Monday, 3 August 2026
Hard News Team

‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ โพสต์ลั่น!! เบื่อข่าว ‘แอฟ-นนกุล’ ท่ามกลางชาวเน็ตเสียงแตก เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย

(21 ธ.ค.66) จากกรณีกระแสความหวานของ ‘นนกุล ชานน’ และ ‘แอฟ ทักษอร’ ดารานักแสดงชื่อดัง ทำให้เป็นกระแสและได้รับความสนใจจากชาวเน็ตและตามหน้าสื่ออย่างหนัก แต่ทว่ากลับไม่เป็นที่ถูกใจของนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ เจี๊ยบ ก้าวไกล แกนนำพรรคก้าวไกล เมื่อเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า “เบื่อข่าวแอฟกับนนกุลมากเลย ทำไงให้ไม่มาขึ้นที่หน้าฟีด”

ซึ่งก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้ามาคอมเมนต์ว่า “เอาหน่า…ฟีลคุณแม่-ลูกชายค่ะ น่ารักดีออก แม่ลูก มุ้งมิ้ง” ซึ่งนางอมรัตน์ ก็เข้ามาตอบว่า “รำคาญจริงๆ ค่ะ” ขณะที่แฟนคลับของนางอมรัตน์ก็ต่างเข้ามาแสดงความเห็นด้วยกับโพสต์ดังกล่าว บางคนบอกด้วยว่า “เมื่อก่อนจะหยุดดูตลอด ตอนนี้รีบเลื่อนหนี ไอจีก็ไม่อยากเปิดค่ะ คือบางทีสื่อก็เล่นข่าวเกินไปมาก”

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ จะพบว่าบรรดาแฟนคลับของพรรคก้าวไกลหรือด้อมส้ม มีความพยายามปั่นกระแสคู่จิ้นระหว่าง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกลกับ ‘แอฟ ทักษอร’ และนางอมรัตน์เองถือเป็นคนแรกๆ ที่พยายามปลุกกระแสคู่จิ้นคู่นี้ ถึงขั้นออกมาโพสต์รูปภาพเป็นแชตที่มีคนทักมาว่า “พี่เจี๊ยบคะ คิวคุณพิธาพอจะมีคิวบ้างไหมคะ” ซึ่งทางด้าน ‘เจี๊ยบ อมรรัตน์’ ตอบกลับไปว่า “ต้องขอไปทางคุณเ…ฟค่ะ” งานนี้แม้เซนเซอร์ไว้แล้วแต่ดูจากดาวอังคารก็ดูออกว่าหมายถึง ‘แอฟ ทักษอร’

ทำให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อบวรเดช แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า นางอมรัตน์เป็นคนแรกๆ ที่พยายามปลุกกระแสคู่จิ้น แอฟ-พิธา แต่พอแอฟไม่เอาพิธา นางอมรัตน์ก็ไปโพสต์ว่า รำคาญแอฟ เนี่ยสัน…คนดีๆ เขาไม่ทำกันแบบนี้หรอก ขณะที่บางคนบอกว่า คุณแอฟปฏิเสธทุกครั้งที่นักข่าวถาม ตอบชัดเจนว่าเป็นเพื่อนกัน เป็นเพื่อนกันนานแล้ว คนจับคู่ก็จับคู่กันไปเอง คุณแอฟไม่เคยเล่นตามกระแสเลย พอเขาเปิดตัวจริง ก็ไปต่อว่าเขาอีก

‘นายกฯ’ ชี้!! อัตราการเกิดคนไทยลดลงต่อเนื่อง เป็นการบ้านสำคัญรัฐบาล ต้องสร้างอนาคตที่ดีแก่ลูกหลาน ผู้หญิงต้องมีชีวิตบาลานซ์ ‘ทำงานได้-มีลูกได้’

(21 ธ.ค. 66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า…

“เห็นข้อมูลชุดนี้แล้วน่าตกใจนะครับ แม้ว่าปัญหาอัตราการเกิดของประเทศไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจะไม่ใช่เรื่องใหม่

จากบทความนี้ของ The​ Nation https://www.nationthailand.com/thailand/general/40023947 ก็จะเห็นว่าอัตราการเกิดปีที่ผ่านมาของไทยต่ำที่สุดในรอบ 71 ปี

ประเด็นนี้ละเอียดอ่อน!!

