Friday, 31 July 2026
Hard News Team

‘ม.ปักกิ่ง’ ครองแชมป์ ‘มหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชีย’ ปี 2023 จากการจัดอันดับของ QS World University Rankings

(18 พ.ย.66) จากเพจเฟซบุ๊ก Jeenthainews - จีนไทยนิวส์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

ม.ปักกิ่ง ครองแชมป์ ‘มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเชีย’ ปี 2023 โดย QS World University Rankings

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีมหาวิทยาลัยหลายแห่งในจีนที่ได้รับการยอมรับให้เป็นสถาบันการศึกษาระดับโลก ตอกย้ำว่ามหาอำนาจทางเศรษฐกิจรายนี้ให้ความสำคัญอย่างสูงต่อภาคการศึกษาของประเทศ

ในปี 2023 นี้ สถาบันการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก QS World University Rankings ได้จัดอันดับ 10 มหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชีย ที่เรียกได้ว่ามีคุณภาพระดับนานาชาติ โดยในจำนวนนี้เป็นสถาบันอุดมศึกษาจากแผ่นดินใหญ่ไปแล้วถึง 5 แห่งด้วยกัน เชื่อว่าหลายๆ ชื่อก็น่าจะคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดีเพราะรั้งอันดับต้นๆ ของเอเชียมาหลายปี

อันดับที่ 1 มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) ของจีน

อันดับที่ 2 มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore หรือ NUS) ของสิงคโปร์

อันดับที่ 3 มหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University) ของจีน

อันดับที่ 4 มหาวิทยาลัยฮ่องกง (The University of Hong Kong) ของจีน (ฮ่องกง)

อันดับที่ 5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Nanyang Technological University, Singapore หรือ NTU Singapore) ของสิงคโปร์

อันดับที่ 6 มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น (Fudan University) ของจีน

อันดับที่ 7 (คะแนนรวมเท่ากัน) มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) ของจีน

อันดับที่ 8 สถาบันชั้นสูงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกาหลี (Korea Advanced Institute of Science & Technology หรือ KAIST) ของเกาหลี

อันดับที่ 9 มหาวิทยาลัยมาลายา (Universiti Malaya หรือ UM) ของมาเลเซีย

อันดับที่ 10 มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เจียวทง (Shanghai Jiao Tong University) ของจีน

‘2 ดีเจ’ แห่ง NAVYTIME เกาะกระแส!! เรียกรอยยิ้มยามเช้า สลัดลุคเป็นนางงามมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ทำคลื่นแตกของจริง

เมื่อวานนี้ (17 พ.ย.66) 2 นักจัดรายการวิทยุแห่งบ้าน NAVYTIME เรื่องดีๆ ประเทศไทยยามเช้า เรียกเรตติงวิทยุ ผ่านทางคลื่น FM 93 ส.ทร.วังนันทอุทยาน กทม. ด้วยการแต่งกายเลียนแบบอดีตนางงามมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ที่กำลังเข้าร่วมการแข่งขัน ณ ประเทศเอลซัลวาดอร์

โดยดีเจไอยรา อัลราวีย์ แต่งเป็นน้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ และดีเจศร แต่งเป็นฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น โดยดีเจทั้ง 2 ต่างไม่ยอมกันและกัน จัดหนักจัดเต็ม จนทำให้ผู้ฟังรายการและผู้ชม ต่างพากันชื่นชม และเรียกรอยยิ้มได้อย่างล้นหลาม 

ซึ่งการประกวดนางงามในประเทศไทย ถือเป็น soft power อีกด้านหนึ่ง ที่รัฐบาลกำลังผลักดัน และเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยทั้งประเทศจะร่วมกันส่งกำลังใจให้ตัวแทนสาวไทย ในการแข่งขัน Miss Universe 2024 ที่กำลังแข่งขัน

ต้องคอยติดตามว่า 2 ดีเจ จะแต่งตัวเป็นอะไรอีก ห้ามพลาดทุกการติดตาม แล้วรอเรียกรอยยิ้มจากทุกคนได้เสมอมา 

‘สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย’ ติด 1 ใน 6 ชาติ ชิงรางวัล ‘สหพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งปี’ ของกรีฑาโลก

