Friday, 31 July 2026
Hard News Team

‘รมช.คลัง’ เล็งพักหนี้เอสเอ็มอีทั้งระบบ ภายใต้กรอบภาระรัฐบาล ย้ำ!! พักหนี้ครั้งนี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา ป้องกันเกิด ‘Moral Hazard’

(20 พ.ย. 66) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังกำลังศึกษาเรื่องการพักหนี้ของภาคเอสเอ็มอีทั้งระบบ แต่ก็ต้องดูให้อยู่ในกรอบที่รัฐบาลรับภาระไหว และยังต้องดูว่าการเข้าไปช่วยต้องไม่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และไม่ให้เกิด ‘Moral Hazard’ ด้วย

“ยอมรับว่ามีเม็ดเงินค่อนข้างสูง หนี้ของเอสเอ็มอีเฉลี่ยต่อรายไม่ใช่แค่หลักแสนบาท ถือเป็นภาระที่หนัก ซึ่งก่อนหน้านี้โจทย์ของการช่วยเหลือเรื่องการพักหนี้เอสเอ็มอี ช่วยตามรหัส 21 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งคำอธิบายของกลุ่มนี้ มีแค่เอสเอ็มอีที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) แล้ว ซึ่งรัฐบาลให้ช่วยเหลืออย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ยังมีเอสเอ็มอีอีกจำนวนมากที่ไม่ได้มีปัญหาหนี้สิน ยังไม่ถึงขั้นเป็นเอ็นพีแอล เราจึงต้องดูส่วนนี้ด้วย”

ทั้งนี้ ยอมรับว่า จากมาตรการพักหนี้ต่างๆ นั้น กังวลเรื่อง ‘Moral Hazard’ แต่ว่าในสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ ที่มีแรงกดดันทางเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะคนตัวเล็กตัวน้อย เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องโยกแรงกดดันเหล่านี้ออก ให้ประชาชนสามารถเดินหน้าต่อไปได้ การพักหนี้ครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่เหมือนพักหนี้ครั้งก่อน เพราะเรามีกลไกอื่นเข้าไปช่วยด้วย

“ผมไปลงพื้นที่ตรวจงาน ได้ถามชาวบ้าน เกษตรกร ว่าพักหนี้มา 13 ครั้งแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ทุกคนก็บอกว่า ไม่ได้ดีขึ้น มันเป็นเพียงแค่การประวิงเวลาเท่านั้น แต่กลไกครั้งนี้ ประกอบกับนโยบายอื่นๆ ที่รัฐบาลใส่เข้าไป มันจะสามารถให้ประชาชน พลิกฟื้นกลับมาแข็งแรงได้”

ส่วนกรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมแถลงมาตรการแก้ไขหนี้สินประชาชนรายย่อย ในช่วงปลายเดือน พ.ย. 66 นี้ เป็นมาตรการแก้หนี้คนละส่วนกับการมาตรการพักหนี้เกษตรกรที่เคยออกมาแล้ว โดยการพักชำระหนี้เป็นเพียงการต่ออายุ ต่อลมหายใจให้พี่น้องเกษตรกร

ทั้งนี้ มาตรการแก้ไขหนี้สินประชาชนรายย่อยนั้น เป็นการของอีกส่วนงาน โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ซึ่งเมื่อ 14 พฤศจิกายน ได้มีการประชุมนัดแรก และเห็นชอบแนวทางการแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ไปแล้ว

'มือเศรษฐกิจจุลภาค' ห่วง!! 'การบ้านการเมือง' ไม่ใช่ของเล่น ปล่อยคนขาดประสบการณ์ แต่เรียนเก่งมาทำงาน อาจเสียหาย

(20 ต.ค. 66) นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ มือเศรษฐกิจจุลภาค อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Ta Plus Sirikulpisut' ระบุว่า...

คุณไหม ศิริกัญญา หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล ปะทะกับ 2 คุณหมอ ที่ผมเคารพท่านเป็น อาจารย์ 

ปะทะ หมอเลี้ยบ, คุณไหม มองว่าประเทศไทยมีศักยภาพต่ำ การกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐไม่ส่งผลมาต่อ GDP คุณหมอเลี้ยบบอกว่า เราไม่ได้เป็นลา แต่เป็นแค่ม้าป่วย ที่รักษาแล้วก็เป็นม้าที่แข็งแรง

หากเทียบกับ (สิงค์โปร์ที่ไม่มีทรัพยากร เขาก็พัฒนาจนก้าวหน้าได้ ไทยดีกว่านั้นเยอะ พัฒนาได้ อันนี้ผมเสริม)

ปะทะหมอมิ้ง, คุณไหม บอกว่าเงิน Digital สร้างภาระการคลัง ดอกเบี้ยจ่ายอย่างน้อย 50,000 ล้านบาท คุณหมอมิ้งสอนมวยว่า 30,000 ล้านเท่านั้นเพราะแผนการจะนำเงินงบประมาณมาชำระต้นและดอกเบี้ยทุกปี จะต้องมีการลดเงินต้นดอกเบี้ยก็ลดลง แถมโดนว่าเก่งบัญชีนิ

