Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

'พีระพันธุ์' เผย ไม่แปลกฝ่ายค้านจ้องตรวจสอบรัฐบาลเข้มข้น ย้ำ!! เป็นเรื่องปกติ พร้อมแนะ พิจารณางบปี 67 ควรจะจบให้เร็ว

(21 ธ.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศจะตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นหลังได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ว่า เป็นเรื่องปกติ ฝ่ายค้านก็ต้องตรวจสอบเข้มข้นทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด ถ้าเขาบอกว่าไม่ตรวจสอบเลยถึงจะประหลาด เป็นเรื่องปกติในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ส่วนที่มองกันว่าฝ่ายค้านอาจไม่เป็นเอกภาพเท่าไหร่นั้น ก็แล้วแต่คนจะมอง อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้เป็น สส. ไม่ทราบรายละเอียดทางสภา 

เมื่อถามถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านขอเลื่อนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 67 จากวันที่ 3-5 ม.ค. เป็นวันที่ 9-11 ม.ค.67 นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของสภา ในส่วนของรัฐบาลก็ทำปกติ สภาจะเห็นว่าอย่างไรก็เป็นเรื่องที่สภาไปหารือกันเอง 

เมื่อถามย้ำว่า การเลื่อนออกไปจะทำให้งบประมาณที่จะออกมาล่าช้าไปอีกหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า วันนี้เราก็ใช้งบของปี 67 อยู่แล้ว แต่โดยหลักการมันก็ไม่ควรเท่านั้นเอง ทุกอย่างมันควรจะรีบ จะจบให้เร็ว เรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาที่จะต้องหาประโยชน์สูงสุดของประชาชน เพราะทั้งหมดนี้มันคือประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ประโยชน์ของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ซึ่งไม่ว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ต้องทำงานร่วมกันเพื่อประชาชน อะไรที่ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดก็ทำตามนั้น เท่านั้นเอง

‘สาวไทย’ รีวิว 'ทางด่วน' กัมพูชา พบราคาแพงมาก ฟาก ‘สื่อ-โซเชียล’ เขมรไม่พอใจ จัดทัวร์ลงทันควัน

(21 ธ.ค. 66) เพจเฟซบุ๊ก World Forum ข่าวสารต่างประเทศ โพสต์เรื่องราวสุดน่าตกใจ เนื่องจากมีข่าวยูทูปเบอร์สาวคนไทย โผล่ในสื่อของกัมพูชาหลายช่อง โดยสาเหตุมาจากที่เธอได้รีวิว ‘ทางด่วน’ ของประเทศกัมพูชา ว่ามีราคาแพงมาก หลังสื่อต่างๆ ออกข่าวของเธอ ทำให้รถทัวร์จากกัมพูชามาลงทันที 

ซึ่งในคลิปของยูทูปเบอร์สาวคนไทย ได้บรรยายว่า รีวิว ‘ทางด่วน’ กัมพูชา ถนนสวยไม่มีหลุมเลย และไม่มีรถด้วยรถโล่งมากๆ มีป้ายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคนที่นี่ขับรถแช่เลนขวา ท้ายคลิปเธอยังบอกอีกว่า ‘ทางด่วน’ 200 กม. ต้องเสียค่าขึ้นราคา 11.97/USD หรือ 418 บาทไทย แพงมาก......

หลังจากนั้นสื่อกัมพูชาได้นำเสนอข่าวของยูทูปเบอร์สาวคนไทย ที่รีวิว ‘ทางด่วน’ ว่ามีราคาแพง ด้านชาวเน็ตกัมพูชามีปฏิกิริยาไม่พอใจ ชาวเน็ตกัมพูชาออกมาบอกว่า การรีวิวแบบนี้เป็นการรังแกกัมพูชา 

และมีชาวกัมพูชามาบอกว่า ‘ทางด่วน’ ถูกสร้างโดยประเทศจีนเมื่อครบสัมปทานจากจีน จะคืนสู่รัฐบาลกัมพูชาและตอนนั้นจะได้ใช้ฟรี แต่ก็มีชาวกัมพูชาส่วนหนึ่งเห็นด้วยว่าราคาแพงมากและขอบคุณที่พูดแทนคนกัมพูชา

