Monday, 3 August 2026
Hard News Team

'นายกฯ' สั่งหน่วยงานรัฐจัด 'โครงการ-กิจกรรม' เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.๑๐ กระตุ้นประชาชน 'มีส่วนร่วม-แสดงความจงรักภักดี' โดยทั่วกัน

(9 ม.ค.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ได้สั่งการในที่ประชุม ครม. เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานตราสัญลักษณ์เนื่องในวโรกาสดังกล่าว จึงได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำโครงการหรือกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แสดงความจงรักภักดีโดยทั่วกัน

‘อินเดีย’ สั่งเพิ่มชั่วโมงพักผ่อนของ ‘นักบิน’ หวังลดเสี่ยงจากอาการเหนื่อยล้าที่สะสม

(9 ม.ค.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กองอำนวยการบินพลเรือนของอินเดียสั่งเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเกี่ยวกับการจำกัดระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ของลูกเรือ โดยเฉพาะนักบิน เพื่อเพิ่มระยะเวลาพักผ่อนและระดับความตื่นตัวของพวกเขา

โดยรายงานระบุว่า ข้อบังคับฉบับแก้ไขได้เพิ่มระยะเวลาพักผ่อนรายสัปดาห์ของนักบินจาก 36 เป็น 48 ชั่วโมง เพื่อรับรองว่ามีการพักผ่อนเพียงพอหลังเผชิญความเหนื่อยล้าสะสม พร้อมกับแก้ไขคำนิยามการปฏิบัติหน้าที่ช่วงกลางคืนให้ครอบคลุมช่วงเวลา 24.00-06.00 น. แตกต่างจากข้อบังคับฉบับเดิมที่ครอบคลุมช่วงเวลา 24.00-05.00 น.

นอกจากนั้นสำหรับการทำการบินตอนกลางคืน มีการจำกัดระยะเวลาบินสูงสุดอยู่ที่ 8 ชั่วโมง และระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่สูงสุดอยู่ที่ 10 ชั่วโมง รวมถึงจำกัดจำนวนการลงจอดอยู่ที่เพียง 2 ครั้ง แตกต่างจากข้อบังคับฉบับเดิมที่อนุญาตการลงจอดตอนกลางคืนสูงสุด 6 ครั้ง เพื่อยกระดับความปลอดภัยของการบิน

อนึ่ง ข้อบังคับฉบับแก้ไขมีผลบังคับใช้ทันที และผู้ดำเนินงานสายการบินต้องปฏิบัติตามภายในวันที่ 1 มิ.ย. นี้

'วิโรจน์ ก้าวไกล' โพสต์!! ขอพักรักษาตัว ลดปริมาณงาน หลังโรครุมเร้า 'ความดัน-นอนไม่หลับ-ปวดหลัง' ยัน!! ไม่เสแสร้ง

(9 ม.ค. 67) วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวประกาศลดงาน-พักรักษาตัว เหตุป่วยเรื้อรังมานาน บอก รู้สึกโดดเดี่ยว-หมดแรง-ท้อแท้-เหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก ทำอาการเจ็บป่วยลุกลาม รุมเร้า ยัน แม้ปริมาณลด แต่จะชดเชยด้วยคุณภาพ ขอบคุณทุกความห่วงใย ยันไม่ได้เสแสร้ง ย้ำจะกลับมาให้เร็วที่สุด โดยระบุว่า...

