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นกำลังใจและเป็นเกียรติแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มุ่งเน้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคส่วนต่างๆ มีโอกาสเข้าร่วมใน 4 มิติ ประกอบด้วยมิติ ด้านความร่วมมือและการมีส่วนร่วม ด้านการสนับสนุนการดำเนินงานของหอการค้าจังหวัด ด้านการบริหารราชการจังหวัด และด้านความสัมพันธ์และทัศนคติ 
ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด นับเป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการเป็นผู้นำพัฒนา และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในจังหวัด ตามยุทธศาสตร์ การบริหารงานราชการแบบมีส่วนร่วม ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909535645

‘พิธา’ หน้าเสีย!! โดนศิษย์เก่า-กองเชียร์กรุงเทพฯ โห่ไล่ รีบแจง!! "ผมไม่เกี่ยว" หลังมี สส.ก้าวไกล หนุนยกเลิกแปรอักษร

(19 พ.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจวันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร โพสต์คลิปเมื่อวันที่ 18 พ.ย. เป็นเหตุการณ์ ขณะที่มีคนกลุ่มหนึ่งส่งเสียงโห่และลุกขึ้นมาชูเสื้อซึ่งเขียนว่า "อย่าเสือ... เรื่องแปรอักษรของพวก..ู..." ใส่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ศิษย์เก่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ในงานการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 30 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย พบ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ณ สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ

พร้อมระบุข้อความว่า ทุกคนคะ พิธาถูกโห่ไล่ค่ะ เหตุการณ์เกิดช่วงพักครึ่งแรก ลุงที่เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ลุกขึ้นมาชี้ที่พิธาและโห่ไล่ กองเชียร์ที่นั่งอยู่ก็ร่วมกันโห่ค่ะ สักพักพี่อีกคนเดินมาจากฝั่งเทพศิรินทร์ชูเสื้อที่เขียนว่า "อย่าเสือ...!! เรื่องแปรอักษรของพวก...ู..." มาชูต่อหน้าพิธา ได้รับเสียงเชียร์เป็นอย่างมาก ส่วนพิธาหน้าเสีย และบอกว่าผมไม่เกี่ยว!!

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สส.พรรคก้าวไกล เคยแถลงเกี่ยวกับกิจกรรม ‘จตุรมิตรสามัคคี’ ว่า มีกลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนเทพศิรินทร์และโรงเรียนสวนกุหลาบ ออกมาเรียกร้องว่า มีการบังคับนักเรียนลงชื่อและเข้าร่วมทำกิจกรรม ละเมิดสิทธิเด็กโดยให้นักเรียนอยู่อย่างแออัด ให้แปรอักษรติดต่อนานหลายชั่วโมงโดยไม่มีเปลี่ยนตัว รวมถึงไม่อนุญาตให้นักเรียนไปเข้าห้องน้ำหรือไปรับประทานอาหาร สถานที่เสี่ยงไม่ปลอดภัย เพราะมีโอกาสที่ส่วนต่อเติมจะทรุดตัวลงหากต่อเติมไม่ดี หรือรองรับน้ำหนักของเด็กมากเกินไป ดังนั้นคณะทำงานการศึกษาก้าวไกลจึงห่วงใยต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของเด็กนักเรียน พร้อมโพสต์รูปภาพติดแฮชแท็ก #เลิกบังคับแปรอักษร

‘กัญจนา’ รุดให้กำลังใจสาวพิการตาบอด เล่นดนตรีเปิดหมวกเลี้ยงชีพ หลังถูกมนุษย์ลุงต่อว่าร้องเพลงดัง แนะ!! ปัญหาอยู่ที่เขา ไม่ใช่เรา