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.66 กรีฑาโลก World Athletics ได้ประกาศสหพันธ์กรีฑาของ 6 ชาติ ที่เข้าชิงรางวัลสมาชิกยอดเยี่ยมแห่งปี 2023 ปรากฏว่าสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ด้วย ซึ่งสำหรับอีก 5 ชาติที่เข้าชิงรางวัลนี้ ประกอบด้วย กรีฑาแห่งออสเตรเลีย, สมาคมกรีฑาแห่งบอตสวานา, สหพันธ์กรีฑาแห่งชิลี, สหพันธ์กรีฑาแห่งสเปน และกรีฑาแห่งสหรัฐอเมริกา

ในปี 2566 สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชียครั้งที่ 25 ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย อีกทั้งยังได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของสมาคมกรีฑาแห่งเอเชียอีกด้วย 

ที่ผ่านมาสมาคมกีฬากรีฑาฯ ได้ช่วยเหลือสมาคมกรีฑาแห่งเอเชีย ในการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั่วทั้งประเทศ และมีแนวโน้มในการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก และศูนย์ฝึกกรีฑาที่ทันสมัยในอนาคต 

นอกจากนี้สมาคมกีฬากรีฑาฯ ยังได้จัดการแข่งขันกีฬายุวชน เยาวชน มุ่งสู่โอลิมปิก และยังได้ทำงานเพื่อพัฒนาการแข่งขันกรีฑาในระดับท้องถิ่นอีกด้วย

'เกาหลีเหนือ' ชักดาบ!! สั่งซื้อรถวอลโว่ 144 พันคัน แล้วไม่จ่าย 'สวีเดน' ได้แต่กลุ้ม!! เพราะเรียกเก็บหนี้ทุกปี แต่ยังไม่มีแววได้เงิน


เมื่อเกาหลีเหนือสั่งซื้อรถยนต์วอลโว่ 144 จากสวีเดน 1,000 คัน แล้วชักดาบ

สถานทูตสวีเดน ณ กรุงเปียงยาง

 

'สวีเดน' เป็นประเทศตะวันตกประเทศแรกที่เปิดสถานทูตในกรุงเปียงยางในปี ค.ศ. 1975 และยังคงเป็นประเทศเดียวที่ยังคงรักษาสถานเอกอัครราชทูตในกรุงเปียงยางไว้เป็นเวลา 26 ปี และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศตะวันตกที่ยังคงมีสถานทูตในกรุงเปียงยาง 

ปัจจุบันสวีเดนเป็นตัวแทนผลประโยชน์ด้านกงสุลของออสเตรเลีย แคนาดา อิตาลี กลุ่มประเทศนอร์ดิก และสหรัฐอเมริกาในเกาหลีเหนือ โดยสวีเดนมักทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ในการเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือและประเทศตะวันตก และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการปรับปรุงความสัมพันธ์ของเกาหลีเหนือและสหรัฐอเมริกา

สถานทูตเกาหลีเหนือ ณ กรุงสต็อกโฮล์ม

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1970 สวีเดนเริ่มมองว่า เกาหลีเหนือเป็นตลาดที่มั่งคั่ง บริษัทสวีเดน เช่น Volvo, ASEA, Kockums, Atlas Copco และ Alfa Laval ต่างต้องการส่งออกผลิตภัณฑ์ของตนไปยังประเทศเกาหลีเหนือ และได้จัดนิทรรศการอุตสาหกรรมในกรุงเปียงยาง 

ทำให้ในช่วงทศวรรษนั้น เกาหลีเหนือนำเข้าสิ่งของต่าง ๆ รวมถึงรถยนต์วอลโว่ 144 ประมาณ 1,000 คันที่สวีเดนไม่เคยได้รับเงินค่ารถเหล่านั้นเลย 

จึงเป็นที่มาว่าทำไมนักการทูตโซเวียตเรียกสิ่งนี้ว่า "การโจรกรรมรถยนต์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์" 

รถวอลโว่เหล่านี้พบเห็นได้ทั่วไปในกรุงเปียงยางจนถึงปี 2010 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมารถเหล่านี้ก็มีปัญหาใหญ่ในด้านการบำรุงรักษาไว้

