Monday, 3 August 2026
Hard News Team

'โบราณวัตถุ' 2 ชิ้น ที่พิพิธภัณฑ์นิวยอร์ก จ่อคืน ‘ไทย’ พบอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี หลังถูกโจรกรรมมาผิดกม.

(20 ธ.ค.66) หลังจากที่สำนักงานอัยการในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (The Met) ในนครนิวยอร์ก แถลงการณ์ว่า กำลังเตรียมการส่งโบราณวัตถุ 16 ชิ้น คืนให้กัมพูชาและไทย หลังจากที่ตรวจพบว่าโบราณวัตถุชุดนี้ถูกโจรกรรมมาอย่างผิดกฎหมาย 

โดยโบราณวัตถุ 2 ชิ้นกลับคืนสู่ประเทศไทย ซึ่ง 2 ชิ้นนี้มีความสำคัญ ซึ่งโบราณวัตถุชิ้นแรก เป็นประติมากรรมพระศิวะ ที่หล่อด้วยสำริดและกะไหล่ทอง ความสูง 129 เซนติเมตร มีอายุเก่าแก่ประมาณ 900-1,000 ปี

ส่วนโบราณวัตถุชิ้นที่สอง เป็นประติมากรรมรูปผู้หญิง คาดเป็นราชินีเขมร เนื่องจากสวมใส่เสื้อผ้าของชนชั้นสูง หล่อด้วยสำริด และมีร่องรอยการประดับด้วยโลหะเงินและทอง อยู่ในท่านั่งชันเข่า ยกมือไหว้เหนือศีรษะ คล้ายกำลังบูชาเทพเจ้า ความสูง 43 เซนติเมตร และมีอายุเก่าแก่ประมาณ 1,000 ปี เช่นกัน

พบว่าวัตถุโบราณทั้งสองชิ้นมีความเกี่ยวข้องกับดักลาส แลตช์ฟอร์ด ที่ถูกตั้งข้อหาค้าโบราณวัตถุอย่างผิดกฎหมาย โบราณวัตถุทั้งสองชิ้นได้ถูกซื้อขายอย่างผิดกฎหมาย ผ่านการปลอมแปลงแหล่งที่มาที่เป็นเท็จเคยผ่านการซื้อขายหลายครั้ง ก่อนที่จะถูกบริจาคให้กับพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน ขณะนี้พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทันได้ถอดโบราณวัตถุทั้งสองชิ้นออกจากทะเบียนสมบัติของพิพิธภัณฑ์และประสานงานกับสถานกงสุลใหญ่ไทยเพื่อเตรียมส่งคืนแล้ว 

'เพจดัง' เผย!! แม่บ้านสภาถูกบีบให้ออกจากงาน หลังถ่ายรูปภายนอกห้องทำงาน 'ไอซ์ รักชนก'

(20 ธ.ค.66) เพจ 'วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

#ทุกคนคะ แม่บ้านสภาถูกบีบให้ออกจากงานแล้วค่ะ 

แม่บ้านคนที่ถ่ายรูปภายนอกห้องทำงาน สส. ไอซ์ รักชนก ถูกกลุ่มอิทธิพลบีบบังคับให้เซ็นใบลาออก

หนูเสียใจมาก ไม่คิดว่าการให้แม่บ้านถ่ายรูปห้องทำงาน สส. ที่มาจากภาษีประชาชนจะส่งผลแบบนี้

พวกคุณจะกลัวอะไรคะ ถ้าไม่ได้ทำผิด แม่บ้านก็อายุ 65 ปีแล้ว จะไปทำอะไรพวกคุณได้ แถมคุกคาม ข่มขู่ เอาโทรศัพท์แม่บ้านไปหาข้อมูลอีก

ยังโชคดีที่ผู้ใหญ่ช่วยรับไปทำงานฝั่ง สว. รับไปทำงานเดือนหน้า แต่พรุ่งนี้หนูจะให้ทีมงานไปให้กำลังใจและช่วยค่าทำขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ

สส. ก้าวไกล พวกคุณใช้อำนาจรังแกประชาชนแบบนี้ มีแต่เขาจะเกลียดพวกคุณ ไล่ออกไป 1 แต่มีนาตาชา อาสาเพิ่มอีกเป็น 10 

หนูขอประกาศสงครามกับพรรคก้าวไกลค่ะ

นอกจากนี้ ทางเพจ 'วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร' ยังได้โพสต์ตั้งข้อสังเกตห้องของ 'ไอซ์ รักชนก' อีกด้วยว่า...

