Monday, 3 August 2026
Hard News Team

19 ธันวาคม พ.ศ. 2423  วันประสูติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

19 ธันวาคม พ.ศ. 2423 วันประสูติ ‘เสด็จเตี่ย’ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดากองทัพเรือไทย

พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอลำดับที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมารดาคือ เจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2423

พระองค์ทรงได้รับถวายพระสมัญญาจากกองทัพเรือว่าเป็น 'พระบิดาของกองทัพเรือไทย' และต่อมาได้แก้ไขเป็น 'องค์บิดาของทหารเรือไทย' เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2544 จากพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ทรงวางรากฐานและพัฒนาปรับปรุงทหารเรือสยามให้เจริญก้าวหน้าตามแบบประเทศตะวันตก

ส่วนกรณีที่นักเรียนนายเรือพากันเรียกพระองค์ว่า 'เสด็จเตี่ย' นั้น พลเรือโท ศรี ดาวราย สันนิษฐานว่า มาจากการที่พระองค์ทรงขัดดาดฟ้าให้นักเรียนนายเรือใหม่ ๆ ที่ฝึกภาคทางทะเลบนเรือหลวงพาลีรั้งทวีปดูเป็นแบบอย่าง ในปี พ.ศ. 2462 หลังจากที่ทอดพระเนตรเห็นนักเรียนเหล่านั้นทำงานนี้ด้วยท่าทางเงอะงะเก้งก้าง โดยตรัสกับพวกนักเรียนเหล่านั้นว่า 'อ้ายลูกชาย มานี่เตี่ยจะสอนให้'

เมื่อช่วงต้นรัชกาลที่ 6 กรมหลวงชุมพรฯ ทรงออกจากราชการซึ่ง สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพระนิพนธ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “…กรมหลวงชุมพรฯ ไม่ทรงสบาย ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตออกเป็นนายทหารกองหนุนอยู่ชั่วคราว ๑ จนถึงปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๖๐ จึงเสด็จกลับเข้ามารับราชการเป็นตำแหน่งจเรทหารเรือ…”

แต่กรณีนี้ ศรัณย์ ทองปาน มีความเห็นต่างออกไปโดยเห็นว่า “…ในช่วงต้นรัชกาลที่ ๖ เกิดเหตุนายทหารเรือผู้หนึ่งเมาสุราในร้านอาหารสันธาโภชน์ ที่ตำบลบ้านหม้อ แล้วเกิดวิวาทกับมหาดเล็กหลวง ทำให้รัชกาลที่ ๖ ทรงพิโรธ ดังความในพระราชหัตถเลขาตอนหนึ่งว่า ‘…ปรากฏชัดว่าได้ฝึกสอนนักเรียนนายเรือในหนทางไม่ดี ทำให้มีจิตฟุ้งซ่านจนนับว่าเสื่อมเสียวินัยและนายของทหาร…สมควรลงโทษเป็นตัวอย่าง’

ประกอบกับมีข่าวลือว่า กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์กับกรมขุนนครสวรรค์วรพินิต กำลังวางแผนก่อกบฏ ชิงราชสมบัติ โดยแม้ว่าพระองค์ทรงออกจากราชการแล้วทางการก็ยังให้ตำรวจท้องที่คอยติดตามการเคลื่อนไหวของพระองค์…”

ระหว่างที่ทรงอยู่นอกราชการ กรมหลวงชุมพรฯ ทรงหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นหมอยา ใช้พระนามว่า 'หมอพร' ในช่วงนี้เองที่กล่าวกันว่า ทรงปราบนักเลงนางเลิ้งได้อยู่หมัด ได้นักเลงมาเป็นลูกน้องด้วย ช่วงเวลานี้กินเวลาราว 6 ปี พระองค์จึงได้กลับเข้ารับราชการกองทัพเรืออีกครั้ง หลังสยามประกาศสงครามกับเยอรมนี

เมื่อได้เสด็จกลับเข้ารับราชการทหารเรือและทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติราชการทหารเรือด้วยพระอุตสาหะวิริยะแล้วก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเลื่อนพระยศเป็นนายพลเรือโท และนายพลเรือเอก ทั้งยังได้โปรดเกล้าฯ เฉลิมพระอิสริยยศเป็น กรมขุนและกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตามลำดับ กับได้โปรดเกล้าฯ ให้ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ซึ่งเป็นตำแหน่งบังคับบัญชากำลังพลเทียบเท่าตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือในปัจจุบัน ก่อนที่จะโปรดเกล้าฯ ให้ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรืออันเป็นตำแหน่งสูงสุดในราชการทหารเรือ

ในบั้นปลายพระชนม์ชีพ กรมหลวงชุมพรฯ ได้กราบถวายบังคมลาออกไปรักษาพระองค์ที่มณฑลสุราษฎร์ซึ่งเดิมมีชื่อว่า 'มณฑลชุมพร' อันพ้องกับพระนามกรม และได้ประชวรสิ้นพระชนม์เสียที่นั้น เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466

