Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

เชียงราย-"จุดจบสายยา"ฉก.ทัพเจ้าตากปะทะเดือดขบวนการลำเลียงยาเสพติดยึดยาบ้า 2,040,000 เม็ดวิสามัญดับ15ศพชายแดนแม่ฟ้าหลวง"

ช่วงค่ำเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2566 เวลา 19.00 นาฬิกา ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก และกองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังพลปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติด บริเวณแนวชายแดนในพื้นที่ บ้านปางมะหัน ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ผลการปฏิบัติ ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จำนวน 15-20 คน แบกเป้สัมภาระเข้ามายังพื้นที่เฝ้าตรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ฝ่ายเรา จึงเกิดการปะทะกัน ประมาณ 5 นาที ผลการปะทะ ฝ่ายเราปลอดภัย หน่วยจึงได้จัดกำลัง 2 ชุดปฏิบัติการ ควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อรอพิสูจน์ทราบเนื่องจากเป็นห้วงเวลากลางคืน

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2566 เวลา 07.30 นาฬิกา พันเอก ณฑี ทิมเสน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้นำกำลังเพิ่มเติมอีก 3 ชุดปฏิบัติการ เข้าตรวจสอบและพิสูจน์ทราบพื้นที่เกิดเหตุ ผลการตรวจสอบพบกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เสียชีวิต จำนวน 15 ศพ และกระสอบปุ๋ยดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 17 ใบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เป้ละประมาณ 120,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น 2,040,000 เม็ด และอาวุธปืนคาร์บิน จำนวน 1 กระบอก
  ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 นาฬิกา พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ รักษาราชการแทนเลขาธิการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วย พลโท นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 3/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ, พลตรี ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง, อัยการจังหวัดเชียงราย, พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเชียงราย, ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ฟ้าหลวง, สถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง และโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง ร่วมเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ปะทะดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย หลังจากนั้นหน่วยได้นำของกลางส่งให้สถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง เพื่อดำเนินการ ตามกฎหมายต่อไป

สันติ วงศ์สุนันท์/ผู้สื่อข่าวเชียงราย

17 ธันวาคม พ.ศ. 2498  วันสวรรคตของ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี  พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

17 ธันวาคม พ.ศ.2498 สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระนามเดิม พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา เสด็จสวรรคต

สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระนามเดิม พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพแต่สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าจอมมารดาเปี่ยม) เป็นพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระราชชนนีในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งเป็นสยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกของไทย รวมทั้งสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ต้นราชสกุลมหิดล ซึ่งเป็นราชสกุลที่สืบราชสันตติวงศ์ของประเทศไทยในปัจจุบัน

นอกจากนี้พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งองค์สภาชนนีสภาอุณาโลมแดง อันเป็นชื่อของสภากาชาดไทยเมื่อครั้งแรกตั้งในต้นรัชกาลที่ 5 เป็นพระองค์แรกและพระองค์เดียว และองค์สภานายิกา สภากาชาดไทย พระองค์ที่ 2 และทรงสร้างสถานพยาบาลขึ้น ปัจจุบัน คือ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสภากาชาดไทย

เมื่อพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล พระราชนัดดา เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติเป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงเฉลิมพระนามสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี ขึ้นเป็น สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ตามพระราชสัมพันธ์ของพระองค์กับรัชกาลที่ 8 คือพระอัยยิกา (ย่า) และดำรงพระอิสริยยศนี้จนตลอดพระชนมายุ

สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า มีพระชนม์ชีพยาวนาน 6 รัชกาล ก็ทรงพระประชวรหลังตกจากพระที่นั่งสูง 6 ฟุตกระแทกกับพื้นห้องทำให้พระอัฐิที่คอต้นพระเพลาหัก และต้องรักษานานถึง 3 เดือน ต่อมาอีก 5 ปี ก็ประชวรด้วยมีอาการอักเสบที่พระปับผาสะ

วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2498 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมายังวังสระปทุมเมื่อเวลาประมาณ 2 ยาม เนื่องจากคณะแพทย์ที่ถวายการรักษาสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้ากราบบังคมทูลว่าพระอาการหนักสุดที่จะแก้ไขแล้ว พระชนมชีพคงจะถึงที่สุดในไม่ช้า ภายในห้องพระบรรทมของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้านั้น พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงยืนอยู่ปลายพระบาท พร้อมด้วยคณะแพทย์และพยาบาลที่เฝ้าพระอาการ ส่วนหน้าห้องพระบรรทมนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประทับอยู่

นอกจากนั้น ก็มีเสด็จพระองค์วาปีฯ หม่อมเจ้าหลาน ๆ และข้าหลวงหมอบเฝ้าเต็มไปหมด เนื่องจากเป็นที่ทราบกันแล้วว่าพระอาการน่าเป็นห่วงตั้งแต่ 5 ทุ่ม จึงมาคอยส่งเสด็จกันพร้อมหน้าในวาระสุดท้าย หลังจากตีสองชาววังที่เฝ้าอยู่ในที่นั้นทั้งปวงต่างก็ได้ยินเสียงสวดมนต์เบา ๆ ติดต่อกันโดยหาตัวผู้สวดไม่ได้ พอผ่านไปได้ 16 นาที สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าก็เสด็จสวรรคตด้วยพระหทัยวายในพระอาการสงบ เมื่อเวลา 2.16 น. โดยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงถวายบังคม ‘สมเด็จย่า’ อยู่ที่เบื้องปลายพระบาทนั่นเอง สิริพระชนมายุได้ 93 พรรษา 3 เดือน 7 วัน

ในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ที่ประชุมใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศยกย่องสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวีฯ เป็นบุคคลสำคัญของโลก เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 150 ปีวันคล้ายวันพระราชสมภพ ในวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555 ในฐานะที่ทรงมีผลงานดีเด่นด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์สุขภาพและการอนุรักษ์พัฒนาด้านวัฒนธรรม พร้อมกับบุคคลและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของโลกอีก 97 รายการ

อ่านเกม ปชป.โชว์รุกไล่ชั้น 14 มีแต่ได้มากกว่าเสีย ในจังหวะ 'โทนี่' รอคิวพักโทษปลายเดือน ก.พ.67

ในรอบสัปดาห์ข่าวที่ยึดพื้นที่สื่อมากถึงมากที่สุด ถ้าไม่นับข่าวสังคมชาวบ้านเรื่อง 'พ่อใหญ่บาส' สมรักษ์ คำสิงห์ แล้ว…ในส่วนของข่าวการเมืองก็ต้องบอกว่า...ข่าวระเบียบราชทัณฑ์ 2566 ว่าด้วย 'คุกนอกเรือนจำ' เอื้อ 'โทนี่' ทักษิณ ชินวัตร..!? มาแรงและร้อนแรงยิ่ง...

และน่าประหลาดใจอยู่พอประมาณที่ปรากฏว่า...ข่าวระเบียบราชทัณฑ์และข่าว 'ทักษิณ แวร์ อาร์ ยู?' ทักษิณนอนอยู่ชั้น 14 รพ.ตำรวจจริงหรือไม่นั้น?...แทนที่พรรคก้าวไกล โดยกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ที่มีท่านสส.รังสิมันต์ โรม เป็นประธาน จะรีบแย่งซีนตรวจสอบเหมือนเรื่องอื่นๆ... การณ์กลับกลายเป็นว่า...

กมธ.การตำรวจ ที่มี 'เดอะแทน' ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับเป็นประธานได้ซีนนี้ไปแทนแบบเต็มๆ และค่อนข้างจะเข้าตากรรมการอีกต่างหาก...

