Friday, 31 July 2026
Hard News Team

‘อี้ แทนคุณ’ บี้!! สส.ก้าวไกล เชียงใหม่ สารภาพผิดต่อสังคม หลังถูกแฉ ‘​ปลอมลายเซ็น-อมเงิน-ยื่นเอกสารเท็จให้ กกต.’

เมื่อวันที่ (19 พ.ย. 66) ดร.แทนคุณ​ จิตต์​อิสระ​ รักษา​การ​ประธาน​คณะกรรมการ​ส่งเสริม​สิทธิ​มนุษยชน​และ​ความ​เสมอภาค​ระหว่าง​เพศ​ พรรค​ประชา​ธ​ิ​ปัตย์​กล่าว​ถึง​กรณี​ ตนได้รับทราบข้อมูล​จากแหล่งข่าวกล่าวว่า มีสส.ก้าวไกล จังหวัด​เชียงใหม่​ ปลอมลายเซ็นผู้​อื่นและแจ้งยอดเงินไม่ตรงกับที่จ่าย มีบางรายไม่ได้รับเงินสักบาท แต่ถูก​สวมสิทธิ​เซ็นชื่อรับเงิน ซ้ำร้ายนำส่งเอกสารปลอมยอดเงินเท็จและการหลอกนำบัตรประชาชน​ของผู้เสียหายไปประกอบเอกสารเท็จยื่นบัญชี​รายรับ-รายจ่ายการลงสมัคร สส.ให้ กกต. โดยไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง​ 

เมื่อตนได้รับหลักฐาน ​คือ ใบแจ้งความ​ที่ไปพบพนักงานสอบสวนและทราบว่า สส.คนดังกล่าวไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยภายหลังสมาชิกพรรคก้าวไกลและถูกปลอมลายเซ็นและนำสำเนาบัตรประชาชนไปแอบอ้างในการรับเงินค่าจ้างผู้ช่วยหาเสียงโดยได้มีการรับเงินเป็นจำนวน 13,490 บาท แต่กลับไม่ได้​รับเงินเลยสักบาท และผู้เสียหาย อีก 2 รายได้รับเงินมาเพียง 9,000 บาท ถูกทำเอกสารปลอมว่ารับเงินจำนวน 18,020 บาท โดยมีการนำบัตรประชาชนของผู้เสียหาย​ทั้ง 3 รายไปปลอมลายเซ็นแอบอ้างทำเอกสารเท็จยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง ( กกต.) ประจำจังหวัดเชียงใหม่ 

หลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายได้รับความสนใจและสนับสนุนจากคนที่เป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลที่เริ่มตาสว่างเห็นถึงพฤติกรรมของนักการเมืองพรรคนี้โดยตนและพวก ได้ร่วมกันนำกระดาษที่มีข้อความตำหนิ สส. คนดังกล่าวที่ป้ายพรรคก้าวไกลเชียงใหม่ เช่น ต้องการความยุติธรรม ซื่อตรง โปร่งใส เป็นธรรม ปกปักรักษาสร้างหรือยึดถือคุณธรรม คัมภีร์ไหนนี่หรือประชาธิปไตย เช้า 17 พ.ย. สส.เขต 8 ย่องเงียบรับทราบข้อกล่าวกับ กกต. ต้องการให้ สส. หยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น 

โดยตนได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากคนที่รักพรรคก้าวไกล​ด้วยหัวใจ แต่กลับถูกทรยศซ้ำ ๆ และกล่าวหาใส่ร้ายพวกตนหลายเรื่องจนพวกตนทนไม่ไหวและได้รวบรวม​หลักฐาน​และความกล้าหาญ​ปรึกษา​หารือกันเพื่อแจ้งความ​ดำเนินคดี​กับ สส.คนดังกล่าว​ โดยความมุ่งหมายคือต้องการเปิดโปงพฤติกรรมของ สส.คนดังกล่าวที่ยังมีรายละเอียดอีกเยอะมากที่พวกตนมีข้อมูลเพราะพวกตนคือคนใกล้ชิดจริง ๆ