รถยนต์วอลโว่ 144 คันหนึ่งที่วิ่งในกรุงเปียงยาง ซึ่งเกาหลีเหนือไม่ได้ชำระเงินค่ารถจนทุกวันนี้

ทุกวันนี้เกาหลีเหนือยังคงเป็นหนี้สวีเดนอยู่จำนวน 2.2 พันล้านโครนสวีเดน อันเป็นเงินค้างจ่ายสวีเดนจากการนำเข้ารถยนต์เหล่านี้

ในบรรดาประเทศเจ้าหนี้ทั้งหมด เกาหลีเหนือเป็นหนี้สวีเดนมากที่สุด ตามมาด้วยอิรักซึ่งมีหนี้น้อยกว่าหนึ่งพันล้านโครน 

เกาหลีเหนือสั่งซื้อรถยนต์จำนวนดังกล่าวจากสวีเดน เพื่อตอบสนองต่อเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือที่กำลังเติบโต แต่จนถึงปัจจุบันเกาหลีเหนือไม่เคยสนใจที่จะจ่ายเงิน และเพิกเฉยต่อใบแจ้งหนี้จากรัฐบาลสวีเดน ทำให้บิลดังกล่าวยังคงอยู่ในสถานภาพ 'ค้างชำระ'

รถยนต์วอลโว่ 144 คันหนึ่งที่ใช้ในกรุงเปียงยาง ซึ่งเกาหลีเหนือไม่ได้ชำระเงินค่ารถจนทุกวันนี้

รัฐบาลสวีเดนมีบทบาทสำคัญในการทำธุรกรรมนี้ ในช่วงกลางทศวรรษ 1970 ผู้ส่งออกในสวีเดนหลายรายได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตของเกาหลีเหนือและความช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียตอย่างต่อเนื่อง เพราะมองเห็นศักยภาพของประเทศในแถบเอเชีย และรัฐบาลสวีเดนตระหนักถึงโอกาสนี้ จึงตกลงที่จะส่งเครื่องจักรกลหนักมูลค่ากว่า 70 ล้านดอลลาร์ พร้อมด้วยรถยนต์ Volvo 144 จำนวน 1,000 คัน 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงธุรกรรมทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนทางการทูตอีกด้วย และอีกหนึ่งปีต่อมา สวีเดนก็กลายเป็นประเทศตะวันตกประเทศแรกที่เปิดสถานทูตในกรุงเปียงยาง ซึ่งในขณะนั้นเกาหลีเหนือ ก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดนี้” 

Jonathan D. Pollack นักวิชาการอาวุโสของสถาบัน Brookings อธิบายว่า “หลังสงครามเกาหลี เศรษฐกิจของพวกเขาได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่ กลายเป็นรัฐอุตสาหกรรมที่ใช้งานได้ และยังต้องพึ่งพาความช่วยเหลืออย่างมาก แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่การเดิมพันที่เลวร้ายเช่นนี้”

รถยนต์วอลโว่ 144 คันหนึ่งที่วิ่งในกรุงเปียงยาง ซึ่งเกาหลีเหนือไม่ได้ชำระเงินค่ารถจนทุกวันนี้

รถยนต์วอลโว่ 144 ที่แข็งแกร่งและบึกบึน ถูกใช้โดยชนชั้นสูงของเกาหลีเหนือ และใช้วิ่งเป็นรถแท็กซี่ในกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ และแม้ว่าทุกวันนี้ยังมีรถวอลโว่บางคันยังคงใช้วิ่งเป็นรถแท็กซี่อยู่ แต่ว่าไม่มีทีท่าว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือจะจ่ายเงินคืนรัฐบาลสวีเดน

การได้พบเห็น ‘รถยนต์วอลโว่’ บนท้องถนนในกรุงเปียงยางเป็นเวลาหลายปี ทำให้ได้รับฉายาว่า 'ผีสีฟ้า' 