‘พีระพันธุ์’ แจ้งข่าวดี!! ‘OR’ ร่วมมอบของขวัญปีใหม่ให้คนไทย ตรึงราคาน้ำมัน-เช็กสภาพรถฟรี เริ่ม 24 ธ.ค.66 - 3 ม.ค.67

(21 ธ.ค. 66) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในช่วงปีใหม่ เป็นเทศกาลแห่งความสุข ประชาชนมีการเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอย จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาของขวัญปีใหม่เพิ่มเติมให้แก่ประชาชน

ส่วนปีหน้าก็มีแผนการดำเนินงานด้านพลังงานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ตั้งแต่ระดับเศรษฐกิจฐานรากไปจนถึงเศรษฐกิจภาพใหญ่ของประเทศ รวมทั้งจะมีการปรับโครงสร้างราคาพลังงานทุกชนิดให้เกิดความมั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน เป็นของขวัญปีใหม่ในปี 2567

โดยในส่วนของการเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยว บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) จะไม่ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด ตลอด 10 วัน ในช่วงระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2567 (หากราคาตลาดโลกลดลง ก็จะปรับราคาในประเทศลงด้วย) นอกจากนั้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน สามารถนำรถยนต์เข้าตรวจสภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ก่อนการเดินทางในช่วงปีใหม่ที่สถานีบริการ FIT Auto จำนวน 35 รายการ พร้อมให้บริการเติมลมยางไนโตรเจนและปะยางฟรี อีกทั้งยังจัดส่วนลดสินค้าเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน รวมถึงช่วยป้องกันและลดการเกิดฝุ่น PM 2.5 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มกราคม 2567

ในส่วนของการจับจ่ายใช้สอย ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. จัดแคมเปญฉลากเบอร์ 5 โฉมใหม่ ลุ้นโชคใหญ่ โดยการมอบสิทธิส่วนลด ซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ติดฉลากเบอร์ 5 ใหม่ ได้ส่วนลด 200-1,000 บาท (ขึ้นอยู่กับราคาสินค้า) รวม 15,000 สิทธิ ณ ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการ

ดังนี้ HomePro, MEGA HOME, The Mall, ไทวัสดุ, Power Buy, Power Mall, Paragon, Emporium รับสิทธิตั้งแต่วันที่ 1-31 มกราคม 2567 หรือจนกว่าสิทธิจะหมด นอกจากนั้น ทุกใบเสร็จยังได้สิทธิลุ้นของรางวัลรวมกว่า 1,500,000 บาท

นอกจากนั้น กรมธุรกิจพลังงาน ได้ประกาศให้โรงกลั่นน้ำมันทั่วประเทศ ปรับคุณภาพน้ำมันให้เป็นยูโร 5 ซึ่งสามารถช่วยลดฝุ่น PM 2.5 เป็นของขวัญให้แก่สุขภาพคนไทย และในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี จะมีการขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 ประจำปี 2567 เป็นจำนวนมาก กรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ จึงขยายเวลาให้บริการในช่วง 16.30-18.30 น. ตั้งแต่วันที่ 25 ถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2566

“นอกจากการลดค่าไฟฟ้า การตรึงน้ำมันดีเซลและก๊าซหุงต้ม ผมอยากหาของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนเพิ่มเติมในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน ทั้ง ปตท. ที่จะไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันเป็นเวลา 10 วัน รวมทั้งตรวจสภาพรถยนต์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพื่อสร้างความปลอดภัยในการเดินทางกลับภูมิลำเนาและการท่องเที่ยว”

‘GULF-AIS’ ลุย ‘ติดแผงโซลาร์-ต่อเสาสื่อสาร’ ให้ชุมชนห่างไกล หวังเพิ่มโอกาส ‘ทางการศึกษา-การเข้าถึงบริการสาธารณสุข’

