Monday, 3 August 2026
Hard News Team

ทึ่ง!! ‘หนุ่มกระบี่’ ขี่มอเตอร์ไซค์จากไทยไปยุโรป 1.8 หมื่นกิโล ใช้เวลาเดินทาง 1 เดือน 17 วัน กับค่าน้ำมัน 6 หมื่นบาท

(18 ธ.ค.66) ผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า “เดินเล่นอยู่ยุโรปก็ได้เจอทะเบียนรถประเทศไทยรีบเข้าไปทักทายเลยค่า ดีใจมาก ๆ เวลาไปเที่ยวต่างประเทศแล้วเจอคนไทยหรือได้ยินภาษาไทย” และ “เจอพี่คนไทยขับรถจากไทยมายุโรป 18,000 กิโล!!”

ซึ่งในคลิปเป็นภาพที่เจ้าของคลิปกำลังเดินเล่นอยู่ และพบว่ามีรถมอเตอร์ไซค์แนวแอดแวนเจอร์ (Adventure) ยี่ห้อ BMW ป้ายทะเบียนกระบี่ ประเทศไทย จอดในสถานที่แห่งหนึ่งในยุโรป จึงเดินเข้าไปสอบถามและพูดคุย ซึ่งเจ้าของมอเตอร์ไซค์ได้ให้ข้อมูลว่า ตนขี่มอเตอร์ไซค์มาจากไทยและขี่มาเรื่อย ๆ จนถึงยุโรป ซึ่งตนเดินทางมาเป็นเวลา 1 เดือน 17 วันแล้ว!!

โดยล่าสุดได้เจอวาร์ปเจ้าของมอเตอร์แล้ว ซึ่งเจ้าของมอเตอร์ไซค์นั้นให้ข้อมูลว่า ตนเป็นคนกระบี่ ขี่มอเตอร์ไซค์โดยใช้เส้นทาง “ไทย ลาว จีน คาซัคสถาน รัสเซีย จอเจีย ตุรกีย์ กรีซ บัลแกเรีย นอร์ทมาเซโดเนีย อัลแบเนีย โคโซโว มอนเตรเนโกร เซอเบีย บอสเนีย โครเอเชีย สโลวาเนีย”

พร้อมกับระบุว่า ค่าน้ำมันที่เสียไปตอนนี้อยู่ในราคา 60,000 บาทแล้ว!

‘นายกรัฐมนตรี’ ร่วมเปิดงาน 45 ปี ปตท. ขอบคุณทุกภาคส่วน  สนับสนุนพันธกิจสร้างความมั่นคงทางพลังงานเพื่อคนไทย

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดงานขอบคุณคนไทยแบบคาร์บอนนิวทรัล อีเวนต์ (Carbon Neutral Event) ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากงานเท่ากับศูนย์ โดยใช้คาร์บอนเครดิตจากการปลูกป่ามาชดเชยในการฉลองสู่ปีที่ 45 นับตั้งแต่ก่อตั้ง การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นรัฐวิสาหกิจเมื่อปี พ.ศ. 2521 เดินหน้าสู่การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในปี พ.ศ. 2544 จากการสนับสนุนของคนไทยทุกคน ผนวกกับความทุ่มเทของผู้บริหารและพนักงานจากรุ่นสู่รุ่น พิสูจน์ได้ถึงการมุ่งสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมฝ่าทุกวิกฤตและร่วมดูแลสังคมไทยตลอดมา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ‘PTT 45th Anniversary’ Ignite Life Potential งานเลี้ยงรับรองขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เนื่องในวาระครบรอบ 45 ปี บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยมี ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานกรรมการ ปตท. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน ปตท. ร่วมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มีส่วนสนับสนุน ปตท. มาโดยตลอด ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