แม้เศรษฐกิจในประเทศเกาหลีเหนือจะถดถอยและเกิดการคว่ำบาตรระหว่างประเทศอย่างรุนแรง แต่ก็ยังมีรถหรูนำเข้าจากสหภาพโซเวียตและยุโรป และรถเลียนแบบที่เกาหลีเหนือผลิตเองบนถนนสายกว้างของกรุงเปียงยางปะปนกัน นับตั้งแต่มีการสั่งซื้อมาเกือบ 50 ปี 

จำนวนเงินที่ค้างชำระสำหรับรถวอลโว่ 1,000 คันได้เกินขีดจำกัดที่กำหนดแล้ว และดูเหมือนว่าโอกาสที่จะได้รับการชำระเงินนั้นแทบจะเป็นศูนย์ แม้ว่าทางการสวีเดนยังคงส่งใบเรียกเก็บเงินไปยังเกาหลีเหนือปีละ 2 ครั้ง โดยค่าธรรมเนียมดังกล่าวเพิ่มขึ้นพร้อมดอกเบี้ยและภาษีอื่น ๆ ดอกเบี้ยและค่าปรับสำหรับหนี้รถยนต์ได้เพิ่มขึ้นเป็น 322 ล้านดอลลาร์ในช่วง 48 ปีที่ผ่านมาจนปัจจุบัน 

แม้ว่ารัฐบาลสวีเดนจะจ่ายเงินให้กับบริษัท Volvo ผู้ผลิตรถยนต์เต็มจำนวนด้วยเงินจากกองทุนสาธารณะแล้ว แต่รัฐบาลยังคงเป็นเจ้าหนี้เกาหลีเหนือสำหรับสินค้าของสวีเดนที่ส่งออกไปยังเกาหลีเหนือ ผลกระทบทางการเงินของข้อตกลงนี้น่าตกใจ และเกาหลีเหนือไม่มีทีท่าว่าจะชำระหนี้ที่ค้างชำระสวีเดนมาเป็นเวลานานแล้วแต่อย่างใด

 

‘ศ.เกริกเกียรติ’ อดีตอธิการฯ มธ. ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว สิริอายุรวม 86 ปี

เมื่อวานนี้ (17 พ.ย.66) เฟซบุ๊ก Thammasat University Library ได้โพสต์อาลัย ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ราชบัณฑิต อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2531-2534

และวันเดียวกัน เฟซบุ๊ก ดร.อภิชาติ ดำดี ได้โพสต์ข้อความว่า ศาสตราจารย์เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ราชบัณฑิต อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน พระราชทานเพลิง เวลา 13.00 น. วันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย.2566

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม เกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2480 เป็นราชบัณฑิต และนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก, อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

>> สำหรับประวัติการทำงาน ศ.เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม

- นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก
- ประธานคณะกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย Thai PBS (2 สิงหาคม พ.ศ.2551-2 สิงหาคม พ.ศ.2553)
- คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) (พ.ศ.2542-2546)
- อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (พ.ศ.2536-2542)
- อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ.2531-2534)
- คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (27 พฤษภาคม พ.ศ.2525-31 พฤษภาคม พ.ศ.2527)
- นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ (พ.ศ.2521-2523)
- ประธานสภาอาจารย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ.2521-2524)
- กรรมการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (พ.ศ.2536)
- กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ (พ.ศ.2525)
- กรรมการสภาการศึกษาแห่งชาติ
- ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พ.ศ.2519 และ พ.ศ.2529)
- สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ.2534)
- สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) (พ.ศ.2539)
- กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (พ.ศ.2549)
- รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) (พ.ศ.2550)

>> ประวัติการศึกษา

- ปี 2507 ปริญญาบัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปี 2507 ปริญญาพาณิชยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปี 2508 ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สมาคมผู้สอบบัญชี
- ปี 2512 ปริญญาโท M.A. University of the Philippines ฟิลิปปินส์
- ปี 2515 ปริญญาโท M.S. University of Illinois สหรัฐอเมริกา
- ปี 2532 ปริญญาบัตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
- ปี 2551 ปริญญาเศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
- ปี 2552 ปริญญาเศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

'ดร.หิมาลัย' เอือม!! ก๊วนการเมือง 'ตีรวน-มุ่งทำลาย' ประเพณีดีงามนับร้อยปี ยก 'จตุรมิตรสามัคคี' สายใยแห่งความรักของคนต่างโรงเรียนที่ไม่มีวันขาด

(17 พ.ย. 66) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ คณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ 'จตุรมิตรสามัคคี สายใยแห่งความรัก สวนกุหลาบต้องไว้ลาย' ความว่า...