ผมในฐานะนายกฯ และรัฐบาล ตระหนักในเรื่องสิทธิเหนือร่างกายและอำนาจของผู้หญิง ที่พึงมีสิทธิ์เต็มที่ในการตัดสินใจที่จะมีลูกหรือไม่มีลูก

ขณะเดียวกันในฐานะนายกฯ ผมคิดว่าผมมีหน้าที่ในการทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่แล้วมีความสุข เศรษฐกิจดี มีความปลอดภัย ถ้าคนจะมีลูกก็มั่นใจว่า ลูกหลานของเขาจะได้รับการศึกษาที่ดี มีงานทำ ไม่มีเรื่องยาเสพติด ผู้หญิงมี Work Life Balance ทำงานได้ มีลูกได้

เรื่องใหญ่ครับ และเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเอาไปทำการบ้าน”

‘นาซา’ เปิดภาพ ‘ต้นคริสต์มาส’ แห่งเอกภพ อยู่ห่างจากโลกประมาณ 2,500 ปีแสง

(21 ธ.ค.66) นาซา เปิดเผยภาพใหม่ของ NGC 2264 หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘คลัสเตอร์ต้นคริสต์มาส’ ที่แสดงรูปร่างต้นไม้ในจักรวาล พร้อมแสงดาวฤกษ์ เพื่อต้อนรับเทศกาลปลายปี

NGC 2264 เป็นคลัสเตอร์ดาวอายุน้อย มีอายุระหว่าง 1-5 ล้านปีในทางช้างเผือก อยู่ห่างจากโลกประมาณ 2,500 ปีแสง ดาวฤกษ์ใน NGC 2264 มีทั้งเล็กและใหญ่กว่าดวงอาทิตย์

ภาพส่วนประกอบใหม่นี้ เพิ่มความคล้ายคลึงกับต้นคริสต์มาส ด้วยการเลือกสีและการหมุนแสงสีน้ำเงินและสีขาว เป็นดาวฤกษ์อายุน้อยที่ปล่อยรังสีเอกซ์ ที่ตรวจพบโดยหอดูดาวจันทราเอ็กซเรย์ ของนาซา

NARIT เคยเปิดเผยไว้ว่า NGC 2264 เป็นชื่อเรียกรวมๆ ของเนบิวลาแบบเรืองแสง (Emission Nebula) ขนาดใหญ่ และกระจุกดาวเปิด (Open Cluster) ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งเป็นกระจุกดาวอายุน้อยและมีความ สว่างมาก อยู่ในกลุ่มดาวยูนิคอร์น (Monoceros) ห่างจากโลกประมาณ 2,600 ปีแสง ลักษณะการเรียงตัวของกระจุกดาวเป็นรูปสามเหลี่ยม คล้ายกับต้นคริสต์มาส จึงเรียกว่า Christmas Tree Cluster

จุดเด่นของ NGC 2264 คือ บริเวณกลางภาพมีดาวฤกษ์เกาะกลุ่มกันอย่างหลวม ๆ เรียกว่า ‘กระจุกดาวเปิด’ มีดาวสว่างสีฟ้าและสีขาวเรียงตัวกันเป็นรูปร่างคล้ายต้นคริสต์มาส จึงมีชื่อเรียกว่า ‘กระจุกดาวต้นคริสต์มาส (Christmas Tree Cluster)’ ด้านบนมีกลุ่มแก๊สรูปร่างคล้ายกรวย มีชื่อว่า ‘เนบิวลากรวย (Cone Nebula)’ มีดาวสว่างเด่นบนเนบิวลากรวยเป็นยอดของต้นคริสต์มาส