โดยอยากให้ สส. คนนี้ยอมรับความจริง ออกมาสารภาพ​ต่อสังคมและลาออกก่อนจะถูกเปิดโปงจนไม่มีที่ยืน เพราะคดีนี้เป็นคดีอาญาแผ่นดินพวกตนพร้อมพลีชีพเพื่อพิสูจน์ความจริงต่อไป

ย้อนฟังคำตอบในรอบตอบคำถาม 5 คนสุดท้ายของ ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ Miss Universe Thailand 2023

(20 พ.ย. 66) ย้อนฟังคำตอบในรอบตอบคำถาม 5 คนสุดท้ายของ ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ Miss Universe Thailand 2023 และ รองอันดับ 1 Miss Universe 2023 กับคำถาม ‘ถ้าคุณได้พูดกับนักเรียนเกี่ยวกับการโดนบูลลี่ออนไลน์ จะพูดว่าอย่างไร?’ ซึ่ง แอนโทเนีย ได้ระบุว่า…

“อย่าไปฟังเสียงของคนที่พูดบูลลี่ ขึ้นอยู่กับเราว่าจะตอบโต้สถานการณ์นั้นอย่างไร สิ่งสำคัญคือการลุกขึ้น…มาจากช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้น”

‘หลวงพ่อพระครูโพธิวนานุรักษ์’ เจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกธรรมชาน์ ประสบอุบัติเหตุ มรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุ 64 ปี

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 66 คณะศิษย์แจ้งข่าว หลวงพ่อพระครูโพธิวนานุรักษ์ ประสบอุบัติเหตุกิ่งไม้หล่นใส่ รุนแรงและกะทันหัน อาการทรุดลงตามลำดับ หลวงพ่อมรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุ 64 ปี ถวายความอาลัย น้อมกราบหลวงพ่อสู่พระนิพพาน ถวายความอาลัย

กรณีหลวงพ่อพระครูโพธิวนนุรักษ์ (พระรรณจิตต์ แสงผา) เจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกธรรมชาน์ สาขาที่ 7 วัดหนองป่าพง อำเภอม่วงสามสิบ อุบลราชธานี ซึ่งประสบอุบัติเหตุรุนแรงกะทันหันจากกิ่งไม้หล่นใส่ และหลวงพ่อได้เข้ารับการรักษาที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 66 คณะแพทย์ได้ดูแลรักษาอาการอย่างใกล้ชิด ร่วมกับการใช้เครื่องช่วยหายใจอย่างเต็มความสามารถ แต่หลวงพ่ออาการทรุดลงตามลำดับ จนล่วงเลยถึงวันที่ 17-18 พ.ย.66 พระครูโพธิวนานุรักษ์ มีอาการทรุดลงและได้มรณภาพด้วยอาการสงบ

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 66 เวลา 18.32 น. สิริอายุ 64 ปี 44 พรรษา วัดป่าวิเวกธรรมชาน์ และคณะแพทย์ผู้ดูแลรักษา จึงขอประกาศแจ้งข่าวการมรณภาพของพระครูโพธิวนนุรักษ์มา ณ ที่นี้ ส่วนกำหนดการอื่นๆ ทางวัดจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป คณะศิษย์น้อมกราบส่งหลวงพ่อสู่พระนิพพาน ก่อนหน้านี้

หลังเกิดอุบัติกับหลวงพ่อ คณะศิษย์ได้ขอรับบริจาคโลหิตกรุ๊ปโอในการผ่าตัด โดยขอบอกบุญและเชิญชวนผู้มีจิตเป็นกุศล ร่วมบริจาคเลือดได้โดยตรงที่ ธนาคารเลือดโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี

'แอนโทเนีย’ ขอบคุณทุกแรงหนุนที่ทำให้ยืนอยู่ตรงนี้ พร้อมขอโทษที่ไม่สามารถคว้ามงกุฎกลับมาได้

(19 พ.ย.66) เปิดใจ 'แอนโทเนีย โพซิ้ว' หลังคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 (Miss Universe 2023) ครั้งที่ 72 จากประเทศเอลซัลวาดอร์ ซึ่งปีนี้สาวไทยสวยและเก่งมาก สามารถเข้ารอบ 3 คนสุดท้าย เข้ารอบตัดสินลึกที่สุดในรอบประวัติศาสตร์ 35 ปี