แต่มีผู้อ้างว่าตนเก่งการเงินไปย้อนคุณหมอว่า Bond fixed ดอกเบี้ย คุณไหมถูกแล้ว

ผมก็ขอเรียนว่า คนตอบแบบนี้ส่วนใหญ่เก่งแต่ในตำราเรียน ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานชั้นสูง คุณไหมเอง เป็นนักวิชาการเป็นแค่ที่ปรึกษา ไม่เคยทำงานจริง

การออก Bond นั้นเราสามารถกำหนดอายุ Bond และหากเรามีรายได้เพื่อชำระหนี้ก็สามารถกำหนดอายุชำระเงินต้นก่อน และดอกเบี้ยจ่ายก็ลดลง

หรือ หากไม่แน่ใจ เราก็ตั้งเงื่อนไขใน Bond ให้ผู้ออก Bond สามารถ Call ได้เพื่อลดภาระ

ถ้าหากมาถกเถียงเพื่อเกิดปัญญาก็ดี แต่หากมาบริหารราชการแล้วมีความรู้แค่ระดับนักวิชาการหรือ ที่ปรึกษามันจะทำให้ประเทศเราเสียหายมากนะครับ

ลองกลับไปทำงานประจำ แล้วค่อย ๆ ฝึกหัดเลื่อนตำแหน่งเป็น CFO บริษัทใหญ่ ๆ มียอดขายสัก แสนล้านก่อนค่อยมาอาสาเป็น ว่าที่ รมว.คลัง

การทำงานการเมืองไม่ได้เป็นของเล่นให้คนขาดประสบการณ์แต่เรียนเก่งมาทำงานครับ 

ต๊ะ พลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์

‘รถไฟฟ้าสีชมพู’ ได้ฤกษ์เปิดให้นั่งฟรี 30 สถานี 21 พ.ย.นี้ ส่วนค่าโดยสารจะเริ่มเก็บหลังเปิดทดลองใช้บริการ 1 เดือน

(20 พ.ย. 66) เพจ รถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู แจ้งว่า นับถอยหลังอีก 1 วัน เปิดทดลองให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู โดยจะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการครบทั้ง 30 สถานี ตั้งแต่ ศูนย์ราชการนนทบุรี (PK01) - มีนบุรี (PK30) ช่วงทดลองใช้บริการฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย

ข่าวแจ้งว่า ในวันที่  21 พ.ย.นี้ ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ครม. จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และเปิดทดสอบเดินรถเสมือนจริง ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร หลังจากนั้นในช่วงบ่ายวันเดียวกัน จะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการตลอดสาย 30 สถานี เป็นระยะเวลาราว 1 เดือน

ทั้งนี้ ในช่วงการเปิดทดสอบเดินรถเสมือนจริงในวันที่ 21 พ.ย.66 นี้ จะมีบางทางออก (Exit) ของบางสถานีที่ยังไม่พร้อมเปิดให้บริการ แต่สามารถเปิดให้บริการประชาชนและมีความปลอดภัย ทั้งนี้ยืนยันว่าจะเสร็จครบ 100% ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ

สำหรับอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี รวม 30 สถานี ราคาเริ่มต้น 15 บาท สูงสุด 45 บาท ส่วนผู้สูงอายุ ราคาเริ่มต้น 8 บาท สูงสุด 23 บาท โดยช่วงทดลองใช้บริการฟรีไปจนถึง 18 ธ.ค.66 จากนั้นจึงจะเริ่มเก็บค่าโดยสาร

สำหรับ 30 สถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่เปิดให้บริการประกอบด้วย

1. สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี สถานีต้นทางตั้งอยู่ริมถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรีและบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) 
2. สถานีแคราย ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ บริเวณด้านหน้าสถาบันทรวงอก
3. สถานีสนามบินน้ำ ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ใกล้กับสามแยกสนามบินน้ำ
4. สถานีสามัคคี ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ ใกล้ทางแยกเข้าถนนสามัคคี ระหว่างคลองบางตลาดกับถนนสามัคคี
5. สถานีกรมชลประทาน ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ ใกล้กับโรงเรียนชลประทานวิทยา
6. สถานีแยกปากเกร็ด ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมทางแยกปากเกร็ด ก่อนเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ
7. สถานีเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์และโฮมโปร ก่อนถึงทางแยกเลี่ยงเมืองปากเกร็ด
8. สถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28
9. สถานีศรีรัช ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 35 ก่อนถึงทางด่วนศรีรัช ใกล้กับหมู่บ้านเมืองทองธานี
10. สถานีเมืองทองธานี ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้าสำนักงานซ่อมบำรุงกรมทางหลวงและห้างแม็คโครซุปเปอร์สโตร์ สาขาแจ้งวัฒนะ
11. สถานีแจ้งวัฒนะ 14 ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ระหว่างบิ๊กซีแจ้งวัฒนะและซอยแจ้งวัฒนะ 14
12. สถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้ากรมการกงศุล ใกล้กับศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
13. สถานีโทรคมนาคมแห่งชาติ ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ระหว่างซอยแจ้งวัฒนะ 5 และซอยแจ้งวัฒนะ 7
14. สถานีหลักสี่ ตั้งอยู่บริเวณจุดตัดถนนแจ้งวัฒนะและถนนวิภาวดีรังสิต
15. สถานีราชภัฏพระนคร สถานีสุดท้ายบนถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
16. สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ 
17. สถานีรามอินทรา 3 สถานีแรกบนถนนรามอินทราตั้งอยู่บริเวณหน้าโครงการลุมพินี รามอินทรา-หลักสี่ และศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก
18. สถานีลาดปลาเค้า ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราระหว่างซอยรามอินทรา 21 และซอยรามอินทรา 23 ใกล้กับห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า
19. สถานีรามอินทรา กม.4  ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ระหว่างซอยรามอินทรา 33 และซอยรามอินทรา 37
20. สถานีมัยลาภ ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราหน้าปากซอยรามอินทรา 41 ใกล้กับสามแยกมัยลาภ
21. สถานีวัชรพล  ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ถัดจากทางพิเศษฉลองรัช บริเวณซอยรามอินทรา 59 และซอยรามอินทรา 61
22. สถานีรามอินทรา กม.6 ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 40 และซอยรามอินทรา 42
23. สถานีคู้บอน  ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 69 และซอยรามอินทรา 46
24. สถานีรามอินทรา กม.9 ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ใกล้กับโรงพยาบาลสินแพทย์ ช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 54 และซอยรามอินทรา 56
25. สถานีวงแหวนรามอินทรา  ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราถัดจากถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก ใกล้ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ และ The Promenade
26. สถานีนพรัตน์ ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ใกล้ซอยรามอินทรา 103/1 และโรงพยาบาลนพรัตน์
27. สถานีบางชัน  ตั้งอยู่บนถนนบริเวณซอยรามอินทรา 113 และซอยรามอินทรา 115
28. สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราใกล้กับโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ ระหว่างซอยรามอินทรา 121 และ ซอยรามอินทรา 123
29. สถานีตลาดมีนบุรี สถานีแรกบนถนนสีหบุรานุกิจ ตั้งอยู่บริเวณหน้าตลาดนัดจตุจักร 2
30. สถานีมีนบุรี ตั้งอยู่ริมถนนรามคำแหง บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงของระบบขนส่งมวลชนสายสีชมพูฯ ใกล้กับถนนรามคำแหง เป็นสถานีปลายทางของโครงการ 

‘พิมพ์ภัทรา’ จ่อชง ครม. เคาะราคาชดเชยตัดอ้อยสด 120 บาท/ตัน พร้อมหาแนวทางช่วยเกษตรกร แก้ปัญหาตัดอ้อยสดในฤดูกาลต่อไป

(20 พ.ย. 66) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากที่ตัวแทนสมาคมเกษตรกรชาวไร่อ้อย 37 แห่ง เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อขอรับทราบถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ปีการผลิต 2565/2566 ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอบรรจุวาระการพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

ในส่วนของการพิจารณาราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย ฤดูการผลิตปี 2565/2566 ซึ่งเกษตรกรชาวไร่อ้อยได้ร้องขอให้เร่งการประกาศราคาเพื่อให้โรงงานเบิกจ่ายได้อย่างรวดเร็ว โดยคณะกรรมการบริหาร (กบ.) ครั้งที่ 9/2566 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาราคาอ้อยขั้นสุดท้าย ฤดูการผลิตปี 2565/2566 และอยู่ระหว่างการเสนอต่อคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ในลำดับต่อไป 

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหาร (กบ.) ได้กำหนดการประชุมครั้งต่อไป โดยมีวาระพิจารณาเพื่อกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น ฤดูการผลิตปี 2566/2567 
ในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับข้อเรียกร้องเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมการตัดอ้อยสดฤดูการผลิตปี 2566/2567 ในส่วนนี้ต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐโดยกระทรวงอุตสาหกรรม และพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย เพื่อการหาแนวทางที่เหมาะสมร่วมกัน ให้การเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวอ้อยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่กระทบกับต้นทุนราคาอ้อย ทั้งยังจะช่วยให้ชาวไร่อ้อยมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น โดยในช่วงท้ายของการหารือผู้แทนชาวไร่อ้อยได้กล่าวขอบคุณกระทรวงอุตสาหกรรม ที่สนับสนุนและรับฟังปัญหาของชาวไร่อ้อย พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างสองฝ่ายเพื่อให้สามารถบรรลุความต้องการ