ในช่วงนี้ เป็นช่วงเวลาของการแข่งขัน ฟุตบอล จตุรมิตร ซึ่งเป็นกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ของ รร.มัธยมชายล้วนทั้ง 4 คือ สวนกุหลาบวิทยาลัย, เทพศิรินทร์, กรุงเทพคริสเตียน และ อัสสัมชัญ กิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมที่ดีมาก เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ ความสามัคคี ความรู้สึกเป็นพี่เป็นน้อง ไม่ได้จำกัดแค่ในโรงเรียนเดียวกันเท่านั้น แต่ยังขยายเครือข่ายไปในกลุ่มจตุรมิตรด้วย

ในการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรนั้น มีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันคือ กองเชียร์และการแปรอักษรประชันกัน ซึ่งแต่ละโรงเรียน ไม่มีใครยอมแพ้ใคร ต่างคนต่างปล่อยฝีไม้ลายมือกันเต็มที่ ภาพที่ปรากฏออกมาแต่ละครั้งจึงสวยงามสมกับการรอคอย เบื้องหลังความสำเร็จที่น่าทึ่ง คือ ผลงานเหล่านี้ เกิดจากการสร้างสรรค์ของเยาวชนอายุประมาณ 11-17 ปีเท่านั้น 

ในปีนี้ มีข่าวขึ้นมาว่ามีบุคคลบางกลุ่มที่ไม่มีความเข้าใจในกิจกรรมดังกล่าว ได้มีการรณรงค์ชักชวนให้ยกเลิกการแปรอักษร ถึงขนาดไปถือโทรโข่งประกาศโฆษณาชวนเชื่อให้น้อง ๆ และผู้ปกครอง ต่อต้านกิจกรรมดังกล่าว ดูถ้อยคำกล่าวอ้าง กริยาที่ไปแสดงออกตามคลิปที่มีผู้ส่งให้ผมดูแล้ว ดูครั้งแรกก็โมโหแต่พอระลึกถึง สุภาษิตคติพจน์ประจำโรงเรียนสวนกุหลาบที่ว่า “สุวิชา โน ภวํ โหติ อ่านว่า สุ-วิ-ชา โน พะ-วัง โห-ติ แปลความว่า ผู้รู้ดี เป็น ผู้เจริญ“ ก็ให้อภัยถึงความไม่รู้ไม่เข้าใจของบุคคลเหล่านี้

ย้อนไปในวัยเด็ก การได้ปักอักษร ส.ก. บนหน้าอกเสื้อนักเรียนนั้นเป็นความภาคภูมิใจของผม (สวนฯ103) และน้องชาย (สวนฯ106) เป็นอย่างมาก ที่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนหลวงสวนกุหลาบ ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของประเทศไทย ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 องค์ผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนแห่งนี้ ดังมีพระราชดำรัสที่สำคัญของพระองค์ท่าน เมื่อครั้งพระราชทานรางวัลนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบ พ.ศ.2427 มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า "เจ้านายตั้งแต่ราชตระกูล ตั้งแต่ลูกฉันเป็นต้นลงไป ตลอดถึงราษฎรที่ต่ำที่สุด จะได้มีโอกาสเล่าเรียนเสมอกัน"

ดังนั้น โรงเรียนสวนกุหลาบ จึงมีนักเรียนที่หลากหลาย มีตั้งแต่ลูกรัฐมนตรียันลูกภารโรง ลูกนักธุรกิจพันล้านจนถึงลูกคนกวาดถนน ลูกตำรวจ ทหาร จนถึงลูกผู้ต้องหา เมื่อพวกเราได้สวมเสื้อ ปักอักษร ส.ก. บนหน้าอกแล้ว พวกเราเท่าเทียมกัน พวกเรารักและผูกพันเหมือนเป็นพี่น้องคลานตามกันมา เราทะเลาะ เราหัวเราะ เราร้องไห้ ชกต่อย ปลอบโยน ให้กำลังใจกัน อย่างบริสุทธิ์ใจ ทุก ๆ อย่าง เกิดจากการหล่อหลอม จากการเรียน จากการทำกิจกรรม และใช้ชีวิตร่วมกัน