ล่าสุด 'แอนโทเนีย' ได้อัปเดทความรู้สึกหลังจากจบการประกวด ผ่านอินสตาแกรม โดยระบุว่า…

“ไม่มีคำพูดใดที่สามารถอธิบายความรู้สึกของแอนได้ในตอนนี้ แอนทุ่มสุดตัวบนเวทีคืนนี้เพื่อประเทศไทยเพื่อทุกคนที่เชื่อในตัวแอน และเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของแอน แอนขอโทษที่ไม่สามารถนำมงกุฎกลับบ้านให้เราได้ และแอนก็รู้สึกขอบคุณอย่างมากสำหรับความรักและการสนับสนุนทั้งหมดที่มีให้แอนตลอดการเดินทางครั้งนี้”

“หากปราศจากการสนับสนุนของทุกคน วันนี้แอนคงไม่ได้ยืนอยู่ที่นี่ อย่างที่แอนเคยบอกไปแล้วก็คือ ไม่ใช่มงกุฎและสายสะพายที่สำคัญที่สุด แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ทุกๆ คนทำให้แอนทุกช่องทางที่คุณมีนั้นสำคัญที่สุด แอนจะทำงานต่อไปเพื่อความฝันของแอน และหวังว่าทุกคนจะร่วมเดินทางไปกับแอนในทุกเส้นทางที่แอนจะก้าวไป สำหรับที่นี่ แอนหวังว่าแอนจะเป็นแสงสว่างนำทางให้กับทุกคนที่มีความฝันต่อไป ความฝันที่รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ กล้าที่จะก้าว ครั้งแรกนั้นคุณไม่มีทางรู้ว่าคุณจะไปจบอยู่ที่ไหน แต่เส้นทางนั้นจะพาคุณไปและคุณจะพบกับใครตามทาง แอนอยากจะบอกว่าแอนรักคุณทุกคนจากก้นบึ้งของหัวใจ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ”

‘กรมการข้าว’ เดินสายติวเข้ม ‘เกษตรกร’ หวังยกระดับการผลิตข้าวแบบลดโลกร้อน

(19 พ.ย.66) นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าว มีเป้าหมายนำเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ หรือ Modern Agriculture Technology จากงานวิจัยมาส่งเสริมเกษตรกร เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน รวมถึงเกิดการผลิตข้าวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และแนวทางปฏิบัติของ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ที่เน้นให้เกิดการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ด้วยแนวทาง BCG Model 

“งานวิจัย ถือเป็นภารกิจต้นน้ำของกรมการข้าว แล้วนำมาต่อยอดในช่วงกลางน้ำ ด้วยการขยายผลนำเทคโนโลยีที่ได้มาเผยแพร่ สู่การยอมรับและนำไปใช้ของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร และปลายน้ำเป็นการนำมาปรับใช้และสร้างมูลค่าเพิ่ม ดั่งคำที่ว่าตลาดนำการผลิต และทำน้อยแต่ได้มาก ล้วนแล้วแต่เป็นการนำเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่มาใช้ทั้งสิ้น แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาเราจะมุ่งเน้นเพียงแค่เพิ่มของผลผลิตเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะหากการเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น แต่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมโดยการทำลายสิ่งแวดล้อมย่อมทำให้การผลิตข้าวไม่ก่อให้เกิดความยั่งยืน” นายอานนท์ กล่าว

การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง หรือ AWD นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จ ของการส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ โดยเป็นองค์ความรู้ที่กรมการข้าวได้ดำเนินการวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมให้ชาวนาได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ปลูกข้าวนาชลประทาน ทั้งนี้ การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง เป็นการจัดการน้ำที่ใช้น้ำในปริมาณที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งจะใช้ประมาณ 850-900 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อฤดูกาลเพาะปลูก

เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้น้ำแบบขังตลอดเวลาจะสามารถใช้น้ำลดลงได้มากถึงร้อยละ 30 แล้วยังเพิ่มผลผลิตข้าวได้อีกถึงร้อยละ10-15 ที่สำคัญเทคโนโลยีนี้ยังสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญอันก่อเกิดภาวะโลกร้อนลงได้ถึงร้อยละ 80 ทั้งนี้ตัวอย่างของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ยกมาให้เห็นนี้เป็นเพียงบางส่วนของงานวิจัยที่กรมการข้าวได้ดำเนินการ และขยายผลสู่เกษตรกรให้มีการผลิตข้าวแบบลดโลกร้อน

“กรมการข้าว ได้นำผลงานวิจัยดังกล่าว มาถ่ายทอดสู่เกษตรกร ผ่านการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ‘การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว’ ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมวิสมา โฮเทล จังหวัดราชบุรี

โดยการฝึกอบรมดังกล่าว เป็นการจัดครั้งที่ 2 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของกรมการข้าว และเกษตรกรชั้นนำภายใต้กลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนในเขตภาคกลาง จำนวน 100 คน เข้าเรียนรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ข้าวที่มีระบบรากแข็งแรงต้านทานภัยแล้ง เทคนิคการปรับพื้นที่ให้ราบเรียบด้วยเลเซอร์ การปลูกข้าวด้วยเครื่องหยอดข้าวงอกและข้าวแห้ง การใช้โดรนฉีดพ่นทางการเกษตรให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ และการใช้สารอินทรีย์รมกำจัดแมลงศัตรูข้าวในโรงเก็บซึ่งปลอดภัยต่อคนและสภาพแวดล้อมอีกด้วย” นายอานนท์ กล่าว

'สุวัจน์' ยินดี 'แอนโทเนีย' หลานย่าโม คว้ารอง 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 พร้อมขอบคุณที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับโลก

(19 พ.ย.66) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า แสดงความยินดีกับ น.ส.แอนโทเนีย โพซิ้ว มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ตัวแทนประเทศไทย ที่สามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Miss Universe 2023 ในการประกวดนางงามจักรวาล ครั้งที่ 72 รอบตัดสิน (Final Competition) ที่จัดขึ้น ณ ยิมเนเซียมแห่งชาติ ในกรุงซานซัลวาดอร์ ประเทศเอลซัลวาดอร์ เช้าวันนี้ (ตามเวลาประเทศไทย)

โดยนายสุวัจน์ ได้แสดงความชื่นชมและขอบคุณแอนโทเนีย โพชิ้ว ซึ่งเป็นชาวโคราช หลานย่าโม ที่ได้ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยอย่างดีที่สุด จนสามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 1  Miss Universe 2023 มาครอง นอกจากนี้แอนโทเนียยังได้เผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์วัฒนธรรมไทยที่งดงามโดดเด่นแก่สายตาชาวโลก โดยเฉพาะชุดแต่งกายประจำชาติ ‘เทพธิดาอาณาจักรอยุธยา’ ที่ได้รับแรงบันดาลจากรูปปั้นพระแม่ธรณีในช่วงยุคสมัยอยุธยาของอาณาจักรสยามที่มีอยู่ในช่วงทศวรรษที่ 14 ถึง 18 

“ปีนี้เป็นปีครบ 555 ปี เมืองโคราช การได้ครองตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ครั้งนี้ของแอนโทเนีย นับเป็นเรื่องที่ชาวโคราชภาคภูมิใจและมีความสุขกับความสำเร็จของหลานย่าโมคนนี้ ที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับโลก ได้ใจคนโคราชและคนไทยทั้งประเทศ” นายสุวัจน์ กล่าว

สำหรับ แอนโทเนีย โพซิ้ว เธอเกิดเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 1996 (พ.ศ. 2539) ปัจจุบันอายุ 27 ปี เป็นเจ้าของแฮชแท็ก #หลานย่าโมจะGOจักรวาล มารดาของแอนโทเนียเป็นคนไทยและเป็นชาวโคราช บิดาเป็นชาวเดนมาร์ก ก่อนการประกวด เธอได้เข้าสักการะกราบเท้าย่าโม ณ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และยังเข้ากราบขอพรที่วัดศาลาลอย ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่ท้าวสุรนารีสร้างขึ้น นอกจากนี้ แอนโทเนีย ยังชอบทำและชอบกินผัดหมี่โคราชด้วย