‘เทรซี เอมิน’ ศิลปินดังอังกฤษ ขอบคุณประเทศไทย หลัง ‘โรงพยาบาล-โรงแรม’ ดูแลอย่างดี ขณะล้มป่วย

(18 ธ.ค. 66) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน เทรซี เอมิน ศิลปินชื่อดังของอังกฤษ อยู่ระหว่างพักผ่อนใน จ.ภูเก็ต ของไทย แต่แล้วก็เกิดอาการเจ็บป่วย โดยเจ้าตัวโพสต์ผ่านอินสตาแกรมเมื่อวันอาทิตย์ (17 ธ.ค.66) ว่า เธอรู้สึกเหมือน ‘ใช้เก้าชีวิตของตนเองไปอีกหนึ่งชีวิต’ เธอไม่สบายอย่างมาก และขอขอบคุณโรงพยาบาล และโรงแรมหรูที่เธอเข้าพักบนเกาะภูเก็ต

“ไม่ใช่มะเร็งแต่เป็นอาการแทรกซ้อนที่ลำไส้เล็กจากการติดเชื้อ และแผลเป็นบนเนื้อเยื่อรวมถึงการเดินทางด้วยเครื่องบินยิ่งทำให้อาการเลวร้ายเป็นล้านเท่า จนลำไส้เล็กฉันเกือบระเบิด โชคดีที่ฉันอยู่ในประเทศไทย ระหว่างทางกลับจากออสเตรเลีย ฉันจึงเข้าโรงพยาบาลที่ดีมากสองสามวัน ตอนนี้กำลังพักฟื้นในที่พักหรู”

เอมิน วัย 60 ปี คนดังจากขบวนการศิลปินอังกฤษรุ่นใหม่ ช่วงปลายทศวรรษ 1980-1990 ต้องต่อสู้กับมะเร็งและได้รับการผ่าตัดใหญ่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ในอดีต ศิลปินผู้เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเทอร์เนอร์ เคยถูกมองว่า เป็นเด็กเลวในทศวรรษ 1990 สร้างผลงานแนวแหกกฎกุลสตรีอังกฤษ 

ผลงานศิลปะจัดวาง My Bed เตียงที่ยังไม่จัดรายล้อมไปด้วยข้าวของรก ๆ ส่วนตัว เช่น ขวดวอดก้าเปล่า ซองบุหรี่ และถุงยางอนามัย เรียกเสียงฮือฮาในอังกฤษทันทีที่เปิดตัวในปี 2542

วิบากกรรมหนุ่ม 2 สัญชาติ ผู้เฝ้ารอวีซ่าลี้ภัยจากดินแดนใหม่ หลังหนึ่งประเทศไฟสงครามไม่เคยดับ ส่วนอีกหนึ่ง ศก.ลาลับ

ไม่นานมานี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘GO GALA แคมป์ปิ้งออสเตรเลีย’ ได้โพสต์เรื่องราวชีวิตของ Oday ชายหนุ่มชาวซีเรีย อยู่ออสเตรเลียมามากกว่า 10 ปี แต่ไม่เคยได้กลับบ้านเกิดเมืองนอนเลย โดยมีเนื้อหาดังนี้...

แอดแม่อยากให้เรื่องของ Oday เป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนที่อยู่ต่างประเทศ สู้ต่อ 

เมื่อวานระหว่างนั่งรอทำธุระในเมือง แอดแม่สั่งกาแฟกิน และมีเวลานั่งชิว เลยได้มีโอกาสนั่งคุยกับบาริสต้าหนุ่ม ผู้มีเรื่องราวชีวิตที่โคตรเหลือเชื่อ 

บทสนทนาเริ่มต้นจากเรื่องทั่วๆ ไป มาจากไหน ได้กลับบ้านบ่อยรึป่าว เขาบอกว่าไม่ได้กลับบ้านมา 10 ปีแล้ว เพราะต้องใช้เงินเยอะ กลับไม่ได้ ถ้ากลับแล้วไม่รู้ชีวิตจะเป็นยังไง 

นั่นทำให้แอดแม่เริ่มต้นคุยกับ Oday อย่างจริงจัง

แม่ของ Oday เป็นคนเวเนซุเอลา ได้มาพบรักกับพ่อที่ประเทศซีเรีย

Oday เกิดมาแบบมีสองสัญชาติ มีสอง Passport ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ปรากฏว่าสองประเทศที่เป็นตัวเลือกในชีวิตของ Oday หนึ่งประเทศมีสงครามกลางเมือง อีกหนึ่งประเทศประสบความล้มเหลวทางเศรษฐกิจจนหาทางฟื้นขึ้นมาไม่ได้