#ทุกคนคะ หนูเห็น สส.ก้าวไกลหลายคน ถ่ายคลิปห้องทำงาน สส. ลง tiktok เป็นว่าเล่น ทั้งภายในและภายนอกห้องไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย

แล้วแม่บ้านแค่ถ่ายรูป ทำไม สส. ไอซ์ต้องให้ จนท. เปิดกล้องดู บีบแม่บ้านออกด้วยคะ ห้องคุณไอซ์มีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นหรือคะ

‘ปตท.’ ผนึก ‘GISTDA’ มุ่งต่อยอดธุรกิจดาวเทียม เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 66 ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) พร้อมด้วย ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ. หรือ GISTDA) ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านธุรกิจใหม่จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อแสวงหาโอกาสในด้านธุรกิจอวกาศทั้งห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ (Upstream) อาทิ ระบบและบริการออกแบบและผลิตดาวเทียม การขนส่งวัตถุขึ้นสู่อวกาศ การสำรวจและวิจัยในอวกาศ การประยุกต์ใช้วัสดุคาร์บอนขั้นสูง (Advanced Carbon Material) จากกลุ่ม ปตท. เพื่อเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งก่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดไปยังธุรกิจปลายน้ำ (Downstream) ที่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานทางอวกาศ รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวเนื่องกับข้อมูลดาวเทียม 

ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ การประเมินคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว เพื่อนำไปสู่การแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมดาวเทียมเพื่อเทคโนโลยีพลังงานใหม่ สอดรับกับวิสัยทัศน์ Powering Life with Future Energy and Beyond ของ ปตท.

‘นิรโทษกรรม’ ไม่ง่าย!! หาก ‘ก้าวไกล’ สอดแทรก 112 ‘พท.-รทสช.’ เดินหน้าปรองดอง แค่ไม่แตะสถาบันฯ

ว่าจะขยับเรื่อง 120 วันของนักโทษเทวดา ว่าจะเดินหน้าถอยหลังหรือออกข้างอย่างไร? แต่ขอขยักกั๊กไว้วันศุกร์สุดสัปดาห์ดีกว่า…

วันนี้ขอเคลียร์คัตชัดเจนเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม ซักหน่อย!!

สรุปความตามท้องเรื่อง…เรื่องการนิรโทษกรรมมีการพูดถึงและเคลื่อนไหวกันอย่างกว้างขวางพอประมาณ แต่ในส่วนของการขับเคลื่อนที่จะให้เป็นจริงนั้นยังต้องรอดูของจริงกันต่อไป ในชั้นนี้พอจะสรุปได้ดังนี้…

1) พรรคก้าวไกล ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมาตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้ว ชื่อ “ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองพ.ศ....” โดยร่างนี้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นหรือทำประชาพิจารณ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 เรียบร้อยแล้ว มีผู้เห็นด้วยเพียงร้อยละ 28.37 แต่ก็ไม่ได้เป็นข้อห้ามที่จะนำไปบรรจุเป็นวาระการประชุม

ประเด็นที่มีเสียงคัดค้านร่างของพรรคก้าวไกลก็คือ การเปิดทางให้มีการนิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์-สถาบันฯ

2) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ยกร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ...เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับ 20 สส.ได้ลงชื่อแล้วด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับแก้ข้อความให้กระชับสมบูรณ์กว่าเดิม ทั้งนี้ร่างของพรรครทสช.มี 12 มาตรา นอกเหนือการนิรโทษกรรมให้กับความผิดอันเกี่ยวเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองแล้ว...จุดเน้นหนักคือ จะไม่นิรโทษกรรมกับ3 ความผิดคือ 1.คดีทุจริต 2.คดีความผิดตามมาตรา 112 และ 3.ความผิดอาญาร้ายแรงทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