กิจกรรมในโรงเรียนสวนกุหลาบ ในสมัยของผม มีหลากหลาย แต่ละกิจกรรม ล้วนสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนและประเทศชาติ เช่น การเข้าค่ายนักเรียนใหม่ เหมือนการให้กำเนิดพวกเราอีกครั้งในสายเลือดชมพูฟ้า ชมรมดนตรีไทย มีการแสดงโขนหน้าพระที่นั่ง ชมรมดุริยางค์และวงโยธวาทิต มีการประกวดและได้รับรางวัลอยู่เสมอ กองร้อยลูกเสือเกียรติยศ เป็นหน้าเป็นตาของโรงเรียน ได้มีโอกาสไปร่วมรักษาความปลอดภัยของงานกิจกรรมต่างๆของกระทรวงศึกษาธิการอยู่เนือง ๆ ชมรมวิชาการต่าง ๆ ที่มักมีการส่งนักเรียนของเราออกไปกวาดรางวัลการแข่งขันทางวิชาการอยู่ตลอดเวลา และในหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่หล่อหลอมให้พวกเรามีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว นั่นคือ การแปรอักษรในงานจตุรมิตรสามัคคี ยังจำความตื่นเต้นในตอนนั้นได้ พวกเราตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้ถึงเวลาของงานนี้ ดีใจที่จะได้เป็นส่วนร่วมสำคัญของประวัติศาสตร์ในยุคของเรา มีความรู้สึกเหมือนว่า ถ้าผ่านงานนี้ไป เราจะได้เป็นลูกสวนเต็มตัว เป็นที่ยอมรับของพี่ ๆ เราต้องเริ่มต้นตั้งแต่เข้าหอประชุม ซ้อมร้องเพลงเชียร์ต่าง ๆ ของโรงเรียน หลายครั้งก็ซ้อมที่สนามฟุตบอล หรือสนามไพศาล เราไม่เคยมีความรู้สึกว่าร้อนหรือเหนื่อย เราไม่เคยรู้สึกว่าโดนทรมานหรือละเมิดสิทธิมนุษยชน หลังจากนั้นเราก็ต้องมาเรียนรู้และจดจำโค้ดหรือรหัสในการแปรอักษร ซึ่งสอนและควบคุมโดยรุ่นพี่ ม.4, ม.5 เท่านั้น พี่ ๆ ม.6 ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำ เชื่อไหมครับ กิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศนี้ การจัดแบ่งหน้าที่ ประสานงานและควบคุมการปฏิบัติต่าง ๆ เป็นการทำงานร่วมกันของเด็กนักเรียนชั้น ม.1 - ม.5 เท่านั้น มันน่าทึ่งไหมครับ

แล้วเวลาแห่งความภาคภูมิใจก็มาถึง พวกเราได้ร่วมกันแสดงออกถึงความรักความสามัคคีในหมู่คณะ การอดทนท่านกลางอากาศร้อนหรือบางครั้งก็ฝนตก การช่วยเหลือกันในหมู่เพื่อนฝูง การเอื้ออาทรดูแลกันระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง เสียงเชียร์เสียงตบมือให้กำลังใจจากพี่ ๆ ตั้งแต่รุ่นพ่อจนถึงรุ่นหนุ่มน้อยที่เพิ่งจบ บรรยากาศแบบนี้ มันเป็นความประทับใจครับ ผมถึงนึกภาพไม่ออกว่าคนที่พยายามมาต่อต้านหรือมายุยงปลุกปั่นน้อง ๆ ให้ต่อต้านกิจกรรมนี้ เอาอวัยวะส่วนไหนคิด หลังเลิกงาน ไม่ว่ากีฬาจะแพ้หรือชนะ สิ่งที่ได้คือ ความภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมสำคัญในจิตวิญญาณของความเป็นสวนกุหลาบ หยาดเหงื่อที่เสียไป ทำให้พวกเรารู้สึกดีใจที่ได้เสียสละให้กับสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของเรา ผมว่าความรู้สึกนี้ น่าจะเป็นเหมือนกันทุกโรงเรียนครับ 