ย้อนกลับไปเกิน 10 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ปี 2011 ประเทศซีเรียเริ่มเกิดสงครามกลางเมือง ถ้า Oday ไม่ออกนอกประเทศเขาจะต้องไปเป็นทหาร เขาเลือกที่จะไม่เป็น และหาทางออกนอกประเทศ

เขาลองไปอยู่ประเทศเวเนซุเอลากับญาติพี่น้องฝั่งแม่อยู่ 7 เดือน หลังจากนั้นเขาเลือกที่จะมาออสเตรเลียด้วยวีซ่านักเรียน 

เรียนไปเรียนมาได้ห้าหกปี สงครามกลางเมืองซีเรียรุนแรงขึ้น ที่บ้าน Oday ไม่มีเงินจะส่งค่าเรียนแล้วเพราะสงครามไม่ดีขึ้น มีแต่แย่ลงทุกวัน รายได้ที่บ้านก็หดหาย

Oday ตัดสินใจไม่ไปเรียนหนังสือ เพราะเรื่องเงิน เมื่อคุณไม่ไปเรียนตามวีซ่านี่คุณต้องทำ แน่นอนวีซ่านักเรียนของ Oday โดนแคนเซิล 

Oday ต้องยื่นวีซ่า Protection เพราะทนายบอกว่าเป็นวีซ่าเดียวที่เขาจะยื่นได้ เขารอผลวีซ่า Protection ได้ ปีกว่าๆ ผลออกมาว่า Invalid เพราะ Oday มี 2 Passport มีทั้งซีเรียและเวเนซุเอลา เขาปรึกษาทนายว่าทำอะไรได้บ้าง 

ทนายคนแรกบอกว่าทำอะไรไม่ได้หรอก นอกจากต้องกลับซีเรีย...ทนายอีกคนหนึ่ง แนะนำให้เขาไปขอยกเลิก Passport เวเนซุเอลา ให้เหลือว่าเป็นคนซีเรียประเทศเดียว 

Oday ไม่มีทางเลือกอื่น เขา Give Up สัญชาติเวเนซุเอลาที่เขาได้มาจากแม่ เพื่อที่จะได้ยื่น Protection วีซ่าใหม่อีกรอบ

ถ้าออสเตรเลียให้วีซ่านี้กับ Oday พ่อแม่และน้องสาวของเขาก็จะได้ด้วย ครอบครัวจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง Oday คือตัวแทนของบ้านนี้เรื่องวีซ่าลี้ภัย 

ตอนนี้ Oday ทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอ…

แอดบอกเขาว่าขอเขียนเรื่องเขาให้เพื่อนๆ อ่านได้มั้ย เขาบอกยินดี และขอบคุณ

สิ้นปีนี้อาชีพบาริสต้าของเขาก็ไม่รู้จะได้ทำรึป่าว ไม่รู้เจ้าของร้านจะเปิดร้านรึป่าว ไม่รู้เขาจะมีเงินรึป่าว

แอดแม่ชวนเขามากินข้าวที่ร้าน เขาบอกว่าอาจจะไปปีหน้า แอดแม่บอกว่า มาเลย เดี๋ยวเลี้ยงข้าว 

มิตรภาพของคนสองคนที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น 

มันเกิดจากที่คนคนนึงประทับใจในเรื่องราวชีวิตและการต่อสู้ของคนอีกคนหนึ่ง 

ขอให้เรื่องราวของ Oday เป็นกำลังใจดีๆ ให้หลายๆ คน ค่ะ

ต้น กับ จิ๊บ

MI ชี้!! ปี 67 ‘อินฟลูเอนเซอร์’ แบกอุตฯ โฆษณา เข้าถึง ‘กลุ่มย่อย-ทรงประสิทธิภาพ’ มากกว่าสื่ออื่น

(18 ธ.ค. 66) นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานและกรรมการบริหาร บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป จำกัด หรือเอ็มไอ กรุ๊ป เผยผลการประเมินของทีม MI Learn Lab ของบริษัท โดยคาดว่าเม็ดเงินโฆษณาในปี 2567 จะมีมูลค่าประมาณ 87,960 ล้านบาท หรือเท่ากับการเติบโต 4% จากปี 2566 นี้ ซึ่งจากข้อมูลช่วง 11 เดือน เชื่อว่าสิ้นปี 2566 มูลค่าเม็ดเงินโฆษณาจะอยู่ที่ 84,500 ล้านบาท และเติบโต 4.4% จากปีก่อนหน้า โดยตัวเลขนี้น้อยกว่าการเติบโตในปี 2565 ที่เม็ดเงินเพิ่มขึ้น 6.3% 