ส่วนของเนบิวลากรวย และบริเวณโดยรอบกระจุกดาวคือก้อนแก๊สไฮโดรเจนขนาดใหญ่ เฉพาะส่วนที่เป็นรูปกรวยคือก้อนแก๊สและฝุ่นในอวกาศที่มีอุณหภูมิต่ำ แก๊สและฝุ่นเหล่านี้ดูดซับแสงเรืองของดวงดาว และเนบิวลาที่อยู่ฉากหลังจึงมองเห็นเป็นสีคล้ำกว่า

‘ทะเลบัวแดง’ บานสะพรั่ง ละลานตาเต็มอ่างเก็บน้ำหนองคอกช้าง พร้อมกลิ่นอายธรรมชาติ ขึ้นแท่นจุดเช็กอินแห่งใหม่ จ.นครพนม

(21 ธ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานว่า ที่ ‘ทะเลบัวแดง’ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม กลายเป็นสนใจของประชาชน นักท่องเที่ยว ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ อยู่ที่หนองคอกช้าง บ้านดอนแดง ตำบลบ้านเสียว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม โดยมีเนื้อที่กว่า 300 ไร่

ซึ่งหนองคอกช้างไม่เพียงเป็นแหล่งเก็บน้ำเพื่อการเกษตร ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีน (Unseen) แห่งใหม่ เพราะมีบัวแดงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจำนวนมาก ผนวกกับช่วงนี้ในพื้นที่ จ.นครพนม มีสภาวะอากาศเย็นไปถึงหนาว จึงทำให้ในช่วงเช้าดอกบัวแดงเบ่งบานสะพรั่ง กลายเป็นทะเลบัวแดงที่มีความสวยงาม เป็นเสน่ห์ดึงดูดประชาชน นักท่องเที่ยวไปล่องเรือ เพื่อชมความสวยงามอย่างใกล้ชิด จนกลายเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ของ จ.นครพนม ยิ่งมีการเช็กอินหรือเซลฟีภาพลงเผยแพร่ไปตามโลกโซเชียล ก็ยิ่งสร้างความสนใจเป็นแรงกระตุ้นให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวชมมากขึ้น

ทางด้าน นายพิทักษ์ ปางข้างฮุง นายก อบต.บ้านเสียว อ.นาหว้า จ.นครพนม เปิดเผยว่า สำหรับทะเลบัวแดง หนองคอกช้าง บ้านดอนแดง ต.บ้านเสียว ถือเป็นจุดเช็กอินและอันซีนแห่งใหม่ มีพื้นที่กว่า 300 ไร่ เป็นพื้นที่อ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตรของชาวบ้าน แต่ปัจจุบันด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทำให้มีบัวแดงเกิดขึ้นเป็นพื้นที่กว้าง จนกลายเป็นทะเลบัวแดงที่สวยงาม

ยิ่งช่วงนี้มีอากาศหนาว ในตอนเช้าดอกบัวแดงจะพร้อมใจกันบานสะพรั่ง สร้างความตื่นตาให้กับประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยว ซึ่งในส่วนของ อบต.บ้านเสียว ได้ร่วมกับชาวบ้าน ชุมชน จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว จัดเรือบริการ รองรับประชาชน นักท่องเที่ยว คิดอัตราค่าบริการ คนละ 50 บาทต่อครั้ง เพื่อลงเรือพายเที่ยวชม เพื่อถ่ายภาพความสวยงาม ท่ามกลางดอกบัวแดงเต็มพื้นที่อ่างเก็บน้ำ

นอกจากนี้ ยังได้ชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ โดยมีนกนานาชนิดหรือฝูงนกอพยพหนีหนาวไซบีเรีย รวมถึงนกหายากจากต่างถิ่นกว่าพันตัว ถือเป็นเสน่ห์ดึงดูดอีกอย่างหนึ่ง ให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปชมทิวทัศน์ความสวยงามในพื้นที่หนองคอกช้าง เชื่อว่าจะเป็นอีกสถานที่สำคัญที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน ในช่วงปีใหม่และเหมันต์ฤดู