กรณีดังกล่าวเกิดจากการที่นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และตัวแทนจากสมาคมชาวไร่อ้อยทั่วประเทศประมาณ 200 คน เดินทางเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหารือถึงความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ตามมติ ครม. ที่จะจัดสรรงบประมาณเพิ่ม ค่าตัดอ้อยให้ตันละ 120 บาทต่อเนื่อง แต่ฤดูหีบปี 2565/66 ที่ผ่านมา ยังคงไม่ได้รับการพิจารณา 

นายนราธิป ระบุว่า ฤดูหีบปี 2566/67 ในเดือน ธ.ค.นี้ ก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว เพราะหากมีการเปิดหีบอ้อยแล้วยังไม่ชัดเจน เกรงว่าปัญหาอ้อยไฟไหม้ก็อาจจะไม่ได้ลดลง เพราะต้องยอมรับว่าการตัดอ้อยสดเพื่อส่งเข้าโรงงานยังมีต้นทุนสูง

'เพจดัง' กระหน่ำ 'พิธา' ทำไมบอกไปเรียนนิวซีแลนด์ตอน 11 ขวบ ทั้งที่ยังอยู่กรุงเทพคริสเตียนถึง ม.3 และได้แปรอักษร 2 ครั้ง

(20 พ.ย. 66) จากเพจ 'วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร' ได้โพสต์ภาพของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมัยยังเป็นนักเรียน ม.3 ของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน พร้อมข้อควาระบุว่า...

#ทุกคนคะ ภาพถ่ายคุณพิธา ม.3 รร.กรุงเทพคริสเตียนค่ะ

แหล่งข่าวแจ้งว่าคุณพิธาเรียนไม่จบ ม.3 แล้วย้ายออกค่ะ เรื่องไปเรียนที่นิวซีแลนด์คือไปจริง แต่ทำไมสัมภาษณ์ว่าไปเรียนตอนอายุ 11-12 ขวบ อาจให้ดูน่าสงสารหรือจำผิด ก็ไม่ทราบได้

ส่วนที่ขึ้นสแตนด์ 2 ครั้ง เป็นไปได้ 2 ความหมายคือ

1. ขึ้นสแตนงานลูกเสือโลก 1 ครั้ง และ ขึ้นงานบอล 1 ครั้ง ตอน ม.2

2. ขึ้นงานบอลตอน ม.2 ทั้ง 2 ครั้ง คือ วันเปิด และ วันปิด

ขอความเป็นธรรมเรื่องคุณพิธาเรียนถึง ม.3 ด้วยนะคะ น่าสงสารมากค่ะ

‘อนุทิน’ ยก ‘แก้จน’ เป็นวาระแห่งชาติ ขจัดปัญหาปากท้องคนไทย ชี้!! ไม่ใช่ทำให้ทุกคนรวย แต่ ปชช.ต้องพ้นทุกข์-คุณภาพชีวิตดีขึ้น

(20 พ.ย. 66) ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องวาระแห่งชาติ ‘นโยบายแก้จนของประเทศ’ ในงานสัมมนาเรื่องการแก้ปัญหาความยากจน วิถีความสำเร็จและความเป็นอยู่ที่ดี จัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำวุฒิสภา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตอนหนึ่งว่า นโยบายแก้จน ต้องเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งชาตินี้และชาติหน้า ที่ผ่านมาในการหาเสียงไม่มีรัฐบาลใดไม่คิดแก้ปัญหาความยากจน ดังนั้น เมื่อประกาศเป็นวาระแห่งชาติแล้วต้องแก้ไขให้ได้ ไม่ใช่ให้เป็นวาระที่ต้องทำแบบถาวร เมื่อตนมีโอกาสทำงานที่กระทรวงมหาดไทย ต้องทำทุกอย่างเพื่อกำจัดความยากจน และเป็นภารกิจและวาระแรกของตนที่ตั้งใจจะทำ

“ถ้าตั้งใจแก้ปัญหา โดยให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทำปัญหาปากท้องให้ดีขึ้นเยอะๆ เมื่อมีคนพูดว่ามาแก้ความจน ผมก็ท้อ เพราะต้องแก้ทุกอย่างจะแก้ได้อย่างไร มีแค่พูดกันไป โยนกันมา แต่ผมมองว่าการแก้ปัญหาความยากจน ไม่ใช่ให้ทุกคนรวย เพราะความรวยมีหลายระดับ แต่ต้องทำให้ประชาชนพ้นทุกข์ขั้นพื้นฐาน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พ้นความลำบาก ซึ่งนโยบายแก้จนของประเทศไทยต้องเป็นวาระแห่งชาติ โดยสนับสนุนสวัสดิการด้านต่างๆ ยกระดับการศึกษา เพิ่มรายได้ด้วยนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ผมเชื่อว่าจะสามารถลดความเหลื่อมล้ำ ความยากจน และพัฒนาให้เติบโตที่ยั่งยืนได้” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า กระทรวงมหาดไทยพร้อมสนับสนุนภารกิจต่างๆ รวมถึงนโยบายที่จะแก้ปัญหาตามอำนาจและหน้าที่ โดยตนขอให้สัญญาประชาคม และยืนยันความพร้อมทำเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จ ทั้งนี้ แผนการทำงานนอกจากต้องสนับสนุนเรื่องปัจจัย 4 ให้ประชาชนแล้ว ยังต้องเติมเต็มปัจจัยที่ 5 คือการศึกษาของเยาวชนที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันต้องหาทางลดรายจ่ายของประชาชน เช่น สนับสนุนให้น้ำประปาดื่มได้ เพื่อประชาชนไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อน้ำบริโภค นอกจากนั้นแล้วตนยังมองในประเด็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการอพยพย้ายถิ่นที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเปิดกว้างให้ประชากรคุณภาพจากต่างชาติเข้ามาในประเทศ