นายเศรษฐา กล่าวว่า ปตท. เป็นบริษัทด้านพลังงานรายใหญ่ที่อยู่คู่สังคมไทยอย่างยาวนาน เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศก้าวพ้นวิกฤตการณ์ด้านพลังงานเสมอมา และมีส่วนร่วมผลักดันด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง เป็นการช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญผ่านโครงการดี ๆ เพื่อพัฒนาสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวไทย วันนี้เป็นโอกาสอันดียิ่งที่ได้แสดงความยินดีกับ ปตท. ให้กิจการมีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นพลังของประเทศต่อไป

นายอรรถพล เปิดเผยว่า การก้าวสู่ปีที่ 45 ในปี พ.ศ. 2566 ของ ปตท. อาจเปรียบเทียบได้กับวัยกลางคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านประสบการณ์ชีวิตมากพอที่จะเรียนรู้จากอดีตและมองถึงอนาคต มีความรับผิดชอบ และทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนเคียงข้างกับคนทุกวัย ซึ่งกิจกรรมวาระพิเศษในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเสมือนตัวแทนของประชาชนทุกภาคส่วน ที่สนับสนุนการเติบโตของ ปตท. มาตลอด ในฐานะบริษัทพลังงานของคนไทย ที่มีภารกิจในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ พร้อมสร้างการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนแก่สังคม

“ตลอด 45 ปีของการเติบโตจนถึงวันนี้ ปตท. ขอให้ความเชื่อมั่นว่าจะไม่หยุดพัฒนา และยังคงมุ่งมั่นขยายธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต และธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน พร้อมกับการแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อให้ ปตท. สามารถเติบโตในระยะยาวคู่กับประเทศไทยได้อย่างมั่นคง ตามวิสัยทัศน์ ‘Powering Life with Future Energy and Beyond ขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต’ พร้อมเป็นกำลังสำคัญ ยกระดับอุตสาหกรรมใหม่ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไทย เพื่อให้ ปตท. เป็นองค์กรแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยตลอดไป” นายอรรถพล กล่าว

ภายในงานได้มีการจัดนิทรรศการผลงานของ ปตท. อาทิ การพัฒนาธุรกิจก๊าซธรรมชาติ การพัฒนาธุรกิจน้ำมันจนถึง PTT Life Station การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของไทย การพัฒนา EV Ecosystem โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ และการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดความผูกพันระหว่าง ปตท. และคนไทย ในรูปแบบละครเวที และปิดท้ายด้วยบทเพลงพิเศษในวาระ 45 ปี ปตท. ‘เธอคือพลังของฉัน’ ขับร้องโดยศิลปินระดับประเทศอย่าง เบิร์ด-ธงไชย อิ้งค์-วรันธร ที่สื่อสารมาตลอดปี 2566 เพื่อแสดงความขอบคุณคนไทยในโอกาสนี้

อนึ่งการจัดงานในครั้งนี้ได้จัดขึ้นในรูปแบบการจัดงานแบบ Carbon Neutral Event หรืองานปลอดคาร์บอน ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยใช้คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) จากกิจกรรมการปลูกป่าของ ปตท. มาชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมในการจัดงาน ให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากงานเท่ากับศูนย์ จึงมั่นใจได้ว่าการจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามเป้าหมายในแนวทางการดำเนินงาน PTT NET ZERO EMISSIONS ภายในปี ค.ศ. 2050

'อัษฎางค์' ข้องใจ!! ม.ดัง ให้แม่บ้านขึ้นแสดงความยินดีผู้สำเร็จการศึกษา ส่อ 'แซะ-บั่นทอน' ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่ต้องสงสัย

(18 ธ.ค. 66) อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก ‘เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค’ พร้อมภาพแม่บ้านขึ้นไปบนโพเดียม กล่าวแสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการศึกษา หัวข้อ ‘ความเท่าเทียมๆ’ ระบุว่า เรื่องแบบนี้ถือว่าเป็นสิ่งดีงาม เพราะความสำเร็จของคนหนึ่งคนย่อมมาจากแรงสนับสนุนจากทุกคนทุกฝ่าย