สุดท้ายนี้ อยากจะบอกว่า "ไปเล่นการเมืองที่อื่นเถอะครับ อย่ามาทำลายความรัก ความภาคภูมิใจของพวกเรา ที่สืบต่อกันมาอย่างบริสุทธิ์ใจเป็นร้อยปีเลย ผมไม่โกรธ และให้อภัยพวกคุณครับ เพราะพวกคุณไม่รู้และไม่ใช่เรา จึงไม่มีวันเข้าใจ"

"กุหลาบสวย หนามแหลมคม เปลี่ยนกระถาง ไม่จางสี"

#ดรหิมาลัยผิวพรรณ #drhimalai #ยามเฝ้าแผ่นดินไทย #ไตรรงค์ผิวพรรณ #จตุมิตร #สวนกุหลาบ #osk103 #osk106

‘จีน’ มุ่งส่งเสริม ‘อุตสาหกรรมการประหยัดน้ำ’ พร้อมวิจัย-พัฒนาอุปกรณ์ประหยัดน้ำในครัวเรือน

(17 พ.ย. 66) หลี่กั๋วอิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรน้ำของจีน กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวของจีนว่า จีนได้ปรับปรุงอุตสาหกรรมประหยัดน้ำของประเทศให้ดีขึ้น และได้จัดตั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนา การผลิตอุปกรณ์ การก่อสร้างโครงการ และการบริหารจัดการบริการ

หลี่กล่าวว่าอุตสาหกรรมการประหยัดน้ำเริ่มเป็นรูปร่างและครอบคลุมสาขาต่าง ๆ เช่น การชลประทานแบบประหยัดน้ำเพื่อการเกษตร การบำบัดน้ำเสียทางอุตสาหกรรม อุปกรณ์ประหยัดน้ำในครัวเรือน การควบคุมการรั่วไหลของท่อส่งน้ำ การรีไซเคิลสิ่งปฏิกูล การแยกเกลือออกจากน้ำทะเล และเทคโนโลยีประหยัดน้ำอัจฉริยะ

หลี่ระบุว่าประสิทธิภาพการใช้น้ำของจีนถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยมีการใช้น้ำต่อ 10,000 หยวน (ราว 49,000 บาท) ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และการใช้น้ำต่อผลผลิตภาคอุตสาหกรรม 10,000 หยวน (ราว 49,000 บาท) ในปี 2022 ลดลงร้อยละ 46.5 และร้อยละ 60.4 จากปี 2012 ตามลำดับ

ทั้งนี้ จีนได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งแก่นวัตกรรมในภาคส่วนดังกล่าว ผ่านการเพิ่มการสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และอุปกรณ์ประหยัดน้ำ

‘ปตท. - GPSC - Nuovo Plus’ ร่วมมือ ‘TES’ ศึกษาการลงทุนตั้งโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ในไทย

เมื่อไม่นานมานี้ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ Mr. John Jonghun Oh, Chief Strategy Officer, Total Environmental Solutions Company Limited (TES) ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ ระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) บริษัท นูออโว พลัส จำกัด (Nuovo Plus) และ บริษัท โทเทิล เอนไวโรเมนทอล โซลูชั่นส์ จำกัด (TES) 

โดยมี ดร.ยุทธนา สุวรรณโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สถาบันนวัตกรรม ปตท. นายมนัสชัย คงรักษ์กวิน รักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาธุรกิจ GPSC นายทิติพงษ์ จุลพรศิริดี กรรมการ Nuovo Plus และ Mr. Luc Scholte van Mast, Managing Director, TES ร่วมลงนาม เพื่อแสวงหาโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีและศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ในประเทศไทย สนับสนุนการดำเนินธุรกิจแบตเตอรี่ครบวงจรในอนาคต พร้อมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีรีไซเคิลมาส่งเสริมธุรกิจด้านพลังงานสะอาดที่เกี่ยวข้องให้แก่กลุ่ม ปตท. นอกจากจะช่วยเสริมศักยภาพการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทยต่อไป