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า สำนักสถิติระบุว่า ประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีมากที่สุดและเป็นผู้ที่มีรายได้น้อยที่สุด ดังนั้น การแก้ปัญหา คือ การหาที่ดินทำกินและพัฒนาแหล่งน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรม โดยตนฐานรองนายกฯ ที่ดูแลกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมจะใช้นวัตกรรมเพื่อใช้การบริหารจัดการน้ำ อีกทั้งต้องทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย

“ผมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ถือเป็นเพื่อร่วมรุ่นกันที่มีสายสัมพันธ์ ได้พูดคุยกันและมีแนวคิดแนวทางเดียวกัน ซึ่งจะใช้เวลาเท่ากับอายุของรัฐบาลนี้ ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์มากที่สุด ผมอาจจะขอเยอะ อาจจำเป็นต้องแลกกัน ทั้งงบประมาณที่ใช้ หรือโครงการที่ใช้ ผมจะใช้ความสัมพันธ์เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและบ้านเมือง” นายอนุทิน กล่าว

รักษาการซีอีโอ ‘ChatGPT’ จ่อพา ‘อัลท์แมน’ กลับมาอีกครั้ง หลังเผชิญความกดดันหลายฝ่าย เหตุไม่ปลื้ม!! ที่มีมติปลดออก

(20 พ.ย. 66) สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า นางสาวมิร่า มูราติ (Mira Murati) ซีอีโอชั่วคราวของ OpenAI ผู้พัฒนาแชตบอตพลิกโลกเทคโนโลยีอย่าง ‘ChatGPT’ วางแผนที่จะพา ‘นายแซม อัลท์แมน’ (Sam Altman) ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอกลับมาดำรงตำแหน่งในบริษัทอีกครั้ง

หลังจากคณะกรรมการของ OpenAI มีมติปลดนายอัลต์แมนในเช้าวันที่ 18 พ.ย.66 ตามเวลาไทย ก็มีเสียงคัดค้านตามมาจากหลายฝ่ายโดยเฉพาะผู้บริหารและนักลงทุนของ OpenAI ที่พยายามหาทางคืนสถานะซีอีโอให้กับนายอัลต์แมน

และการที่นายอัลต์แมนต้องลงจากตำแหน่งซีอีโอของ OpenAI ก็ทำให้เกิดเหตุการณ์ตามมามากมาย เช่น นายเกร็ก บร็อกแมน (Greg  Brockman) ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ประกาศลาออกจากทุกตำแหน่งในบริษัท รวมถึงพนักงานระดับสูงอีกหลายคนก็ตัดสินใจลาออกตาม

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า คณะกรรมการของ OpenAI กำลังหารือในประเด็นที่จะให้นายอัลต์แมนกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง แต่มีเงื่อนไขคือต้องเปลี่ยนแปลงแนวทางการบริหารจัดการ และถอดถอนคณะกรรมการชุดเดิมทั้งหมด โดยผู้บริหารและนักลงทุนของ OpenAI ได้ขีดเส้นตายให้คณะกรรมการรับข้อเสนอภายใน 17.00 น. ของวันที่ 19 พ.ย.66 ตามเวลาท้องถิ่นในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา

รายงานข่าวระบุว่า นางสาวมูราติได้ตัดสินใจท่ามกลางความกดดันจากผู้บริหารและนักลงทุนของ OpenAI ที่ไม่พอใจกับมติการปลดนายอัลต์แมน รวมถึงคณะกรรมการที่เหลือยังคงพยายามทาบทามและสรรหาบุคคลที่จะขึ้นมาเป็นซีอีโอคนใหม่อยู่

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ปมปัญหาสำคัญที่ทำให้นายอัลต์แมนต้องลงจากตำแหน่งมาจากการที่นายอัลต์แมนพยายามผลักดันให้ OpenAI เติบโตในเชิงพาณิชย์และเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งขัดกับวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งบริษัทที่จะเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและพัฒนา AI เพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ

ความแตกต่างของเป้าหมายในการบริหารงานน่าจะทำให้คณะกรรมการเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการใช้งาน AI ที่อาจจะกระทบกับความเป็นอยู่ของมนุษย์ และนำไปสู่การตัดสินใจในมติดังกล่าว

ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดปัจจุบันของ OpenAI ประกอบไปด้วยนายอิลยา สุตสกีเวอร์ (Ilya Sutskever) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI, นายอดัม ดีแอนเจโล (Adam D’Angelo) ซีอีโอ Quora, นางทาช่า แมคคอลีย์ (Tasha McCauley) ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี และนางสาวเฮเลน โทเนอร์ (Helen Toner) จาก Georgetown Center for Security and Emerging Technology

ผบช.ตชด.สั่งช่วยเหลือครอบครัวคนไทยที่เดินทางไปใช้แรงงานในประเทศอิสราเอล เสียชีวิต"จากภัยสงครามพร้อมร่วมงานบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจ

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2566 ที่กองบัญชาการตำรวจชายแดน(บช.ตชด.) พล.ต.ท.ยงเกียรติ มนปราณีต ผบช.ตชด.เปิดเผยว่า ถึงกรณีการช่วยเหลือครอบครวัของคนไทยที่เดินทางไปใช่แรงงานในประเทศอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบพื้นที่จังหวัดอุดรธานี มีรายชื่อ ดังนี้

1.นายอนุชา โสภากุล ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 5 บ้านเดียม ตําบลเชียงแหว อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานีซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ตนได้สั่งการให้ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24
ลงไปช่วยเหลือโดยได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.อภิสิษฐ์กรณ์ นุ่มมีชัย สว.จอส.,กร.กก.ตชด.24 และข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายอนุชา โสภากุล ในวันที่ 21-22 ต.ค.ที่ ผ่านมา และมอบหมายให้ พ.ต.ท.จารุบุตร เรืองศรี รอง ผกก.ตชด.24 ร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณฌาปนกจิสถาน บ้านเดียม ตําบลเชียงแหว อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 23,ต.ค.ที่ผ่านมา 

2.นายชัยรัตน์ สุนาสันต์ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ 9 บ้านโนนสูง ตําบลบ้านหยวก อําเภอน้ําโสม จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ ร.ต.อ.โกญจนารถ ชาวยาม รอง ผบ.ร้อย ตชด.245 และข้าราชการตํารวจ ร้อย ตชด.245 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายชัยรัตน์ สุนาสันต์ในวันที่ 22-23 ต.ค และมอบหมายให้ พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย รอง ผกก.ตชด.24 ร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ ป่าช้า บ้านหยวก ตําบลบ้านหยวก อําเภอน้ําโสม จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 23.ต.ค.66

3.นายพิรุฬ ทานนพิมพ์ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่6 บ้านนาทัน ตําบลท่าลี่ อําเภอกุมภวาปี จังหวัด อุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ไดม้ อบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายพิรุฬ ทานพิมพ์ ในวันที่ 27-28ต.ค.66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ วัดสว่างนาทันบ้านนาทัน ตําบลท่าลี่ อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 30 ต.ค.66

4.ธีระพงษ์ กลางสุวรรณ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 151 หมู่ 5 บ้านหนองบัวแดง ตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ได้มอบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24,ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ ธีระพงษ์ กลางสุวรรณ ในวันที่ 27 ต.ค.66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ วัดป่าหนองปิงตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 28'ต.ค.66

5.นายศักดิ์สิทธิ์ โคตมี ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 92,หมู่ 3 บ้านดงแสนสุข ตําบลบ้านดงเย็น อําเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24 ได้มอบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายศักดิ์สิทธิ์ โคตมี ในวันที่ 27 ต.ค.88 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ วัดป่าบ้านดงแสนสุขตําบลบ้านดงเย็น อําเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 28!ต.ค.66

6.นายจักรพงษ์ จันทรเสนา ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 5 บ้านเดียม ตําบลเชียงแหว อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24 ได้มอบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายจักรพงษ์ จันทรเสนา ในวันที่ 2 พ.ย 66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุป่าช้าบ้านเดียม ตําบลเชียงแหว อําเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 3 พ.ย.66

7.นายบัญชา ดัชถุยาวัช ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 6 บ้านวังแสนสุข ตําบลวังทอง อําเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24 ได้มอบหมายให้ ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายบัญชา ดัชถุยาวัช ในวันที่ 2 พ.ย.66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุวัดป่าประชารังตําบลวังทอง อําเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 3 พ.ย.66

8.นายเกียรติศักดิ์ พาที ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 63,หมู่ที่ 13 บ้านแดง ตําบลบ้านแดง อําเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24 ได้มอบหมายให้ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายเกียรติศักดิ์ พาที ในวันที่ 9-10 พ.ย.66 และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุวัดป่าสามัคคีสันติธรรม ตําบลบ้านแดง อําเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 11 พ.ย.66

9.นายไกรสร อรัญถิตย์ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 115หมู่ที่ 4บ้านหนองบัวแดง ตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ได้มอบหมายให้ข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้ร่วมฟังสวดอภิธรรมศพ นายไกรสร อรัญถิตย์ ในวันที่ 10-12 พ.ย.และร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุสํานักสงฆ์ป่าช้าวัดหนองปิงน้อย ตําบลหนองไผ่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 13,พ.ย.66