ไหนๆ ก็ไหนๆ 'เล็ก เลียบด่วน' ก็ใคร่ขอวิเคราะห์ขยายความสักเล็กน้อยว่า การที่ กมธ.ตำรวจโดยสส.ชัยชนะ โชว์ฟอร์มถึงขั้นจะนำ กมธ.ไปบุกชั้น 14 รพ.ตำรวจ ก่อนวันเด็ก 13 ม.ค. 2567 เพื่อให้เห็นกับตาว่า นช.ทักษิณ อยู่ที่นั่นจริงหรือไม่นั้น หลายคนอาจแอบตั้งคำถามว่า ทำแบบนั้น 'นายใหญ่' ไม่โกรธเอาหรือ? ประชาธิปัตย์ไม่กลัววืดที่จะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไง?

แหล่งข่าวระดับสูงพอประมาณบอกว่ากรณีนี้ชี้ได้สองทาง...

>> ทางแรก มีข่าวว่าประชาธิปัตย์ยุคใหม่ ยุคเฉลิมชัย ศรีอ่อน พยายามล้างภาพความเป็นพรรคอะไหล่ของเพื่อไทยออกไปให้ได้ การหยิบฉวยเอากรณีทักษิณของ กมธ.ตำรวจ โดยมอบหมายให้ วัชระ เพชรทอง อดีต สส.ปชป. นักร้องดีเด่นของพรรค เป็นคนร้องเรียน...เป็นกรณีที่ถูกที่ถูกเวลา บวกลบคูณหารแล้ว งานนี้ประชาธิปัตย์ได้มากกว่าเสีย เพราะการจะเข้าร่วมรัฐบาลไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายยืนกุมไข่ตัวเองตลอดไป เล่นบทบีบไข่เพื่อนบ้างก็ได้...

>> ทางที่สอง เป็นไปได้ว่าประชาธิปัตย์หรือกมธ.ตำรวจอ่านสถานการณ์ว่า กว่าจะถึงวันเด็กที่ 13 ม.ค. 2567 นั้น นช.ทักษิณ ชินวัตร อาจจะอพยพจากชั้น 14 รพ.ตำรวจไปใช้บริการ 'คุกนอกเรือนจำ' ที่อื่นตามระเบียบราชทัณฑ์ล่าสุดเรียบร้อยแล้ว...ดังนั้นไม่จำเป็นต้องตามไปดมกลิ่นนักโทษเทวดาให้เสียเวลา...

เอาเหอะ...จะเป็นไปตามแนวทางแรก หรือแนวทางที่สอง งานนี้ก็ต้องยกผลประโยชน์ให้กับปฏิบัติการของ กมธ.ตำรวจ...

ถึงตรงนี้ก็ต้องเรียนสาธุชน ท่านผู้อ่านท่านผู้ฟังสักนิดว่าระเบียบราชทัณฑ์ล่าสุดนั้นมีชื่อเต็มว่า 'ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566' โดยสาระสำคัญคือการกำหนดสถานที่คุมขังอื่นที่มิใช่เรือนจำ…โดยมีสารตั้งต้นมาจากพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ 2560 มาตรา 33 และมาตรา 34

ตามระเบียบหมวด 3 ข้อ 6 และข้อ 7 นั่น ว่าด้วยสถานที่คุมขังแบบเนื้อๆ เน้นๆ ว่าเพื่อวัตถุประสงค์ใดและมีลักษณะอย่างไร อ่านกี่เที่ยวก็สรุปได้ว่า บรรดาบ้าน, อาคาร, วัด, โรงพยาบาล ฯลฯ ที่มีบ้านเลขที่เข้าข่าย "สถานที่คุมขังอื่นที่มิใช่เรือนจำ..." ได้หมด

ยกตัวอย่างส่งท้ายสักนิด...

ข้อ 6 การคุมขังผู้ต้องขังในสถานที่คุมขังให้สามารถทำได้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์และสถานที่คุมขังดังต่อไปนี้...

(1)....
(2)....
(3) การรักษาพยาบาลผู้ต้องขัง โดยคุมขังในสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
(4)....