แต่เรื่องนี้มีนัยหรือเลศนัยแน่นอน เพราะสถาบันการศึกษาแห่งนี้เป็นแหล่งรวมคนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ดังนั้น กิจการแบบนี้ ก็หวังแซะหรือบั่นทอนหรือสร้างความสั่นคลอนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่ต้องสงสัย คนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ทำเป็นไปยกย่องเชิดชูคนรากหญ้าคือ ความตอแหลของผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร อาจารย์หรือนักศึกษา

ผมขอย้ำว่า การยกย่องคนรากหญ้า หรือการยกย่องคนทุกระดับ ทุกชนชั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องดีงาม แต่พวกคุณทำเป็นการยกย่องคนรากหญ้า หรือการยกย่องคนทุกระดับ ทุกชนชั้น ในขณะที่กลับไป ดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มันย้อนแย้งกับเปลือกนอกที่ทำเป็นคำนึงถึงมนุษยธรรมและความเท่าเทียม ๆ น่าคลื่นไส้ กับพวกผู้บริหาร อาจารย์หรือนักศึกษา ที่ทำเป็นคำนึงถึงเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิมนุษย์ชน แต่มันจอมปลอม

สถาบันพระมหากษัตริย์เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรและกล่าวโอวาทพร้อมแสดงความยินดี พวกคุณกลับต่อต้าน แต่เอาคุณพี่แม่บ้านมาให้โอวาทพวกคุณบอกว่าน่ายินดี ยินดีต้อนรับคุณพี่แม่บ้าน และยินดีต้อนรับสถาบันพระมหากษัตริย์จากใจให้เหมือนกันไม่ได้หรือ ความเท่าเทียม ๆ

'รมว.ปุ้ย' สั่งสมอ.เร่ง 8 มาตรการเชิงรุก กวาดล้างสินค้าไร้มาตรฐานสิ้นซาก

(18 ธ.ค. 66) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้กำชับให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ยกระดับความเข้มข้นของ 8 มาตรการเชิงรุกภายใต้ภารกิจ Quick win ในการตรวจติดตามการจำหน่ายสินค้าในท้องตลาดและทางออนไลน์อย่างเข้มงวด เพื่อกวาดล้างสินค้าด้อยคุณภาพให้หมดไปจากท้องตลาด 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่อยู่ในการควบคุมของ สมอ. ทั้ง 143 รายการ ที่มีการโฆษณาผ่านทางทีวีดิจิทัลและสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งหากไม่ได้มาตรฐานอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 

ทั้งนี้ จึงได้สั่งการให้ สมอ. เข้มงวดกับร้านค้าออนไลน์ในทุกแพลตฟอร์มที่มีการโฆษณาขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ รวมถึงการรีวิวขายสินค้า หรือโฆษณาโบรชัวร์ออนไลน์ ซึ่งถือเป็นกระบวนการหนึ่งในการขายสินค้าด้วยเช่นกัน หากสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าควบคุมที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน จะต้องมีคุณภาพตามมาตรฐาน ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงมือผู้บริโภค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

นายวันชัย พนมชัย รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาราชการแทน เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า สมอ. ได้ดำเนินการกวาดล้างสินค้าด้อยคุณภาพอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องในทุกช่องทาง

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบแพลตฟอร์มการจำหน่ายสินค้าออนไลน์พบว่ายังมีแพลตฟอร์มบางแห่งที่โฆษณาขายสินค้าโดยไม่แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. และ QR Code ทำให้ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นสินค้าได้มาตรฐานหรือไม่ 

สมอ. จึงได้เชิญผู้จำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ เช่น ช้อปปี้ ลาซาด้า ติ๊กต๊อก เซ็นทรัลเทรดดิ้ง ไลน์คอมพานี บุญถาวร สยามโกลบอลเฮาส์ ออฟฟิศเมท ฯลฯ กว่า 300 ราย เข้าร่วมหารือ เพื่อหาแนวทางในการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน

โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เช่น กระทะไฟฟ้า เตาปิ้งย่าง หม้ออบลมร้อน พัดลม ไดร์เป่าผม ที่หนีบผม ปลั๊กพ่วง เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมายังพบการกระทำความผิดอยู่บ่อยครั้ง

สมอ. จึงต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด โดยกำชับให้ผู้ค้าดำเนินการดังนี้ 

-ตรวจสอบสินค้าว่าเป็นสินค้าควบคุมของ สมอ.หรือไม่  

-หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นสินค้าควบคุม ให้ตรวจสอบต่อไปว่าได้รับใบอนุญาตจาก สมอ. ถูกต้องแล้วหรือไม่ หากถูกต้องแล้วสามารถโฆษณาและจำหน่ายได้ 
-ภาพที่ใช้ในการโฆษณาเพื่อการจำหน่ายสินค้า ต้องให้เห็นเครื่องหมายมาตรฐาน และ QR Code อย่างชัดเจน 

"สมอ. จะตรวจติดตามอย่างเข้มข้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป หากพบว่าร้านค้าออนไลน์หรือแพลตฟอร์มรายใดยังไม่ปฏิบัติตาม จะดำเนินการตามกฎหมายทันที"

‘นักวิจัยจีน’ ผุด ‘เสื้อผ้าพลังงานแสงอาทิตย์’ ประสิทธิภาพสูง ช่วยคุมอุณหภูมิร่างกายมนุษย์ให้รู้สึกสบาย แม้อากาศผันผวน

เมื่อวานนี้ (17 ธ.ค.66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทีมนักวิจัยของจีนจากมหาวิทยาลัยหนานไคออกแบบระบบเสื้อผ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยืดหยุ่น พึ่งพาพลังงานในตัวเอง และมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยควบคุมให้ร่างกายมนุษย์คงอยู่ในช่วงอุณหภูมิที่ทำให้รู้สึกสบาย แม้ว่าอุณหภูมิสิ่งแวดล้อมจะผันผวน

ระบบเสื้อผ้าที่ขับเคลื่อนด้วยเซลล์แสงอาทิตย์แบบยืดหยุ่นนี้ไม่ต้องอาศัยแหล่งพลังงานภายนอก ยกเว้นเพียงแสงแดด และต่างจากเสื้อผ้าควบคุมความร้อนรุ่นก่อนหน้า ตรงที่สามารถสร้างความอบอุ่นและทำความเย็นด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สามารถปรับเปลี่ยนอุณหภูมิสองทางตลอดทั้งวัน

การศึกษาระบุว่าอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตลอด 24 ชั่วโมง หลังได้รับพลังงานแสงอาทิตย์เพียง 12 ชั่วโมง

นอกจากนั้น อุปกรณ์ข้างต้นทำงานเพื่อรักษาอุณหภูมิผิวหนังของมนุษย์ให้อยู่ในช่วงที่ทำให้รู้สึกสบาย ระหว่าง 32-36 องศาเซลเซียส แม้อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงที่ระหว่าง 12.5-37.6 องศาเซลเซียส

อุปกรณ์ใหม่นี้สามารถช่วยปรับปรุงความปลอดภัยและความรู้สึกสบายของร่างกายมนุษย์ ท่ามกลางอุณหภูมิสิ่งแวดล้อมที่ผันผวน และยังอาจยืดระยะการเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น ในอวกาศ หรือบนดาวเคราะห์ดวงอื่น

อนึ่ง การศึกษาฉบับดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (15 ธ.ค.) ในวารสารไซแอนซ์ (Science)

'กฟผ.' เร่งเดินหน้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนอุบลรัตน์  ผลิตไฟฟ้ารักษ์โลก-เสริมความมั่งคงด้านพลังงานให้ประเทศ

(18 ธ.ค. 66) ภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งเร้าให้ทั่วโลกเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยประเทศไทยตั้งเป้าเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 50% เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดโดยเฉพาะในภาคการผลิตไฟฟ้าและขนส่ง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ในปี 2050