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดจองคิวล่องเรือได้ที่ โทรศัพท์ 087-224-4562 รับรองว่าไม่ผิดหวัง ผู้ชื่นชอบธรรมชาติจะต้องประทับใจ ในความสวยงามของทะเลบัวแดงอย่างแน่นอน

อนึ่ง ‘บัวแดง’ ยังมีชื่อเรียกว่า ‘สัตตบรรณ’ และ/หรือ ‘รัตตอุบล’ มีการเจริญเติบโตรวดเร็ว กระจายอยู่ทุกภาคของประเทศไทย มีสรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงหัวใจทำให้สดชื่น บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง แก้ไข้ตัวร้อน แก้อาการร้อนใน ส่วนสายบัวมีเบต้าแคโรทีน ช่วยป้องกันและต้านโรคมะเร็งในลำไส้ ขณะที่ในส่วนเกสรช่วยบำรุงผิวพรรณ จึงมีนักวิจัยนำไปผลิตเป็นเซรั่มบำรุงผิวหน้า ยับยั้งการอักเสบและเกิดสิว

'รมว.ปุ้ย' กำชับทุกนิคมฯ 'ควบคุม-ติดตาม' ฝุ่น PM 2.5 วอน!! ต้อง 'จริงจัง-ต่อเนื่อง' เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ขานรับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กำชับควบคุม/ติดตามตรวจสอบฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง-จริงจัง เห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม อยู่เคียงคู่สิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

(21 ธ.ค.66) นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งหามาตรการเพิ่มสำหรับ การลดฝุ่น PM 2.5 ให้เข้มข้นขึ้น เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวอย่างยั่งยืนนั้น ที่ผ่านมา กนอ. มีการดำเนินการในด้านต่างๆ เพื่อควบคุมติดตามตรวจสอบ ในการลด PM 2.5 ตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง คือ...

1.กำหนดค่ามาตรฐานของการระบายมลพิษทางอากาศในรูปแบบ Loading โดยคำนึงถึงความสามารถหรือรูปแบบในการรองรับมลพิษทางอากาศ ตามประกาศ กนอ. ที่ 79/2549 เรื่อง กำหนดอัตราการปล่อยมลสารทางอากาศจากปล่องของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม และนำค่า Emission Loading ที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของนิคมอุตสาหกรรมใช้ในการอนุมัติจัดตั้งโรงงานในอนาคต ซึ่งจากการดำเนินการที่ผ่านมายังคงเป็นไปตามที่มาตรฐานกำหนด 

2.ขอความร่วมมือผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม จัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อการป้องกัน แก้ไข และลดปัญหาฝุ่นละอองรวม และฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และ 3.กำหนดให้มีการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตามวิธีการตรวจวัดที่เป็นไปตามหลักวิชาการในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ. กำกับดูแล จำนวน 14 แห่ง และ 1 ท่าเรืออุตสาหกรรม ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึงธันวาคม โดยผลการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตั้งแต่ปี 2563-2565 นั้น มีค่าไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน

"กนอ. ยังคงมุ่งมั่นในการควบคุม ดูแล และแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยกำหนดมาตรการต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วนและครอบคลุมทุกด้าน มั่นใจว่าสามารถช่วยให้โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และสามารถประกอบกิจการควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน" นายวีริศ กล่าว

ทั้งนี้ จากรายงานของกรมควบคุมมลพิษ สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 (19 ธ.ค.66) พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบว่า ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในภาพรวมนั้นปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยพบพื้นที่เกินค่ามาตรฐานหลายแห่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จึงควรหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านในช่วงที่มีฝุ่นละออง PM 2.5 สูง และควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย ขณะที่สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคอื่นๆ พบว่า ภาคเหนือ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ในเกณฑ์ดีมาก ภาคกลางและตะวันตก อยู่ในเกณฑ์ดี และ ภาคตะวันออก อยู่ในเกณฑ์ดี

‘ท่านอ้น’ โพสต์ภาพกิจกรรมที่ได้ทำในไทย พร้อมเผยความในใจ ‘Thailand I Miss You’