(19 พ.ย.66) ที่ตลาดฟู้ดดี้ฟาร์มบางใหญ่ จ.นนทบุรี น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ที่ปรึกษาคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ กรณีที่สาวพิการทางสายตาร้องเพลงเปิดหมวกเพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว แต่ถูกชายสูงวัยบุกต่อว่าโวยวายว่าเสียงดังรบกวน ขณะเล่นเปิดหมวกหารายได้หน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรัชดาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำเอาเจ้าตัวร้องไห้ รีบเก็บของกลับบ้าน ยุติการเล่น และโพสต์ผ่านเพจส่วนตัว ‘พิมมี่ คีย์บอร์ด’ ระบุ ”เหนื่อยจนแทบกินน้ำตา ชีวิตต้องดิ้นรนแต่บางครั้งก็รู้สึกท้อมาก“

น.ส.กัญจนา กล่าวว่า ตนได้ทราบข่าวน้องมาเล่นดนตรีเปิดหมวก เพื่อหารายได้ดูแลตัวเองและครอบครัว แต่มีบางคนมาไล่น้อง ฟังแล้วสะเทือนใจ วันนี้จึงมาให้กำลังใจน้อง ถึงแม้จะเป็นผู้พิการทางสายตาแต่ก็ไม่ได้งอมืองอเท้า มีความสามารถเล่าเรียนมาทางด้านดนตรี และมาใช้ความสามารถของตัวเองในการทำมามาหาเลี้ยงชีพ ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร จึงมาให้กำลังใจและมาดูว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง เบื้องต้นที่ทราบจากเจ้าหน้าที่คือน้องต้องการลำโพง ไมค์ ไม้เท้าขาวของผู้พิการทางสายตา ซึ่งตนจะจัดหาให้เอง ขอให้กำลังใจผู้พิการทุกคน ที่พยายามต่อสู้ให้มีที่ยืนและให้มีโอกาสในการดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคมขอให้กำลังใจทุกคน และหน้าที่ของกระทรวงพม. หรือหน่วยงานของรัฐ รวมถึงทุกๆ คนต้องเปิดโอกาสให้มีพื้นที่ยืนในสังคมให้กับผู้พิการ ที่มีความสามารถที่เขาไม่ต้องการเป็นผู้รอรับการสงเคราะห์ แต่เขาต้องการเป็นผู้ที่ที่จะลุกขึ้นมายืนได้ด้วยตัวของตัวเองเพียงแต่ต้องการโอกาสจึงขอให้สังคมมีความชัดเจนเพราะเขายินดีและพร้อมที่จะเป็นผู้ทำรายได้และเสียภาษีให้กับรัฐบาลเหมือนคนปกติทั่วไปเช่นกัน

”ตนขอให้กำลังใจและสนับสนุนผู้พิการทุกคน อย่างการแข่งขันกีฬาที่ผ่านมานักกีฬาคนพิการของไทยทำชื่อเสียงได้อย่างดีมาก ได้เหรียญมาหลายเหรียญ นี่คือศักยภาพของผู้พิการที่คนปกติอย่างเราต้องให้กำลังใจ“ น.ส.กัญจนา กล่าว

น.ส.กัญจนา กล่าวว่า ในมุมของตัวเองขอมองบวก ขอบคุณคุณผู้ชายคนนั้นที่มาต่อว่าน้อง เพราะถ้าไม่มีคนนั้นน้องก็ไม่เป็นข่าว สังคมคงไม่ได้รู้เรื่องของน้อง ผู้คนเข้ามาให้กำลังใจน้องมากมาย เชื่อว่าน้องจะได้รับการตอบรับไม่ว่าจะไปแสดงที่ไหน จึงต้องขอบคุณคุณคนนั้น ที่ทำให้น้องเป็นข่าว ได้บอกน้องไปว่าขอให้ทำความเข้าใจว่าปัญหาอยู่ที่คนคนนั้นไม่ได้อยู่ที่เรา 

อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ 20 พ.ย.ทางกระทรวงพม. จะไปเจรจากับผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อขอพื้นที่แถวสยามให้น้องได้มีพื้นที่ในการแสดงดนตรี