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ หรือ โรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริด (Hydro-floating Solar Hybrid) ซึ่งถือเป็นต้นแบบของโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดแบบผสมผสานระหว่างพลังงานแสงอาทิตย์ทำงานร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำของ กฟผ. ที่มีอยู่เดิม ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้อย่างต่อเนื่องยาวนานขึ้น และมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่ำ จนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาทั่วโลกผ่านโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งแรกที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี กำลังผลิตไฟฟ้า 45 เมกะวัตต์

สำหรับในปี 2566 กฟผ. เร่งดำเนินโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดแห่งที่ 2 ณ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น กำลังผลิตไฟฟ้า 24 เมกะวัตต์ พัฒนาต่อยอดเพิ่มการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) แบบลิเธียมไอออนขนาด 6 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ช่วยให้ระบบไฟฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างพลังงานแสงอาทิตย์และพลังน้ำมีเสถียรภาพมากขึ้น สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ

ปัจจุบันโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนอุบลรัตน์อยู่ในระหว่างดำเนินงานประกอบแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับทุ่นลอยน้ำ โดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ประมาณ 48,000 แผง ติดตั้งอยู่บนพื้นที่ผิวน้ำประมาณ 320 ไร่ ส่วนการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้า 22 กิโลโวลต์ เชื่อมต่อกับสถานีไฟฟ้าแรงสูงอุบลรัตน์ และการก่อสร้างอาคารอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) มีความล่าช้าเล็กน้อยจากปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ของ จ.ขอนแก่น ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในปี 2566

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดถือเป็นต้นแบบโรงไฟฟ้าแห่งอนาคตที่จะเข้ามาแทนโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เพราะเป็นกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดจึงไม่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยกระบวนการทำงานของโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดจะนำพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าในช่วงกลางวัน และผลิตไฟฟ้าด้วยโรงไฟฟ้าพลังน้ำเช่วงที่แสงแดดน้อยหรือไม่มีแสงแดด ส่วนระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่จะกักเก็บพลังงานส่วนที่เหลือจากโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ และช่วยจ่ายไฟฟ้าเสริมความต้องการของระบบไฟฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่านตอนหัวค่ำ จึงสามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานขึ้น

ส่วนแผงโซลาร์เซลล์ที่นำมาใช้เป็นแผงโซลาร์เซลล์ชนิด Double Glass ที่มีความแข็งแรงทนทานสูง ทนความชื้นได้ดี สามารถออกแบบวางชิดผิวน้ำซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ถึงร้อยละ 10 - 15 และใช้ทุ่นลอยน้ำเป็นทุ่นพลาสติกชนิด High Density Poly Ethylene (HDPE) ซึ่งเป็นวัสดุประเภทเดียวกับท่อส่งน้ำประปาจึงเป็นมิตรต่อสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสามารถทนต่อความเสื่อมจากการกระทบของรังสี UV ได้เป็นอย่างดี จึงมีอายุการใช้งานได้นานถึงประมาณ 25 ปี

นอกจากนี้โรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดยังตอบโจทย์พลังงานเพื่อทุกคน เนื่องจากเป็นการพัฒนาโครงการที่มีขนาดใหญ่ (Economy of Scale) โดยใช้ที่่ดินและอุปกรณ์โครงข่ายไฟฟ้าของเขื่อนอุบลรัตน์ที่มีอยู่เดิมให้เต็มประสิทธิภาพ จึงสามารถช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าต่ำ อีกทั้งในช่วงการก่อสร้างยังได้จ้างแรงงานท้องถิ่นทำให้เกิดการจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ กฟผ. ได้เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านพลังงานหมุนเวียนแห่งใหม่ของ จ.ขอนแก่น เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นอีกทางหนึ่งด้วย

โรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดถือเป็นก้าวสำคัญของการเดินหน้าผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่เชื่อถือได้ และแสดงถึงความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังในการส่งเสริมพลังงานสะอาดของไทย โดยให้ความสำคัญกับชุมชนโดยรอบเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน และเดินหน้าสู่สังคมไร้คาร์บอนอย่างแท้จริง เพื่อคนไทยทุกคน