อยากให้อ่านข้อ 6(3) อย่างเดียว...เล็ก เลียบด่วน ก็ตาสว่างว่า นช.ทักษิณ อาศัยระเบียบนี้สามารถนอนตีพุงดูสนามกอล์ฟและม้าแข่งอยู่ที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจได้อย่างชอบธรรมตามระเบียบต่อไปจนกว่าจะได้พักโทษปลายเดือน ก.พ. 2567 หรือถ้าไม่อยากจะวุ่นวายมาก ก็ย้ายไปอยู่ รพ.พระรามเก้า คุณหญิงอ้อไปซะเลย...

จบนะ...
สวัสดีประเทศไทย...

เรื่อง: เล็กเลียบด่วน

‘สธ.’ เด้งรับเปิดผับบาร์ตีถึง 4 ลุยประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง จัดเตรียมที่พัก-บริการรถขนส่ง-ระบบการแพทย์ดูแลคนเมา

(16 ธ.ค.66) จากกรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการกรมการปกครองขับเคลื่อนกฎกระทรวง ขยายเวลาให้สถานบริการ ใน 5 จังหวัด พื้นที่เปิดให้บริการได้ถึงเวลา 04.00 น. ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเริ่มเมื่อคืนวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ยกเว้น วันที่ 31 ธันวาคม เปิดบริการได้ถึง 06.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนการท่องเที่ยวของรัฐบาล

นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจ ฝ่ายปกครองท้องถิ่น ในการดำเนินมาตรการต่างๆ รองรับเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ เช่น

จังหวัดเชียงใหม่ มีสถานบริการที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายรวม 27 แห่ง ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่ 24 แห่ง อ.ฝาง อ.เชียงดาว อ.สันทราย อำเภอละ 1 แห่ง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับอำเภอ ตำรวจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้จัดเตรียมที่พักคอยสำหรับผู้ขับขี่ยานพาหนะที่มีระดับแอลกอฮอล์สูงกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ 

ขณะที่ ขนส่งจังหวัดได้ประสานเครือข่ายรถสาธารณะคอยให้บริการนักท่องเที่ยว รวมทั้งส่งทีมออกตรวจตรา ควบคุมสถานประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมาย 

จังหวัดชลบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้นำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เมืองพัทยาเพื่อตรวจตราสถานบริการให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนจังหวัดภูเก็ต เบื้องต้นมีสถานบริการ จดทะเบียนเปิดถึงตี 4 เฉพาะที่ซอยบางลา ตำบลป่าตอง อำเภอกระทู้ ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการผ่านหมายเลข 1669 ได้เตรียมพร้อมดูแลตลอด 24 ชม. และยังมีคณะทำงานวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อสอบสวนสาเหตุพฤติกรรมเสี่ยงและจุดเสี่ยงในพื้นที่ เป็นต้น

“หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังสถานบริการให้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ส่วนระบบการแพทย์และสาธารณสุข ทั้ง 3 จังหวัด มีความพร้อมอยู่แล้วเนื่องจากเป็นจังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งจากนี้จนถึงช่วงปีใหม่ จะเป็นช่วงที่มีการเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉิน ยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ ไว้ด้วย เพื่อช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” นายแพทย์สุรโชค กล่าว

'นายกฯ' เผย JETRO ขอไทยช่วยดูแลระบบเปลี่ยนผ่านสู่ EV หลังหลายบริษัทฯ รับปากจะพิจารณามาลงทุนไทยเร็วขึ้น

(16 ธ.ค.66) ที่บริเวณหน้าลานพระราชวังอิมพีเรียล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงผลการหารือกับผู้บริหารองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) และผู้บริหารบริษัทคูโบต้าว่า JETRO ซึ่งเป็นกลุ่มนักธุรกิจที่ติดต่อจะไปลงทุนที่ประเทศไทย ก็ได้มาขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยดูแลนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น โดยเราหวังว่าจะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนได้ให้ความมั่นใจว่าการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่นจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทยต่อไป พร้อมย้ำว่า ที่ผ่านมาเรามีความสัมพันธ์ดีมากกับญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีชาวญี่ปุ่นกว่าแสนคนและกว่า 6,000 บริษัทที่มาทำงานในประเทศไทย ฉะนั้นตรงนี้ทุกอย่างมองตาก็รู้ใจอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า JETRO อยากให้รัฐบาลสนับสนุนอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ก็ดูแลในเรื่องระบบที่กำลังเปลี่ยนผ่านเป็นระบบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไทยก็มีการสนับสนุนอยู่แล้ว และจากที่เมื่อวานนี้ (15 ธ.ค.) ได้พบกับ 7 บริษัทยานยนต์ญี่ปุ่น ตนก็ได้ให้ความชัดเจนเรื่องของนโยบายที่จะสนับสนุน พร้อมชี้แจงว่าอยากให้เข้ามาลงทุนเร็วขึ้น โดยหลายบริษัทก็รับไปพิจารณาต่อ