นายภวัต กล่าวอีกว่า เม็ดเงินที่เติบโต 4% นี้ จะกระจุกอยู่ในกลุ่มสื่อออนไลน์ และสื่อนอกบ้าน ขณะที่สื่ออื่น ๆ ทั้งทีวี สิ่งพิมพ์ ยังหดตัวต่อเนื่องโดยเป็นผลจากฟังก์ชั่ันใหม่อย่าง Affiliate หรือการแบ่งรายได้จากการขายสินค้า-บริการให้กับ KOL (Key Opinion Leader) หรืออินฟลูเอนเซอร์ เมื่อผู้บริโภคซื้อผ่านลิงก์ในโพสต์หรือวิดีโอ ร่วมกับพฤติกรรมการรับสื่อของผู้บริโภคที่ย้ายไปออนไลน์อย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าในปี 2567 สื่อทีวีจะมีเม็ดเงินโฆษณาลดจาก 36,199 ล้านบาทในปี 2566 เป็น 35,475 ล้านบาท ขณะที่เม็ดเงินในสื่อออนไลน์ จะเพิ่มจาก 28,999 ล้านบาทเป็น 31,899 ล้านบาท เช่นเดียวกับสื่อนอกบ้านที่จะได้เม็ดเงินเพิ่มจาก 12,101 ล้านบาทเป็น 13,311 ล้านบาท ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ส่วนแบ่งของสื่อออนไลน์กับทีวีขยับเข้าใกล้กันเป็น 36.3% และ 40.3% ตามลำดับ 

นายภวัต กล่าวต่อไปอีกด้วยว่า KOL (Key Opinion Leader) หรือ อินฟลูเอนเซอร์ จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของอุตฯ โฆษณาในปี 2567 และมีบทบาทในการทำการตลาดและสร้างยอดขายให้กับแบรนด์มากขึ้น โดยเฉพาะ KOL ระดับไมโครและนาโน ที่แม้มีฐานแฟนน้อยแต่เฉพาะกลุ่มนั้น เนื่องจากเป็นเครื่องมือการตลาดที่สามารถตอบโจทย์ท้าทายของตลาด ทั้งการโฟกัสกับการสร้างยอดขายของบรรดาธุรกิจเพื่อรับมือปัญหาสภาพเศรษฐกิจ และการเข้าถึงผู้บริโภคที่แตกเป็นกลุ่มย่อยลงไปเรื่อย ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าสื่ออื่น

เนื่องจาก KOL ทยอยหันไปสร้างรายได้ผ่าน Affiliate กันมากขึ้น ทำให้แบรนด์สามารถใช้งาน KOL โดยหวังผลได้แบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ อย่างสร้างการรับรู้ ไปจนถึงปิดการขายและสร้างฐานแฟนคลับให้กับแบรนด์ซึ่งนำไปสู่การซื้อซ้ำ ซึ่งเป็นปลายน้ำในช่องทางเดียว ขณะเดียวกันความสามารถเข้าถึงผู้บริโภคแต่ละกลุ่มย่อย ได้ช่วยให้แบรนด์รับมือกับตลาดที่แยกย่อยเป็นหลายกลุ่มหลายเซ็กเมนต์ได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการใช้-ทำงานกับ KOL จะเปลี่ยนแปลงไปหลายด้าน ทั้งการคัดเลือกและสร้างคอนเทนต์กับ KOL ให้ตรงกับโจทย์ของธุรกิจและฐานแฟนของ KOL ซึ่งต้องละเอียดมากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าค่าใช้จ่ายในการใช้ KOL จะเพิ่มขึ้นตามไป

‘คมนาคม’ เล็งเจรจาผู้ประกอบการรถไฟฟ้าทุกสี ปรับเวลาให้บริการตั้งแต่ตี 4 รับดีมานด์เที่ยวปีใหม่

(18 ธ.ค.66) นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บูรณาการร่วมกันในการเพิ่มจุดเชื่อมต่อในช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา อาทิ เพิ่มจุดส่งผู้โดยสารขาเขากรุงเทพฯ ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ รวมไปถึงการขยายเวลาให้บริการรถไฟฟ้าจากเดิมเปิดบริการ 05.00 น. ปรับเป็นเปิดบริการ 04.00 น.ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 หรือระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2566 ถึง 2 ม.ค. 2567

“เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนแบบไร้รอยต่อ ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางราง (ขร.) พูดคุยขอความร่วมมือกับภาคเอกชนผู้ให้บริการรถไฟฟ้าในทุกสีไม่ใช่เพียงแต่รถไฟฟ้าที่กำกับโดยภาครัฐเท่านั้น แต่จะได้รับความร่วมมือกี่สายทางต้องรอผลการเจรจาในเร็วๆ นี้ ต่อไป ส่วนการให้บริการรถไฟฟ้าในคืนส่งท้ายปี 2567 จะมีการเปิดให้บริการถึง 02.00 น. เหมือนทุกปี” นายสุรพงษ์ กล่าว