‘อนุทิน’ ชื่นชม ‘นายกฯ’ ทำงานเร็ว-ตัดสินใจเฉียบขาด ย้ำ!! ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมหนุนทุกนโยบาย

(19 พ.ย.66) ที่ไบเทคบางนา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 41 และมอบรางวัลสำเภาทอง ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ได้รับรางวัล โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า รางวัลนี้นอกจากจะเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญ ที่แสดงถึงการให้ความสำคัญต่อความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นายอนุทิน กล่าวถึงการทำงานร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่าจากการที่ได้ร่วมงานมา 3 เดือน เห็นถึงความพร้อมจะพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นคนทำงานรวดเร็ว ว่องไว และตัดสินใจเฉียบขาดทุกเรื่องที่ได้รับนโยบายมาก็มีความสบายใจว่านโยบายหรือคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชนกับวิถีชีวิตของคนไทยและเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ได้นึกถึงเรื่องของพรรคการเมือง ทุกเรื่องคือเรื่องของรัฐบาลในการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่แถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา เป็นคำมั่นสัญญาว่าจะปฏิบัติตาม สิ่งที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน ตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้ง

นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในการแถลงนโยบาย ที่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่คณะรัฐมนตรี และข้าราชการ ต้องปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะมีอุปสรรคปัญหาใดๆ ต้องหาหนทางที่จะแก้ไข และดำเนินการให้นโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาบรรลุผลสัมฤทธิ์ให้ได้ 

“นายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจที่จะทำนโยบายให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย มั่นใจว่าภารกิจที่ได้ให้สัญญาเอาไว้จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ขอให้คำยืนยันจะให้ความร่วมมือกับนายกรัฐมนตรีในทุกๆ นโยบาย ที่จะทำให้ประเทศเกิดประโยชน์” นายอนุทิน กล่าว

‘นายกฯ’ ยินดี!! ‘แอนโทเนีย’ คว้ารอง 1 Miss Universe 2023 ขอบคุณที่เป็นตัวแทนประเทศ เผยแพร่ Soft Power ไทยสู่เวทีโลก

(19 พ.ย.66) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความยินดีกับนางสาวแอนโทเนีย โพซิ้ว มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ตัวแทนประเทศไทย ที่สามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Miss Universe 2023 ในการประกวดนางงามจักรวาล ครั้งที่ 72 รอบตัดสิน (Final Competition) ที่จัดขึ้น ณ ยิมเนเซียมแห่งชาติ ในกรุงซานซัลวาดอร์ ประเทศเอลซัลวาดอร์ เช้าวันนี้ (ตามเวลาประเทศไทย) 

“นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดี ชื่นชมและขอบคุณแอนโทเนีย โพซิ้ว ที่ทำได้ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยอย่างดีที่สุด จนสามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Miss Universe 2023 ซึ่งในการประกวดครั้งนี้ แอนโทเนียยังได้เผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์วัฒนธรรมไทยที่งดงามโดดเด่นแก่สายตาชาวโลก โดยเฉพาะชุดแต่งกายประจำชาติ ‘เทพธิดาอาณาจักรอยุธยา’ ที่ได้รับแรงบันดาลจากรูปปั้นพระแม่ธรณีในช่วงยุคสมัยอยุธยาของอาณาจักรสยามที่มีอยู่ในช่วงทศวรรษที่ 14 ถึง 18 ทั้งนี้ ถึงแม้แอนโทเนียจะไม่ได้สวมมงกุฎนางงามจักรวาล แต่การที่แอนโทเนียสามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Miss Universe 2023 ก็เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับโลก ได้ใจคนไทยทั้งประเทศและทำให้คนไทยภาคภูมิใจอย่างมาก” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว   

นอกจากนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก็ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก แสดงความยินดีกับ แอนโทเนีย โพซิ้ว ที่สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Miss Universe 2023  ระบุว่า...