ทั้งนี้ ไทยยืนยันในเรื่องของสนธิสัญญาทางการค้า (FTA) ระหว่างไทย อียู และสหราชอาณาจักร ที่ขับรถพวงมาลัยขวาตรงนี้ก็มีการยืนยันว่าจะเร่งเจรจาให้ได้โดยเร็ว เพื่อรักษาระดับการส่งออกรถยนต์ที่ผลิตในไทย เพราะโดยเฉลี่ยในประเทศใช้เอง 30% ส่งออก 70% ดังนั้นการที่เราเร่งในเรื่องนี้ให้เยอะขึ้น ก็จะเป็นการย้ำว่าปริมาณการส่งออกรถยนต์ของญี่ปุ่นสามารถควบคุมได้

ส่วนการเปลี่ยนขยับไปทำเรื่องโรงงานอีวี ก็เร็วขึ้นในบางราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถกระบะของอีซูซุ และโตโยต้า

ส่วนการหารือกับผู้บริหารคูโบต้า จะมีความร่วมทางด้านเทคโนโลยีเพื่อมาใช้กับเกษตรกรไทยอย่างไรบ้างนั้น นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการหารือกับผู้บริหารคูโบต้าถือเป็นการประชุมที่ดีมาก ซึ่งเราเข้าใจผิดว่าคูโบต้าขายแต่รถไถอย่างเดียว แต่เขามีเทคโนโลยีเรื่องของการอัดแน่นซังข้าวโพดที่ไปทำถ่านไร้ควันและเชื้อเพลิง รวมถึงการเก็บเกี่ยวพืชของอนาคต และปัจจุบันในเรื่องของการไถและเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งทางคูโบต้าทำได้ดีอยู่แล้ว แต่พืชในอนาคตของประเทศไทย เช่น ถั่วเหลืองไทยนำเข้าปีละล้านตัน แต่เราผลิตเองได้เพียงหลังหมื่น เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการเก็บเกี่ยวที่ไม่คุ้มต้นทุน ฉะนั้น จึงพูดคุยกับทางคูโบต้าที่มีเทคโนโลยี เครื่องจักรที่ช่วยลดต้นทุนได้ รวมถึงการทำระบบชลประทานในภาคการเกษตร ซึ่งระบบครบวงจรเกษตรกรรมทางคูโบต้าดำเนินการอยู่ มีการตกลงว่าไทยจะไปดูสถานที่ และให้ทางคูโบต้ามาช่วยกันพัฒนา ตรงนี้จะเป็นช่องทางที่ทำให้เราเพิ่มรายได้เกษตรกรเป็นสามเท่าภายในสี่ปี ถือเป็นเรื่องใหญ่และเรื่องดี อีกทั้งทางประธานใหญ่คูโบต้าก็ให้การสนับสนุนเต็มที่

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยต่อว่า ตนได้ขอให้คูโบต้าทำเรื่องการให้เงินกู้กับสัญญาเช่าซื้อมากกว่าการขายอย่างเดียว และให้ราคาดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ทำให้เกษตรกรไทยมีรายได้อย่างแท้จริง หลังจากนี้ ทีมงานก็จะไปคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย
 

'เนทันยาฮู' รับ!! ทหารยิงพลาด ทำตัวประกันอิสราเอลเสียชีวิตไป 3 ราย หลังทหารคิดว่าตัวประกันทั้ง 3 เป็นภัยคุกคาม จึงระดมยิงใส่จนเสียชีวิต