(21 ธ.ค. 66) นายธนญ ตันติสุนทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจระบบโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ AIS ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ในโครงการ GULF X AIS SOLAR SYNERGY: A SPARK OF GREEN ENERGY NETWORK ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ผลิตพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ให้แสงสว่างแก่ชุมชนพร้อมติดตั้งระบบสื่อสารจากสถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้แก่ชุมชนห่างไกล นำร่องที่บ้านดอกไม้สด ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ

GULF จะส่งมอบระบบไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ ให้แก่ชุมชนแต่ละแห่งตามสภาพปัญหาของชุมชนนั้นๆ เช่น ปัญหาด้านสาธารณสุข รวมทั้งการป้องกันและรักษาโรคในเบื้องต้น ระบบไฟฟ้าเพื่อการเรียนการสอน ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบกรองน้ำดื่ม ระบบสูบน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค เป็นต้น รวมไปถึงการให้ความรู้พื้นฐานเรื่องพลังงานสะอาด การบำรุงรักษาแผงโซลาร์เซลล์ และการดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ส่วน AIS จะนำระบบสื่อสารโทรคมนาคมด้วยพลังงานโซลาร์เซลล์ เพื่อให้ชุมชนนั้นๆ ได้ใช้ประโยชน์ด้านการติดต่อสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลความรู้ต่างๆ บนโลกออนไลน์ พร้อมเติมเต็มโอกาสในการเข้าถึงระบบการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพแบบ ‘แพทย์ทางไกล’ ผ่านเทคโนโลยี Telemedicine รวมทั้งใช้เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชนผ่านเครือข่ายออนไลน์ ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้ โดยได้เริ่มโครงการนำร่องแห่งแรกที่บ้านดอกไม้สด ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่บนภูเขา ขาดแคลนไฟฟ้า มีประชากรประมาณ 700 คน รวม 160 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรทำไร่ข้าวโพด

แม้บ้านดอกไม้สดจะอยู่ห่างจากตัวอำเภอท่าสองยางเพียง 40 กิโลเมตร แต่ด้วยสภาพเส้นทางดินลูกรังและเส้นทางภูเขาที่คดเคี้ยว ส่งผลให้การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก ใช้เวลาเดินทางเข้าสู่พื้นที่กว่า 3 ชั่วโมง ยิ่งในช่วงฤดูฝน เส้นทางสัญจรแทบจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ประชาชนในพื้นที่จึงไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณูปโภค และระบบการสื่อสารต่างๆ ยังรวมถึงการเจ็บป่วยที่ไม่สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที เราจึงเลือกที่นี่เป็นพื้นที่นำร่อง ก่อนที่จะขยายผลไปในพื้นที่อื่นๆ ทุกภาคทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

“เพราะเราทั้งสององค์กรต่างตระหนักดีว่า ระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสาร คือ สาธารณูปโภคที่จำเป็นและสำคัญยิ่ง ดังนั้นประชาชนในทุกพื้นที่ ควรได้รับโอกาสในการเข้าถึงอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม จึงถือเป็นแรงบันดาลใจที่ส่งต่อมาสู่พนักงานทุกคนที่ต่างสนับสนุนภารกิจนี้อย่างเต็มที่ ภายใต้บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละส่วนงาน โดยโครงการนี้ยังถือว่าสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาด้านความยั่งยืน ที่เกิดจากการบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียนและการพัฒนาโครงข่ายพร้อมบริการดิจิทัล ซึ่งสามารถสร้างประโยชน์ ครอบคลุมทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Economy) สังคม (Social) และการยืนหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม (Environment) นั่นเอง”

ด้านนางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ร่วมกันกล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดในการทำงานของ GULF และ AIS คือ ใช้ขีดความสามารถทางธุรกิจของแต่ละบริษัท ในการยกระดับการใช้ชีวิตของคนไทย ให้เท่าเทียมและทั่วถึง พร้อมสนับสนุนภารกิจของภาครัฐในการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการประสานความร่วมมือกัน โดยใช้องค์ความรู้และประสบการณ์จาก GULF ที่เชี่ยวชาญการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนจากเทคโนโลยีทันสมัย และ AIS ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสื่อสารและดิจิทัล ส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสื่อสาร อย่างระบบไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้แก่คนไทยในพื้นที่ซึ่งยากแก่การที่สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานจะเข้าถึง