กล่าวได้ว่าในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลพรรค รทสช.กล้าหาญชาญชัยกว่าพรรคอื่นๆ ในการแสดงจุดยืนให้บ้านเดินหน้าปรองดองสมานฉันท์ โดยไม่ออกอาการ ‘แหยง’ จนออกอาการ ‘กั๊ก’ กับคำว่านิรโทษกรรม...แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าพรรค รทสช.จะยื่นร่างในสมัยประชุมนี้เลยหรือชะลอเอาไว้ก่อน รอไปพร้อมกับขบวนใหญ่ของพรรคร่วมรัฐบาล

3) ในส่วนของพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทย เลือกหนทางให้เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการนิรโทษกรรม ในสมัยประชุมนี้นัยว่าเพื่อจะได้หาข้อสรุปเพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ในสมัยประชุมหน้า (เดือน ก.ค.-ต.ค.2567) ซึ่งหากไม่มีข้อถกเถียงกันมากรัฐบาลอาจเสนอร่างกฎหมายในนาม ครม.หรือรัฐบาลเลยก็เป็นได้…

4) อย่างไรก็ตาม...เนื่องจากรัฐบาลแทบจะไม่มีกฎหมายเสนอต่อสภาฯ นอกจากกฎหมายใหญ่อย่างร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปีฯ 2567 ดังนั้นร่างกฎหมายที่รอคิวการพิจารณาส่วนใหญ่จะเป็นร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกล เช่น ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม เป็นต้น...ทำให้ขณะนี้วิปฝ่ายรัฐบาลบางส่วนรู้สึกเป็นฝ่ายตั้งรับฝ่ายค้าน หากร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับก้าวไกลถึงคิวการประชุมสมัยนี้ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลไม่มีร่างกฎหมายประกบ ซึ่งหนทางเดียวก็คือ ต้องคว่ำร่าง พ.ร.บ.ของพรรคก้าวไกล...อันจะมีทั้งผลดีและผลเสีย…

กรณีดังกล่าว เสียงข้างน้อยในวิปรัฐบาล จึงอยากให้มีการเสนอร่างนิรโทษประกบเอาไว้แบบเผื่อเหลือเผื่อขาด ถ้าไม่ทันสมัยประชุมนี้ ก็ไม่มีอะไรเสียหายประมาณนั้น...

ดังที่ได้วิสัชนามา...ก็พอจะสรุปได้ว่า...การนิรโทษกรรมเพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ก็พอจะเห็นแสงสว่างอยู่ วิบๆ วับๆ...ไม่เจิดจ้าแจ่มชัดเหมือนเส้นทางสู่คุกนอกเรือนจำอันหรูหราก่อนที่จะถึงวันเวลาพักโทษปลายเดือน ก.พ.ของชายไทยวัย 74 ที่อยู่ชั้น 14 มาจะครบ 4 เดือนในอีกวันสองวันนี้

สวัสดีประเทศไทย

เรื่อง: เล็ก เลียบด่วน

'ทุนอินเดีย' ทุ่ม 4.5 พันล้าน ซื้อ RD แฟรนไชส์ KFC ในไทย มั่นใจ!! ตลาดบริโภคสัตว์ปีกในไทย 'แข็งแกร่ง-เติบโต'

(19 ธ.ค.66) RD หรือ Restaurants Development หนึ่งในผู้บริหารแฟรนไชส์ของ KFC ในประเทศไทย ซึ่งมีสาขา 274 สาขา ประกาศผนึกพันธมิตรใหม่ Devyani International DMCC บริษัทในเครือ Devyani International Limited หรือ DIL หวังช่วยสปีดสาขา

โดย RD ระบุว่า กลุ่มบริษัท DIL ในประเทศอินเดียเป็นกลุ่มบริหารจัดการขนาดใหญ่ในสายธุรกิจ QSR/LSR ให้กับแบรนด์ระดับโลก อย่าง KFC, Pizza Hut, Costa Coffee และกลุ่มธุรกิจในเครือ โดยมีเครือข่ายสาขามากกว่า 1,350 แห่งทั่วโลก ในความร่วมมือนี้ Devyani International DMCC บริษัทในเครือ Devyani International Limited (DIL) เซ็นสัญญาลงทุนในบริษัท RD เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจ QSR ในประเทศไทย