"ขอแสดงความยินดี ชื่นชมและขอบคุณ คุณแอนโทเนีย โพซิ้ว ที่ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยได้เป็นอย่างดีมากครับ จนสามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Miss Universe 2023 

ชุดแต่งกายประจำชาติ ‘เทพธิดาอาณาจักรอยุธยา’ งดงาม โดดเด่นมากจริงๆ ครับ เสริมสร้างความเป็นไทยได้ไม่มีที่ติจริงๆครับ ยินดีด้วยมาก ๆ ครับ"

‘The People’ แถลงขอโทษ กรณีเผยแพร่บทความสร้างความขุ่นเคืองใจ หลังเขียนจั่วหัว ‘จตุรมิตรสามัคคี เป็นศูนย์กลางอำนาจ-เครือข่ายการเมือง’ 

(19 พ.ย.66) เพจเฟสบุ๊ก The People ได้ออกมาโพสต์คำชี้แจงจากบรรณาธิการ กรณีบทความเรื่อง ‘จตุรมิตรสามัคคี’ ว่า…

จากบทความเรื่อง ‘จตุรมิตรสามัคคี’ ที่เผยแพร่ในเพจ The People เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2566 ทำให้เกิดข้อวิจารณ์ต่อข้อมูลและความคิดเห็นที่นำเสนอในบทความ

ข้าพเจ้า นายธนพงศ์ พุทธิวนิช ในฐานะบรรณาธิการ The People ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่บทความดังกล่าวได้สร้างความขุ่นเคืองใจ และจะระมัดระวังมิให้เกิดความผิดพลาดเช่นนี้อีก

ข้าพเจ้าขออภัยและขอน้อมรับคำวิจารณ์จากทุกท่าน เพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการทำงาน และพัฒนาเนื้อหาให้ดี มีคุณภาพ สมดังที่ท่านผู้อ่านได้ติดตามและให้ความไว้วางใจเสมอมา

ด้วยจิตคารวะ

ธนพงศ์ พุทธิวนิช
19 พฤศจิกายน 2566

'ทรัมป์' ทวงบัลลังก์สู้ศึกเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ใต้นโยบายที่สุ่มเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้พูดคุยกับ อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ ที่พูดคุยในรายการ Easy Econ ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES ในประเด็น 'การกลับมาทวงบัลลังก์สู้ศึกเลือกตั้งสหรัฐ 2024 ของ ทรัมป์' เมื่อวันที่ 19 พ.ย.66 โดย อ.พงษ์ภาณุ กล่าวว่า...

ประธานาธิบดีไบเดนกำลังจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค (APEC Summit) ที่เมือง San Francisco เร็ว ๆ นี้ ซึ่งถือเป็นเวทีหารือด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก 

ประเทศไทยในฐานะสมาชิกก่อตั้ง ก็จะมีนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เข้าร่วมประชุม ที่สำคัญ APEC Summit จะเป็นโอกาสสำคัญที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง แห่งจีน จะมีโอกาสพบกับประธานาธิบดีไบเดน เป็นครั้งแรกในรอบปี เพื่อเคลียร์ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์โลกที่อาจเป็นชนวนนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ได้

การประชุมสุดยอดเอเปคครั้งนี้มีขึ้นในระหว่างการเริ่มต้นกระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาครั้งต่อไป ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2024 ขณะนี้มีการคาดการณ์ว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้กันระหว่างอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีไบเดน และหากการเลือกตั้งมีขึ้นในวันนี้ โพลล่าสุดของ New York Time ก็ชี้ว่าทรัมป์มีโอกาสสูงที่จะชนะการเลือกตั้งได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งหนึ่ง