‘พิมพ์ภัทรา’ เร่งขับเคลื่อน ‘อุตสากรรมฮาลาล’ ตั้งเป้า!! GDP เติบโต 1.2% ภายใน 3 ปี

(19 พ.ย.66) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) ได้มีการประชุม ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 ได้เล็งเห็นโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมฮาลาลของไทยไปยังตลาดโลก

โดยจากข้อมูลในปี 2564 ตลาดอุตสาหกรรมฮาลาลโลกมีมูลค่าสูงถึง 2.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าในปี 2567 จะมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 2.325 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.5 ต่อปี และในปี 2565 มูลค่าการส่งออกอาหารฮาลาลของไทยมีมูลค่า 213,816 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งในตลาดโลก ร้อยละ 2.7 เป็นอันดับที่ 11 ของโลก

ซึ่งอาหารฮาลาลส่งออกของไทยส่วนใหญ่ ร้อยละ 78 เป็นฮาลาลโดยธรรมชาติ ส่วนที่เหลือร้อยละ 22 ต้องผ่านการรับรองฮาลาล โดยเฉพาะกลุ่มเนื้อสัตว์และอาหารพร้อมรับประทาน

ที่ประชุมคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศไทย ผ่านกลไกคณะกรรมการอุตสาหกรรมฮาลาลแห่งชาติ (กอฮช.) และการจัดตั้งศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาล ซึ่งภารกิจของศูนย์ดังกล่าวครอบคลุมทั้งด้านการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

โดยเร่งรัดจัดทำข้อตกลงทางการค้าเพื่อเปิดตลาด ส่งเสริมการขยายตลาดการค้าระหว่างประเทศ และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ (National Focal Point) และด้านพัฒนาการผลิตและมาตรฐาน ซึ่งเน้นการทำวิจัยนวัตกรรมเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ฮาลาล

โดยกำหนดสินค้าฮาลาลเป้าหมายในแต่ละปี พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ฮาลาล ให้คำปรึกษาและแนะนำทางวิชาการ และเป็นศูนย์กลางบูรณาการข้อมูลด้านการผลิตอุตสาหกรรมฮาลาล ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการของเรื่องดังกล่าว เพื่อนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี/คณะรัฐมนตรี ต่อไป

ทั้งนี้ ศูนย์ฯ จะช่วยสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมฮาลาลในการขอรับรองมาตรฐานฮาลาลทั่วประเทศต่อไป

นอกจากนี้ กรอบการดำเนินงานของศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาล ประกอบด้วย ด้านการขยายตลาดการค้าอุตสาหกรรมฮาลาลใหม่ ๆ ในต่างประเทศ ได้แก่ อาเซียน OIC/ GCC (เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย) แอฟริกา จีน ผ่านการเจรจาจัดทำกรอบความร่วมมือในการขยายตลาดสินค้าและบริการฮาลาล สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายฮาลาล (Thai Halal Network)

ส่งเสริมและขยายตลาดผ่านกิจกรรมจัดงาน Halal Expo 2024 และกิจกรรมทางการทูต เช่น งาน Thai Night เพื่อเผยแพร่สินค้าฮาลาลไทย ส่งเสริมประชาสัมพันธ์ และสร้างภาพลักษณ์ สินค้าและบริการฮาลาลไทยในภารกิจ MICE

รวมทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาลาลต้นแบบเพื่อผู้บริโภคมุสลิม ได้แก่ การจัดอบรม การวิจัยและพัฒนา (R&D) การยกระดับบุคลากร และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาและจัดทำต้นแบบ (Role Model) เพื่อยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมฮาลาลเพื่อการส่งออก เช่น โรงงานแปรรูป โรงฆ่าสัตว์ โดยผ่านการให้คำปรึกษา ตรวจประเมิน

โดยกำหนดสินค้าฮาลาลเป้าหมายในระยะแรก เช่น เนื้อสัตว์/อาหารทะเล อาหารแปรรูปพร้อมรับประทาน อาหารฮาลาลโดยธรรมชาติ อาหารมุสลิมรุ่นใหม่ แฟชั่นฮาลาล เครื่องสำอาง ยา/สมุนไพร ท่องเที่ยว เป็นต้น ทั้งนี้ การดำเนินงานภายใต้ศูนย์ฯ คาดว่าจะทำให้ GDP ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวได้ร้อยละ 1.2 ภายในระยะเวลา 3 ปี