(21 ธ.ค.66) ภายหลังจากที่ ‘ท่านอ้น วัชเรศร วิวัขรวงศ์’ ได้เดินทางกลับสหรัฐอเมริกา ไปเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ผ่านมาได้ 3 วัน ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพกิจกรรมในประเทศไทย ตลอดจนบรรยากาศที่ท่านอ้นได้ไปเยี่ยมเยียน เช่น ขณะที่กำลังรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือ มีศาลพระภูมิ ผัดไทย บิงซูร้านดัง และพบปะพูดคุยกับชาวบ้าน พร้อมระบุว่า “Thailand I miss you”

โดยได้มีประชาชนคนไทยเข้าไปคอมเมนต์ส่งความคิดถึงเช่นเดียวกัน

‘หญิงเกาหลีใต้’ วัย 44 รับเพื่อนสนิทเป็น ‘บุตรบุญธรรม’ เพื่อให้ได้สิทธิ์ตัดสินใจยามเจ็บป่วยฉุกเฉิน อย่างถูกต้องตามกม.

(20 ธ.ค.66) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า หญิงชาวเกาหลีใต้รับเลี้ยงเพื่อนสนิทที่เป็นผู้ใหญ่ของเธออย่างถูกกฎหมาย หลังจากเกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ ทำให้เธอตระหนักว่า พวกเขาต้องการความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้นในการดูแลกันและกัน

อึน ซอรัน วัย 44 ปี เติบโตมาในครอบครัวชนชั้นกลางที่มีพ่อของเธอเป็นคนทำงานหาเลี้ยงครอบครัว และแม่ของเธอถูกมอบหมายให้รับหน้าที่เป็นแม่บ้าน แถมแม่ยังต้องดูแลครอบครัวของพ่อ แต่ไม่เคยได้รับความดีความชอบหรือคำขอบคุณจากคู่สมรสของเธอแม้แต่น้อย

แต่แม่พยายามให้ซอรันได้เดินตามเส้นทางอื่นในชีวิต แม่ไม่เคยให้เธอเข้าครัวเลยตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และมักจะบอกเธอเสมอว่าให้รักษาอิสรภาพไว้ แม่มักพูดว่า “อย่าใช้ชีวิตเหมือนแม่” อึนซอรันสาบานว่าจะไม่เหมือนแม่และตัดสินใจที่จะไม่แต่งงานหรือมีลูก จนถึงทุกวันนี้

ด้วยความเบื่อหน่ายและเหนื่อยล้าในปี 2016 เธอย้ายไปอยู่ชนบทจอลลาเพื่อหลีกหนีจากความเครียดของชีวิตในเมืองและใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น อึนซอรันได้พบกับอีออรี หญิงสาวที่มีความคิดเหมือนกัน ซึ่งย้ายมาอยู่ที่นั่นด้วยเหตุผลที่คล้ายกันมาก

ทั้งคู่จึงกลายเป็นเพื่อนที่ดีและภายในหนึ่งปีพวกเขาก็ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่มีความรักในพืชพรรณ การทำอาหารมังสวิรัติ และโปรเจกต์ DIY รวมถึงทั้งคู่ต่างก็เป็นโสดอย่างมีความสุข ไม่กี่ปีต่อมา เมื่อข้อตกลงดำเนินไปได้ด้วยดี พวกเขาจึงตัดสินใจซื้ออพาร์ตเมนต์ด้วยกันเพื่อลดความไม่มั่นคงในการใช้ชีวิตตามลำพัง

ซึ่งการย้ายมาอยู่ด้วยกันทำให้ทั้งคู่มีคนคอยดูแลในวัยชราหรือในกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ แต่ทั้งคู่เผยว่า พวกเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว แต่เหมือนครอบครัวมากกว่า