10.นายไชยยา รักษานนท์ ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 52/2 หมู่ 12 บ้านนาแค ตําบลเชียงเพ็ง อําเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี ภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.จรัส รองสวัสดิ สว.กบ.กก.ตชด.24?และข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้มอบเงินช่วยเหลือและนําพวงหรีดไปร่วมไว้อาลัยให้กับ ครอบครัว นายบัญชา ดัชถุยาวัช ในวันที่ 17 พ.ย.66

11.นายศักดิ์สิทธิ์ จําปาสิม ภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 8 บ้านโคกกลาง ตําบลข้าวสาร อําเภอบ้าน ผือ จังหวัดอุดรธานีภายใต้อํานวยการของ พ.ต.อ.กวีพงษ์ ชลการ ผกก.ตชด.24ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.อภิสิษฐ์กรณ์ นุ่มมีชัย สว.จอส.,กร.กก.ตชด.24 และข้าราชการตํารวจ กก.ตชด.24 ได้มอบเงินช่วยเหลือและนําพวงหรีดไปร่วมไว้อาลัย ให้กับครอบครัว นายศักดิ์สิทธิ์ จําปาสิม ในวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา  เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย ตร. ที่ต้องการให้ตำรวจเป็นที่พึ่ง ได้ รับความศรัทธาจากประชาชน ยามมีภัยและได้รับทุกข์ จากการสูญเสียจากกรณีดังกล่าว "ผบช.ตชด.กล่าว"

เปิดโปง!! สงคราม Wikipedia เปลี่ยนข้อมูล 'พิธา' ด้วยมือ 'ด้อมส้ม' สะท้อน!! หากคิดใช้เป็นเครื่องมืออ้างอิงเชิงวิชาการ คงต้องคิดให้ดีๆ

(20 พ.ย. 66) จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Chawalit Limsowan' ได้โพสต์ข้อความถึงสงครามบนโลก Wiki ในช่วงไม่กี่วันนี้ ว่า...

การต่อสู้กันบน Wiki ช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก 🤣🤣

19 พ.ย. สามทุ่มเศษ ด้อมส้มที่ใช้เน็ต TrueMoveH เข้ามาพยายามช่วยคุณพิธา โดยเปลี่ยนอายุตอนที่ไปนิวซีแลนด์จาก 11 ปี ไปเป็น 16 ปี

20 พ.ย. ตีหนึ่งเศษ มีคนมาเปลี่ยนกลับ

ต่อมา 20 พ.ย. 8 โมงเศษ ๆ มีอีกรายเข้ามาแก้ข้อความรายละเอียดให้ ‘ดราม่ายิ่งขึ้น’ (เพิ่มคำว่า ‘ด้วยความที่เป็นเด็กเกเรและมีพฤติกรรมหมิ่นเหม่ และเป็นภัยต่อสังคม’) ก่อนเปลี่ยนใจเปลี่ยนกลับไปใช้ข้อความดั้งเดิม

ใครใช้ Wikipedia เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงเชิงวิชาการ น่าพิจารณาคุณสมบัติอันนี้ประกอบนะครับ ^_^

ใครสนใจติดตามดราม่าเรื่องนี้ เข้าไปดูได้ที่ลิงก์นี้ครับ

https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=พิธา_ลิ้มเจริญรัตน์&diff=prev&oldid=11151193 

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02WJZnThauq83g3eVCS2Yz4xPpmSjcjrnuESbJo7D5b2SvSGg46CL7S8GBu7T8bi1Gl&id=100000686209796&mibextid=Nif5oz 

'อ.เดวิด' ชี้!! คุณค่ายาวนานแห่ง 'จตุรมิตร-การร่วมทำงานแปรอักษร' หล่อหลอม 'สังคม-คน' คุณภาพ ยากที่ความแตกแยกจะแทรกแซง

(20 พ.ย. 66) อ.เดวิด บุญทวี นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'David Boonthawee' ระบุว่า...

เห็นภาพนี้แล้วก็นึกถึงสมัยตัวเองเรียนมอปลายนะครับ เคยมีสภาพอย่างที่เห็น 

สมัยผมเป็นนักเรียนอัสสัมชัญ ผมขึ้นสแตนด์แปรอักษรจตุรมิตรตั้งแต่ ป.6 จนถึง ม.3 ขึ้นทุกปี ก่อนที่จะมีการปรับให้เฉพาะนักเรียนมัธยมเป็นผู้ขึ้นแปรอักษร พร้อม ๆ กับเปลี่ยนการจัดงานจากทุกปี เป็น 2 ปีครั้ง ตั้งแต่ปี 2530