‘จิรายุ’ ซัด!! ‘ธนาธร’ พูดเหมือนแกล้งไม่รู้ ปม 5 ด้านพัฒนาประเทศ ‘รัฐบาลพท.’ ทำอยู่แล้ว

(19 พ.ย.66) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่ออกมาเสนอแนวคิดการใช้เงิน 5 แสนล้านบาท โดยเอาไปทำรถเมล์ไฟฟ้า ทำน้ำประปาดื่มได้ เอาไปให้การแพทย์ และเอาไปทำระบบจัดการขยะนั้น ฟังแล้วแปลกใจ เพราะนายธนาธรพูดเหมือนแกล้งไม่รู้ ไม่คิดว่าจะมีแนวคิดย้อนยุค ส่งประเทศกลับไปเป็นแบบรัฐราชการเหมือนในอดีตอีกหรือไม่ เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะมีส่วนที่เป็นงบสำหรับนโยบายต่างๆ อย่างนี้อยู่แล้ว และรัฐบาลพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เร่งดำเนินการเป็นวาระเร่งด่วนอยู่แล้ว เพียงแค่ 2 เดือนเศษของรัฐบาลก็มีความคืบหน้าอย่างมากมายหลายโครงการ

นายจิรายุ กล่าวว่า วันนี้เครดิตความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ดีขึ้นอย่างมากอันจะนำมาซึ่งการลงทุนในด้านต่างๆ ที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาคึกคักมากขึ้น การพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสวัสดิการของประชาชนสามารถดำเนินการได้ทันที เป็นการทำงานของรัฐบาลที่ผลักดันให้เกิดการเจริญเติบโตของประเทศและการลงทุนในด้านต่างๆ ได้

นายจิรายุ กล่าวอีกว่า ในทางทฤษฎี ในภาวะเศรษฐกิจซบเซามาหลายปี จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้ประชาชนได้มีการจับจ่ายใช้สอยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ในประเทศจะมีเงินสะพัด การค้าขายดีขึ้น และจะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นในทันที สิ่งที่ตามมาก็จะเกิดการลงทุนในด้านต่างๆ ซึ่งการที่นายธนาธรพูดเช่นนั้นตนเชื่อว่ารู้อยู่แล้วว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ เมื่อประสบความสำเร็จก็จะเป็นผลงานของพรรคเพื่อไทยนานเท่านาน เหมือนที่คนไทยชอบพูดว่าพรรคเพื่อไทยมาบริหารเศรษฐกิจก็จะดีทุกครั้งไป ซึ่งอาจกระทบความนิยมของพรรคการเมืองอื่นๆ แต่ตนมั่นใจว่าจากประสบการณ์ของพรรคเพื่อไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นเครื่องรับประกันได้ว่าจะสามารถนำพาประเทศไทยกลับมาสู่ยุคโชติช่วงชัชวาลได้อีกครั้งอย่างแน่นอน

“ชวน” ชี้กองทัพต้องมีความมั่นคงทางการทหาร การจะซื้ออาวุธต้องเท่าที่จำเป็น ขณะที่หลักสูตร มส.รุ่น 16 เปิดอบรมอย่างเป็นทางการ

วันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่อาคารออดิทอเรียม โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 

พลเอก จรัล กุลละวณิชย์ ประธานมูลนิธิจัดการเพื่อความมั่นคง เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่นที่ 16 โดยผู้เข้ารับการอบรมเป็นผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรสาธารณะ จำนวน 150 คน

พลเอก ดร. มารุต ปัชโชตะสิงห์ผู้อำนวยการหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง กล่าวถึงวิสัยทัศน์หลักสูตร มส. 4 สร้าง ประกอบด้วย สร้างความมั่นคงแห่งชาติ สร้างความมั่นคงของมนุษย์ สร้างความรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างคุณธรรมและจริยธรรม