ทั้งคู่เริ่มแบ่งปันค่าใช้จ่าย ทำงานบ้าน และแม้กระทั่งเป็นเจ้าของบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ด้วยกัน แต่ไม่นานพวกเขาก็ได้เรียนรู้ว่าในบางสถานการณ์ พวกเขายังคงเป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน โดยก่อนหน้าเมื่ออึนซอรันต้องเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากอาการปวดหัวเรื้อรัง

เธอตระหนักว่ากฎหมายของเกาหลีใต้อนุญาตให้เฉพาะสมาชิกในครอบครัวทำการตัดสินใจที่สำคัญเพื่อผู้ป่วย หรือแม้แต่ไปเยี่ยมพวกเขาในโรงพยาบาลเท่านั้นจึงทำให้พวกเธอสงสัยว่า แผนการดูแลกันและกันจะเป็นอย่างไร

ด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันภายใต้กฎหมายครอบครัวที่เข้มงวดของเกาหลีใต้ ในตอนแรก ทั้งสองใคร่ครวญถึงความคิดที่จะแกล้งทำเป็นความสัมพันธ์โรแมนติกเพื่อที่พวกเขาจะได้แต่งงานกัน แต่เกาหลีใต้ไม่ยอมรับการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน ดังนั้น พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นจนเกิดไอเดียรับบุตรบุญธรรมแทน

อึนซอรันทำการพิสูจน์ว่า เธอมีอายุมากกว่าอีออรีที่อายุ 38 ปี โดยได้รับการอนุมัติจากแม่ของออรี เมื่อส่งเอกสารแล้ว กระบวนการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมใช้เวลาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น

“สิ่งที่เราต้องการคือ สิ่งง่าย ๆ เช่น การดูแลซึ่งกันและกัน การลางานเพื่อดูแลคนใดคนหนึ่งเมื่ออีกคนป่วย หรือจัดงานศพเมื่อเราคนหนึ่งจากไป แต่นั่นไม่สามารถทำได้ในเกาหลี เว้นแต่เราจะเป็นครอบครัวที่ถูกกฎหมาย” อึนซอรัน กล่าว

เรื่องราวของหญิงสาวชาวเกาหลีใต้ที่กลายมาเป็นแม่ของเพื่อนสนิทของเธอแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและเป็นแรงบันดาลใจให้อึนซอรันเขียนบันทึกความทรงจำชื่อ ‘I Adopted a Friend’

‘มาเลเซีย’ ประกาศแบนเรือสินค้า ‘อิสราเอล’ ไม่ให้จอดเทียบท่า โต้ถล่มกาซา-ชาวปาเลสไตน์ มั่นใจการค้าของประเทศไม่กระทบ

(20 ธ.ค.66) ประเทศมาเลเซีย ได้ประกาศแบนไม่ให้เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติอิสราเอลจอดเทียบท่าที่ท่าเรือของมาเลเซีย เพื่อเป็นการตอบโต้การที่อิสราเอลทำการโจมตีใส่ฉนวนกาซาและชาวปาเลสไตน์ ซึ่งมาเลเซียกล่าวว่าเป็นการเพิกเฉยต่อหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐานและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้ระบุในแถลงการณ์ว่า “รัฐบาลมาเลเซียได้ตัดสินใจที่จะขัดขวางและไม่อนุญาตให้ ZIM บริษัทขนส่งสินค้าที่มีฐานการดำเนินงานในประเทศอิสราเอล จอดเรือเทียบท่าที่ท่าเรือใดก็ตามของมาเลเซีย” รวมถึงไม่อนุญาตให้เรือลำใดก็ตามที่ติดธงอิสราเอลเข้ามาจอดเทียบท่าในประเทศเช่นกัน

นอกจากนั้นแล้ว มาเลเซียยังได้แบนไม่ให้เรือลำใดก็ตามที่กำลังเดินทางไปยังอิสราเอล ทำการลงสินค้าที่ท่าเรือของมาเลเซียโดยมีผลในทันที ด้านนายกรัฐมนตรีอิบราฮิมของมาเลเซียมั่นใจว่าการค้าของประเทศจะไม่ได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจดังกล่าว โดยมาเลเซียไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล

ก่อนหน้านั้น รัฐบาลมาเลเซียได้อนุญาตให้บริษัท ZIM สามารถนำเรือมาจอดเทียบท่าที่ท่าเรือของมาเลเซียได้ในปี 2002 แต่ใบอนุญาตดังกล่าวก็ได้ถูกเพิกถอนออกไปแล้วตามแถลงการณ์ล่าสุดของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

หนุ่มวิจารณ์!! อาคารลายผ้า ‘แคนแก่นคูณ’ ขอนแก่น “อุบาทว์” เจอทัวร์ลง!! “ดูถูกผลงานคนอื่น-ด้อยค่าความภาคภูมิใจคนในพื้นที่ ”

สิทธิในการแสดงความคิดเห็นเปิดกว้างอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะเหล่าคนในโซเชียลที่มักจะมีส่วนร่วมในการวิจารณ์สิ่งต่าง ๆ เสมอ แต่บางครั้งคำวิจารณ์ หรือ ความคิดเห็น ที่รุนแรง และตรงเกินไป ก็อาจนำมาซึ่งคนที่ไม่เห็นด้วย

เช่นเดียวกับผู้ใช้ X รายหนึ่ง ที่ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของอาคารใหม่ ในจังหวัดขอนแก่น ระบุว่า

“แบบอาคารใหม่เทศบาลนครขอนแก่น ดีไซน์หลงยุคมาก โอ้ย สส ในพื้นที่ช่วยไปคัดค้านที งบตั้ง 300 ล้าน แต่ดีไซน์อุบาทว์มาก ทำเลไข่แดงใจกลางเมือง ที่ดินแพงสุดในอีสาน ควรออกแบบได้ดีกว่านี้ เทสแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันนะ

แต่นี่ไม่ชอบ ไม่สวย และคิดว่างบ 300 ล้านมันทำได้ดีกว่านี่ ฟังชั่นกว่านี้ อาคารราชการสมัยนี้มีออกแบบสวยๆเยอะนะ แต่นี่ว่าไม่สวยไง ใครจะมองว่าสวยก็แล้วแต่เด้อ”

โพสต์นี้มีคนเห็นเกิน 5 ล้านครั้ง ทำให้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย โดยส่วนใหญ่มองว่าความคิดเห็นนี้รุนแรงเกินไปกับการใช้คำว่า “อุบาทว์”

ทางด้านผู้ใช้ X ที่ผ่านมาเจอโพสต์นี้ ก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางส่วนเห็นด้วยกับต้นโพสต์ แต่บางส่วนก็เห็นต่าง เช่น

“ขอนแก่น ‘นครแห่งไหม’ กับอาคารลายผ้า ‘แคนแก่นคูณ’ มันก็เป็นสิ่งที่ควรตั้งอยู่ในขอนแก่นถูกแล้วไม่ใช่เหรอ? ความภาคภูมิใจของเขา สิ่งที่คนในพื้นที่นั้น ๆ ให้คุณค่า คุณไม่เห็นค่ามันก็เรื่องของคุณ”

“ดีกว่านี้ = ? อันนี้สวย ศิลปะมีหลายแบบ สถาปัตย์ก็เหมือนกัน ชอบโมเดิร์น ชอบมินิมอล ไม่ได้แปลว่าแบบพื้นเมือง แบบ traditional มัน ‘อุบาทว์’ ติดอย่างเดียวคือฟ้อนต์มันดูสิ้นคิดไปหน่อย แค่นั้น แต่จะบอกว่า exterior อุบาทว์มันก็เกินไป คนในเน็ตอยากพ่นอะไรก็พ่นจริงด้วย ฮาอะ 😖”

“ออกความเห็นก็ออกได้ แต่คำว่าดีไซน์อุบาทว์นี่เหมือนจะดูถูกคนดีไซน์ไปหน่อยมั้ย เพราะงี้ไง วลีที่ว่าไม่มีใครเก่งเท่าแม่มึงแล้วถึงมีอยู่”