หลังจากนับตั้งแต่ปี 2559 ซึ่ง RD เริ่มเข้ามาเป็นแฟรนไชส์ร้าน KFC จำนวน 127 สาขา ภายในระยะเวลา 7 ปี RD สามารถขยายร้าน KFC ได้ถึง 274 สาขาในเดือนกันยายน 2566

ทั้งนี้ RD ย้ำว่า การทำธุรกรรมดังกล่าวยังอยู่ภายใต้การอนุมัติตามกฎระเบียบและการอนุมัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน เดือนมีนาคม 2567

“พันธมิตรทางธุรกิจระหว่าง DIL และ RD ต่างมีจุดมุ่งหมายในการขยายเครือข่ายสาขาในประเทศไทยผ่านความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการทางธุรกิจของทั้งสองบริษัท ยกระดับประสบการณ์ที่ดีของลูกค้ารวมไปถึงชุมชนต่าง ๆ”

ทั้งนี้ รอยเตอร์ รายงานว่า ข้อตกลงดังกล่าว มีมูลค่า 128.9 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4,500 ล้านบาท และคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคม 2567 โดยการเข้าซื้อนี้ ได้ดำเนินการผ่านหน่วยงานในดูไบ ที่ถือหุ้นอยู่ 51% ในขณะที่บริษัท เทมาเส็ก เป็นเจ้าของส่วนที่เหลือ

แถลงการณ์ของ DIL ระบุว่า ประเทศไทยเป็นตลาดสัตว์ปีกที่แข็งแกร่ง ในด้านการบริโภคเนื้อสัตว์ และเชื่อว่ามีโอกาสสำหรับตลาดที่จะเติบโต การซื้อกิจการครั้งนี้ จะเพิ่มสาขา KFC ในอินเดีย เนปาล และ ไนจีเรีย รวม 500 แห่ง และยังดำเนินธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) อื่นๆ ในอินเดีย เช่น Pizza Hut และ Costa Coffee

สำหรับ Restaurants Development มีพนักงานในเครือมากกว่า 4,500 คน 

‘คมนาคม’ ถกแนวทางช่วยเหลือ ‘แท็กซี่-รถโดยสารประจำทาง’ บูรณาการทุกภาคส่วน แก้ปัญหา ‘ค่าโดยสาร-ก๊าซ’ ให้เหมาะสม

(19 ธ.ค. 66) ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมหารือและรับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มผู้ประกอบการ สมาคม สหกรณ์ ผู้ประกอบอาชีพแท็กซี่ และรถโดยสารประจำทางเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมี นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วย นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม และโฆษกกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้แทนกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือ 

จากกรณีที่กลุ่มผู้ประกอบการ สมาคม สหกรณ์ ผู้ประกอบอาชีพแท็กซี่ และกลุ่มผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร ได้ยื่นหนังสือเพื่อทวงถามความคืบหน้าแนวทางการให้ความช่วยเหลือในประเด็นต่าง ๆ สรุปดังนี้

1) กรณีผู้ประกอบการและผู้ประกอบอาชีพแท็กซี่ ขอปรับอัตราค่าโดยสารนั้น กระทรวงคมนาคมมีแนวทางการให้ความช่วยเหลือ แบ่งเป็นระยะสั้น จะประสานข้อมูลให้ TDRI พิจารณาวิเคราะห์อัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมเพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ขับรถแท็กซี่ และในระยะยาว กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการจ้างศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารใหม่และรูปแบบมาตรค่าโดยสารที่เหมาะสมต่อไป

2) กรณีค่าขอให้ช่วยเหลือด้านราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) และแก๊สแอลพีจีที่ใช้กับรถแท็กซี่นั้น กระทรวงพลังงานจะพิจารณาความช่วยเหลือเรื่องต้นทุนค่าพลังงานของผู้ประกอบอาชีพขับรถสาธารณะ และแจ้งผลให้กระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบกทราบ เพื่อร่วมพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาในภาพรวมร่วมกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมในการกำกับดูแลของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ดำเนินการด้วยความสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตามหลักธรรมาภิบาล และกฎหมาย รวมถึงให้ความสำคัญกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน

‘กสทช.’ ยัน!! ตรวจผลทำงาน ‘ทรู-ดีแทค’ ละเอียดยิบ พบ ‘คุณภาพสัญญาณ-ค่าบริการ’ ยังทำตามเงื่อนไข

(19 ธ.ค.66) นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า จากการติดตามตรวจสอบหลังการรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ทางสำนักงาน กสทช. ยืนยันว่าคณะอนุกรรมการติดตามตรวจสอบและประเมินตามมาตรการเยียวยาของการควบรวมระหว่าง TRUE และ DTAC ได้มีการดำเนินการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการตรวจสอบจะต้องเสนอรายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. รับทราบก่อนจึงจะมีการเปิดเผยได้ หลังรวมธุรกิจฯ ทาง TRUE ก็ได้มีการส่งรายงานมาแล้วและมีการจัดทำรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากคณะอนุกรรมการฯ หมดวาระลงในวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นพบว่า TRUE ยังคงยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย และเงื่อนไขภายหลังการรวมธุรกิจ TRUE-DTAC มาโดยตลอด แต่ปัญหาอาจเกิดจากการสื่อสารที่ออกไปยังสาธารณะ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดก่อให้เกิดความสับสนของผู้ได้รับข้อมูล อาทิ ประเด็นการลดเสาสัญญาณ ทำให้คุณภาพสัญญาณแย่ลง ซึ่ง TRUE ได้มีการชี้แจงข้อมูลในประเด็นที่มีการร้องเรียนเรื่องของเสาสัญญาณที่มีจำนวนมาก โดยภายหลังการรวมธุรกิจรวม TRUE-DTAC จะต้องมีการสำรวจพื้นที่จุดซ้ำซ้อน และทำการโยกย้ายสถานีฐาน ไปในจุดที่สัญญาณดีกว่าไปรวมไว้กับเสาที่คงไว้ ก่อนจะยุบเสาเปล่าออกไป เพื่อไม่ให้เป็นมลพิษทางสายตา และยืนยันว่าคุณภาพการส่งสัญญาณยังคงเดิม แต่ได้มีการตำหนิ TRUE เกี่ยวกับการแจ้งดำเนินการยุบเสาสัญญาณและย้ายสถานีฐานให้ผู้ใช้บริการรับทราบก่อน

ทั้งนี้ ในส่วนของการประเด็นเกี่ยวกับอัตราค่าบริการที่เฉลี่ยลดลง 12% จะใช้วิธีการเฉลี่ยราคาใหม่ด้วยการถ่วงน้ำหนักตามจำนวนผู้ใช้บริการแต่ละรายการส่งเสริมด้านการขายภายใน 90 วัน หลังจากที่ได้มีการรวมธุรกิจ ทาง TRUE ได้ส่งข้อมูลให้สำนักงาน กสทช.ตรวจสอบ โดย กสทช.ได้ทำการสุ่มตรวจสอบข้อมูล ซึ่งการลดราคาในการลดค่าเฉลี่ยว่าแพ็กเกจไหนประชาชนใช้เยอะ กสทช.จะนำมาเฉลี่ยผลลัพธ์ออกมา จากการตรวจสอบก็พบว่า TRUE ยังทำตามมาตรฐานที่ได้กำหนด

สำหรับการเฉลี่ยราคาโดยการถ่วงน้ำหนักจากแพ็กเกจที่มีผู้ใช้มาก ที่ว่าลดลง 12% นั้น ค่าเฉลี่ยนั้นคือราคาเท่าไหร่นั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ต้องเสนอ บอร์ด กสทช. รับทราบก่อน ขณะที่ประเด็นของแพ็กเกจราคา 299 บาท และมีแพ็กเกจอื่นๆ ที่หายไปยืนยันว่าปัจจุบันยังมีการให้บริการอยู่ เมื่อครบกำหนดใช้บริการ 30 วัน แพ็กเกจจะหมดอายุ ผู้ให้บริการจะให้ผู้บริโภคเลือกว่าจะต่อแพ็กเกจเดิม หรือใช้แพ็กเกจใหม่ที่กำหนดได้ไม่มีการบังคับการเลือกใช้แพ็กเกจ รวมถึงข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพสัญญาณที่ก่อนควบรวมธุรกิจ TRUE-DTAC มีจำนวน 944 เรื่อง แบ่งเป็นของ TRUE  637 เรื่อง และ DTAC 307 เรื่อง และหลังควบรวมธุรกิจมี 836 เรื่อง โดยมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพสัญญาณแค่ 17 เรื่อง