ทั้งนี้ ผู้อบรมจะได้ศึกษาและรับทราบข้อมูลใหม่ๆ ที่ทันสมัยเป็นการเสริมสร้างทักษะการวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนในปัจจุบัน เกี่ยวกับความมั่นคงของมนุษย์ในด้านต่างๆ สามารถสังเคราะห์แนวทาง ในการเสริมสร้างปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์การ สังคมและประเทศชาติอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา กล่าวบรรยายพิเศษตอนหนึ่งถึงความมั่นคงด้านทหาร สมัยที่เป็นรัฐมนตรีกลาโหมมองว่า กองทัพเขามีความจำเป็นที่ต้องมีอาวุธ เพียงแต่ว่าอาวุธนั้นต้องมีคุณภาพ ไม่ใช่ซื้อตามที่พ่อค้าแม่ค้าขายอาวุธมาขอให้ซื้อ แล้วเมื่อซื้อแล้วอีก 10 ปี ก็ไม่ได้ใช้ เพราะมันไม่มีสงคราม และไม่รู้แท้จริงแล้วอาวุธนั้นใช้ได้หรือไม่ 

สมัยนั้นตนได้พูดกลางที่ประชุมสภากลาโหม ตอไปนี้ทำอะไรทุกอย่างต้องตรงไปตรงมา จะไม่มีใครมาวิ่งรัฐมนตรีซื้ออาวุธอีกแล้ว หรือการใช้หน่วยทหารวางแผนโกงเลือกตั้งหรือจะสั่งให้ทหารเวียนเทียนเลือกตั้งจะไม่มี ต้องทำตรงไปตรงมา 

นอกจากนี้ ยังได้ปฏิรูปกองทัพ โดยสั่งยกเลิกนายพลแดดเดียว ขอเปลี่ยนตัว ผบ.ทบ. ที่ถูกเสนอชื่อมา โดยขอเลือกทหารที่สุจริตเชื่อถือได้ คือ พลเอก สุรยุทธ จุลานนท์ มาช่วยปฏิรูปกองทัพ มีการปรับกองทัพ ปรับทูตทหาร รวมสำนักงานให้อยู่ที่เดียวกัน ประหยัดงบประมาณ สิ่งไหนที่ไม่จำเป็นก็ยกเลิกไป

‘โตโน่’ โพสต์ส่งการบ้าน ชูแอป ‘YoldYeah’ ช่วยสูงวัยเที่ยวไทย ถือเป็น ‘ศิลปินรุ่นใหม่’ ใฝ่เรียนรู้-ตัวอย่างที่ดีของเยาวชนไทย

(19 พ.ย.66) เรียกได้เต็มปากว่าเป็นศิลปินที่รักการเรียนมากที่สุดคนหนึ่งเลย สำหรับหนุ่ม ‘โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์’ นักร้องนักแสดงมากความสามารถ เพราะล่าสุดได้โพสต์ไอจีสตอรี่การบ้านกลุ่มเพื่อส่งอาจารย์ เตรียมจบการศึกษาเร็วๆ นี้ พร้อมเขียนแคปชันสั้น ๆ ว่า…

“มาส่งการบ้านครับอาจารย์ #Yoldyeah #หลักสูตรDad8”

ย้อนไปเมื่อ 2 เดือนก่อน หนุ่มโตโน่ได้ลงเรียนในโครงการ Development Administrator in Digital Era (DAD) ของ Nida (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์) รุ่นที่ 8 โดยอยู่ในกลุ่ม DeFi ที่สนับสนุนแอปพลิเคชัน ‘YoldYeah’ แอปที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุจากทั่วโลก มาท่องเที่ยวในเมืองไทยได้ง่ายและสบายที่สุด

นับเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่เป็นตัวอย่างที่ดีของเยาวชนไทย ผู้ใฝ่รู้ สนใจการเรียนอยู่เสมอ…และสำหรับใครที่อยากชมการบ้านที่หนุ่มโตโน่ส่งอาจารย์ ก็สามารถตามไปส่องกันได้เลยที่ช่องยูทูบ >> https://youtu.be/TV5mHgmUBsI?si=m3ZrAOkupM0wapmq รับชมแล้วก็กดไลก์ กดแชร์ เป็นกำลังใจให้หนุ่มโตโน่กันด้วยนะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top