ในสมัยแรกที่เป็นประธานาธิบดี ทรัมป์ขึ้นชื่อว่าเป็นประธานาธิบดีที่กีดกันการค้ามากที่สุดคนหนึ่ง โดยใช้ภาษีนำเข้า (Import Tariff) และเงินดอลลาร์เป็นอาวุธในการจัดการประเทศที่เป็นศัตรูทางการเมืองและเศรษฐกิจ จนทำให้อัตราภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ยของสหรัฐฯ สูงขึ้นกว่าเท่าตัว โดยเฉพาะสินค้าจากจีนที่ต้องเสียภาษีสูงถึงกว่า 20% ส่วนในการเลือกตั้งครั้งนี้ ข้อเสนอหลักของทรัมป์คือ การเก็บภาษีนำเข้า 10% across the board จากสินค้าทุกชนิดของทุกประเทศที่นำเข้าไปยังสหรัฐฯ

น่าจะเป็นการเข้าใจผิดของทีมงานทรัมป์ที่เชื่อว่าการใช้ภาษีขาเข้าจะเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจทุกอย่างที่สหรัฐฯ ประสบอยู่ได้ สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าต่อเนื่องทุกปีเป็นเวลากว่า 50 ปี เนื่องจากมีการใช้จ่ายเกินตัว แต่สหรัฐฯ ก็ยังคงความเป็น Superpower แต่เพียงผู้เดียวของโลกอยู่ได้ เพราะสหรัฐฯ ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยและการค้าเสรี ในทางตรงข้าม นโยบายของทรัมป์ดูเหมือนจะสวนทางกับหลักการนี้ และจะก่อเกิดผลเสียอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจโลกและสหรัฐฯ เอง

ก.แรงงาน ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566 ณ วัดบางพระ วรวิหาร พระอารามหลวง จ.ชลบุรี

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้ากระกฐินให้กระทรวงแรงงาน นำไปถวายพระภิกษุสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงแรงงาน ประจำปี 2566 ณ วัดบางพระ วรวิหาร พระอารามหลวง ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งเป็นการสนองสถาบันพระมหากษัตริย์ในการทำนุบำรุงและส่งเสริมพระพุทธศาสนา

ในการนี้มี นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายภุชงภ์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการกระทรวงแรงงานในจังหวัดใกล้เคียง และประชาชนชาวจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน ทั้งนี้ ได้มีผู้มีจิตกุศลร่วมถวายจตุปัจจัย บำรุงและบูรณะพระอาราม ทำบุญกฐินพระราชทาน ประจำปี 2566 รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 3,195,295 บาท (สามล้านหนึ่งแสนเก้าหมื่นห้าพันสองร้อยเก้าสิบห้าบาทถ้วน)
พร้อมกันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบทุนการศึกษาให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนในอุปถัมภ์จำนวน 2 แห่ง นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดโรงทานให้ประชาชนที่มาร่วมทำบุญกฐินได้รับประทานอาหารร่วมกันอีกด้วย

สำหรับวัดบางพระ วรวิหาร พระอารามหลวง ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี วัดบางพระวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย วัดบางพระตั้งเมื่อ พ.ศ. 2440 แต่สันนิษฐานว่าคงสร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี หลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญ ได้แก่ พระเจดีย์ และ หอสวดมนต์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังสุด เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507 ปัจจุบันมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมเปิดสอน การก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2507 ตามแบบของกรมศิลปากร แล้วเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2510 ปัจจุบันมีพระธรรมวชิราลังการ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เป็นเจ้าอาวาส