(16 ธ.ค.66) กองทัพอิสราเอลออกมาแถลงยอมรับวานนี้ (15 ธ.ค.) ว่าเกิดการโจมตีที่ผิดพลาด จนทำให้ตัวประกันที่ถูกฮามาสคุมขังอยู่ในกาซาเสียชีวิตไป 3 ราย ซึ่งทางกองทัพกำลังดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้อยู่

โฆษกกองทัพยิวระบุว่า ตัวประกันกลุ่มนี้ถูกสังหารระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มฮามาสในกาซา และขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมย้ำว่าจะมีการสอบสวนเรื่องนี้ ‘อย่างโปร่งใส’

กองทัพอิสราเอลอ้างว่า ระหว่างที่มีการสู้รบอย่างหนักหน่วงกับพวกฮามาส ทหารเกิดความเข้าใจผิด “คิดว่าตัวประกันชาวอิสราเอล 3 คนเป็นภัยคุกคาม จึงได้ระดมยิงใส่พวกเขาจนเสียชีวิต”

ตัวประกันที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ได้แก่ โยตัม ฮาอิม (Yotam Haim) ซึ่งถูกลักพาตัวไปจาก Kibbutz Kfar, ซาเมอร์ ทาลาลกา (Samer Talalka) ซึ่งถูกลักพาตัวไปจาก Kibbutz Nir Am และ อาลอน ชามริซ (Alon Shamriz) ซึ่งถูกลักพาตัวไปจาก Kibbutz Kjar Aza โดยพวกนักรบฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค.

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ได้มีถ้อยแถลงปลอบใจญาติผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า “ผมขอร่วมกับชาวอิสราเอลทั้งหลายก้มศีรษะด้วยความโศกเศร้า และขอไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของลูกชายผู้เป็นที่รักของเราทั้ง 3 คนที่ถูกลักพาตัวไป”

“ผมขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสียในช่วงเวลาอันยากลำบากนี้”

Hostages and Missing Persons Families Forum ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนครอบครัวของผู้ที่ถูกลักพาตัวโดยฮามาสได้ออกมายืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน และแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตลอดช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลได้ปฏิบัติการสู้รบอย่างหนักหน่วงกับพวกฮามาสซึ่งมักจะอำพรางตัวด้วยการสวมใส่ชุดพลเรือน และเมื่อวันพุธ (12) ก็ได้ประกาศว่ามีทหารอิสราเอลเสียชีวิตถึง 10 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นความสูญเสียในรอบวันหนักที่สุดสำหรับอิสราเอลนับตั้งแต่สงครามกาซาปะทุขึ้น

กลุ่มมือปืนฮามาสได้บุกข้ามแดนมาโจมตีตอนใต้ของอิสราเอล สังหารประชาชนไปราว 1,200 คน และจับคนไปเป็นตัวประกันอีก 240 ชีวิตเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ขณะที่การโจมตีแก้แค้นของอิสราเอลที่ดำเนินมานานกว่า 2 เดือนก็ได้คร่าชีวิตพลเรือนปาเลสไตน์ไปแล้วเกือบ 19,000 คนตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขกาซา และอาจจะยังมีอีกหลายพันศพที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังโดยไม่ใครรับรู้

ฮามาสได้ยอมปลดปล่อยผู้หญิง เด็ก และชาวต่างชาติออกมากว่า 100 คนระหว่างช่วงพักรบ 7 วันเมื่อปลายเดือนพ.ย. โดยแลกเปลี่ยนกับนักโทษหญิงและวัยรุ่นปาเลสไตน์ 240 คนที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำอิสราเอล

นักโทษปาเลสไตน์เหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกจับฐานพยายามใช้มีดแทง ขว้างปาก้อนหินใส่ทหารอิสราเอล หรือถูกครหาว่ามีความเชื่อมโยงกับองค์กรที่ไม่เป็นมิตรกับอิสราเอล โดยส่วนใหญ่อยู่ภายใต้คำสั่งคุมขังทางปกครอง(administrative detention) ซึ่งก็หมายถึงการจับไปขังไว้เฉยๆ โดยไม่ไต่สวนความผิด