‘จีน’ เผย ‘ท่องเที่ยวเชิงอุตุนิยมวิทยา’ เทรนด์ตลาดเกิดใหม่มาแรง ชู ‘การท่องเที่ยว-ภูมิอากาศ-ภูมิทัศน์-วัฒนธรรม’ ดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ

(21 ธ.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว, เจิ้งโจว รายงานจากสถาบันพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศจีน ระบุว่า การท่องเที่ยวเชิงอุตุนิยมวิทยาในจีนเติบโตอย่างต่อเนื่องช่วงไม่กี่ปีมานี้ และจะรักษาแนวโน้มการเติบโตที่รวดเร็วในปีต่อๆ ไป จนเกิดเป็นตลาดการท่องเที่ยวเกิดใหม่

รายงานว่า ด้วยการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอุตุนิยมวิทยาจากสถาบันฯ ที่เผยแพร่ในการประชุมการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศจีน ครั้งที่ 2 ระยะ 2 วัน เผยว่า การพัฒนาที่รวดเร็วของการท่องเที่ยวดังกล่าวในจีน มีปัจจัยหลักมาจากการแสวงหาประสบการณ์ด้านอุตุนิยมวิทยาอันเป็นเอกลักษณ์ที่เพิ่มขึ้นของประชาชน รวมถึงนวัตกรรมและการยกระดับอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยว

รายงานที่เผยแพร่ในการประชุมฯ ซึ่งปิดฉากลงเมื่อวันพุธที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในมณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมบริการเชิงอุตุนิยมวิทยาของจีนจะมีมูลค่าสูงกว่า 3 แสนล้านหยวน (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2025

‘ชวีหย่า’ เลขาธิการสมาคมอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศจีน กล่าวว่า ดวงอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม พายุฝนฟ้าคะนองที่งดงาม ผืนฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว น้ำแข็งและหิมะ น้ำค้างแข็ง และป่าฝนล้วนเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงอุตุนิยมวิทยา

อนึ่ง ทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงอุตุนิยมวิทยา แบ่งแบบกว้างออกเป็น 3 หมวดหมู่ ได้แก่

1.) ทรัพยากรภูมิทัศน์และสภาพอากาศ อาทิ เมฆ ฝน หิมะ แสงสว่าง และปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่พบได้ยาก

2.) ทรัพยากรภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อาทิ การรักษาสุขภาพ ประสบการณ์ และวัตถุโบราณภูมิอากาศบรรพกาลที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศ

3.) ทรัพยากรเชิงอุตุนิยมวิทยาแนวมนุษยนิยม อาทิ อุตุนิยมวิทยาและประวัติศาสตร์ ภูมิทัศน์ที่มนุษย์สร้างขึ้น ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกและสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น

‘สุริยะ’ สั่งเข้ม!! คุมความปลอดภัยไซด์ก่อสร้าง ‘คมนาคม’ พร้อมมอบ 6 มาตรการ ป้องกันอุบัติเหตุ-ลดการสูญเสีย

(21 ธ.ค. 66) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 ได้ประชุมคณะกรรมการกำกับตรวจสอบความปลอดภัยโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคม และมาตรการความปลอดภัยในระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โดยมีคณะทำงานของกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยบริษัทเอกชนประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง เข้าร่วมหารือ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างของกระทรวงคมนาคมที่อาจจะเกิดขึ้น นำไปสู่การส่งผลกระทบในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

ทั้งนี้ จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่โครงการก่อสร้างของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม พบว่า ในรอบปี 2565 เกิดอุบัติเหตุขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ เหตุคานสะพานกลับรถถล่ม เหตุมวลน้ำที่ขังในผ้าใบร่วงใส่รถ และเหตุท่อนเหล็กไถลไปถูกรถ ขณะที่ในปี 2566 ได้เกิดเหตุบนถนนพระราม 2 อีก 3 ครั้ง ได้แก่ เหตุคาน Segment หล่น เหตุโครงแผงผ้าใบถูกกระแทกไปโดนกระจกหน้ารถประจำทางสาธารณะ และเหตุการณ์ล่าสุดเหล็กแบบหล่นทับคนงานเสียชีวิตในโครงการก่อสร้างทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก สัญญา 1