ขออนุญาตพักรักษาตัว สักระยะนะครับ

เนื่องจากผมป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงมาเป็นระยะเวลานาน และมีอาการปวดหลังเรื้อรังมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง

ประกอบกับการทำงานที่ผ่านมา ตั้งแต่งานในสภาฯ ชุดที่แล้ว การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. การดีเบต และการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง 2566 การลุยกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น และภารกิจในสภาผู้แทนราษฎร ผมต้องทำงานภายใต้ทรัพยากรที่มีจำกัดอย่างมาก ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันต่างๆ มากมาย 

แรกๆ ผมก็ไม่รู้ตัวเองหรอกครับ เครียดก็เก็บเจ็บก็ทน แต่ความเครียด มันค่อยๆ สะสมไปเรื่อยๆ รู้สึกตัวอีกที ก็รู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว และรู้สึกหมดแรง ท้อแท้ เหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก ทำให้อาการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่ลุกลาม รุมเร้าไปหมด ทั้งแน่นหน้าอก ปวดหลังเรื้อรัง นอนไม่หลับ ฯลฯ จนกลายเป็นภาระของคนรอบข้างไปหมด

ผมจึงคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่ผมจำเป็นต้องลดงานที่ทำอยู่ พยายามลดการรับรู้เรื่องที่ไม่สบายใจให้น้อยลง เพื่อเอาเวลาไปพักรักษาตัวเอง และอาจจะต้องจัดสรรเวลาเพื่อออกกำลังกายร่วมด้วยครับ

แม้ว่าปริมาณงานอาจจะลดลงบ้าง แต่ขอให้สบายใจนะครับ ผมจะพยายามชดเชยด้วยคุณภาพของงานที่ดีขึ้น

ขอบคุณสำหรับทุกๆ ความห่วงใยที่มีมาให้กับผมนะครับ ผมเองก็ไม่อยากไม่สบาย ไม่รู้ว่าไม่สบายได้ยังไง อยากจะหายจากอาการเหล่านี้วันนี้พรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำไป

ที่สำคัญ คือ ไม่อยากทำให้ใครต้องรู้สึกไม่สบายใจ และไม่อยากเป็นภาระของใครจริงๆ นะครับ หลายคนที่เข้ามาพูดคุยให้คำแนะนำผม แล้วอาจจะสงสัยว่า หลังจากพูดคุยกันแล้ว ผมก็ดีขึ้นแล้วนี่นา ทำไมอยู่ดีๆ ก็เป็นอะไรขึ้นมาอีก คือ ตอนที่คุยผมก็ดีขึ้นมาจริงๆ ครับ แต่พอหลังจากนั้นสักพัก ผมก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ผมเองก็ไม่อยากเป็นแบบนี้เหมือนกัน ผมไม่ได้แกล้ง หรือเสแสร้งอะไรจริงๆ นะครับ หากที่ผ่านมาผมทำให้ใครต้องรู้สึกไม่สบายใจ ผมต้องขออภัยจริงๆ ผมเองก็รู้สึกเสียใจที่ต้องมาเป็นภาระของใครๆ เหมือนกัน

ผมจะพยายามรักษาตัวเองให้เร็วที่สุดนะครับ และจะกลับมาทำงานเต็มที่ได้เหมือนเดิมครับ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบกว่า 23.4 ล้านบาท ส่งความสุข มอบของขวัญให้แก่เยาวชนทั่วประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567

วันนี้ (วันอังคารที่ 9 มกราคม พ.ศ.2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย  นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และ คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบชุดของขวัญวันเด็ก  ประกอบด้วย สมุด ดินสอ ไม้บรรทัด และ กระปุกออมสิน เป็นของขวัญให้กับนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีผู้แทนโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ  ณ ลานสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งยังจัดให้มีการส่งชุดของขวัญวันเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับเยาวชนในส่วนภูมิภาค ผ่านหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ รวมจำนวนของขวัญวันเด็กที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมอบให้กับเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ทั้งสิ้น 900,000 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 23,400,000 บาท  (ยี่สิบสามล้านสี่แสนบาทถ้วน) 

และในวันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อมอบของขวัญวันเด็ก สำหรับนำไปแจกจ่ายแก่เด็กและเยาวชน เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ณ ห้องรับรอง ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า การให้ของขวัญวันเด็ก เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่มูลนิธิฯ ได้จัดทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 65 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ด้วยเด็กดีในวันนี้ คือผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติไทยในอนาคต รวมทั้งขอส่งความรัก ความปรารถนาดีให้เด็กๆ ทุกคนเป็นเด็กดี มีคุณธรรม กตัญญู รู้คุณ พ่อแม่ ครูอาจารย์ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพื่ออนาคตที่ดีของตนเอง และประเทศชาติ ดังคำขวัญวันเด็กของท่านนายกรัฐมนตรี ประจำปี พ.ศ.2567 ที่มอบให้ คือ “มองโลกกว้าง คิดสร้างสรรค์  เคารพความแตกต่าง  ร่วมกันสร้างประชาธิปไตย”

ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปีที่ผ่านมา ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง 
ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ทาง รวมทั้งด้านส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ”

ภาคีเครือข่าย ’ร่วมขับเคลื่อน’ โครงการอิ่มท้องเพื่อน้องๆ โรงเรียนชุมชนบ้านโคกค่าย ส่งต่อคุณภาพชีวิต 'ปลูกฝัง-บ่มเพาะ' วิถีถิ่นตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

(9 ม.ค.67) บ่อปลาแห่งนี้เกิดจากความร่วมมือของภาคีเครือข่าย โดยองค์การบริหารส่วนตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิจังหวัดสงขลา ครู ผู้ปกครอง นักเรียน ลงความเห็นชอบที่จะเลี้ยงปลา ตามโรงเรียนชุมชนบ้านโคกค่าย หมู่ที่ 8 บ้านโคกค่าย ตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต2

ร่วมภาคีเครือข่าย นักเรียน น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงรัชกาลที่ 9 บูรณาการจัดการเรียนการสอนถึงตัวผู้เรียน รูปแบบ active learning นักเรียนลงมือปฏิบัติจริง วันนี้กิจกรรมจับปลาในบ่อปลา จากความต้องการของนักเรียนและชุมชน ให้เมนูอาหาร สอดคล้องกับไทยสกูลลั้นวัตถุดิบในท้องถิ่น ได้ทานตามหลักโภชนาการ 

นางกัลยวรรธน์ จันทร์รัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านโคกค่าย กล่าวขอบคุณภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อน โครงการฯ ที่นอกจากเลี้ยงปลาแล้ว มีปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่ เพาะเห็ดนางฟ้า สู่โครงการอาหารกลางวันที่มีประสิทธิภาพสำหรับนักเรียนทุกคนเรียนรู้จากการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงรัชกาลที่ 9 บูรณาการรูปแบบ  active learning ให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีสมรรถนะ สู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริงตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยเน้น ครู เป็นแกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อน มีภาคีเครือข่ายสนับสนุนแรงผลักมีฟันเฟืองอย่างนักเรียน เน้นลงมือทำโครงการการอิ่มท้องเพื่อน้อง  

วันนี้จับปลาจากบ่อ ส่งต่อเมนูอาหารกลางวัน พัฒนาคุณภาพการศึกษา นำความรู้ นำทักษะด้านโภชนาการและการเกษตรแผนใหม่ ไปประกอบอาชีพต่อไป โครงการอาหารกลางวันฯ ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เนื้อหา บูรณาการและนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังพระบรมราโชวาท  

โครงการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา เพื่ออาหารกลางวันทำให้เด็กอิ่มท้อง เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์  นักเรียน ผู้ปกครองทำการเกษตร ปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ ทำปุ๋ย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมุ่งเน้นให้เกิด เพื่อพัฒนาจิตและปลูกฝังจริยธรรม คุณธรรม และศีลธรรม ตามหลักพุทธศาสนาส่งเสริมจิตสำนึกในการรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ,เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะของนักเรียนให้มีสุขภาพแข็งแรง ทั้งทางร่างกาย ทางจิตใจ ที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข, เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านโภชนาการและสุขาภิบาล นักเรียนได้รับการเฝ้าระวังภาวการณ์เจริญเติบโต มีพัฒนาการสมวัย 