ด้าน พ.ต.อ. ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำประธาน กสทช. ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำประธาน กสทช. ด้านกฎหมาย กล่าวว่า หลังการรวมธุรกิจของ TRUE-DTAC นั้น จากข้อมูลได้มีการตรวจสอบที่ชัดเจนเริ่มที่กระบวนการติดตามการดำเนินการเรื่องควบรวมธุรกิจ TRUE-DTAC ตามเงื่อนไขหลังควบรวมทั้งสิ้น 19 ข้อ ซึ่งที่ผ่านมา TRUE ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขในระยะเวลาที่กำหนด มีเพียงเรื่องการว่าจ้างคณะที่ปรึกษามาประเมินเรื่องราคาและคุณภาพ ตามเงื่อนไข ซึ่งติดที่คณะอนุฯ หมดวาระและได้ขยายระยะเวลาการทำงานของคณะอนุฯ นี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้เป็นข้อมูลของประธานอนุกรรมการผู้บริโภค ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการติดตามฯ เป็นเหตุที่ทำให้บอร์ด กสทช.ทั้ง 4 ท่าน ทำเรื่องเสนอประธาน กสทช. นำเรื่องเข้าที่ประชุม โดยเรื่องการติดตามหลังควบรวมธุรกิจฯ ได้ถูกบรรจุในวาระการประชุมมาโดยตลอด แต่การประชุมครั้งที่ผ่านๆมา ยังไม่มีการพิจารณา ซึ่งในการประชุมบอร์ด กสทช. ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ จะมีการนำเรื่องนี้มาหารือ

‘สว.อุปกิต’ ลุยฟ้อง ‘โรม’ หมิ่นประมาทอีกคดี เรียกค่าเสียหาย 20 ล้าน ยัน!! ถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้ฟ้องปิดปาก พร้อมเอาผิดคนใส่ร้ายถึงที่สุด

(19 ธ.ค. 66) ที่ศาลอาญา รัชดาฯ ห้องพิจารณาคดี 910 ศาลนัดฟังคำสั่ง คดีหมายเลขดำที่ อ1743/2566 ที่นายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภาฟ้อง นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท เป็นคดีที่ 2 โดยศาลมีคำสั่งให้คดีมีมูล ประทับรับฟ้อง อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ นายรังสิมันต์ ไม่ได้เดินทางมาศาล โดยมอบหมายทนายความมาฟังคำสั่งศาลและศาลนัดสอบคำให้การ/ตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 12 ก.พ. 2567 เวลา 09.00 น.

นายอุปกิต กล่าวว่า ได้ฟ้องร้องนายรังสิมันต์ รวม 3 คดี โดยคดีแรกฟ้องหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ศาลนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 10 ต.ค. และสืบพยานจำเลย วันที่ 11 ต.ค. 2567 คดีที่สองเรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท ซึ่งศาลก็รับฟ้อง ส่วนอีกคดีฟ้องต่อศาลแพ่ง ข้อหาละเมิด เรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท และยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว

“ขอเรียกร้องไปยังนายรังสิมันต์ว่า เมื่อถึงคราวที่ตัวเองตกเป็นจำเลย ก็ควรเปิดโอกาสให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่ ไม่ควรด้อยค่า สร้างกระแสว่าเป็นการฟ้องปิดปาก” นายอุปกิต ระบุ

‘หนุ่ม กรรชัย’ ฝากความในใจถึง ‘ครูตี๋สอนจีบสาว’ หลังทัวร์ลงยับ ขอให้หยุดความคิดนี้ ซ้ำ!! เป็นการเหยียดผญ.-คนเจ๋งจริงเขาไม่อวด