สถานีโทรทัศน์ช่อง 12 ของอิสราเอลรายงานว่า มีกลุ่มผู้ประท้วงหลายพันคนไปรวมตัวกันที่ด้านนอกฐานทัพอิสราเอลในกรุงเทลอาวีฟ และตะโกนเรียกร้องให้มีการ “ทำข้อตกลงในทันที”

เวลานี้ยังมีตัวประกันถูกคุมขังอยู่ในกาซาอีกกว่า 100 คน ซึ่งบางคนก็ถูกทางการอิสราเอลยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว

‘จีน’ สั่ง!! ห้ามใช้ ‘ไอโฟน’ ในหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ หวังเร่งเครื่องรณรงค์เลิกใช้เทคโนโลยีสหรัฐฯ มากขึ้น

(16 ธ.ค.66) หน่วยงานและบริษัทของรัฐบาลจีนจำนวนมากทั่วประเทศ ได้ออกคำสั่งให้พนักงานหยุดนำโทรศัพท์ไอโฟนและอุปกรณ์เคลื่อนที่ของบริษัทต่างชาติ ไปใช้ในสถานที่ทำงาน ซึ่งนับเป็นคำสั่งห้ามที่ไม่เคยมีมาก่อน

ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา บริษัทของรัฐและหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งในอย่างน้อย 8 มณฑล ได้สั่งพนักงานให้เริ่มใช้อุปกรณ์สื่อสารของแบรนด์ท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญนับตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน เมื่อหน่วยงานเล็ก ๆจำนวนหนึ่งในปักกิ่งและเทียนจินได้แจ้งให้พนักงานเก็บอุปกรณ์สื่อสารของบริษัทต่างประเทศไว้ที่บ้าน

ความพยายามดังกล่าวถือเป็นการเร่งรณรงค์ของจีนเพื่อให้ชาวจีนเลิกใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯ ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่ความนิยมของแบรนด์ในประเทศเพิ่มขึ้น อาทิ หัวเว่ย

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานในเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า รัฐบาลจีนได้ตัดสินใจที่จะขยายการห้ามใช้อุปกรณ์สื่อสารของต่างชาติ นอกเหนือไปจากกระทรวงที่มีความอ่อนไหวมากที่สุด เพื่อให้ครอบคลุมหน่วยงานและบริษัทของรัฐจำนวนมากขึ้น 

'จิรายุ' ชี้กองทัพยุค 'บิ๊กทิน' พัฒนา 'ความมั่นคง' พร้อม 'ความมั่งคั่ง' ทาง ศก. หลัง 'ผบ.ทร.' เผย!! สนามบินอู่ตะเภาพร้อมรองรับ EEC เอื้อ ศก.รุดหน้า

(16 ธ.ค.66) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมฝ่ายการเมือง กล่าวถึงการลงพื้นที่ภาคตะวันออก อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ของนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ว่า นอกจากการตรวจเยี่ยมการฝึกยุทธวิธีของกองทัพเรือ แล้ว รมว.กลาโหม ยังได้ติดตามความคืบหน้า ในการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ในอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ EEC เพื่อรองรับต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยที่กำลังเติบโตในอนาคตอันใกล้นี้

โดย พล.ร.อ.อะดุง พันธ์ุเอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการปรับปรุง สนามบินอู่ตะเภา ได้รายงานว่า เพื่อให้สนามบินแห่งนี้มีความทันสมัยในการรองรับ นักท่องเที่ยวต่างประเทศจำนวนมากที่เข้ามาท่องเที่ยวในชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และรองรับกับนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในโครงการ พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งจะมีทั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่ ๆ และระบบคมนาคม ทั้งทางอากาศ ทางน้ำและทางบก รวมทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนั้น ในความรับผิดชอบของ กองทัพเรือมี 2 โครงการ คือการพัฒนาและปรับปรุงทั้งอาคารผู้โดยสารและรันเวย์ที่ 2 เพื่อรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ในปริมาณที่มากขึ้น