มิติใหม่!! 'นิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น' เชิญป้าแม่บ้านคณะฯ ขึ้นโพเดียม  แสดงความยินดีบัณฑิตใหม่ อวยพร "ขอให้ทุกคนเป็นเจ้าคนนายคน"

เมื่อวานนี้ (17 ธ.ค. 66) บนโซเชียลฯ แชร์ภาพจากเพจที่ชื่อว่า LAW KKU_News ของกลุ่มงานการบริหารเครือข่ายและการขับเคลื่อนยุทธศาตร์คณะ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โพสต์ภาพแม่บ้านคณะนิติศาสตร์ขึ้นไปบนโพเดียม กล่าวแสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการศึกษา ระบุว่า "ในพิธีแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ ที่สำเร็จการศึกษาประจำปี 2566 ณ เซนทรัลฮอล์ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซนทรัลขอนแก่น

รองศาสตราจารย์วนิดา แสงสารพันธ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้กล่าวแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ สักทองรุ่นที่ 16 พร้อมทั้งให้ข้อคิดแนวทางในการใช้ชีวิต นอกจากนี้ยังมีรุ่นพี่ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และตัวแทนบุคลากร ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบแรงบันดาลใจให้กับบัณฑิตใหม่ของคณะฯ

โดยครั้งนี้ พี่มัส หรือป้ามัส แม่บ้านคณะนิติศาสตร์ได้กล่าวแสดงความยินดีและอวยพรให้กับบัณฑิตใจความสำคัญว่า “สวัสดีค่ะ ป้ามัสนะคะ เป็นแม่บ้าน มีหน้าที่ทำความสะอาดห้องเรียน และพื้นที่ต่าง ๆ ภายในคณะฯ มาหลายปี วันนี้รู้สึกขอบพระคุณท่านคณบดีฯ และทุกคนที่ได้ให้โอกาส ทำให้ป้ามายืนอยู่ตรงนี้เป็นคนยินดีกับบัณฑิต ป้ามัสขอแสดงความยินดีในความสำเร็จขอทุกคนในวันนี้นะคะ ป้าขอให้บัณฑิตทุกคนนำความรู้ที่ได้จากท่านอาจารย์สอนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และขอให้ทุกคนเติบโตไปได้เป็นเจ้าคนนายคนนะคะ”

ทั้งนี้ ในปี 2566 มีผู้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ จำนวน 732 คน ซึ่งจะได้ทำการฝึกซ้อมตั้งแต่วันที่ 15 - 17 ธันวาคม 2566 และจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น"

ด้านชาวเน็ตต่างแสดงความชื่นชมแนวคิดของคณะนิติศาสตร์ ที่นำแม่บ้านขึ้นมาแสดงความยินดี เพราะแม่บ้าน รปภ. ร้านขายอาหาร และช่างซ่อมบำรุง ล้วนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการเรียน รู้สึกขอบคุณและเคารพรักไม่น้อยไปกว่าเพื่อนและอาจารย์

18 ธันวาคม พ.ศ. 2536 ‘ไทยคม’ ดาวเทียมดวงแรกของไทย ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจร 

วันนี้ เมื่อ 30 ปีก่อน ดาวเทียมไทยคม (THAICOM) ดาวเทียมดวงแรกของไทย ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรจากฐานส่งของบริษัท แอเรียนสเปซ (Arianespace) แห่งฝรั่งเศส ที่เมืองคูรู (Kourou) ประเทศเฟรนช์ เกียนา (French Guiana) ทวีปอเมริกาใต้

ดาวเทียมไทยคม สร้างโดยบริษัท ฮิวจ์ สเปซ แอร์คราฟท์ (Hughes Space Aircraft) ของสหรัฐอเมริกา เพื่อให้บริการสื่อสารผ่านช่องสัญญาณดาวเทียม รองรับการสื่อสารของประเทศที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว สามารถถ่ายทอดทั้งสัญญาณโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง โทรศัพท์ และการสื่อสารข้อมูล มีอายุการใช้งานประมาณ 15 ปี (ถึง พ.ศ. 2551)