นายสุริยะ กล่าวว่า จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นหลายครั้งดังกล่าว ในการประชุมครั้งนี้จึงได้มอบหมายให้เร่งจัดตั้งคณะทำงานฯ เพื่อเข้าตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ พร้อมทั้งสำรวจและติดตามด้านความปลอดภัย ก่อนที่จะนำมาพิจารณาและกำหนดแนวทางที่เข้มงวดในอนาคตต่อไป รวมถึงได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการธุรกิจด้านรับเหมาก่อสร้าง ให้ตระหนักถึงมาตรการเชิงป้องกันและนำระบบการตรวจการณ์ความปลอดภัย Safety Audit มาใช้อย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้อุบัติเหตุเกิดซ้ำขึ้นอีก

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ดำเนินการโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ให้เป็นไปตามเงื่อนไข กฎระเบียบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ไม่ประมาท และเข้มงวดกวดขัน ตรวจสอบ รวมถึงกำกับดูแลการก่อสร้างอย่างใกล้ชิดตามหลักมาตรฐานด้านวิศวกรรม โดยเฉพาะบริเวณที่มีปริมาณการจราจรสูง เพื่อไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ

นายสุริยะ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานและผู้รับจ้างดำเนินการตาม 6 มาตรการ เพื่อยกระดับความปลอดภัย ดังนี้

1. ให้ทุกหน่วยงานดำเนินกิจกรรมก่อสร้าง เน้นความปลอดภัยต่อพี่น้องประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน ตามนโยบาย “คมนาคม เพื่อความอุดมสุขของประชาชน” มิให้เกิดอุบัติเหตุในระหว่างก่อสร้าง

2. ให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมในพื้นที่ก่อสร้างและพื้นที่ผิวจราจรที่เปิดให้บริการประชาชน

3. ให้ทุกหน่วยงานดำเนินการบริหารโครงการก่อสร้างให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในช่วงการออกแบบ (Design Stage) ช่วงจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement Stage) และช่วงก่อสร้าง (Construction Stage)

4. ให้ทุกหน่วยงานออกมาตรการกำกับผู้รับจ้างและกำหนดบทลงโทษหากพบว่าผู้รับจ้างละเลยการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว

5. ควรมีการสร้างเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ ความปลอดภัยในการทำงานแก่บุคลากรในโครงการก่อสร้าง โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติ สามารถสื่อสารให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องทั้งสองทาง (Two - ways Communication)

6.ให้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการตรวจสอบความปลอดภัยในโครงการก่อสร้าง เช่น การตรวจสอบ Checklist ความปลอดภัย ผ่านระบบ Mobile Applications

อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานและผู้รับจ้างปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และให้รายงานผลการดำเนินงานให้กระทรวงคมนาคมรับทราบอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำว่าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จะต้องไม่เกิดอุบัติเหตุในโครงการของกระทรวงคมนาคม และในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ที่จะถึงนี้ ประชาชนต้องสามารถเดินทางสัญจรได้โดยสะดวก และถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ

‘ไทยสมายล์’ ยืดเวลาให้บริการรถเมล์ 24 ชม. พร้อมเปิดเดินเรือถึงตี 3 รับเทศกาลปีใหม่

(21 ธ.ค. 66) นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทย สมายล์ กรุ๊ป ผู้ให้บริการรถเมล์และเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากจะออกเดินทางท่องเที่ยว เพื่อชื่มชมความงดงามของกิจกรรมงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2567 โดยเฉพาะสถานที่ไฮไลท์ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพ-ปริมณฑล เช่น ไอคอนสยาม ที่มีการจัดงาน Thailand Amazing Countdown