‘ดร.เอ้’ แนะ!! กทม.สำรวจ-ประเมินตึกสูงนับหมื่นแห่ง หวั่น!! แผ่นดินไหวส่งผลกระทบ ชี้!! ความเสียหายจะหนักหนา

(17 พ.ย. 66) ศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานนโยบาย กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกสภาวิศวกร และอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘เอ้ สุชัชวีร์’ ระบุว่า…

ภัยแผ่นดินไหว อันตรายจริง กทม.มีความเสี่ยง!!

แผ่นดินไหวที่เมียนมา สะเทือนถึงกรุงเทพ ตึกเก่าหลายหมื่น เสี่ยงจริง กทม.ต้องมีมาตราการสำรวจ และประเมินความแข็งแรงของอาคารในกรุงเทพ อย่างจริงจัง

อย่าทำเป็นเล่น หากอาคารถล่ม ความสูญเสีย ประเมินค่ามิได้ เป็นห่วงครับ
#แผ่นดินไหว

‘นฤมล’ เผย ‘ญี่ปุ่น’ สนใจลงทุนหลากอุตฯ ใหม่ในไทย พร้อมเสนอ ‘ไทย’ เป็นฮับผลิตรถยนต์ EV ของอาเซียน

เมื่อวานนี้ (16 พ.ย. 66) ศาสตราจารย์นฤมล ภิณโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้า เปิดเผยภายหลังต้อนรับและหารือกับนายนะชิดะ คะสุยะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย โดยเอกอัครราชทูตนะชิดะ ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งของศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้า พร้อมกล่าวยืนยันว่าประเทศญี่ปุ่นทั้งภาครัฐและภาคเอกชนพร้อมที่จะทำงานร่วมมือกับรัฐบาลภายใต้การนำ ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ซึ่งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์เป็นมิตรที่ดีต่อกันมายาวนาน

ผู้แทนการค้า กล่าวว่า เอกอัครราชทูตนะชิดะ เสนอไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่หลากหลายในช่วงของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่การเป็นประเทศศูนย์กลางการผลิตรถ EV และสินค้าที่เชื่อมโยงเพื่อส่งไปยังประเทศอาเซียน อีกทั้ง ภายใต้นโยบาย Green Growth ของประเทศญี่ปุ่น ภาครัฐและเอกชนของญี่ปุ่นมีความสนใจร่วมลงทุนในธุรกิจที่หลากหลายในอุตสาหกรรมกลุ่มใหม่ เช่น AI, Bio Technology, Modern Agriculture และ Clean Energy ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของท่านนายกฯ เศรษฐา ที่ต้องการส่งเสริม Green Economy & Clean Energy เช่นกัน 

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาดจากแสงแดด ลม น้ำ และขยะ ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตอาจมีการนำพลังงานสะอาดเหล่านี้มาใช้ในภาคการผลิตมากขึ้น

นอกจากนี้ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) ยังมองว่า การเปลี่ยนผ่านนโยบายด้านพลังงานของไทยมีความเป็นรูปธรรมชัดเจน จึงพร้อมสนับสนุนนโยบายพลังงานสะอาดร่วมกับไทย และ METI จะเสนอกรอบความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยกับญี่ปุ่น โดยจะเน้นย้ำประเด็น Green Transition

ในส่วนเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์ของไทย ผู้แทนการค้า กล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีความตั้งใจที่จะให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลขั้นสูงต่อไป โดยหวังอย่างยิ่งว่านักธุรกิจรุ่นใหม่ในญี่ปุ่นและไทยจะได้มีการติดต่อแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น ในลักษณะ Business Matching

“เดือนธันวาคม นายกฯ และคณะผู้บริหารรัฐบาล มีกำหนดการไปเยือนประเทศญี่ปุ่น เพื่อหารือและขยายกรอบการลงทุนร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่น ในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-ไทยในหลายด้านให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นไปอีก” ผู้แทนการค้าย้ำ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top