นอกจากนี้ ส่งผลให้ โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ ฝึกทักษะด้านการเกษตร ส่งต่อโภชนาการ อาการกลางวัน อิ่มท้อง พร้อมเรียนรู้พัฒนาคุณภาพการศึกษา พัฒนาอาชีพ มีคุณภาพชีวิตและปลูกฝังบ่มเพาะ เป็นคนดีที่สมบูรณ์ทุกด้านตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ในพระองค์ท่าน รัชกาลที่ 9 ที่นี่โรงเรียนชุมชนบ้านโคกค่าย

เชียงใหม่-เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำเนินการรีดน้ำเชื้อสัตว์ป่าหายากที่มีความสำคัญของประเทศไทย

วันที่ 9 มกราคม 2567 สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เดินหน้าทำโครงการ เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าที่สำคัญและหายาก นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนสัตว์ป่าหลายชนิดที่มีการลดลงอย่างต่อเนื่องในธรรมชาติ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จึงได้ร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำเนินการรีดน้ำเชื้อสัตว์ป่าหายากที่มีความสำคัญของประเทศไทย ได้แก่ สมเสร็จมลายู (Malayan Tapir) และหมีหมา (Malayan Sun Bear) เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำเชื้อ และทำน้ำเชื้อแช่แข็ง เพื่อนำมาใช้ช่วยในการวางแผนประชากรสมเสร็จมลายูและหมีหมาโดยการผสมเทียมต่อไป 

นอกจากสัตว์ 2 ชนิดนี้แล้ว เชียงใหม่ไนท์ซาฟารียังได้ทำการรีดเก็บน้ำเชื้อของสัตว์ป่าอีกหลายชนิดเก็บรักษาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ต่างประเทศ เช่น ไฮยีน่าลายแถบ เสือโคร่งเบงกอล เสือจากัวร์ หรือสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทยเอง เช่น กวางผา เลียงผา เสือไฟ เสือดาว ฯลฯ เป็นต้น โดยเป็นโครงการต่อเนื่องในการวิจัยและอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าหายากของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และเพื่อช่วยอนุรักษ์พันธุ์ของสัตว์เหล่านี้ไว้ให้คงอยู่ต่อไป 

‘นายกสมาพันธ์ฯ’ เตือน!! ‘ชาวสวน’ อย่านิ่งนอนใจ ชี้ ควรเร่งปรับตัว หลัง ‘เวียดนาม’ จี้ติด!! ส่ง 'ทุเรียน' ไปจีน เกือบครึ่งหนึ่งของไทยแล้ว

(9 ม.ค. 67) นายชลธี นุ่มหนู นายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลการสำรวจราคาค้าส่งทุเรียนไทยและทุเรียนเวียดนาม ที่ตลาดเจียซิง มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 1-31ธ.ค.2566 โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ว่า ราคาทุเรียนหมอนทองของไทย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2566 ที่ผ่านมาอยู่ประมาณ 1,000-1,200 หยวนต่อกล่องบรรจุ 6 ลูก 

ส่วนราคาทุเรียนหมอนทองของประเทศเวียดนาม 1 กล่อง 6 ลูกอยู่ที่ 900-1,000 หยวน (1 หยวนประมาณ 5 บาท) ขณะที่ทุเรียนก้านยาวเวียดนาม 1 กล่อง 3 ลูก ราคา 400 หยวน

และเมื่อเปรียบเทียบปริมาณการส่งออกทุเรียนไปตลาดเจียซิง มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา พบว่า จำนวนการส่งออกทุเรียนไปตลาดดังกล่าวที่มีประมาณ 49 ตู้ต่อครั้ง เป็นทุเรียนไทยจำนวน 27 ตู้ ส่วนทุเรียนเวียดนาม จำนวน 22 ตู้

ส่วนการเปรียบเทียบการส่งออกทุเรียนจากไทยไปตลาดดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.66 ที่ผ่านมา พบว่าราคาส่งออกทุเรียนหมอนทองไทย 1 กล่อง กล่องละ 6 ลูก ลดลงเหลือเพียง 950-1,100 หยวน เช่นเดียวกับทุเรียนหมอนทองเวียดนาม 1 กล่องละ 6 ลูก ราคา 500-520 หยวน ส่วนก้านยาวเวียดนาม 1 กล่อง 3 ลูก ราคา 380-400 หยวน