ดังนั้น บริษัทจึงได้ขยายเวลาให้บริการรถเมล์ไฟฟ้า ไทย สมายล์ บัส ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เพิ่มเติม (เฉพาะคืนวันปีใหม่) จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ สาย 4-1 ท่าเรือพระประแดง-บางลำพู (เลขสายเดิม 6) กับสายรถ 3-45 พระรามสาม - หมอชิต2 (เลขสายเดิม 77) ซึ่งจะมีรถให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการตามแนวทางของกรมการขนส่งทางบก และนโยบาย Quick Win ‘คมนาคม เพื่อความอุดมสุขของประชาชน’

ขณะเดียวกันทางบริษัทยังมีรถเมล์ไฟฟ้าที่คอยบริการตลอดคืนอยู่แล้วอีก 6 เส้นทาง ได้แก่ 1-3 (34) บางเขน-หัวลำโพง, 1-2E (34E) รังสิต-หัวลำโพง (ทางด่วน) ผ่านสามย่านมิตทาวน์, 1-37 (27) มีนบุรี-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผ่านเดอะมอลล์บางกะปิ, 1-39 (71) สวนสยาม - คลองเตย ผ่านเอ็มควอเทียร์, 3-1 (2) ปากน้ำ-ท่าเรือสะพานพุทธ ผ่านเอ็มสเฟียร์, และ 4-36 (7) โรงเรียนศึกษานารีวิทยา 2 - หัวลำโพง ผ่านห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ซีคอนบางแคร์

ด้านบริษัท ไทย สมายล์ โบ้ท จำกัด ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ได้ขยายระยะเวลาให้บริการยาวถึงตี 3 ทั้ง เรือข้ามฟาก ไอคอนสยาม - ท่าเรือสี่พระยา - ท่าเรือแคททาวเวอร์, เรือรับส่ง Shuttle Boat บุคคโล - ไอคอนสยาม ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมกับเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าสายสีเขียว (City Line) สาทร-พระปิ่นเกล้า และเพื่อรองรับพี่น้องประชาชนเดินทางกลับบ้านหลังงานเคาท์ดาวน์ข้ามปี เพื่อเฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งความสุข

‘MOSHI’ ปลื้ม!! ติดโผดัชนี ‘SET100’ รอบครึ่งปีแรกของปี 67 ตอกย้ำศักยภาพ ผู้นำบิ๊กธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทย

(21 ธ.ค. 66) เป็นหุ้นที่ขึ้นทำเนียบขวัญใจนักลงทุนไปเสียแล้ว สำหรับ บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ ‘MOSHI’ ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ประกาศให้หุ้น MOSHI เข้าไปคำนวณอยู่ในกลุ่มดัชนี SET100 รอบครึ่งปีแรกของปี 2567 (1 มกราคม-30 มิถุนายน 2567)

แสดงให้เห็นว่า หุ้นของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมาอยู่ในโฟกัสของนักลงทุนรายย่อย สถาบันทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการบริหารงานที่โดดเด่นของซีอีโอ MOSHI อย่าง ‘นายสง่า บุญสงเคราะห์’ ที่โชว์ฟอร์มทำผลงานปี 2566 อย่างเต็มกำลัง

อีกทั้งยังประกาศอัปเป้าหมายรายได้เติบโตกว่า 30% พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย

‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ โพสต์ลั่น!! เบื่อข่าว ‘แอฟ-นนกุล’ ท่ามกลางชาวเน็ตเสียงแตก เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย

(21 ธ.ค.66) จากกรณีกระแสความหวานของ ‘นนกุล ชานน’ และ ‘แอฟ ทักษอร’ ดารานักแสดงชื่อดัง ทำให้เป็นกระแสและได้รับความสนใจจากชาวเน็ตและตามหน้าสื่ออย่างหนัก แต่ทว่ากลับไม่เป็นที่ถูกใจของนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ เจี๊ยบ ก้าวไกล แกนนำพรรคก้าวไกล เมื่อเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า “เบื่อข่าวแอฟกับนนกุลมากเลย ทำไงให้ไม่มาขึ้นที่หน้าฟีด”