สำหรับปริมาณผู้โดยสารคาดว่าส่วนของ ร.ฟ.ท. จะมีประชาชนใช้บริการช่วงเทศกาลปีใหม่ ประมาณ 1 แสนคนต่อวัน ขณะที่ บขส. คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการประมาณ 7 หมื่นคนต่อวัน โดยยืนยันว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมรถเสริมไว้ให้บริการประชาชนที่มีความประสงค์เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นยืนยันว่าจะไม่มีผู้โดยสารตกค้าง อีกทั้งประชาชนจะได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางเชื่อมต่อระบบด้วยรถไฟฟ้าเพื่อรองรับการเดินทางกลับหลังปีใหม่ด้วย

ด้านนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า จากนโยบายเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางปีใหม่ ร.ฟ.ท.ได้จัดแผนอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย รองรับการเดินทางของประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง ตลอดจนได้รับความสะดวกในการเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ครั้งนี้ การรถไฟฯ ได้จัดเตรียมความพร้อมโดยการเพิ่มตู้โดยสารจนเต็มหน่วยลากจูงในขบวนรถประจำจำนวน 214 ขบวนต่อวัน และเพิ่มขบวนรถเสริมพิเศษช่วยการโดยสารจำนวน 12 ขบวน สามารถรองรับการเดินทางของผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 1 แสนคนต่อวัน 

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2566 - 2 ม.ค. 2567 กระทรวงฯ ได้ประเมินการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด คาดว่ามีปริมาณผู้โดยสารรวมประมาณ 9 ล้านคนเที่ยว หรือเพิ่มขึ้นกว่า 20% แบ่งเป็น รถไฟฟ้า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) และรถไฟฟ้าที่ให้บริการโดย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 8.4 ล้านคนเที่ยว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 6.7 ล้านคนเที่ยว ส่วนรถไฟระหว่างเมือง คาดผู้โดยสารใช้บริการอยู่ที่ประมาณ 6.18 แสนคนเที่ยว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีจำนวน 5.67 แสนคนเที่ยว

'เพลงชาติ' ในแต่ละประเทศอาเซียน มีความยาวกี่นาที

รู้หรือไม่? ทุกประเทศในอาเซียนต่างก็มี ‘เพลงชาติ’ เป็นของตนเองทั้งนั้น ซึ่งเพลงของแต่ละประเทศก็จะมี ‘ความหมาย’ และ ‘ความยาว’ ของเพลงแตกต่างกันไป 

สำหรับ ‘เพลงชาติไทย’ ที่เราได้ยินทุก ๆ 8 โมงเช้าและ 6 โมงเย็น มีความยาวเพลงเพียงแค่ 44 วินาทีเท่านั้นเอง 

ส่วนของประเทศอื่นจะความยาวเท่าไหร่ วันนี้ THE STATES TIMES รวบรวมมาให้แล้ว มาดูกัน…

‘คนรักก้าวไกล’ เจอเองกับตัว ‘สส.กทม.’ ใช้พวงหรีดวนๆ ส่งตัวแทนวางพวงหรีดเก่าๆ หมองๆ วันเผามาขอเก็บกลับ

(18 ธ.ค. 66) เฟซบุ๊ก ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ โพสต์ภาพอินโฟกราฟิกหัวข้อ ‘ชาวบ้านเอือม สส. กทม. วนหรีด ไม่ให้เกียรติกัน’ โดยมีลูกเพจส่งข้อความและภาพระบุว่า "ได้ยินเรื่องก้าวไกลใช้พวงหรีดวนมาตั้งนานจนเจอกับตัว คุณปู่เสีย สส. ส่งตัวแทนเอาพวงหรีดมาให้ เป็นพวงหรีดกระดาษหมองนิด ๆ น่าจะผ่าน การใช้งานมาแล้วบ้าง (รึเปล่า) และตัวแทน เค้าฝากบอกว่า "บอกเจ้าหน้าที่วัดด้วย เดี๋ยววันเผามาเก็บกลับนะ"

วันเผา มีตัวแทนพรรค 2 คน มาเก็บกลับไป จริง ๆ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ติดลาแขกอยู่ตลอด วันสวดศพไม่มีมางาน มีแต่ตัวแทนมา ตัวแทนจริงรึเปล่าไม่รู้ แต่เด็กมันบอกเป็นตัวแทน

ลูกหลานคุณปู่ที่เคยชอบก้าวไกลมาก ด่ายับเลย ในสายตาพวกเค้า มันเป็นการไม่ให้เกียรติกันแบบสุด ๆ ในงานมีแขกผู้ใหญ่เยอะนะ และทุกคนได้ขึ้นทอดผ้า ยกเว้น ... เพราะญาติ ๆ ไม่พอใจไปละ เผาเสร็จลูกหลานคุณปู่ยังนั่งด่าอยู่เลย เสียความรู้สึกสุด ๆ ถ้าอยากลดขยะหรืออะไร ก็ส่งพวงหรีดพัดลมหรือพวงหรีดช้อน หรือแบบอื่นที่มันเอาไปใช้ต่อได้ก็ได้ ไม่ใช่ส่งพวงหรีดวนแล้วมาขอเก็บกลับตอนเผาเสร็จ มันทุเรศมาก มันดูไม่ให้เกียรติกันสุด ๆ เลย คนอื่นคิดไงไม่รู้ล่ะ แต่ญาติ ๆ คิดงี้"