ทั้งนี้ กฐินพระราชทาน เป็นกฐินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานผ้าของหลวงแก่ผู้กราบบังคมทูล ขอพระราชทานเพื่อไปถวายยังวัดหลวงต่างๆ นอกจากวัดสำคัญที่ทรงกำหนดไว้ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระองค์เอง หรือจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ หรือองคมนตรี หรือผู้ที่ทรงเห็นสมควรเป็นผู้แทนพระองค์ไปถวาย จึงเปิดโอกาสให้กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ตลอดจนคณะบุคคลหรือบุคลากรที่สมควรรับพระราชทานผ้ากฐินไปถวายได้ โดยกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เนื่องจากเป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชน ได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน เพื่อเป็นการอุปถัมภ์พระสงฆ์ที่จำพรรษาครบถ้วนไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพระวินัย และเป็นทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม โดยเป็นการรวมพลังแห่งความสามัคคี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจในการสร้างบุญกุศลสร้างความสุขของการอยู่ร่วมกันในสังคม รวมทั้งเป็นการจรรโลงและส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้มั่นคงดำรงอยู่เจริญวัฒนาสถาพรสืบไป

‘เพจดัง’ เปิดภาพพร้อมข้อความหลังเสื้อ ที่น้องๆ สวนกุหลาบฝากถึง ‘คนค้านแปรอักษร’

(19 พ.ย.66) เพจดังการเมือง ‘ปราชญ์ สามสี’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "น้องสวนกุหลาบ #จตุรมิตร เขาบอกแล้วนะ #ก้าวไกล #อย่าเxือกเรื่องแปรอักษร" พร้อมภาพที่น้องๆ สวนกุหลาบ ชูเสื้อที่มีข้อความว่า "อย่าเxือก..!! เรื่องแปรอักษร ของพวกกู"
 

‘ธนกร’ แนะ!! ตำรวจควรใช้โอกาสนี้ ถอนรากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังรวบเครือข่ายรายย่อยออกจากเล้าก์ก่าย เพื่อหาตัวการใหญ่

(19 พ.ย.66) นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศให้การช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เล้าก์ก่าย ประเทศเมียนมา ว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้โอกาสการช่วยเหลือคนไทย ที่มีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ว่าอาจถูกหลอกเป็นเหยื่อของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปทำงานในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อสาวถึงตัวการรายใหญ่ที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน โดยพบว่ามีการว่าจ้างคนไทย หลอกคนไทยด้วยกันเองให้ไปทำงานกับขบวนการนี้และไม่เพียงเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์เท่านั้น ยังมีเหยื่อที่ถูกบังคับค้าประเวณี ค้ามนุษย์ และเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย

เมื่อถามว่า แต่ตัวการรายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังส่วนมากจะอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน นายธนกร กล่าวว่า ขบวนการนี้ทำเป็นเครือข่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวนมีข้อมูลว่าผู้ต้องหามีทั้งคนไทยที่สมรู้ร่วมคิดหลอกคนในประเทศออกไปทำงานยังประเทศเพื่อนบ้าน หากติดตามสืบสวนสอบสวนแล้วจะสามารถสาวไปถึงตัวการที่อยู่ประเทศเพื่อนบ้านได้ โดยเมียนมา กัมพูชา ไทยได้ประสานความร่วมมือระหว่างกันเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน โดยเฉพาะคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ผ่านมาในรัฐบาลชุดที่แล้ว ได้ประสานกัมพูชา เพื่อดำเนินการเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหามาแล้วหลายราย

“ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้โอกาสที่ช่วยเหลือคนไทยในเมียนมาออกมาได้ สืบสวนสอบสวนสาวให้ถึงต้นตอผู้บงการรายใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังจากที่ใช้เครือข่ายโทรหลอกลวงประชาชนทำสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก บางคนถึงกับหมดเนื้อหมดตัวคิดสั้นก็มี ซึ่งเชื่อว่ามีคนไทยรู้เห็นสมคบคิดในขบวนการนี้ด้วย ทั้งนี้ หากตัวบงการรายใหญ่อยู่ต่างประเทศทั้งในเมียนมาและกัมพูชา ก็สามารถประสานความร่วมมือเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ ขอให้ใช้โอกาสนี้ ถอนรากถอนโคน ใช้วิกฤตเป็นโอกาสในการเร่งแก้ปัญหาให้กับประชาชน” นายธนกร ระบุ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top