ล่าสุด มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยงานจ้างที่ปรึกษาโครงการดำเนินการ ไปถึงขั้นตอนการประกาศเชิญชวน แล้วคาดว่าจะมีการอนุมัติ ในสัปดาห์หน้านี้

นายจิรายุ กล่าวอีกว่า ส่วนงานจ้างก่อสร้างรันเวย์ที่ 2 จะนำเข้าพิจารณากับคณะกรรมการของกองทัพเรือเพื่อขอความเห็นชอบในร่าง TOR ไม่เกิน วันที่ 26 ธันวาคม ปีนี้ เพื่อให้ทันแถลงผลการประชุม คณะกรรมการ EEC ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในวันดังกล่าว โดยคาดว่าในปีหน้าโครงการนี้จะมีความคืบหน้าในการรองรับภาวะเศรษฐกิจที่จะเติบโตได้

นายจิรายุ กล่าวต่อไปอีกว่า ในส่วนของกระทรวงกลาโหม รมว.กลาโหม ได้กำชับหน่วยงาน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ให้ดำเนินการตอบสนองตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในเรื่องแนวนโยบายพัฒนากองทัพควบคู่ไปกับการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ โดยใช้ทรัพยากรของกองทัพในการสนับสนุน เนื่องจากโลกยุคใหม่ต้องเดินควบคู่ไปพร้อมกันระหว่างความมั่นคงทางการทหาร และความมั่นคงของเศรษฐกิจ เพราะเมื่อเศรษฐกิจมั่งคั่งความมั่นคงของประเทศไทยก็จะมั่นคงตามไปด้วย

‘พิพิธภัณฑ์มะกัน’ จ่อคืนโบราณวัตถุ 16 ชิ้น ให้ ‘ไทย-เขมร’ หลังพบเป็นของที่ถูกโจรกรรมมาอย่างผิดกฎหมาย

(16 ธ.ค.66) บีบีซี รายงานว่า สำนักงานอัยการในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วย พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (The Met) ร่วมแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ธ.ค. ว่ากำลังเตรียมการส่งคืนโบราณวัตถุ 16 ชิ้นให้กัมพูชาและไทย

หลังตรวจพบว่าโบราณวัตถุชุดนี้ถูกโจรกรรมมาอย่างผิดกฎหมายโดยนายดักลาส แลตช์ฟอร์ด พ่อค้างานศิลปะชาวอังกฤษ ซึ่งถูกตั้งข้อหาจัดตั้งเครือข่ายค้าโบราณวัตถุขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปี 2562

ด้านอัยการระบุด้วยว่าการตัดสินใจส่งคืนเป็นความสมัครใจของพิพิธภัณฑ์ ขณะที่นางเอริน คีแกน เจ้าหน้าที่พิเศษประจำกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ กล่าวว่าโบราณวัตถุถูกขโมยไปอย่างไร้ยางอาย ในจำนวนนี้เป็นประติมากรรมเขมร 14 ชิ้นจะถูกส่งกลับไปยังกัมพูชา และอีก 2 ชิ้นจะถูกส่งให้ประเทศไทย

รายงานระบุอีกว่าโบราณวัตถุและงานศิลปะชุดนี้อยู่ในช่วงศตวรรษที่ 9-14 ในสมัยเมืองพระนคร (Angkorian period) ซึ่งสะท้อนถึงอิทธิพลทางพุทธศาสนาและฮินดูในพื้นที่ดังกล่าว

ตามการระบุของพิพิธภัณฑ์ยังพบว่างานศิลปะหลายสิบชิ้นที่ถูกขโมยไปโดยนายแลตช์ฟอร์ดซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2563 ระหว่างเผชิญการฟ้องร้องดำเนินคดี ได้รับการติดตามและกู้คืนโดยเจ้าหน้าที่สืบสวนของสหรัฐและสหราชอาณาจักรในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top