ทั้งนี้ ชื่อ ‘ไทยคม’ เป็นชื่อที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน โดยย่อมาจากคำว่า Thai Communications ในภาษาอังกฤษ หรือไทยคม (นาคม) เดิมดาวเทียมดวงนี้อยู่ที่พิกัด 78.5 องศาตะวันออก เรียกชื่อว่า ไทยคม 1 เมื่อย้ายมาอยู่ที่ 120 องศาตะวันออก ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2540 จึงเรียกชื่อใหม่ว่า ‘ไทยคม 1A’

น่าชื่นชม!! ‘นร.เตรียมอุดมฯ นนทบุรี’ ร้องเพลงเปิดหมวกหารายได้ สมทบทุนการศึกษา-ซื้ออุปกรณ์การเรียน แก่ รร.น้องๆ ในพื้นที่ห่างไกล

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 66 ที่ผ่านมา นางธราภรณ์ พรหมคช ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ได้ดำเนินกิจกรรมโครงการโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง ปันสุข ปันน้ำใจ คลายลมหนาว จากโรงเรียนพี่สู่โรงเรียนน้อง ได้มอบหมายให้ ดร.ชวัลวัฒน์ ถิรไชยพิบูล รองผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี นำคณะครู นักเรียนจิตอาสา จากวงดนตรีลูกทุ่งพัชร์จุรี ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี มาแสดงดนตรีประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าว ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จากนั้นได้เดินทางไปร้องเพลงต่อที่ ตลาดนกฮูก ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จนถึงเวลา 22.00 น.

นางธราภรณ์ พรหมคช ผู้อำนวยการ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสนองโครงการพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทางโรงเรียนได้ดำเนินการต่อเนื่อง ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดบ้านตุน ตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนด้านงบประมาณ ทุนการศึกษา และอุปกรณ์การศึกษา ให้กับนักเรียนในโรงเรียนที่ห่างไกลชุมชนเมือง และขาดแคลนทรัพยากรด้านการศึกษา

โดยโรงเรียนจะนำปัจจัยที่ได้ในการแสดงดนตรีครั้งนี้ไปซื้อเสื้อผ้า ชุดวอร์มต้านภัยหนาว และมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน และทางโรงเรียนได้สมทบปัจจัยเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ตลอดจนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี สมาคมศิษย์เก่า เครือข่ายผู้ปกครองและนักเรียน โดยทุกคนมีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกับกิจกรรมครั้งนี้ ถือว่าเป็นภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

‘คนไทยเที่ยวญี่ปุ่น’ โพสต์ความประทับใจที่มากกว่าการได้มาเที่ยว หลังเจอร้านอาหารไทย มีภาพ ‘ในหลวง ร.๙’ ตระหง่านอยู่ในร้าน

(17 ธ.ค. 66) จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘สม ดำรงสิริรัช’ ได้โพสต์ข้อความเล่าถึงความประทับใจจากการไปทริปที่ประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า…

เที่ยวจนเป๋าแห้ง…
แวะ อิออน AEON ยืมตังหน่อย 😅🤣😂

เอ้า… ที่นี่ไม่ใช่เงินด่วนหรอกรึ?

เดินเข้าไปมีแต่ร้านขายของ
มีโซน ขายอาหาร เครื่องดื่ม
มีร้านอาหารไทย ชื่อ ‘แก้วใจ’
รู้สึกดีใจ… ที่เห็นคนไทย
มาเปิดร้านอาหารไทย ที่ญี่ปุ่น

ที่รู้สึกประทับใจมาก… คือ
มีภาพ ‘ในหลวงรัชกาลที่ ๙’
ให้นึกถึง… รูปที่มีทุกบ้าน
มีมาไกลถึงเกาะญี่ปุ่น
🙏🙏🙏


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top