อนึ่ง สำหรับแนวคิดการใช้พวงหรีดวนกัน มาจาก นายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กับมติชนทีวี เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา กล่าวว่า "ผมก็จะไปเฉพาะที่เขาเชิญ คือถ้าเขาเชิญแล้วเราไม่ไปนี่ก็ไม่ได้ เขาเชิญเราก็ต้องไปถูกไหมครับ ... ผมก็ไปแทบจะทุกอาทิตย์ ตลอด 4 ปีมานี้ก็ยังไปต่อเนื่องทั้ง ๆ ที่ไม่เคยใส่ซองสักบาทเดียว แล้วก็กินอิ่มด้วยทุกครั้งที่ไป แล้วถ้าเป็นงานสวดไม่ใช่งานเผานี่ งานสวดผมก็ได้กับข้าวกลับบ้านทุกครั้ง ได้เยอะด้วย เพราะว่าแม่ครัวจะเอามาให้เยอะมาก ... เราก็เริ่มต้นแบบนี้ด้วยการไม่ใส่ (ซอง) ไม่เห็นมีใครว่า ก็ทำต่อไปได้ครับ จริง ๆ เราก็ควรจะทำด้วย”

“อีกเรื่องหนึ่ง พวงหรีดตอนแรกผมก็ไม่เห็นด้วย ไม่ชอบโน่นนี่นั่น พยายามจะเปลี่ยน พยายามจะออกไอเดียใหม่ ๆ ให้มันดูเป็นคนรุ่นใหม่ รอบแรก ๆ เอาเป็นต้นไม้ไปแทน ต้นไม้มันก็ต้นเหี่ยวแห้งเล็ก ๆ ไปเทียบกับเขาที่มันพวงใหญ่ๆ มันก็ไม่มีใครสนใจนะครับ เปลี่ยนเป็นถุงขยะไปเก็บแก้วน้ำมันก็เหนื่อยไม่ไหว สุดท้ายก็ได้ไอเดียว่า พวงหรีดเวิร์กมันคือการโฆษณาที่มันเป็นการตลาดที่โคตรคุ้มเลย 300 บาท กับการที่สวด 7 วันมีคนเห็น 2-3 ร้อยคน ทุกวัน ๆ ชื่อเรา เออเขาถึงทำกันไงครับ 300 บาท ผมใช้ 3 งาน ให้มัคนายกเก็บให้ใช้ 3 รอบ ก็ประหยัดที่สุดเท่าที่ประหยัดได้" 

ประเด็นดังกล่าวทำเอาผู้คนบนโลกโซเชียลฯ วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยฝ่ายที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลมองว่าเป็นการสู้ทางการเมืองแบบฉลาด กับผู้คนทั่วไปที่มองว่า ส.ส. มีเงินเดือนนับแสนบาทแต่ไม่เคยใส่ซองช่วยงาน กินฟรีทุกงานแถมห่อกลับอีกด้วย

ถึงกระนั้น นายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ ชนะการเลือกตั้งเป็น สส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 บางปะกง แปลงยาว บ้านโพธิ์ อีกสมัย ด้วยคะแนน 37,381 คะแนน อันดับ 2 นายพิทักษ์ จารุสมบัติ จากพรรคพลังประชารัฐ 26,873 คะแนน และอันดับ 3 นายยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ 26,415 คะแนน

อนึ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มีเงินเดือน 71,230 บาท เงินเพิ่ม 42,330 บาท รวม 113,560 บาท

‘กทม.’ ผุด ‘ห้องเรียนปลอดฝุ่น’ ชั้นอนุบาลไปแล้ว 43% พร้อมสั่งเข้มห้ามโรงเรียนให้เด็กเข้าแถวในวันค่าฝุ่นพุ่ง

(18 ธ.ค.66) ที่ห้องนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าการทำห้องเรียนปลอดฝุ่นสำหรับห้องเรียนอนุบาล ของ กทม. ภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 26/2566 ว่า ห้องเรียนปลอดฝุ่น ต้องทำให้เป็นระบบปิดก่อน โดยมีจำนวนห้องเรียนอนุบาลทั้งหมด 1,743 ห้อง เป็นห้องเรียนที่มีเครื่องปรับอากาศ 162 โรงเรียน 758 ห้อง คิดเป็น 43.5% ไม่มีเครื่องปรับอากาศ 267 โรงเรียน 985 ห้อง คิดเป็น 56.5% ทั้งนี้ให้แต่ละสำนักงานเขตคุยว่ามีใครที่จะเป็นผู้สนับสนุนการทำห้องเรียนปลอดฝุ่นในลักษณะ CSR ได้บ้าง