ซึ่งก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้ามาคอมเมนต์ว่า “เอาหน่า…ฟีลคุณแม่-ลูกชายค่ะ น่ารักดีออก แม่ลูก มุ้งมิ้ง” ซึ่งนางอมรัตน์ ก็เข้ามาตอบว่า “รำคาญจริงๆ ค่ะ” ขณะที่แฟนคลับของนางอมรัตน์ก็ต่างเข้ามาแสดงความเห็นด้วยกับโพสต์ดังกล่าว บางคนบอกด้วยว่า “เมื่อก่อนจะหยุดดูตลอด ตอนนี้รีบเลื่อนหนี ไอจีก็ไม่อยากเปิดค่ะ คือบางทีสื่อก็เล่นข่าวเกินไปมาก”

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ จะพบว่าบรรดาแฟนคลับของพรรคก้าวไกลหรือด้อมส้ม มีความพยายามปั่นกระแสคู่จิ้นระหว่าง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกลกับ ‘แอฟ ทักษอร’ และนางอมรัตน์เองถือเป็นคนแรกๆ ที่พยายามปลุกกระแสคู่จิ้นคู่นี้ ถึงขั้นออกมาโพสต์รูปภาพเป็นแชตที่มีคนทักมาว่า “พี่เจี๊ยบคะ คิวคุณพิธาพอจะมีคิวบ้างไหมคะ” ซึ่งทางด้าน ‘เจี๊ยบ อมรรัตน์’ ตอบกลับไปว่า “ต้องขอไปทางคุณเ…ฟค่ะ” งานนี้แม้เซนเซอร์ไว้แล้วแต่ดูจากดาวอังคารก็ดูออกว่าหมายถึง ‘แอฟ ทักษอร’

ทำให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อบวรเดช แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า นางอมรัตน์เป็นคนแรกๆ ที่พยายามปลุกกระแสคู่จิ้น แอฟ-พิธา แต่พอแอฟไม่เอาพิธา นางอมรัตน์ก็ไปโพสต์ว่า รำคาญแอฟ เนี่ยสัน…คนดีๆ เขาไม่ทำกันแบบนี้หรอก ขณะที่บางคนบอกว่า คุณแอฟปฏิเสธทุกครั้งที่นักข่าวถาม ตอบชัดเจนว่าเป็นเพื่อนกัน เป็นเพื่อนกันนานแล้ว คนจับคู่ก็จับคู่กันไปเอง คุณแอฟไม่เคยเล่นตามกระแสเลย พอเขาเปิดตัวจริง ก็ไปต่อว่าเขาอีก

‘นายกฯ’ ชี้!! อัตราการเกิดคนไทยลดลงต่อเนื่อง เป็นการบ้านสำคัญรัฐบาล ต้องสร้างอนาคตที่ดีแก่ลูกหลาน ผู้หญิงต้องมีชีวิตบาลานซ์ ‘ทำงานได้-มีลูกได้’

(21 ธ.ค. 66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า…

“เห็นข้อมูลชุดนี้แล้วน่าตกใจนะครับ แม้ว่าปัญหาอัตราการเกิดของประเทศไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจะไม่ใช่เรื่องใหม่

จากบทความนี้ของ The​ Nation https://www.nationthailand.com/thailand/general/40023947 ก็จะเห็นว่าอัตราการเกิดปีที่ผ่านมาของไทยต่ำที่สุดในรอบ 71 ปี

ประเด็นนี้ละเอียดอ่อน!!

ผมในฐานะนายกฯ และรัฐบาล ตระหนักในเรื่องสิทธิเหนือร่างกายและอำนาจของผู้หญิง ที่พึงมีสิทธิ์เต็มที่ในการตัดสินใจที่จะมีลูกหรือไม่มีลูก

ขณะเดียวกันในฐานะนายกฯ ผมคิดว่าผมมีหน้าที่ในการทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่แล้วมีความสุข เศรษฐกิจดี มีความปลอดภัย ถ้าคนจะมีลูกก็มั่นใจว่า ลูกหลานของเขาจะได้รับการศึกษาที่ดี มีงานทำ ไม่มีเรื่องยาเสพติด ผู้หญิงมี Work Life Balance ทำงานได้ มีลูกได้

เรื่องใหญ่ครับ และเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเอาไปทำการบ้าน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top