โดยปริมาณการส่งทุเรียนไปตลาดเจียซิง มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ในวันดังกล่าวที่มีจำนวนรวม 39 ตู้ เป็นทุเรียนไทยจำนวน 25 ตู้ ส่วนทุเรียนเวียดนาม 14 ตู้

นายชลธี เผยว่า หากพิจารณาข้อมูลการส่งออกทุเรียนของเวียดนามไปตลาดจีน จะเห็นว่าสัดส่วนการส่งออกเติบโตเกือบถึงครึ่งหนึ่งของการส่งออกทุเรียนไทยไปจีนแล้ว จึงแสดงให้เห็นว่า เวียดนามมีการพัฒนาคุณภาพทุเรียนส่งออกที่ได้มาตรฐานมากขึ้น

ขณะที่ภาครัฐของเวียดนามเอาใจใส่กับผลผลิตทางการเกษตร และยังเร่งส่งเสริมให้ความรู้กับเกษตรกร สอดรับกับข้อได้เปรียบของเวียดนามที่มีชายแดนติดกับประเทศจีน จึงทำให้เกษตรกรสามารถตัดทุเรียนคุณภาพ (แก่) เพื่อส่งออกได้ทันที

“สิ่งที่เกษตรกรไทยต้องเร่งปรับตัว คือ ทำทุเรียนคุณภาพตั้งแต่ขั้นตอนการตัด คัด ส่งออก ซึ่งในทุกขั้นตอนต้องสัมพันธ์กันทั้งหมด และหากเกษตรกรยังไม่คำนึงถึงคุณภาพทุเรียนส่งออก สุดท้ายจะทำให้ตลาดปลายทางเสียหาย และผลกระทบจะย้อนกลับมาที่ตัวเกษตรกรเอง”

นายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก อดีตมือปราบทุเรียนอ่อน ยังบอกอีกว่าที่ผ่านมาได้มีความพยายามในการรณรงค์ให้เกษตรกรทำทุเรียนคุณภาพ และไม่ตัดทุเรียนก่อนกำหนดอย่างต่อเนื่อง

เพราะหากต้นฤดูมีทุเรียนไม่ได้คุณภาพออกสู่ตลาด จะทำให้ทุเรียนทั้งภาคตะวันออก และทั่วประเทศ ตลอดไปจนถึงหน้าทุเรียนในพื้นที่ภาคใต้มีคำสั่งซื้อน้อยลง

ส่วนการจัดทำโครงการหมู่บ้านปลอดทุเรียนอ่อน นำร่องในพื้นที่ จ.ตราด เป็นพื้นที่แรกนั้น นายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก บอกว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ชาวสวนทุเรียนไทยต้องหันมามองเรื่องการสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่ยอมรับของตลาด และกระบวนการผลิตจะต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงที่มาของแหล่งผลิตนั้น

“วันนี้ยังคงยืนยันได้ว่าทุเรียนไทยยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดมาก ซึ่งหากเกษตรกรสามารถทำผลผลิตได้ตามคุณภาพตามที่ตลาดปลายทางต้องการจะทำให้ตลาดทุเรียนไทยเติบโตแบบยั่งยืน ขณะเดียวกัน ภาครัฐของไทยต้องเข้มงวดในเรื่องกระบวนการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งออกไปต่างประเทศด้วยเช่นกัน” นายชลธี กล่าว

‘นายกฯ’ เล็งลงพื้นที่ดูแล ศก. 3 จว.ชายแดนใต้ สิ้นเดือน ก.พ. หาทางพัฒนา-ยกระดับ ‘ของดีพื้นถิ่น’ ให้มีมูลค่าสูงยิ่งขึ้น