นายศานนท์ กล่าวว่า รวมถึงให้ความรู้ควบคู่กันไป เพราะยังมีบางโรงเรียนที่ให้เด็กเข้าแถวตอนค่าฝุ่นสีส้ม ซึ่งทำไม่ได้ สำนักงานเขตจะต้องมีการรายงานให้กับผู้บริหารทุกเช้า โดยให้ถ่ายรูปส่งมาว่าแต่ละโรงเรียนมีมาตรการอย่างไร ทั้งนี้ต้องให้กลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้มีโรคประจำตัว หรือป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ เข้าไปอยู่ห้องประชุมที่มีการทำห้องเรียนปลอดฝุ่นแล้ว

นายศานนท์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ผอ.โรงเรียนมีอำนาจในการสั่งหยุดโรงเรียน เมื่อมีค่าฝุ่นระดับสูงติดต่อกันหลายวัน นอกจากนี้จะบรรจุในหลักสูตร เป็นภัยพิบัติศึกษา ที่มีเรื่องน้ำท่วม อุบัติเหตุ ไฟไหม้ ให้เด็กๆมีความตื่นตัวในการใช้ชีวิตในเมือง

ทั้งนี้ สำนักการศึกษาได้รายงานในที่ประชุมฯ ว่าในปีการศึกษา 2567 จะสามารถทำห้องเรียนปลอดฝุ่นสำหรับห้องเรียนอนุบาล เพิ่มเติมได้อีก 191 ห้อง ตามงบประมาณ ปี 2567 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนจัดหาเครื่องฟอกตามกระบวนการ e – bidding อย่างไรตามในส่วน 985 ห้องเรียนที่เหลือนั้น สำนักงานเขตจะเร่งรัดมีการปรับปรุงกาพภาพของห้องเรียนให้เป็นระบบปิด จัดหาเครื่องปรับอากาศส่วนที่มีความจำเป็นน้อยมาใช้ในห้องปลอดฝุ่น และประสานภาคเอกชนสนับสนุนเครื่องปรับอากาศต่อไป

‘ถ้ำหลวงฯ’ เตรียมเก็บค่าเข้าคนไทย 950 ต่างชาติ 1,500 โซเชียลรุม!! “ราคาแพงเกิน แถมกิจกรรมก็ไม่เยอะ”

(18 ธ.ค. 66) จากกรณีอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เปิดให้ท่องเที่ยวบริเวณโถงที่ 2 และ 3 หลังจากปิดการท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าวจากเหตุการณ์ภารกิจช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่า เมื่อปี 2561

สำหรับการเปิดสถานที่ท่องเที่ยวสายผจญภัย ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในโถงที่ 2 และ 3 นักท่องเที่ยวสามารถจองคิวผ่านเพจอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หรือเว็บไซต์กรมอุทยานฯ โดยเปิดให้ท่องเที่ยวแบบกรุ๊ป ไม่เกิน 10 คน ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ คอยดูแลตลอดทาง

ค่าบริการของนักท่องเที่ยวชาวไทย คนละ 950 บาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ คนละ 1,500 บาท ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์ และค่าประกัน โดยจะเปิดบริการให้เข้าถ้ำในโถง 2 และ 3 วันละ 2 รอบ ใช้เวลารอบละประมาณ 2.30 ชั่วโมง

จากนั้นมีหลายคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลจำนวนมาก ถึงราคาค่าบริการ โดยหลายคนแสดงความคิดเห็นว่า ราคาแพงเกินไป เพราะกิจกรรมไม่ได้เยอะเท่าไหร่ แต่ก็มีบางส่วนบอกว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโอกาส

โดยรายละเอียดกิจกรรมจากทางอุทยานฯ ถ้ำหลวง มีดังนี้ รูปแบบการท่องเที่ยว เป็นการท่องเที่ยวในเส้นทางของถ้ำหลวง เริ่มต้นตั้งแต่ปากถ้ำ จนถึงโถงที่ 3 ของถ้ำหลวง มีระยะทางรวมประมาณ 700 เมตรจากปากถ้ำ ใช้เวลาในการเดินทางราว 2-3 ชั่วโมง

เส้นทางดังกล่าวนักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น เช่น เดินตามพื้นถ้ำที่มีหินถล่ม มุดลอดรู ปีนป่ายก้อนหินขนาดใหญ่ เป็นต้น และ ตลอดเส้นทางจะพบกับประติมากรรมถ้ำ ได้แก่ หินย้อย ม่านหินย้อย หลอดหินย้อย นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะได้รับความประทับใจจากประสบการณ์ย้อนรอย 13 หมูป่า