(19 ธ.ค.66) หลังจากเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลถึง ‘ครูตี๋สอนจีบสาว’ ไลฟ์โค้ชคนล่าสุดที่ออกมาสอนหนุ่มถึงเรื่องผู้หญิง จนถูกกระแสสังคมตีกลับ โดยล่าสุดวันนี้ในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ก็ได้มีการเล่าข่าวเรื่องนี้เช่นกัน โดย ‘หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย’ หนึ่งในพิธีกรรายการก็ได้แสดงความเห็นถึงเรื่องนี้ไว้ว่า

“คือในมุมของพี่นะ เป็นผู้ชายเหมือนกัน พี่มองว่าเป็นการเหยียดผู้หญิง คือเหมือนพยายามจะบอกตัวเองว่าเป็นเจ้าโลกอย่างนี้หรอ มันไม่ใช่อะ ทำแบบนี้มันได้หรอ”

คือเอาตรง ๆ นะตี๋ หนุ่มเนี่ยก็กระฉ่อนมาก่อน วิธีของตี๋นี่เลอะเทอะ บอกเลยตี๋นี่ครูกะปิเอง เชื่อครูกะปิอย่ามีความคิดแบบนี้ นี่ฝากบอกผู้ชายด้วยอย่ามีความคิดแบบนี้นะ มันไม่ถูกต้อง จะไปบอกว่าต้องดูมูลค่าผู้หญิงที่เขาต้องต่ำกว่าเรา แล้วเราก็ต้องเสนอเขาอย่างนี้ ทั้งที่เรามีเมียอยู่แล้ว แล้วเดี๋ยวผู้หญิงเขาจะเข้ามาหาเรา มันไม่ใช่

จะไปบอกว่านี่ไม่ได้เหยียดนะ แต่สิ่งที่คุณพูดมันคือการเหยียด และเอาตรง ๆ นะ คนที่เจ๋งจริง ๆ เขาไม่พูดหรอก เขาอมภูมิ เขาไม่อวดภูมิเรื่องพวกนี้ แหม่…จะไปสอนคนให้ไปจีบหญิงให้มีเมียน้อยได้

มันเป็นกติกาที่ใช้ไม่ได้เลยนะ ฝากบอกครูตี๋นะ จากครูกะปินะ คนจริงเขาต้องอมภูมิเขาไม่อวดภูมิหรอกลูก เชื่อพ่อ…อยู่ดี ๆ อยู่ในที่ของตัวเอง ไม่ต้องออกมาสาระกับคนอื่นแล้วเรื่องแบบนี้มันเป็นการชักจูง ทำให้คนที่ไปทำเลียนแบบคุณ หรือคิดว่าใช้ได้ แล้วไปทำเรื่องแบบนี้ขึ้นคุณรับประกันได้ยังไง ถ้าเกิดฝ่ายหญิงเขารู้ว่าคุณไปหลอกเขาแล้วเขาเอาปืนมายิงคุณตาย หรือเหตุฆ่ากันมันก็มาจากเรื่องชู้สาวเยอะ เพราะฉะนั้นสอนก็สอนให้มันอยู่ในวิถี มุมมองที่มันถูกต้อง

และทิ้งท้ายว่า “ก่อนจะหยุดพ่อเคยสุดมาก่อนลูก”

ปตท. ร่วมพัฒนาโรงเรียนแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติ มอบอาคารเรียน 2 ชั้น ‘โรงเรียนวัดเปร็งราษฎร์บำรุง’

เมื่อไม่นานมานี้ นายวุฒิกร สติฐิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารเรียนโรงเรียนวัดเปร็งราษฎร์บำรุง ร่วมด้วย นายกรกฏ บุญญามิ่ง นายอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ และ นางกฤติยา โพธิ์เสนา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 2 พร้อมด้วยผู้บริหาร ปตท. และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ปตท. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และการส่งเสริมด้านการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่แนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติ โดยอาคารเรียนดังกล่าว เป็นอาคารเรียนสองชั้น ได้ดำเนินการก่อสร้างโดย ปตท. ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพื้นที่และสร้างสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้เหมาะสมต่อการจัดการเรียนการสอน ซึ่งพร้อมส่งมอบให้โรงเรียนเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top