(9 ม.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สิ้นเดือน ก.พ. ตนจะลงพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ไม่ใช่ไปดูเรื่องความมั่นคง แต่ไปดูเรื่องเศรษฐกิจ ไปพร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อไปดูเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร ซึ่งหลายอย่างเชื่อว่ามีของดีอยู่มากใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

รัฐบาลนี้ใส่ใจ หลาย ๆ อย่างจะถูกนำขึ้นมา อย่างเมืองยะลา เป็นเมืองที่มีผังเมืองสวยที่สุดในประเทศและพร้อมรับนักท่องเที่ยว อาหารใต้มีเสน่ห์ มีเอกลักษณ์ แต่ขาดการโปรโมตในเวทีโลก ดังนั้น หากผู้ใหญ่ในรัฐบาลลงพื้นที่และสนับสนุนต่อเนื่อง ก็เชื่อว่าสิ่งดี ๆ เหล่านี้จะนำเงินเข้าประเทศได้จำนวนมาก ทำให้พี่น้องประชาชนภาคใต้มีกินมีใช้ขึ้นอีก

“อย่างประเทศฝรั่งเศส หลายท่านดื่มไวน์ก็รู้ว่าองุ่นกิโลกรัมละไม่กี่ร้อย แต่ถ้านำไปทำเป็นสินค้าที่มี Value added จริง ๆ กลายเป็นไวน์ขวดหนึ่งก็เป็นหลายหมื่นได้ ตัวอย่างมีอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมจะลงไปดูในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปลาหน้าตก หรือ ปลานิลสายน้ำไหล ที่เลี้ยงโดยว่ายสวนน้ำขึ้นไปที่มีราคาสูงถึงตัวละ 3,000 บาท ไม่มีใครทราบ ไม่มีใครโปรโมต แต่ผมเชื่อว่า หลังจากสิ้นเดือนหน้าแล้ว รัฐบาลนี้ลงไปจะสร้างตลาดให้กับสินค้าประเภทนี้และอีกหลายประเภท ซึ่งยังไม่มีใครสร้าง” นายกรัฐมนตรีกล่าว

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ชี้!! 3 จว.ใต้จมหนักสุดรอบ 50 ปี  มีแต่ทหารเข้าช่วย แต่ 'นายกฯ รถแห่' ดีแต่มาหอบแสง

(9 ม.ค. 67) นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กหัวข้อ ‘หิวแสง’ มีรายละเอียดว่า…

น้ำท่วมสามจังหวัดชายแดนใต้ หนักที่สุดในรอบห้าสิบปี เห็นแต่ทหารและกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ อพยพชาวบ้านและแจกอาหาร ทำงานกันอย่างไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย ทุ่มเทกำลังช่วยเหลืออย่างเต็มที่

แต่พอน้ำลด คนหิวแสงก็มา นายกรถแห่มาโชว์ตัวบนรถทันที แห่ถ่ายรูป เอาหน้า พูดหล่อ ๆ หาคะแนนจากความเดือดร้อน เก่งแต่เรื่องเซลฟี่ เก่งแต่สร้างภาพ

วันเด็กแห่งชาติปี  67 เด็กๆเที่ยวสวนสัตว์ฟรี 6 แห่งทั่วไทย 

องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดสวนสัตว์ 6 แห่ง ให้เด็ก อายุไม่เกิน 12 ปี หรือ สูงไม่เกิน 135 ซม. เข้าฟรี! พบกิจกรรมและรับรางวัลมากมาย

ในวันที่ 13 มกราคม 2567 นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เผยว่า องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อสส.) จัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ เปิดสวนสัตว์ทั่วประเทศทั้ง 6 แห่ง 1 โครงการ ให้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี หรือ สูงไม่เกิน 135 ซม. เข้าฟรี! น้องๆ หนูๆ จะพบกับกิจกรรมสร้างความรู้ภายในสวนสัตว์ กิจกรรมมหาสนุกแฝงสาระความรู้ด้านสัตว์ป่าสนุกสนานได้ตลอดทั้งวัน ได้ที่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์ขอนแก่น สวนสัตว์อุบลราชธานี และโครงการคชอาณาจักรจังหวัดสุรินทร์ โดยสวนสัตว์แต่ละแห่งมีกิจกรรมสุดพิเศษที่แตกต่างกัน ดังนี้

#สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชมกิจกรรมตลอดงานและขอเชิญบริจาคอุปถัมภ์สัตว์ป่า บูทเกมมหาสนุกพร้อมของรางวัลมากมาย โชว์ความสามารถของเด็กๆร้องเต้นเล่นดนตรี ชมงูสวยงามแห่งบ้านงูยิ้ม และมาสคอตแดนซ์ซิ่ง 

#สวนสัตว์เชียงใหม่ พบกับกิจกรรมต้อนรับเด็กๆ พร้อมแจกของขวัญของรางวัลมากมาย ชมพาเหรดมาสคอตสัตว์ป่านานาชนิด ต้อนรับปีมังกร

#สวนสัตว์นครราชสีมา ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมมากมาย อาทิ กิจกรรมการแสดงบนเวที พร้อมแจกของขวัญและของรางวัลมากมาย กิจกรรมมาสคอต กิจกรรมวาดภาพระบายสีสัตว์ป่า ดนตรีเพื่อการอนุรักษ์ มาสคอตแดนซ์ 

#สวนสัตว์สงขลา ร่วมเล่นเกมรับของรางวัลมากมาย แฝงสาระความรู้ด้านสัตว์ป่า และพบกับกิจกรรม อัลโหล อัฟริกา ที่สามารถให้อาหารและใกล้ชิดกับยีราฟ ม้าลาย นกกระจอกเทศ    รวมทั้งชมการแสดงความสามารถของสัตว์ป่าที่น่าตื่นเต้น อาทิการแสดงวิถีชีวิตสัตว์ป่า แมวน้ำ เพนกวิน และการให้อาหารเสือ พร้อมร่วมเต้นรำและสนุกสุดเหวี่ยงกับมาสคอตสัตว์ป่าและกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

#สวนสัตว์อุบลราชธานี พบกับเจ้าหญิงเจ้าชายในเทพนิยาย มาสคอตพาม่วน พร้อมแจกของรางวัลมากมาย การแสดงความสามารถเด็กเยาวชนบนเวที กิจกรรมเล่นเกมส์ กิจกรรมชมความสามารถสัตว์ กิจกรรมป้อนอาหารสัตว์ น้องเสือ น้องฮิปโปโปเตมัส 

#สวนสัตว์ขอนแก่น ได้จัดสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมให้เด็กๆ ได้ตื่นตาตื่นใจพร้อมของรางวัลมากมาย เช่น กิจกรรมเล่นเกมแจกของรางวัล กิจกรรมชมวิวบนสะพาน Sky walk กิจกรรมเที่ยวชม UNSEEN หินล้านปี กิจกรรมรับชมการแสดงความสามารถพิเศษของแมวน้ำแสนรู้ 

นอกจากนี้ #โครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์  ได้เตรียมกิจกรรมสัมผัสใกล้ชิดกับช้างแสนรู้ ชมความน่ารักและความสามารถของช้างแสนรู้ มีการประกวดเต้นจากโรงเรียนต่างๆในพื้นที่ กิจกรรมเกมตอบคำถาม แจกรางวัล ทดลองเป็นหมอรักษาช้าง นิทรรศการเรื่องช้าง สัมผัสมูลช้าง แมสคอต เอนเตอร์เทน ให้เด็กๆให้เรียนรู้วิถีของคนกับช้างได้อีกด้วย

องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงขอเชิญชวนน้อง ๆ หนูๆ เข้ามาเที่ยวชมสวนสัตว์ ในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 นี้ ท่ามกิจกรรมสนุกสนานแฝงสาระความรู้มากมาย นายอรรถพรกล่าว…


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top