ตอนแปรอักษรนี่ผมหยิบขนมกินตลอดนะครับ อาหารน้ำท่าที่โรงเรียนจัดให้นี่บริบูรณ์มาก ไม่นับที่พ่อแม่ให้มาอีก แถมตลอดการแปรอักษรก็คุยเฮฮาบ้าบอกับเพื่อน ๆ จนรุ่นน้องที่นั่งอยู่แถวถัดๆ ไปหัวเราะตามกันเป็นที่ครึ้นเครง

ไม่มีใครมาดุด้วยนะครับ ขอให้แปรไม่ผิดเป็นใช้ได้ แต่ถึงแปรผิด ก็จะถูกตักเตือนเบา ๆ จากรุ่นพี่หน้าสแตนด์ แค่นั้นก็สะดุ้งโหยงแล้วครับ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะไม่มีใครอยากทำผิดพลาด 

พอขึ้นมอปลาย ก็ไปช่วยเพื่อนเตรียมงานแปรอักษร ไปเองนะครับ ไม่มีใครบังคับ เพื่อน ๆ ที่เป็นทีมงานตัวจริงก็อาสากันเองทั้งนั้น 

ผมจำได้ว่าต้องขนเพลท ขนข้าวของสารพัดไปที่สนาม ถึงผมจะไม่ได้อยู่ค้างคืนเหมือนหลาย ๆ คน แต่กลับถึงบ้านก็สลบเหมือด

วันรุ่งขึ้นก็ไปสนามแต่เช้าเพื่อช่วยงานแปรอักษรต่อ ก่อนจะมาขึ้นอัฒจันทร์ด้านมีหลังคาช่วงบ่าย เพื่อเป็นหน่วยสนับสนุนและรอเชียร์ฟุตบอล 

ปีที่ผมเล่าให้ฟังนี้ อัสสัมชัญได้แชมป์ครั้งแรกร่วมกับสวนกุหลาบ ก่อนจะได้แชมป์เดี่ยวตามมาอีกหลายครั้ง สลับ ๆ กับเพื่อน ๆ อีก 3 โรงเรียนนั่นแหละครับ 

ย้อนกลับมาที่ภาพที่โพสต์ให้ดู 

อันนี้คือล่าสุดที่เพิ่งผ่านไปนี้เองนะครับ เป็นภาพนักเรียนมอปลายโรงเรียนอัสสัมชัญ ที่ใต้ถุนอัฒจันทร์ สนามศุภชลาศัย 

ภาพแบบนี้มีให้เห็นทั้ง 4 โรงเรียนจนเป็นเรื่องชินตาของพวกเรา 

น้อง ๆ ทุกโรงเรียนช่วยกันทำงานอย่างทุ่มเท ไม่มีใครมานั่งเกี่ยงงอน เรื่องมาก บ้า ๆ บอ ๆ ปัญญาอ่อน อ้างนั่นอ้างนี่หรอกนะครับ

ทุกคนประกาศความเป็น ‘คนจริง’ ของตัวเองผ่านการทำงาน ด้วยความเพียร ความรับผิดชอบ ความเสียสละ ความเหน็ดเหนื่อย 

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้มาจากการอบรมบ่มเพาะของครูบาอาจารย์ชั้นยอด ความร่วมมือร่วมใจของพ่อแม่ผู้ปกครอง บวกกับความรักในสถาบัน ความรักในมิตรภาพของพี่น้องจตุรมิตรทั้ง 4 โรงเรียน  

ไม่มีใครประกาศตัวตนผ่านการสร้างความแตกแยก หรือต้อง ‘โกหก’ หรอกนะครับ มีแต่ลงมือทำกันจริง ๆ จัง ๆ ให้ปรากฏเป็นผลงาน แล้วผลงานทุกอย่างก็จะประกาศตัวมันเองให้โลกรับรู้ 

ยังไม่ต้องพูดว่า แต่ละคนที่ขึ้นแปรอักษรหรือทำงานเบื้องหลัง ล้วนมีประจักษ์พยานปรากฏรับรองกันทั้งนั้น ไม่ใช่พูดอะไรที ก็หาใครมายืนยันอะไรไม่ได้ 

เมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนจะมี ‘เรื่องเล่า’ อันน่าจดจำและภาคภูมิใจ และไม่มีใครจะพรากมันไปได้ 

เชื่อผมเถอะครับ ทุกคนจะเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคของชีวิตจริงได้ไม่ยาก 

สนามของจตุรมิตร สนามของการทำงานแปรอักษรทั้งกระบวนการ มันหล่อหลอมขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ 

ยังไม่นับความรัก ความสนิทสนมกลมเกลียวที่แต่ละคนมีให้กัน ทั้งกับเพื่อน ๆ ในโรงเรียนตัวเอง และกับพี่น้องโรงเรียนมิตรสหาย

มันคือสายสัมพันธ์หรือ ‘คอนเนกชั่น’ ที่เกิดขึ้นเองจากประสบการณ์ร่วม ที่ทุกคนแค่มองตาก็รู้ถึงหัวจิตหัวใจกันแล้ว และเป็นไปเองโดยธรรมชาติ 

เพราะฉะนั้นมันจึงงดงามครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top