สำหรับการจองนั้น จะต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 อาทิตย์ (7 วันทำการเท่านั้น) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ให้จองในช่องทางเพจในเฟซบุ๊กชื่อ ‘อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน’ และเว็บไซต์สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยในช่วงแรกเปิดให้เที่ยวชมเฉพาะในวันอังคาร พุธ และพฤหัสบดี เท่านั้น และสิ่งที่จะได้คือ กระเป๋า ผ้าบัฟ ถุงมือ สกรีนโลโก้ถ้ำหลวง ประกันอุบัติเหตุ

ภายหลังกระแสวิจารณ์ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ออกมาเปิดเผยว่า เกี่ยวกับการตั้งราคา สำหรับการเข้าไปในพื้นที่ถ้ำหลวงนั้น มีการปรึกษากันหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายจอร์ช แบรชลีย์ นักประดาน้ำชาวอังกฤษผู้ที่เคยมีส่วนร่วมในภารกิจช่วยทีมนักฟุตบอลหมูป่าจากถ้ำหลวง ที่ให้คำแนะนำว่า พื้นที่ถ้ำหลวง เป็นพื้นที่ที่มีคุณค่า เป็นพื้นที่พิเศษ เสี่ยงอันตรายสำหรับการเข้าไป ต้องมีอุปกรณ์พิเศษ และอาศัยทีมที่เชี่ยวชาญสำหรับการนำทางเข้าไป โดยนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องการจะเดินทางมา ซึ่งราคา 1,500 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ 950 บาท สำหรับคนไทยนั้น ถือว่าไม่สูง

“สำหรับ ราคา 950 บาท ที่กำหนดไว้เป็นค่าเข้าไปชมในถ้ำนั้น อุทยานฯ ไม่ได้นำเข้าเป็นรายได้ของอุทยานทั้งหมด แต่แบ่งเป็น 1. ให้บุคคลากรนำเที่ยว 500 บาท ซึ่งแบ่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญและผู้ช่วย 350 บาท เจ้าหน้าที่กู้ภัย 2 คน ๆ 100 บาท และผู้นำเที่ยวท้องถิ่น 50 บาท 

2.นำเข้ากองทุนช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่า และเจ้าหน้าที่ ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตของกรมอุทยานฯ 150 บาท และ 3.นำเข้ากองทุนสวัสดิการถ้ำหลวง 300 บาท ซึ่ง จะนำไปใช้ เป็นสวัสดิการของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ในถ้ำและบริเวณด้านนอกที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ ค่าประกันชีวิตเจ้าหน้าที่และ บุคคลากรนำเที่ยว เป็นต้น” นายอรรถพล กล่าว

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่บริเวณ โถงที่ 1 ซึ่งมีระยะทาง 200 เมตร ของถ้ำหลวงนั้น ประชาชนยังสามารถเข้าเที่ยวชมได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และ โถงที่ 2 และ3 เนื่องจากเป็นพื้นที่พิเศษ ต้องมีคนนำทาง ประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าไปคนเดียวได้

'พีระพันธุ์' เตรียมเสนอลดค่าไฟฟ้างวดใหม่ ครม.พรุ่งนี้  ยัน!! จะทำให้ดีที่สุด ตัวเลขต้องไม่เกิน 4.20 บาทต่อหน่วย 

(18 ธ.ค.66) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผย ว่าการประชุม ครม.วันพรุ่งนี้ (19 ธ.ค.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เตรียมเสนอปรับลดค่าไฟฟ้างวดใหม่ ม.ค. - เม.ย.67   

โดยตัวเลขค่าไฟจะไม่เกินที่ 4.20 บาทต่อหน่วย ขณะนี้กำลังทำตัวเลขอยู่ว่าจะได้เท่าไหร่ภายใต้เงื่อนไขปัจจุบัน ส่วนครัวเรือนที่เป็นกลุ่มเปราะบางที่เคยใช้ไฟไม่เกิน 300 หน่วย ก็จะมีช่วยเหลือ อยู่ที่ราคาเดิม คือ 3.99 บาท ซึ่งสามารถช่วยครัวเรือนได้ประมาณ 17 ล้านราย  

นางรัดเกล้า กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันอยากที่จะให้ค่าไฟฟ้า อยู่ที่ 4.10 บาท แต่จะต้องมีหลายส่วนที่ต้องดูให้สอดคล้องกัน และรัฐมนตรีพลังงานอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะต้องดูทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ปรับโครงสร้างเท่านั้น   

“ขอประชาชนไม่ต้องห่วง รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะพยายามทำให้ดีที่สุด ทั้งเรื่องของพลังงานไฟฟ้า ราคาน้ำมัน โดยจะรื้อทั้งระบบที่เคยมีมากว่า 30 ปี ทั้งนี้เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างดี ซึ่งจะไม่สร้างภาระให้กับประชาชน และสิ่งใดที่สามารถทำได้จะทำทันที” นางรัดเกล้า กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top