“งานดีไซน์ไม่มีคำว่าสวยไม่สวยนะ ต้องถามเหตุผลก่อนว่า ทำคอนเซปต์นี้จะสื่อถึงอะไร facade มีที่มาที่ไปแบบไหน ถ้าเขาอธิบาย concept อาจจะเข้าใจมากขึ้นก็ได้อะ บางทีอาจจะทำให้เข้ากับบริบทพื้นที่หรือวัฒนธรรมก็ได้”

“ก็ represents ความเป็นขอนแก่นอะพี่ คู่สีน้ำตาลไม้-เหลืองนวล นี่แหละถูกแล้ว design ก็ใช่ สี่เหลี่ยมลายผ้าไหม รวม ๆ ก็ดูร่วมสมัยสะท้อนตัวตนของขอนแก่นสุด ๆ ละนะ มากกว่านี้คือต้องทำตึกรูปแครไปแข่งกะอิหอโหวดร้อยเอ็ดอะ เอาบ่?”

“เทสการมองงานศิลต่างกันจริง แต่คำว่าอุบาทว์มันก็แรงจริง ๆ ส่วนตัวคิดว่าลาย+รูปแบบก็มีความเป็นขอนแก่นดีนะ อย่างเซ็นก็เป็นรูปกระติบข้าวเหนียว ตึกเทศบาลจะแบบนี้ก็ได้แหละ”

“อาคารแห่งนี้เป็นการแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น แสดงความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น แถมยังวิจารณ์เจ้าของโพสต์ว่าการให้ สส. ไปคัดค้านแค่เพราะดีไซน์ไม่ถูกใจเป็นอะไรที่ไม่มีเหตุผลมาก”

“ดีไซน์ที่โดนบอกว่าแย่ เป็นลายผ้าไหมมัดหมี่ แคนแก่นคูณ สัญลักษณ์ประจำจังหวัดขอนแก่น เรื่องความสวยก็เป็นความชอบส่วนบุคคล แถมรูปที่นำมาโพสต์ก็เป็นเพียงแค่ด้านเดียว ไม่ใช่แปลนทั้งหมด ไม่สามารถตัดสินได้ว่าคุ้มค่างบประมาณหรือไม่”

อย่างไรก็ตาม เจ้าของโพสต์ก็ไม่ได้สนใจดรามารถทัวร์ที่มาลงแต่อย่างใด ตอบกลับแบบแซ่บ ๆ ไปหลายดอก แถมบอกว่าอีกว่า “ก็มองว่าไม่สวยไง งานออกแบบอาคารงบตั้ง 300 ล้าน ใครจะมองว่าสวยก็เรื่องของมึง จะมาสั่งสอนทำไม งง 555555” และ “รับไม่ได้กับการใช้คำว่าอุบาทว์อันนี้พอเข้าใจได้ โอเคขอโทษจ้า มันอาจจะแรงไป แต่ถามว่ามันสวยหรอ? การเอาลายมาแปะตึกมันสวยจริงใช่มั้ย?”

ทั้งนี้ ประเด็นการวิจารณ์แปลนอาคารเทศบาลนครขอนแก่นแห่งใหม่ ยังคงดำเนินต่อไปและอาจจะไม่จบลงได้ง่าย ๆ

‘ศาลรธน.’ ไม่รับคำร้องสอบ ‘รองอ๋อง’ โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชี้!! ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิ-เสรีภาพให้เสียหาย

(20 ธ.ค.66) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยในคดีที่นายทรงชัย เนียมหอม ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ว่านายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงกระทำการอันเป็นการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยใช้สิทธิพิเศษของตนเองเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 มาตรา 3 และมาตรา 32 ละเมิดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 4 มาตรา 29 วรรคสามและวรรคสี่ มาตรา 27 และมาตรา 50(3) หรือไม่ โดยศาลฯ เห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องไม่ปรากฏว่า นายทรงชัย ถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงจากการกระทำของนายปดิพัทธ์อย่างไร กรณีไม่เป็นไปตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้นนายทรงชัย จึงไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top